เรื่อง บันทึกการผจญภัยของอัศวินแห่งวาเลนการ์
หอพักปี1 ตกอยู่ในความเงียบงันอันน่าอึดอัด
ไม่มีเสียงเจื้อยแจ้วของดิอาโบ้
ไม่มีเสียงบ่นของเจน ..
หรือเสียงฝีเท้าตึงตังของเฟยหลง
มีเพียงความมืดและแววตาที่เต็มไปด้วยความผิดหวัง สมเพชตัวเอง
ภายในห้องพัก แลนซ์ แวนการ์ด นั่งนิ่งอยู่บนขอบเตียง มือสองข้างกุมหัวขยำผมสีน้ำเงินเข้มของตัวเองจนยุ่งเหยิง
ในหัวของเขา มีเพียงเสียงจากคำดูถูกของคนในตระกูลที่เคยพ่นใส่หน้าเขาในอดีตดังซ้ำไปซ้ำมา
'ลูกชายคนเล็กของตระกูลแวนการ์ด... ทำได้แค่นี้เองหรอ?'
ที่ผ่านมา ไม่ว่าแลนส์จะพยายามฝึกฝนจนเลือดตาแทบกระเด็นแค่ไหน เขาไม่เคยได้รับคำชมจากคนในครอบครัวเลยแม้แต่ครั้งเดียว
ไม่ใช่แค่แลนส์... แต่อีก 9 คนในห้องพักของตัวเอง ต่างก็นอนเบิกตากว้างมองเพดานท่ามกลางความมืด
ทุกคำพูดจี้ใจดำของแดเนียลมันคือความจริงที่พวกเขายอมรับลึกๆ ในใจ
.
.
.
00:00 น.
.
.
.
.
วูบ————!!!
.
.
.
ฉับพลันในเวลาเที่ยงคืนตรง แสงสีม่วงสว่างวาบเข้ามาทางหน้าต่างห้องพักลบเลือนความมืดไปจนหมดสิ้น
จิโอ้ สะดุ้งโหยงลุกพรวดจากเตียงไปที่ระเบียงทันที
เสียงกรีดร้องโวยวายด้วยความขวัญเสียของชาวบ้านที่อยู่อาศัยในตัวเมืองด้านหน้า
"นั่นมัน... อะไรกันวะน่ะ?!"
บนฟากฟ้าเหนือเมือง ปรากฏวงกลมมิติสีดำ
ในวินาทีถัดมา ก้อนเนื้อเยื่อรูปร่างอัปลักษณ์ ก็ร่วงหล่นลงมาจากช่องว่างนั้นดั่ง-่าฝน
หนึ่ง...
.
สอง...
.
สาม....
.
สี่...
.
ห้า...
.
"บ้าหน่า! วินาทีละเกือบ 15 ตัวงั้นหรอ?!
เกิดบ้าอะไรขึ้นเนี่ย!" จิโอ้ตื่นตระหนกขีดสุด
สัญชาตญาณบอกเขาได้ทันทีว่าชาวเมืองกำลังตกอยู่ในอันตรายขั้นวิกฤต
จิโอ้กระชากประตูห้องออกไปที่โถงทางเดินหลัก
ประตูห้องของเพื่อนๆ อีก 9 คนก็ถูกเปิดออกพร้อมกันโดยมิได้นัดหมาย
ทุกคนหันมามองหน้ากัน...
วินาทีนี้ ทุกคนต่างรู้ถึงหน้าที่หลักของอัศวินนั่นคือ "การปกป้องชาวเมือง"
"ไปกันเถอะ!" เจนคำรามลั่น
นักเรียนปี 1ทั้ง 1 ต่างมุ่งหน้าสู่ใจกลางเมืองที่กำลังลุกเป็นไฟทันที!
ณ ย่านที่อยู่อาศัยตอนล่าง
ซากปรักหักพังของอาคารและเศษอิฐกระจัดกระจาย ชาวบ้านที่กำลังวิ่งหนีตายกันอย่างอลหม่าน!!
"ถอยไปจากพวกเขาซะ ไอ้ปิศาจจจ!!"
เฟยหลง พุ่งดิ่งลงมาจากหลังคาประดุจดาวตกเงาของขุนพลซุนเซ็ก ซ้อนทับด้านหลัง
แขนสองข้างคุมทอนฟาคู่ระเบิดไฟนรกลุกโชนก่อนจะชกกระแทกใส่พื้นดินเต็มแรง!
คลื่นระเบิดเพลิงสีแดงฉานระเบิดออกเป็นวงกว้างแผดเผาร่างของเนกาทีฟนับสิบตัวรอบๆ จนกลายเป็นจุลและระเหยหายไปในพริบตา ช่วยชาวบ้านไว้ได้ฉิวเฉียด
"เจ้าพวกลนหาที่ตาย... จงกลายเป็นเศษเนื้อใต้พายุของฉันซะ"
แลนส์ ลอยตัวลงมาตามกระแสลม
ไม้เท้าเวทมนตร์วาดเป็นวงกลมกลางอากาศ เงาของ นกฮูกวายุ ปรากฎขึ้นก่อนจะเปลี่ยนกระแสลมกลายเป็นใบมีดนับร้อยเล่มพุ่งสับเหล่าอสูรกายตรงหน้า
"ย้ากกกกกก!!!!!"
ไมกาห์ คำรามลั่น อัญเชิญท้าวเวสสุวรรณออกมากางบาเรียสีทองกันการโจมตีของพวกเนกาทีฟไว้ได้ทั้งหมด
ภายในม่านบาเรียของไมกาห์
เวโรนิก้า ร่ายมนต์เรียกเส้นด้ายสีม่วงขึงตรึงเนกาทีฟฝูงใหญ่ไว้กับที่
วินเซนต์ สะบัดพู่กันวาดกรอบรูปมิติ ดูดพวกมันเข้าไปขังในภาพวาดแล้วระเบิดเป็นผง
ดิอาโบ้ คอยปาไพ่มายากลระเบิดเคลียร์ทาง
โคลเอ้ คอยยืนกางม่านพลังเยียวยา
คอยรักษาแผลและฟื้นฟูพลังกายให้ชาวบ้านที่บาดเจ็บอยู่
เหล่าอัศวินทั้ง10 เอาหลังชนกันเป็นวงกลมล้อมรอบชาวบ้านตามที่แดเนียลเคยสอนไว้เมื่อบ่าย เป่าปากหอบหายใจด้วยความเหนื่อยล้า
"อัศวินยังมาไม่ถึงอีกนี่มันนานแล้วนะ!"
เฟยหลงตะโกนขึ้นมาพลางใช้ทอนฟาทุบเนกาทีฟหัวขาดไปอีกตัวน้ำเสียงเริ่มส่อแววกังวล
"ควรจะมาถึงนานแล้วนะ... เกิดอะไรขึ้นหรือป่าว?"
เจนเอ่ยขึ้นพลางยกดาบใหญ่ขึ้นตั้งรับ
"มันมากันกี่พันตัวเนี่ย... พวกเราแค่ 10 คน เอาไม่อยู่หรอก!"
แลนส์พ่นลมหายใจ พลังเวทในร่างของเขาเริ่มลดลงไปเกือบครึ่งจากการกรำศึกต่อเนื่อง
"อย่างน้อย... ให้ชาวเมืองได้หลบที่ปลอดภัยก่อนก็ยังดี"
ไมกาห์พูดขึ้น
จิโอ้กำดาบสีเงินในมือแน่นจนมือสั่น
ออร่าพยัคฆ์ขาวรอบตัวระเบิดกร้าวขึ้นอีกครั้ง
เขากวาดสายตามองเพื่อนทุกคนที่มีสภาพสะบักสะบอมแต่ไม่มีใครคิดจะวิ่งหนีทิ้งเพื่อนเหมือนตอนบ่ายอีกแล้ว
เด็กหนุ่มฉีกยิ้มกว้างก่อนจะตะโกนลั่นกลางสมรภูมิ:
"อย่างน้อยช่วยกันยื้อจนกว่าอัศวินจะมาถึง! ให้ชาวบ้านทุกคนปลอดภัยกันนะพวกเรา!!! ลุยยยยยย!!!"
"โอ้วววววววว!!! /
เสียงประสาทเสียงตอบรับของนักเรียนทั้ง 10 คนดังกระหึ่ม
พวกเขาต่างปกป้องชาวเมืองอย่างสุดชีวิต ยอมตายไม่ยอมถอยในคืนแห่งวันเปิดเรียน!
.
.
.
ณ ที่พักของอัศวินประจำเมืองหลวง
บรรยากาศภายในเต็มไปด้วยความโกลาหลขั้นสุดยอด
สัญญาณเตือนภัยสีแดงกะพริบถี่พร้อมเสียงไซเรนดังกึกก้อง
เจ้าหน้าที่นับร้อยวิ่งวุ่นกันอลหม่านัาได้รับแจ้งเหตุร้ายแรงว่าเกิดประตูมิติฉีกขาดขึ้นเหนือฟ้าและมีเนกาทีฟจำนวนมหาศาลหลุดเข้ามาทะลักย่านที่อยู่อาศัย
ทว่า... อัศวินนับร้อยกลับไม่สามารถออกไปปฏิบัติหน้าที่ได้เลย
เพราะบัดนี้ ทั่วทั้งอาคารกองบัญชาการถูก
บาเรียลึกลับสีดำสนิทแผ่ขยายขึ้นมาโอบล้อมกักขังพวกเขาไว้ตัดขาดจากโลกภายนอกโดยสมบูรณ์!
"ยังแก้ไม่ได้อีกหรอวะ!!! พวกฝ่ายวิจัยมิติทำห่าอะไรกันอยู่! ป่านนี้ชาวบ้านไม่โดนพวกมันเคี้ยวตายกันหมดเมืองแล้วรึไง!!"
อัศวินหนุ่มสายโจมตี ตะโกนลั่นห้องโถงด้วยความเกรี้ยวกราด
"ใจเย็นก่อนสิ! เหมือนบาเรียนี่จะถูกสร้างขึ้นด้วยพลังวิญญาณระดับสูงของใครสักคน "
"ตอนนี้ทีมวิจัยกำลังเร่งวิเคราะห์โครงสร้างเวทมนตร์อยู่... น่าจะอีกไม่นานหรอก!"
อัศวินหญิงตะโกนตอบ
ป่านนี้เมืองไม่กลายเป็นผงไปแล้วหรือไงกันว่ะ!" อัศวินคนเดิม สบถอย่างหัวเสีย
.
.
.
"ทุกคนหลบไป!!!"
เสียงของอัศวินคนนึงแทรกขึ้นมา
ทันใดนั้นหอกแสงขนาดใหญ่ พุ่งเข้ากระแทกใส่บาเรียสีดำตรงหน้าต่างกระจกอย่างรุนแรง!
ตูม————!!!
.
.
แรงระเบิดมหาศาลซัดเอากระจกอาคารพังพินาศแตกกระจายเป็นผง เศษหินปลิวว่อน
.
.
"อะไรกันเนี่ย"
ม่านพลังบาเรียสีดำยังคงนิ่ง สนิท
.
.
.
"ขอลองบ้างสิ..."
.
ท่ามกลางความสิ้นหวัง แดเนียล แร็กนาร์ เดินทอดน่องล้วงกระเป๋าโผล่มาจากไหนไม่มีใครทราบได้
"[ปลดปล่อยสกิลผู้พิทักษ์ : ม้าไม้เมืองทรอย (Trojan Horse) ]"
วิบ...
.
.
บังเกิดกระแสคลื่นมิติสีใสครอบคลุมร่างของแดเนียล
แดเนียลเดินดุ่มๆ ทะลุผ่านม่านบาเรียสีดำที่ไม่มีใครพังได้ ออกไปยืนกระพริบตาปริบๆ อยู่ด้านนอกอาคารอย่างหน้าตาเฉย!
"เฮ้ย!!! / บ้าหน่า!!!"
เหล่าอัศวินด้านในเบิกตาค้าง หน้าแนบกระจกมองแดเนียลที่จู่ๆ ก็หลุดออกไปยืนงงอยู่ข้างนอกคนเดียว
"ไอ้บ้าแดเนียล!!! ในเมื่อนายออกไปได้แล้ว ลองใช้พลังจากด้านนอกพังบาเรียเข้ามาดูสิ "
อัศวินด้านในตะโกนสั่งผ่านกระจกอย่างมีความหวัง
แดเนียลหันมามองข้ามไหล่ เกาหัวแกรกๆ ก่อนจะตอบกลับด้วยน้ำเสียงกวนประสาท
.
.
"อ่า... ไม่ว่างอ่ะพี่ ผมต้องรีบไปช่วยพวกเด็กๆ กับชาวบ้านก่อนนะ ไปละ!"
พูดจบ ไอ้ตัวดีก็หมุนตัวออกวิ่งสับขาหายวับไปในความมืดทันที ทิ้งให้อัศวินด้านในอ้าปากค้าง
ทุกคนอึ้ง
"ไอ้แดเนียลมันออกไปยังไงของมันวะ?!!"
อัศวินเกาหัวด้วยความมึนตึ้บ
"ไม่รู้เหมือนกัน! แต่ตอนนี้ก็มีแค่มันคนเดียวนั่นแหละที่หลุดออกไปได้ คงต้องฝากความหวังทั้งหมดไว้ให้มันไปช่วยเมืองแล้วล่ะนะ..."
อัศวินถอนหายใจยาว
แต่แล้ว... อีกคนก็ขมวดคิ้วแน่นเหมือนเพิ่งนึกเรื่องสำคัญขึ้นมาได้ ใบหน้าของเขาเริ่มซีดลง
.
.
.
"เดี๋ยวนะ... ไอ้แดเนียลมันไม่มีรถไม่ใช่หรอวะ? แล้วมันจะไปที่เมืองยังไง?
วิ่งเท้าเปล่าไปหรอ?"
.
.
.
.
.
ฟู่ม———————????????????!!!
ยังไม่ทันที่ใครจะสิ้นสงสัย เสียงเครื่องยนต์คำรามลั่น รถสีดำเงาวับ ขับผ่านหน้าพวกเขาที่อยู่ด้านในบาเรียไปด้วยความเร็วสูงปรี๊ด
เคร้ง! ปัง!
ด้วยความเร็วระดับสปีดนรกของคนขับท้ายรถหรูไปเฉี่ยวกระถางต้นไม้ดินเผาโบราณที่ตั้งประดับอยู่หน้าทางเข้าอาคารจนร่วงหล่นลงมาแตกกระจายเป็นเสี่ยงๆ...
ก่อนที่รถคันนั้นจะดริฟต์ล้อไหม้พุ่งทะยานหายวับมุ่งหน้าสู่ตัวเมืองหลวง
ตัดภาพมาที่มุมมืดด้านหลังห้องโถง...
ครูใหญ่ อัลเบิร์ต แกรนท์
กำลังยืนกอดอกนิ่งมองแสงไฟท้ายรถของตัวเองที่หายลับไปตาด้วยความว่างเปล่า
.
.
.
.
(...รถกูนี่ไง...) ครูใหญ่คิดในใจ
.
นิยายแนะนำ
นิยายแนะนำ
ความคิดเห็น
COMMENT
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ เพื่อสร้างประสบการณ์นำเสนอคอนเทนต์ที่ดีให้กับท่าน รวมถึงเพื่อจัดการข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์ที่ดีบนบริการของเว็บไซต์เรา หากท่านใช้บริการเว็บไซต์นี้ต่อไปโดยไม่มีการปรับตั้งค่าใดๆ นั่นเป็นการแสดงว่าท่านอนุญาตยินยอมที่จะรับคุกกี้บนเว็บไซต์และนโยบายสิทธิส่วนบุคคลของเรา
0.00
0.00









userA???
???? ??? ? ???? ?? ??