เรื่อง เมื่อผมกับแม่เลี้ยงต้องผจญภัยในระบบเกมเอาชีวิตรอดสุดลามก
ผมัแม่เดินอย่างระมัดระวังเพราะัว่าจะเจอัเจ้ากิ้งก่าหัวค..วย หรือ ตัวประหลาดตัวอื่น ๆ อีก มีหยุดบ้างเมื่อได้ยินเสียงแปลก ๆ พอพบว่าไม่มีอะไรจึงเดินต่อ ในตอนแรก ๆ ผมก็ไม่ได้คิดอะไรเพียงแค่อยากจะกลับไปหาทุกคนที่รออยู่อย่างปลอดภัย แต่ด้วยนิสัยทะลึ่งตึงตังของผมก็อดจะแอบมองเรือนร่างของแม่ในส่วนที่เสื้อผ้าขาดไปไม่ได้ ผมถอดแจ็คเก็ตให้เธอมัดเอวบิดกระโปรงต้นก้นที่เป็นรูก็แล้วจริง แต่เสื้อตรงด้านหลังัด้านหน้า ก็โดนกรดของเจ้ากิ้งก่ากัดกร่อนจนเป็นรอบกว้างขนาดใหญ่ แม้ว่าแม่จะเอามือปิดข้างหน้าแล้ว แต่มันก็ปิดไม่มิดหรอกครับก็ขนาดของแม่มันบะละฮึ่มซะขนาดนี้ อิอิ
หลังจากพวกเราใช้เวลาเดินไปเดินมาอยู่สักพักในที่สุดก็สามารถกลับมาถึงชายหาดที่พวกพี่ชิโอริรออยู่ได้อย่างน่าเหลือเชื่อ แม่ดูเหมือนจะดีใจมาก เธอกระโดดกอดผมจนตัวลอย จนลืมไปว่าเสื้อขาดอยู่ นอกจากผมจะเห็นเต็มสองตา แล้วมันยังมาเบียดบี้ัแผ่นอกผมอีก รู้สึกดีชะมัด จนอะไรบางอย่างตรงเป้าเกือบจะปึ๋งปั๋งพองโด่มา แต่ดีที่ได้พวกพี่ชิโอริเข้ามาหาเสียก่อน พวกเธอทั้งดีใจ และตกใจมากเช่นกัน ก่อนจะถามว่าเกิดอะไรขึ้นตอนนั้น เองแม่ถึงนึกได้ว่าเสื้อขาด เธอจึงรีบเอาแขนมาบัง พอพี่ ยูกิเอะเห็นเธอจึงรีบหาเสื้อมาสวมใส่ให้อย่างรวดเร็ว
แต่ก่อนพวกเราจะเล่าเรื่องทุกอย่าง ผมก็ได้เอา กล่องปฐมพยาบาลมอบให้เธอทันทีเพื่อที่จะนำไปช่วยกัปตันเครื่องบิน พี่ยูกิเอะรีบรับไปก่อนจะร่วมมือัพี่ชิโอริเพื่อช่วยกัปตันทันที จากนั้นพี่มาโดกะก็เข้ามาสอบถามทันทีว่าไปเจออะไรกันมา จริง ๆ ดูจากแววตาเธอน่าจะเป็นห่วงผมอยู่พอสมควร ผมจึงเล่าว่าไปเจออะไรัแม่มาบ้าง ไม่ได้เล่าเรื่องเดียวคือเรื่องที่ ผมเกือบจะขืนใจแม่เพราะเจ้าดอกไม้หน้า ห..ี
พอเล่าสีหน้าของทุกคนก็ดูตกใจกันมาก ยกเว้นคนเพียงคนเดียว ที่ไม่เชื่อ และมองว่าผมแต่งเรื่องขึ้น พวกคุณก็น่าจะพอเดานะว่าเป็นใคร
"เฮอะ ไร้สาระ กิ้งก่าอะไรมันจะทำแบบนั้นได้ไม่ใช่ ในหนังสักหน่อย นี่เธออย่ามาหลอกให้พวกเราัเลย ที่กลับมาช้าก็เพราะมัวไปแอบทำอะไรกันมาสองคนมากกว่าม้างงง.."
คำพูดของอิมนุษย์ป้าปากหมานี่ทำเอาแม่ถึงัหน้าแดงแปร๊ดด้วยความอาย ส่วนผมนั้นโกรธจัด และกำลังจะพุ่งเข้าไปบีบคอเธอ แต่ทว่า…เสียงของพี่ชิโอริก็ดังขึ้นซะก่อน
"นี่คุณคะ จะพูดอะไรก็หัดใช้สมองคิดก่อนนะคะ สองคนนี้เขาเป็นแม่ัลูกกันจะไปทำอะไรอุบาทว์แบบที่คุณป้าคิดได้ยังไงกันคะ ดิฉันทนมาตั้งนาน คุณไม่คิดจะช่วยอะไรก็ไม่มีใครว่าหรอก แต่ช่วยอยู่เงียบไม่พูดอะไรเน่า ๆ มาก็จะเป็นพระคุณอย่างสูง..!!" สีหน้าของพี่ชิโอริดูดุดัน และ น่าัมาก เธอก็น่าอดทนมาจนถึงขีดกำจัดแล้ว ขนาดทุกตนที่ได้ฟังจะตกใจ ส่วนอิมนุษย์นั้นก็อึ้งกิมกี่ไปชั่วขณะ ก่อนที่ใบหน้าจะพลังแดงก่ำด้วยความโกรธ
"นี่หล่อน…กล้า…กล้าดียังไงยะ! มาต่อว่าฉันที่เป็นผู้โดยสาร คอยดูนะถ้ากลับไปได้ฉันจะฟ้องเธอให้ตกงานเลย" อิมนุษย์ป้ากำหมดแน่นกระทืบเท้าปึงปังยังัคนบ้า ก่อนที่จะจะลุกขึ้น และคว้าขอมือของหลานสาวตัวเล็กของเธอ
"ไปกันเถอะ ริกะ อย่ามาอยู่ัคนโง่ไร้ประโยชน์พวกนี้เลย ยังไงก็ไม่รอดหรอก.." อิมนุษย์ป้ากระแทกเสียงดังก่อนและกำลังจะพาหลานสาวของเธอเดินจากไป แต่ดูเด็กหญิงตัวเล็กคนนั้นจะไม่ค่อยอยากไปเท่าไหร่ เธอหันมามองด้วยแววตาเศร้าสร้อย พวกเราเองก็สงสารแต่ทำอะไรไม่ได้ ก็เพราะเธอเป็นหลานของอิป้าปากเสียคนนี้ แต่ก่อนอิมนุษย์ป้าจะไปนางยังหันมาชวน ไอ้หนุ่มที่มีเรื่องัผมบนเครื่อง และคุณลุงท่าทางใจดีให้ไปด้วย ไอ้หนุ่มคนนั้นลังเลแต่ก็เลือกที่จะไปด้วย คงเพราะอึดอัดใจที่เห็นหน้าผมล่ะมั้ง แต่คุณลุงใจดีเลือกที่จะอยู่ัพวกเราต่อ แถมยังพยายามช่วยพูดไม่ให้อิป้าพาหลานไปที่อื่นเพราะอันตราย แต่แน่นอนไม่มีประโยชน์อิมนุษย์ป้าก็หัวแข็งที่จะตามหาผู้รอดชีวิตคนอื่นที่ดีกว่ากลุ่มผมอยู่ดี
ในเมื่อรนหาที่ก็ช่วยไม่ได้ อยากไปก็ไป สงสารแค่หลานเธอเท่านั้นแหละ เฮ้ออออออออ…
หลังจากกลุ่มของคุณมนุษย์ป้าจากไปแล้ว ผมัพวกพี่สาวก็ก่อกองไฟก่อนจะหุงหาอาหารสำหรับเย็นนี้ โชคดีที่ได้อาหารกระป๋องมาจึงมีของกินมาพอสำหรับทุกคน อาการของกัปตันก็ดูเหมือนจะปลอดภัยแล้ว แต่ยังไม่ฟื้นได้แต่นอนครางฮือ ๆ เพราะไข้จากแผลที่ติดเชื้อ พี่ยูกิเมะจึงต้องคอยเฝ้าอยู่ใกล้ ๆ ตลอด ผมเองก็ต้องคอยอยู่เวรเพื่อตรวจตราความปลอดภัยตอนกลางคืน สลับัคุณลุง เกาะบ้านี่น่าัขึ้นเรื่อย ๆ แถมมีตัวแปลก ๆ โผล่มาตลอด หากไม่เฝ้าพวกเราคงไม่รอดแน่ ๆ
หลังจากพวกเราทานอาหารค่ำ พวกสาว ๆ ก็เข้านอนผมอยู่เวรเป็นกะแรกจนถึงช่วงห้าทุ่ม คุณลุงจึงมาเปลี่ยนแทน แกบอกจะเฝ้าจนถึงตี 3 ตอนแรกผมก็ตกใจมาที่แกจะอยู่ดึกขนาดนั้น แต่คุณลุงก็ส่งยิ้มให้และบอกสบายมาก สมัย ๆ หนุ่ม ๆ แกต้องทำโอทีถึงตีสอง ตีสามทุกวัน พอผมได้ฟังก็แอบยิ้มแห้ง ๆ ในใจ พลางคิดว่า นั้นมันตอนคุณลุงหนุ่ม ๆ นี่อายุเท่าไหร่แล้ว..แต่เอาเถอะในเมื่อแกบอกไหวผมก็จะลองเชื่อแกดู
หลังจากนั้นผมก็ไปนั่งพิงต้นไม้เพื่อพักสายตาสักหน่อยหลังจากวันนี้ผจญภัยมาัแม่จนเหน็ดเหนื่อย พอหลับตาลงได้นิดเดียวภาพทุกอย่างรอบตัวผมก็ดำมืดเข้าสู่ห้วงนิทราในทันที กว่าจะมารู้สึกตัวอีกครั้งก็ราว ๆ ตีสอง หรือตีสามนี่แหละ ดวงตาค่อย ๆ เปิดอย่างช้า ๆ ทุกอย่างดูเบลอไปหมด ผมกวาดตามองไปรอบ ๆ ตัวอย่างช้า ๆ ได้เห็น แม่ พี่ชิโอริ พี่ยูกิเมะ พี่มาโดกะนอนหลับกันอยู่ จากนั้นก็หันไปหาคุณลุงที่นั่งเฝ้ายาม
"อืม…คุณลุงก็นั่งหลับอย่างสบายใจเหมือนกันสินะ…"
"....."
"....ดะ เดี๋ยวเซ่! คุณลุงไหนบอกว่าเคยทำโอทีดึกๆ ดื่น ๆ ไม่ง่วงง่ายไงเล่า หลับหน้าตาเฉยเลย"
ผมร้องมาในใจเสียงดังลั่นก่อนจะยิ้มบาง ๆ พร้อมส่ายหน้า และกำลังจะลุกขึ้นไปปลุกแกให้มานอนดี ๆ ผมจะได้เฝ้ายามต่อแต่ทว่า…ในตอนนั้นเองหูผมก็ได้ยินเสียงบางอย่างดังขึ้น
แกร่ก….แกร่ก….
เสียงมันฟังดูคล้ายัมีอะไรบางอย่างกำลังโดนลากผ่านผืนทราย ผมรีบหันตามเสียงนั่นทันทีก่อนที่สองตาจะเบิกกว้างด้วยความตกตะลึง ตัวแข็งทื่อ อ้าปากค้าง ร่างของกัปตันเครื่องบินที่นอนบาดเจ็บอยู่กำลังถูกเจ้ากิ้งก่าหัว-วยตัวใหญ่ใช้ปากงับและลากหายเข้าไปในความมืดที่ล่ะนิด ในตอนนั้นผมตกใจจนทำอะไรไม่ถูกแต่ก็คิดที่จะหันไปหยิบท่อนไม้เพื่อสู้ัมัน และช่วยกัปตัน แต่ทว่า…ยังไม่ทันจะได้ทำอะไรเสียงกรีดร้องของพี่มาโดกะก็ดังขึ้นเสียก่อน
"กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด…!!"
เธอไม่ได้โดนตัวอะไรทำร้ายหากแต่เธอตื่นขึ้นเห็นเหมือนที่ผมเห็นพอดีจึงร้องเสียงดัง และนั้นเองก็ทำให้คนอื่น ๆ ตกใจตื่นตามมา พวกเขางง ๆ อยู่ได้ไม่นานก็เห็นร่างของกัปตันกำลังจะโดนลากไปแดก พี่ชิโอริ ัพี่ยูกิเมะ รีบตั้งสติก่อนจะรีบหาไม้เข้าไปช่วยกัปตันัผม ตอนแรกที่พวกเราคิดก็คือ แม้เจ้ากิ้งก่าตัวควยตัวนี้จะดูค่อนข้างใหญ่แต่มันก็มีเพียงแค่ตัวเดียวพวกเราน่าจะเอาชนะได้แต่ทว่า…พวกเราคิดผิดถนัด หลังจากพวกเราพยายามทำให้มันคลายงับแขนกัปตันสักพัก จู่ ๆ ก็มีเจ้ากิ้งก่าตัว-วยตัวที่สองโผล่มา และตามด้วยตัวที่สาม สี่ ห้า หก เจ็ด เจ็ดตัว!!
พอมาถึงมันก็ไม่พูดพร่ำทำเพลง พ่นไอ้กรดกัดกร่อนเสื้อผ้าแบบที่ผมัแม่โดนเมื่อกลางวันใส่พวกพี่ชิโอริทันที แน่นอน เสื้อผ้าพวกเธอขาดจนเห็นเนื้อหนังขาว ๆ สวย ๆ ผมเองก็แอบใจเต้น ๆ นิดหน่อย แต่มันไม่ใช่เวลาหื่น ตอนนี้คงต้องรีบหนีก่อน ดูท่าจะไม่ได้มีแค่เจ็ดตัวแล้ว เหมือนมันจะเรียกพรรคพวกมาอีกเพื่อรุมกินโต๊ะพวกเราเป็นมื้อดึกคืนนี้ เรื่องช่วยกัปตันคงหมดหวังแล้ว ตอนนี้พวกเราต้องช่วยตัวเองกันก่อน ทุกคนจึงได้หาคบไฟมาคนล่ะอันก่อนจะมายืนหันหลังชนกัน
"เอาไงดีเรียวอิจิพวกมันจะล้อมพวกเราไว้หมดแล้ว ขืนเป็นแบบนี้ไม่รอดแน่" เสียงพี่ชิโอริเอ่ยขึ้นในขณะที่ส่ายคบไฟในมือไม่ให้พวกกิ้งก้าหัว-วยเข้าใกล้
"บ้าเอ๊ย!! ถ้างั้นเราต้องแยกกันหนี เพื่อที่จะได้ล่อพวกมันไปทางอื่นบ้าง" ผมกล่าวขึ้นในขณะที่เอี่ยวตัวหลบกรดละลายเสื้อผ้าที่เจ้ากิ้งก่าหัว-วยตัวหนึ่งพ่นใส่
"แล้วใครจะไปัใครล่ะ ว้าย…!!"
พี่มาโดกะร้องถามและเธอก็โดนกรดละลายเสื้อจนเผยให้เห็นเนินอกอวบอั๋น
"เวรเอ๊ย!! งั้นจับคู่กันไปครับมีหกคนพอดี ปลอดภัยแล้วค่อยกลับมาเจอกันใหม่" ผมรีบกล่าวขึ้นก่อนจะคว้าข้อมือใครสักคน ในตอนนั้นผมคิดว่าน่าจะเป็นข้อมือแม่ จากนั้นก็วิ่งถือคบไฟฝ่าเจ้ากิ้งก่าหัว-วยไปในความมืดอย่างรวดเร็ว พวกเราวิ่งหนีสุดชีวิตไม่รู้ทิศเหนือทิศใต้ด้วยซ้ำ และการวิ่งไปมาบนเกาะยามค่ำคืนก็ถือว่าอันตรายมาก แต่จะอันตรายกว่าถ้าเราไม่หนี เราสองคนวิ่งมาสักพักก่อนจะหอบแฮก ลิ้นห้อยด้วยความเหน็ดเหนื่อย คิดว่าน่าจะปลอดภัยแล้วผมจึงคิดที่จะหันไปถามแม่ว่าเป็นยังไงบ้าง แต่แล้วแววตาของผมก็เบิกกว้างด้วยความตกใจอีกครั้ง เพราะคนที่ผมคิดว่าคว้าข้อมือมาคือแม่ แต่ไม่ใช่เพราะจริง ๆ แล้วคือ…!!
ตอน
นิยายแนะนำ
นิยายแนะนำ
ความคิดเห็น
COMMENT
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ เพื่อสร้างประสบการณ์นำเสนอคอนเทนต์ที่ดีให้กับท่าน รวมถึงเพื่อจัดการข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์ที่ดีบนบริการของเว็บไซต์เรา หากท่านใช้บริการเว็บไซต์นี้ต่อไปโดยไม่มีการปรับตั้งค่าใดๆ นั่นเป็นการแสดงว่าท่านอนุญาตยินยอมที่จะรับคุกกี้บนเว็บไซต์และนโยบายสิทธิส่วนบุคคลของเรา
0.00
0.00









userA???
???? ??? ? ???? ?? ??