เรื่อง วิถีกระบี่บรรลุเทพ : ตำนานยอดเซียนแห่งหอศาสตรา
บที่ 28 หอคอยสยบมาร วันหนึ่งจะกำจัดปีศาจปราบมาร (รีไรต์)
หลิ่วเยียนผิงเมื่อได้ยินคำพูดของเมิ่งฝานก็กล่าวขึ้นทันทีว่า "เรื่องนั้นไม่ใช่ปัญหา ข้าสามารถสนับสนุนเจ้าได้"
เมื่อเมิ่งฝานได้ยินเช่นนี้ สิ่งแรกี่เขารู้สึกไม่ใช่ความตื่นเต้นหรือดีใจแต่กลับเป็นความระแวดระวัง
ในใต้หล้าไม่มีสิ่งใดได้มาโดยไร้ข้อแลกเปลี่ยน
การี่หลิ่วเยียนผิงยอมช่วยเหลือเขาถึงเพียงนี้ย่อมต้องมีจุดประสงค์แอบแฝงเป็นแน่
ดังนั้นเมิ่งฝานจึงขมวดคิ้วแล้วถามว่า "เหตุใดท่านจึงช่วยข้า?"
หลิ่วเยียนผิงยิ้มแล้วตอบว่า "ข้าช่วยเจ้าย่อมต้องมีสิ่งี่ต้องการ เพราะหินวิญญาณหนึ่งร้อยก้อนไม่ใช่จำนวนน้อย ๆ"
เมิ่งฝานถามว่า "ท่านต้องการอะไร?"
หลิ่วเยียนผิงกล่าวอย่างตรงไปตรงมาว่า "ข้าต้องการให้เจ้าแบ่งปันความหยั่งรู้ี่ได้รับจากศิลาเทพกระบี่ให้แก่ข้า!"
นี่มัน...
ทำให้เมิ่งฝานรู้สึกทั้งขำทั้งระอา
เขานึกถึงสมัยเด็กี่ยอมเสียเงินเพื่อให้คนอื่นให้ลอกการบ้าน
"ท่านไม่กลัวว่าข้าจะหยั่งรู้อะไรไม่ได้เลยหรือหากหยั่งรู้ได้แล้วจะหลอกท่าน หรือปกปิดบางอย่างกับท่านหรือ?" เมิ่งฝาน กล่าวอย่างจนใจ
"ไม่กลัว!" หลิ่วเยียนผิงตอบด้วยสีหน้ามั่นใจ
"เพราะเหตุใดกัน?" แม้แต่ตัวเมิ่งฝานเองยังไม่กล้ามีความมั่นใจขนาดนั้น
เขาไม่เข้าใจว่าเหตุใดหลิ่วเยียนผิงถึงเชื่อมั่นในตัวเขาได้ถึงเพียงนี้
"เพราะเจ้าขาดหินวิญญาณหากเจ้ายังอยากได้มันจากข้าเจ้าก็หลอกข้าไม่ได้!" หลิ่วเยียนผิงกล่าว
นี่คือความมั่นใจของเด็กสาวผู้ใช้เงินเป็น-่าฝน
ี่สำคัญคือเมิ่งฝานยังรู้สึกว่าสิ่งี่นางพูดนั้นไม่มีี่ติ
ใช่แล้ว หากเขาต้องการได้รับหินวิญญาณจากนาง เขาก็ไม่อาจหลอกนางได้
ต่อให้หลอกนางก็ต้องทำให้นางได้รับประโยชน์บ้าง เพื่อให้นางรู้สึกว่าหินวิญญาณเหล่านั้นไม่ได้เสียเปล่า
หากลองคิดดูดี ๆ ความจริงนางไม่ได้เสียเปรียบอะไรเลย
เหตุผลนี้ช่างเรียบง่ายยิ่งนัก!
เมิ่งฝานเริ่มมองหลิ่วเยียนผิงเปลี่ยนไป ก่อนหน้านี้เขาคิดว่าแม่นางคนนี้เป็นเพียงคุณหนูผู้ร่ำรวยี่โง่เขลา รู้จักแต่การแจกจ่ายทรัพย์
แต่ตอนนี้ดูเหมือนว่าทุกครั้งี่นางทุ่มเงินจะไม่มีครั้งใดี่ขาดทุนเลย
"ตกลง ข้ารับปากท่าน" เมิ่งฝานกล่าวกับหลิ่วเยียนผิงโดยตรง
นี่เป็นเรื่องี่ได้ประโยชน์ทั้งสองฝ่าย เขาไม่มีเหตุผลี่จะปฏิเสธ
"ถ้าอย่างนั้นพรุ่งนี้ข้าจะรอเจ้าี่หอหยั่งรู้กระบี่แล้วข้าจะพาเจ้าไปี่วิหารเทพกระบี่" หลิ่วเยียนผิงกล่าว
"ตกลง!" เมิ่งฝานตอบรับ
หลังจากนั้นเมิ่งฝานกลับไปยังหอคอยกระบี่ซึ่งเป็นเวลาปิดทำการพอดี เขาจึงปิดประตูใหญ่ของหอคอยกระบี่ลง
"ศิษย์พี่หลัว ท่านเคยได้ยินเรื่องวิหารเทพกระบี่และศิลาเทพกระบี่หรือไม่?" หลังจากเก็บของเสร็จ เมิ่งฝานจึงเอ่ยถามศิษย์พี่หลัว
"ศิลาเทพกระบี่? หึหึ เจ้าเด็กน้อยไปได้ยินมาจากไหนกัน สิ่งนั้นมันไกลเกินเอื้อมสำหรับเจ้า ต้องใช้หินวิญญาณถึงหนึ่งร้อยก้อนเพื่อหยั่งรู้เพียงครั้งเดียว อย่าไปคิดถึงมันเลย" ศิษย์พี่หลัวกล่าวอย่างไม่ใส่ใจ
"แล้วศิษย์พี่หลัว ท่านเคยหยั่งรู้ศิลาเทพกระบี่หรือไม่?" เมิ่งฝานถามต่อ
"ไม่เคย หากข้ามีหินวิญญาณหนึ่งร้อยก้อน ข้าเอาไปทำอย่างอื่นี่ได้ผลมากกว่าการหยั่งรู้สิ่งนั้นไม่ดีกว่าหรือ? เจ้าอย่าคิดฟุ้งซ่านเลย จริงอยู่ี่บางคนหยั่งรู้จากศิลาเทพกระบี่ได้ลึกซึ้งจนถึงขั้นฝึกวิชากระบี่ี่แข็งแกร่งยิ่งยวดได้ แต่นั่นเป็นเพียงส่วนน้อยนิดดั่งขนหงส์เขามังกร ศิษย์ส่วนใหญ่ของสำนักกระบี่สู่ซาน หลังจากหยั่งรู้ศิลาเทพกระบี่แล้วกลับไม่ได้ประโยชน์อะไรเลย เสียหินวิญญาณหนึ่งร้อยก้อนไปเปล่า ๆ ต่อให้เจ้ามีหินวิญญาณหนึ่งร้อยก้อนจริง ๆ ข้าก็ไม่แนะนำให้เจ้าไปหยั่งรู้สิ่งนั้น!"
เมื่อได้ยินคำพูดของศิษย์พี่หลัว เมิ่งฝานก็เริ่มเข้าใจ
ดูท่าว่าศิลาเทพกระบี่นี้จะไม่ได้หยั่งรู้ง่ายอย่างี่คิด หลิ่วเยียนผิงยังคงอ่อนต่อโลกเกินไป
ท้ายี่สุดแล้วเป็นเพราะหินวิญญาณหนึ่งร้อยก้อน สำหรับหลิ่วเยียนผิงนั้นไม่ใช่เรื่องใหญ่นางสามารถเสียเปล่าได้
แต่สำหรับคนอย่างศิษย์พี่หลัวนั้นไม่อาจเสียเปล่าได้เลย!
เมิ่งฝานกล่าวกับศิษย์พี่หลัวว่า "พรุ่งนี้ข้าตั้งใจจะไปหยั่งรู้ศิลาเทพกระบี่โดยไม่ต้องใช้หินวิญญาณของตนเอง"
"หา?" ศิษย์พี่หลัวทำหน้ามึนงง
เมิ่งฝานกล่าวว่า "คือศิษย์พี่หลิ่วจะสนับสนุนให้ข้าไปหยั่งรู้ศิลาเทพกระบี่ข้าจึงไม่ต้องเสียหินวิญญาณเอง"
เรื่องการหยั่งรู้ศิลาเทพกระบี่นี้เขาไม่อยากปกปิดศิษย์พี่หลัว
เพราะเขาถูกกำหนดให้ต้องโดดเด่นขึ้นมาในหอคอยกระบี่อยู่แล้วปกปิดไปก็ไร้ผล
แทนี่จะปล่อยให้ศิษย์พี่หลัวต้องตกใจจนตั้งตัวไม่ติดในภายหลังสู้บอกให้เตรียมใจไว้ก่อนจะดีกว่า
อีกอย่างตนเองกับศิษย์พี่หลัวต้องใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันทุกวัน ย่อมหลีกเลี่ยงไม่ได้ี่จะแสดงความอัจฉริยะบางอย่างออกมา!
หากในอนาคตเขามีพฤติกรรมี่น่าทึ่งเกินไป ก็สามารถโยนความดีความชอบไปี่ศิลาเทพกระบี่ได้ โดยบอกว่าตนเองบรรลุจากการหยั่งรู้ศิลาเทพกระบี่
ศิษย์พี่หลัวเมื่อได้ยินดังนั้นก็มองเมิ่งฝานด้วยความอิจฉาทันที
"เกิดมาหน้าตาดีนี่มันดีจริง ๆ หากข้าหล่ออย่างเจ้าข้าคงไปเกาะขาเศรษฐินีอย่างหลิ่วเยียนผิงบ้างแล้ว"
ศิษย์พี่หลัวคิดว่าการี่หลิ่วเยียนผิงสนับสนุนเมิ่งฝานเป็นเพราะนางพึงพอใจในรูปลักษณ์และหลงใหลในใบหน้าี่หล่อเหลาของเมิ่งฝาน
ในความเป็นจริงสิ่งี่หลิ่วเยียนผิงให้ความสำคัญคือพรสวรรค์ในการหยั่งรู้ของเมิ่งฝาน!
แต่เมิ่งฝานขี้เกียจจะอธิบายเรื่องนี้ หรือจะบอกว่าตั้งใจไม่ยอมอธิบาย ปล่อยให้ศิษย์พี่หลัวเข้าใจผิดเช่นนี้ก็ดีเหมือนกัน
หากหลังจากนี้มีเรื่องี่เหลือเชื่อเกิดขึ้นอีก เขาจะได้ไม่ต้องเสียเวลาคิดหาข้ออ้าง เพราะเชื่อว่าศิษย์พี่หลัวคงจะจินตนาการไปเอง
เช่นนี้จะช่วยให้เขาสบายใจขึ้นมาก!
ตอนกลางคืน เมิ่งฝานกลับมายังห้องของตนและเริ่มฝึกฝน
ตอนนี้เขาเริ่มใช้ชีวิตอย่างฟุ่มเฟือย มือหนึ่งถือหินวิญญาณเพื่อดูดซับอีกทางก็กลืนยาจวี้ชี่หนึ่งเม็ด ผสมผสานกับต้นกำเนิดกระบี่ี่พุ่งพล่านออกมาจากบริเวณท้องน้อย
ความเร็วในการฝึกฝนนี้ต่อให้ต้องเผชิญหน้ากับผู้ี่มีรากปราณระดับสูงก็อาจจะเหนือกว่าเสียด้วยซ้ำ!
"หงฉี่ เจ้าเคยได้ยินเรื่องศิลาเทพกระบี่หรือไม่?" ในระหว่างการฝึก เมิ่งฝานได้ถามหงฉี่
"ไม่เคย" เสียงของหงฉี่ดังขึ้นในห้วงความคิดของเมิ่งฝาน
"เจ้าของคนก่อนของกระบี่หงฉี่ไม่ใช่ศิษย์ของสำนักกระบี่สู่ซาน หลังจากี่เขาดับสูญกระบี่หงฉี่ได้ถูกเก็บรวบรวมมาไว้ี่ หอคอยกระบี่ของสำนักกระบี่สู่ซาน ด้วยวาสนาี่ประจวบเหมาะ หลังจากมาถึงสู่ซานกระบี่หงฉี่ก็ไม่เคยออกจากหอคอยกระบี่เลย ความจริงแล้วเจ้าคือเจ้าของคนแรกของกระบี่หงฉี่ในสำนักกระบี่สู่ซาน!"
เมิ่งฝานพยักหน้าแสดงว่าเข้าใจ
ดูเหมือนว่าหงฉี่จะมีความรู้เกี่ยวกับสู่ซานน้อยมาก ความคิดี่จะหา 'ซากดึกดำบรรพ์ี่มีชีวิต' ของเขาจึงต้องพับเก็บไป
วันต่อมาหลังจากเช็ดกระบี่ธรรมดาเสร็จเมิ่งฝานก็มาี่หอหยั่งรู้กระบี่และได้พบกับหลิ่วเยียนผิงตามนัด
"เจ้าเตรียมจะดูคนอื่นฝึกกระบี่อยู่ี่นี่สักพัก หรือจะตรงไปี่วิหารเทพกระบี่เลย?" หลิ่วเยียนผิงรู้ว่าเมิ่งฝานมีนิสัยชอบดูคนอื่นฝึกกระบี่จึงเอ่ยถาม
เดิมทีนางไม่เข้าใจว่าเหตุใดเมิ่งฝานถึงชอบดูคนอื่นฝึกกระบี่
แต่ตั้งแต่ได้สัมผัสถึงพรสวรรค์ในการหยั่งรู้ี่น่าสะพรึงกลัวของเมิ่งฝานนางก็เข้าใจอย่างถ่องแท้
อัจฉริยะอย่างเมิ่งฝานเพียงแค่ดูคนอื่นฝึกกระบี่ก็สามารถเรียนรู้แก่นแท้บางส่วนของวิชากระบี่ผู้อื่นได้ ซึ่งเป็นเรื่องี่เหลือเชื่ออย่างยิ่ง
"ตรงไปี่วิหารเทพกระบี่เลยเถิด อย่าเสียเวลาเลย" เมิ่งฝานกล่าวกับหลิ่วเยียนผิง
พูดตามตรง เขาก็อยากรู้อยากเห็นเกี่ยวกับวิหารเทพกระบี่และศิลาเทพกระบี่เช่นกัน
เพราะนี่คือสมบัติระดับตำนานของสำนักกระบี่สู่ซาน
หลิ่วเยียนผิงพาเมิ่งฝานออกจากหอหยั่งรู้กระบี่และมุ่งหน้าไปยังวิหารเทพกระบี่
ระหว่างทางเมิ่งฝานหยุดฝีเท้าลงกะทันหัน
เพราะเขาเห็นหอคอยสูงเสียดฟ้า รอบด้านเต็มไปด้วยกลิ่นอายี่น่าสะพรึงกลัว ตัวหอคอยถูกพันธนาการด้วยโซ่เหล็กจากภายนอกและมียันต์กระดาษจำนวนนับไม่ถ้วนแปะอยู่ทั่วตัวหอคอย
ภาพี่เห็นนั้นทั้งโอ่อ่าและชวนให้ขนหัวลุกยิ่งนัก!
นี่เป็นครั้งแรกี่เมิ่งฝานมาถึงี่นี่และเป็นครั้งแรกี่ได้เห็นหอคอยสูงแห่งนี้
ก่อนหน้านี้ตอนี่เมิ่งฝานยังเป็นศิษย์สายงานจิปาถะ เขาไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะย่างกรายเข้ามาในพื้นี่แถบนี้
หลังจากได้เป็นศิษย์เฝ้ากระบี่ของหอคอยกระบี่เขาก็ยังไม่เคยมาแถวนี้
"เป็นอะไรไป?" หลิ่วเยียนผิงเห็นเมิ่งฝานหยุดเดิน จึงถามด้วยความแปลกใจ
จากนั้นนางเห็นเมิ่งฝานจ้องมองหอคอยสูงทางด้านขวา ใบหน้าของนางจึงปรากฏรอยยิ้ม
"เพิ่งเคยเห็นหอคอยสยบมารครั้งแรกหรือ?"
เมิ่งฝานหันไปมองหลิ่วเยียนผิงด้วยความตกใจ
"นี่คือหอคอยสยบมารในตำนานหรือ?"
ชื่อเสียงของหอคอยสยบมารนั้น เมิ่งฝานย่อมเคยได้ยินมาบ้าง
ว่ากันว่าหอคอยแห่งนี้กดทับเส้นทางเชื่อมต่อระหว่างแดนอสูรและแดนมนุษย์ อีกทั้งภายในหอคอยยังคุมขังเผ่าอสูรไว้มากมาย ซึ่งแต่ละตนล้วนดุร้ายและน่าสะพรึงกลัวยิ่งนัก!
หลิ่วเยียนผิงกล่าวกับเมิ่งฝานว่า "ภายในหอคอยสยบมารนั้นน่ากลัวมากแต่ภายนอกนั้นปลอดภัย ดังนั้นเจ้าไม่ต้องกังวลสิ่งใด"
นางคิดว่าเมิ่งฝานตกใจจึงเอ่ยปลอบ
เมิ่งฝานอุทานด้วยความทึ่ง "เล่ากันว่าใต้หอคอยสยบมารมีเส้นทางจากแดนอสูรมุ่งสู่แดนมนุษย์ แม้เส้นทางจะถูกผนึกไว้ แต่ก็มีพวกี่หลุดรอดปรากฏตัวขึ้นี่ฐานของหอคอยสยบมารอยู่บ่อยครั้ง และยอดฝีมือของสำนักกระบี่สู่ซานมักจะเข้าไปในหอคอยสยบมารเพื่อกำจัดพวกี่หลุดรอดเหล่านี้ เพื่อกำจัดปีศาจปราบมาร!"
หลิ่วเยียนผิงชำเลืองมองเมิ่งฝาน
"นั่นไม่ใช่แค่คำเล่าลือแต่เป็นเรื่องจริง ทว่ามีเพียงผู้ฝึกตนระดับผู้อาวุโสเท่านั้นี่มีสิทธิ์เข้าไปกำจัดปีศาจปราบมารใน หอคอยสยบมาร หากศิษย์ทั่วไปเข้าไปก็เท่ากับไปส่งตัวเองให้ความตาย!"
"ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ข้าจะมีโอกาสเช่นนั้นบ้าง" เมิ่งฝานคิดด้วยความใฝ่ฝัน
การกำจัดปีศาจปราบมาร ขี่กระบี่เหินเวหานี่คือความฝันสูงสุดของผู้ฝึกกระบี่ทุกคน
หลิ่วเยียนผิงกลอกตาพยายามระงับความรู้สึกอยากจะดุเมิ่งฝานแล้วกล่าวว่า "รอให้เจ้าได้รับความหยั่งรู้ี่เพียงพอจากศิลาเทพกระบี่ก่อน ในอนาคตอาจจะมีโอกาส"
การจะเข้าไปกำจัดมารในหอคอยสยบมารได้นั้นต้องเป็นระดับผู้อาวุโสเท่านั้น
อย่างน้อยต้องถึงขั้นหยวนเสินหรือแม้กระทั่งควบแน่นแก่นวิญญาณกระบี่ได้ จึงจะมีความสามารถนั้น!
เมิ่งฝานเป็นเพียงขั้นเลี่ยนชี่ระดับสองตัวเล็ก ๆ ยังห่างไกลนัก
แต่ด้วยพรสวรรค์ในการหยั่งรู้ี่น่ากลัวของเมิ่งฝานในอนาคตก็ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้ อีกอย่างหลิ่วเยียนผิงเองก็ค่อนข้างให้ความสำคัญกับเมิ่งฝานมาก
เมิ่งฝานมองหอคอยสยบมารเป็นครั้งสุดท้าย กดความใฝ่ฝันในใจลงแล้วกล่าวกับหลิ่วเยียนผิงว่า "ศิษย์พี่หลิ่ว ไปกันเถิด ไปี่วิหารเทพกระบี่ก่อน"
ครู่ต่อมาภายใต้การนำทางของหลิ่วเยียนผิง เมิ่งฝานก็มาถึงวิหารเทพกระบี่
แม้วิหารเทพกระบี่จะฟังดูยิ่งใหญ่อลังการ แต่ความจริงกลับเป็นวิหารี่เรียบง่ายไร้การตกแต่ง
ใจกลางวิหารมีศิลาหินขนาดมหึมาตั้งอยู่
ศิลาหินมีความสูงถึงสองจั้งจนเกือบจะชนเพดานของวิหารเทพกระบี่อยู่แล้ว
ทั้งสี่ด้านของศิลาหินเรียบเนียนยิ่งนัก ไม่มีตัวอักษรหรือลวดลายใด ๆ ดูแล้วธรรมดา
แต่บางครั้งสิ่งี่ดูธรรมดาี่สุดกลับซ่อนความลึกลับี่น่าตกใจไว้ภายใน!
ศิลาเทพกระบี่ก็เป็นเช่นนั้น
"ศิลาเทพกระบี่หนึ่งครั้งสามารถหยั่งรู้พร้อมกันได้สูงสุดสิบคน ตอนนี้มีเพียงสองคน เจ้าสามารถเข้าไปหยั่งรู้ได้ทันที" หลิ่วเยียนผิงกล่าวกับเมิ่งฝาน
แม้ศิลาเทพกระบี่จะมหัศจรรย์ แต่ค่าธรรมเนียมนั้นสูงเกินไป ย่อมเป็นไปไม่ได้ี่จะมีคนหยั่งรู้เต็มสิบคนทุกครั้ง
ความจริงอย่าว่าแต่สิบคนเลย บางช่วงเวลาแม้แต่คนเดียวก็ไม่มี
"ข้าเข้าไปคนเดียวหรือ?" เมิ่งฝานถามหลิ่วเยียนผิง
"แน่นอน หากข้าเข้าไปกับเจ้าก็ต้องเสียหินวิญญาณสองร้อยก้อน แม้ข้าจะมีหินวิญญาณสะสมอยู่บ้าง แต่หนึ่งร้อยหินวิญญาณก็ไม่ใช่สิ่งี่สามารถเสียเปล่าได้ตามใจชอบนะ!"
ในมุมมองของหลิ่วเยียนผิง การี่นางต้องเสียหินวิญญาณหนึ่งร้อยก้อนเพื่อหยั่งรู้ศิลาเทพกระบี่นั้นคือการสิ้นเปลืองอย่างแท้จริง
เพราะนางเคยหยั่งรู้ศิลาเทพกระบี่มาแล้ว แม้จะได้ประโยชน์บ้างแต่ประโยชน์เพียงน้อยนิดน่าสงสารเช่นนั้นไม่คุ้มค่ากับหินวิญญาณหนึ่งร้อยก้อนเลยจริง ๆ!!
นิยายแนะนำ
นิยายแนะนำ
ความคิดเห็น
COMMENT
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ เพื่อสร้างประสบการณ์นำเสนอคอนเทนต์ที่ดีให้กับท่าน รวมถึงเพื่อจัดการข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์ที่ดีบนบริการของเว็บไซต์เรา หากท่านใช้บริการเว็บไซต์นี้ต่อไปโดยไม่มีการปรับตั้งค่าใดๆ นั่นเป็นการแสดงว่าท่านอนุญาตยินยอมที่จะรับคุกกี้บนเว็บไซต์และนโยบายสิทธิส่วนบุคคลของเรา
0.00
0.00









userA???
???? ??? ? ???? ?? ??