เรื่อง อหิงสา
เส้นทางเิเกวียนาตาีไปึ้เรือี่ปากน้ำะาเฒ่าูเปลี่ยนาั
ฝีเท้าม้าวิ่งตามทางลูกรัง จนฝุ่นดินแดงฟุ้งกระจายตลบอบอวล
กระทั่งเข้าสู่เขตจังหวัดชัยนาท ดินแดนลุ่มแม่น้ำี่ส่วนใหญ่เป็นป่าละเมาะและนาข้าว หน้าแล้งแล้งจัด หน้าฝนน้ำท่วมทุ่ง หน้าหนาวก็หนาวจนปากสั่น ด้วยสภาพภูมิประเทศยากต่อการเิทางเช่นนี้ ทำให้กลายเป็นี่กบดานของชุมโจร
ยิ่งลึกเข้าไปทางตะวันตกแถวเนินขาม แถบป่าเขาราวเทียน ตรงนั้นชาวบ้านต่างเรียกขานกันว่า “ประตูสู่ดงเสือ” ไม่มีตำรวจหน้าไหนกล้าย่ามกรายเข้าไปสักคน
และนั่น คือจุดหมายปลายทางของเหล่าโจรลักพาตัว
ร่างของนายแพทย์หนุ่มูห่อหุ้มด้วยเสื่อกก อุ้มลงเรือี่เทียบท่ารออย่างเป็นขบวนการ คนขับเรือท่าทางทะมัดทะแมงมีผ้าขาวม้าคลุมหน้า ไม่ต่างาสารถีคุมเกวียนี่กระโดดึ้เรือมาเช่นกัน
นางนกต่อตัวดีูปล่อยทิ้งไว้ริมฝั่ง ขณะชายสองคนลงเรือไปต่อ ด้านคุณหมอหนุ่ม แมู้ยกย้ายเจอแรงกระแทกรอบข้างก็ยังคงนอนแน่นิ่ง สลบสไลสิ้นสติด้วยฤทธิ์สมุนไพรพื้นบ้าน
“เอ็งรมควันเยอะไปหน่อยไหม ดูท่าจะหลับลึกเชียว หมอหรือนายจะตายก่อนกันวะเนี่ย” คนขับเรือว่า
“ไอ้-่า พูดถึงนายอย่างนั้นได้อย่างไร พวกเอ็งให้ข้ามาเท่าไหร่ ข้าก็ใช้ไปตามนั้น” คนขับเกวียนสวน
“ฉิบหาย นั่นมันใช้ล้มควายได้เลยหนาไอ้เชียน”
สารถีขับเกวียนนามว่าเชียนย่นคิ้ว แบมือสองข้าง หน้าตาเหลอหลา
“ก็ข้าไม่รู้ เอาอย่างไรดีเล่า” เริ่มเป็นกังวลึ้มา ถ้าหมอตาย เจ้านายตนก็ไม่รอด นิ้วสากขยับห่อเสื่อยื่นนิ้วอังจมูกว่ายังมีลมหายใจอยู่หรือไม่
“เป็นอย่างไร”
“ยังไม่ตาย ลมหายใจยังมี คงแค่หลับลึก”
“คราวหน้าคราวหลังข้าจะไม่ใช้เอ็งแล้ว โง่นัก”
คนฟังถึงหงุดหงิดอยู่บ้าง แต่คิดว่าดีแล้ว เลิกใช้สิดี จะได้ไม่ต้องลำบากแบกหามเิทาง
นั่งเรือล่องไปตามแม่น้ำลำคลอง แต่การจะเข้าถึงี่กบดาน ย่อมไม่ง่ายดายเพียงนั้น ตะวันใกล้ลับขอบฟ้าเวลาโพล้เพล้ มือหนาก็แหวกดงหญ้าลากหัวเรือึ้ฝั่ง สองหนุ่มช่วยกันเอาร่างในห่อเสื่อลงนอนกับดิน
ไอ้เชียนหันมองรอบ ก่อนจะยืนเท้าเอวมองเด็กหนุ่มอายุสิบเจ็ดนอนกระดิกตีนคาบก้านดอกหญ้าเคี้ยวงุ้มงั้ม เหมือนวัวสองตัวี่กำลังไซ้หาหญ้าระบัดกินใกล้ๆ ไม่มีผิด เทียมเกวียนูปลดคานวางเอียงกะเท่เร่อยู่ี่พื้น
บัดซบเอ้ย ถ้ามีตำรวจตามหลังมาคงโดนจับเข้าซังเตกันทั้งฝูง
ผวัะ ไม่ต้องให้ถึงมือเชียน ฝีพายมือฉมังยกตีนถีบเด็กหนุ่มกลิ้งหลุน หัวซุกซุนโงเงยึ้มอง
“โธ่เว้ย ใครวะ อ้าวพี่มืด”
ฝีพายนามมืดเลิกคิ้ว “เออ ข้าเอง บอกเตรียมตัวให้พร้อม แล้วนี่อะไร คานยังไม่อยู่บนหลังควายเลยไอ้เจ็ด!”
เสียงห้าวทำเอาคนเด็กกว่าขนหัวลุก รีบลุกึ้ทำหน้าี่ตน
“เอาึ้เดี๋ยวนี้แหละจ่ะ รอเดี๋ยวเดียว”
มืดมองหน้านิ่งไม่เอ่ยอะไรอีก หันมองนายเชียนี่เอาลิ้นดุนกระพุ้งแก้ม ก่อนจะถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ ไอ้พวกี่ไว้ใจได้ก็มีแต่แบบนี้
“เอ็งถอนหายใจทำไม มองหน้าข้าแล้วทำท่าอิดหนาระอาใจ ไม่มีพวกข้า เอ็งก็ใช้ใครไม่ได้แล้วไอ้มืด”
“เอ็งหุบปาก ช่วยข้าแบกหมอึ้เกวียน”
คราวนี้ไอ้เชียนถอนใจบ้าง ใช้เป็นวัวเป็นควายเลยเว้ย
ร่างหมอว่านจึงูเคลื่อนย้ายต่อเข้าสู่ดงเสืออย่างแท้จริง ล้อเกวียนหมุนไปตามทางี่มีหญ้าึ้แซม ดูก็รู้ว่านานทีจะมีคนผ่าน กว่าจะถึงี่หมายก็หัวค่ำนั่นแหละ
????
กลิ่นสุราลอยอวลตามสายลมพัดโชยเข้าจมูก เปลือกตาบางเริ่มขยับ สติี่หายไปกับดอกลำโพงเริ่มฟื้นคืนกลับมา ภาพแรกี่ปรากฏในคลองจักษุเป็นไฟสลัวาตะเกียงเจ้าพายุซึ่งตั้งอยู่บนโต๊ะห่างออกไป
อากาศเย็นเยียบยามค่ำคืนทำให้คุณหมอหนาวเข้ากระดูก ร่างกายสั่นสะท้าน เสื้อโค้ทกันหนาวูถอดจนเหลือเพียงเชิ้ตตัวใน แม้แต่ผ้าพันคอยังูยึดไป ฟันคุณหมอกระทบกันดังกึกๆ เดิมทีก็ขี้หนาวอยู่แล้ว ยังต้องมาูขโมยผ้าผ่อนพรากความอบอุ่นไปอีก
เวรกรรมจริง
‘พวกมันต้องการอะไร’ คำถามแรกี่ผุดึ้มาในหัว กระหวัดถึงบทสนทนาก่อนสิ้นสติ
‘พาคุณหมอไปดูพ่อใหญ่’ พ่อใหญ่? โจรแน่ๆ ล่ะ ต่อให้ไม่พูด ลักพาตัวกันมาอย่างนี้จะเป็นคนดีได้อย่างไร พวกมันคงอยากให้เขารักษา ‘พ่อใหญ่’ นั่น
หมอว่านดันตัวเองลุก นั่งปรับตัวอยู่พักหนึ่งจนหายมึน ถึงเิไปหยิบตะเกียงเจ้าพายุ หมุนดูรอบกาย ลักษณะเป็นกระท่อมไผ่มุงา แคร่ตัวหนึ่งวางทื่อๆ บนผืนดิน ไร้หมอนผ้าห่ม มีโต๊ะกับเก้าอี้เล็กอยู่อีกตัว น่าจะเป็นเพียงี่พักชั่วคราว
คุณหมอแง้มหน้าต่างให้พอมองเห็นด้านนอก มีคนเฝ้ายามอยู่สองคนเิวนเวียนมือถือคบไฟ
หนีอย่างไรคงไม่พ้น อีกฝั่งชำนาญทางมากกว่า แม้หลบพ้นครานี้ ก็ไม่แน่ว่าจะหาทางกลับบ้านได้ เขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตอนนี้อยู่ี่ไหน
หนาวโว้ย มือยกลูบแขน ขนลุกชัน เอาวะ ใจดีสู้เสือหน่อย พวกมันต้องการความช่วยเหลือ คงไม่กล้าแตะเขาหรอก คิดได้อย่างนั้นก็ทำใจกล้าหน้านิ่งผลักประตูออกไปโต้งๆ เรียกสายตาเวรยาม
“คุณหมอ!”
หนึ่งในนั้นเห็นหน้าเขา ก็ทำท่าจะสาวเท้าเข้าหา เมื่อนึกึ้ได้ว่าตนเองเพิ่งทำการอุกอาจ ก็หยุดชะงักาั มือดึงผ้าขาวม้าี่พันคอหลวมๆ คลุมปิดบังใบหน้า ทว่าด้วยเสื้อผ้าขนาดตัวหากเดาไม่ผิดคงเป็นสารถีคุมเกวียน
“คุณหมอฟื้นแล้วก็ดี” ไอ้เชียนเอ่ย เว้นระยะาแพทย์หนุ่มให้พอหายใจหายคอ
“จับฉันมาทำไม”
“ก็เอามารักษาคนน่ะซี อย่าห่วงเลยคุณหมอ หายเมื่อไหร่คุณหมอก็เป็นอิสระเมื่อนั้น”
“นายรู้ไหมว่าฉันเป็นใคร”
“ทำไมจะไม่รู้ก็เป็นหมอน่ะซี”
หมอว่านถอนใจ ไอ้พวกนี้ยึดกระเป๋าเขาไปย่อมต้องค้นดูของข้างใน เว้นเสียแต่พวกมันจะอ่านหนังสือไม่ออก จึงไม่รู้ว่าเขาเป็นหมอทหาร
การหายไปของหมอว่านจะกลายเป็นเรื่องใหญ่หากกองทัพรู้ข่าว แพทย์หนุ่มหวังเปิดปากเจรจา ในเมื่อเข้าใจแล้วว่าฝั่งนั้นต้องการอะไร เขาจึงนึกวิธีให้รอดพ้นาี่นี่โดยไวึ้มา
กระนั้นยังไม่ทันได้เอื้อนเอ่ย เด็กหนุ่มท่าทางมอมแมมอายุราวสิบหกสิบเจ็ดก็วิ่งเข้ามาหน้าตาตื่น พูดจาระล่ำระลัก
“พี่เชียน นายเริ่มเพ้อแล้ว จะทำอย่างไรดี”
อุตส่าห์ปิดบังใบหน้าแทบตาย ไอ้เจ็ดดันเปิดหน้าหรา ไม่พอเรียกชื่อตนเต็มปาก คิ้วี่โผล่มาให้เห็นจึงยับยุ่งเป็นยุงตีกัน อยากด่า ทว่าเรื่องนายสำคัญกว่า
“คงต้องเป็นหน้าี่คุณหมอแล้ว เชิญ” ไอ้เชียนว่า
แพทย์หนุ่มสงวนคำต่อรองกลืนลงคอ ถ้าชีวิต ‘นาย’ ี่พวกมันกล่าวถึงไม่รอด ข้อต่อรองในหัวก็ไร้ผล
“นำฉันไปสิ แล้วเอากระเป๋ามาคืนด้วย ในนั้นมียา”
ได้ยินดังนั้น ไอ้เชียนก็หันหาหนุ่มน้อย
“เอ็งไปเอากระเป๋ามาให้คุณหมอ”
????
นิยายแนะนำ
นิยายแนะนำ
ความคิดเห็น
COMMENT
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ เพื่อสร้างประสบการณ์นำเสนอคอนเทนต์ที่ดีให้กับท่าน รวมถึงเพื่อจัดการข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์ที่ดีบนบริการของเว็บไซต์เรา หากท่านใช้บริการเว็บไซต์นี้ต่อไปโดยไม่มีการปรับตั้งค่าใดๆ นั่นเป็นการแสดงว่าท่านอนุญาตยินยอมที่จะรับคุกกี้บนเว็บไซต์และนโยบายสิทธิส่วนบุคคลของเรา
0.00
0.00









userA???
???? ??? ? ???? ?? ??