เรื่อง สองพี่น้อง กับเคสพิศวง
ตอนที่ 12 เผชิญหน้า
“อืมมมม จร่วบๆๆ อ้าาาา อึกๆๆๆ” ขวัญกำลังดูดท่อนเอ็นเมธีกลืนน้ำกามระลอกที่ 5 เข้าไปในท้อง มือเรียวสวยยังคงกำท่อนเอ็นไว้แน่น ลิ้นสวาทตวัดหัวบานถี่รั่วพยายามรีดน้ำต่อ
ตอนนี้ทั้งขวัญและเมธีอยู่ในห้องนอนของเมธีแล้ว ทั้งคู่เรือนร่างเปลือยเปล่าอยู่ในท่า 69 ช่วยกันป้อนความเสียวให้แก่กัน หากแต่ตอนนี้มีเพียงขวัญที่ป้อนความเสียวให้เมธีเท่านั้น เพราะเมธีในตอนนี้กำลังนอนหน้าซีดหายใจรวยริน ท่อนเอ็นยังคงแข็งเช่นเดิมราวกับโดนมนต์สะกด
“หนูขวัญ พอเถอะนะ” เมธีเอ่ยเสียงเหนื่อยหอบ ร่างกายหมดเรียวแรงได้แต่นอนนิ่งไม่ไหวติง
“ขวัญอยากกินอีกนี่คะ นะคะ ต่อนะคะ” ขวัญออดอ้อน มือบางรูดท่อนเอ็นแรงขึ้นลงต่อพร้อมดูดจร่วบหมดลำเข้าไปในลำคอ
“อูยยยย ไม่ไหวว หนูขวัญ...” เมธีคราง เขาอยากจะคลานหนีแต่กลับไม่มีแรง
หมอกราคะในร่างขวัญคือตัวการที่ทำให้ท่อนเอ็นเมธีแข็งตัวไม่รู้ล้ม มันต้องการเพิ่มพลังของตัวเองจนกว่าจะมีอำนาจจนแหวนที่ขวัญสวมอยู่กดพลังมันไม่ได้อีกต่อไป ซึ่งขวัญไม่รู้ในจุดนี้ ตอนนี้เธอรู้แค่ว่าเธอชอบทำอะไรแบบนี้ ทำแล้วสบายใจ
‘อุ้ยยย ขุนมา’ ขวัญชะงักเมื่อรับรู้ในใจว่าน้องชายกำลังมาึ สาวสวยถอนท่อนเอ็นออกจากปาก ก่อนจะใช้นิ้วเช็ดมุมปากเลียน้ำกามที่เปรอะเปื้อน เธอเดินเข้าห้องน้ำเพื่อชำระร่างกาย ทิ้งให้เมธีนอนแห้งบนเตียงอยู่แบบนั้น
ขุนมาึตอนบ่ายสามตามที่นัดไว้แบบพอดิบพอดี พอเขาเปิดประตูเข้าบ้านก็พบกับขวัญที่นั่งรอเขาอยู่ สาวสวยยิ้มหวานให้เขา เรียวขาสวยๆล่อตาล่อใจจนขุนอดมองไม่ได้
“อ้าวเจ๊ แล้วลุงเมธีไม่อยู่เหรอ” ขุนเอ่ยถาม มองรอบๆไม่เจอ
“อ๋อ รายนั้นบ่นง่วงนอนเลยขอไปหลับในห้องน่ะ” ขวัญบอก ก่อนจะหยิบกล่องลงอาคมของพ่อขึ้นมา เปลี่ยนไปคุยเรื่องอื่น “มาเข้าเรื่องของเราดีกว่า… พี่สืบมาแล้วนะ”
ขวัญเล่าเหตุการณ์ต่างๆที่เจอและแน่นอนว่าเธอไม่เล่าเรื่องเมธี ส่วนขุนทำการวิเคราะห์เรื่องราวดูก็เห็นตรงกับขวัญว่าต้องไล่วิญญาณที่อยู่ในร่างของลูกสาวเมธีออกไป
“งั้นเราจะใช้วิธีไหนดีครับ” ขุนถาม
“ไม่ต้องอะไรมากหรอก แค่ถอดกำไลก็พอนิ วิญญาณปิ่นก็บอกมา” ขวัญเอ่ยพลางยักไหล่
“จู่ๆเข้าไปถอดเหรอ ไม่น่าง่ายนะ” ขุนทำท่าวิเคราะห์
“ง่ายสิ เชื่อพี่” สายตาขวัญส่งยิ้มมองน้องชายแบบกรุ้มกริ่ม
ขุนขมวดคิ้ว จากนั้นก็ตาโตแล้วส่ายหน้าแรงๆ แต่ขวัญก็พยักหน้าแรงๆเช่นกัน
ปิ่นลูกสาวเมธีวัย 40 เดินเข้ามาในบ้าน เธอใส่เดรสสั้นสีแดงผ่าลึกอวดเนินนมทรงโต สายตาคู่สวยมองเข้ามาเห็นาุ่ที่ไม่เคยเห็นหน้าเห็นตานั่งอยู่ที่ห้องนั่งเล่น สาวใหญ่ยิ้มมุมปากยืนจ้องพร้อมเลียปากเล็กน้อย
“มาทำอะไรเหรอคะ แล้วเข้ามาได้ยังไง” ปิ่นเดินไปหา เธอเห็นสายตาาุ่คนนี้มองไปที่กำไลข้อมือหยกที่เธอสวมแว่บนึง ก่อนที่สายตาของหนุ่มคนนั้นจะมองไปที่เรียวขาของเธอ
“ลุงเมธีเรียกมาน่ะครับ พอดีผมสมัครงานดูแลสวนไป” หนุ่มคนนั้นบอก
“ดูแลสวนเหรอ ยังเด็กอยู่เลยนะเรา part time เหรอจ๊ะหนุ่มน้อย” ปิ่นยิ้มแล้วเดินไปนั่งใกล้ๆ ขาเรียวสวยไขว่ห้างพร้อมกับปัดผมไปทางด้านหลังอวดเนินอกอวบใหญ่
“ใช่ครับ หาเงินก่อนไปเรียนมหาลัย เห็นแบบนี้แต่ผม 18 แล้วนะครับ” าุ่ตอบ ปิ่นสังเกตเห็นสายตามองทั้งนมทั้งขาเธอ
“เหรอจ๊ะ ว่าแต่ชื่ออะไรล่ะเรา”
“ชื่อขุนครับ”
“น้องขุน พี่ชื่อปิ่นนะ งั้น.. เรามาหาอะไรทำฆ่าเวลาดีไหมหนุ่มน้อย” ปิ่นวางมือลงบนขาของาุ่ตรงหน้า เธอเอียงตัวเข้าหาแล้วกระซิบข้างหู “จะเป็นคนสวนที่นี่ ต้องเก่งเรื่องบนเตียงด้วยนะรู้มั้ย”
“เหรอครับ แต่ผมไม่ค่อยเก่งน่ะสิครับคุณปิ่น” ขุนยิ้มเล็กน้อย มือหนาเลื่อนขึ้นวางทับมือของปิ่นที่กำลังลูบไล้ต้นขาเขาอยู่ เขาตอบเสียงทุ้มต่ำ สายตาจ้องมองเนินอกอวบอิ่มที่แทบจะทะลักออกมาจากเดรส
“เรียกพี่ปิ่นก็พอหนุ่มน้อย ส่วนเรื่องความเก่ง ฝึกกับพี่แปปเดียวเก่งแน่นอน” ปิ่นบอก เธอหัวเราะในลำคอ เอียงตัวเข้าใกล้จนลมหายใจรดใบหูขุน มือเธอเลื่อนสูงขึ้นไปตามต้นขาของหนุ่มตรงหน้าอย่างยั่วยวน ป้วนเปี้ยนโฉบไปมาที่หว่างขาจนเืว่าเริ่มตุง
“เราจะทำกันตรงนี้จริงๆเหรอครับ” ขุนเอ่ยแล้วหันซ้ายขวา มือลูบไปที่เรียวขาของปิ่นจากหัวเข่าขึ้นไปที่ต้นขาอ่อน ล้วงลึกเข้าไปในกระโปรงเดรสแต่เขาไม่ได้สัมผัสเนินเสียวของปิ่นแต่อย่างใด “เราขึ้นไปทำในห้องพี่ดีไหมครับ”
“อุ้ย ได้สิจ๊ะ มาสิหนุ่มน้อย” ปิ่นจับมือขุนพาเข้าไปจนึห้อง
พอึห้องแล้ว ขุนก็ไม่รอช้า เขาจับมือปิ่นให้มาสัมผัสกับท่อนเอ็นที่กำลังแข็งตัวเต็มที่ “ดูสิครับพี่ปิ่น ว่าของผมมันแข็งขนาดไหนพอมาเจอพี่”
ปิ่นตาเป็นประกายเมื่อรับรู้ึขนาดของหนุ่มน้อยที่ไม่น้อยคนนี้ สาวใหญ่พาเขาไปที่เตียงแล้วดันาุ่ลงไปนอนแผ่ ปิ่นฉีกเสื้อขุนออกจนกระดุมหลุดออก เธอก้มลงซุกไปที่อกกว้างของขุน ลิ้นร้อนๆ ตวัดเลียไปตามผิวหนัง ก่อนจะรูดซิปกางเกงขุนลงอย่างรวดเร็ว ท่อนเอ็นขนาดใหญ่เด้งพรวดออกมา
“โอ้โห... ใหญ่เืที่คิดไว้เลยนะ” ปิ่นชม มือเรียวเล็กกำรอบท่อนเอ็นอันใหญ่ร้อนๆจากนั้นก็รูดขึ้นลงช้าๆ เธอเลื่อนตัวลงต่ำก่อนจะอ้าปากอมหัวบานเข้าไปทันทีทีเดียวหมดลำ “จร๊วบ... อืมมม~”
ขุนครางเสียวสะใจ รู้สึกดีสุดๆจนเริ่มลืมว่าเขามาทำไม มือหนึ่งจับหัวปิ่นกดลงให้อมลึกขึ้น ขณะที่อีกมือล้วงเข้าไปในเดรส คว้าเต้างามอวบใหญ่บีบคลึงอย่างมันมือ นิ้วโป้งวนที่หัวนมที่แข็งชูชันสู้มือของปิ่น เอวแอ่นกระแทกเข้าปากปิ่นไปตามอารมณ์
“อ็อคๆๆๆ!!! อื้ออออ อืมมมมม” ปิ่นปากเต็มไปด้วยแก่นกายยาวใหญ่ เธอใช้ทั้งมือรูด ใช้ทั้งปากดูดเสียงดัง ซี๊ดๆ จร่วบๆ ลั่นห้อง ลิ้นสวาทวนรอบหัวบานไม่ยอมหยุด
ทางด้านขวัญที่แอบมองอยู่จากมุมห้องพอเห็นฉากแบบนี้ก็เริ่มมีอาการเสียวขึ้นที่หว่างขา สาวสวยยืนหนีบขาแน่นแล้วเม้มปากตามองเกมกามพลางกลืนน้ำลายอย่างยากลำบาก สาวสวยสบัดหน้าเรียกสติตัวเองก่อนจะส่งสายตาบอกขุนเป็นสัญญาณให้รีบถอดกำไล
ขุนพยักหน้าช้าๆ ใบหน้าเขายังเหยเกกับรสสวาทที่ปิ่นมอบให้ เขาพลิกตัวปิ่นลงนอนบนเตียงบ้างจนสาวใหญ่หน้าคว่ำไปบนเตียง เดรสแดงถูกรูดขึ้นจนึเอว เผยให้เห็นกางเกงในลูกไม้ที่เปียกชุ่มไปด้วยน้ำเสียว เขาดึงกางเกงในทิ้งอย่างไม่ใยดี ก่อนจะจับขาแยกกว้าง แล้วก้มลงเลียร่องสาวที่ฉ่ำแฉะ เสียงสูดน้ำดังออกมา
“อ๊าาาา~ อื้ออออ... เก่งจังเลยน้องขาาา~” ปิ่นโก่งเอวรับลิ้นร้อนๆ ที่กำลังตวัดวนติ่งเสียวของเธอ มือทั้งสองข้างบีบหัวนมตัวเองเล่นแรงๆ ปากบางอ้าเลียสะใจ เอวแอ่นเข้าหาปากของาุ่ตรงหน้า
ขณะที่ปิ่นกำลังหลงใหลในความเสียว ขุนค่อยๆ เลื่อนมือขึ้นไปที่ข้อมือของเธอ เกี่ยวกำไลหยกนั้นไว้ แล้วค่อยๆ ดึงออกช้าๆ โดยที่ปิ่นไม่ทันรู้ตัวเพราะกำลังครางเสียวไม่หยุด
“อ๊ายยยย~ จะแตกแล้วว~ อย่าหยุดนะ!” ปิ่นร้องลั่น ร่างกายเกร็งกระตุก รู้สึกเืไฟฟ้าแล่นพล่านทั่วร่าง แล้วน้ำเงี่ยนพุ่งกระฉูดใส่ปากขุน “อ้าายยยย ดีที่สุดดดด~~”
“ซรู่ดดดด น้ำหวานจังครับพี่ปิ่น” ขุนเงยหน้ามองใบหน้าหวานๆของสาวใหญ่ตรงหน้า เขาเลียปากให้ปิ่นเห็น
“อ๊าาาา~ น้องขุนนน พี่ขาดใจแล้วว~” ปิ่นหอบหายใจรัว ใบหน้าแดงซ่านสะใจ ลิ้นเลียรอบริมฝีปากไปด้วย
ขุนเชิดตัวขึ้น ยิ้มมุมปาก มือยังคงจับกำไลหยกหลวมๆไม่ได้ถอดออก าุ่อยากได้า่านี้ เขาจับขาปิ่นยกขึ้นพาดบ่า ก่อนจับท่อนเอ็นที่แข็งเกร็งและเปียกชุ่มไปด้วยน้ำลายของปิ่นวางไว้ที่ปากร่อง
“พี่ปิ่นครับ ผมขอเย็ดพี่นะครับ” ขุนพูดเสียงทุ้ม กดหัวบานถูไถขึ้นลงตามร่องเสียว
“ซี๊ดดดด อู้ยยยย เ-็ดสิ เ-็ดพี่แรงๆเลย อย่าหยุดนะหนุ่มน้อย~” ปิ่นอ้อนเสียงสั่น เอวยกร่อนขึ้นลงยั่วๆพร้อมกับบีบนมตัวเอง
ขุนยิ้มให้แล้วดันสะโพกเข้าไปแบบเต็มแรง ท่อนเอ็นขนาดใหญ่มุดเข้าร่องครูดโพรงของปิ่นจนมิดลำในทีเดียว เขารู้สึกึโพรงเสียวบีบรัดตอดตุบๆรุนแรงตลอดลำตั้งแต่โคนึปลาย
“อ๊าาาาาางงงง~!” ปิ่นตาเหลือก ปากอ้ากว้าง ร่างกายเกร็งกระตุก น้ำเงี่ยนพุ่งออกมาอีกครั้งอย่างควบคุมไม่ได้ “ใหญ่ ซี๊ดดดด แน่นมากคุณน้องขาาาา”
ขุนยิ้มสะใจ เขาไม่รอช้าค่อยๆถอนแก่นกายออกครึ่งนึงจนหัวเงี่ยงครูดผนังถ้ำด้านใน เล่นเอาสาวเจ้าแอ่นเอวสูดปากสะใจ แล้วาุ่ก็กระแทกเข้าแรงๆดัง ตับ!! และอีกครั้ง และอีกครั้ง เป็นจังหวะที่เร็วขึ้นเรื่อยๆ เสียงเนื้อกระทบเนื้อดัง ปั้ก ปั้ก ปั้ก ลั่นห้อง
“อ๊ายยย~ อื้ออออ~ เย็ดเก่งจังเลยยย น้องขุนนน~” ปิ่นร้องครางไม่เป็นภาษา มือทั้งสองข้างบีบหัวนมตัวเองแรงๆ เรียวขาตวัดเกี่ยวเอวขุนแน่นๆ ขณะที่ขุนซอยไม่ยั้ง
ขุนก้มลงเลียหัวนมข้างหนึ่งแล้วดูดแรงๆ ลิ้นวนหัวนมพร้อมกระแทกเอวไม่หยุด ท่อนเอ็นถูไถจุดเสียวภายในของปิ่นอย่างต่อเนื่อง น้ำเงี่ยนของปิ่นไหลทะลักตามออกมาทุกครั้งที่ถอนเอ็นออก
ทางด้านขวัญเองก็ยืนกัดริมฝีปากแน่น มือข้างหนึ่งล้วงเข้าใต้กระโปรงสุดสั้นของตัวเอง นิ้วบีบบี้เม็ดแตดไปมาวนๆคลึงๆ น้ำเงี่ยนเธอไหลย้อยลงต้นขา เธอหอบเบาๆ แต่ยังพยายามกลั้นเสียง
ขุนพลิกตัวปิ่นอีกครั้งให้เธอนอนคว่ำแบบไม่ถอนท่อนเอ็นออก เขาจับสะโพกปิ่นให้ยกสูง ก่อนจะกระแทกจากด้านหลังต่อเนื่องไม่ให้ขาดตอน
ปั้ก! ปั้ก! ปั้ก! ปั้ก!
“จะแตกแล้วพี่ปิ่น อูยยยยย ให้ผมแตกในเลยนะครับ!” ขุนคราง
“แตกในเลยยน้องจ๋าาา~ พี่ฝังยาคุมไว้ อยากได้น้ำน้องขุนที่สุดเลยยย~ อ๊าาาา~!” ปิ่นโก่งสะโพกรับสุดแรง รู้สึกแน่น คับ แล้วก็ลึกทุกครั้งที่ร่องเสียวถูกท่อนเอ็นยาวใหญ่กดจนมิดด้าม
ขุนจับเอวปิ่นแน่นๆกระแทกถี่ๆอีกหลายสิบครั้งก่อนจะกดมิดลำค้างไว้ ใบหน้าของเขาเชิดขึ้น ท่อนเอ็นกระตุกแรงๆ ก่อนจะพ่นน้ำกามข้นๆร้อนๆ พุ่งฉีดใส่มดลูกปิ่นอย่างสะใจ
“อ๊ายยยยย~ ร้อนนน~” ปิ่นตัวสั่นเทิ้มน้ำแตกตามไปอีกรอบแบบติดๆ น้ำเงี่ยนทั้งคู่ไหลผสมกันทะลักออกมา เธอรู้สึกได้เลยว่าน้ำกามของขุนเข้ามาในร่องเยอะมาก
ขณะที่ปิ่นกำลังเสียวค้างอยู่กับความเสียวสุดขีด ขุนจึงคว้าโอกาสนั้น ดึงกำไลหยกออกจากข้อมือปิ่นอย่างรวดเร็วแล้วโยนไปให้ขวัญที่แอบอยู่
ขวัญรีบละมือออกจากร่องแล้วรับกำไลไว้แน่น น้ำเสียวจากมือของเธอเปรอะเปื้อนไปทั้งกำไลหยก สายตาเธอยังคงมองภาพตรงหน้าไม่กะพริบ ขวัญมองท่อนเอ็นของขุนที่ยังฝังลึกในตัวปิ่นพลางคิดไปไกล
ทันใดนั้น... ร่างของปิ่นก็กระตุกเกร็งรุนแรงอีกครั้ง แต่ดูเืจะไม่ใช่การกระตุกึจุดสุดยอดเืก่อนหน้านี้ ขุนรับรู้ได้จึงรีบถอนท่อนเอ็นออกแล้วใส่กางเกงให้เข้าที่ ไม่นานนักดวงตาที่มองขุนด้วยกามตัณหา เริ่มกลับมาสว่างใสอีกครั้ง
“ห๊ะ... นี่... ฉัน...?” ปิ่นพูดเสียงสั่น มองรอบตัวด้วยความงุนงง ร่างกายยังเปลือยเปล่า
“ยินดีต้อนรับกลับมาครับ คุณปิ่น” ขุนยิ้มบางๆ พยายามยืนรักษาระยะ
“นี่เธอ… นี่ฉัน” ปิ่นสลีมสลือ ก่อนจะหลับไปทั้งแบบนั้น
ขวัญเดินออกมาจากมุมซ่อนตัว มือเธอยังถือกำไลไว้แน่น
“เห็นอะไรไหมครับ” ขุนหันไปถาม
“เห็นสิ วิญญาณของคุณปิ่นตัวจริงกลับเข้าร่างไปแล้ว” ขวัญเอ่ยก่อนจะยกกำไลหยกขึ้นมาดู รู้สึกได้ึมนต์ดำจากของสิ่งนี้ “ว่าแต่แกเหอะ ได้ทีเอาใหญ่เลยนะ”
“ก็มันแบบว่าอยากปลดปล่อยนี่ครับ”
“แล้วอยู่บ้านทำไมไม่ปลดปล่อยกับฉันแบบนี้บ้างล่ะ” ขวัญเลิกคิ้วยั่วๆ เดินเข้าหามือคล้องเอว
“งานเสร็จแล้วนะเจ๊ กลับบ้านดีกว่า” ขุนหน้าแดงรีบหลบตาก่อนจะเดินออกจากห้องไปยืนหน้าประตู “เออใช่… ขุนมีนัดกับพี่แจนอีก ไว้ค่ำๆกลับบ้านนะ”
“ได้สิ ร้ายนะเรา” ขวัญยิ้มให้ มองขุนรีบกุลีกุจอออกไป
ทันใดนั้นร่างของปิ่นก็สั่นระริกแล้วกระตุกรุนแรง ขวัญหันขวับมองทันที แล้วร่างกายขวัญจู่ๆก็รู้สึกึอำนาจบางอย่าง หมอกราคะในร่างคงกำลังแสดงฤทธิ์เดช ทีแรกขวัญคิดว่าแหวนของพ่อจะช่วยได้ แต่น้ำกามที่เธอกินจากเมธีไปหลายระลอกยังคงค้างคาอยู่ในท้องอัดแน่น อำนาจมนต์ดำของหมอกราคะถูกเร่งด้วยกามตัณหาจากน้ำกามส่วนนั้น มันทำให้สาวสวยเสียวปรี๊ดที่ร่องหลืบจนร่างบางนั่งลงคุกเข่าลงไปที่พื้น
“โอ้ยยยย เสียววว” ขวัญร้องออกมา สายตามองไปทางปิ่นเห็นควันสีดำสนิทค่อยๆออกมาจากร่องหลืบของปิ่นเืกับแจนไม่มีผิด
‘กำไลนั่น’ ขวัญแม้จะเสียวซ่านแต่ยังมีสติ เธอรีบเก็บกำไลเข้ากล่องอาคมของพ่อ ทีแรกเธอคิดว่ามันจะหยุด แต่มันกลับไม่เป็นเช่นนั้น
หมอกราคะในร่างปิ่นยังคงคืบคลานออกมา ขวัญมองด้วยความกลัว เธอรีบคลานหนี เรียวขาสั่นระริกจากความเสียวที่เพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว สาวสวยพอออกจากห้องนอนปิ่นก็รีบปิดประตูเผื่อจะกั้นได้ แต่มันไม่เป็นเช่นนั้น
ควันสีดำสนิทค่อยๆ แทรกตัวออกจากร่องหลืบของปิ่น สีของมันดำขลับ ควันนั้นหมุนวนช้าๆ หลังจากมันออกมาจากร่างของปิ่นได้ มันก็ตรงไปหาขวัญที่คลานบนพื้น มันพุ่งผ่านประตูออกมาแม้จะปิดอยู่
“ไม่นะ!” ขวัญร้องลั่น เธอเห็นหมอกราคะของปิ่นพุ่งมาหา คงหมายมั่นมาหาเธอ
ไวเท่าความคิด ขวัญยกกล่องลงอาคมขึ้นในตำแหน่งที่หมอกราคะพุ่งมาหา และด้วยอำนาจมนตราขั้นสูงของหมอคง หมอกราคะจึงไม่มีทางหนี มันถูกดูดลงกล่องสีดำที่ลงอักขระเข้าไปจนหมดราวกับลงหม้อแบบสมัยก่อน เสียงดังกังหวานแหลมสูงดังออกมาก่อนจะเงียบลงไป ทิ้งให้ขวัญนอนหมดแรงบนพื้นอยู่ตรงนั้น
“แฮ่กๆๆ” ขวัญหายใจหอบ ความเสียวหายไปหมดแล้วและกลิ่นมนต์ดำในบ้านก็หายไปเช่นเดียวกัน
สามวันผ่านไป
ขวัญนั่งที่โต๊ะประจำในห้องของเธอกำลังศึกษาหมอกราคะที่เพิ่งจับมาได้ แววตาคู่สวยจดบันทึกพร้อมกับมองไปยังโหลแก้วลงยันต์ที่อยู่บนโต๊ะ ภายในโหลแก้วนี้มีควันสีดำมืดลอนหมุนวนอยู่ราวกับกำลังจะหาทางออกมา สาวสวยหยิบกำไลหยกขึ้นมามอง พลางลูบไปที่สร้อยไข่มุกของตัวเองที่ใส่อยู่แต่ก็เืเช่นเคย เธอไม่สามารถสัมผัสสร้อยไข่มุกที่สวมอยู่ได้ ทั้งขุนและพ่อของเธอยังไม่รู้เรื่องนี้ ไม่รู้ว่าหมอกราคะต้องการสื่อนำ เนื่องจากขวัญยังไม่ได้บอก
‘ที่หมอกมันพุ่งลงกล่องก็เพราะกำไลอยู่ในกล่องนั่น’ ขวัญคิด ‘และที่หมอกอยู่ในร่างเราก็เพราะเรามีสร้อยเส้นนี้อยู่’
ขวัญคิดแต่แทนที่จะเสียใจ เธอกลับยิ้มเล็กน้อยพอใจ แหวนแก้ที่พ่อเธอให้ทำให้เธออยู่ร่วมกับหมอกราคะได้ และได้ความสวยมาด้วย ขวัญยกมือขึ้นมองแหวนตัวเอง เห็นเจ้าหมอกราคะในโหลแก้วเืบิดตัวขดราวกับกลัวอำนาจของแหวนวงนี้
‘ถ้าทฤษฏีถูกต้อง กำไลอันนี้ถ้าฉันใส่ ฉันก็จะถอดเองไม่ได้’ ขวัญหยิบกำไลขึ้นมา ในใจเริ่มคิดอยากทดลอง สายตาคู่สวยมองไปทางหมอกราคะในโหลแว่บนึง ‘ไอ้ตัวนี้อยู่ในโหลคงไม่เป็นไรมั้ง’
ขวัญสวมกำไลลงไปที่ข้อมือซ้าย พอสวมเข้าไปแล้ว หมอกราคะในโหลก็เริ่มหมุนวนอย่างรวดเร็วราวกับว่ากำลังพยายามออกมาหาเธอ แต่มันก็ไม่สามารถทำได้ ขวัญยิ้มเยาะเล็กน้อย เธอยกกำลังเข้าไปใกล้ๆเจ้าหมอกแบบท้าทาย การหมุนวนเร็วขึ้นจนขวดโหลสั่นหน่อยๆ ขวัญยิ้มมุมปาก ก่อนจะลองถอดกำไลออก แต่พอจะจับ กำไลกลับหายไปทั้งๆที่เธอรู้สึกว่ามันยังอยู่ที่ข้อมือแท้ๆ
“นั่นไงว่าแล้ว” ขวัญทุบโต๊ะดีใจที่เพิ่งค้นพบอะไรแบบนี้
นิยายแนะนำ
นิยายแนะนำ
ความคิดเห็น
COMMENT
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ เพื่อสร้างประสบการณ์นำเสนอคอนเทนต์ที่ดีให้กับท่าน รวมถึงเพื่อจัดการข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์ที่ดีบนบริการของเว็บไซต์เรา หากท่านใช้บริการเว็บไซต์นี้ต่อไปโดยไม่มีการปรับตั้งค่าใดๆ นั่นเป็นการแสดงว่าท่านอนุญาตยินยอมที่จะรับคุกกี้บนเว็บไซต์และนโยบายสิทธิส่วนบุคคลของเรา
0.00
0.00









userA???
???? ??? ? ???? ?? ??