เรื่อง สอนเธอ....เสียว! NC++
ตอนที่ 52: ล้างบางหอคอยโลหิต
เสียงกระจกบานหน้าต่างใหญ่ระเบิดดังสนั่นลั่นห้องพักฟื้นพิเศษ เศษกระจกนับพันชิ้นแหลกละเอียดปลิวว่อนดุจหิมะแก้วคมกริบปลิวสะท้อนแสงนีออนสลัว กลุ่มเงาดำในชุดทหารรับจ้างทมิฬและหน้ากากอสุรกายสีแดงชาดปีนป่ายทะลวงผ่านหน้าต่างและพังทลายบานประตูหนาด้านข้างบุกฝ่าพังเข้ามาอย่างบ้าคลั่ง พวกมันคือกลุ่มนักฆ่ายอดฝีมือระดับทหารรับจ้างมืออาชีพสังกัดกลุ่มมาเฟียลับ "หอคอยโลหิต" ปากกระบอกปืนกลเบาในมือของพวกมันสบสายตาเล็งเป้ากราดกระสุนเข้าใส่ทุกคนในห้องโดยไม่สนใจว่าใครเป็นใคร
"ปังๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ!!!..."
เสียงปืนสงครามแผดคำรามก้องห้องพักฟื้น ประตูและเฟอร์นิเจอร์ไม้หรูในห้องโดนกระสุนเจาะฉีกขาดพังยับเยิน ทว่าผมก้าวขยับพริบตาขึ้นไปยืนกางกั้นเบื้องหน้าเตียงคนไข้ของผู้เฒ่าถังเซียน โอบบังร่างของถังลู่เหยาและจางเสวี่ยฉีไว้เบื้องหลังอย่างมั่นคงดุจกำแพงหินผาสวรรค์ที่ไม่มีวันทลาย
ผมเปิดใช้ทักษะลมปราณสะกด "พลังกายศิลาเหล็กกล้าขั้นสูง" ทันควัน กระแสลมปราณสีทองหนาแน่นแผ่พุ่งปกคลุมเคลือบผิวกายและเสื้อสูททักซิโด้ของผมสว่างเรืองรอง
"เคร้ง! เคร้ง! เคร้ง! เคร้ง! เคร้ง!..."
กระสุนหัวเหล็กกล้าความเร็วสูงนับร้อยนัดปะทะเข้ากับหน้าอกและแผ่นหลังแกร่งของผมพลันสะท้อนเด้งกระเด็นหลุดร่วงหล่นลงกองเกลื่อนกลาดบนพื้นห้องปาน-่าฝนตกลงบนหินผาเหล็กกล้า โดยไม่อาจสร้างบาดแผลหรือสร้างรอยขีดข่วนให้ผิวหนังของผมได้เลยแม้แต่ตารางมิลลิเมตรเดียว!
"บ้าน่า!... ร่างกายมันทำจากอะไรวะ! ปืนกลยิงระเบิดเข้าใส่ยังสะท้อนเด้งออกหมดเลย!" นักฆ่าหน้ากากแดงคนแรกเบิกตากว้างช็อคตะลึงตัวสั่นงันงกแทบทำปืนหลุดมือลนลานถอยหลังสุดขีด
ผมแสยะยิ้มเหี้ยมเกรียมแววตาสีทองส่องแสงคมปลาบดุจพญามังกรเพิ่งตื่นจากการหลับใหล ขยับเท้าเคลื่อนที่ก้าวพริบตาพุ่งเข้าประชิดตัวกลุ่มนักฆ่าเจ็ดคนแรกในวินาทีเดียวโดยไม่มีเสียงฝีเท้า
"อั่ก!..." ผมยื่นฝ่ามือซ้ายออกไปคว้าคอหอยของนักฆ่าคนแรกยกขึ้นสูงสะบัดฟาดเหวี่ยงร่างของมันกระแทกกำแพงปูนห้องจนปูนแตกราวและกระดูกคอหักสะบั้นสิ้นใจตายคาที่ สองมือแกร่งขยับเหวี่ยงขัดกระดูกข้อมือและแขนของนักฆ่าคนที่สอง สาม และสี่ เสียงกระดูกแตกหักดังสนั่นชวนเสียวสะท้าน "กร๊อบ! กร๊อบ! กร๊อบ!..." เสียงกรีดร้องด้วยความทรมานแสนสาหัสดังระงม
ผมสลับตัวเตะกวาดเตะตัดสะโพกเหวี่ยงบอดี้การ์ดอีกสามคนลอยพุ่งทะลุหน้าต่างกระจกที่ร้าวพังตกร่วงลงสู่เบื้องล่างคฤหาสน์สามชั้น กระแทกพื้นสลบเหมือดจมกองเลือดสิ้นชื่อนักฆ่าระดับพระกาฬอย่างง่ายดายภายในเวลาไม่ถึงนาทีครึ่ง
"รอดพ้นความตายไปก่อนเถอะลู่เหยา... เสวี่ยฉี ประคองปู่คุณไว้ที่ปลอดภัยตรงนี้ ผมจะลงไปล้างบางล้างตระกูลสุนัขพวกนี้ที่ลานสนามหญ้าด้านล่างเอง!" ผมเอ่ยสั่งการน้ำเสียงเรียบเย็นชาสะกดจิตวิญญาณ
"รับทราบค่ะนายท่าน! โปรดรักษาร่างกายด้วยนะค้านายท่าน..." จางเสวี่ยฉีและถังลู่เหยาโค้งกายรับคำสั่งส่งสายตาเทิดทูนบูชาผมขีดสุด
ผมก้าวทอดน่องทอดสายตามองลงจากระเบียงสามชั้นลงไปยังลานสนามหญ้ากว้างขวางด้านล่างคฤหาสน์ตระกูลถัง ที่บัดนี้มีกลุ่มนักฆ่าจากหอคอยโลหิตกว่าสามสิบคนถืออาวุธสงครามครบมือกระจายกำลังล้อมกรอบตัวตึกคฤหาสน์ไว้แน่นหนา ผมขยับทิ้งตัวดิ่งตัวร่วงลงจากความสูงสามชั้นพริ้วกายลงสู่พื้นสนามหญ้าอย่างสง่างามไร้แรงกระแทกเสียงเบาดุจขนนก
ตรงกลางลานสนามหญ้า ชายหนุ่มรูปร่างผอมสูงแววตาโหดเหี้ยมดุร้ายในชุดกิโมโนญี่ปุ่นสีดำขลับขยับก้าวเดินปั้นหน้าอวดดีก้าวเท้าออกมาหาผม มันคือ "หลิวซาน" หัวหน้าสาขานักฆ่าหอคอยโลหิตประจำมหานครเซี่ยงไฮ้ ยอดฝีมือพลังปราณโบราณระดับสองในมือของมันกระชับดาบมีดสั้นโลหิตเคลือบพิษสีดำคล้ำส่งกลิ่นคาวโชย
"แกคือไอ้สวะเย่เฉินจากปักกิ่งที่ชุบชีวิตตาแก่นั่นขึ้นมางั้นเหรอ? หึ... คิดว่ามีวิชาคงกระพันขั้นต่ำแล้วจะทนคมดาบพิษผ่ากระดูกของสำนักอัคคีสวรรค์ฉันได้งั้นเหรอวะ! คืนนี้แกต้องตายกลายเป็นศพเฝ้าสวนที่เซี่ยงไฮ้แน่!" หลิวซานแสยะยิ้มคำรามเสียงดังตวาดขู่
ผมยืนกอดอกก้มมองดูมันช้าๆ แววตาสีทองเฉยเมยราบเรียบ: "ฝีมือขยะๆ ของแก... ยังไม่คู่ควรให้ผมลงมือใช้เข็มทองคำสวรรค์ด้วยซ้ำ เข้ามาสิครับ จะได้รีบส่งพวกแกไปนรกพร้อมกัน"
"ตายซะเถอะมึง! ดาบโลหิตคร่าวิญญาณ!" หลิวซานตวาดลั่นพุ่งตัวรวดเร็วดุจสายลมเงาดำวูบวาบ คมมีดโลหิตฟันสับฉีกอากาศเข้าใส่ลำคอของผมพริบตาหมายบั่นหัวกระชากวิญญาณ
ทว่าในสายตาของผมที่พัฒนาพลังระบบเลเวล 4 ความเร็วของมันช่างอืดอาดช้าปานหอยทากคลาน ผมเพียงเบี่ยงตัวหลบเบาๆ คมมีดฟันพลาดเป้าปะทะอากาศ ผมยื่นนิ้วชี้และนิ้วกลางขวาคีบจับคมดาบเหล็กกล้าที่ชุบพิษทมิฬของมันไว้แน่นได้อย่างแม่นยำดุจคีมเหล็กสลักสวรรค์
"เปรี๊ยะ!... เพล้ง!..."
ผมออกแรงบีบปลายนิ้วเบาๆ คมดาบโลหิตที่ทำจากเหล็กไหลผสมพลังลมปราณพินาศสลายแตกกระจายละเอียดคาปลายนิ้วมือของผมทันควัน! หลิวซานถึงกับเบิกตากว้างตะลึงช็อคอ้าปากค้างหัวใจแทบหยุดเต้นด้วยความหวาดกลัวขีดสุดที่อาวุธปราบมารของมันแตกสลายด้วยปลายนิ้วมือเปล่า
"แก!... แกก้าวข้ามสู่ขอบเขตยอดฝีมือปราณโบราณขั้นสูงแล้วงั้นเหรอ! อั่ก..."
ยังไม่ทันจะพูดจบ ผมขยับปล่อยหมัดขวาตรงกระแทกเข้าใส่แผ่นอกหน้าอกของหลิวซานรุนแรงปานค้อนศึกยักษ์ทลวงทลายกำแพงเหล็ก แรงอัดบดลมปราณบดขยี้กระดูกซี่โครงพังแตกละเอียดทะลวงขยี้ปอดและตัดหัวใจของมันสะบั้นลงในวินาที ร่างของหลิวซานลอยละลิ่วกระเด็นไปไกลกว่าสิบเมตรกระแทกต้นไม้ใหญ่หักโค่น พ่นเลือดสดคำโตหมดลมหายใจตายคาที่ตาค้างไม่ยินยอมพร้อมใจ
พวกสมุนนักฆ่าหอคอยโลหิตที่เหลืออีกสามสิบคนเห็นหัวหน้าระดับแนวหน้าโดนผมต่อยตายคาที่ในหมัดเดียวต่างพากันแหกปากร้องโวยวายขวัญหนีดีฝ่อทิ้งอาวุธปืนวิญญาณปลิวหนีกระจัดกระจายกระเจิงไปทั่วคฤหาสน์อย่างโกลาหลไร้กระบวนท่าต่อสู้
ในเวลานั้นเอง จางเสวี่ยฉีและพวกการ์ดเสื้อดำสมาคมที่ก้าวลงมาสมทบหิ้วร่างเปียกปอนฉี่สั่นเทาของ "หวังเทียนเต๋อ" ผู้นำตระกูลหวังโยนทรุดลงแทบเท้าของผมด้วยแววตาสมเพชยิ่ง
"นายท่านคะ... ไอ้สารเลวนี่กำลังจะลอบปีนกำแพงหลบหนีไปค่ะ ข้าน้อยเลยหิ้วตัวมันมากราบรับบัญชาโทษจากนายท่านค่ะ" เสวี่ยฉีรายงานนอบน้อม
ผมก้มมองหวังเทียนเต๋อที่นอนตัวสั่นฟันกระทบกันด้วยความกลัวตกใจขีดสุดชั่วชีวิต มันกราบไหว้หัวโขกหญ้าวิงวอนร้องขอชีวิต: "คุณเย่เฉิน!... ได้โปรดไว้ชีวิตผมด้วยครับ! ผมโดนบังคับ... ตระกูลหวังเป็นแค่หมากเบี้ยทางผ่าน... เบื้องหลังของพวกเราคือ ปรมาจารย์เวทย์ของ 'สำนักอัคคีสวรรค์' ที่กบดานอยู่ที่บ่อน้ำพุร้อนชานเมืองเซี่ยงไฮ้... มันส่งยาพิษมาเพื่อบีบยึดตระกูลถัง... อึก... ฮึก..."
"สำนักอัคคีสวรรค์งั้นเหรอ? ปรมาจารย์นั่นชื่ออะไรและมีแผนการอะไรต่อครับ?" ผมถามน้ำเสียงทุ้มเหี้ยมเกรียมเหยียบหัวไหล่มันแน่น
"มัน... มันชื่อ... อ๊ากกก!!!..." หวังเทียนเต๋อกรีดร้องโหยหวนเสียงดังยาวอย่างทรมานแสนสาหัสแววตาเบิกกว้างตัวสั่นระริก ทันใดนั้น บนแผ่นอกผิวหนังและคอของมันกลับปรากฏเส้นใยสีดำไหม้เกรียมควันโขมงและเปลวไฟสีดำปริศนาพวยพุ่งทะลักออกมาจากทวารทั้งห้า เผาทำลายเนื้อตัวและลมปราณภายในของมันอย่างรวดเร็วจนเกิดเสียงดังครืนในร่างกายมนุษย์
[ระบบ: แจ้งเตือน! - ตรวจพบร่องรอยคาถาอาคม 'ยันต์อัคคีสลักวิญญาณ' (Soul-engraved Fire Talisman) ทำงานสะกดปิดปากเงียบเป้าหมายทำลายวิญญาณทันทีเมื่อเอ่ยชื่อความลับ...]
พริบตาเดียว ร่างของหวังเทียนเต๋อกลายเป็นขี้เถ้าดำลุกไหม้เกรียมเป็นจุนร่วงหล่นกองเกลื่อนคาพื้นสนามหญ้าต่อหน้าสายตาตื่นตระลึงของคนทั้งคฤหาสน์ทิ้งไว้เพียงกลิ่นควันพิษไหม้จางๆ และความเงียบสะกดโลกในราตรีกาลนี้!
ความเงียบงันปกคลุมไปทั่วลานคฤหาสน์กว้าง บรรดาญาติสายรองและบอดี้การ์ดตระกูลถังที่หลบอยู่ตามพุ่มไม้และเสาหินต่างพากันเบิกตากว้างอ้าปากค้าง หลายคนเข่าอ่อนทรุดลงกับพื้นหญ้าด้วยความกลัวลนลาน ภาพการลุกไหม้จากภายในของมนุษย์จนกลายเป็นเถ้าถ่านในไม่กี่วินาทีนั้นน่าสยดสยองเหนือธรรมชาติเกินกว่าที่คนธรรมดาจะจินตนาการได้
ผมก้าวเดินเข้าไปใกล้กองขี้เถ้าสีดำที่ยังคงส่งกลิ่นกำมะถันไหม้เกรียม ก้มตัวลงเล็กน้อยพลางสแกนวิเคราะห์เศษฝุ่นควันเหล่านั้นช้าๆ ด้วยระบบจำลองเทพ
[ระบบ: ดำเนินการวิเคราะห์พลังงานตกค้าง...]
[ระบบ: ระบุชนิดพลังงาน - พลังปราณอัคคีทมิฬดับสูญ ระดับลมปราณโบราณขั้นปฐพีเลเวล 6 แหล่งกำเนิดคาถาอยู่ห่างออกไปประมาณสิบห้ากิโลเมตรทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของเซี่ยงไฮ้...]
[ระบบ: คำเตือนความปลอดภัย - ผู้ร่ายมนต์ดำนี้มีพลังฝึกตนที่แข็งแกร่งและเชี่ยวชาญการใช้ยันต์คำสาปสังหารระยะไกล หากพบเจอ ขอแนะนำให้ใช้ปราณคุ้มกันทองคำผสมปราณสวรรค์ในการปะทะโดยตรงเพื่อป้องกันการแทรกซึมผ่านม่านเนื้อผิว...]
ผมเหยียดรอยยิ้มหยัน แววตาสว่างคมปลาบดุจพญามังกร: "ระดับปฐพีเลเวล 6 งั้นเหรอ? หึ... ก็นึกว่าจะแน่แค่ไหน ที่แท้ก็แค่พวกนักพรตสายมารที่ชอบแอบซ่อนตัวอยู่ในเงามืดคอยเล่นงานเหยื่อด้วยวิชาชั้นต่ำเท่านั้นแหละ"
ในตอนนั้นเอง ผู้เฒ่าถังเซียนที่ได้รับการประคองจากถังลู่เหยาและจางเสวี่ยฉี เดินตรงเข้ามาหาผมด้วยใบหน้าที่ยังคงซีดขาวปนความวิตกกังวลอย่างเห็นได้ชัด ชายชราจ้องมองกองเถ้าถ่านของคู่อริตลอดกาลอย่างหวังเทียนเต๋อด้วยความรู้สึกหลากหลาย ก่อนจะหันมามองผมด้วยความเคารพยำเกรงลึกซึ้ง
"ท่านอุปถัมภ์เย่เฉิน..." ผู้เฒ่าถังกล่าวเสียงสั่นเครือเล็กน้อยพลางประสานมือคารวะนอบน้อม "วิชาคำสาปยันต์สะกดวิญญาณของสำนักอัคคีสวรรค์นั้นลือชื่อเรื่องความโหดเหี้ยมรุนแรงที่สุดในยุทธภพใต้ดินตระกูลใหญ่ทางใต้ พวกมันไม่เคยปรานีคนทรยศหรือใครก็ตามที่คิดเผยความลับ... การที่หวังเทียนเต๋อโดนเผาทั้งเป็นแบบนี้ แสดงว่าพวกมันกำลังเฝ้าสังเกตการณ์พวกเราอยู่ตลอดเวลา และรู้ว่าตระกูลหวังพ่ายแพ้ราบคาบแล้วครับ!"
"คุณเย่เฉินคะ... หลิงเอ๋อร์น้องสาวของฉันกำลังเดินทางกลับมาจากสนามบินเซี่ยงไฮ้เพื่อมาดูอาการของคุณปู่ ฉันเกรงว่าระหว่างทางเธออาจจะโดนคนของสำนักอัคคีสวรรค์หรือพวกหอคอยโลหิตที่เหลือดักซุ่มโจมตีเล่นงานเอานะคะ!" ถังลู่เหยากล่าวด้วยน้ำเสียงเป็นห่วงสุดขีดพลางเขย่าแขนเสื้อสูทของผมเพื่อขอความช่วยเหลือ แววตาคู่สวยเต็มไปด้วยความหวาดหวั่นกลัวภัยร้ายจะเกิดกับน้องสาวเพียงคนเดียว
ผมเอื้อมมือโอบเอวบางของลู่เหยามากระชับแนบกาย สูบกลิ่นกายหอมละมุนของเธอเพื่อปลอบประโลมจิตใจเอ่ยเสียงทุ้มกังวานหนักแน่น: "ไม่ต้องห่วงครับลู่เหยา ตราบใดที่มีผมเย่เฉินคนนี้ยืนหยัดอยู่ตรงนี้... ต่อให้เป็นเจ้าสำนักอัคคีสวรรค์หรือเทวดาหน้าไหนจากสวรรค์ ก็ไม่มีใครสามารถแตะต้องเส้นผมของคนรักและคนในตระกูลของผมได้แม้แต่ปลายก้อย! เสวี่ยฉี สั่งการคนของเราให้ออกไปต้อนรับและเฝ้าระวังความปลอดภัยของคุณหนูรองหลิงเอ๋อร์ตลอดเส้นทางทันทีครับ!"
"รับทราบและปฏิบัติตามคำสั่งของนายท่านอย่างเคร่งครัดร้อยเปอร์เซ็นต์ค่ะ!" จางเสวี่ยฉีคุกเข่ารับคำบัญชา แววตาของเลขาสาวเปล่งประกายจงรักภักดีสูงสุดก่อนจะรีบแยกตัวออกไปสั่งการเครือข่ายบอดี้การ์ดสมาคมมังกรสวรรค์อย่างรวดเร็วปราดเปรียว
ผมเงยหน้ามองฟ้ากว้างใหญ่ที่เริ่มมีแสงสว่างรำไรของวันใหม่สลัว แผนการยึดครองสิทธิ์อำนาจการค้าใต้ดินและสยบยุทธภพเซี่ยงไฮ้ของผมกำลังเริ่มต้นขึ้นอย่างยิ่งใหญ่และไม่มีวันหยุดยั้งได้อีกต่อไปแล้ว!
นิยายแนะนำ
นิยายแนะนำ
ความคิดเห็น
COMMENT
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ เพื่อสร้างประสบการณ์นำเสนอคอนเทนต์ที่ดีให้กับท่าน รวมถึงเพื่อจัดการข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์ที่ดีบนบริการของเว็บไซต์เรา หากท่านใช้บริการเว็บไซต์นี้ต่อไปโดยไม่มีการปรับตั้งค่าใดๆ นั่นเป็นการแสดงว่าท่านอนุญาตยินยอมที่จะรับคุกกี้บนเว็บไซต์และนโยบายสิทธิส่วนบุคคลของเรา
0.00
0.00









userA???
???? ??? ? ???? ?? ??