เรื่อง สืบ...สวาท!! NC++
บทที่ 120: เล่ห์กลราชินีม่ายอิซาเบลลา
ท่ามกลางเสียงแชมเปญและประกายเพชรพันล้าน สายตาคมกริบของราชินีม่ายจับจ้องมาที่ผมดั่งแม่เสือสาวที่กำลังหิวกระหาย
วิลล่าหรูนาม 'วิลล่า เดล มอนเต' (Villa Del Monte) สถาปัตยกรรมสไตล์นีโอคลาสสิกผสมกลิ่นอายเมดิเตอร์เรเนียนอันโอ่อ่าตระการตา ตั้งตระหง่านอยู่บนชะง่อนผาหินแกรนิตสูงชันกว่าหนึ่งร้อยเมตรเหนือท้องทะเลอ่าวไทย ณ ปลายแหลมทิศตะวันตกเฉียงใต้ของเกาะพะงัน ลมทะเลพัดกรรโชกหวีดหวิวผ่านแมกไม้หนาทึบ หอบเอาไอความเค็มของละอองคลื่นปะปนกับกลิ่นหอมหวานของดอกกล้วยไม้ป่าและดอกลิลลี่สีขาวบริสุทธิ์ที่ปลูกประดับไว้รอบระเบียงหินอ่อน เบื้องล่างคือผืนน้ำทะเลลึกสีดำขลับที่กำลังซัดสาดกระทบโขดหินมหึมาแตกกระจายเป็นฟองคลื่นสีขาวสะท้อนแสงจันทร์สลัว ขณะที่บนท้องฟ้าไกลโพ้น ขอบเมฆฝนดำทะมึนกำลังก่อตัวหนาทึบ ส่งสัญญาณเตือนถึงพายุโซนร้อนลูกใหญ่ที่พร้อมจะโถมกระหน่ำเข้าใส่ชายฝั่งในค่ำคืนนี้
ทว่าภายในห้องแกรนด์บอลรูมของคฤหาสน์ริมผาแห่งนี้ บรรยากาศกลับอบอวลไปด้วยความหรูหราฟุ่มเฟือยอันเป็นเอกสิทธิ์เฉพาะของเหล่ามหาเศรษฐีระดับโลก แชนเดอเลียร์คริสตัลโบฮีเมียสั่งทำพิเศษขนาดมหึมาห้อยระย้าลงมาจากเพดานโดมสูง สาดประกายแสงสีทองนวลตาตกกระทบพื้นหินอ่อนคาร์ราราขัดมันวาวดุจกระจกเงา เสียงดนตรีคลาสสิกจากวงควอร์เตตเครื่องสายที่กำลังบรรเลงท่วงทำนองอันแผ่วเบานุ่มนวล เคล้าคลอไปกับเสียงสนทนาพึมพำและเสียงกระทบของแก้วแชมเปญคริสตัลแท้ที่มีบริกรในชุดทักซิโด้สีขาวคอยเสิร์ฟแชมเปญชั้นยอด ดอม เปรีญง ปี 1996 อย่างไม่ขาดสาย
แขกเหรื่อกว่าหนึ่งร้อยชีวิตที่ได้รับเชิญมาร่วมงานในค่ำคืนนี้ ล้วนเป็นบุคคลระดับอิลีตของโลก ทั้งทายาทตระกูลขุนนางเก่าแก่จากยุโรป อภิมหาเศรษฐีเจ้าของบ่อน้ำมันในตะวันออกกลาง นักการเมืองระดับรัฐมนตรี และนักสะสมโบราณวัตถุระดับแถวหน้า บุรุษทุกคนสวมชุดทักซิโด้สีดำขลับประณีต ขณะที่สตรีผู้สูงศักดิ์ต่างประชันความงามด้วยชุดราตรียาวผ้าไหมและอัญมณีล้ำค่ามูลค่านับพันล้านที่ส่องแสงวับวาวแข่งกับแสงไฟ
ผมยืนนิ่งอยู่ข้างเสาหินอ่อนสลักลายโรมัน มือขวาถือแก้วแชมเปญทรงสูงก้านเรียว กวาดสายตาคมกริบประเมินสถานการณ์รอบตัวด้วยความเยือกเย็น ค่ำคืนนี้ผมสวมชุดทักซิโด้ทูซีโดสีดำสนิทสั่งตัดพิเศษจากช่างฝีมือแห่งถนนซาวิลโรว์ (Savile Row) ประเทศอังกฤษ เสื้อสูทเข้ารูปขับเน้นช่วงไหล่กว้างกำยำ แผ่นอกผึ่งผาย และทรวดทรงเอวสอบเพรียวของพญาเสือสีกากีได้อย่างสง่างามไร้ที่ติ บุคลิกอันสุขุม ทรงอำนาจ และแฝงความลึกลับน่าค้นหา ทำให้ผมกลมกลืนไปกับบรรยากาศของชนชั้นสูงได้อย่างแนบเนียนในฐานะ 'ลอร์ดนนทภัทร' มหาเศรษฐีหนุ่มนักลงทุนข้ามชาติและผู้แทนพิเศษจากราชสำนักแห่งคาร์ลสไตน์
ข้างกายผมคือ 'บารอนเนสโซเฟีย' (Baroness Sophia von Karstein) หัวหน้าราชองครักษ์หญิงคนสนิทของเจ้าหญิงอลิสราแห่งราชอาณาจักรคาร์ลสไตน์ ในค่ำคืนนี้ โซเฟียงดงามสง่าจนสะกดทุกสายตาของบุรุษทั่วทั้งห้องโถง เธอสวมชุดราตรียาวผ้าไหมซาตินสีมิดไนท์บลูแนบเนื้อ รัดตึงเน้นสัดส่วนโค้งเว้าอันทรงพลังของนักรบสาว ทรวดทรงอกอิ่มตั้งชันสมบูรณ์แบบ เอวคอดกิ่ว และบั้นท้ายกลมกลึงผายแน่น ทุกย่างก้าวของเธอเปี่ยมด้วยความมั่นใจและท่วงท่าของชนชั้นสูง ทว่าสิ่งที่ดึงดูดสายตาอย่างที่สุดคือรอยผ่าข้างของกระโปรงราตรีที่แหวกสูงเกือบถึงสะโพก เผยให้เห็นเรียวขายาวระหงขาวเนียนดุจหินอ่อนสลักที่โผล่พ้นรอยแยกผ้าไหมทุกครั้งที่เธอก้าวเดิน
ทว่าภายใต้ความงดงามชวนฝันนั้น ที่ต้นขาขาวเนียนข้างขวาของโซเฟียมีซองหนังยุทธวิธีรัดแนบเนื้อ ซ่อนปืนพกกล็อก 26 คัสตอมพิเศษขนาด 9 มม. ไว้อย่างมิดชิด พร้อมด้วยมีดสั้นเซรามิกสังหารรูปทรงเพรียวบางที่เหน็บซ่อนอยู่ใต้รอยพับของชุดราตรี ใบหน้าลูกครึ่งยุโรปสวยคม นัยน์ตาสีฟ้าครามกระจ่างดุจน้ำแข็งขั้วโลกของเธอกวาดมองประเมินภัยคุกคามรอบทิศทางอย่างมืออาชีพ แม้ริมฝีปากอิ่มสีกลีบกุหลาบจะแย้มยิ้มตามมารยาทสังคม ทว่ากล้ามเนื้อทุกมัดในร่างกายของเธอกลับตื่นตัวพร้อมระเบิดพลังสังหารได้ในเสี้ยววินาที
"ระบบสแกนความร้อนภายนอกตรวจพบความเคลื่อนไหวทางทะเลผิดปกติค่ะท่านผู้การ" เสียงกระซิบหวานใสแต่แฝงความจริงจังของโซเฟียดังก้องผ่านหูฟังไมโครไร้สายขนาดเท่าเมล็ดข้าวโพดที่ซ่อนอยู่ในช่องหูของผม เธอยกแก้วแชมเปญขึ้นแตะริมฝีปากเพื่ออำพรางการขยับปาก "เรือลาดตระเวนติดอาวุธไร้สัญชาติสองลำกำลังลอยลำทอดสมออยู่นอกเขตแนวปะการัง ห่างจากหน้าผานี้ไปราวสามไมล์ทะเล รหัสความถี่วิทยุตรงกับกลุ่มทหารรับจ้างอินทรีดำ (Black Eagle) ของดยุกดิมิทรีค่ะ"
"รับทราบแล้วบารอนเนส" ผมตอบกลับผ่านไมโครโฟนติดผิวหนังที่ลำคอด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาแทบไม่ขยับริมฝีปาก "ดิมิทรีเพิ่งใช้เรือดำน้ำขนาดเล็กหนีรอดไปได้จากสมรภูมิเกาะสมุยเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อน มันไม่มีทางยอมทิ้งกล่องถอดรหัสดาวเทียมโพรมีธีอุสไปง่ายๆ แน่ การที่มันมุ่งหน้ามายังวิลล่าริมผาแห่งนี้ ยืนยันว่าคลังอัญมณีและห้องนิรภัยใต้ดินของมาดามอิซาเบลลาคือจุดนัดพบสำคัญ"
"สัญญาณจากพี่นลินและคุณหนูรดาบนเรือนเรศวรวารีส่งข้อมูลเพิ่มเติมเข้ามาแล้วค่ะพี่นนท์" เสียงของเคท จารชนสาวมือพระกาฬดังแทรกเข้ามาในระบบสื่อสาร "รดาใช้ดาวเทียมทหารสแกนตรวจจับความถี่เฉพาะตัวของกล่องถอดรหัส พบว่ามีสัญญาณดิจิทัลสะท้อนออกมาจากชั้นใต้ดินลึกใต้หน้าผาของวิลล่านี้จริงๆ แต่ถูกป้องกันด้วยระบบรหัสคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าหนาแน่นมาก มาดามอิซาเบลลาคือผู้ถือกุญแจรหัสเข้าสู่ห้องนิรภัยนั้นเพียงคนเดียวค่ะ"
"เข้าใจแล้ว เคท เฝ้าระวังทางหนีทีไล่รอบเกาะไว้ให้พร้อม" ผมสั่งการสั้นๆ ก่อนจะตัดการสื่อสารเมื่อสายตาของผมสังเกตเห็นความเคลื่อนไหวบนเวทียกพื้นใจกลางห้องบอลรูม
เสียงปรบมืออันเกรียวกราวของเหล่าแขกเหรื่อดังขึ้น พร้อมกับที่แสงสปอตไลต์นุ่มนวลถูกฉายส่องไปยังบันไดหินอ่อนวนที่ทอดลงมาจากชั้นลอย
หญิงสาวร่างระหงก้าวเดินลงมาอย่างเชื่องช้า สง่างาม และเปี่ยมไปด้วยพลังอำนาจที่สะกดทุกสายตาให้หยุดนิ่ง
เธอคือ 'มาดามอิซาเบลลา' เจ้าของคฤหาสน์และราชินีม่ายมหาเศรษฐีผู้ครอบครองทรัพย์สินนับหมื่นล้าน หญิงสาววัยสามสิบต้นๆ ลูกครึ่งอิตาลี-ไทย ผิวพรรณของเธอขาวผ่องอมชมพูเนียนละเอียดดั่งน้ำนมบริสุทธิ์ ใบหน้ารูปไข่สวยเฉี่ยวคมคาย นัยน์ตาสีอำพันเป็นประกายวาววับดั่งดวงตาของแม่เสือดาว ริมฝีปากอิ่มทรงกระจับเคลือบลิปสติกสีไวน์แดงเบอร์กันดีเข้ม ขับเน้นเสน่ห์อันเย้ายวนและลึกลับน่าค้นหา เส้นผมดกดำขลับดั่งกำมะหยี่ถูกเกล้ามวยสูง เผยให้เห็นลำคอยาวระหงและลาดไหล่เนียนเปลือยเปล่าที่สะท้อนแสงไฟระยิบระยับ
เรือนร่างของอิซาเบลลาคือผลงานชิ้นเอกที่ธรรมชาติสรรค์สร้างขึ้นมาเพื่อทรมานหัวใจของบุรุษเพศ เธอสวมชุดราตรีผ้าไหมกำมะหยี่สีแดงเบอร์กันดีแนบสนิทไปกับส่วนเว้าส่วนโค้ง คอเสื้อคว้านลึกเป็นรูปตัววีลึกถึงร่องอก อวดเนินอกอวบอิ่มขาวผ่องขนาดมหึมาที่เบียดชิดกันจนล้นทะลัก ทรวดทรงนาฬิกาทรายสะโพกผายแน่นตึงขยับส่ายไหวตามจังหวะก้าวเดินอย่างเป็นธรรมชาติ ทุกการเยื้องกรายของเธอแผ่ซ่านกลิ่นอายฟีโรโมนแห่งความเป็นสตรีเพศที่ร้อนแรง กลิ่นน้ำหอมกุหลาบดำดามัสก์อันเข้มข้นลอยอบอวลไปทั่วบริเวณ กระตุ้นสัญชาตญาณดิบในกายของชายทุกคนให้ตื่นตัว
ทว่าในสายตาสีอำพันคู่นั้น แม้จะเปี่ยมด้วยรอยยิ้มหวานหยดย้อยที่โปรยปรายให้แก่แขกเหรื่อ แต่ผมกลับมองเห็นประกายแห่งความหวาดระแวง ความตึงเครียด และความโดดเดี่ยวที่ซุกซ่อนอยู่ใต้หน้ากากอันสมบูรณ์แบบ
และในวินาทีที่อิซาเบลลาก้าวลงมาถึงขั้นบันไดสุดท้าย สายตาคมกริบของเธอก็กวาดมองผ่านฝูงชน จนกระทั่งมาหยุดนิ่งอยู่ที่ใบหน้าของผม
สายตาสองคู่ประสานกันกลางอากาศราวกับเกิดประกายไฟแลบวาบ แววตาของราชินีม่ายวาวโรจน์ขึ้นทันที เธอจับจ้องมองผมตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า ประเมินช่วงไหล่กว้าง แววตาดุดันทรงอำนาจ และเสน่ห์ดิบเถื่อนที่ซ่อนอยู่ใต้ชุดทักซิโด้หรูหราอย่างไม่ปิดบัง ริมฝีปากอิ่มของเธอยกยิ้มมุมปากอย่างมีเลศนัย เป็นรอยยิ้มของนักล่าสาวที่กำลังกระหายและสนใจเหยื่อชั้นเลิศที่ก้าวเข้ามาในอาณาเขตของตน
ผมไม่หลบสายตา แต่กลับสบตากับเธอตรงๆ พร้อมกับยกแก้วแชมเปญขึ้นเล็กน้อยเป็นเชิงทักทาย รอยยิ้มทรงเสน่ห์และเยือกเย็นของผมทำให้อิซาเบลลาชะงักไปชั่วครู่ ลมหายใจของเธอสะดุดเบาๆ ก่อนที่เธอจะยอมรับการทักทายนั้นด้วยการพยักหน้ารับอย่างนุ่มนวล
"ยินดีต้อนรับท่านสุภาพบุรุษและสุภาพสตรีทุกท่าน สู่ค่ำคืนแห่งมนต์ตราและสมบัติล้ำค่า ณ วิลล่า เดล มอนเต" เสียงหวานใสแต่กังวานทรงพลังของอิซาเบลลาดังก้องผ่านไมโครโฟน "ค่ำคืนนี้ วัตถุโบราณและอัญมณีล้ำค่าที่สะสมมายาวนานหลายชั่วอายุคนจะถูกนำออกมาประมูล เพื่อส่งต่อให้แก่ผู้ที่คู่ควรอย่างแท้จริง ขอให้ทุกท่านเพลิดเพลินไปกับความงดงามและเสน่ห์ของมันค่ะ"
การประมูลเริ่มต้นขึ้นอย่างดุเดือด วัตถุโบราณชิ้นแรกๆ เป็นเครื่องทองคำโบราณจากอาณาจักรขอมและภาพวาดลายเส้นของศิลปินยุโรปชื่อดัง ซึ่งถูกประมูลไปด้วยราคาหลายสิบล้านบาทอย่างรวดเร็ว
จนกระทั่งมาถึงไฮไลท์ชิ้นสำคัญของการประมูลในค่ำคืนนี้
"และบัดนี้ ถึงเวลาของสมบัติล้ำค่าชิ้นประวัติศาสตร์" ผู้ดำเนินรายการประกาศด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น ม่านกำมะหยี่สีน้ำเงินเข้มบนแท่นประมูลถูกเปิดออก เผยให้เห็นแท่นกระจกกันกระสุนที่ส่องสปอตไลต์สว่างจ้า "นี่คือ 'เข็มกลัดเพชรดำ เพลิงนิลแห่งแอตแลนติก' (The Black Flame of Atlantic) อัญมณีเพชรสีดำธรรมชาติเจียระไนทรงหยดน้ำขนาดมหึมา 88 กะรัต ล้อมรอบด้วยเพชรขาวน้ำงามเกรดไร้ตำหนิอีกกว่าสามร้อยเม็ด สมบัติประจำตระกูลขุนนางเวนิสโบราณที่หายสาบสูญไปนานนับศตวรรษ ราคาเริ่มต้นที่... ห้าร้อยล้านบาทครับ!"
เสียงฮือฮาดังระงมไปทั่วห้องโถง มหาเศรษฐีหลายคนเริ่มยกป้ายประมูลขึ้นสู้ราคากันอย่างดุเดือด ตัวเลขขยับพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็วเป็นหกร้อยล้าน เจ็ดร้อยล้าน จนกระทั่งมีเสียงหนึ่งดังขึ้นจากโซนวีไอพีด้านหน้า
"แปดร้อยล้านบาท!" ชายร่างท้วมชาวรัสเซียสวมสูทสีเทา ซึ่งผมจำได้ทันทีว่าเป็น 'ดิมิทรี โคซลอฟ' นายหน้าค้าอาวุธเถื่อนลูกสมุนคนสนิทของดยุกดิมิทรี ยกป้ายขึ้นเสนอราคาด้วยสีหน้าหยิ่งผยอง
ทั้งห้องโถงเงียบกริบ ไม่มีใครกล้าสู้ราคาที่พุ่งทะลุเพดานขนาดนี้
ผมเหลือบมองมาดามอิซาเบลลาที่ยืนอยู่ตรงมุมเวที สังเกตเห็นว่ามือของเธอกำแน่นจนข้อนิ้วขาวซีด ริมฝีปากสั่นระริก สายตาของเธอที่มองไปยังนายหน้าชาวรัสเซียเต็มไปด้วยความเคียดแค้นและความหวาดกลัวอย่างเห็นได้ชัด เธอกำลังจะสูญเสียสมบัติชิ้นสำคัญให้แก่คนของดิมิทรีที่ใช้เงินบาปมาฟอกในงานประมูลนี้
ผมตัดสินใจในเสี้ยววินาที ยกป้ายประมูลในมือขึ้นอย่างมั่นคง
"หนึ่งพันล้านบาทครับ"
เสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจและเยือกเย็นของผมดังก้องกังวานไปทั่วห้องโถงใหญ่ ดุจเสียงสายฟ้าที่ฟาดลงมากลางวงสนทนา
ผู้คนทั้งงานหันขวับมามองผมเป็นตาเดียวด้วยความตกตะลึง แม้แต่ผู้ดำเนินรายการยังอ้าปากค้าง ส่วนนายหน้าค้าอาวุธชาวรัสเซียหันมาจ้องผมด้วยแววตาอาฆาตแค้น ทว่าเมื่อสบเข้ากับดวงตาคมกริบดั่งพญาเหยี่ยวของผม รังสีอำมหิตที่แผ่ออกมาจากร่างของผมก็ทำให้มันต้องผงะถอยหลังและไม่กล้าสู้ราคาต่อ
"หนึ่งพันล้านบาท ครั้งที่หนึ่ง... ครั้งที่สอง... ครั้งที่สาม... ขายให้แก่ลอร์ดนนทภัทรครับ!"
เสียงค้อนเคาะลงบนแท่นไม้ดังกึกก้อง ท่ามกลางเสียงปรบมือชื่นชมที่ดังกระหึ่มไปทั่วห้องบอลรูม
สายตาของมาดามอิซาเบลลาจับจ้องมาที่ผมด้วยความตกตะลึงระคนซาบซึ้ง ประกายในดวงตาสีอำพันของเธอสั่นระริกด้วยความรู้สึกที่ท่วมท้น เธอส่งยิ้มหวานหยดย้อยที่แฝงไปด้วยความโล่งอกและความปรารถนาอันลึกซึ้งมาให้ผมอย่างเปิดเผย
เพียงไม่กี่นาทีหลังจากการประมูลสิ้นสุดลง บัตเลอร์ส่วนตัวสูงวัยในชุดสูททักซิโด้สีดำก็เดินตรงเข้ามาโค้งคำนับผมและโซเฟียอย่างนอบน้อม
"ท่านลอร์ดนนทภัทรและบารอนเนสโซเฟียครับ... มาดามอิซาเบลลาขอเรียนเชิญทั้งสองท่านไปยังห้อง 'เดอะ คลิฟฟ์ เลานจ์' (The Cliff Lounge) เพื่อลงนามในเอกสารส่งมอบกรรมสิทธิ์และดื่มแชมเปญฉลองเป็นการส่วนตัวครับ"
"นำทางไปได้เลย" ผมตอบรับด้วยรอยยิ้มสุขุม
โซเฟียก้าวเดินเคียงข้างผม ส้นสูงสีดำของเธอกระทบพื้นหินอ่อนเป็นจังหวะหนักแน่นมั่นคง มือเรียวแตะที่สะโพกใกล้กับรอยผ่าของกระโปรงตลอดเวลาในท่าเตรียมพร้อมรบ "ระวังตัวด้วยนะคะท่านผู้การ มาดามคนนี้มีอะไรบางอย่างที่ผิดปกติ กลิ่นอายของเธอเต็มไปด้วยความตึงเครียดและเล่ห์กล"
"ไม่ต้องห่วงบารอนเนส" ผมกระซิบตอบเบาๆ "แม่เสือสาวตัวนี้อาจจะมีเขี้ยวเล็บ แต่เธอคือทางผ่านเดียวที่จะนำเราไปสู่กล่องถอดรหัสดาวเทียมและกระชากหน้ากากของดิมิทรี"
บัตเลอร์พาเราเดินผ่านโถงทางเดินยาวปูพรมเปอร์เซียสีแดงก่ำ สองข้างทางประดับด้วยรูปปั้นหินอ่อนโบราณ จนกระทั่งมาถึงประตูกระจกบานใหญ่ที่เปิดออกสู่ 'เดอะ คลิฟฟ์ เลานจ์' ห้องรับรองพิเศษที่สร้างยื่นออกไปเหนือหน้าผาสูงชัน ผนังสามด้านเป็นกระจกนิรภัยบานยักษ์แบบพาโนรามา เผยให้เห็นทัศนียภาพของทะเลอ่าวไทยยามค่ำคืนที่มืดมิด เกลียวคลื่นยักษ์สีดำซัดสาดกระทบชะง่อนหินเบื้องล่างจนเกิดละอองฟองสีขาวฟุ้งกระจาย ลมพายุพัดกระพือใส่กระจกจนเกิดเสียงหวีดหวิวเบาๆ
ภายในห้องตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์หนังแท้สีเบจสไตล์โมเดิร์นคลาสสิก แสงไฟวอร์มไวท์สีส้มทองสลัวช่วยสร้างบรรยากาศที่อบอุ่น อบอวลไปด้วยกลิ่นหอมเย้ายวนของน้ำหอมกุหลาบดามัสก์ผสมผสานกับกลิ่นซิการ์คิวบาชั้นดีและกลิ่นไม้โอ๊กจากถังบ่มวิสกี้
มาดามอิซาเบลลากำลังยืนหันหลังให้เราอยู่ริมระเบียงกระจก มือเรียวข้างหนึ่งถือแก้วคริสตัลบรรจุวิสกี้สีอำพัน แผ่นหลังเนียนขาวผ่องเปลือยเปล่าจนถึงร่องสะโพกสะท้อนกับแสงไฟสลัว รูปร่างนาฬิกาทรายของเธอเมื่อมองจากด้านหลังยิ่งขับเน้นความเย้ายวนของบั้นท้ายกลมกลึงที่แน่นตึงจนแทบจะปริแตกภายใต้ผ้ากำมะหยี่สีแดงเบอร์กันดี
เมื่อได้ยินเสียงฝีเท้าของเรา เธอค่อยๆ หันกลับมาอย่างเชื่องช้า ริมฝีปากอิ่มสีไวน์แดงคลี่ยิ้มหวานหยดย้อยที่ทำให้หัวใจของบุรุษทุกคนต้องเต้นผิดจังหวะ
"ยินดีต้อนรับสู่พื้นที่ส่วนตัวของฉันค่ะ... ลอร์ดนนทภัทร และท่านบารอนเนสโซเฟีย" น้ำเสียงของเธอแหบพร่าทว่าหวานล้ำและเปี่ยมด้วยมนต์เสน่ห์สะกดใจ เธอผายมือเชิญไปยังชุดโซฟาหนังตัวยาว "เชิญนั่งก่อนสิคะ ฉันเตรียมวิสกี้มอลต์ชั้นเลิศอายุสามสิบปีจากที่ราบสูงสก็อตแลนด์ไว้ต้อนรับผู้ชนะการประมูลผู้ใจกล้าโดยเฉพาะ"
"เป็นเกียรติอย่างยิ่งครับมาดาม" ผมกล่าวอย่างสุภาพพลางก้าวเข้าไปนั่งลงบนโซฟาหนังตัวใหญ่ ขณะที่โซเฟียเลือกที่จะยืนคุมเชิงอยู่ด้านหลังเยื้องไปทางมุมประตูห้อง สายตาสีฟ้าครามของราชองครักษ์สาวกวาดมองสำรวจจุดอับสายตาและทางเข้าออกอย่างไม่ประมาท
อิซาเบลลาถือแก้ววิสกี้เดินนวยนาดเข้ามาใกล้ ท่วงท่าการเยื้องกรายของเธอแฝงไว้ด้วยความจงใจที่จะอวดทรวดทรงอันเร่าร้อน เธอไม่ยอมนั่งลงบนเก้าอี้เดี่ยวฝั่งตรงข้าม แต่กลับเลือกที่จะทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟาหนังตัวเดียวกับผม ในระยะห่างเพียงแค่คืบเดียว!
กลิ่นหอมของดอกกุหลาบดามัสก์และไออุ่นจากเรือนร่างอันอวบอิ่มลอยเข้าปะทะจมูกของผมทันที ชายกระโปรงกำมะหยี่ของเธอเลิกสูงขึ้นเล็กน้อย เผยให้เห็นท่อนขาขาวผ่องเนียนละเอียดดั่งแพรไหม ต้นขาอวบอัดแน่นตึงเบียดชิดกับขากางเกงทักซิโด้ของผม เนินอกอวบอิ่มขาวสว่างที่โผล่พ้นคอเสื้อคว้านลึกกระเพื่อมไหวตามจังหวะลมหายใจที่ถี่กระชั้น ยอดปทุมถันคัดตึงดันเนื้อผ้าจนนูนเด่นเป็นตุ่มไตเล็กๆ ชัดเจน
เธอเอื้อมมือเรียวที่สวมแหวนทับทิมล้อมเพชรเม็ดโตมารินวิสกี้ลงในแก้วคริสตัลของผม ปลายนิ้วเนียนนุ่มของเธอแกล้งสัมผัสเข้ากับหลังมือของผมอย่างแผ่วเบา สัมผัสนั้นอบอุ่นและนุ่มนวลดุจขนนก แต่กลับแฝงประกายไฟฟ้าสถิตที่ปลุกเร้าอารมณ์ดิบในกายให้พลุ่งพล่าน
"ฉันต้องขอขอบคุณท่านลอร์ดจากใจจริงนะคะ" อิซาเบลลากระซิบด้วยน้ำเสียงกระเส่า ดวงตาสีอำพันคมกริบช้อนมองผมอย่างเย้ายวน เธอโน้มตัวเข้ามาใกล้จนปลายจมูกโด่งรั้นเกือบจะแตะเข้ากับแก้มของผม ลมหายใจอุ่นร้อนเจือกลิ่นวิสกี้หวานหอมเป่ารดข้างหู "ถ้าคุณไม่ยกป้ายตัดหน้าไอ้สารเลวดิมิทรี โคซลอฟไปในวินาทีสุดท้าย... เข็มกลัดเพชรดำประจำตระกูลของฉันคงต้องตกไปอยู่ในมือของพวกปีศาจกลุ่มนั้นแน่ๆ"
"หน้าที่ในการปกป้องสมบัติล้ำค่า... ย่อมเป็นของสุภาพบุรุษที่มองเห็นคุณค่าที่แท้จริงของมันครับ" ผมตอบกลับด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ นัยน์ตาของผมจับจ้องลึกเข้าไปในดวงตาสีอำพันของเธออย่างไม่เกรงกลัว มือซ้ายของผมยกขึ้นวางพาดบนพนักพิงโซฟาด้านหลังร่างของเธออย่างแนบเนียน เป็นท่วงท่าที่แสดงถึงความเป็นเจ้าเข้าเจ้าของและคุมเกมเหนือกว่า "โดยเฉพาะเมื่อสมบัติชิ้นนั้น... มีเจ้าของที่งดงามและเย้ายวนใจเกินกว่าจะปล่อยให้ใครมารังแกได้"
คำพูดและสายตาที่เปี่ยมด้วยเสน่ห์อันทรงอำนาจของผมทำให้อิซาเบลลาถึงกับสะท้านไปทั้งร่าง แก้มเนียนของเธอแดงระเรื่อขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด ลมหายใจของเธอเริ่มติดขัด ทรวงอกอวบอิ่มสะท้อนขึ้นลงรวดเร็วขึ้น ความตึงเครียดทางเพศ (Sexual Tension) ภายในห้องพุ่งสูงขึ้นจนอากาศรอบตัวแทบจะลุกเป็นไฟ
มาดามม่ายสาวพราวเสน่ห์ที่เคยชินกับการปั่นหัวบุรุษทั่วโลก บัดนี้กลับรู้สึกว่าตัวเองกำลังกลายเป็นฝ่ายถูกสะกดจิตและหลงใหลในตัวตนของชายหนุ่มตรงหน้าอย่างถอนตัวไม่ขึ้น เธอกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก มือเรียวสั่นระริกขณะที่เอื้อมไปแตะที่ปกคอเสื้อทักซิโด้ของผม ลูบไล้ผ่านแผงอกแกร่งที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามแน่นตึงอย่างเผลอไผล
"คุณช่าง... อันตรายเหลือเกินค่ะลอร์ดนนทภัทร" เธอพึมพำเสียงพร่า แววตาฉ่ำหวานหยาดเยิ้มด้วยความปรารถนา "แววตาของคุณไม่ได้เหมือนนักลงทุนทั่วไปเลยสักนิด... มันเหมือนสายตาของพญาเสือร้ายที่พร้อมจะขย้ำเหยื่อให้แหลกคามือ... แต่ทำไมนะ หัวใจของฉันถึงได้เต้นแรงขนาดนี้..."
"เพราะคุณรู้ดีว่าผมไม่ได้มาที่นี่เพียงแค่เพื่อประมูลเพชร" ผมลดเสียงลงจนกลายเป็นเสียงกระซิบที่เยือกเย็นและเฉียบคม นัยน์ตาของผมเปลี่ยนเป็นประกายเพชฌฆาตที่แทงทะลุหน้ากากของเธอ "และคุณก็รู้ดีว่าทำไมคนของ 'ดยุกดิมิทรี' ถึงต้องการเพชรชิ้นนี้และต้องการเข้าถึงห้องนิรภัยใต้ดินของคุณ... ใช่ไหม มาดามอิซาเบลลา?"
ชื่อของ 'ดยุกดิมิทรี' ที่หลุดออกมาจากปากของผม เปรียบเสมือนน้ำแข็งเย็นจัดที่สาดเข้าใส่ใบหน้าของอิซาเบลลาอย่างจัง!
ร่างระหงของราชินีม่ายสะดุ้งสุดตัว มือที่กำลังลูบไล้อกเสื้อของผมชะงักค้าง ใบหน้าสวยเฉี่ยวที่เคยเปี่ยมด้วยเสน่ห์เย้ายวนพลันซีดเผือดจนไร้สีเลือด ดวงตาสีอำพันเบิกกว้างด้วยความตระหนกตกใจอย่างรุนแรง เธอผงะถอยหลังโดยสัญชาตญาณ ทว่าแผ่นหลังของเธอกลับชนเข้ากับท่อนแขนแกร่งของผมที่โอบกักขังเธอไว้บนพนักโซฟา
"คุณ... คุณเป็นใครกันแน่?!" อิซาเบลลากระซิบถามด้วยเสียงสั่นเครือ ความหวาดกลัวเข้ามาแทนที่ความใคร่ในพริบตา "คุณรู้เรื่องดิมิทรีได้ยังไง?!"
โซเฟียที่ยืนคุมเชิงอยู่ด้านหลังขยับก้าวเข้ามาหนึ่งก้าว มือขวาแตะที่ด้ามปืนพกใต้กระโปรงราตรีอย่างเงียบงัน ส่งสายตากดดันอันเย็นเยียบเข้าใส่มาดามม่ายสาว
"ผมคือผู้ที่จะช่วยชีวิตคุณ มาดาม" ผมกล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่น เด็ดเดี่ยว ทว่าแฝงความอ่อนโยนที่สร้างความมั่นใจ "ผมรู้ว่าดิมิทรีบุกมาที่นี่ และผมรู้ว่ามันไม่ได้ต้องการแค่เครื่องเพชร แต่เป้าหมายที่แท้จริงของมันคือ 'กล่องถอดรหัสดาวเทียมโพรมีธีอุส' ที่มันขโมยมาจากองค์กรสภาเงา และกำลังใช้ระบบเซิร์ฟเวอร์ใต้ดินของคุณในการถ่ายโอนข้อมูลเพื่อควบคุมโครงข่ายขีปนาวุธ"
หยาดน้ำตาเม็ดใสเอ่อล้นคลอดวงตาสีอำพันของอิซาเบลลา ความเข้มแข็งและท่าทีหยิ่งผยองของราชินีม่ายพังทลายลงอย่างสิ้นเชิง เธอยกมือขึ้นกุมใบหน้า ร่างกายสั่นสะท้านด้วยความอัดอั้นตันใจที่ต้องแบกรับความลับอันดำมืดนี้ไว้เพียงลำพัง
"ฉัน... ฉันไม่มีทางเลือกจริงๆ ค่ะ..." อิซาเบลลาสะอื้นไห้ออกมาเบาๆ เสียงของเธอเต็มไปด้วยความเจ็บปวดและความหวาดผวา "สามีผู้ล่วงลับของฉันเคยเป็นอดีตสมาชิกสภาเงา เขาทิ้งคลังอัญมณีและห้องนิรภัยใต้ดินที่มีระบบเชื่อมต่อสายเคเบิลใต้น้ำและดาวเทียมความปลอดภัยสูงไว้ให้ฉัน... แต่เมื่อสองวันก่อน ดยุกดิมิทรีนำกองกำลังทหารรับจ้างอินทรีดำบุกเข้ามาในวิลล่านี้ มันใช้ปืนจ่อหัวฉัน ข่มขู่ว่าจะสังหารคนรับใช้และเผาคฤหาสน์นี้ทิ้งถ้าฉันไม่ยอมร่วมมือ!"
"มันยึดคลังอัญมณีของครอบครัวฉันไปจนหมด และบังคับให้ฉันเปิดห้องนิรภัยชั้นใต้ดินลึกใต้หน้าผา เพื่อนำอุปกรณ์คอมพิวเตอร์และกล่องดำประหลาดนั่นเข้าไปติดตั้ง" เธอเงยหน้าขึ้นมองผม น้ำตาไหลอาบสองแก้มเนียน "มันบังคับให้ฉันจัดงานประมูลในค่ำคืนนี้ เพื่อใช้เป็นฉากบังหน้าในการฟอกเงินและเบี่ยงเบนความสนใจของตำรวจสากล... แต่ฉันรู้ดีค่ะ... ฉันแอบได้ยินพวกมันคุยกัน... ทันทีที่ระบบดาวเทียมโพรมีธีอุสเชื่อมต่อสัญญาณและดาวน์โหลดรหัสยิงขีปนาวุธเสร็จสิ้น... ดิมิทรีจะสั่งให้เก็บกวาดทุกคนในวิลล่านี้... พวกมันจะฆ่าฉันปิดปาก!"
ความหวาดกลัวทำให้ร่างอวบอิ่มของอิซาเบลลาโผเข้าซบอกผมอย่างหมดหนทาง เธอแนบใบหน้าเปื้อนน้ำตาลงกับแผ่นอกกว้าง สองแขนเรียวโอบกอดเอวของผมไว้แน่นราวกับคนจมน้ำที่คว้าขอนไม้ใหญ่ไว้ได้ กลิ่นกายสาวหอมกรุ่นและทรวงอกอวบอิ่มที่บดเบียดแนบชิดกับลำตัวของผมถ่ายทอดความรู้สึกอ่อนแอและโหยหาความคุ้มครองอย่างลึกซึ้ง
ผมยกมือขึ้นลูบแผ่นหลังเนียนเปลือยเปล่าของเธออย่างแผ่วเบาเพื่อปลอบประโลม สัมผัสเนื้อหนังอันอบอุ่นและนุ่มมือทำให้หัวใจของผมเต้นกระตุก ทว่าสัญชาตญาณความรับผิดชอบในฐานะผู้พิทักษ์สันติราษฎร์และผู้นำทำให้ผมต้องรักษาความเยือกเย็นไว้
"ไม่ต้องกลัวอีกต่อไปแล้ว อิซาเบลลา" ผมกระซิบข้างหูของเธอด้วยน้ำเสียงทรงพลัง "ตราบใดที่ผมยังยืนอยู่ตรงนี้ จะไม่มีใครทำร้ายคุณได้ บอกผมมา... ทางเข้าห้องนิรภัยใต้ดินอยู่ที่ไหน และรหัสเปิดประตูคืออะไร?"
อิซาเบลลาเงยหน้าขึ้นสบตาผม แววตาของเธอเต็มไปด้วยความเชื่อมั่นและศรัทธาอย่างหาที่สุดมิได้ ริมฝีปากอิ่มสีไวน์แดงขยับเปิดออก "ทางเข้าลับอยู่ในถ้ำ... ถ้ำลับใต้หน้าผาที่มีทางเชื่อมลงไปจากหลังห้องทำงานนี้ รหัสผ่านคือ..."
ทว่าก่อนที่เธอจะได้เอ่ยคำใดออกมา!
"ท่านผู้การ ระวังค่ะ!!!"
เสียงตะโกนลั่นของบารอนเนสโซเฟียดังก้องกังวานด้วยสัญชาตญาณนักรบชั้นยอด!
ดวงตาของผมจับภาพประกายแสงเลเซอร์สีแดงเข้มสองจุดที่พาดผ่านความมืดมิดนอกหน้าต่างกระจกพาโนรามา จุดเลเซอร์สีแดงเลือดนั้นกำลังเล็งตรงเข้ามาที่กึ่งกลางหน้าอกของมาดามอิซาเบลลาและขมับของผมด้วยความเร็วเหนือแสง!
สไนเปอร์ระยะไกลจากหน้าผาฝั่งตรงข้าม!
ปฏิกิริยาตอบสนองของผมทำงานเร็วกว่าความคิด! ผมใช้ท่อนแขนแกร่งกระชากร่างของอิซาเบลลาเข้าหาตัวอย่างแรง โอบรัดร่างอวบอิ่มของเธอไว้ในอ้อมแขนแล้วทิ้งตัวกลิ้งหลบลงไปด้านหลังเคาน์เตอร์บาร์หินแกรนิตหนาเตอะในเสี้ยววินาทีเดียว!
เปรี้ยงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงง!
เสียงหว่อTNT heavy heavy rifle sniper anti material caliber .欧美巨 heavy rifle . heavy caliber rifle!
เปรี้ยงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงง!
กระสุนไรเฟิลซุ่มยิงเจาะเกราะความเร็วสูงพุ่งทะลวงผ่านบานกระจกนิรภัยหนาพิเศษขนาดสามชั้นจนแตกละเอียดกลายเป็นผงพวยพุ่งปลิวว่อนดังกึกก้องประดุจฟ้าผ่าลงกลางห้อง! แรงปะทะของหัวกระสุนปืนซุ่มยิงทำลายโซฟาตัวที่อิซาเบลลานั่งเมื่อเสี้ยววินาทีที่แล้วจนฉีกกระชาก ฟองน้ำและโครงเหล็กกระเด็นระเบิดกระจุยเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย เศษกระจกแหลมคมนับร้อยพุ่งกระจายบาดเฉือนไปทั่วทั้งบริเวณ!
เสียงหวูดสัญญาณเตือนภัยระดับสีแดงก้องแผดลั่นไปทั่วคฤหาสน์วิลล่า เดล มอนเต แขกเหรื่อในห้องบอลรูมด้านล่างต่างพากันกรีดร้องระงมด้วยความหวาดกลัว เสียงแก้วแตกและเสียงฝีเท้าวิ่งหนีตายกันอลหม่านสะท้อนก้องขึ้นมา
"สไนเปอร์ซุ่มยิงจากชะง่อนผาทิศสองนาฬิกา ระยะห่างประมาณหกร้อยเมตรค่ะ!" โซเฟียตะโกนรายงานอย่างรวดเร็วพลางทิ้งตัวกลิ้งแนบขนานกับพื้นห้อง มือขวาของเธอตวัดฉีกชายกระโปรงราตรีสีน้ำเงินที่ผ่าข้างอยู่แล้วให้ฉีกกว้างขึ้นเพื่อความคล่องตัว เผยให้เห็นเรียวขาขาวเนียนและซองปืนพกกล็อก 26 คัสตอมที่รัดแน่นอยู่ตรงต้นขา เธอชักปืนพกออกมาปลดเซฟตี้ในจังหวะเดียวอย่างรวดเร็วและเฉียบขาดดั่งเสือชีตาห์
"ดิมิทรีมันส่งคนมาฆ่าฉันปิดปากจริงๆ ด้วย! มันจะไม่ยอมให้ฉันมีชีวิตรอดออกไปจากเกาะนี้!" อิซาเบลลากรีดร้องด้วยความตื่นตระหนก ตัวสั่นงันงกอยู่ในอ้อมแขนของผม น้ำตาไหลพรากอาบพวงแก้ม
"ใจเย็นๆ อยู่ใต้แนวเคาน์เตอร์นี้ไว้ อย่าโผล่หัวขึ้นมาเด็ดขาด!" ผมสั่งการด้วยน้ำเสียงเฉียบขาดและหนักแน่น แววตาของผมเปล่งประกายคมปลาบดุดัน
ฟึ่บ! ฟึ่บ! ฟึ่บ!
เสียงสายสลิงโลหะดีดตัวดังมาจากระเบียงกระจกด้านนอก เงาร่างในชุดปฏิบัติการจู่โจมสีดำสนิทกว่าหกนายกำลังโรยตัวลงมาจากหลังคาวิลล่าอย่างรวดเร็ว พวกมันสวมหน้ากากกันแก๊สและหมวกนิรภัยยุทธวิธี พร้อมอาวุธปืนกลมือ MP5SD ติดที่เก็บเสียงและลำแสงเลเซอร์ชี้เป้าสีเขียวมรกตที่กวาดส่องเข้ามาในห้องเพื่อค้นหาร่างของมาดามอิซาเบลลา!
"ทีมจู่โจมภาคพื้นดินหกนาย กำลังฝ่าแนวกระจกเข้ามาค่ะ!" โซเฟียรายงานพลางยกปืนกล็อก 26 ขึ้นเล็งผ่านซอกมุมของเคาน์เตอร์บาร์
ปัง! ปัง! ปัง!
เสียงปืนพกในมือของราชองครักษ์สาวลั่นไกอย่างเด็ดขาด กระสุน 9 มม. พุ่งเจาะเข้าที่กลางหน้าอกและลำคอของมือสังหารคนแรกที่ก้าวข้ามกรอบกระจกเข้ามาจนร่างกระตุกหงายหลังพลัดตกหน้าผาสูงชันลงสู่ก้นทะเลเบื้องล่างอย่างสยดสยอง!
"บัดซบ! จัดการนังบารอนเนสนั่นก่อน!" เสียงตะโกนสั่งการเป็นภาษารัสเซียสำเนียงหยาบกระด้างดังขึ้นจากมือปืนที่เหลือ
ฟุ่บ! ฟุ่บ! ฟุ่บ!
-่ากระสุนปืนกลมือติดที่เก็บเสียงสาดกระหน่ำเข้าใส่เคาน์เตอร์บาร์หินแกรนิตอย่างบ้าคลั่ง เศษหินอ่อนแตกกระจายปลิวว่อน ขวดไวน์และขวดบรั่นดีราคาแพงบนชั้นวางด้านหลังระเบิดแตกเป็นเสี่ยงๆ ของเหลวสีแดงเข้มไหลนองราวกับธารเลือด
ผมไม่ยอมปล่อยให้โซเฟียต้องรับศึกหนักเพียงลำพัง! ผมชักปืนกล็อก 19 ประจำกายที่ซ่อนอยู่ใต้เสื้อสูททักซิโด้ออกมา สองมือกระชับด้ามปืนแน่น สูดลมหายใจลึกรวบรวมสมาธิในเสี้ยววินาที ก่อนจะเอี้ยวตัวโผล่ออกไปจากแนวที่กำบัง
ปัง! ปัง!
กระสุนสองนัดจากลำกล้องกล็อก 19 ของผมเจาะเข้าที่ดวงตาขวาของมือปืนคนที่สองทะลุท้ายทอย เลือดสดๆ พุ่งกระฉูดเปรอะเปื้อนกำแพงห้อง ร่างนั้นทรุดฮวบลงขาดใจตายในทันที ผมไม่รอช้า พุ่งตัวสไลด์ไปกับพื้นหินอ่อน คว้าเอาปืนกลมือ MP5 ของศัตรูที่ตกอยู่ขึ้นมาประทับร่องไหล่แล้วเหนี่ยวไกรัวเป็นชุดสั้นๆ อย่างแม่นยำดั่งจับวาง!
ปังๆๆ! ปังๆๆ!
เสียงกระสุนแผดร้องฉีกร่างของมือสังหารอีกสองนายจนล้มคว่ำจมกองเลือด การประสานงานระหว่างผมและโซเฟียดุจดั่งพญาเสือและนางสิงห์ผู้ไร้ความปรานี ทุกการเคลื่อนไหวเต็มไปด้วยความเฉียบคม สังหารศัตรูในระยะประชิดอย่างดุดันและไร้ที่ติ
"กรี๊ดดดด!" มาดามอิซาเบลลากรีดร้องด้วยความหวาดกลัวเมื่อเห็นภาพการสังหารอันนองเลือดเบื้องหน้า เธอหมอบกอดศีรษะแน่นอยู่ใต้เคาน์เตอร์
ทว่าในวินาทีนั้นเอง เสียงคำรามของปืนไรเฟิลซุ่มยิงระยะไกลจากหน้าผาฝั่งตรงข้ามก็ดังลั่นขึ้นอีกครั้ง!
เปรี้ยงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงง!
กระสุนสไนเปอร์เจาะเกราะขนาดมหึมาพุ่งเข้าปะทะกับเสาเหล็กกล้าและราวระเบียงกระจกตรงจุดที่โซเฟียกำลังเคลื่อนไหวเพื่อเปลี่ยนมุมยิง แรงปะทะมหาศาลทำให้โครงสร้างโลหะระเบิดฉีกขาดออกจากกัน สะเก็ดกระสุนเจาะเกราะความร้อนสูงและเศษเหล็กแหลมคมพุ่งกระเด็นแฉลบเป็นรูปพัด!
ฉึกกกกกก!
"อ๊ะ... อ๊าาาห์!!!"
เสียงร้องครางด้วยความเจ็บปวดอย่างแสนสาหัสดังออกมาจากลำคอระหงของบารอนเนสโซเฟีย!
สะเก็ดกระสุนโลหะร้อนจัดขนาดเท่านิ้วก้อยพุ่งเฉือนทะลุเนื้อผ้าไหมซาตินสีมิดไนท์บลู ปักลึกเข้าที่ต้นขาขวาขาวเนียนดุจหินอ่อนของเธออย่างจัง! เลือดสีแดงสดอุ่นร้อนทะลักพรวดออกมาอาบเรียวขายาวระหงในทันที แรงกระแทกส่งผลให้ร่างระหงของราชองครักษ์สาวเสียหลักซวนเซและทรุดฮวบลงกระแทกกับพื้นหินอ่อนอย่างรุนแรง ใบหน้าสวยคมคายของเธอซีดเผือดลงทันตา ริมฝีปากอิ่มสั่นระริกด้วยความเจ็บปวดทรมาน
"โซเฟีย!"
หัวใจของผมกระตุกวูบด้วยความตกใจอย่างรุนแรง เลือดในกายเดือดพล่านด้วยเพลิงพิโรธ! ผมไม่สนใจกระสุนที่อาจจะพุ่งเข้ามาอีก พุ่งทะยานตัวฝ่าเศษกระจกเข้าไปคว้าตัวโซเฟียไว้ในอ้อมแขนทันที มือซ้ายของผมกดลงบนบาดแผลฉกรรจ์ที่ต้นขาของเธอเพื่อห้ามเลือด เลือดอุ่นจัดของราชองครักษ์สาวไหลเปรอะเปื้อนฝ่ามือและเสื้อสูททักซิโด้ของผมจนแดงฉาน
"ท่าน... ท่านผู้การ... ปืนสไนเปอร์... มันยังอยู่..." โซเฟียพยายามกัดฟันเอ่ยเตือนด้วยน้ำเสียงรวยริน นัยน์ตาสีฟ้าครามของเธอเริ่มพร่าเลือนด้วยความเจ็บปวด มือเรียวพยายามจะยกปืนพกขึ้นสู้ต่อ แต่เรี่ยวแรงเริ่มถดถอยลงอย่างรวดเร็ว
"อยู่นิ่งๆ บารอนเนส ผมจะไม่ยอมให้คุณเป็นอะไรเด็ดขาด!" ผมคำรามลั่น สองตามองสำรวจบาดแผล สะเก็ดโลหะฝังลึกเข้าในกล้ามเนื้อต้นขาใกล้เส้นเลือดใหญ่ หากไม่รีบผ่าตัดห้ามเลือดและปฐมพยาบาล เธอจะต้องช็อกหมดสติและเสียเลือดจนเสียชีวิตอย่างแน่นอน!
"ทางนี้ค่ะ! ตามฉันมาเร็วเข้า!" เสียงของมาดามอิซาเบลลาตะโกนลั่นฝ่าเสียงปืนที่เริ่มดังถี่กระชั้นขึ้นจากโถงทางเดินด้านนอก กำลังเสริมของดิมิทรีกำลังบุกเข้ามาในวิลล่า!
อิซาเบลลาคลานปราดเข้าไปที่ตู้หนังสือไม้โอ๊กโบราณติดผนังด้านในสุดของห้องเลานจ์ มือเรียวที่สั่นเทาเอื้อมไปกดสลักกลไกรูปหัวสิงโตทองเหลืองที่ซ่อนอยู่หลังกองหนังสือโบราณอย่างรวดเร็ว
ครืนนนนนนนน...
เสียงฟันเฟืองและกลไกหินโบราณทำงานดังกึกก้อง ผนังหินแกรนิตขนาดใหญ่เลื่อนเปิดออกอย่างช้าๆ เผยให้เห็นช่องอุโมงค์ลับและบันไดวนหินที่ทอดดิ่งลึกลงไปในความมืดมิดใต้รากฐานของคฤหาสน์ กลิ่นอายความชื้น ละอองน้ำเค็ม และเสียงคลื่นทะเลคำรามลั่นสะท้อนก้องขึ้นมาจากเบื้องล่าง
"นี่คือทางลับลงสู่ถ้ำใต้หน้าผาค่ะ! มีทางเชื่อมต่อไปยังถ้ำริมทะเลเบื้องล่างและห้องนิรภัยลับ... เร็วเข้าเถอะค่ะ พวกมันกำลังจะพังประตูเข้ามาแล้ว!" อิซาเบลลาร้องบอกด้วยความตื่นตระหนก
ผมมองหน้าโซเฟียที่นอนหอบหายใจรวยริน เหงื่อกาฬผุดซึมเต็มหน้าผากเนียนขาว ร่างกายของเธอเริ่มสั่นเทาจากอาการช็อกของการเสียเลือด
ผมทิ้งปืนกลมือที่กระสุนหมดลงกับพื้น แล้วสอดแขนขวาอันทรงพลังเข้าช้อนใต้แผ่นหลังระหง ส่วนแขนซ้ายสอดรองใต้ข้อพับขาอ่อนของบารอนเนสโซเฟีย ยกอุ้มร่างสูงเพรียวของราชองครักษ์สาวขึ้นแนบอกในท่าอุ้มเจ้าหญิงอย่างมั่นคงและนุ่มนวลที่สุด!
"อื้อ... ท่านผู้การ..." โซเฟียครางแผ่วเบา สองแขนเรียวของเธอเอื้อมขึ้นโอบรอบลำคอแกร่งของผมโดยสัญชาตญาณ ใบหน้าสวยคมซบลงกับซอกคอของผม สัมผัสได้ถึงกลิ่นอายลูกผู้ชายและไออุ่นอันแข็งแกร่งที่แผ่ออกมาจากตัวผม ความใกล้ชิดในเสี้ยววินาทีแห่งความเป็นความตายนี้ทำให้หัวใจของนักรบสาวเต้นระรัวอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน
"เกาะผมไว้ให้แน่นๆ โซเฟีย เราจะรอดไปด้วยกัน!" ผมบอกกับเธอด้วยน้ำเสียงเด็ดเดี่ยว ก่อนจะหันไปสั่งอิซาเบลลา "คุณวิ่งนำลงไปเลย แล้วกดปิดประตูกลไกทันทีที่เราเข้าไป!"
"ค่ะ!" อิซาเบลลาพยักหน้ารับอย่างรวดเร็วก่อนจะกระโจนลงสู่บันไดหินวน
ผมอุ้มร่างของโซเฟียแนบอก ก้าวเท้ากระโจนตามลงไปในอุโมงค์ลับอย่างรวดเร็วว่องไว ในวินาทีเดียวกับที่ประตูด้านนอกของห้องเลานจ์ถูกระเบิดพังทลายลง พร้อมกับเสียงสาดกระสุนของหน่วยล่าสังหารที่กรูกันเข้ามาในห้อง!
ปัง! เปรี้ยง! ครืนนนนนนนน!
อิซาเบลลาสับคันโยกหินกลไกภายในอุโมงค์ ประตูหินแกรนิตหนาทึบเลื่อนปิดสนิทลงอย่างแม่นยำด้วยระบบถ่วงน้ำหนักโบราณ ตัดขาดเสียงกระสุนและแรงระเบิดจากเบื้องบนออกไปอย่างสิ้นเชิง ทิ้งให้ความเงียบงันและความมืดมิดเข้าปกคลุมชั่วขณะ ก่อนที่ไฟคบเพลิงไฟฟ้าฉุกเฉินตามผนังถ้ำจะสว่างวาบขึ้นเป็นระยะ
บันไดวนหินทอดดิ่งลึกลงมากว่าหกสิบเมตร นำพาพวกเราทั้งสามคนลงมาสู่ 'ถ้ำลับริมหน้าผาใต้คฤหาสน์' โพรงถ้ำธรรมชาติขนาดมหึมาที่ซุกซ่อนอยู่ใต้ฐานรากของวิลล่าหรู เพดานถ้ำสูงตระหง่านเต็มไปด้วยหินงอกหินย้อยระยิบระยับ ปากถ้ำเปิดกว้างออกสู่ทะเลลึก มีธารน้ำตกธรรมชาติไหลรินผ่านโขดหินลงสู่แอ่งน้ำใสสะอาดกึ่งกลางถ้ำ
ทว่าภายนอกปากถ้ำ พายุโซนร้อนระดับรุนแรงได้โหมกระหน่ำเข้าสู่จุดพีคอย่างบ้าคลั่ง!
ซ่าาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาา!
สายฝนเทกระหน่ำลงมาราวกับฟ้ารั่ว ม่านฝนสีขาวขุ่นบดบังทัศนียภาพของท้องทะเลจนมิดมิด สายฟ้าแลบฟาดเปรี้ยงลงบนผิวน้ำทะเลดังกึกก้องกัมปนาทสะเทือนเลื่อนลั่นไปทั่วทั้งถ้ำหิน ลมพายุพัดพาเอาเกลียวคลื่นยักษ์สีดำมะเมี่ยมสูงกว่าห้าเมตรให้โถมซัดเข้าใส่ปากถ้ำอย่างบ้าคลั่ง ฟองคลื่นซัดสาดทะลักเข้ามาท่วมแนวโขดหินทางออกจนแหลกละเอียด ปิดกั้นทางออกสู่ทะเลและตัดขาดเส้นทางภายนอกทั้งหมดโดยสิ้นเชิง!
ความหนาวเย็นของลมพายุและละอองฝนพัดกรูเข้ามาในถ้ำ ปะทะเข้ากับร่างของพวกเราจนเปียกชุ่ม
ผมค่อยๆ วางร่างของบารอนเนสโซเฟียลงบนลานหินราบเรียบข้างแอ่งน้ำตกอย่างทะนุถนอม เลือดสีแดงสดยังคงไหลซึมออกมาจากบาดแผลที่ต้นขาขาวเนียนของเธอไม่หยุด ชะโลมรอยผ่าของชุดราตรีสีมิดไนท์บลูจนชุ่มโชก โซเฟียนอนหอบหายใจรวยริน ริมฝีปากอิ่มสั่นเทาด้วยความหนาวเหน็บและพิษบาดแผล ทว่าดวงตาสีฟ้าครามคู่สวยที่จ้องมองผมกลับลุกโชนไปด้วยประกายแห่งความภักดี ความซาบซึ้ง และเปลวเพลิงแห่งความเสน่หาที่ไม่อาจปิดกั้นได้อีกต่อไป
ในถ้ำลับที่ถูกตัดขาดจากโลกภายนอกท่ามกลางพายุคลั่งแห่งนี้... ศึกชะตากรรมและการเอาชีวิตรอดของพวกเราเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นเท่านั้น!
โซเฟียได้รับบาดเจ็บที่ต้นขาจากสะเก็ดกระสุน นนท์จึงต้องอุ้มเธอหลบหนีเข้าไปในถ้ำลับริมหน้าผาใต้คฤหาสน์ ขณะที่ฝนเริ่มเทกระหน่ำตัดขาดเส้นทางภายนอก!
นิยายแนะนำ
นิยายแนะนำ
ความคิดเห็น
COMMENT
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ เพื่อสร้างประสบการณ์นำเสนอคอนเทนต์ที่ดีให้กับท่าน รวมถึงเพื่อจัดการข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์ที่ดีบนบริการของเว็บไซต์เรา หากท่านใช้บริการเว็บไซต์นี้ต่อไปโดยไม่มีการปรับตั้งค่าใดๆ นั่นเป็นการแสดงว่าท่านอนุญาตยินยอมที่จะรับคุกกี้บนเว็บไซต์และนโยบายสิทธิส่วนบุคคลของเรา
0.00
0.00









userA???
???? ??? ? ???? ?? ??