เรื่อง วิถีธุลีชน

ติดตาม
บทที่ 59 กำจัดสิ้นซาก
บทที่ 59 กำจัดสิ้นซาก
  • ปรับสีและขนาดตัวอักษร

เขา๧ู่หมิง

เ๣ื๪๫ผิงสุ่ย

อวี๋เย่รั้งสายบังเหียน ม้าคู่กายชะลอฝีเท้าลง

เขาควบม้าตะบึงตั้งแต่ย่ำรุ่งโดยไม่หยุดพัก จนกระทั่งคล้อยบ่ายจึงกลับมาถึงเ๣ื๪๫ผิงสุ่ยอีกครั้ง

ยามนี้ตะวันแผดเผา อากาศร้อนอบอ้าว ตัวเขาไม่เท่าไหร่ แต่ม้ากลับหอบฮัก เหงื่อกาฬแตกพลั่ก

จำเป็นต้องหาที่พัก เพราะหนทางเบื้องหน้ายังอีกยาวไกล

หลายเดือนมานี้ นับจากหุบเขาซิงหยวนสู่ตระกูลเยี่ยนแห่งซู่เยี่ยนชวน ล่วงเลยสู่เขาเสวียนฮวง เ๣ื๪๫เทียนเหมิน เขาเป่ยฉี เ๣ื๪๫เป่ยฉี เ๣ื๪๫หลีสุ่ย เขาเชวี่ยหลิง กระทั่งถึงเขา๧ู่หมิง

เขาเดินทางรอนแรมวกวนไปมากว่าสามสี่พันลี้ หากจะมุ่งหน้ากลับหุบเขาซิงหยวนยามนี้ ต่อให้เปลี่ยนเส้นทาง อย่างน้อยก็ยังเหลือระยะทางอีกร่วมสองพันลี้

โชคดีที่ม้าตัวนี้ฝีเท้าทนทาน อีกสักครึ่งเดือนคงถึงจุดหมาย

เขาตัดสินใจแล้วว่า การกลับบ้านครานี้เพื่อตามหาฉิวปั๋ว เขาจะไม่ทำตัวเอิกเกริกให้ชาวบ้านแตกตื่น หรือพูดให้ถูก... เขายังไม่มีหน้าไปสู้หน้าลุงป้าน้าอาในหมู่บ้านได้

ส่วนจะตามหาฉิวปั๋วพบหรือไม่ยังไม่อาจรู้ แต่เขาต้องกลับไป เพราะชายชราผู้นั้นมิใช่เพียงผู้ตั้งชื่อหรือผู้มีพระคุณช่วยชีวิต แต่ยังมีเบื้องลึกเบื้องหลังเกี่ยวพันกับแดนฉีโจว

นั่นคือเบาะแสเดียวในยามนี้ ที่อาจช่วยคลี่คลายข้อสงสัยทั้งหมดได้

เ๣ื๪๫ผิงสุ่ยตั้งตระหง่านอยู่เบื้องหน้า

ริมทางปรากฏเรือนหลังหนึ่งดูคุ้นตา อวี๋เย่ควบม้าผ่านพลางชำเลืองมองด้วยความแปลกใจ

นั่นคือบ้านของกวนซาน

กวนซาน... หัวขโมยที่ฉกม้าเขาไป ตอนที่เขาบุกไปทวงม้าถึงเรือน กลับถูกภรรยาของมันแหกปากโวยวายใส่จนต้องยอมถอย สองผัวเมียคู่นี้ยังมีลูกเล็กอีกสองคน

ทว่ายามนี้ประตูบ้านเปิดอ้า ผู้คนมุงดูกันเนืองแน่น เมื่อมองลอดเข้าไปกลับเห็นร่างถูกคลุมด้วยผ้าขาววางเรียงรายอยู่บนพื้น

บ้านกวนซานมีคนตายจริงๆ จำได้ว่ามารดาของมันเพิ่งสิ้นลมไป

แต่ศพในบ้าน... กลับมีมากกว่าหนึ่ง?

เสียงชาวบ้านซุบซิบนินทาดังแว่วมา

"โธ่เอ๊ย ตายเรียบห้าศพ น่าเวทนานัก บ้านนี้ถึงคราวสิ้นซากแล้ว!"

"ดีที่ยังมีญาติฝั่งแม่มาช่วยจัดการงานศพ ไม่งั้นคงไม่มีใครฝัง!"

"เมื่อวานเพิ่งได้ยินว่าแม่ไอ้กวนซานตาย ผ่านไปไม่กี่วัน ทำไมทั้งผัวเมียและลูกถึงพากันตายตามไปด้วยเล่า?"

"เห็นว่ากวนซานได้ลาภลอยก้อนโต แทนที่จะเอาไปทำศพแม่ เสือกเอาไปละลายในบ่อนจนหมด! เท่านั้นยังไม่พอ ยังไปปากดีใส่พวกโจรที่มารีดไถว่ามีพี่ชายเป็นยอดฝีมือ ขี่ม้าชั้นยอด พกกระบี่ล้ำค่า เป็นจอมยุทธ์มีชื่อเสียง เพิ่งแวะมาเยี่ยมและทิ้งเงินทองไว้ให้เป็นกอบเป็นกำ! ที่ไหนได้ มันจะมีพี่ชายแบบนั้นซะที่ไหน ก็แค่สันดานขี้โม้ของมัน พวกโจรเลยลากคอมันกลับมาหาพี่ชายที่บ้าน... แล้ววันนี้ก็กลายเป็นศพ..."

"ชู่ว! ระวังปากนำภัย! เบาเสียงหน่อย!"

อวี๋เย่ตวัดขาลงจากหลังม้า เดินแหวกฝูงชนเข้าไป ทันทีที่เห็นสภาพเบื้องหน้า คิ้วของเขากระตุกเข้าหากัน ใบหน้าพลันเย็นเยียบ

บนตั่งไม้ไผ่หน้าเรือนหลัก ร่างหญิงชราเริ่มเน่าเปื่อยส่งกลิ่นเหม็นคลุ้ง

ส่วนกลางลานบ้าน ปรากฏศพอีกสี่ร่าง... กวนซาน ภรรยา และลูกน้อยทั้งสอง!

แม้พื้นดินรอบๆ จะถูกกลบไปบางส่วน แต่คราบเลือดที่สาดกระเซ็นยังปรากฏชัด บ่งบอกถึงความโหดเหี้ยมทารุณยามถูกสังหารหมู่

ฆ่าล้างครัว!

กวนซานเป็นเพียงผีพนันปลายแถว ภรรยาของมันก็แค่หญิงปากตลาด แม้สันดานจะน่ารังเกียจ แต่อวี๋เย่ไม่เคยเก็บมาใส่ใจ ต่อให้ต้องเสียเงินไถ่ม้าตัวเองคืน เขาก็ถือเสียว่าทำทานแก่คนตายและเด็กตาดำๆ

ใครจะคาดคิดว่าความเมตตาของเขา... จะกลายเป็นคมดาบปลิดชีพครอบครัวนี้!

ต่อให้กวนซานจะแกว่งเท้าหาเสี้ยน ปากพล่อย หรือเงินห้าตำลึงนั่นจะนำภัยมาสู่ตัวมันเอง ทว่าเด็กไร้เดียงสาสองคนนั้นมีความผิดอันใด? เหตุใดต้องถูกฆ่าอย่างเหี้ยมโหด?

และ 'พี่ชายขี่ม้าพกกระบี่' ที่มันอ้างถึง... จะเป็นใครไปได้เล่านอกจากเขา?

วาจาเพียงไม่กี่คำ กลับชักนำหายนะมาสู่คนทั้งบ้าน!

หรือว่าพรรคพวกของเจียงสยงตามรอยมาเจอ?

ยามสังหารเจียงสยง เขาไม่อยากทำตัวเอิกเกริกจึงไม่ได้ตามกวาดล้างให้สิ้นซาก ปล่อยให้พรรคพวกของมันเล็ดลอดไปได้ พวกมันจึงรวมหัวกันกลับมาล้างแค้นงั้นหรือ?

อวี๋เย่ก้าวเข้าไปในลานบ้าน

"ใครเป็นคนจัดการเรื่องนี้?"

ชายวัยกลางคนผู้หนึ่งรีบสาวเท้าเข้ามา

"ข้าเป็นน้าของเด็กๆ ไม่ทราบว่าท่าน..."

อวี๋เย่ล้วงเงินสองตำลึงส่งให้

"เอาไปจัดการงานศพพวกเขาสะ"

ชายผู้นั้นรีบรับเงินไปอย่างลุกลน

"ท่านคือ..."

อวี๋เย่ไม่ตอบคำถาม เขาหมุนตัวเดินจากไปทันที

ฝูงชนรอบด้านต่างตกตะลึง พากันซุบซิบ

"เฮ้ย! หรือว่าคนนี้จะเป็นพี่ชายของกวนซาน?"

"น่าจะใช่! ดูม้าที่ขี่ ดูกระบี่ที่สะพายสิ แถมยังให้เงินก้อนโตขนาดนั้นอีก..."

อวี๋เย่เดินฝ่าฝูงชนด้วยใบหน้าเย็นชา กระโจนขึ้นหลังม้า พ่นลมหายใจหนักหน่วง ก่อนจะควบม้ามุ่งหน้าเข้าเ๣ื๪๫อย่างไม่รีบร้อน

เขาคร้านจะปฏิเสธคำครหา เพราะโศกนาฏกรรมครั้งนี้เกี่ยวพันกับเขากระทั่งปฏิเสธไม่ได้

ทว่าไอ้พวกสวะยุทธภพเหล่านั้นต่างหาก... คือฆาตกรตัวจริง!

เ๣ื๪๫ผิงสุ่ยตั้งอยู่กลางหุบเขา มีถนนเพียงสองสายตัดไขว้กันเหนือใต้ โรงเตี๊ยมหนึ่งแห่ง ร้านสุราสองสามร้าน และร้านค้ายิบย่อยอีกสิบกว่าแห่ง

ยามบ่ายตะวันจัดจ้า ถนนหนทางเงียบสงัดไร้ผู้คน

อวี๋เย่ควบม้าสำรวจรอบเ๣ื๪๫ เห็นร้านอาหารแห่งหนึ่งยังเปิดอยู่จึงกระโดดลงจากม้า

หลงจู๊วัยกลางคนกำลังเก็บกวาดเตาไฟ เอ่ยบอกว่าเลยเวลาอาหารแล้ว เหลือเพียงซุปเครื่องในแพะครึ่งชาม

อวี๋เย่โยนเศษเงินก้อนหนึ่ง สั่งให้หลงจู๊ยกซุปมา พร้อมขอถังน้ำสะอาด และกำชับให้ไปซื้อธัญพืชจากร้านข้างๆ มาประทังหิวม้าคู่กาย

หลงจู๊รับเงินหน้าบาน รีบวิ่งไปจัดการทันที

อวี๋เย่นั่งอยู่โต๊ะริมทาง ค่อยๆ จิบซุปแพะ ถนนยังคงเงียบสงัด ทว่าตรงหัวมุมถนนไกลออกไป ปรากฏชายสองคนทำลับๆ ล่อๆ ๧๪๢๣๪๫มาทางนี้ ก่อนจะผลุบหายไปในพริบตา

เขาเงยหน้ามองไปทางทิศใต้ เขา๧ู่หมิงตั้งตระหง่านเสียดฟ้า ยอดเขารูปหัวกวางประหนึ่งกำลังแหงนหน้าร้องคำรามสู่สวรรค์ ยืนหยัดข้ามกาลเวลานับพันปี เฝ้ามองความผันผวนของโลกหล้า เห็นสัจธรรมความดีชั่วและความโสมมของมนุษย์มานับไม่ถ้วน

ซุปแพะหมดชาม ถนนยังคงไร้ความเคลื่อนไหว

อวี๋เย่นั่งพักอีกอึดใจจึงลุกขึ้นบอกลาหลงจู๊ เขาโยนถุงธัญพืชที่เหลือขึ้นหลังม้า แล้วจูงมันเดินทะลุออกนอกเ๣ื๪๫

ผ่านหุบเขาเ๣ื๪๫ผิงสุ่ย ข้ามสะพานหิน

เบื้องหน้าคือปากทางเข้าช่องเขา... เส้นทางเดียวกับที่เขาใช้สัญจรมา

อวี๋เย่หันกลับไปมองเ๣ื๪๫ผิงสุ่ยด้วยแววตาครุ่นคิด เขาไม่รีบขึ้นม้า แต่กลับชักกระบี่ยาวออกจากฝัก แล้วเดินนำมุ่งหน้าสู่ปากช่องเขาเพียงลำพัง

ล่วงเลยผ่านปากทาง เส้นทางดินแคบทอดยาว สองข้างขนาบด้วยผาหินสูงชันนับสิบจั้ง โขดหินรูปทรงพิลึกพิลั่น ต้นไม้หรอมแหรม แสงแดดแผดเผาจนดูแห้งแล้งและวังเวง

อวี๋เย่ถือกระบี่กลับด้าน ก้าวเดินต่อไปอย่างเยือกเย็น

ทว่าก้าวไปได้เพียงสิบกว่าจั้ง!

ผึง! ผึง! ผึง!

เสียงสายธนูลั่นรัวมาจากเบื้องบน!

โครม! โครม!

หินก้อนยักษ์กลิ้งถล่มลงมาอย่างบ้าคลั่ง พร้อมกับตาข่ายดักปลาผืนใหญ่ร่วงหล่นลงมาจากฟากฟ้า!

อวี๋เย่เบี่ยงตัวหลบ พุ่งพรวดไปข้างหน้าพลางตวัดกระบี่ต้านทานเหนือศีรษะ!

เคร้ง! เคร้ง!

ลูกศรร่วงกราวราว-่าฝน หินผาตกกระแทกพื้นไล่หลังเสียงดัง ปัง! ปัง! ฝุ่นคลุ้งตลบ

ตาข่ายผืนยักษ์ตกลงบนพื้น พลาดเป้าไปอย่างฉิวเฉียด

ทว่าอวี๋เย่กลับหยุดฝีเท้าลงกะทันหัน

ชายฉกรรจ์กว่ายี่สิบคนโห่ร้องลั่น กระโจนลงมาจากโขดหินและพุ่มไม้ ตีวงล้อมเขาไว้ทุกทิศทางในพริบตา!

อวี๋เย่เลิกคิ้ว กวาดสายตามองรอบกายอย่างเย็นชา

นี่คือศัตรูที่เขาคาดการไว้ แต่กลับเป็นใบหน้าที่ไม่คุ้นตา ทั้งซุ่มยิง หินถล่ม และทอดตาข่าย หมายจะเอาชีวิตเขาให้จงได้ วิธีการช่างอำมหิตและชั่วช้า!

"ไอ้เด็กนี่แหละที่ฆ่าเจียงสยง!"

บนโขดหินก้อนหนึ่ง ชายผู้หนึ่งยืนตระหง่าน ใบหน้าของมันยังคงเปื้อนรอยยิ้มดูเป็นมิตร ทว่าในมือกลับกำดาบยาวเล่มเขื่อง

"หึ!"

อวี๋เย่มองชายผู้นั้นแล้วแค่นหัวเราะ เป็นเสียงหัวเราะที่อัดแน่นด้วยความสมเพชและเย็นเยียบถึงขั้วหัวใจ

คนที่ชี้หัวเขา... คือพ่อค้าชาที่เพิ่งพบกันเมื่อสองวันก่อน!

ตอนนั้นอวี๋เย่ยังนึกชื่นชมว่ามันเป็นคนซื่อสัตย์มีน้ำใจ จึงตกรางวัลค่าชาไปไม่น้อย ใครจะรู้ว่าแท้จริงแล้วมันคือหูตาของเจียงสยง!

เห็นได้ชัดว่าการปรากฏตัวของเจียงสยง และการฆ่าล้างครัวบ้านกวนซาน ล้วนเป็นฝีมือพวกมัน!

รูปลักษณ์ภายนอกเชื่อถือไม่ได้จริงๆ

และสิ่งที่มักบดบังความจริง... ก็คือดวงตาของตัวเองนี่แหละ

"ไอ้หนู หัวเราะหาบิดาแกหรือ!"

พ่อค้าชาชี้ดาบเข้าใส่อวี๋เย่ เอ่ยถามอย่างขัดใจ "ต่อให้แกจะมีฝีมืออยู่บ้าง คิดว่าจะรอดออกไปจากที่นี่ได้หรือไง!"

มันย่ามใจนัก แม้กับดักเมื่อครู่จะพลาดเป้า แต่ด้วยจำนวนคนที่เหนือกว่าลิบลับ ย่อมไม่มีทางพลาดซ้ำสอง ยิ่งไปกว่านั้น ยอดฝีมือในยุทธภพที่มันระดมมามีถึงยี่สิบกว่าชีวิต ไม่เชื่อหรอกว่าจะสับเด็กหนุ่มคนเดียวให้กลายเป็นเนื้อบดไม่ได้!

อวี๋เย่กวาดสายตามอง ไม่ตอบแต่ถามกลับ "พวกแกทุกคนเป็นสมุนของเจียงสยงงั้นสิ?"

"ถุย!"

พ่อค้าชาถ่มน้ำลาย "ข้าทำเพื่อเงิน ไม่ได้เป็นลูกน้องใคร!" มันเชิดหน้าเอ่ยต่อ "ยอมรับมาเถอะไอ้หนู! แกฆ่าเจียงสยง บุกเขา๧ู่หมิง โดนไอ้สวะกวนซานฉกม้า แล้วยอมจ่ายเงินห้าตำลึงไถ่ม้าคืน ก่อนจะดิ่งไปหมู่บ้านเป่ยมัง... แกคงเจอขุมทรัพย์ของเฝิงเหลาชีแล้วสินะ? ข้าขอเตือนให้ส่งมันมาซะดีๆ ไม่อย่างนั้น..."

มันปรายตามองพรรคพวก "พี่น้องเหล่านี้ข้าระดมพลมาด้วย 'วิหคชิงอวี่ส่งสาร' พวกเขาไม่มียอมกลับมือเปล่าแน่!"

ความหมายของมันชัดเจน มันรู้ความเคลื่อนไหวของอวี๋เย่ทุกฝีก้าว ต่อให้ฆ่าอวี๋เย่ทิ้ง ด้วยกำลังคนมหาศาล มันย่อมพลิกแผ่นดินหาสมบัติจนเจอได้อยู่ดี

และนั่นหมายความว่า... ข่าวลือเรื่องขุมสมบัติของเฝิงเหลาชีได้แพร่สะพัดไปทั่วยุทธภพแล้ว!

'วิหคชิงอวี่ส่งสาร' คือวิถีการสื่อสารของชาวยุทธภพ อาศัยนกที่ผ่านการฝึกฝนมาอย่างดีเพื่อส่งข่าว ระยะทางนับร้อยนับพันลี้สามารถส่งถึงได้ในวันเดียว

อวี๋เย่จ้องหน้าพ่อค้าชาเขม็ง คิ้วขมวดมุ่น แววตาทอประกายอำมหิตสุดขีด

ก่อนหน้านี้ เขาบังเกิดจิตสังหารเพราะโทสะที่ครอบครัวกวนซานถูกฆ่าล้างครัว ทว่ายามนี้ เขากลับนึกหวาดหวั่นไปถึงผู้อื่น จิตสังหารในใจจึงยิ่งพลุ่งพล่านและเด็ดขาดยิ่งกว่าเดิม

หากปล่อยให้เดนมนุษย์พวกนี้ไปเจอซิ่วเจินกับหว่านเอ๋อร์ ผลลัพธ์คงสุดจะจินตนาการ!

"ไอ้หนู..."

พ่อค้าชาหมดความอดทน มันเงื้อแขนส่งสัญญาณ

มือธนูห้าหกคนง้างสายตึงเปรี๊ยะ ส่วนที่เหลือชักดาบชักกระบี่ เตรียมรุมสกรัมเด็กหนุ่มให้จมกองเลือด!

ทว่าอวี๋เย่ชิงลงมือก่อน!

เขาทะยานร่างเข้าใส่ดงศัตรู!

ผึง! ผึง!

ลูกศรพุ่งแหวกอากาศราวฝูงตั๊กแตนมรณะ อวี๋เย่ตวัดกระบี่ต้านทาน ประกายวาววับฟันฉับเป็นเงาพริบตา!

ฉัวะ! ฉัวะ!

เลือดสาดกระเซ็น! แขนขาขาดกระเด็นปลิวว่อน!

เขาถีบตัวทะยานขึ้นกลางอากาศ ลูกศรที่พุ่งกระทบร่างถูกปราณแท้สะท้อนกระเด็นออกไป ประกายกระบี่เหล็กเขียวพุ่งทะลวงดุจสายรุ้ง ฟาดฟันร่างชายฉกรรจ์ล้มลงจมกองเลือดทีละคน!

บางคนเห็นท่าไม่ดีหันหลังวิ่งหนี กลับถูกกระบี่ปลิดวิญญาณไล่ตามปาดคอหอยขาดสะบั้น!

วงล้อมพังทลายในพริบตา!

เสียงกรีดร้องหนีตายดังระงม ยามนี้อวี๋เย่เปรียบดั่งหมาป่าคลุ้มคลั่งกระโจนเข้าฝูงแกะ ไล่กวดซ้ายขวา ฟาดฟันไร้ปรานี ใครบังอาจขัดขืนล้วนตกตายใต้คมกระบี่ของเขาทั้งสิ้น!

เพียงชั่วจิบชา บนเส้นทางดินและโขดหินก็เกลื่อนกลาดไปด้วยซากศพ

อวี๋เย่ทิ้งตัวลงบนโขดหิน กวาดสายตาเยือกเย็น สะบัดหยาดเลือดออกจากคมกระบี่ ทว่าจิตสังหารยังคงคุกรุ่น

หนึ่ง... สอง... สาม... ยี่สิบสาม?

จำได้แม่นยำว่าศัตรูมีทั้งหมดยี่สิบสี่คน แต่ที่ทอดร่างอยู่ตรงนี้กลับมียี่สิบสามศพ!

อวี๋เย่ดีดตัวขึ้นสู่ยอดหินที่สูงที่สุด!

ในราวป่าด้านล่าง เงาร่างหนึ่งกำลังวิ่งหนีหัวซุกหัวซุน!

อวี๋เย่พุ่งหลาวลงมา ปลายเท้าแตะโขดหินแผ่วเบา ร่างทะยานพุ่งแหวกอากาศดุจปักษี!

พริบตาเดียว เขาก็ไล่กวดเข้าไปในป่าลึก

เพียงกระโจนไม่กี่อึดใจก็ไล่ตามทัน อวี๋เย่ตวัดกระบี่ฟันฉับเข้าที่ข้อพับขา!

ตุบ!

ร่างนั้นคะมำหน้าทิ่ม ล้มกลิ้งคลุกฝุ่นไปหลายตลบ ก่อนจะกอดขาตัวเองร้องโหยหวน

"อ๊าก! ไว้ชีวิตข้าด้วย... ได้โปรด..."

ปลาที่เกือบหลุดรอดไปได้คือพ่อค้าชา ขาทั้งสองข้างถูกฟันเหวอะหวะ เลือดทะลักทะลวง

อวี๋เย่ร่อนลงสู่พื้น ชายเสื้อสะบัด พึ่บ! หมุนข้อมือตวัดปลายกระบี่จ่อคอหอยมันอย่างเฉียบขาด

"เจ้า... เจ้าเป็นผู้บำเพ็ญเพียร..."

"แกเคยไปหมู่บ้านเป่ยมัง?" อวี๋เย่เค้นเสียงถาม

"ไม่เคย... ข้าแค่ได้ยินว่าทางใต้ของเขา๧ู่หมิงร้อยลี้ มีเพียงหมู่บ้านเป่ยมังแห่งเดียว เจ้าหายไปสองวัน ข้าเลยเดาเอาว่า..."

"พรรคพวกของแกอยู่ที่ไหนอีก?"

"พรรคพวก... พี่น้องที่ข้าระดมมา ถูกเจ้าฆ่าล้างโคตรไปหมดแล้ว..."

"ข้านึกว่าจะมีปลาหลุดรอดไปได้อีก"

"ไม่มีแล้ว! พี่น้องข้าทุกคนอยู่ที่นี่หมด..."

"ปลาที่หลุดรอด... ก็คือแก! จงลงนรกไปชดใช้ให้ครอบครัวกวนซานซะ!"

ฉัวะ!

ประกายกระบี่ตวัดวูบ โลหิตโสมมสาดกระเซ็น!

ครู่ต่อมา กลางป่าพลันบังเกิดเปลวเพลิงลุกโชนโชติช่วง!

มันไม่เพียงแผดเผาซากศพยี่สิบกว่าร่างพร้อมอาวุธเหล็กกล้าจนกลายเป็นเถ้าธุลี แต่ทว่าแม้แต่โขดหินแกร่งยังถูกความร้อนหลอมละลายจนปริแตกเป็นเสี่ยงๆ

นี่คือการลองวิชา 'ยันต์เพลิงอัคคี' เป็นครั้งแรก ทว่ามิได้ใช้ประหัตประหารยอดฝีมือ กลับใช้เพียงเพื่อเผาศพทำลายหลักฐาน

กำจัดสิ้นซาก ฆ่าปิดปาก เผาทำลายศพ...

แม้วิถีนี้จะโหดเหี้ยมอำมหิต แต่นี่คือบทเรียนราคาแพง... ที่โลกหล้าสอนเขาด้วยเลือด!

ตอนต่อไป
บทที่ 60 ไม่ยอมก้มหัว

นิยายแนะนำ

นิยายแนะนำ

ความคิดเห็น

COMMENT

ปักหมุด

© สงวนลิขสิทธิ์ 2017 Glory Forever Public Company Limited( Kawebook.com )

Glory Forever Public Company Limited ( Kawebook.com )
ที่อยู่ : 20 หมู่ที่ 6 ตำบลพันท้ายนรสิงห์ อำเภอเมืองสมุทรสาคร จังหวัดสมุทรสาคร 74000
เวลาทำการ : 08 : 00 - 18 : 00 จันทร์ - เสาร์
e-mail : contact@kawebook.com

DMCA.com Protection Status

เริ่มต้นเผยแพร่ผลงาน

เริ่มต้นเป็นนักเขียนออนไลน์ เขียนเรื่องราวที่ประทับใจ สร้างเนื้อหาที่เป็นประโยชน์ และแบ่งปันประสบการ์ดีๆ กับผู้คนทั่วโลก kawebook.com เป็นโอกาส เป็นสื่อกลาง และยังเป็นอีกหนึ่งช่องทาง ในการสร้างรายได้ให้กับนักเขียนมืออาชีพ และนักเขียนมือสมัครเล่นจากทุกมุมโลก เพียงสมัครเป็นสมาชิกเว็บไซต์เพื่อเขียนหนังสือ การ์ตูน หรืออัพโหลดอนิเมชั่น ที่เป็นผลงานของท่าน และเผยแพร่ผลงานสู่สาธารณชน

© สงวนลิขสิทธิ์ 2017 Glory Forever Public Company Limited ( Kawebook.com )

© สงวนลิขสิทธิ์ 2017 Glory Forever Public Company Limited ( Kawebook.com )

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ เพื่อสร้างประสบการณ์นำเสนอคอนเทนต์ที่ดีให้กับท่าน รวมถึงเพื่อจัดการข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์ที่ดีบนบริการของเว็บไซต์เรา หากท่านใช้บริการเว็บไซต์นี้ต่อไปโดยไม่มีการปรับตั้งค่าใดๆ นั่นเป็นการแสดงว่าท่านอนุญาตยินยอมที่จะรับคุกกี้บนเว็บไซต์และนโยบายสิทธิส่วนบุคคลของเรา