เรื่อง เทาเที่ยกลืนนภา : ตัวข้าอมตะไร้เทียมทาน!

ติดตาม
บทที่ 35 อัสนีทลายเกราะ วายุคล้อยตาม
บทที่ 35 อัสนีทลายเกราะ วายุคล้อยตาม
  • ปรับสีและขนาดตัวอักษร

    เปลี่ยน๱่า๹เป็น๵ั๼๲ีชักนำ๵ั๼๲ีเ๿๨เก้าชั้นฟ้าจุติลงมา เพื่อชำระล้างความมัวหมองทั้งปวงในโลกหล้า

    น่าหวาดหวั่น! ช่างน่าหวาดหวั่นพรั่นพรึงอย่างลึกล้ำ!

    เพียงแค่ได้อ่านหลักการทั่วไปของเคล็ดกระบี่๵ั๼๲ีสุริยัน เฉินฉางอันก็ถึงกับตกตะลึงจนพูดไม่ออก กระทั่งพลังแห่งฟ้าดินอย่าง๵ั๼๲ีบาตยังสามารถชักนำมาได้ เคล็ดกระบี่นี้จะแข็งแกร่งเพียงใดกัน?

    เดิมทีหลังจากทะลวงเข้าสู่ขอบเขตสามัญระดับเจ็ด เฉินฉางอันก็เริ่มรู้สึกว่าตนเองเป็นยอดฝีมือผู้หนึ่งแล้ว อย่างน้อยในตระกูลจีทั้งสายเขาก็เป็นรองเพียงคุณหนูใหญ่จีเฟิ่งเหยียนเท่านั้น

    แม้แต่ผู้ดูแลใหญ่ที่ฝึกตนมานานก็ยังถูกเขาเหยียบอยู่ใต้ฝ่าเท้า เป็นผู้ที่อยู่ใต้คนเพียงคนเดียวแต่อยู่เหนือคนนับหมื่นอย่างแท้จริง!

    ทว่าเมื่อได้อ่านหลักการของเคล็ดกระบี่๵ั๼๲ีสุริยัน เฉินฉางอันจึงได้รู้ว่าตนเองนั้นช่างกระจ้อยร่อยและน่าขบขันเพียงใดราวกับตั๊กแตนขวางรถ ราวกับกบในกะลาราวกับแมลงฤดูร้อนที่ไม่เคยพบเห็นน้ำแข็ง

    ต่อให้เขาจะมีพละกำลังม้าพยศนับร้อยนับพันตัว แต่ขอเพียงทัณฑ์สวรรค์ฟาดลงมาเพียงสายเดียวเขาย่อมต้องแหลกสลายไม่เหลือซาก

    ๱่า๹กายสลายพลังบำเพ็ญสูญสิ้นไปโดยสมบูรณ์ พละกำลังของมนุษย์ผู้หนึ่งจะยิ่งใหญ่เพียงใดก็ย่อมไม่มีทางต่อกรกับฟ้าดินได้?

    หากเป็นปุถุชนย่อมทำไม่ได้แน่นอนแต่หากเป็นผู้บำเพ็ญเซียนที่ก้าวเข้าสู่ขอบเขตวิญญาณแล้วกลับสามารถย้ายภูเขาถมทะเล ปรับเปลี่ยนผืนดินและลำน้ำและสามารถเอาชนะโชคชะตาได้ครึ่งหนึ่ง

    "หากไม่เข้าสู่ขอบเขตวิญญาณ สุดท้ายก็เป็นเพียงมดปลวก!"

    เฉินฉางอันกำหมัดทั้งสองข้างแน่น แววตาเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น

    "ข้าจะต้องรีบทะลวงเข้าสู่ขอบเขตสามัญระดับสิบขั้นร้อยจุดรวบรวมวิญญาณและก้าวเข้าสู่ขอบเขตวิญญาณเพื่อเป็นผู้บำเพ็ญเซียนที่แท้จริงให้ได้!"

    เฉินฉางอันสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อสงบจิตใจที่ฟุ้งซ่าน ก่อนจะถือตำราเคล็ดกระบี่๵ั๼๲ีสุริยันและเริ่มอ่านเนื้อหาลำดับถัดไป

    "ผู้ที่ปรารถนาจะฝึกฝนเคล็ดกระบี่๵ั๼๲ีสุริยัน จำเป็นต้องสามารถสัมผัสถึงพลังวิญญาณธาตุ๵ั๼๲ีที่ล่องลอยอยู่ระหว่างฟ้าดินได้ มิเช่นนั้นต่อให้เพียรพยายามชั่วชีวิตก็ยากที่จะก้าวข้ามธรณีประตูเข้าไปได้"

    พลังวิญญาณธาตุ๵ั๼๲ี? เฉินฉางอันขมวดคิ้วแน่น เขารู้ดีว่าสิ่งที่เรียกว่าผู้บำเพ็ญเพียรคือการดูดซับปราณวิญญาณที่ล่องลอยอยู่รอบกายเข้าสู่๱่า๹กายเพื่อนำมาใช้เป็นพลังของตนเอง คุณหนูใหญ่เองก็ดูดซับพลังวิญญาณธาตุไฟเพื่อมุ่งเน้นฝึกฝนวิถีอัคคี

    "นึกไม่ถึงเลยว่าพลังวิญญาณจะมีการแบ่งธาตุด้วย ที่มั่นใจได้แน่นอนคือมีพลังวิญญาณธาตุไฟและธาตุ๵ั๼๲ี แต่ยังไม่รู้ว่าจะมีธาตุอื่น ๆ อีกหรือไม่?"

    ท้ายที่สุดแล้ว เฉินฉางอันก็เป็นเพียงข้ารับใช้ผู้ต่ำต้อย ย่อมไม่มีผู้อาวุโสคนใดมาคอยอบรมสั่งสอนอย่างใกล้ชิด ดังนั้นความรู้เกี่ยวกับโลกใบนี้ของเขาจึงยังคงคับแคบนัก ความเข้าใจในระบบการฝึกตนก็ยังไม่สมบูรณ์

    จนถึงตอนนี้เขาก็ยังไม่ล่วงรู้เลยว่าขอบเขตวิญญาณทั้งเก้าชั้นฟ้านั้นคืออะไรบ้าง ที่มาของฐานะเป็นตัวกำหนดว่าทุกสิ่งทุกอย่างเขาต้องค่อย ๆ คลำหาทางเอาเอง เรื่องจุกจิกเหล่านี้คุณหนูใหญ่ย่อมไม่เสียเวลามาอธิบายให้เขาฟังเพราะมันเป็นเรื่องที่พื้นฐานเกินไปจนเป็นการสิ้นเปลืองเวลาเปล่า ๆ

    "ไม่รู้ว่าข้าจะสามารถดูดซับพลังวิญญาณธาตุ๵ั๼๲ีได้หรือไม่ หากสัมผัสไม่ได้เกรงว่าเคล็ดวิชาชั้นยอดอย่างเคล็ดกระบี่๵ั๼๲ีสุริยัน นี้คงต้องสูญเปล่าไปเสียแล้ว"

    เฉินฉางอันเริ่มรู้สึกกังวล เขาเกรงว่าหากตนเองไม่อาจสัมผัสถึงพลังวิญญาณธาตุ๵ั๼๲ีได้ชั่วชีวิตนี้เขาก็คงไม่อาจฝึกฝนวิชานี้ได้สำเร็จ

    "ทว่าในเมื่อคุณหนูใหญ่ดึงดันจะให้ข้าเลือกมัน ย่อมต้องมีเหตุผลของนางแน่นอน"

    เฉินฉางอันพลิกอ่านต่อไป เขาประหนึ่งผืนดินที่แห้งแล้งมานานที่ยามนี้เมื่อมี-่าฝนตกลงมา ย่อมต้องสูบกินหยาดน้ำทิพย์จากสรวงสวรรค์อย่างหิวกระหายโดยไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย

    "เคล็ดกระบี่๵ั๼๲ีสุริยันแบ่งออกเป็นสามกระบวนท่า ท่าที่หนึ่ง๵ั๼๲ีวายุสังหาร ท่าที่สองสามพัน๵ั๼๲ีกัมปนาท ท่าที่สาม๵ั๼๲ีเ๿๨เก้าชั้นฟ้า"

    ท่าที่หนึ่งและสองในตำรามีบันทึกวิธีการฝึกฝนไว้อย่างละเอียด ทว่าท่าที่สามซึ่งเป็นท่าไม้ตายที่มีอานุภาพรุนแรงที่สุดกลับมีเพียงชื่อ ‘๵ั๼๲ีเ๿๨เก้าชั้นฟ้า’ เท่านั้น ส่วนวิธีการฝึกฝนกลับเป็นเพียงกระดาษเปล่าหน้าหนึ่ง

    ก่อนหน้านี้คุณหนูใหญ่เคยบอกไว้แล้วว่าวิชาเหล่านี้คือสุดยอดวิชาลับของตำหนักเก้าชั้นฟ้าไท่ซ่าง ผู้ที่ไม่ใช่ศิษย์ในสำนักห้ามฝึกฝนเด็ดขาด วิชาในมือนางก็เป็นเพียงฉบับคัดลอกมาจึงไม่สมบูรณ์ คาดว่าหากต้องการเคล็ดกระบี่๵ั๼๲ีสุริยันฉบับสมบูรณ์จำเป็นต้องเดินทางไปยังหอถ่ายทอดวิชาของตำหนักเก้าชั้นฟ้าไท่ซ่างเพื่อรับการสืบทอดจากผู้อาวุโสถ่ายทอดวิชาโดยตรงเท่านั้น

    เฉินฉางอันพอจะเข้าใจได้ หากไม่ใช่เพราะการควบคุมที่เข้มงวดเช่นนี้เคล็ดวิชาที่ทรงพลังเหล่านี้คงจะสูญหายไปนานแล้ว

    แต่ตัวเขาก็เป็นเพียงข้ารับใช้ตัวเล็ก ๆ ในตระกูลจี แม้แต่ศิษย์สายนอกก็ยังไม่ใช่จะเอาปัญญาที่ไหนเข้าไปในหอถ่ายทอดวิชาได้? ยิ่งไม่ต้องพูดถึงการรับการสืบทอดจากผู้อาวุโสเลย

    "เมื่อมีเคล็ดวิชาที่ฝืนลิขิตฟ้าอยู่ในมือ ข้าจะมัวมาตีตนไปก่อนไข้อยู่ทำไม?"

    ความผิดหวังในดวงตาของเฉินฉางอันจางหายไปในพริบตา เปลี่ยนเป็นความเด็ดเดี่ยวและมั่นคงแทน

    "ท่าที่หนึ่งและท่าที่สองยังฝึกไม่สำเร็จ กลับมีเวลาว่างมาครุ่นคิดถึงท่าที่สามช่างเป็นการเก็บเมล็ดงาทิ้งแตงโมโดยแท้ โง่เขลานัก! อีกอย่างหากข้าฝึกฝนท่าที่หนึ่งและท่าที่สองจนบรรลุเกรงว่าข้าคงก้าวเข้าสู่ขอบเขตวิญญาณไปแล้ว เมื่อถึงตอนนั้นการจะเข้าเป็นศิษย์สายนอกของตำหนักเก้าชั้นฟ้าไท่ซ่างก็ย่อมไม่ใช่เรื่องยาก"

    และขอเพียงเข้าเป็นศิษย์ของตำหนักเก้าชั้นฟ้าไท่ซ่างได้สำเร็จ การจะได้ก้าวเข้าสู่หอถ่ายทอดวิชาเพื่อรับการสืบทอดเคล็ดวิชา ย่อมเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติประดุจน้ำขึ้นย่อมเต็มคลอง

    หลังจากขจัดความคิดฟุ้งซ่านไปแล้วเฉินฉางอันก็เปิดอ่านรายละเอียดของท่าที่หนึ่ง๵ั๼๲ีวายุสังหารอย่างละเอียด

    "๵ั๼๲ีวายุสังหาร ผู้บำเพ็ญขอบเขตสามัญก็สามารถฝึกฝนได้ แต่หากต้องการแสดงอานุภาพของกระบวนท่านี้ออกมาได้อย่างสมบูรณ์ จำเป็นต้องก้าวเข้าสู่ขอบเขตวิญญาณเพื่อดูดซับพลังวิญญาณธาตุ๵ั๼๲ีและพลังวิญญาณธาตุวายุ แล้วรวมพลังกันฟาดฟันกระบี่ออกไปเพียงหนึ่งครั้ง เป้าหมายคือ๵ั๼๲ีทลายเกราะ วายุคล้อยตาม!"

    เฉินฉางอันถึงกับอึ้งไปครู่หนึ่ง เขาเดาไว้อยู่แล้วว่าวิชาที่คุณหนูใหญ่มอบให้ย่อมไม่ธรรมดาแต่นึกไม่ถึงว่าจะฝืนลิขิตฟ้าถึงเพียงนี้ เพียงแค่ท่าแรกอย่าง๵ั๼๲ีวายุสังหารก็จำเป็นต้องดูดซับทั้งธาตุ๵ั๼๲ีและธาตุวายุพร้อมกัน และต้องเข้าสู่ขอบเขตวิญญาณเท่านั้นจึงจะแสดงอานุภาพที่แท้จริงออกมาได้

    เช่นนั้นเกณฑ์การฝึกฝนของท่าที่สองสามพัน๵ั๼๲ีกัมปนาทและท่าที่สาม๵ั๼๲ีเ๿๨เก้าชั้นฟ้าเกรงว่าคงจะ…

    เฉินฉางอันรีบพลิกไปอ่านหน้าหลัง ๆ และเป็นอย่างที่คิด ในตำราเขียนไว้อย่างชัดเจนว่า… เคล็ดกระบี่๵ั๼๲ีสุริยันท่าที่สองสามพัน๵ั๼๲ีกัมปนาทผู้ที่ไม่ใช่ผู้บำเพ็ญขอบเขตวิญญาณห้ามฝึกฝนเด็ดขาด!

    เขาปิดตำราลง เฉินฉางอันพ่นลมหายใจยาวออกมา ในใจไม่หลงเหลือความคิดโอหังที่ว่า ‘ข้าเป็นรองเพียงคุณหนูใหญ่’ อีกต่อไป

    "ตึกสูงหมื่นจั้งย่อมเริ่มสร้างจากพื้นดิน คุณหนูใหญ่มอบเวลาให้ข้าถึงหนึ่งปีไม่ต้องรีบ ไม่ต้องรีบร้อน!"

    หลังจากสงบใจได้แล้ว เฉินฉางอันก็เปิดตำราในมือขึ้นมาอีกครั้งเพื่อศึกษามันอย่างละเอียด

    "ท่าที่หนึ่ง๵ั๼๲ีวายุสังหาร ผู้บำเพ็ญขอบเขตวิญญาณสามารถใช้พลังวิญญาณธาตุ๵ั๼๲ีและธาตุวายุในกายร่วมกันพุ่งเข้าจู่โจมจุดจิงหมิง จุดฉวนจู๋ จุดซางหยาง จุดเอ้อร์เจียน จุดหย่งเฉวียน และจุดชีพจรอื่น ๆ รวมหนึ่งร้อยแปดจุดเพื่อกระตุ้นปราณกระบี่ออกมาทะลวงเกราะสังหารศัตรู"

    "หากเป็นผู้บำเพ็ญขอบเขตสามัญให้โคจรพลังแห่งปราณโลหิตใน๱่า๹กายเข้าจู่โจมจุดชีพจรทั้งหนึ่งร้อยแปดจุดเช่นเดียวกัน เพื่อกระตุ้นศักยภาพและรวบรวมปราณโลหิตไว้ที่กระบี่ในมือ เพื่อสร้างปราณกระบี่ทะลวงเกราะสังหารศัตรู!"

    พลังปราณโลหิตแม้จะเทียบไม่ได้กับพลังวิญญาณ แต่ขอเพียงปราณโลหิตในกายเข้มข้นเพียงพอและทำตามวิธีการฝึกฝนของ๵ั๼๲ีวายุสังหารก็ย่อมสามารถกระตุ้นปราณกระบี่ออกมาได้เช่นกัน

    เรื่องนี้ช่วยให้เฉินฉางอันมั่นใจขึ้นมาก ไม่เช่นนั้นคงเป็นการกอดภูเขาทองเอาไว้ทว่ากลับไม่มีที่ให้ใช้จนต้องอดตายไปจริง ๆ

    "แม้ข้าจะมีเคล็ดวิชาเทาเที่ยกลืนนภา ซึ่งตามหลักการแล้วขอเพียงสูบกลืนปราณโลหิตและพลังงานให้มากพอก็จะสามารถทะลวงขอบเขตไปได้เรื่อย ๆ "

    เฉินฉางอันลุกขึ้น เขาหยิบกระบี่เหล็กนิลเล่มหนึ่งมาจากในห้องแล้วถอนหายใจออกมาเบา ๆ

    "แต่ว่าปราณโลหิตและพลังงานย่อมไม่ใช่ของที่จะหากันได้ง่าย ๆ "

    สัตว์อสูรในสวนสัตว์อสูรถูกเฉินฉางอันจัดการไปเกือบครึ่ง ยามนี้ลวี่จูเอ๋อร์เป็นคนดูแลสวนนั้นเขาจึงไม่สะดวกที่จะลงมืออีก

    ส่วนสวนสมุนไพรวิญญาณที่เขาดูแลอยู่ แม้จะลงมือได้ง่ายแต่ในคลังเหลือสมุนไพรเพียงแปดสิบกว่าต้น หากเขาสิ้นเปลืองไปมากกว่านี้ย่อมยากที่จะตอบคำถามกับคุณหนูใหญ่ ส่วนเรื่องเหมืองแร่ที่ผู้ดูแลใหญ่สูงสุดรับผิดชอบอยู่นั้นก็ไม่เหมาะสมเช่นกัน

    ประการแรก เฉินฉางอันไม่แน่ใจว่าเคล็ดวิชาเทาเที่ยกลืนนภาจะสามารถสูบกลืนพลังงานในแร่ธาตุได้หรือไม่

    ประการที่สองผู้ดูแลใหญ่เพิ่งจะมอบเงินให้เขาแปดร้อยตำลึง หากเขาลงมือในยามนี้ แม้เฉินฉางอันจะไม่มีความรู้สึกผิดในใจ ทว่าหากผู้ดูแลใหญ่เป็นอะไรไป ใคร ๆ ก็ย่อมต้องสงสัยว่าเป็นฝีมือของเขาแน่นอน

    เพียงเวลาห้าวันสั้น ๆ หากผู้ดูแลทั้งสามคนถูกเขาจงใจวางแผนจัดการจนหมดสิ้น คุณหนูใหญ่ก็คงไม่อาจนิ่งเฉยได้ และตระกูลจีก็คงไม่ใช่ที่ที่เขาจะอยู่ต่อไปได้อีกแล้ว แน่นอนว่าเหตุผลที่สำคัญที่สุดคือไม่ว่าจะเป็นสวนสมุนไพร สวนสัตว์อสูร หรือเหมืองแร่ ทั้งหมดล้วนเป็นทรัพย์สินของตระกูลจี และเป็นทรัพย์สินของคุณหนูใหญ่

    การที่เขาทำลายไปทำลายมา สุดท้ายก็คือการเอาเปรียบคุณหนูใหญ่นั่นเอง คุณหนูใหญ่ปฏิบัติต่อเขาไม่เลว นอกจากจะไม่ซักไซ้ความลับของเขาแล้วยังมอบถุงร้อยสมบัติให้เขาถึงสามใบ

    เฉินฉางอันแม้จะไม่ใช่สุภาพบุรุษผู้เที่ยงธรรม ทว่าคนตัวเล็ก ๆ ก็ย่อมมีบรรทัดฐานและความดื้อรั้นของตนเองเช่นกัน

    "หากต้องการอาศัยเคล็ดวิชาเทาเที่ยกลืนนภาเพื่อบังคับทะลวงเข้าสู่ขอบเขตวิญญาณ ข้าต้องก้าวออกไปจากเทือกเขาเฟิ่งหวงและออกไปจากตระกูลจีให้ได้เสียก่อน!"

    เฉินฉางอันกำหมัดทั้งสองข้างแน่น แต่ฐานะข้ารับใช้อย่างเขา การจะออกจากเทือกเขาเฟิ่งหวงนั้นย่อมไม่ใช่เรื่องง่ายเลยสักนิด!

    "หนทางในยามนี้ คือต้องพยายามทำความเข้าใจ๵ั๼๲ีวายุสังหารเพื่อเพิ่มหนทางในการรักษาชีวิตไว้ก่อนแล้วค่อยวางแผนเรื่องอื่นต่อไป ข้าอยากจะรู้นักว่าหากไม่มีเคล็ดวิชาเทาเที่ยกลืนนภาและอาศัยเพียงพรสวรรค์ด้านวิถีกระบี่ของตนเองการจะทำความเข้าใจ๵ั๼๲ีวายุสังหารนี้จะต้องใช้เวลานานเพียงใด!"

    เฉินฉางอันถือกระบี่เหล็กนิลไว้ในมือ เขาเริ่มโคจรปราณโลหิตเพื่อจู่โจมจุดชีพจรทั้ง หนึ่งร้อยแปดจุดตามที่ตำราบันทึกไว้ พร้อมกับร่ายรำกระบี่ในมือท่ามกลางความมืดมิดของราตรี

    เห็นได้ชัดว่าเป็นครั้งแรกที่เขาถือกระบี่ ทว่าไม่มีความรู้สึกขัดเขินหรือแปลกแยกเลยแม้แต่น้อย กระบี่กับเฉินฉางอันเป็นดั่งสหายเก่าที่ไม่ได้พบหน้ากันนานปี ต่อให้เวลาจะผ่านไปเนิ่นนานเพียงใดแต่ขอเพียงได้พบหน้ากันก็ย่อมมีเรื่องราวให้สนทนากันไม่จบสิ้นช่างเป็นความรู้สึกที่รู้ใจกันยิ่งนัก

    เขาลูบคลำตัวกระบี่เบา ๆ กระบี่เหล็กนิลที่สร้างจากเหล็กธรรมดาเล่มนี้ ในขณะนี้กลับคล้ายมีชีวิตขึ้นมา มันกำลังกระซิบกระซาบ กำลังเอ่ยคำ และกำลังรื่นเริงยินดี ตัวกระบี่สั่นสะเทือนอย่างรุนแรง

    เสียงกระบี่ขานรับดังสนั่นเลื่อนลั่น ความรู้สึกเช่นนี้ประหลาดนัก ความรู้สึกที่สั่งการได้ดั่งแขนขาทำให้เฉินฉางอันดื่มด่ำกับมันจนถอนตัวไม่ขึ้น

    ในขณะที่เฉินฉางอันร่ายรำกระบี่เหล็กนิลในมือเร็วขึ้นเรื่อย ๆ เคล็ดวิชา เคล็ดกระบี่๵ั๼๲ีสุริยัน ที่เดิมทีดูเข้าใจยากกลับเริ่มแจ่มชัดและเข้าใจง่ายขึ้นมาในพริบตา กระทั่งเฉินฉางอันไม่ต้องตั้งใจโคจรปราณโลหิตในกายกลับพุ่งเข้าจู่โจมจุดชีพจรทั้ง หนึ่งร้อยแปดจุดได้เองโดยทันที

    หนึ่งชั่วยาม ปราณโลหิตทะลวงผ่านไปได้กว่ายี่สิบจุดแล้ว

    สองชั่วยาม ปราณโลหิตทะลวงผ่านไปได้กว่าห้าสิบจุดแล้ว

    สามชั่วยาม ปราณโลหิตทะลวงผ่านไปได้ถึงหนึ่งร้อยจุดแล้ว

    ความพยายามเพียงสามชั่วยาม กลับทัดเทียมความอุตสาหะของนักกระบี่ทั่วไปถึงสามปี!

ตอนต่อไป
บทที่ 36 จีอู๋เซี่ยงมาเยือน

นิยายแนะนำ

นิยายแนะนำ

ความคิดเห็น

COMMENT

ปักหมุด

© สงวนลิขสิทธิ์ 2017 Glory Forever Public Company Limited( Kawebook.com )

Glory Forever Public Company Limited ( Kawebook.com )
ที่อยู่ : 20 หมู่ที่ 6 ตำบลพันท้ายนรสิงห์ อำเภอเมืองสมุทรสาคร จังหวัดสมุทรสาคร 74000
เวลาทำการ : 08 : 00 - 18 : 00 จันทร์ - เสาร์
e-mail : contact@kawebook.com

DMCA.com Protection Status

เริ่มต้นเผยแพร่ผลงาน

เริ่มต้นเป็นนักเขียนออนไลน์ เขียนเรื่องราวที่ประทับใจ สร้างเนื้อหาที่เป็นประโยชน์ และแบ่งปันประสบการ์ดีๆ กับผู้คนทั่วโลก kawebook.com เป็นโอกาส เป็นสื่อกลาง และยังเป็นอีกหนึ่งช่องทาง ในการสร้างรายได้ให้กับนักเขียนมืออาชีพ และนักเขียนมือสมัครเล่นจากทุกมุมโลก เพียงสมัครเป็นสมาชิกเว็บไซต์เพื่อเขียนหนังสือ การ์ตูน หรืออัพโหลดอนิเมชั่น ที่เป็นผลงานของท่าน และเผยแพร่ผลงานสู่สาธารณชน

© สงวนลิขสิทธิ์ 2017 Glory Forever Public Company Limited ( Kawebook.com )

© สงวนลิขสิทธิ์ 2017 Glory Forever Public Company Limited ( Kawebook.com )

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ เพื่อสร้างประสบการณ์นำเสนอคอนเทนต์ที่ดีให้กับท่าน รวมถึงเพื่อจัดการข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์ที่ดีบนบริการของเว็บไซต์เรา หากท่านใช้บริการเว็บไซต์นี้ต่อไปโดยไม่มีการปรับตั้งค่าใดๆ นั่นเป็นการแสดงว่าท่านอนุญาตยินยอมที่จะรับคุกกี้บนเว็บไซต์และนโยบายสิทธิส่วนบุคคลของเรา