เรื่อง นางพญาแม่ลูกอ่อน
ไอา้ระอุใช่วง่าแ่ๆ แผุ่ไปั่ท้องทุ่งแะหมู่บ้านาป่า่าเงียบงัน แ้พัดโมาเป็ระลอก เอาฝุ่สีแดงาทางเีฟุ้งกระจายึ้สู่าา ใบไม้แ้บนไ้สูงส่งเีเสียดสีัดังาราวกับเีะิเตือนภัยี่กำลังคืบคลานเข้ามา ท้องฟ้าทางทิศเหนือซึ่งเคยโปร่งใสกลับถูกบดบังด้วยหมอกควันสีเทาทะมึนอันเกิดาไฟสงครามี่ประชิดเข้ามาใกล้ทุกขณะ บรรยากาศรอบข้างเงียบสงัดจนผิดธรรมชาติ สัตว์เลี้ยงใต้ถุนเรือนต่างกระวนกระวาย สุนัขหลายตัวพาัหมอบคุดคู้อยู่ใต้แคร่ไม้ไผ่พร้อมกับส่งเีครางหงิงๆ อยู่ใลำคอ
ณ เรือนไม้ใต้ถุนสูงท้ายหมู่บ้าน ร่างอ้อนแอ้นของ ศศิวิมล กำลังก้มหน้าก้มตาเก็บข้าวของจำเป็ลงใย่ามผ้าดิบใบเก่า ใบหน้ารูปไข่ผุดผ่องไร้รอยแต่งแต้มมีหยาดเหงื่อเม็ดละเอียดเกาะพราวอยู่ตามไรผมสีดำขลับี่ถูกรวบมัดไว้หลวมๆ ี่ท้ายทอย ดวงตากลมโตคมเข้มฉายแววกังวลระคนเด็ดเดี่ยว ริมฝีปากอิ่มสีชมพูระเรื่อเม้มแน่น เธอสวมเสื้อคอกระเช้าผ้าฝ้ายสีครามเก่าคร่ำี่ผ่านการซักจนเนื้อผ้านิ่มแนบไปกับทรวงอกอวบอิ่มอันเต่งตึงเปรี๊ยะตามธรรมชาติของแม่ลูกอ่อน ผ้านุ่งซิ่นลายตาหมากรุกสีหม่นี่คาดเอวบางคอดกิ่วผูกไว้่าทะมัดทะแมงเพื่อความคล่องตัวยามต้องเคลื่อนไหว
บนฟูกนอนเก่าๆ ไม่ไกลาเธอนัก ทารกเพศชายวัยสามเดือนเศษกำลังนอนหลับตาพริ้ม สองมือน้อยๆ กำแน่นอยู่ข้างแก้มยุ้ย ศศิวิมลละมือาย่ามแ้ก้าวเข้าไปทรุดตัวลงนั่งข้างลูกน้อย เธอยกปลายนิ้วึ้ลูบไล้แก้มเนียนนุ่มของบุตรชาย่าแผ่วเบา ความรักแะความผูกพันท่วมท้นใอก ทว่าความหวาดหวั่นใจกลับแล่นแปล๊บเข้ามาให้วงความคิดเมื่อนึกถึงสามีผู้เป็หัวหน้าครอบครัว ชายหนุ่มี่ถูกทางการเกณฑ์ตัวไปร่วมรบใแนวหน้าตั้งแต่เมื่อหลายสัปดาห์ก่อน แะบัดนี้ยังไม่มีข่าวคราวส่งกลับมาแม้เพียงครึ่งบรรทัด
"ลูกเอ๋ย... พ่อของเจ้าจะปลอดภัยอยู่ี่ไหนันะ" เธอพึมพำกับตัวเองเบาๆ ก่อนจะสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อข่มความสั่นไหวใจิตใจ
ทันใดนั้น เีบาง่าี่แฝงมากับสายลมก็เริ่มชัดเจนึ้ มันไม่ใช่เีลมพัดผ่านยอดไผ่ หรือเีฟ้าร้องตามฤดูกาล แต่เป็เีเครื่องยนต์ขนาดใหญ่ี่คำรามกระหึ่มต่ำๆ แผ่ซ่านสะเทือนเลื่อนลั่นมาาฟากฟ้าเบื้องบน แรงสั่นสะเทือนนั้นส่งผ่านาาจนทำให้เสาเรือนไม้ไผ่แะฝาขัดแตะเริ่มสั่นไหว กลิ่นน้ำมันเครื่องแะไอดินแล่นเข้ามาปะทะจมูก
"ศศิ! ศศิวิมล! หนีเร็วเข้า! พวกมันมาัแ้!"
เีตะโกนแหบแ้ดังลั่นมาาทางหน้าบ้าน ศศิวิมลรีบอุ้มลูกน้อยึ้มาแนบชิดอก มือหนึ่งประคองศีรษะเล็กของลูกไว้แนบกับทรวงอกอุ่น อีกมือหนึ่งรีบคว้าสายย่ามึ้สะพายบ่า เธอวิ่งลงบันไดเรือน่ารวดเร็ว ภาพี่ปรากฏเบื้องหน้าคือความโกลาหลอลหม่านี่เกิดึ้ใชั่วพริบตา ชาวบ้านนับสิบคนพาัวิ่งพล่าน หิ้วลูกหลาน ข้าวสาร อาหารแ้ แะห่อผ้าเก่าๆ ออกมาาเรือนด้วยความแตกตื่น
ยายฟัก หญิงชราหลังค่อมี่อาศัยอยู่เรือนข้างเคียงกำลังเดินกะเผลก ลากตะกร้าหวายใบเล็กด้วยเรี่ยวแรงอันน้อยนิด ใบหน้าเหี่ยวย่นอาบไปด้วยน้ำตาแห่งความหวาดผวา ขณะี่ลุงปั่น อดีตพรานเฒ่าประจำหมู่บ้าน กำลังถือไม้เท้าแะสะพายปืนแก๊ปยาว คอยตะโกนบอกทิศทางให้ทุกคนมุ่งหน้าไปยังชายป่า
"ทิ้งของหนักให้หมด! รีบวิ่งเข้าดงไผ่เร็วเข้า! เครื่องบินมันมาตรงนี้แ้!" ลุงปั่นตะโกนก้อง เีของชายชราแข่งกับเีกระหึ่มบนฟ้าี่ทวีความรุนแรงึ้ทุกวินาที
ศศิวิมลรีบวิ่งเข้าไปพยุงแขนยายฟัก "ยายฟัก! เดินไหวไหมจ๊ะ ทิ้งตะกร้าไปก่อนเถอะ รีบตามลุงปั่นไปเร็ว!"
"แม่ศศิเอ๋ย... บ้านเรา ข้าวของใบ้าน ยายเสียดายเหลือเกิน" หญิงชราร้องไห้สะอึกสะอื้น สองขาอันสั่นเทาแทบก้าวไม่ออก
"ชีวิตสำคัญกว่าจ้ะยาย! ถ้าเราไม่รีบไปตอนนี้ จะไม่มีโอกาสไ้รอดชีวิตกลับมาดูบ้านอีกเลยนะ!" ศศิวิมลกล่าวด้วยน้ำเีหนักแน่น พลางใช้มือข้างี่ว่างดึงร่างของยายฟักให้ก้าวตามไปข้างหน้า่าสุดกำลัง ทารกน้อยใอ้อมกอดเริ่มส่งเีร้องไห้จ้าด้วยความตกใจกลัวเีอึกทึกรอบข้าง เธอต้องก้มลงะิปลอบลูกชิดริมหูพร้อมกับก้าวยาวๆ ฝ่าฝุ่สีแดงี่คละคลุ้ง
ครืนนน! หวือออ!
เงาดำขนาดยักษ์ของฝูงบินรบต่างชาติทาบทับลงมาบนผืนดิน ปีกเหล็กสีเขียวขี้ม้าสะท้อนแสงแดดเจิดจ้า เีเครื่องยนต์แหวกาาดังสนั่นจนแก้วหูแทบแตก เพียงไม่กี่อึดใจต่อมา วัตถุทรงกระบอกสีดำขลับก็ถูกปลดปล่อยลงมาาใต้ท้องเครื่องบิน ดิ่งตรงลงมายังใจกลางหมู่บ้าน
ตูมมมม!
แรงระเบิดมหาศาลสั่นสะเทือนไปถึงขั้วหัวใจ แผ่นดินใต้ฝ่าเท้าสะเทือนไหวรุนแรงราวกับเกิดแผ่นดินไหว เปลวเพลิงสีส้มแดงลุกโพลงึ้สู่ท้องฟ้าพร้อมกับกลุ่มควันดำทะมึน เศษกระเบื้อง เศษไม้ไผ่ แะฝุ่กระเด็นว่อนไปั่สารทิศ แรงอัดกระแทกพัดเอาร่างของศศิวิมลแะยายฟักจนเซถลาล้มลงบนพื้นดินแดง ศศิวิมลรีบพลิกตัวใช้แผ่นหลังแะท่อนแขนโอบกอดทารกน้อยไว้แน่นเพื่อกำบังเศษหินแะฝุ่ี่ร่วงหล่นลงมาดั่ง-่าฝน
ความเจ็บแปลบบริเวณข้อศอกแะหัวเข่าแล่นแปล๊บึ้มาใความรู้สึก แต่สัญชาตญาณความเป็แม่ทำให้เธอไม่แม้แต่จะส่งเีร้อง เธอรีบยันกายลุกึ้ มองดูทารกใอ้อมแขนี่ยังคงปลอดภัยดี แม้เนื้อตัวของลูกจะเปรอะเปื้อนไปด้วยละอองฝุ่น
"ยายฟัก! ลุกไหวไหมจ๊ะ!" ศศิวิมลหันไปตะโกนถามหญิงชราี่นอนขดตัวอยู่ข้างๆ
ยายฟักพยักหน้าทั้งน้ำตา สองมือี่สั่นระริกพยายามยันพื้นดินลุกึ้ ศศิวิมลช่วยดึงแขนของหญิงชราึ้มา แ้พาัวิ่งกึ่งเดินลัดเลาะข้ามคันนา มุ่งหน้าตรงไปยังแนวป่าทึบเบื้องหน้า ท่ามกลางเีระเบิดลูกี่สองแะลูกี่สามี่ตกลงมาซ้ำซาก เผาทำลายเรือนชานบ้านช่องี่เคยอบอุ่นให้กลายเป็เถ้าถ่านใพริบตา
ระหว่างทางี่วิ่งหนีตาย ผู้คนใหมู่บ้านต่างแตกกระเซ็นไปคนละทิศละทาง เด็กๆ ร้องไห้ระงมหาพ่อแม่ ผู้หญิงบางคนล้มลงกอดเสาเรือนี่กำลังไหม้ไฟด้วยความอาลัย แต่ไม่มีเวลาให้หยุดคิด ชายฉกรรจ์ใกลุ่ม่านายก้อนแะนายมั่นี่วิ่งตามมาด้านหลัง รีบเข้ามาช่วยประคองคนแก่แะเด็กคนอื่นๆ ให้เร่งฝีเท้า
"วิ่งเร็วเข้าพี่น้อง! อย่าหยุด! เข้าไปใดงไม้ใหญ่แ้พวกมันจะมองไม่เห็นเรา!" นายก้อนตะโกนบอก พลางหันมามองศศิวิมลด้วยสายตาี่เป็ห่วง "แม่ศศิ ส่งเจ้าตัวเล็กมาให้ฉันช่วยอุ้มไหม เธอจะไ้วิ่งถนัดึ้"
"ขอบใจจ้ะนายก้อน แต่ฉันยังไหว ช่วยประคองยายฟักกับเด็กคนอื่นเถอะ ฉันจะกอดลูกของฉันไว้เอง" ศศิวิมลปฏิเสธ่าสุภาพ ดวงตาของเธอแน่วแน่แะเต็มไปด้วยพลังอันเข้มแข็ง แม้เหงื่อจะไหลเปียกชุ่มเสื้อคอกระเช้าจนแนบเนื้อ เผยให้เห็นสัดส่วนทรวดทรงอันงดงามแะทรวดอกี่กระเพื่อมไหวตามจังหวะการวิ่งอันเร่งรีบ
เมื่อก้าวพ้นชายทุ่งเข้าสู่ร่มเงาของแมกไม้สูงใหญ่ ความมืดครึ้มแะความชื้นเย็นของป่าดิบก็โอบล้อมพวกเขาไว้ กลิ่นใบไม้เน่าเปื่อยแะกลิ่นดินชื้นเข้ามาแทนี่กลิ่นควันไฟแะดินปืน เีระเบิดเริ่มแว่วไกลออกไปทีละน้อย มีเพียงเีหายใจ่าเหน็ดเหนื่อยของชาวบ้านนับสามสิบชีวิตี่รอดพ้นความตายมาไ้่าหวุดหวิด
ทุกคนพาัทรุดตัวลงนั่งพักใต้ร่มเงาของต้นไม้ใหญ่ ลุงปั่นยืนค้ำไม้เท้ากวาดสายตามองสำรวจผู้รอดชีวิตี่มารวมตัวั มีทั้งเด็กเล็ก หญิงสาว หญิงชรา แะชายฉกรรจ์เพียงไม่กี่คน ทุกคนต่างมีสภาพอิดโรย เสื้อผ้าเปรอะเปื้อนโคลนตมแะมีรอยขีดข่วนากิ่งไม้หนาม
ศศิวิมลนั่งลงบนขอนไม้ใหญ่ เธอค่อยๆ ปลดผ้าีุ่ตัวลูกน้อยออก ตรวจดูร่างกายของเด็กชาย่าละเอียดถี่ถ้วน เมื่อเห็นว่าลูกปลอดภัยดี รอยยิ้มบางๆ ี่เต็มไปด้วยความโล่งใจก็ปรากฏึ้บนใบหน้าี่เปื้อนคราบฝุ่น
"ทุกคนปลอดภัยดีใช่ไหม" ลุงปั่นเอ่ยถามด้วยน้ำเีทุ้มต่ำี่แฝงความตึงเครียด
"พวกเราี่หนีทันก็มีเท่านี้แหละลุงปั่น ส่วนพวกี่อยู่หัวบ้านไม่รู้ว่าจะเป็่าไรบ้าง" นายมั่นตอบพลางทรุดตัวลงนั่งขัดสมาธิบนพื้นดิน ใช้หลังมือปาดเหงื่อี่ไหลย้อยเข้าตา
"เรากลับไปไม่ไ้แ้" ลุงปั่นกล่าวพลางมองลึกเข้าไปใความมืดของผืนป่า "ทหารต่างชาติคงเข้ายึดพื้นี่หมู่บ้านหมดแ้ ถ้าเราออกไปตอนนี้ก็มีแต่ตายกับตาย ทางเีวี่จะรอดคือต้องมุ่งหน้าลึกเข้าไปใป่านี้ หาน้ำ หาี่กำบัง แะสร้างี่พักชั่วคราวเพื่อรอให้สงครามสงบ"
คำพูดของลุงปั่นทำให้เกิดความเงียบงันึ้ชั่วขณะ ความหวาดกลัวต่อความไม่แน่นอนใอนาคตเริ่มเกาะกุมหัวใจของทุกคน เด็กๆ เริ่มส่งเีสะอื้นเบาๆ ด้วยความหิวแะความเหนื่อยล้า ศศิวิมลมองดูผู้คนรอบข้างด้วยความเวทนา เธอดึงลูกน้อยเข้ามากอดแนบอก ทรวงอกคู่งามี่อวบอิ่มเต็มไปด้วยน้ำนมเริ่มตึงคัดึ้มาตามเวลา
"ไม่ว่า่าไร เราต้องรอดไปด้วยั" ศศิวิมลเอ่ยึ้เบาๆ น้ำเีหวานกังวานทว่าหนักแน่นนั้นดึงดูดสายตาของทุกคนให้หันมามองี่เธอ "ถ้าเราไม่ยอมแพ้ ผืนป่าแห่งนี้ก็คงไม่อาจพรากชีวิตพวกเราไปไ้หรอกจ้ะ"
ประกายตาอันมุ่งมั่นของนางพญาแม่ลูกอ่อนท่ามกลางความมืดมิดของผืนป่า กลายเป็ประกายไฟดวงเล็กๆ ี่จุดความหวังให้แก่ผู้รอดชีวิตทุกคน การเดินทางเพื่อการอยู่รอดใดินแดนลี้ลับกลางสมรภูมิสงครามไ้เริ่มต้นึ้แ้่าแท้จริง
นิยายแนะนำ
นิยายแนะนำ
ความคิดเห็น
COMMENT
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ เพื่อสร้างประสบการณ์นำเสนอคอนเทนต์ที่ดีให้กับท่าน รวมถึงเพื่อจัดการข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์ที่ดีบนบริการของเว็บไซต์เรา หากท่านใช้บริการเว็บไซต์นี้ต่อไปโดยไม่มีการปรับตั้งค่าใดๆ นั่นเป็นการแสดงว่าท่านอนุญาตยินยอมที่จะรับคุกกี้บนเว็บไซต์และนโยบายสิทธิส่วนบุคคลของเรา
0.00
0.00









userA???
???? ??? ? ???? ?? ??