เรื่อง เล่ห์ร้าย....สายลับสวาท!! NC++
บทที่ 16: หนีตายกลางทะเล
เปลวเพลิงสีส้มแดงฉานและคลื่นกระแทกมหาศาลจากการระเบิดทำลายล้างของเกาะพยัคฆ์ทมิฬยังคงสว่างวาบสะท้อนผืนน้ำทะเลยามราตรีอันดำมืด ควันดำหนาทึบพวยพุ่งเสียดฟ้าประหนึ่งเสาเพลิงขนาดยักษ์ที่กลืนกินฐานทัพลับของเดอะโดมิเนเตอร์ลงสู่ก้นบึ้งของขุมนรก เสียงกัมปนาทกึกก้องสะเทือนเลื่อนลั่นแผ่ขยายออกไปไกลหลายไมล์ทะเล เศษซากเหล็กและแผ่นคอนกรีตถูกแรงอัดระเบิดพัดปลิวตกกระทบผิวน้ำดั่ง-่าฝนเพลิง แม้ว่าเราจะถอนตัวออกมาได้ทันท่วงที แต่คลื่นยักษ์ที่ก่อตัวจากแรงระเบิดใต้น้ำยังคงโหมซัดกระหน่ำกราบเรือสปีดโบ๊ตความเร็วสูงที่ฉันและมาร์คัสกำลังโดยสารอยู่จนโยกคลอนอย่างบ้าคลั่ง
ละอองน้ำทะเลเค็มปร่าสาดซัดปะทะใบหน้าและเรือนร่างของฉันอย่างไม่ปรานี ชุดเดรสราตรีเกาะอกสีดำผ้าซีทรูที่เคยงดงามหรูหรา บัดนี้เปียกชุ่มโชกจนแนบสนิทไปกับผิวเนื้อเนียนละเอียดทุกตารางนิ้ว ความเย็นยะเยือกของน้ำทะเลทำให้เม็ดทรายและหยดน้ำเกาะพราวบนเนินอกอวบอิ่มที่กระเพื่อมไหวรุนแรงตามจังหวะการหายใจหอบเหนื่อย ยอดปทุมถันสีชมพูระเรื่อชูชันแข็งเป็นไตดันเนื้อผ้าบางเบาจนเห็นรูปทรงกลมกลึงเด่นชัด สะโพกผายและเรียวขาเพรียวยาวถูกม่านน้ำขับเน้นสัดส่วนนาฬิกาทรายอย่างเย้ายวนเกินห้ามใจ สองมือของฉันกำราวจับอะลูมิเนียมของเรือไว้แน่นจนข้อนิ้วขาวซีด ขณะที่มาร์คัสซึ่งอยู่ในสภาพชุดแทคติคอลเปียกปอนไม่ต่างกันกำลังยืนคุมพวงมาลัยและเหยียบคันเร่งเรือสปีดโบ๊ตจนมิดด้าม เครื่องยนต์เทอร์โบคู่ส่งเสียงคำรามกระหึ่มลั่นผืนน้ำ พุ่งทะยานแหวกเกลียวคลื่นสีดำมืดมุ่งหน้าสู่น่านน้ำสากลด้วยความเร็วสูงสุด
ทว่าความโล่งอกในใจของฉันกลับดำรงอยู่ได้เพียงชั่วครู่...
*หวู่... หวู่... หวู่!*
เสียงสัญญาณเรดาร์เตือนภัยบนคอนโซลควบคุมดิจิทัลของเรือดังรัวเร็วเป็นจังหวะกระชั้นชิด หน้าจอดิจิทัลเรืองแสงสีเขียวกะพริบแสดงจุดความร้อนสีแดงเข้มสามจุดที่กำลังพุ่งตรงเข้ามาจากทิศตะวันตกเฉียงใต้อย่างบ้าคลั่ง ความเร็วของพวกมันสูงกว่าเรือธรรมดาทั่วไปหลายเท่าตัว!
“เรือตรวจการณ์ลาดตระเวนติดอาวุธหนักสามลำของพวกมันที่รอดจากการระเบิด!” มาร์คัสตะโกนแข่งกับเสียงคำรามของสายลมและคลื่นทะเลที่บ้าคลั่ง ดวงตาสีมิดไนท์บลูของเขาหรี่ลงอย่างดุดัน แววตาคมกริบเหลือบมองกระจกมองหลังสลับกับหน้าจอเรดาร์ “พวกมันจับสัญญาณดาวเทียมสำรองของฮาร์ดไดรฟ์ข้อมูลได้ และกำลังตามล่าพวกเราเพื่อชิงมันกลับคืนไป!”
*ปังๆๆๆๆๆ! แกร๊กๆๆๆ! ฟิ้ว... ชิ้ง!*
ยังไม่ทันสิ้นเสียงเตือนของมาร์คัส เสียงกระสุนปืนกลหนักขนาด .50 มิลลิเมตรจากเรือตรวจการณ์ลำแรกที่แล่นฝ่าความมืดตามหลังมาก็ระดมยิงเข้าใส่ท้ายเรือของเราทันที! -่ากระสุนพุ่งเจาะผิวน้ำทะเลจนแตกกระจายเป็นฟองคลื่นสีขาวโพลน เฉียดกราบเรือด้านขวาไปเพียงไม่กี่นิ้ว สะเก็ดกระสุนบางนัดกระแทกเข้ากับแผ่นเกราะเคฟลาร์ท้ายเรือจนเกิดประาไฟแลบวาบ เสียงโลหะปะทะกันดังกึกก้องจนแก้วหูแทบแตก
“วาว! สลับตำแหน่ง! มาคุมพวงมาลัยเรือที!” มาร์คัสหันมาสั่งเสียงเข้มเด็ดขาด
“รับทราบค่ะ!”
ฉันไม่ลังเลแม้แต่วินาทีเดียว ปลดมือออกจากราวจับแล้วสไลด์ตัวข้ามคอนโซลกลางไปกุมพวงมาลัยเรือแทนเขาทันที สัมผัสจากพวงมาลัยเรือสปีดโบ๊ตส่งผ่านแรงสั่นสะเทือนของเครื่องยนต์เทอร์โบเข้าสู่ฝ่ามือและแขนของฉัน สัญชาตญาณสายลับและความบ้าระห่ำในสายเลือดสูบฉีดพลุ่งพล่าน สองมือที่มั่นคงบังคับพวงมาลัยหักเลี้ยวเรือซิกแซ็กสลับฟันปลา หลบวิถีกระสุนปืนกลหนักที่สาดซัดเข้ามาอย่างแม่นยำ สะโพกกลมมนและแผ่นหลังเนียนนุ่มแนบชิดกับเบาะนั่งคนขับ ลมทะเลแรงกล้าพัดพาเส้นผมยาวสลวยสีดำขลับให้ปลิวไสวระใบหน้า ขับเน้นใบหน้าหวานที่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่นและเสน่ห์อันตราย
มาร์คัสเอื้อมมือลงไปเปิดสลักล็อกช่องเก็บอาวุธฉุกเฉินใต้เบาะนั่งฝั่งผู้โดยสาร เขาหยิบ **เครื่องยิงจรวดต่อต้านยานเกราะ RPG-7** สีดำด้านขึ้นมาประทับบ่าอย่างคล่องแคล่วและดุดัน แผ่นหลังกว้างและมัดกล้ามแขนที่เปียกชุ่มไปด้วยหยาดน้ำตึงแน่นไปด้วยพลังกำลัง เขายืนตระหง่านอยู่บริเวณท้ายเรือ ทรงตัวท่ามกลางคลื่นลมที่กระแทกเรืออย่างมั่นคงดั่งเสาหินผาที่ไม่มีวันโค่นล้ม
“วาว! หักเรือไปทางกราบขวาสามสิบองศา... เดี๋ยวนี้!” มาร์คัสสั่งการผ่านสายลม
“จัดให้ตามคำขอค่ะคุณสายลับสุดหล่อ!” ฉันส่งเสียงตอบพลางหมุนพวงมาลัยหักเลี้ยวเรืออย่างรวดเร็วและเฉียบคม
เรือสปีดโบ๊ตเอียงข้างตัดผ่านสันคลื่นยักษ์อย่างสวยงาม น้ำทะเลสาดกระเซ็นเป็นละอองขาวบดบังทัศนวิสัยชั่วพริบตา แต่จังหวะนั้นเองที่เปิดมุมยิงอันสมบูรณ์แบบให้กับมาร์คัส!
*ฟิ้ววววววว... ตูมมมมมมมม!*
หัวรบจรวดพุ่งแหวกม่านหมอกและความมืดมิดด้วยความเร็วสูง เข้าปะทะเข้ากับกราบขวาและห้องเครื่องของเรือตรวจการณ์ลำแรกอย่างแม่นยำไร้ที่ติ! แรงระเบิดมหาศาลฉีกเรือตรวจการณ์ลำนั้นขาดออกเป็นสองท่อนในเสี้ยววินาที เปลวเพลิงสีแดงฉานลุกท่วมผิวน้ำพร้อมกับร่างของพวกทหารรับจ้างที่กระเด็นตกสู่ท้องทะเล ก่อนที่ซากเรือจะจมดิ่งลงสู่ก้นบึ้งในพริบตา!
ทว่าสถานการณ์ยังไม่คลี่คลาย เรือตรวจการณ์ติดอาวุธอีกสองลำที่เหลือเร่งเครื่องยนต์ขึ้นมาขนาบข้างทั้งซ้ายและขวา พวกมันไม่ยอมปล่อยให้เราหลุดรอดไปได้ง่ายๆ ปืนกลหนักของเรือทั้งสองลำเริ่มระดมยิงประสานเข้าใส่เราจากสองทิศทาง บีบให้ฉันต้องบังคับเรือเลี้ยวหลบอย่างยากลำบาก
*ปังๆๆๆๆ! ตึงงงง!*
กระสุนเจาะเกราะชุดหนึ่งพุ่งทะลวงเข้าที่ฝากระโปรงเครื่องยนต์กราบซ้ายของเรือเราจนเกิดเสียงระเบิดย่อยๆ ควันดำหนาทึบและประาไฟพวยพุ่งออกมาจากห้องเครื่องทันที ความเร็วของเรือเริ่มตกฮวบลงอย่างน่าใจหาย เข็มวัดรอบเครื่องยนต์ตกลงสู่ขีดแดง!
“เครื่องยนต์กราบซ้ายพังยับแล้วค่ะมาร์คัส!” ฉันตะโกนรายงานขณะพยายามประคองพวงมาลัยที่เริ่มหนักอึ้ง “ถ้าพวกมันตีวงประกบเข้ามาได้ในระยะสองร้อยเมตร เราจะกลายเป็นเป้านิ่งให้พวกมันยิงถล่มจนจมแน่นอน!”
ในวินาทีวิกฤตินั้นเอง สัญญาณสื่อสารความถี่พิเศษในหูฟังไร้สายขนาดจิ๋วที่แนบอยู่ในใบหูของฉันก็ส่งเสียงซ่าก่อนจะตามมาด้วยเสียงหวานใสที่คุ้นเคย
‘พี่วาวคะ! มาร์คัสคะ! ได้ยินพราวไหมคะ!’ เสียงของพราวดังก้องขึ้นด้วยความตื่นเต้นระคนโล่งใจ ‘พราวแฮกเข้าสู่ระบบดาวเทียมทางยุทธวิธีและระบบเครือข่ายเซ็นเซอร์ของน่านน้ำแถบนี้ได้แล้วค่ะ! พราวตรวจพบแนว **ทุ่นระเบิดใต้น้ำอัจฉริยะ (Smart Subsea Mines)** ที่กองทัพเรือเคยติดตั้งไว้ในร่องน้ำลึกห่างจากจุดที่พี่วาวอยู่ไปทางทิศเหนือประมาณสี่ร้อยเมตรค่ะ!’
“ทุ่นระเบิดใต้น้ำเหรอพราว? มีทางควบคุมมันไหม!” ฉันรีบถามกลับทันที
‘พราวส่งสัญญาณบายพาสและเข้าควบคุมระบบจุดชนวนระยะไกลของทุ่นระเบิดเรียบร้อยแล้วค่ะ!’ พราวตอบอย่างมั่นใจ ‘พิกัดร่องน้ำลึกแคบมาก ให้พี่วาวนำเรือแล่นตัดผ่านกึ่งกลางระหว่างทุ่นสองลูกตามพิกัดที่พราวส่งเข้าจอเรดาร์เดี๋ยวนี้เลยค่ะ! ทันทีที่เรือของพี่วาวพ้นแนวไป และเรือศัตรูตามเข้ามาในระยะสังหาร... พราวจะกดจุดชนวนระเบิดทันที!’
“รับทราบ! มาร์คัส เกาะแน่นๆ นะคะ!”
ฉันก้มมองพิกัดเส้นทางเรืองแสงสีฟ้าที่ปรากฏขึ้นบนหน้าจอเรดาร์เรืออย่างชัดเจน สองมือกำพวงมาลัยแน่น ตัดสินใจเหยียบคันเร่งของเครื่องยนต์กราบขวาที่เหลือรอดเพียงตัวเดียวจนสุดกำลัง เรือสปีดโบ๊ตที่บาดเจ็บพุ่งทะยานแหวกผืนน้ำเข้าสู่ร่องน้ำลึกอันมืดมิดและแคบชัน ท่ามกลางเสียงกระสุนปืนกลของเรือศัตรูที่ยิงไล่หลังมาติดๆ
เรือตรวจการณ์สองลำของพวกมันเห็นว่าเรือของเราความเร็วตก จึงเร่งเครื่องยนต์เทอร์โบเต็มสูบ พุ่งตามเข้ามาในร่องน้ำลึกเพื่อหมายจะประกบยิงและบดขยี้เราให้แหลกคาผิวน้ำ
ฉันกลั้นหายใจ บังคับหัวเรือพุ่งผ่านจุดกึ่งกลางระหว่างทุ่นระเบิดใต้น้ำสองลูกไปอย่างฉิวเฉียด ละอองน้ำแตกกระจายรอบตัว เมื่อท้ายเรือของเราพ้นแนวมรณะไปได้เพียงเสี้ยววินาที ฉันก็ตะโกนลั่นหูฟังทันที
“พราว... กดชนวนระเบิดเดี๋ยวนี้เลย!”
‘ระเบิดทำงานใน 3... 2... 1... บูม!’
*ตูมมมมมมมมมมมมมมม! ตูมมมมมมมมมมมมมมม!*
เสียงระเบิดใต้น้ำดังกึกก้องกัมปนาทจนผืนน้ำทะเลสั่นสะเทือนประหนึ่งแผ่นดินไหว เสาน้ำขนาดยักษ์สองต้นที่มีความสูงกว่าตึกสามชั้นพุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้ายามราตรีพร้อมกับแรงอัดระเบิดมหาศาล คลื่นกระแทกใต้น้ำฉีกกระชากท้องเรือตรวจการณ์ทั้งสองลำจนแหลกละเอียดเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยในพริบตาเดียว! ลูกไฟสีส้มสว่างวาบขึ้นกลางเสาน้ำ ก่อนที่ซากเหล็กและร่างของศัตรูทั้งหมดจะถูกคลื่นยักษ์ม้วนกลืนกินลงสู่ก้นบึ้งมหาสมุทรอันมืดมิดอย่างไร้ร่องรอย!
แรงกระแทกจากคลื่นน้ำขนาดยักษ์ซัดส่งให้เรือสปีดโบ๊ตของเราพุ่งทะยานไปข้างหน้าอีกหลายสิบเมตร ก่อนจะค่อยๆ ชะลอความเร็วลงสู่ระดับปกติ
ความเงียบสงบอันเยือกเย็นกลับคืนสู่ผืนน้ำทะเลอันกว้างใหญ่อีกครั้ง...
มีเพียงเสียงเกลียวคลื่นซัดสาดกระทบกราบเรือเบาๆ และเสียงเครื่องยนต์กราบขวาที่กำลังเดินเบาอย่างเหนื่อยล้า ฉันถอนหายใจยาวออกมาอย่างโล่งอก เหงื่อกาฬและหยดน้ำทะเลไหลอาบแก้มเนียนใส หัวใจยังคงเต้นระทึกด้วยความตื่นเต้นจากนาทีเฉียดตายที่เพิ่งผ่านพ้นไป
มาร์คัสเดินกลับมาจากท้ายเรือหลังจากตรวจเช็กความปลอดภัยรอบทิศทาง เขาทิ้งท่อจรวดที่ว่างเปล่าลงสู่ทะเล แล้วก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่ข้างเบาะคนขับ ดวงตาสีมิดไนท์บลูคู่นั้นจ้องมองใบหน้าหวานและเรือนร่างเปียกปอนของฉันด้วยแววตาที่ผสมผสานระหว่างความทึ่ง ความชื่นชม และประาไฟเสน่หาที่เริ่มลุกโชนขึ้นมาอย่างเงียบๆ
เขาหยิบผ้าขนหนูแห้งผืนหนาจากช่องเก็บของมาคลี่ออก แล้วค่อยๆ บรรจงซับหยดน้ำบนดวงหน้า ลำคอระหง และลาดไหล่เนียนนุ่มของฉันอย่างอ่อนโยนทะนุถนอม สัมผัสจากมือหนาอันอบอุ่นที่ลูบผ่านผิวเนื้อเย็นเฉียบทำให้ฉันรู้สึกสะท้านวาบไปทั้งา ความอบอุ่นที่แผ่ซ่านเข้ามาทำให้หัวใจของฉันเต้นผิดจังหวะ
“เธอขับเรือได้บ้าระห่ำและยอดเยี่ยมที่สุดเท่าที่ฉันเคยเห็นมาในชีวิตเลยวาว...” มาร์คัสเอ่ยเสียงทุ้มต่ำ นัยน์ตาของเขาเป็นประาวิบวับ “ถ้าไม่ใช่เพราะความกล้าและไหวพริบของเธอ พวกเราคงกลายเป็นอาหารปลาอยู่ก้นทะเลไปแล้ว”
ฉันช้อนสายตาหวานฉ่ำขึ้นสบประสานกับดวงตาคมกริบของเขา ริมฝีปากอวบอิ่มเคลือบลิปสติกที่เปียกชื้นแย้มยิ้มอย่างเย้ายวน “ก็เพราะฉันมีครูฝึกและคู่หูที่ดุดันเก่งกาจอย่างคุณคอยคุ้มกันหลังให้อยู่ไม่ใช่เหรอคะคุณมาร์คัส... ถ้าไม่มีลูกยิงจรวดเปิดทางของคุณ เราคงไม่รอดมานั่งคุยกันแบบนี้หรอกค่ะ”
คำพูดหยอกเย้าของฉันทำให้มาร์คัสยกยิ้มมุมปาก นิ้วโป้งเรียวยาวของเขาลูบไล้เบาๆ ที่ริมฝีปากล่างของฉันอย่างเผลอไผล บรรยากาศรอบตัวระหว่างเราสองคนเริ่มเปลี่ยนจากความตึงเครียดของสมรภูมิรบ กลายเป็นกระแสความร้อนระอุแห่งแรงดึงดูดทางเพศที่ยากจะต้านทาน ความใกล้ชิดที่แนบแน่นทำให้ลมหายใจอุ่นร้อนของเขารินรดอยู่เหนือดวงหน้าของฉัน
‘พี่วาวคะ มาร์คัสคะ’ เสียงพราวดังขัดจังหวะขึ้นในหูฟังเบาๆ ‘พราวตรวจพบว่าเรือสปีดโบ๊ตแล่นเข้าสู่เขตน่านน้ำสากลนอกชายฝั่งมาเก๊าเรียบร้อยแล้วค่ะ และข้างหน้าคือจุดนัดพบกับเรือสนับสนุนของพวกเราค่ะ ขอให้ทั้งสองคนพักผ่อนและเตรียมตัวสำหรับภารกิจขั้นต่อไปนะคะ’
ฉันหันมองออกไปทางหัวเรือ...
เบื้องหน้าท่ามกลางม่านหมอกราตรีและแสงดาวที่เริ่มส่องประา คือ **ซูเปอร์ยอชต์ส่วนตัวสุดหรูขนาดยักษ์ (Luxury Superyacht)** ความยาวกว่าหกสิบเมตรที่จอดทอดสมอรออยู่อย่างสง่างาม ตัวเรือสีขาวมุกตัดกับขอบทองคำสะท้อนแสงไฟนีออนสีทองสลัวจากห้องโดยสารลงสู่ผืนน้ำทะเลอย่างหรูหราอลังการ ประหนึ่งคฤหาสน์ลอยน้ำกลางมหาสมุทรอันเวิ้งว้าง
มาร์คัสเข้าคุมพวงมาลัยเรืออีกครั้ง ค่อยๆ ประคองเรือสปีดโบ๊ตเทียบเข้ากับแท่นจอดเทียบเรือไฮดรอลิกบริเวณท้ายซูเปอร์ยอชต์อย่างนุ่มนวล ระบบอัตโนมัติของเรือยอชต์ทำงานทันที ลิฟต์ไฮดรอลิกดึงเรือสปีดโบ๊ตขึ้นสู่โรงเก็บเรือใต้ท้องยอชต์ พร้อมกับประตูเหล็กกล้าปิดลงอย่างแน่นหนาเพื่อตัดขาดจากโลกภายนอกอย่างสิ้นเชิง
เราสองคนก้าวลงจากเรือสปีดโบ๊ตขึ้นสู่ทางเดินไม้สักทองคำแท้ที่ปูลาดอย่างประณีต ลูกเรือหุ่นยนต์และระบบรักษาความปลอดภัยเอไอทำความเคารพมาร์คัส ก่อนจะเปิดประตูทางเข้าสู่เพนต์เฮาส์มาสเตอร์สูทส่วนตัวใต้ดาดฟ้าเรือ
ทันทีที่ก้าวพ้นธรณีประตูเข้ามาภายในห้องนอนมาสเตอร์สูท ความหนาวเหน็บและกลิ่นคาวของน้ำทะเลก็ถูกแทนที่ด้วยกลิ่นหอมอวลของน้ำมันหอมระเหยกลิ่นวานิลลาและไม้จันทน์หอม อุณหภูมิเครื่องปรับอากาศถูกปรับไว้อย่างเย็นฉ่ำสบายตัว ห้องนอนกว้างขวางปูด้วยพรมขนสัตว์สีงาช้างหนานุ่ม ตรงกลางห้องมีเตียงนอนคิงไซส์ทรงกลมขนาดมหึมาปูด้วยผ้าปูที่นอนผ้าไหมซาตินสีแดงเข้มดั่งกลีบกุหลาบ ตัดกับแสงไฟแอมเบียนต์สีส้มทองที่ส่องสลัวสร้างบรรยากาศสุดแสนโรแมนติกและเย้ายวนใจ
มาร์คัสก้าวเดินไปที่ประตูห้องนอนหนาหนัก เขาเอื้อมมือไปกดสลักล็อกดิจิทัลสองชั้น เสียงกลไกเหล็กกล้าล็อกตัวดัง *คลิก!* ก้องกังวานชัดเจนในความเงียบสงัด
เขายืนนิ่งอยู่ตรงนั้นครู่หนึ่ง ก่อนจะค่อยๆ หันกลับมาจ้องมองฉัน...
มือหนาของมาร์คัสเอื้อมไปปลดซิปเสื้อเกราะแทคติคอลที่เปียกชื้น ดึงมันออกแล้วโยนทิ้งลงบนพื้นพรมอย่างไร้ความไยดี ตามด้วยเสื้อเชิ้ตสีดำที่ถูกถอดออก เผยให้เห็นแผงอกกว้างกำยำ มัดกล้ามเนื้อหน้าท้องเรียงตัวสวยงามแปดลูกแน่นเปรี๊ยะ ผิวสีแทนสุขภาพดีมีรอยแผลเป็นจางๆ จากการกรำศึกสงครามที่ยิ่งขับเน้นความเป็นชายชาตรีและความดิบเถื่อน หยดน้ำตามไรขนและแผงอกสะท้อนแสงไฟสลัวดูเซ็กซี่จนฉันต้องลอบกลืนน้ำลาย
ขณะเดียวกัน สายตาคมกริบสีมิดไนท์บลูของเขาก็กวาดมองเรือนร่างของฉันตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าอย่างไม่ละสายตา...
ชุดเดรสราตรีผ้าซีทรูสีดำที่เปียกแนบเนื้อของฉันเน้นสัดส่วนโค้งเว้าอันสมบูรณ์แบบ ทั้งทรวงอกอวบอิ่มที่กระเพื่อมไหว เอวคอดกิ่ว และสะโพกผายที่ไร้การปกปิด ยอดปทุมถันสีหวานที่ชูชันเด่นชัดผ่านเนื้อผ้าบางเบา และต้นขาเรียวขาวผ่องที่โผล่พ้นรอยผ่าข้างของกระโปรง ทำให้ฉันดูไม่ต่างจากการเปลือยาต่อหน้าเขาเลยแม้แต่น้อย
แววตาของมาร์คัสเปลี่ยนจากความเฉียบคมของสายลับระดับพระกาฬ กลายเป็น **เพลิงตัณหาและความปรารถนาอันดิบเถื่อน** ที่ลุกโชนอย่างบ้าคลั่ง ความตึงเครียดจากการเสี่ยงตายกลางมหาสมุทรได้เปลี่ยนผ่านกลายเป็นพลังงานทางเพศอันรุนแรงที่พร้อมจะปะทุและเผาผลาญเราสองคนให้มอดไหม้ไปพร้อมกันในค่ำคืนนี้!
ร่างสูงใหญ่ของเขาก้าวช้าๆ ตรงเข้ามาหาฉัน สองแขนแกร่งโอบรัดเอวคอดกิ่วแล้วดึงร่างของฉันเข้าไปแนบชิดกับแผงอกเปลือยเปล่าอันร้อนผ่าว ลมหายใจของเขาหนักหน่วงและเปี่ยมด้วยความต้องการอย่างไม่อาจซ่อนเร้น... ในค่ำคืนที่รอดตายมาได้นี้ ไม่มีภารกิจ ไม่มีศัตรู มีเพียงฉันกับเขาและไฟราคะที่กำลังจะระเบิดขึ้น!
นิยายแนะนำ
นิยายแนะนำ
ความคิดเห็น
COMMENT
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ เพื่อสร้างประสบการณ์นำเสนอคอนเทนต์ที่ดีให้กับท่าน รวมถึงเพื่อจัดการข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์ที่ดีบนบริการของเว็บไซต์เรา หากท่านใช้บริการเว็บไซต์นี้ต่อไปโดยไม่มีการปรับตั้งค่าใดๆ นั่นเป็นการแสดงว่าท่านอนุญาตยินยอมที่จะรับคุกกี้บนเว็บไซต์และนโยบายสิทธิส่วนบุคคลของเรา
0.00
0.00









userA???
???? ??? ? ???? ?? ??