เรื่อง แอบเสียว...น้องเพื่อน!! NC++

ติดตาม
ตอนที่ 5: ลาสาวเหนือ
ตอนที่ 5: ลาสาวเหนือ
  • ปรับสีและขนาดตัวอักษร

ตอนที่ 5: ลาสาวเหนือ


เสียงสัญญาณเตือนภัยและความตึงเครียดจากปลายสายของท่าน ผอ. โรงพยาบาลศูนย์ขอนแก่น ดึงสติสัมปชัญญะของผมให้กลับเข้าสู่โหมดการทำงานเต็มพิกัดในเสี้ยววินาที!


"รับทราบครับท่าน ผอ. ใจเย็นๆ ก่อนนะครับ ให้ทีมช่างไอทีของโรงพยาบาลรีบูตระบบเน็ตเวิร์กเซิร์ฟเวอร์สำรองไว้ก่อนเลย เดี๋ยวผมจะออกเดินทางมุ่งหน้าไปขอนแก่นทันทีครับ ไม่เกินช่วงบ่ายแก่ๆ ผมถึงหน้างานแน่นอนครับ!"


ผมตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงสุขุม หนักแน่น และสร้างความมั่นใจให้ลูกค้าได้อย่างมืออาชีพ ก่อนจะกดวางสาย โยนโทรศัพท์ลงบนเตียง แล้วรีบพุ่งตัวเข้าไปในห้องน้ำทันที


สายน้ำเย็นจัดจากฝักบัวชะล้างคราบเหงื่อไคลและกลิ่นอายแห่งราคะที่ยังคงติดตรึงอยู่บนผิวกาย แต่ภาพความทรงจำอันแสนเร่าร้อนของน้องพลอยใสเมื่อคืนนี้ ยังคงแจ่มชัดอยู่ในหัวทุกท่วงท่า ร่องรักที่คับแน่นและตอดรัดลำเอ็นแปดนิ้วของผมตุบๆ ยังคงทำให้ท่อนล่างของผมตอบสนองด้วยการกระตุกเบาๆ แต่หน้าที่การงานต้องมาก่อนเสมอ หากผมกอบกู้สถานการณ์ที่ขอนแก่นไม่ได้ ยอดขายและสัญญาบริการระยะยาวมูลค่าหลายสิบล้านอาจจะหลุดลอยไปได้


ผมใช้เวลาเพียงสิบห้านาทีในการอาบน้ำ แต่งกายด้วยชุดทำงานใหม่เอี่ยม เสื้อเชิ้ตแขนยาวสีฟ้าครามรีดเรียบกริบ สวมทับด้วยกางเกงสแล็กสีเทาเข้ม เก็บสัมภาระทุกอย่างลงกระเป๋าเดินทาง คว้าเสื้อสูทขึ้นพาดบ่า แล้วก้าวเร็วๆ ลงบันไดไม้ไปยังชั้นล่าง


ที่โต๊ะอาหารในห้องครัว... ไอ้ตั้มกำลังนั่งกุมขมับอยู่ตรงนั้น สภาพของมันดูเหมือนคนเพิ่งรอดชีวิตจากสงคราม หน้าตาซีดเซียว ผมเผ้ายุ่งเหยิง มีถ้วยกาแฟดำร้อนๆ วางควันกรุ่นอยู่ตรงหน้า


"ตื่นแล้วเหรอมึงไอ้เจมส์..." ไอ้ตั้มเงยหน้าขึ้นมองผมด้วยสายตาปรือปรอย "กูขอโทษทีว่ะมึง เมื่อคืนกูดีใจไปหน่อย แดกเบียร์ไม่ยั้งจนภาพตัด จำ-่าอะไรไม่ได้เลยเนี่ย มึงนอนหลับสบายมั้ยวะ? เตียงห้องแขกโอเคป่าว?"


คำถามของมันเกือบทำให้ผมหลุดขำก๊ากออกมาในลำคอ


'มึงจะไปจำอะไรได้ล่ะไอ้เพื่อนยาก... มึงหลับเป็นตาย ปล่อยให้กูกับน้องสาวมึงจัดหนักกันตั้งแต่โต๊ะกินข้าวที่มึงกำลังนั่งอยู่ ลามไปจนถึงเตียงนอนห้องน้องมึงจนเตียงแทบหัก!'


"หลับสบายมากมึง เตียงนุ่มกำลังดีเลยล่ะ" ผมปรับสีหน้าให้เรียบเฉย แสร้งยิ้มสุภาพแล้วเดินเข้าไปตบไหล่มันเบาๆ "แต่กูคงอยู่กินข้าวเช้ากับมึงไม่ได้แล้วว่ะตั้ม มีเคสด่วนเข้าที่โรงพยาบาลศูนย์ขอนแก่น เครื่อง CT Scan กับระบบเซ็นทรัลมอนิเตอร์รวนกะทันหัน ผอ. โทรตามตัวกูด่วนมาก กูต้องรีบตีรถไปขอนแก่นเดี๋ยวนี้เลย"


"เฮ้ย! จริงเหรอวะ เสียดายชะมัด กูว่าจะพามึงไปกินข้าวซอยเจ้าเด็ดแถวฟ้าฮ่ามสักหน่อย" ไอ้ตั้มทำหน้าเสียดาย แต่ก็เข้าใจหน้าที่การงานของเซลส์แมนดี "เออๆ รีบไปเถอะมึง เรื่องงานของโรงพยาบาลเรื่องใหญ่ ขับรถดีๆ นะเว้ย ทางขึ้นเขาลงเขาช่วงลำปาง-แพร่มันคดเคี้ยว"


"ขอบใจมากมึง ไว้เจอกันใหม่รอบหน้า"


ผมหิ้วกระเป๋าเดินนำไอ้ตั้มออกมาที่หน้าบ้าน แสงแดดยามเช้าสาดส่องลงมาอบอุ่น ลมหนาวพัดพาความสดชื่นมาปะทะใบหน้า และในจังหวะที่ผมกำลังจะเดินไปเปิดท้ายรถเพื่อเก็บกระเป๋านั้นเอง...


เสียงประตูรั้วเล็กหน้าบ้านก็เปิดออกเบาๆ


ร่างบอบบางของน้องพลอยใสปรากฏขึ้นสู่สายตา!


เธอเพิ่งเดินกลับมาจากร้านสะดวกซื้อหน้าหมู่บ้าน ในมือถือถุงพลาสติกที่มีแซนด์วิชและนมสดอยู่สองสามกล่อง แต่สิ่งที่ทำให้หัวใจของผมกระตุกวูบ คือชุดที่เธอสวมใส่อยู่ในเวลานี้!


พลอยใสสวมชุดนักศึกษามหาวิทยาลัยชื่อดังของเชียงใหม่! เสื้อนักศึกษาแขนสั้นสีขาวเข้ารูปแนบเนื้อจนตึงเปรี๊ยะ สาบอกผ่าลึกเล็กน้อยเผยให้เห็นเนินอกขาวเนียนสล้าง กระดุมเสื้อแทบจะปริแตกด้วยแรงดันของเต้าทรวงอกคัพซีที่อัดแน่นอยู่ข้างใน กระโปรงทรงเอสีดำขลับสั้นเหนือเข่าเข้ารูปเปรี๊ยะ เน้นสัดส่วนสะโพกผายแน่นและบั้นท้ายกลมกลึงให้เด่นชัด และที่สำคัญ... ผ่าหลังสูงขึ้นมาจนเกือบถึงโคนขาอ่อน!


ทุกย่างก้าวที่เธอเดินเข้ามาหาเรา ท่วงท่าการเดินของเธอดูเก้ๆ กังๆ และกะเผลกเล็กน้อยอย่างเห็นได้ชัด ผลพวงจากการโดนมังกรยักษ์แปดนิ้วของผมกระหน่ำซอยอย่างดุดันเมื่อคืนนี้ ยังคงทิ้งร่องรอยความระบมไว้ที่ร่องสวาทของเธออย่างไม่ต้องสงสัย!


"อ้าวพลอย ตื่นเช้าจังวะ ไปซื้อของกินมาเหรอ?" ไอ้ตั้มเอ่ยทักน้องสาว


"ค่ะพี่ตั้ม... พลอยซื้อแซนด์วิชมาเผื่อพี่ตั้มกับพี่เจมส์ด้วยค่ะ" พลอยใสตอบเสียงหวานหยด ใบหน้าหวานที่แต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางบางเบาดูน่ารักสดใสราวกับดอกไม้แรกแย้ม แต่เมื่อสายตาของเธอเหลือบมาประสานเข้ากับสายตาของผม...


พวงแก้มขาวผ่องของเธอก็แดงซ่านขึ้นมาทันตาเห็น!


ดวงตากลมโตคู่นั้นสั่นระริกด้วยความเคอะเขินปนความเสน่หา สายตาหวานเชื่อมกวาดมองผมตั้งแต่หัวจดเท้า แอบมองเป้ากางเกงสแล็กของผมแวบหนึ่งอย่างมีความหมาย ภาพความเร่าร้อนเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อนหวนกลับมาในหัวของเธอทันที


"ไอ้เจมส์มันต้องรีบไปขอนแก่นแล้วว่ะพลอย มีงานด่วนเข้า" ไอ้ตั้มบอกพลางหันไปหยิบบุหรี่ขึ้นมาจุดสูบที่มุมสวนหน้าบ้าน


และจังหวะนั้นเอง... จังหวะที่ไอ้ตั้มหันหลังให้เราสองคน!


พลอยใสรีบก้าวเข้ามาประชิดตัวผมทันที กลิ่นหอมหวานของน้ำหอมกลิ่นพีชผสมกลิ่นแป้งเด็กโชยเข้าแตะจมูก เธอเอื้อมมือที่นุ่มนิ่มมาช่วยจับหูกระเป๋าเดินทางของผม ปลายนิ้วเรียวเนียนแอบเลื่อนไปลูบไล้หลังมือของผมอย่างแผ่วเบาและรวดเร็ว สัมผัสไฟฟ้าระทึกใจแล่นปราดขึ้นมาอีกระลอก


"จะไปแล้วเหรอคะพี่เจมส์..." เธอเงยหน้าขึ้นกระซิบด้วยน้ำเสียงสั่นพร่า ดวงตาหวานฉ่ำเต็มไปด้วยความอาลัยอาวรณ์ "พลอยยังอยากอยู่คุยกับพี่เจมส์ต่ออยู่เลย..."


"งานด่วนจริงๆ ครับคนสวย..." ผมโน้มใบหน้าลงไปใกล้เธอ แกล้งเอ่ยกระซิบชิดใบหูเล็ก "แต่เมื่อคืนนี้... พลอยสุดยอดมากเลยนะ รู้มั้ย? พี่ประทับใจจนแทบไม่อยากขับรถกลับเลยล่ะ"


คำชมตรงไปตรงมาของผม ทำเอาพลอยใสกัดริมฝีปากล่างแน่นด้วยความเขินอาย ขนลุกซู่ไปทั้งร่าง ขาเรียวหนีบเข้าหากันแน่น


"พี่เจมส์ก็... พูดอะไรก็ไม่รู้ คนบ้า..." เธอทุบอกผมเบาๆ แก้เขิน ก่อนจะกระซิบต่อด้วยน้ำเสียงออดอ้อน "ขับรถดีๆ นะคะ... แล้วอย่าลืมนะคะ เบอร์ที่พลอยให้ไว้... ถ้าคิดถึงพลอยเมื่อไหร่ โทรหาพลอยได้ตลอดเวลาเลยนะคะ"


"แน่นอนครับคนสวย พี่ไม่มีวันลืมเราหรอก"


ผมส่งยิ้มกระชากใจพลางกุมมือเธอไว้บีบเบาๆ เป็นการบอกลา ก่อนจะหันไปโบกมือลาไอ้ตั้มที่ยืนพ่นควันบุหรี่อยู่หน้าบ้าน


"กูไปก่อนนะเว้ยตั้ม ไว้เจอกันใหม่!"


"เออ โชคดีเว้ยมึง ถึงแล้วส่งไลน์บอกด้วย!"


ผมก้าวขึ้นไปนั่งประจำที่นั่งคนขับ สตาร์ตเครื่องยนต์รถซีดานคู่ใจ แตะคันเร่งเคลื่อนตัวออกจากหน้าบ้านเดี่ยวหลังนั้นช้าๆ มองผ่านกระจกมองหลัง เห็นภาพของน้องพลอยใสในชุดนักศึกษารัดรูปยืนโบกมือส่งผมด้วยสายตาหวานละมุน บั้นท้ายแน่นเปรี๊ยะในกระโปรงทรงเอผ่าหลังยังคงติดตาผมอยู่จนกระทั่งรถเลี้ยวพ้นโค้งหมู่บ้านออกมา


การเดินทางอันยาวไกลเริ่มต้นขึ้น


จากยอดดอยเมืองเหนือ สู่ที่ราบสูงดินแดนอีสาน ระยะทางเกือบเจ็ดร้อยกิโลเมตรผ่านเส้นทางคดเคี้ยวของขุนเขา ลำปาง เด่นชัย แพร่ อุตรดิตถ์ พิษณุโลก และตัดผ่านเทือกเขาเพชรบูรณ์เข้าสู่ขอนแก่น


ตลอดการขับรถหลายชั่วโมง ผมเปิดเพลงคลอไปพร้อมกับโทรศัพท์ประสานงานกับทีมวิศวกรชีวการแพทย์ของโรงพยาบาลศูนย์ขอนแก่นเป็นระยะๆ และคนที่ผมต้องติดต่อด้วยเป็นหลัก... ก็ไม่ใช่ใครอื่นไกล


'ไอ้บอย' เพื่อนสนิทสมัยมัธยมปลายของผม!


ปัจจุบันไอ้บอยทำงานเป็นหัวหน้าทีมวิศวกรชีวการแพทย์ ดูแลระบบอุปกรณ์และเครื่องมือแพทย์ทั้งหมดของโรงพยาบาลศูนย์ขอนแก่น มันเป็นคนเก่ง ลุยๆ คอทองแดง และสนิทกับผมมาก ชนิดที่ว่าสมัยเรียนมัธยมเราเคยกอดคอหนีเรียนไปนั่งจีบสาวด้วยกันมานับไม่ถ้วน


"มึงขับมาถึงไหนแล้ววะไอ้เจมส์!" เสียงไอ้บอยดังก้องมาตามสาย บ่งบอกถึงความวุ่นวายในแผนก "ระบบมันล็อกเออร์เรอร์ โค้ด 0x800 F กูพยายามบายพาสระบบแล้วแต่มันไม่ยอมรับ ต้องใช้มาสเตอร์คีย์การ์ดของมึงคนเดียวเลยเนี่ย!"


"กูเพิ่งข้ามเขาชุมแพมามึง อีกประมาณชั่วโมงครึ่งถึงโรงพยาบาล มึงเตรียมทีมไว้เลย กูเข้าไปถึงจะลงมือแก้ไขทันที"


"เออ ดีมากมึง! คืนนี้มึงไม่ต้องไปนอนโรงแรมให้เปลืองตังค์บริษัทนะเว้ย กูเปิดบ้านสวนริมคลองชลประทานรอมึงไว้แล้ว เหล้าขาว เบียร์ อาหารอีสานแซ่บๆ กูเตรียมไว้ต้อนรับมึงเต็มที่!"


"แล้วมึงไม่อยู่เวรเหรอวะคืนนี้?" ผมถาม


"กูต้องอยู่เวรดึกยาวถึงเช้าว่ะมึง เคสอุบัติเหตุหมู่กำลังทยอยมา แต่กูให้น้องสาวกูคอยเปิดบ้านต้อนรับมึงไว้แล้ว มึงเข้าไปนอนพักผ่อนตามสบายได้เลย คิดซะว่าเป็นบ้านมึงเอง!"


"น้องสาวมึงเหรอ?" ผมเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ภาพความทรงจำเกี่ยวกับน้องสาวของไอ้บอยในอดีตค่อนข้างเลือนราง จำได้แค่ว่าชื่อ 'เนย' และเป็นเด็กผู้หญิงผิวเข้มตัวผอมๆ กะโปโล


"เออ น้องเนยไง มันเพิ่งเรียนจบพยาบาลมาทำงานที่วอร์ดฉุกเฉินโรงพยาบาลเดียวกับกูนี่แหละ แต่วันนี้มันออกเวรบ่าย อยู่บ้านพอดี เดี๋ยวเจอกันที่หน้างานก่อนเว้ยมึง!"


ไอ้บอยตัดสายไป ทิ้งให้ผมยิ้มกริ่มอยู่คนเดียวในรถ


'พยาบาลสาวอีสานงั้นเหรอ... ชักน่าสนใจขึ้นมาแล้วสิ'


เวลาประมาณสี่โมงเย็น ผมขับรถมาถึงโรงพยาบาลศูนย์ขอนแก่น เลี้ยวเข้าจอดตรงลานจอดรถหน้าอาคารศูนย์การแพทย์ฉุกเฉิน ผมคว้ากระเป๋าโน้ตบุ๊กและชุดอุปกรณ์กู้ระบบ เดินก้าวเร็วๆ เข้าสู่อาคารอย่างมั่นใจ


การทำงานร่วมกับไอ้บอยและทีมช่างเป็นไปอย่างราบรื่นและดุเดือด ด้วยความเป็นมืออาชีพของผม ผมใช้เวลาเพียงสองชั่วโมงในการเข้าถึงระบบเซิร์ฟเวอร์หลัก เขียนโค้ดแก้ปัญหาทับไฟล์ที่เสียหาย และรีบูตระบบ CT Scan และ Central Monitor ทั้งหมดให้กลับมาออนไลน์ได้ร้อยเปอร์เซ็นต์อย่างสมบูรณ์แบบ ทันเวลาที่ขบวนรถพยาบาลฉุกเฉินนำส่งผู้บาดเจ็บมาถึงพอดี!


"เชี่ยเจมส์! มึงแม่งโคตรพระเอกเลยว่ะ!" ท่าน ผอ. และไอ้บอยเข้ามาตบไหล่ผมด้วยความโล่งใจและชื่นชมอย่างสุดซึ้ง


"เรื่องแค่นี้สบายมากครับท่าน ผอ. บริษัทเราดูแลลูกค้าหลังการขายเต็มที่เสมอครับ" ผมยิ้มรับด้วยมาดเซลส์แมนมือทอง


หลังจากเคลียร์เอกสารและรับรองงานเสร็จสิ้น เวลาล่วงเลยไปจนถึงเกือบสองทุ่ม ไอ้บอยที่ต้องอยู่เวรดึกต่อ ยื่นพวงกุญแจบ้านสวนพร้อมแชร์โลเคชันในกูเกิลแมปให้ผม


"มึงขับไปตามพิกัดนี้เลยนะเพื่อน บ้านสวนริมน้ำ บรรยากาศโคตรชิล กูโทรบอกน้องเนยไว้แล้วว่ามึงกำลังจะเข้าไป มึงไปอาบน้ำพักผ่อนให้สบายตัวก่อนเลย เดี๋ยวพรุ่งนี้เช้าออกเวรแล้วกูตามไปสมทบ!"


"ขอบใจมากเว้ยมึง เหนื่อยๆ มาทั้งวัน ได้ยินคำว่าบ้านสวนริมน้ำแล้วค่อยสดชื่นหน่อย"


ผมโบกมือลาไอ้บอย แล้วขับรถมุ่งหน้าออกจากตัวเมืองขอนแก่นไปตามเส้นทางชนบทอันเงียบสงบ สองข้างทางเต็มไปด้วยทุ่งนาและดงไม้เขียวชอุ่ม ลมพัดพาความเย็นของสายน้ำและกลิ่นอายดินโคลนธรรมชาติเข้ามาในรถ


ขับมาได้ประมาณยี่สิบนาที รถของผมก็เลี้ยวเข้าสู่ซอยดินลูกรังแคบๆ ริมคลองชลประทาน ที่ปลายทางมีบ้านไม้กึ่งปูนสองชั้นสไตล์บ้านสวนตั้งตระหง่านอยู่ใต้ร่มเงาของต้นจามจุรีใหญ่ บรรยากาศรอบตัวเงียบสงัด มีเพียงเสียงจิ้งหรีดเรไรขับกล่อม แสงไฟสีส้มสลัวจากระเบียงชั้นล่างเปิดทิ้งไว้ บ่งบอกว่ามีคนรออยู่


ผมดับเครื่องยนต์ ความเงียบสงัดเข้าปกคลุมทันที ความเหนื่อยล้าจากการขับรถทั้งวันทำให้ผมอยากจะทิ้งตัวลงนอนอาบน้ำให้สบายใจ ผมเปิดประตูรถ ก้าวลงมายืดเส้นยืดสาย บิดขี้เกียจจนกระดูกลั่นกร๊อบ


แต่ในวินาทีที่ผมก้าวเท้าเดินขึ้นบันไดไม้หน้าบ้านเพื่อจะเคาะประตูนั้นเอง...


แอ๊ดดด...


บานประตูไม้สักโบราณก็ถูกเปิดแง้มออกช้าๆ จากด้านใน!


แสงไฟสีส้มอบอุ่นจากในบ้านสาดส่องกระทบร่างของคนที่ก้าวพ้นธรณีประตูออกมา...


และภาพที่ปรากฏต่อสายตาของผมในค่ำคืนนี้... ก็ทำเอาผมถึงกับชะงักค้าง ลมหายใจสะดุดกึกอีกครั้ง ราวกับประวัติศาสตร์กำลังจะซ้ำรอยอย่างเร่าร้อนยิ่งกว่าเดิม!


ตรงหน้าผม... คือหญิงสาวร่างเพรียวระหง ผิวสีน้ำผึ้งเนียนละเอียดดั่งทองคำชวนลูบไล้ ใบหน้าสวยคมเข้มสไตล์สาวอีสาน ตาโตคมกริบ จมูกโด่งรั้น ริมฝีปากอิ่มสีชมพูเข้มชวนลิ้มลอง ผมยาวสลวยดัดลอนคลายทิ้งตัวระแผ่นหลัง


และที่เด็ดที่สุดจนผมตาค้าง... คือชุดที่เธอสวมใส่อยู่ในเวลานี้!


เธอสวมเพียง 'ชุดนอนสายเดี่ยวผ้าซาติน' สีแดงเลือดหมูตัวบางเฉียบ!


เนื้อผ้าซาตินมันวาวแนบสนิทไปกับเรือนร่าง เผยให้เห็นทรวดทรงองค์เอวแบบนาฬิกาทรายอย่างชัดเจน เอวคอดกิ่วรับกับสะโพกผายแน่นก้นงอนงาม และที่หน้าอกหน้าใจคัพดีอวบอึ๋มล้นทะลักนั้น... มันไม่มีร่องรอยของเสื้อชั้นในอยู่เลยแม้แต่น้อย!


ยอดปทุมถันสีเข้มดุนดันผ้าซาตินเนื้อบางเบาขึ้นมาเป็นตุ่มไตแข็งนูนสองข้างอย่างเด่นชัด ยามที่เธอขยับตัว เต้าเนื้อคัพดีจะกระเพื่อมไหวเบาๆ อวดความเต่งตึงดั่งผลไม้สุกงอมที่รอให้ใครบางคนมาเด็ดดม


ในมือเรียวของเธอถือแก้วน้ำใส่น้ำเย็นเฉียบส่งมาให้ผม ริมฝีปากอิ่มแย้มรอยยิ้มหวานหยาดเยิ้มที่แฝงความเซ็กซี่ขี้เล่นเอาไว้ ดวงตาคมกริบตวัดมองสบตากับผมอย่างเปิดเผยและเชื้อเชิญ


"สวัสดีค่ะ... พี่เจมส์ใช่มั้ยคะ? เนยรอนานแล้วนะคะเนี่ย... เข้ามาข้างในก่อนสิคะ ดึกๆ แบบนี้... ข้างนอกมันยุงชุมนะคะพี่..."


น้ำเสียงหวานฉ่ำเจือสำเนียงอีสานอ้อนๆ ดังก้องไปถึงหัวใจ ท่อนล่างของผมที่เพิ่งสงบศึกมาไม่ถึงยี่สิบสี่ชั่วโมง ดีดผงาดแข็งเปร่งดันเป้ากางเกงสแล็กขึ้นมาในทันที!


ตอนต่อไป
ตอนที่ 6: บ้านสวนเมืองแคน

นิยายแนะนำ

นิยายแนะนำ

ความคิดเห็น

COMMENT

ปักหมุด

© สงวนลิขสิทธิ์ 2017 Glory Forever Public Company Limited( Kawebook.com )

Glory Forever Public Company Limited ( Kawebook.com )
ที่อยู่ : 20 หมู่ที่ 6 ตำบลพันท้ายนรสิงห์ อำเภอเมืองสมุทรสาคร จังหวัดสมุทรสาคร 74000
เวลาทำการ : 08 : 00 - 18 : 00 จันทร์ - เสาร์
e-mail : contact@kawebook.com

DMCA.com Protection Status

เริ่มต้นเผยแพร่ผลงาน

เริ่มต้นเป็นนักเขียนออนไลน์ เขียนเรื่องราวที่ประทับใจ สร้างเนื้อหาที่เป็นประโยชน์ และแบ่งปันประสบการ์ดีๆ กับผู้คนทั่วโลก kawebook.com เป็นโอกาส เป็นสื่อกลาง และยังเป็นอีกหนึ่งช่องทาง ในการสร้างรายได้ให้กับนักเขียนมืออาชีพ และนักเขียนมือสมัครเล่นจากทุกมุมโลก เพียงสมัครเป็นสมาชิกเว็บไซต์เพื่อเขียนหนังสือ การ์ตูน หรืออัพโหลดอนิเมชั่น ที่เป็นผลงานของท่าน และเผยแพร่ผลงานสู่สาธารณชน

© สงวนลิขสิทธิ์ 2017 Glory Forever Public Company Limited ( Kawebook.com )

© สงวนลิขสิทธิ์ 2017 Glory Forever Public Company Limited ( Kawebook.com )

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ เพื่อสร้างประสบการณ์นำเสนอคอนเทนต์ที่ดีให้กับท่าน รวมถึงเพื่อจัดการข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์ที่ดีบนบริการของเว็บไซต์เรา หากท่านใช้บริการเว็บไซต์นี้ต่อไปโดยไม่มีการปรับตั้งค่าใดๆ นั่นเป็นการแสดงว่าท่านอนุญาตยินยอมที่จะรับคุกกี้บนเว็บไซต์และนโยบายสิทธิส่วนบุคคลของเรา