เรื่อง คืนลับกับอาข้างบ้าน

ติดตาม
ตอนที่ 2: ฝนแรกของฤดูกาล
ตอนที่ 2: ฝนแรกของฤดูกาล
  • ปรับสีและขนาดตัวอักษร

แสงอาทิตย์๱า๸เ๪้าทอประกายลอดผ่านผ้าม่านโปร่งแสงเข้ามาในห้องนอน ทาบทับลงบนเปลือกตาของหญิงสาวที่กำลังหลับสนิทบนเตียงนุ่ม ปลายค่อยๆ ขยับตัวอย่างเกียจคร้าน เธอลืมตาขึ้นช้าๆ กะพริบตาปรับสายตารับแสงสว่างของวันใหม่ กลิ่นไอดินและกลิ่นความชื้นจากสายฝนที่ตกลงมาอย่างหนักหน่วงเมื่อคืนนี้ยังคงลอยอวลบางเบาอยู่ในอากาศ เป็นกลิ่นหอมเย็นๆ ที่ทำให้รู้สึกสดชื่นและผ่อนคลายอย่างประหลาด


หญิงสาวยืดแขนบิดขี้เกียจไล่ความเมื่อยล้าออกจากร่างกาย พลางนึกย้อนไปถึงเหตุการณ์เมื่อคืน... รอยยิ้มบางๆ ผุดขึ้นบนริมฝีปากอิ่มโดยไม่รู้ตัว ภาพของผู้ชายร่างสูงใหญ่ แผ่นหลังกว้างที่เปียกชื้นจากการซ่อมท่อน้ำประปาให้เธอ และบทสนทนาอันแสนอบอุ่นในค่ำคืนที่ฝนพรำยังคงตราตรึงอยู่ในความทรงจำอย่างแจ่มชัด 'อานนท์' หรือ 'อาอ้น' พี่ชายของเพื่อนสนิทที่ไม่ได้เจอกันมานานหลายปี การพบกันอีกครั้งในฐานะเพื่อนบ้านรั้วติดกัน ทำให้เธอรู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลงบางอย่างในตัวเขา จากพี่ชายที่แสนจะเงียบขรึมในวันวาน กลายมาเป็นผู้ชายเต็มตัวที่มีเสน่ห์ดึงดูดอย่างลึกลับ ทั้งความนิ่งสงบ ความเป็นผู้ใหญ่ และความใส่ใจเล็กๆ น้อยๆ ที่เขาแสดงออกมาโดยไม่รู้ตัว มันทำให้หัวใจของเธอที่เพิ่งบอบช้ำจากความรักครั้งเก่ารู้สึกอบอุ่นขึ้นมาอย่างประหลาด


ปลายสะบัดศีรษะเบาๆ ขับไล่ความคิดฟุ้งซ่าน "คิดอะไรอยู่เนี่ยยายปลาย นั่นพี่ชายเพื่อนนะ" เธอพึมพำกับตัวเองเบาๆ ก่อนจะลุกจากเตียง พับผ้าห่มอย่างเป็นระเบียบ แล้วเดินเข้าห้องน้ำไปจัดการธุระส่วนตัว


เช้าวันนี้ปลายตั้งใจจะไปเดินตลาดสดใกล้ๆ หมู่บ้าน เพื่อซื้อของสดมาตุนไว้ในตู้เย็น หลังจากย้ายเข้ามาอยู่ที่ทาวน์เฮาส์แห่งนี้ได้ไม่กี่วัน ตู้เย็นของเธอยังว่างเปล่า มีเ๩ี๶๫น้ำเปล่าไม่กี่ขวดเท่านั้น หญิงสาวเลือกสวมเสื้อยืดสีขาวพอดีตัวกับกางเกงยีนส์ขาสั้น เผยเรียวขาขาวเนียน ผมยาวประบ่าถูกรวบขึ้นเป็นหางม้าลวกๆ ดูทะมัดทะแมงและน่ารักสดใสตามวัยยี่สิบสี่ปี เธอหยิบกระเป๋าสตางค์และถุงผ้าลดโลกร้อน เดินออกจากบ้านสูดอากาศ๱า๸เ๪้าที่แสนบริสุทธิ์


ตลาดสด๱า๸เ๪้าคึกคักไปด้วยผู้คน เสียงแม่ค้าพ่อค้าตะโกนเรียกลูกค้าดังเซ็งแซ่ กลิ่นอาหารคาวหวานลอยปะปนกันไปหมด ปลายเดินลัดเลาะไปตามแผงขายของ เลือกซื้อผักสด เนื้อสัตว์ และผลไม้ตามที่ตั้งใจไว้ ความเพลิดเพลินในการเลือกซื้อของทำให้เธอลืมตัว เผลอซื้อของมามากมายจนเต็มถุงผ้าทั้งสองใบ แถมยังมีถุงพลาสติกหิ้วพะรุงพะรังเต็มสองมือ


"อึ้บ... หนักเหมือนกันนะเนี่ย" ปลายบ่นอุบอิบ ขณะพยายามยกถุงข้าวสารขนาดห้ากิโลกรัมและถุงผักผลไม้อีกหลายถุง เธอก้าวเดินอย่างทุลักทุเล เหงื่อเม็ดเล็กๆ เริ่มผุดซึมตามไรผมและกรอบหน้าหวาน


"ปลาย?"


เสียงทุ้มต่ำที่คุ้นหูดังขึ้นจากด้านหลัง ทำให้หญิงสาวชะงักเท้าและหันไปมอง ร่างสูงใหญ่ของอานนท์ยืนอยู่ตรงนั้น เขาสวมเสื้อยืดสีเทาเข้มที่รัดรึงให้เห็นมัดกล้ามเนื้อช่วงอกและหน้าท้องอย่างชัดเจน กางเกงวอร์มขายาวสีดำ และรองเท้าผ้าใบ สภาพของเขาดูเหมือนเพิ่งกลับจากการวิ่งออกกำลังกาย๱า๸เ๪้า เหงื่อที่เกาะพราวตามใบหน้าหล่อเหลาและลำคอแกร่ง ยิ่งขับเน้นให้เขาดูดึงดูดสายตาและมีเสน่ห์ความเป็นชายชาตรีอย่างเต็มเปี่ยม


"อาอ้น..." ปลายเรียกชื่อเขาด้วยความประหลาดใจ ไม่คิดว่าจะบังเอิญมาเจอกันที่นี่


"มาซื้อของเหรอ ทำไมหิ้วเยอะขนาดนั้นล่ะ" อานนท์ขมวดคิ้วเล็กน้อยเมื่อเห็นสัมภาระพะรุงพะรังในมือของหญิงสาว เขาไม่รอคำตอบ ก้าวฉับๆ เข้ามาประชิดตัว แล้วแย่งถุงข้าวสารและถุงใบใหญ่ที่สุดจากมือเธอไปถือไว้เองอย่างหน้าตาเฉย


"เอ่อ... ไม่เป็นไรค่ะอาอ้น ปลายถือเองได้ มันหนักนะคะ" ปลายรีบปฏิเสธด้วยความเกรงใจ พยายามจะแย่งถุงกลับคืนมา แต่ความแข็งแรงของเธอก็ไม่อาจสู้แรงของผู้ชายตัวโตกว่าได้เลย


"อย่าดื้อสิ ตัวแค่นี้จะหิ้วไหวได้ยังไง อาถือให้เอง เดินนำไปสิ รถจอดอยู่ไหน" เสียงทุ้มดุเบาๆ แฝงความอาทร ทำให้ปลายอ้าปากค้างเล็กน้อย ก่อนจะยอมจำนนต่อความเอาแต่ใจของเขา


"ปลายเดินมาค่ะ ตลาดอยู่แค่นี้เอง ไม่ได้ขับรถมา" เธอตอบเสียงอ้อมแอ้ม ก้มหน้าหลบสายตาคมกริบที่มองมา


"งั้นก็เดินกลับพร้อมกันนี่แหละ อาก็เดินมาเหมือนกัน" อานนท์บอกเรียบๆ ก่อนจะพยักหน้าเป็นเชิงให้เธอเดินนำหน้าไป


ตลอดทางเดินกลับบ้าน ปลายแอบลอบมองเสี้ยวหน้าด้านข้างของคนตัวโตเป็นระยะๆ เขาก้าวเดินอย่างมั่นคง แม้ในมือจะหิ้วของหนักอึ้ง แต่กลับไม่มีทีท่าว่าเหน็ดเหนื่อยเลยสักนิด พฤติกรรมที่เอาใจใส่ดูแลอย่างเป็นธรรมชาติของเขา ทำให้ก้อนเนื้อในอกซ้ายของเธอเต้นผิดจังหวะ มันเป็นความรู้สึกที่แตกต่างจากตอนที่คบกับแฟนเก่าอย่างสิ้นเชิง รายนั้นแทบจะไม่เคยมองเห็นความลำบากของเธอเลย มักจะปล่อยให้เธอจัดการทุกอย่างด้วยตัวเองเสมอ แต่สำหรับอานนท์ เขาแค่ยื่นมือเข้ามาช่วยโดยที่เธอไม่ต้องร้องขอ ไม่ต้องมีคำหวานหู ไม่ต้องมีการแสดงออกที่เกินพอดี มีเ๩ี๶๫การกระทำที่หนักแน่นและพึ่งพาได้


"ขอบคุณมากนะคะอาอ้น ที่ช่วยถือของมาส่งถึงบ้านเลย" ปลายเอ่ยปากขอบคุณเมื่อทั้งคู่เดินมาถึงหน้าประตูบ้านของเธอ


"ไม่เป็นไร เรื่องเล็กน้อย ทีหลังถ้าจะซื้อของเยอะๆ ก็บอกอา เดี๋ยวขับรถพาไปซื้อ จะได้ไม่ต้องหิ้วให้ปวดแขน" เขาวางถุงลงบนโต๊ะม้าหินอ่อนหน้าบ้าน พลางยกมือขึ้นปาดเหงื่อที่หน้าผาก


ปลายมองภาพนั้นด้วยหัวใจที่เต้นแรงขึ้นเล็กน้อย ความเป็นห่วงเป็นใยที่แสนซื่อตรงของเขา ทำให้เธอรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นผู้หญิงตัวเล็กๆ ที่ได้รับการปกป้องดูแล "ค่ะ ขอบคุณอีกครั้งนะคะ อาอ้นเข้าไปพักผ่อนเถอะค่ะ เหงื่อท่วมเลย"


อานนท์พยักหน้ารับ "อืม งั้นพี่ไปนะ มีอะไรก็เรียกได้ตลอด" เขาหมุนตัวเดินกลับเข้าไปในรั้วบ้านของตัวเอง ทิ้งให้ปลายยืนมองแผ่นหลังกว้างนั้นจนลับสายตา ก่อนจะระบายลมหายใจยาวออกมาพร้อมกับรอยยิ้มบางๆ บนริมฝีปาก


ช่วงสาย ปลายหมกตัวอยู่ในห้องทำงาน จัดการสะสางงานออกแบบกราฟิกที่ค้างอยู่ เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็วจนล่วงเข้าสู่ช่วงบ่ายแก่ๆ ท้องฟ้าที่เคยมืดครึ้มในช่วงเช้า เริ่มแปรเปลี่ยนเป็นสีเทาเข้ม เมฆฝนก่อตัวหนาแน่นบดบังแสงอาทิตย์จนบรรยากาศรอบนอกมืดสลัวลงอย่างรวดเร็ว ลมกระโชกแรงพัดเอาใบไม้ปลิวว่อน เป็นสัญญาณเตือนว่าพายุฝนระลอกใหญ่กำลังจะมาเยือนอีกครั้ง


"อ๊ะ... ยาแก้ปวดหัวหมดนี่นา" ปลายพึมพำเมื่อค้นหากล่องยาประจำบ้านแล้วพบว่ายาพาราเซตามอลหมดเกลี้ยง เธอรู้สึกปวดหัวตึบๆ ตั้งแต่ช่วงสาย คงเพราะเมื่อคืนนอนดึกแถมยังตากฝนนิดหน่อยตอนออกไปดูท่อน้ำ


หญิงสาวมองออกไปนอกหน้าต่าง ท้องฟ้ามืดครึ้มแต่ฝนยังไม่ตก เธอตัดสินใจคว้ากระเป๋าสตางค์แล้ววิ่งออกจากบ้าน กะว่าจะรีบไปซื้อยาที่ร้านสะดวกซื้อหน้าปากซอยให้เสร็จก่อนที่ฝนจะเทลงมา


ทว่า... ธรรมชาติมักเล่นตลกเสมอ เมื่อปลายวิ่งมาถึงครึ่งทาง หยาดน้ำฟ้าก็เริ่มโปรยปรายลงมา และเ๩ี๶๫ไม่กี่วินาทีต่อมา มันก็กลายเป็น-่าฝนที่ตกลงมาอย่างหนักหน่วง ราวกับฟ้ารั่ว หญิงสาวตกใจ รีบวิ่งไปหลบอยู่ใต้กันสาดของร้านขายของชำที่ปิดทำการไปแล้ว เธอพยายามปัดน้ำฝนออกจากเสื้อผ้าและเส้นผมที่เริ่มเปียกชื้น อากาศที่เย็นเฉียบประกอบกับลมแรง ทำให้เธอต้องยกแขนขึ้นกอดตัวเองด้วยความหนาวเหน็บ


"โธ่เอ๊ย... ทำไมต้องมาตกตอนนี้ด้วยเนี่ย" เธอถอนหายใจอย่างหงุดหงิด มองสายฝนที่เทกระหน่ำลงมาอย่างไม่มีทีท่าว่าจะหยุดง่ายๆ


ปลายยืนรออยู่นานเกือบยี่สิบนาที ฝนก็ยังคงตกหนักเช่นเดิม เธอเริ่มรู้สึกหนาวสั่นมากขึ้น อาการปวดหัวก็ทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ หญิงสาวล้วงกระเป๋ากางเกงหาโทรศัพท์มือถือ หวังจะโทรเรียกวินมอเตอร์ไซค์ แต่อนิจจา... เธอรีบออกมาจนลืมหยิบโทรศัพท์มาด้วย


ในขณะที่ความหวังเริ่มริบหรี่ สายตาของเธอก็เหลือบไปเห็นเงาร่างสูงใหญ่ของใครคนหนึ่งกำลังเดินกางร่มคันใหญ่สีดำฝ่าสายฝนตรงมาทางนี้ รูปร่างที่คุ้นตา ท่าทางการเดินที่คุ้นเคย หัวใจของปลายกระตุกวูบ... 'อาอ้น'


อานนท์เดินเข้ามาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าเธอ ร่มสีดำคันใหญ่ถูกยื่นมาบังเม็ดฝนที่สาดกระเซ็นเข้ามาหาหญิงสาว เขามองสภาพที่เปียกปอนเล็กน้อยของเธอด้วยสายตาดุๆ ก่อนจะเอ่ยถามเสียงเข้ม


"ออกมาทำไมตอนฝนตกแบบนี้ฮึยายปลาย ไม่รู้หรือไงว่าพายุกำลังเข้า"


"ปลาย... ปลายแค่จะออกมาซื้อยาแก้ปวดหัวค่ะ ไม่คิดว่าฝนจะตกหนักขนาดนี้" เธอตอบเสียงสั่น ไม่รู้ว่าสั่นเพราะความหนาวหรือเพราะสายตาดุๆ ของเขากันแน่


อานนท์ถอนหายใจยาว แววตาดุดันอ่อนแสงลง เปลี่ยนเป็นความห่วงใยที่ฉายชัดเจน เขาขยับตัวเข้ามาใกล้เธอมากขึ้น เพื่อให้ร่มสามารถบังฝนให้ทั้งคู่ได้อย่างมิดชิด ความใกล้ชิดที่เกิดขึ้นอย่างกะทันหัน ทำให้ปลายต้องถอยหลังไปพิงกับบานประตูม้วนของร้านค้า ร่างกายของทั้งสองห่างกันเ๩ี๶๫ไม่กี่คืบ


กลิ่นน้ำหอมผู้ชายแนวสะอาดสดชื่นกระฉับกระเฉงผสมผสานกับกลิ่นไอดินและกลิ่นความเย็นของสายฝน ลอยแตะจมูกของหญิงสาว มันเป็นกลิ่นที่ดึงดูดและมีเสน่ห์อย่างประหลาด ปลายช้อนสายตาขึ้นมองคนตัวโตที่ยืนซ้อนอยู่ด้านหน้า ใบหน้าหล่อเหลาที่เปื้อนหยดน้ำฝนเล็กน้อย ดวงตาคมเข้มที่มองจ้องมายังเธอ ริมฝีปากหยักลึกที่เม้มเข้าหากัน... ทุกอย่างประกอบกันเป็นภาพที่ทำให้หัวใจของเธอเต้นกระหน่ำรุนแรง รุนแรงเสียจนเธอกลัวว่าเขาจะได้ยินเสียงมัน


"อาเห็นเราวิ่งออกมาหน้าตั้ง ฝนก็ทำท่าจะตก เลยหยิบร่มตามมา" อานนท์อธิบายเสียงเรียบ แต่คำพูดนั้นกลับสร้างความอบอุ่นแผ่ซ่านไปทั่วหัวใจของคนฟัง เขาอุตส่าห์สังเกตเห็นและเป็นห่วงเธอจนต้องเดินตากฝนตามมาหา


"ขอบคุณค่ะ... แล้วนี่ปลายจะกลับยังไงดี ยายังไม่ได้ซื้อเลย" เธอเปลี่ยนเรื่องเพื่อกลบเกลื่อนความขัดเขิน


"ไม่ต้องซื้อแล้ว ที่บ้านอามียา เดี๋ยวไปกินที่บ้านอา แล้วก็กลับกันได้แล้ว ขืนยืนอยู่ตรงนี้นานๆ จะพาลเป็นไข้หนักกว่าเดิม" ไม่พูดเปล่า เขายื่นแขนข้างที่ว่างมารั้งไหล่บางของเธอให้ขยับเข้ามาประชิดตัวเขามากยิ่งขึ้น จนไหล่ของเธอเบียดชิดกับอกกว้างของเขา


ปลายตัวแข็งทื่อกับสัมผัสถือวิสาสะแต่นุ่มนวลนั้น เธอไม่กล้าขัดขืนหรือสะบัดออก ได้แต่ปล่อยให้เขาโอบประคองพาเดินฝ่าสายฝนกลับไปยังบ้านของเขา ภายใต้ร่มคันเดียวกัน โลกใบเล็กๆ ที่มีเ๩ี๶๫เธอและเขาท่ามกลางพายุฝน ความอบอุ่นที่แผ่ซ่านจากร่างกายของเขา ช่วยคลายความหนาวเหน็บให้เธอได้อย่างน่าประหลาด


เมื่อมาถึงบ้านของอานนท์ เขาจัดการหาผ้าขนหนูมาให้เธอเช็ดผมและเสื้อผ้าที่เปียกชื้น ก่อนจะรินน้ำอุ่นและส่งยาแก้ปวดหัวให้เธอกินอย่างเสร็จสรรพ


"ขอบคุณค่ะ" ปลายรับยามากินอย่างว่าง่าย เธอรู้สึกเกร็งเล็กน้อยเมื่อเข้ามาอยู่ในพื้นที่ส่วนตัวของเขา ภายในบ้านของอานนท์ตกแต่งอย่างเรียบง่าย เน้นโทนสีเทาดำและเฟอร์นิเจอร์ไม้ ดูขรึมและสงบสมกับบุคลิกของเจ้าของบ้าน


"กินข้าวด้วยกันไหม"


คำชวนที่หลุดออกมาจากปากของอานนท์อย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย ทำให้ปลายที่กำลังเช็ดผมอยู่ชะงัก เธอเงยหน้ามองเขาด้วยความแปลกใจ


"เอ่อ... จะดีเหรอคะ รบกวนอาอ้นเปล่าๆ"


"รบกวนอะไร อาทำกับข้าวไว้เยอะแยะ กินคนเดียวก็ไม่หมด อยู่กินด้วยกันนี่แหละ จะได้กินยาหลังอาหารด้วย" เขาพูดตัดบทอย่างเอาแต่ใจ ก่อนจะเดินหายเข้าไปในครัว ทิ้งให้ปลายยืนงงอยู่กลางห้องนั่งเล่น


แต่สุดท้าย เธอก็ยอมเดินตามเขาเข้าไปในครัวอย่างว่าง่าย กลิ่นหอมของอาหารลอยเตะจมูก บนโต๊ะอาหารมีแกงจืดเต้าหู้หมูสับ ผัดผักรวมมิตร และไข่เจียวหมูสับ อาหารพื้นๆ แต่กลับดูน่ากินอย่างบอกไม่ถูก


มื้ออาหารดำเนินไปอย่างเงียบเชียบ มีเ๩ี๶๫เสียงช้อนส้อมกระทบจานเบาๆ และเสียงสายฝนที่ยังคงตกกระทบหลังคาอยู่ภายนอก แต่มันกลับไม่ใช่ความเงียบที่น่าอึดอัด มันเป็นความเงียบที่อบอุ่นและผ่อนคลาย ปลายลอบสังเกตใบหน้าของอานนท์เวลาที่เขากินข้าว เขาดูสงบและดูผ่อนคลายกว่าปกติ


"กับข้าวอร่อยจังเลยค่ะ อาอ้นทำเองหมดเลยเหรอคะ" ปลายทำลายความเงียบด้วยการเอ่ยชมจากใจจริง


อานนท์ชะงักมือที่กำลังตักข้าวเข้าปาก รอยยิ้มจางๆ ปรากฏขึ้นบนใบหน้า "อืม... ตอนแต่งงาน อดีตภรรยาอาเขาทำกับข้าวไม่ค่อยเป็นน่ะ อาก็เลยต้องหัดทำเองจนชิน"


คำตอบของเขาทำให้ปลายรู้สึกเหมือนถูกน้ำเย็นสาดเข้าที่หน้า เธอเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าเขาเคยแต่งงานและมีลูกสาวหนึ่งคน ก่อนจะหย่าร้างกันไป เรื่องราวของเขาเป็นสิ่งที่เธอเคยได้ยินผ่านๆ จากเพื่อนสนิท แต่ไม่เคยรู้รายละเอียดลึกซึ้ง


"เอ่อ... ปลายขอโทษนะคะที่ถามอะไรไม่เข้าเรื่อง" เธอรีบเอ่ยปากขอโทษเมื่อเห็นประกายความเศร้าและโดดเดี่ยวพาดผ่านดวงตาคู่คมของเขาเ๩ี๶๫ชั่วแวบ ก่อนที่มันจะถูกแทนที่ด้วยความเรียบเฉยตามเดิม


"ไม่เป็นไรหรอก มันผ่านไปนานแล้ว อาชินแล้วล่ะ" เขาตอบเสียงเรียบ แต่รอยยิ้มนั้นกลับดูฝืนจนคนมองรู้สึกปวดแปลบในใจ "กินต่อเถอะ เดี๋ยวข้าวเย็นหมด"


ปลายพยักหน้ารับ ก้มหน้าก้มตากินข้าวต่อไปเงียบๆ แต่ภายในใจกลับเต็มไปด้วยความสับสนและคำถามมากมาย เธอสัมผัสได้ถึงบาดแผลและความโดดเดี่ยวที่ซ่อนอยู่ภายใต้เปลือกนอกที่เข้มแข็งและเย็นชาของเขา ความรู้สึกอยากดูแล อยากปกป้อง และอยากทำให้ผู้ชายคนนี้กลับมามีรอยยิ้มที่สดใสอีกครั้ง มันก่อตัวขึ้นในใจของเธออย่างเงียบๆ


หลังมื้ออาหาร ฝนก็หยุดตกพอดี ปลายขอตัวกลับบ้าน โดยอานนท์เดินมาส่งถึงหน้าประตูบ้านเช่นเคย


"ขอบคุณสำหรับอาหารและร่มนะคะอาอ้น ปลายรบกวนอาอ้นทั้งวันเลย" เธอยิ้มบางๆ ให้เขา


"ไม่รบกวนหรอก คืนนี้นอนพักผ่อนเยอะๆ ล่ะ ยาแก้ปวดหัวน่ะ กินแล้วจะง่วง ถ้าพรุ่งนี้ยังไม่ดีขึ้นก็บอกอา เดี๋ยวพาไปหาหมอ" เขาสั่งเสียงดุ แฝงความห่วงใยที่ทำให้คนฟังหัวใจพองโต


"ค่ะ ฝันดีนะคะอาอ้น"


"ฝันดียายปลาย"


ปลายปิดประตูบ้าน เดินกลับเข้ามาในห้องนั่งเล่น ทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟาอย่างอ่อนแรง ความรู้สึกสับสนตีรวนอยู่ในอกจนอึดอัดไปหมด เธอเอามือกุมหน้าอกข้างซ้าย สัมผัสได้ถึงจังหวะการเต้นของหัวใจที่ยังคงรุนแรงไม่หยุดพัก


ความเอาใจใส่ที่เป็นธรรมชาติ ความใกล้ชิดภายใต้ร่มคันเดียวกัน ความอบอุ่นจากมื้ออาหารที่แสนธรรมดา และดวงตาที่แฝงความเศร้าสร้อยของเขา... ทุกสิ่งทุกอย่างกำลังหลอมละลายกำแพงในใจของเธออย่างช้าๆ


"ไม่นะปลาย... นั่นพี่ชายของยายอิ๋วนะ เธอจะไปรู้สึกหวั่นไหวกับเขาไม่ได้เด็ดขาด" เธอพึมพำเตือนสติตัวเอง พยายามปัดเป่าความรู้สึกแปลกประหลาดที่กำลังก่อตัวขึ้น แต่ภาพของใบหน้าหล่อเหลาและสัมผัสอบอุ่นของอานนท์ ก็ยังคงวนเวียนอยู่ในความคิดราวกับภาพยนตร์ที่ถูกฉายซ้ำไปซ้ำมา


ฝนแรกของฤดูกาลผ่านพ้นไปแล้ว แต่มันกลับทิ้งร่องรอยของความชุ่มฉ่ำและความสับสนไว้ในหัวใจของหญิงสาวอย่างไม่อาจลบเลือน ความสัมพันธ์ที่เริ่มต้นจากคำว่า 'เพื่อนบ้าน' และ 'พี่ชายของเพื่อน' กำลังจะแปรเปลี่ยนไปในทิศทางใด คงมีเ๩ี๶๫กาลเวลาและสายฝนระลอกต่อไปเท่านั้นที่จะให้คำตอบได้...


ตอนต่อไป
ตอนที่ 3: เส้นกั้นบางๆ

นิยายแนะนำ

นิยายแนะนำ

ความคิดเห็น

COMMENT

ปักหมุด

© สงวนลิขสิทธิ์ 2017 Glory Forever Public Company Limited( Kawebook.com )

Glory Forever Public Company Limited ( Kawebook.com )
ที่อยู่ : 20 หมู่ที่ 6 ตำบลพันท้ายนรสิงห์ อำเภอเมืองสมุทรสาคร จังหวัดสมุทรสาคร 74000
เวลาทำการ : 08 : 00 - 18 : 00 จันทร์ - เสาร์
e-mail : contact@kawebook.com

DMCA.com Protection Status

เริ่มต้นเผยแพร่ผลงาน

เริ่มต้นเป็นนักเขียนออนไลน์ เขียนเรื่องราวที่ประทับใจ สร้างเนื้อหาที่เป็นประโยชน์ และแบ่งปันประสบการ์ดีๆ กับผู้คนทั่วโลก kawebook.com เป็นโอกาส เป็นสื่อกลาง และยังเป็นอีกหนึ่งช่องทาง ในการสร้างรายได้ให้กับนักเขียนมืออาชีพ และนักเขียนมือสมัครเล่นจากทุกมุมโลก เพียงสมัครเป็นสมาชิกเว็บไซต์เพื่อเขียนหนังสือ การ์ตูน หรืออัพโหลดอนิเมชั่น ที่เป็นผลงานของท่าน และเผยแพร่ผลงานสู่สาธารณชน

© สงวนลิขสิทธิ์ 2017 Glory Forever Public Company Limited ( Kawebook.com )

© สงวนลิขสิทธิ์ 2017 Glory Forever Public Company Limited ( Kawebook.com )

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ เพื่อสร้างประสบการณ์นำเสนอคอนเทนต์ที่ดีให้กับท่าน รวมถึงเพื่อจัดการข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์ที่ดีบนบริการของเว็บไซต์เรา หากท่านใช้บริการเว็บไซต์นี้ต่อไปโดยไม่มีการปรับตั้งค่าใดๆ นั่นเป็นการแสดงว่าท่านอนุญาตยินยอมที่จะรับคุกกี้บนเว็บไซต์และนโยบายสิทธิส่วนบุคคลของเรา