เรื่อง มรสุม...สุขุมวิท!! NC++

ติดตาม
บทที่ 7: รถหรูกลางสายฝน
บทที่ 7: รถหรูกลางสายฝน
  • ปรับสีและขนาดตัวอักษร

บทที่ 7: รถหรูกลางสายฝน


พายุสุขุมวิทมักจะพัดพาเอาความวุ่นวายมาเสมอ แต่คืนนี้มันกลับพัดสาวน้อยวัยยี่สิบเอ็ดในชุดเปียกโชกมาติดอยู่ในอู่ของผม


ฟ้าร้องคำรามลั่นจนแผ่นกระจกหน้าต่างร้านอะไหล่สั่นสะเทือน สายฝน-่าใหญ่เทกระหน่ำลงมาอย่างบ้าคลั่งตั้งแต่หัวค่ำ เม็ดฝนหนาทึบตกลงกระทบหลังคาสังกะสีเก่าจนเกิดเสียงดังกึกก้องราวกับสนามรบ น้ำฝนเริ่มเอ่อท่วมผิวถนนคอนกรีตในซอยสุขุมวิทจนกลายเป็นคลองย่อยๆ แสงไฟหน้ารถยนต์ที่ติดยาวเหยียดบนถนนใหญ่สะท้อนกับผิวน้ำเป็นประกายสีแดงระเรื่อ บรรยากาศมืดมน อึมครึม และเปียกชื้นดั่งมรสุมที่พร้อมจะกลืนกินทุกสิ่ง


หลังจากคำขู่เรื่อง ‘ไฟไหม้ร้าน’ ของไอ้นายหน้าหน้าตัวเมียเมื่อช่วงสาย ผมไม่ได้นิ่งนอนใจ เสือเฒ่าอย่างผมเตรียมพร้อมรับมือเสมอ ชายที่ผ่านศึกดงนักเลงและสงครามราตรีมาสี่สิบปี ย่อมรู้ดีว่าศัตรูมักจะลงมือยามที่ฟ้าฝนเป็นใจและผู้คนประมาท ผมสั่งลูกน้องเก็บถังน้ำมันและสารไวไฟทั้งหมดเข้าไปไว้ในห้องนิรภัยด้านใน เดินตรวจตราถังดับเพลิงทุกจุด ล็อกโซ่ประตูหน้าอย่างแน่นหนา จากนั้นจึงย้ายตัวเองมานั่งเฝ้าเวรยามอยู่ที่ ‘อู่บูรณะรถคลาสสิกส่วนตัว’ ซึ่งตั้งอยู่ลึกเข้าไปในซอยตันด้านหลังร้าน


อู่แห่งนี้เป็นโกดังอิฐบล็อกชั้นเดียว ก่อสร้างอย่างหนาแน่นและปิดทึบ มันคือสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่ผมใช้ชุบชีวิตรถยนต์โบราณราคาแพงของบรรดามหาเศรษฐีรุ่นเก่าที่ยังคงศรัทธาในฝีมือช่างระดับปรมาจารย์ของผม ภายในโกดังอบอวลไปด้วยกลิ่นเบนซินระเหยบางๆ ผสมผสานกับกลิ่นหนังแท้ของรถหรูยุคเจ็ดสิบ กลิ่นอายความคลาสสิกที่ทำให้จิตใจของผมสงบลงได้เสมอ


ทว่า... ท่ามกลางเสียงพายุฝนที่โหมกระหน่ำอยู่นั้น เสียงเครื่องยนต์หกสูบแถวเรียงที่ดังสำลักและสะดุดเป็นจังหวะก็แว่วดังเข้ามาใกล้


บรึ้ม... แค่ก... แค่ก... ฟู่...


เสียงเหมือนท่อยางหม้อน้ำแตกดังขึ้นพร้อมกับกลุ่มควันสีขาวพวยพุ่งขึ้นมาจากใต้ฝากระโปรงรถคันหนึ่งที่เพิ่งเลี้ยวเข้ามาจอดนิ่งสนิทอยู่ตรงหน้าประตูเหล็กม้วนของโกดัง


มันคือรถสปอร์ตเปิดประทุนคลาสสิกระดับตำนาน เมอร์เซเดส-เบนซ์ ปาโกด้า สีบรอนซ์เงิน สภาพเดิมสนิทไร้ที่ติที่หาดูได้ยากยิ่งในเมืองไทย มูลค่าของมันในตลาดนักสะสมไม่ต่ำกว่าสิบล้านบาท แต่บัดนี้มันกำลังจอดตายอยู่กลางสายฝน พร้อมกับควันไอน้ำร้อนที่พุ่งฟุ้งกระจายออกจากกระจังหน้าโครเมียมเงาวับ


ผมสวมเสื้อกล้ามสีดำตัวหนาที่ขับเน้นมัดกล้ามแขนและแผงอก คว้าไฟฉายกระบอกยาวและร่มคันใหญ่ เดินออกไปเปิดประตูเหล็กดัดเพื่อดูสถานการณ์


ทันทีที่ผมก้าวพ้นชายคาโกดัง ประตูฝั่งคนขับของรถเบนซ์คลาสสิกก็ถูกผลักเปิดออก ร่างของใครคนหนึ่งก้าวโซเซลงมาจากรถท่ามกลางสายฝนที่เทกระหน่ำอย่างไม่ลืมหูลืมตา


"ช่วยด้วยค่ะ! มีใครอยู่ไหมคะ... ช่วยหนูด้วย!"


เสียงหวานใสที่แฝงความตื่นตระหนกและสั่นสะท้านตะโกนแข่งกับเสียงฟ้าร้อง เมื่อลำแสงสีขาวจากไฟฉายของผมสาดไปกระทบ ร่างตรงหน้าก็ปรากฏชัดเจนในคลองจักษุ


ไม่ใช่เสี่ยแก่กระเป๋าหนักเจ้าของรถ... แต่เป็นเด็กสาววัยรุ่นคนหนึ่ง


‘น้องมิ้นท์’ มนัสวี วัยยี่สิบเอ็ดปี ลูกสาวคนเดียวของเสี่ยอำนาจ เจ้าของเต็นท์รถนำเข้ารายใหญ่ย่านพระรามเก้า ซึ่งเป็นเพื่อนรุ่นน้องที่เคยพึ่งพาบารมีผมมาตั้งแต่สมัยเริ่มตั้งตัว มิ้นท์เป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยชื่อดังและรับงานพริตตี้อีเวนต์มอเตอร์โชว์เป็นงานอดิเรก ความสวยระดับดาวเด่นทำให้เธอมีชื่อเสียงและเป็นที่หมายปองของหนุ่มๆ ไฮโซทั่วมหาวิทยาลัย


แต่ในยามนี้ คุณหนูคนสวยกลับตกอยู่ในสภาพที่น่าเวทนาและเย้ายวนใจอย่างถึงที่สุด


สายฝนกระหน่ำรดเรือนร่างของเธอจนเปียกโชกตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า เรือนผมยาวดัดลอนเปียกลู่แนบไปกับดวงหน้ารูปไข่ขาวผ่อง เครื่องสำอางกันน้ำยังคงขับเน้นดวงตากลมโตและริมฝีปากอิ่มสีพีชให้ดูโดดเด่น เสื้อเชิ้ตผ้าชีฟองสีขาวบางเบาที่เธอสวมใส่เปียกแนบสนิทไปกับผิวเนื้อ จนเผยให้เห็นเสื้อชั้นในลูกไม้สีเนื้อตัวจิ๋วที่แทบจะปิดบังความอวบอิ่มของปทุมถันวัยสาวเอาไว้ไม่อยู่


ยอดอกสีชมพูอ่อนดุนดันเนื้อผ้าบางเฉียบขึ้นมาเป็นตุ่มไตอย่างชัดเจนด้วยความหนาวเหน็บ หน้าท้องแบนราบคอดกิ่วรับกับกางเกงยีนส์ขาสั้นกุดที่เปียกชุ่ม รัดรึงสะโพกผายและเรียวขายาวขาวเนียนไร้ที่ติ หยาดน้ำฝนเกาะพราวตามผิวเนื้อผุดผ่องดั่งหยาดไข่มุก


"ลุงชัย! ป๊าชัยใช่ไหมคะ?!" มิ้นท์จำหน้าผมได้ เธอรีบวิ่งลุยน้ำฝนเข้ามาใต้ร่มที่ผมกางออก ร่างนุ่มนิ่มสั่นเทิ้มด้วยความหนาวเหน็บ เธอโผเข้ามาเกาะท่อนแขนล่ำสันของผมไว้แน่น กลิ่นแป้งเด็กผสมกลิ่นน้ำหอมหวานละมุนลอยเตะจมูกฝ่าสายฝนเข้ามาปะทะความรู้สึกของเสือเฒ่าอย่างจัง


"มิ้นท์... มาทำอะไรแถวนี้ตอนพายุเข้าแบบนี้วะ?" ผมถามเสียงเข้ม แววตานิ่งลึกมองสำรวจสภาพรถและร่างสั่นสะท้านตรงหน้า


"หนูแอบเอารถพ่อออกมาขับเล่นกับเพื่อนค่ะป๊า... แต่ขากลับฝนตกหนัก น้ำท่วม แล้วอยู่ดีๆ เข็มความร้อนก็ตีขึ้นสุด มีควันพุ่งออกมา หนูกลัวมากเลยค่ะ นึกถึงที่พ่อเคยเล่าให้ฟังบ่อยๆ ว่าป๊าเป็นปรมาจารย์เรื่องรถโบราณและเปิดอู่อยู่แถวนี้ หนูก็เลยพยายามประคองรถเลี้ยวเข้ามา... ช่วยหนูด้วยนะคะป๊า ถ้าพ่อรู้ว่าหนูเอารถสุดหวงของพ่อมาพัง พ่อฆ่าหนูตายแน่ๆ เลยค่ะ!" เธอละล่ำละลักพูด รอยน้ำตาคลอเบ้า มือเรียวเล็กบีบแขนผมแน่นขึ้น ร่างกายเบียดชิดเข้าหาความอบอุ่นจากตัวผม


"ใจเย็นๆ..." ผมเอ่ยเสียงทุ้ม ปล่อยให้ความอบอุ่นและมั่นคงของเสือเฒ่าช่วยปลอบประโลมเด็กสาว "กูเป็นคนวางเครื่องคันนี้ให้พ่อมึงเองกับมือ ปัญหาแค่นี้กูแก้ได้ รีบเข้าไปหลบฝนในโกดังก่อน เดี๋ยวจะปอดบวมตายห่าซะก่อน"


ผมพามิ้นท์เดินเข้ามาในโกดังอู่ซ่อมรถ ก่อนที่ผมจะหยิบร่มเดินฝ่าฝนกลับไปที่รถเบนซ์ ปลดเกียร์ว่าง แล้วใช้พละกำลังท่อนแขนและแผ่นหลังที่แข็งแกร่ง ออกแรงดันเพียงไม่กี่ก้าว รถสปอร์ตคลาสสิกน้ำหนักกว่าตันครึ่งก็แล่นนุ่มนวลเข้ามาจอดหลบฝนในโกดังได้อย่างง่ายดาย


ปัง!


ผมดึงประตูเหล็กม้วนของโกดังปิดลงมา ล็อกสลักด้านในแน่นหนา ตัดขาดเสียงหวีดหวิวของพายุฝนและความหนาวเหน็บภายนอกออกไป บรรยากาศภายในโกดังมืดสลัว มีเพียงแสงไฟสปอร์ตไลต์สีส้มอบอุ่นส่องสว่างอยู่เหนือบั้นท้ายรถคลาสสิก กลิ่นอายความเงียบสงบและความเป็นส่วนตัวปกคลุมไปทั่วอาณาบริเวณ มีเพียงเสียงเม็ดฝนตกกระทบหลังคาดังแว่วมาเบาๆ


มิ้นท์ยืนกอดอกตัวเองแน่น ตัวสั่นสะท้านจนฟันกระทบกันเป็นเสียง กึก... กึก...


น้ำฝนหยดติ๋งๆ ออกจากชายเสื้อเชิ้ตบางเฉียบและปลายขากางเกงยีนส์สั้น ไหลนองลงสู่พื้นปูน ผิวเนื้อขาวนวลของเธอเริ่มขึ้นรอยแดงจ้ำๆ จากความเย็นจัดของฝน เสื้อผ้าที่เปียกชุ่มแนบสนิทไปกับทุกสัดส่วนโค้งเว้า เนินอกอวบใหญ่สะท้อนขึ้นลงตามแรงหอบหายใจ ยอดถันแข็งตึงเป็นจุดเด่นชัดใต้ผ้าบางจนไม่อาจละสายตาได้เลย


ผมเดินไปหยิบผ้าขนหนูผืนใหญ่สีเทาที่ซักสะอาดแล้วจากตู้เหล็ก เดินก้าวเข้าไปหยุดยืนตรงหน้าเด็กสาววัยยี่สิบเอ็ด


ผมตัวสูงใหญ่กว่าเธอมาก ร่างกำยำและแผงอกกว้างที่ทอดเงาทาบทับร่างเล็กจนมิด ทำให้มิ้นท์ดูบอบบางราวกับลูกนกที่เปียกฝน สายตาคมกริบของชายวัยหกสิบสามกวาดมองสำรวจเรือนร่างวัยแรกแย้มตรงหน้าอย่างช้าๆ ตั้งแต่ลำคอระหง ร่องอกอวบขาวผ่อง เอวคอดกิ่ว ไปจนถึงเรียวขาเนียนสวยที่ไร้รอยตำหนิ


มิ้นท์ช้อนสายตาขึ้นสบตากับผม แววตาคมดุดันและทรงอำนาจของชายรุ่นพ่อที่มีเสน่ห์ดิบเถื่อน แผ่นอกกว้างที่มีมัดกล้ามและรอยแผลเป็นประปราย ทำให้หัวใจดวงน้อยของเด็กสาวเต้นระรัวผิดจังหวะ เธอสัมผัสได้ถึงรังสีความร้อนแรงและความเป็นผู้ชายเต็มตัวที่แผ่ออกมาจากตัวผม ชายที่พ่อของเธอยกย่องนักหนาว่าเป็นเสือเฒ่าผู้ทรงอิทธิพล


สองแก้มขาวนวลของมิ้นท์พลันซับสีเลือดฝาด แดงระเรื่อขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัดแข่งกับความหนาวเย็น


ผมกางผ้าขนหนูผืนใหญ่ออก ค่อยๆ บรรจงคลุมลงบนไหล่มนทั้งสองข้างของเธอ มือหนาสากกร้านที่กร้านด้วยงานเหล็กจับกระชับขอบผ้า รวบดึงร่างเล็กให้ขยับเข้ามาใกล้ ปลายนิ้วมือของผมสัมผัสเฉียดโดนผิวเนื้อต้นแขนที่เย็นเฉียบและเปียกชื้นของเธอ


"เช็ดเนื้อเช็ดตัวซะ เดี๋ยวจะไม่สบาย" ผมบอกเสียงเรียบ แต่สายตายังคงจ้องลึกเข้าไปในดวงตากลมโตของเธอ


มิ้นท์ยกมือขึ้นจับขอบผ้าขนหนู นิ้วมือเรียวเล็กของเธอแตะทับลงบนหลังมือสากหนาของผม สัมผัสความอบอุ่นที่แผ่ซ่านออกมาจากผิวกายของชายวัยหกสิบสามทำให้เธอเผลอสบตาผมนิ่งนาน ดวงตาของเธอฉายแววหวั่นไหวระคนตื่นเต้นอย่างที่เด็กสาวไม่อาจซ่อนเร้น


"ป๊าชัยคะ... รถของพ่อ... มันจะพังหนักไหมคะ?" เธอถามเสียงอ้อมแอ้มเพื่อทำลายความเงียบที่เริ่มร้อนระอุ


"เดี๋ยวเปิดดูเครื่องก็รู้" ผมตอบ พลางถอยหลังก้าวหนึ่ง เดินไปที่หน้ารถเบนซ์ปาโกด้า ปลดล็อกสลักฝากระโปรงหน้าแล้วยกขึ้นอย่างชำนาญ


ควันไอน้ำร้อนยังคงกรุ่นอยู่เล็กน้อย กลิ่นน้ำหล่อเย็นผสมกลิ่นน้ำมันเครื่องฟุ้งกระจาย ผมหยิบไฟฉายส่องตรวจดูตามแนวท่อยางหม้อน้ำและสายพานพัดลม ขณะที่มิ้นท์กระชับผ้าขนหนูแนบอก เดินก้าวเข้ามายืนชิดข้างลำตัวผม กลิ่นแป้งเด็กและไอความสาวของเธอที่ยืนเบียดอยู่ข้างกาย ส่งผลกระทบต่อสมาธิของช่างรุ่นใหญ่อย่างผมไม่น้อย


"แค่แค้มป์รัดท่อยางตัวล่างมันคลายตัว น้ำหม้อน้ำเลยรั่วออกหมดตอนเจอน้ำท่วมขัง" ผมอธิบายช้าๆ พลางหยิบไขควงด้ามยาวมาขันล็อก "เครื่องยนต์ยังไม่น็อก สูบไม่ติด ถือว่ามึงยังโชคดีที่ดับเครื่องทัน ไม่อย่างนั้นพ่อมึงคงได้เปลี่ยนเครื่องใหม่ยกชุดเป็นล้าน"


"จริงเหรอคะป๊า!" มิ้นท์ยิ้มกว้างออกมาด้วยความดีใจ แววตาสดใสเป็นประกายระยิบระยับ เธอเผลอยกสองมือขึ้นเกาะแขนล่ำสันของผมอีกครั้งด้วยความตื่นเต้น จนเนินอกอวบหยุ่นใต้ผ้าขนหนูเบียดเข้ากับท่อนแขนแกร่งของผมอย่างจัง


สัมผัสความนุ่มนิ่มและหยุ่นสู้มือที่แนบชิดเข้ามา ทำให้ผมต้องหันไปสบตากับเธอตรงๆ อีกครั้ง


คราวนี้ มิ้นท์ไม่ได้ถอยหนี ริมฝีปากอิ่มสีพีชของเธอเผยอออกเล็กน้อย ลมหายใจอุ่นๆ รดลงบนต้นแขนของผม แววตาใสซื่อของเด็กสาวเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นความลุ่มหลงยามที่เธอแหงนมองใบหน้าคมเข้มกร้านโลกของผมในระยะห่างเพียงไม่ถึงคืบ


กลางโกดังมืดสลัวที่มีเพียงแสงไฟสีส้มและเสียงสายฝนกระหน่ำอยู่ด้านนอก ไฟราคะที่ซ่อนเร้นเริ่มจุดประกายขึ้นอย่างเงียบเชียบ!


ตอนต่อไป
บทที่ 8: บทเรียนในอู่มืด

นิยายแนะนำ

นิยายแนะนำ

ความคิดเห็น

COMMENT

ปักหมุด

© สงวนลิขสิทธิ์ 2017 Glory Forever Public Company Limited( Kawebook.com )

Glory Forever Public Company Limited ( Kawebook.com )
ที่อยู่ : 20 หมู่ที่ 6 ตำบลพันท้ายนรสิงห์ อำเภอเมืองสมุทรสาคร จังหวัดสมุทรสาคร 74000
เวลาทำการ : 08 : 00 - 18 : 00 จันทร์ - เสาร์
e-mail : contact@kawebook.com

DMCA.com Protection Status

เริ่มต้นเผยแพร่ผลงาน

เริ่มต้นเป็นนักเขียนออนไลน์ เขียนเรื่องราวที่ประทับใจ สร้างเนื้อหาที่เป็นประโยชน์ และแบ่งปันประสบการ์ดีๆ กับผู้คนทั่วโลก kawebook.com เป็นโอกาส เป็นสื่อกลาง และยังเป็นอีกหนึ่งช่องทาง ในการสร้างรายได้ให้กับนักเขียนมืออาชีพ และนักเขียนมือสมัครเล่นจากทุกมุมโลก เพียงสมัครเป็นสมาชิกเว็บไซต์เพื่อเขียนหนังสือ การ์ตูน หรืออัพโหลดอนิเมชั่น ที่เป็นผลงานของท่าน และเผยแพร่ผลงานสู่สาธารณชน

© สงวนลิขสิทธิ์ 2017 Glory Forever Public Company Limited ( Kawebook.com )

© สงวนลิขสิทธิ์ 2017 Glory Forever Public Company Limited ( Kawebook.com )

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ เพื่อสร้างประสบการณ์นำเสนอคอนเทนต์ที่ดีให้กับท่าน รวมถึงเพื่อจัดการข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์ที่ดีบนบริการของเว็บไซต์เรา หากท่านใช้บริการเว็บไซต์นี้ต่อไปโดยไม่มีการปรับตั้งค่าใดๆ นั่นเป็นการแสดงว่าท่านอนุญาตยินยอมที่จะรับคุกกี้บนเว็บไซต์และนโยบายสิทธิส่วนบุคคลของเรา