เรื่อง หัตถ์พิสูจน์พลิกยุทธภพ ระบบล่าวิญญาณแค้น
ธรณีประตูฤา์สกุลู้แตกร้าว เาิสลักลายพยัคฆ์สองข้างทางพังทลายจากแรงปะทะ คราบฝุ่นผงโบาคละคลุ้ง แต่จุดรวมสายตาของทุกคนกลับหยุดนิ่งอยู่ที่รถเข็นเหล็กทมิฬ
กลไกฟันเฟืองร้อยชิ้นบดเบียดส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าด ท่อโลหะขนาดเท่านิ้วก้อยนับร้อยชี้ตรงมาเบื้องหน้า ปลายกระบอกเคลือบน้ำยาสีม่วงคล้ำ ส่งไอควันกรดกัดกร่อนบรรยากาศรอบทิศ
ู้เยี่ยนยืนนิ่งไม่ขยับ
เขาประคองกล่องไม้บรรจุกระดูกโคนลิ้นและป้ายคุมคดีสีดำแนบสีข้าง ก่อนส่งให้เยี่ยนหรูเสวี่ยด้านหลัง นางรับไปซ่อนในอกเสื้อเกราะ พลางกวาดสายตาระแวดระวังภัยรอบตัว
"ถอยไปสามก้าว" ู้เยี่ยนสั่งเสียงเบา
ลำคอเขายังรั้งตึงจากรอยเย็บสด หากขยับวู่วาม ปากแผลอาจฉีกปริ ความเจ็บแปลบแล่นเตือนสติเป็นระยะ แต่สายตาใต้คิ้วเข้มยังคงจับจ้องโครงสร้างโลหะเบื้องหน้าอย่างสงบนิ่ง
เนตรทมิฬกายวิภาคในห้วงสำนึกสว่างวาบ
ภาพตรงหน้าแปรสภาพเป็นโครงข่ายเส้นสายสีเทาขาว เขามองทะลุแผ่นเหล็กกล้าหนาสองชุ่น เข้าไปถึงข้อต่อ สลักเกลียว แนวกระจายน้ำหนัก และจุดรับแรงของเพลาล้อหน้า
"ไปลงนรกซะ ู้เยี่ยน!"
ู้เจ๋อเหยียนแผดเสียงลั่น นิ้วซ้ายที่เหลือดีกระชากคันโยกเหล็กใต้ที่วางแขนลงสุดแรง
ครืน!
สปริงยักษ์คลายตัวดังกึกก้อง ฝนเข็มพิษสลายวิญญาณนับร้อยพุ่งทะลักออกจากท่อเหล็ก แผ่กระจายออกเป็นตาข่ายมรณะไร้ช่องว่าง เข็มทุกเล่มเคลือบพิษกัดกร่อนร้ายแรง หากแตะถูกเนื้อหนังแม้เพียงครึ่งชุ่น ย่อมละลายโลหิตจนหมดสิ้น
เยี่ยนหรูเสวี่ยก้าวขวางทันควัน กระบี่ยาวในมือขวาวาดเป็นวงกลม ปาเหมันต์สีครามควบแน่นเป็นม่านน้ำแข็งหนาสามคืบ
เคร้ง! เคร้ง! เคร้ง!
เข็มพิษพุ่งปะทะผิวน้ำแข็งจนแตกร้าวเป็นใยแมงมุม ข้อมือซ้ายของนางที่พันผ้าแพรครามกระตุกวูบ เส้นเอ็นตรงจุดเน่ยกวนส่งอาการแปลบปลาบจนปลายนิ้วก้อยชาด้าน นางจำต้องเกร็งกำลังแขนขวาค้ำยันปาน้ำแข็งไว้เพียงลำพัง
-่าฝนเข็มไม่ได้มีเพียงระลอกเดียว
แรงบิดของเฟืองล้อเหล็กหมุนคว้าง ู้เจ๋อเหยียนโยกคันบังคับรอบที่สอง เตรียมยิงซ้ำเพื่อบดขยี้ม่านน้ำแข็งให้แหลกละเอียด
"อย่าฝืนแขนซ้าย"
เสียงทุ้มต่ำดังเตือนข้างหูเยี่ยนหรูเสวี่ย พร้อมเงาร่างสีดำที่พุ่งทะยานออกไป
ู้เยี่ยนย่อกายลงต่ำจนแผ่นหลังขนานกับพื้น ปลายเท้าถีบส่งร่างสไลด์ลอดผ่านช่องว่างใต้แนวม่านน้ำแข็งที่กำลังทลาย เศษเข็มพิษเฉียดผ่านชายเสื้อคลุมไปเพียงเส้นผม
จ้าวเสวียนจีที่คุมเชิงอยู่ด้านหลังยกมือส่งสัญญาณให้ทหารศาลคดีอาญาตีกรอบล้อม สายตาของขุนนางเฒ่าจับจ้องมู่หรงเยี่ยนบนเชิงเทิน ไม่เปิดช่องให้นางสั่งลอบโจมตีซ้ำ
ู้เจ๋อเหยียนเบิกตากว้างเมื่อเห็นน้องชายต่างมารดาพุ่งฝ่าม่านเข็มพิษเข้ามาตรงๆ
"ยิง! ยิงมันให้พรุน!" คนบนเก้าอี้เหล็กคำรามจนเส้นเลือดคอปูดโปน มือซ้ายกระแทกปุ่มกลไกสำรอง
กระบอกหน้าไม้กลคู่ใต้ท้องรถเลื่อนเปิด หมายยิงหมุดสังหารทะลวงกะโหลกู้เยี่ยนในระยะประชิด
ในสายตาของู้เยี่ยน ทุกสรรพสิ่งพลันช้าลง
หลักการคานดีดคานงัด...
เกราะเหล็กด้านหน้าหนักเกินไปถึงสามสิบจิน จุดศูนย์ถ่วงของรถเข็นจึงเทไปที่ล้อหน้าฝั่งขวามากกว่าปกติถึงสองส่วน
และจุดตายสำคัญที่สุด คือสลักยึดเพลาแกนกลางที่ช่างตีเหล็กหลอมขึ้นจากทองแดงผสม ไม่ใช่เหล็กกล้า
ู้เยี่ยนสะบัดแขนเสื้อ คว้าด้ามกระบี่สั้นตรงเอว เขาไม่เสียเวลาฟันแผ่นเกราะหนา และไม่เล็งใส่ร่างู้เจ๋อเหยียน
ฉึก!
ประกายกระบี่ตวัดผ่านช่องแคบอย่างแม่นยำดุจมีดผ่าตัดกรีดเปิดชั้นผิว ปลายกระบี่แทงทะลวงร่องฟันเฟือง เสียบเข้ากลางสลักทองแดงตรงเพลาล้อหน้าขวาพอดี
เปรี๊ยะ!
เสียงโลหะหักสะบั้นดังขึ้นเพียงจุดเดียว
แรงตึงของสปริงยักษ์ที่หมุนค้างอยู่กลับสูญเสียจุดรับน้ำหนัก แรงดีดมหาศาลไร้ทางระบายกระแทกแกนเพลาจนคดงอ
ครืนนน!
"อึก... เกิดอะไรขึ้น!?" ู้เจ๋อเหยียนร้องลั่น
รถเข็นเหล็กทมิฬพลิกคว่ำตะแคงข้าง ล้อเหล็กหมุนคว้างกลางอากาศ ชิ้นส่วนเฟืองและสปริงดีดกระเด็นเกลื่อนพื้น ฝาครอบท่อเข็มพิษกระแทกศิลาจนกลไกภายในพังยับเยิน เข็มพิษที่เหลือระเบิดคาลำกล้อง ไอพิษสีม่วงคลุ้งเผาทำลายตัวถังจนละลาย
ร่างของู้เจ๋อเหยียนหลุดกระเด็นออกจากเก้าอี้ ไหล่ขวาที่เคยหักกระแทกซ้ำลงบนพื้นหินจนเหล็กค้ำยันแทงทะลุกาย เลือดสดทะลักย้อมเสื้อคลุมสีทอง
"อ๊ากกกก!"
เสียงกรีดร้องโหยหวนดังระงม อดีตคุณชายใหญ่นอนบิดกายอยู่แทบเท้าู้เยี่ยน สภาพน่าเวทนาจนไม่เหลือเค้าโครงผู้ฝึกยุทธขี่วู่ระดับแปด
ู้เยี่ยนยืนตระหง่าน มือขวากดแนบลำคอตนเองเพื่อผ่อนแรงตึงของรอยเย็บ ลมหายใจเข้าออกยังคงราบเรียบ
เขาก้าวไปข้างหน้า เหยียบปลายเท้าลงบนกระดูกหน้าอกของู้เจ๋อเหยียน
กร๊อบ...
แรงกดส่งผ่านถึงแนวกระดูกซี่โครง ู้เจ๋อเหยียนสำลัก อ้าปากพะงาบ ใบหน้าเปรอะเปื้อนเศษดินและคราบเลือด
"คิดว่าเศษเหล็กพวกนี้จะคุ้มกะลาหัวเ้าได้งั้นหรือ?" ู้เยี่ยนเอ่ยเสียงเรียบ
"เ้าเศษสวะ... ฆ่าข้าสิ! แน่จริงก็ฆ่าข้าตรงนี้!" ู้เจ๋อเหยียนเค้นเสียงสบถ ปลายนิ้วเปื้อนดินพยายามตะเกียกตะกายจิกข้อเท้า "ท่านแม่ไม่มีวันปล่อยเ้าไว้แน่! ตระกูลหลักที่เมืองหลวงจะสับเ้าเป็นหมื่นชิ้น!"
"ข้าจะไม่ฆ่าเ้าด้วยโทสะส่วนตัว" ู้เยี่ยนก้มมอง "กฎหมายยุทธภพจะส่งเ้าขึ้นตะแลงแกงเอง แต่ก่อนหน้านั้น... จงบอกมาว่าบ่อหลอมยาใต้ดินมีทางลับเชื่อมต่อไปที่ใด"
ู้เจ๋อเหยียนแสยะยิ้มสมเพช น้ำลายปนเลือดไหลย้อย "เ้าไม่มีวันได้รู้... ฮิๆ เ้ามาช้าไปแล้ว!"
บนเชิงเทินกำแพงสูง มู่หรงเยี่ยนมองซากรถเข็นเหล็กของบุตรชายพังทลาย มือเรียวสวมปลอกเล็บทองคำสั่นสะท้าน
นางปราชัยแล้ว...
กลไกอาวุธลับถูกทำลายในพริบตา ทหารยามต่างทิ้งอาวุธยอมจำนนต่อป้ายอาญาสิทธิ์ หากปล่อยใหู้้เยี่ยนบุกเข้าไปถึงห้องโถงบรรพชน ความลับเรื่องการเพาะดอกบัวเพลิงเก้าสวรรค์และการสังหารปิดปากตลอดสิบปีจะถูกเปิดโปงจนสิ้น
ดวงตาหงส์ทอประกายเหี้ยมเกรียม
"ไอ้ลูกนอกคอกชั้นต่ำ..." มู่หรงเยี่ยนเค้นเสียงสั่นเครือ "ในเมื่ออยากได้หลักฐานนัก... ก็จงมอดไหม้ไปพร้อมกันเสีย!"
นางหมุนตัวกระชากคบเพลิงทองสัมฤทธิ์ข้างกำแพง ขว้างลงสู่ร่องระบายน้ำเบื้องล่างทันที
ฟู่!
ร่องระบายน้ำถูกราดชโลมด้วยน้ำมันดินผสมสารสกัดดอกบัวเพลิงเก้าสวรรค์ไว้ล่วงหน้า เปลวไฟไม่ได้เป็นสีส้มแดงทั่วไป แต่ปะทุเป็นเพลิงมรกตเยียบเย็นพิสดาร!
เปลวมรกตแล่นปราดไปตามร่องหิน พุ่งตรงเข้าสู่อาคารไม้สักทองหลังใหญ่เบื้องหลัง นั่นคือหอบรรพชน ประตูเชื่อมสู่บ่อหลอมยาใต้ดิน
"หยุดนาง!" เยี่ยนหรูเสวี่ยตวาดลั่น พุ่งยานหมายใช้วิชาตัวเบาสกัดเพลิง
แต่ไม่ทันการณ์
ตูม!
เปลวไฟสีมรกตระเบิดพวยพุ่งสู่เวหา เสาไม้สักของหอบรรพชนลุกไหม้ฉับพลัน กลิ่นกำยานดอกพุดพิษที่มู่หรงเยี่ยนใช้ประจำลอยคลุ้งออกมาจากกองไฟ เปลวไฟนี้ไม่ได้แผ่ไอร้อน แต่กลับปล่อยไอเย็นเยือกเสียดกระดูกที่แผดเผาได้แม้กระทั่งแผ่นหิน
"ฮ่าๆๆๆ!" มู่หรงเยี่ยนหัวเราะคลุ้มคลั่งบนกำแพง "เผามันให้วอด! ป้ายวิญญาณ บันทึกตระกูล หรือแม้แต่ซากกระดูกของพวกเ้า... จงมลายหายไปในเพลิงเก้าสวรรค์!"
นางยอมเผาหอบรรพชนเพื่อกลบฝังทางลงสู่บ่อหลอมยาและทำลายพยานหลักฐาน
ู้เจ๋อเหยียนที่นอนจมฝ่าเท้าหัวเราะร่าอย่างเสียสติ "เห็นหรือไม่... เ้าแพ้แล้ว เอกสารลับ บ่อหลอมยา ทุกอย่างกำลังจะกลายเป็นเถ้าถ่าน!"
ู้เยี่ยนจ้องมองเพลิงมรกตที่กำลังลามเลียหอบรรพชน
หากอาคารถล่มลงมา ทางลับใต้ดินจะถูกซากปรักหักพังปิดตาย ความจริงเรื่องการตายของมารดาและความลับของแดนศักดิ์สิทธิ์เพลิงสวรรค์จะสูญสิ้นไปตลอดกาล
เท้าขวาของเขาเพิ่มแรงกดลงบนแผ่นอกจนู้เจ๋อเหยียนสำลักเลือดซ้ำ
"ู้เจ๋อเหยียน..." ู้เยี่ยนมองด้วยสายตาเย็นชา "คิดว่าไฟแค่นี้จะขวางข้าได้รึ?"
เขาสะบัดชายเสื้อ ถอนเท้าออกจากร่างพี่ชายต่างมารดา แล้วหันไปสบตากับเยี่ยนหรูเสวี่ยที่รุดเข้ามา
"คุมตัวมันไว้" ู้เยี่ยนสั่งสั้นห้วน "ข้าจะเข้าไปข้างใน"
"เ้าเสียสติไปแล้วหรือ!?" เยี่ยนหรูเสวี่ยคว้าแขนเสื้อเขาไว้ คิ้วขมวดมุ่น "นั่นคือเพลิงมรกต ปาแท้ต้านทานไม่ได้ มันจะแผดเผาเส้นลมปาของเ้าจนิา!"
"ข้ารู้ดี" ู้เยี่ยนเอ่ยอย่างเยือกเย็น "และข้ามีสิ่งนี้"
เขาดึงขวดกระเบื้องเคลือบใบเล็กออกจากอกเสื้อ ภายในบรรจุผงโอสถสีขาวนวล
"นั่นคืออะไร?" หญิงสาวถาม
"ผงดับไฟที่ปรุงจากเกลือสมุทรและผงโซดาไฟ" มุมปากู้เยี่ยนผุดรอยยิ้มจาง "ในโลกที่ข้าจากมา ไฟจากสารเคมีไม่อาจดับด้วยน้ำเปล่า แต่ต้องดับด้วยการตัดอากาศ"
เขาสะบัดตัว พุ่งทะยานฝ่าม่านควันพิษตรงเข้าสู่ประตูหอบรรพชนทันที
ในวินาทีที่ร่างก้าวพ้นธรณีประตู ท่ามกลางเสียงปริแตกของขื่อไม้และประกายเพลิงมรกต เสียงกระทบของโลหะกลับดังขึ้นจากส่วนลึกของโถงใหญ่
กริ๊ก...
เสียงปลดสลักของหีบศิลาหลังแท่นบูชาป้ายวิญญาณ
ผ่านม่านควันไฟมรกตที่ม้วนตัวหนาทึบ เงาร่างลึกลับในชุดคลุมสีดำยืนถือม้วนผ้าไหมสีทองเปื้อนเลือด นัยน์ตาสีเทาหม่นไร้แววตวัดมองตรงมายังู้เยี่ยน
ู้เยี่ยนชะงักเท้า แววตาวาวโรจน์ขึ้นในเงามืด
คนผู้นี้ไม่ใช่คนสกุลู้... แล้วผู้ใดแฝงตัวอยู่ในหอบรรพชนก่อนที่เพลิงจะลุกไหม้!?
นิยายแนะนำ
นิยายแนะนำ
ความคิดเห็น
COMMENT
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ เพื่อสร้างประสบการณ์นำเสนอคอนเทนต์ที่ดีให้กับท่าน รวมถึงเพื่อจัดการข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์ที่ดีบนบริการของเว็บไซต์เรา หากท่านใช้บริการเว็บไซต์นี้ต่อไปโดยไม่มีการปรับตั้งค่าใดๆ นั่นเป็นการแสดงว่าท่านอนุญาตยินยอมที่จะรับคุกกี้บนเว็บไซต์และนโยบายสิทธิส่วนบุคคลของเรา
0.00
0.00









userA???
???? ??? ? ???? ?? ??