เรื่อง ปรมาจารย์เหล็กสังหาร
ลมหายใจเนี่ยิหลวนเิ่ทอดัะสม่ำเสมอ ิไข้แะความเหนื่อย้าดึงินางิ่สู่ิาหลังสิ้นคำสัตย์
เี่ยจ้านประคองร่างแม่ทัพหญิงลงบนแคร่ไม้ไผ่อย่างระวัง กระดูกไหปลาร้าขวาถูกตรึงด้วยลวดเหล็ก หากขยับผิดท่าแผลอาจฉีกขาด เขาหยิบผ้าห่มที่มีรอยปะสี่รอยขึ้นมาคลุมถึงช่วงอก แล้วเกลี่ยปอยผมเปียกเหงื่อออกจากหน้าผากมน
แววตาเขาเด็ดเดี่ยว ใโลกนี้ อำนาจแะกำลังพลคือเกราะคุ้มภัยชั้นยอด แต่หากแม่ทัพต้องตายเพราะิกำมะถันโลหะหนักใอีกสองปีข้างหน้า คำสาบานเมื่อครู่ย่อมไร้ความหมาย
เขากลับเข้ามาให้องหลอมหลัก กลิ่นกำมะถันจางๆ ผสมขี้เถ้าเปียกยังคงอบอวล
เี่ยจ้านตรงไปยังมุมเตา นำหม้อต้มทองแดงทรงสูงตั้งบนช่องระบายความร้อน เตาหลอมคุกรุ่นด้วยเถ้าถ่านหินแปรรูปไร้ควัน ความร้อนเหลือทิ้งจากผนังเตาพอเหมาะกับการกลั่น โดยไม่ต้องเปลืองเชื้อเพลิงเพิ่ม
เขาเทสุราข้าวฟ่างลงใหม้อทองแดง ต่อท่อลำเลียงดีบุกดัดโค้งเข้ากับโถดินเผาหล่อน้ำเ็น ปลายท่อหยดสุรากลั่นบริสุทธิ์ลงถ้วยกระเบื้องทีละหยด ก่อนจะเทผงหญ้าหยกมรกตลงไปตามสัดส่วนที่คำนวณไว้
สุรากลั่นเข้มข้นจะสกัดตัวยา ละลายตะกอนโลหะหนักใปอดนางได้ดีกว่าน้ำต้มสมุนไพรทั่วไปหลายเท่า
เมื่อจัดการเรื่องยาเสร็จ สายตาเขาก็เบนไปจับจ้องก้อนแร่สีเทาอมเงินบนโต๊ะ
แร่นิกเกิลผสมโครเมียม
มันต้านทานการสึกกร่อนแะรับแรงเสียดทานเหนือกว่าเหล็กก้า ทว่าช่วงอุณหภูมิวิกฤตใการขึ้นรูปแคบยิ่ง หากอุณหภูมิลดต่ำกว่าเกณฑ์ โครงสร้างผึจะเปราะแะแตกหักทันทีที่ถูกค้อนกระแทก
เวลาประลองิศัสตราแห่งมณฑลเหลือเพียงห้าวัน
การตีแร่ชนิดนี้ให้เป็นใบดาบ ต้องทุบกระแทกต่อเนื่องไม่ต่ำกว่าสองร้อยครั้งต่อนาที เพื่อรักษาความร้อน
มนุษย์ทำไม่ได้ ต่อให้ฝึกพลังแขนมาทั้งชีวิต ก็ไม่มีทางรักษาระดับแรงกระแทกแะความเร็วได้สม่ำเสมอเพียงนั้น
ก้ามเนื้อย่อม้า แต่เครื่องจักรไม่เคยเหน็ดเหนื่อย
เี่ยจ้านหยิบถ่านไม้ขึ้นมาตวัดวาดลงบนกระดาน
"พี่จ้าน ท่านวาดค่ายกลอันใดหรือเจ้าคะ"
เสียงใสดังขึ้น เสี่ยวหลิงเดินก้าวเข้ามา ใบหน้ามอมแมมด้วยผงถ่าน ดวงตากลมโตมองวงกลมแะซี่ฟันบนกระดานด้วยความสงสัย
"นี่ไม่ใช่ค่ายกล" เี่ยจ้านไม่หยุดมือ "มันคือกลไกส่งกำลัง"
"ส่งกำลัง?"
"เราจะใช้พลังสายน้ำหลังโรงหลอมมาทุบเหล็กแทนแขนคน"
เี่ยซานชวนที่นั่งเงียบข้างกองฟืนเงยหน้าขึ้น ชายชรากวาดตามองภาพวาด คิ้วขมวดมุ่น
"จ้านเอ๋อร์ ลำธารหลังบ้านเราไหลเชี่ยวก็จริง แต่ค้อนทุบเหล็กหนักอย่างต่ำห้าสิบจิน กังหันไม้จะยกไหวได้อย่างไร เพลาจะหักเสียก่อนค้อนลอยพ้นทั่งด้วยซ้ำ"
"หากใช้คานงัดธรรมดา เพลาย่อมรับแรงเค้นไม่ไหวขอรับ" เี่ยจ้านชี้ลงบนภาพ "แต่ถ้าใช้กลไกสลับัะยกแะปล่อยตามแนวโค้งไม้หนุน แรงบิดจะถ่ายเทราบรื่น ไม่เกิดแรงกระแทกย้อนเข้าสู่ศูนย์กลางเพลา"
เขาวาดฟันเฟืองขนาดใหญ่สองตัวขบกันเป็นอัตราทด
"น้ำไหลผ่านหมุนกังหันหนึ่งรอบ ฟันเฟืองทดแรงจะแปลงเป็นการฟาดค้อนถึงสี่ครั้ง เสี่ยวหลิง เจ้าช่วยตรวจฟันเฟืองไม้แะสปริงแหนบที"
"ข้าตรวจแล้วเจ้าค่ะ!" เสี่ยวหลิงหยิบแผ่นเหล็กดัดโค้งสองชิ้นออกจากหีบ "แผ่นเหล็กชุดนี้ยืดหยุ่นเท่ากันทุกชิ้น ส่วนลิ่มไม้ ข้าไสตามขนาดที่พี่จ้านสั่ง ไม่ขาดไม่เกินแม้แต่ครึ่งชุ่น"
"ดีมาก" เี่ยจ้านพยักหน้า "เราต้องติดตั้งระบบผันน้ำให้เสร็จก่อนรุ่งสาง"
......
คลังศัสตราลับสำนักหลอมกระบี่ทองคำ
แสงจันทร์สลัวส่องกระทบใบกระบี่บนแท่นกำมะหยี่สีแดงเพลิง ตัวกระบี่เปล่งประกายสีทอง แซมเส้นสายมรกตหยกวิญญาณเก้าจุดตลอดแนวกระดูกสัน
มู่หรงเค่อยืนลูบคมกระบี่ด้วยรอยยิ้มหยัน แววตาทะเอทะยาน
"กระบี่หยกทองคำเล่มนี้ อาจารย์ข้าใช้เวลาหลอมถึงสามปี ผสานลมปราณอัคคีขั้นสูงจนเนื้อเหล็กบริสุทธิ์ไร้ตำหนิ"
ชายหนุ่มตวัดกระบี่เบาๆ เกิดเสียงกรีดอากาศแหลมคม
"วันประลองบนแท่นหินทมิฬ ข้าจะใช้กระบี่นี้ฟันเศษเหล็กตระกูลเี่ยให้ขาดสองท่อนต่อหน้าคนทั้งมณฑล สวะแขนคอก คิดจะชนะข้าด้วยวิชานอกรีตงั้นหรือ ฝันไปเถอะ"
ด้านหลัง ชายชุดดำสองคนคุกเข่าลงอย่างนอบน้อม
"เรียนท่านมู่หรง คนที่เฝ้าโรงหลอมทมิฬรายงานว่า คืนนี้พวกมันไม่ได้จุดเตาใหญ่ แต่กลับมีเสียงตัดไม้แะขุดดินอยู่ด้านหลังตลอดคืนขอรับ"
"ขุดดิน?" มู่หรงเค่อหัวเราะ "คงเตรียมขุดหลุมฝังศพตัวเอง ปล่อยให้ดิ้นรนไป ยิ่งหวังสูง เวลาตกลงมาคอหักก็ยิ่งน่าดูชม"
......
หลังโรงหลอมทมิฬ
ละอองไอเ็นลอยเรี่ยผิวดิน กระแสน้ำใลำธารไหลเชี่ยวกรากจากน้ำป่าบนภูเขา
เี่ยจ้านยืนแช่น้ำเ็นเฉียบระดับเข่า แขนซ้ายที่มีโครงเหล็กค้ำยันช่วยพยุงท่อนซุงเข้าสู่ตำแหน่งรับน้ำ เสี่ยวหลิงแะเี่ยซานชวนช่วยกันยึดโครงไม้เข้ากับตลิ่งหิน
"ยกคานขึ้นอีกสามนิ้ว" เี่ยจ้านสั่ง เสียงทุ้มตัดผ่านเสียงน้ำหลาก "ให้มุมปะทะใบกังหันเอียงเฉียงสามส่วน เพื่อดึงกำลังกระแสน้ำออกมาให้มากที่สุด"
เสี่ยวหลิงตอกลิ่มไม้ลงไปตามคำสั่ง
"เข้าที่แล้วเจ้าค่ะ!"
เี่ยจ้านดึงสลักกั้นน้ำออก
ซ่า!
มวลน้ำทะลักเข้าสู่รางไม้ กระแทกใบกังหันเต็มแรง วงล้อไม้ยักษ์เิ่หมุนช้าๆ ก่อนเร่งความเร็วตามแรงส่ง แกนไม้เนื้อแข็งส่งเสียงลั่นเอี๊ยดอ๊าด ส่งกำลังผ่านผนังหินเข้าสู่โรงหลอม
"มันหมุนแล้ว!" เสี่ยวหลิงร้องตื่นเต้น
"อย่าเพิ่งวางใจ" เี่ยจ้านก้าวขึ้นจากน้ำ สะบัดหยดน้ำออกจากเสื้อ "งานจริงเพิ่งเิ่"
ทั้งสามกลับเข้ามาด้านใ
แกนไม้ที่ทอดข้ามมาจากด้านนอกกำลังหมุนวนสม่ำเสมอ ปลายแกนติดตั้งชิ้นไม้โค้งนูนประกบแผ่นเหล็กลดแรงเสียดทาน ทุกครั้งที่ส่วนนูนหมุนผ่าน มันจะงัดปลายคานค้อนยักษ์ให้ยกสูง ก่อนปล่อยให้หัวค้อนเหล็กหนักหกสิบจินตกลงมาตามแรงโน้มถ่วง
ตึง!
เสียงค้อนกระแทกทั่งเหล็กดังสนั่น แรงสะเทือนแผ่ผ่านพื้นดินจนฝุ่นบนขื่อร่วงกราว
ตึง! ตึง! ตึง!
ัะค้อนตกสม่ำเสมอแะหนักหน่วง
เี่ยซานชวนมองภาพนั้นตาค้าง มือข้างเดียวสั่นเทา ชายชราตีเหล็กมาทั้งชีวิตไม่เคยพบเห็นสิ่งนี้ กลไกไร้พลังปราณ ไร้เคล็ดวิชา มีเพียงน้ำ ไม้ แะเหล็ก ทว่าพลังทำลาย้างกลับเหนือกว่าแรงมนุษย์
"นี่มัน..." เี่ยซานชวนเอ่ยเสียงพร่า "แรงทุบสม่ำเสมอถึงเพียงนี้เชียวหรือ"
"นี่คือกลไกส่งกำลังจากธรรมชาติขอรับ" เี่ยจ้านคว้าคีมเหล็กด้ามยาว "เตรียมแร่นิกเกิลโครเมียม"
เสี่ยวหลิงเปิดฝาเตา คีบก้อนแร่ที่เผาจนสุกปลั่งออกมา
ก้อนแร่ส่องแสงสีส้มอมเหลืองเจิดจ้า ความร้อนระอุทำให้อากาศรอบด้านบิดเบี้ยว ความร้อนสูงยิ่งยวดจนเหล็กแทบละลาย เป็นจุดที่โครงสร้างตาข่ายผึเปิดรับการเปลี่ยนรูป
"ข้าจะป้อนเหล็ก เสี่ยวหลิง เจ้าคอยดูระดับน้ำ อย่าให้น้ำล้นจนรอบหมุนตก"
"เจ้าค่ะ!"
เี่ยจ้านสูดหายใจึ คีบก้อนแร่วางลงกึ่งกลางทั่ง
ตูม!
หัวค้อนยักษ์ฟาดลงมาแม่นยำ ประกายไฟแลบปลาบกระจายทั่วห้อง แรงอัดบดขยี้ก้อนแร่จนเิ่แบนราบ เนื้อโลหะที่แข็งแกร่งถูกบีบให้เปลี่ยนรูปภายใต้แรงเค้นเกินพิกัด
เี่ยจ้านพลิกเนื้อเหล็กทันควัน อาศัยัะที่ค้อนถูกกลไกดีดยกขึ้น ขยับตำแหน่งแท่งโลหะทีละนิ้ว
ตูม! ตูม! ตูม!
ทุกการฟาดทำให้เนื้อเหล็กแน่นขึ้น ธาตุถ่านแะแร่เหล็กก้าถูกอัดประสานไร้ช่องว่าง รอย้าขนาดจิ๋วที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่าถูกแรงทุบเชื่อมปิดจนเป็นเนื้อเดียว
ทว่าเมื่อเนื้อเหล็กเิ่แผ่ออกเป็นใบดาบ แรงต้านภายใเนื้อโลหะก็ทวีขึ้น
แรงสะท้อนกลับจากหัวค้อนส่งผ่านคานโยก ย้อนกลับไปยังแกนหมุน
กึก! ครืด!
ฟันเฟืองไม้เิ่ขบกันแน่นเกินไป ความเร็วรอบหมุนสะดุดลง
"พี่จ้าน! แรงดันน้ำเิ่ไม่พอแล้วเจ้าค่ะ!" เสี่ยวหลิงตะโกน สีหน้าตื่นตระหนก "เพลาหมุนช้าลงแล้ว!"
สีแท่งเหล็กบนทั่งเปลี่ยนจากส้มสว่างเป็นแดงเข้ม
อุณหภูมิกำลังดิ่งลง
หากเนื้อเหล็กเ็นตัวจนเปลี่ยนจากสีแดงชาดเป็นสีคล้ำก่อนขึ้นรูปเสร็จ แร่จะสูญเสียความเหนียว กลายเป็นโลหะเปราะแะแตกหักทันที งานทั้งหมดจะสูญเปล่า
"แรงบิดย้อนกลับสูงเกินไป" เี่ยจ้านขบฟันแน่น สายตาจับจ้องจุดหมุน
เนื้อไม้ตรงข้อต่อส่งเสียงลั่น ปริแตกเป็นแนวยาวเพราะรับแรงเฉือนเกินขีดจำกัดคราก
ค้อนยักษ์ชะงักค้างกลางอากาศ
"จ้านเอ๋อร์ ถอยออกมา!" เี่ยซานชวนร้องเตือน "เพลาจะหักแล้ว!"
เี่ยจ้านไม่ถอย เขาก้าวประชิดแท่นกลไก ยื่นแขนซ้ายที่สวมโครงเหล็กเข้าประกบแนวคานส่งกำลัง
สปริงแะข้อต่อเหล็กที่แขนซ้ายทำงานหนักเพื่อรับแรงกดทับ เี่ยจ้านใช้โครงสร้างเหล็กทำหน้าที่หน่วงแรง ซับแรงสะท้อนกลับจากค้อนลงสู่พื้นดิน เพื่อลดภาระแกนไม้
ฟันเฟืองโลหะที่แขนซ้ายลั่นเอี๊ยด ข้อต่อรับแรงเค้นมหาศาลจนแผ่นเหล็กโก่งตัว
"หมุนต่อไป!" เี่ยจ้านตะโกนก้อง เส้นเลือดขมับปูดโปน "ทุบอีกสิบครั้ง!"
เมื่อแรงสะท้อนถูกถ่ายเทออกไป แกนกลไกก็กลับมาหมุนได้อีกครั้ง
ตูม! ตูม! ตูม!
ค้อนยักษ์กระหน่ำฟาดลงมา ใบดาบถูกตีจนเรียบกริบ ประกายไฟสาดกระจายดั่ง-่าฝน
สีใบดาบหม่นลงเรื่อยๆ แดงเข้ม แดงคล้ำ จนเกือบแตะขอบเขตวิกฤต
เหลืออีกห้าครั้ง
ตูม! ตูม!
อีกสามครั้ง
ตูม!
อีกสองครั้ง
เปรี๊ยะ!
เนื้อไม้ใจกลางฟันเฟืองทดแรงฉีกขาดลั่น ฟันเฟืองไม้ซี่หนึ่งหักสะบั้น กระเด็นเฉียดแก้มเี่ยจ้านไปปักผนังหิน
ระบบกลไกเสียสมดุลใเสี้ยวพริบตา แรงบิดทั้งหมดถูกถ่ายลงสู่ฟันเฟืองซี่ถัดไปที่กำลังจะรับน้ำหนักค้อนครั้งสุดท้าย
ใบดาบบนทั่งยังขาดการทุบแต่งมุมคมส่วนปลายอีกเพียงครั้งเดียว แะความร้อนกำลังจะดับลงใไม่กี่อึดใจ
ฟันเฟืองไม้ซี่สุดท้ายเิ่ส่งเสียงลั่น รอยแยกปริ้าขยายึเข้าไปใเนื้อไม้ต่อหน้าต่อตา
นิยายแนะนำ
นิยายแนะนำ
ความคิดเห็น
COMMENT
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ เพื่อสร้างประสบการณ์นำเสนอคอนเทนต์ที่ดีให้กับท่าน รวมถึงเพื่อจัดการข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์ที่ดีบนบริการของเว็บไซต์เรา หากท่านใช้บริการเว็บไซต์นี้ต่อไปโดยไม่มีการปรับตั้งค่าใดๆ นั่นเป็นการแสดงว่าท่านอนุญาตยินยอมที่จะรับคุกกี้บนเว็บไซต์และนโยบายสิทธิส่วนบุคคลของเรา
0.00
0.00









userA???
???? ??? ? ???? ?? ??