เงาเทพผ่าจันทรา ( Martial MoonKnight )
ตอนที่ 9 นางนั้นใช่น้องสาวเจ้าแน่ ๆ ( rewrite )
  •   ปรับสีและขนาดตัวอักษร  
  •    
  •    
  •    
  •  

เจ้าคนไร้ยางอาย เจ้าล่วงเกินข้า” เมื่อได้เช่นยินนั้น ซีว่างรู้สึกไม่ดีมาก ๆ ‘ เหตุใด ไม่ใช่ข้า ที่ได้จับภูเขาคู่นั้น{ ใช่แล้วอย่างที่ท่านอ่าน นี่แหละนิสัยพระเอกเรา }

 

หญิงสาวนางนี้ อายุ 15 ย่าง 16 หน้าตาสะสวย ตัวเล็กกำลังพอดี แขนเรียวยาวระหง

 

แม่นาง ข้าไม่ได้ตั้งใจ ข้าเพียงจะล้ม ข้าจึงหาอะไรยึดเหนี่ยวไว้” เฟิงอวิ๋น รีบกล่าวแก้ตัวทันใด กลัวเรื่องบานปลาย “เจ้าจะให้ข้าทำอันใด ที่ทำให้เจ้าหายโกรธ เพียงแม่นางบอกต่อข้า...ข้ายินดีทำทุกอย่าง”

 

ยินดีทำทุกอย่างกับผีเจ้าน่ะสิ , เกิดเป็นหญิง..โดนล่วงเกินแล้วกล่าวขอโทษ มันจะทำให้ข้าหายอับอายได้เช่นไร ต่อให้เจ้าฆ่าตัวตายต่อหน้าข้า..ก็ไม่อาจกู้ชื่อเสียงของข้ากลับคืนมาได้” หญิงสาวกล่าวด้วยความโมโหโกรธาอย่างมาก ขณะพูดนิ้วเรียวยาวของนาง ก็ชี้หน้าชายหนุ่ม ขากระทืบลงพื้นตลอดทุกประโยค

 

< แม่นางหยาง นี่ใช่น้องสาวเจ้าเป็นแน่..กิริยาท่าทางคล้ายกันยิ่งนัก ใช่พ่อท่านมาไข่ไว้..ก็เป็นได้ > ชายหนุ่มอดไม่ได้ที่จะหยอกเย้าหญิงสาว เมื่อเห็นเหตุการณ์ตรงหน้า

 

< อ่อ….เจ้ากล้านำข้าไปเปรียบกับนางชั้นต่ำนี่ , ดูเหมือนถ้าข้าออกไปได้..คงจะไม่มีภพที่สามสำหรับเจ้า !! > หญิงสาวกล่าวเสียงเรียบ แต่ทุกคำแฝงความอาฆาตไว้ทุกตัวอักษร

 

ชายหนุ่มกลืนน้ำลายลงไปอึกใหญ่ คิดในใจว่าดูเหมือนนางจะเอาจริง..ข้าล่ะหวั่นใจเสียจริง หากนางออกมาได้..ข้าคงซี้แน่นอน

 

เฟิงอวิ๋นรีบกล่าวตอบหญิงสาวตรงหน้า ในทันทีถ้าข้าทำให้ศักดิ์ศรีท่านมัวหมอง ข้าจะรับผิดชอบท่านเอง ข้าจะแจ้งข่าวไปบอกกับบิดาข้า ให้ไปสู่ขอท่านในเร็ววัน..” ชายหนุ่มพูดด้วยสายตาแน่แน่ว

 

แต่งกับเจ้า? ข้าไม่แต่งเป็นสะใภ้ ลูกคุณหนูบ้านนอกอย่างเจ้าแน่” หญิงสาวทำสายตาเหยียดหยาม มองมาที่ชายหนุ่มปรานอุจจาระก้อนหนึ่ง

 

จิ้นเฟิงเห็นจึงกล่าวด้วยความโมโหแทนพี่ชายของมันเอ๊ะ..พี่สาวนางนี้ นั้นก็ไม่ดี..นี่ก็ไม่ยอม ท่านจะเอาอันใดจากพี่ชายข้ากันแน่ มัวแต่ทำตัวเป็นผู้ดี , กล่าวความต้องการของเจ้ามา..จะได้แล้วแล้วกันไป ” เด็กน้อยจ้องตาแข็งใส่หญิงสาว พูดจาด้วยความเกรี้ยวกราด “ พี่ชายข้าพูดกับเจ้าดี ๆ เจ้ากลับทำกิริยาเช่นนี้..ชาตินี้ท่านคงไม่มีวันได้ออกเรือนเป็นแน่ ”

 

เจ้าเด็กนี่ปากดีนัก..ดี !! , งั้นอยากให้ข้าหายโกรธเจ้า..เจ้าต้องตบปากเด็กนี่ จนกว่าข้าจะพอใจ ” หญิงสาวยิ้มกรุ้มกริ่ม มองไปที่คนทั้งจิ้นเฟิงด้วยสายตาอาฆาต พร้อมกับเบ้ปากเล็กน้อย

 

แม่นาง ให้ข้าทำอย่างอื่นเถิด ข้า....” เฟิงอวิ๋นกล่าวอ้อนวอนเสียงอ่อนต่อหญิงสาว

 

หญิงสาวรีบพูด แทรกชายหนุ่มทันใดใช่เจ้าที่บอกว่าต่อข้า..เพียงข้าต้องการสิ่งใด เพียงแค่ข้าบอกต่อเจ้า..เจ้ายินดีทำทุกอย่างไม่ใช่หรือที่นั่น เกิดเป็นบุรุษกล้าผิดคำสัญญาของตนเอง..ก็เอากระโปรงมาสวมเถิด ” หญิงสาวพูดพร้อมทำ สายตาเหยียดหยามพร้อมกับจ้องมองไปยังจิ้นเฟิงด้วยความเกลียดชัง

 

เอ๊ะ..พี่สาวนางนี้ พี่ข้ายังไม่บอกเลยว่าจะไม่ทำ แค่โดนตบปากมันจะสักแค่ไหนกัน ” จิ้นเฟิงพูดแล้วหันไปมองหน้า เฟิงอวิ๋นก่อนจะบอกกล่าวออกไป “ พี่เฟิง..พี่ทำตามนางบอกเถิด ไม่ต้องห่วงข้า..แค่นี้สบายมาก เอาให้สุดแรงไปเลย”

 

ถ้าจะตบมัน มาตบข้าเถิด ” ซีว่างรีบพูดปกป้องน้องชายของตนเอง “ ข้าเป็นพี่ชายมัน..มันปากไม่ดีเพราะข้าไม่ดูแล จะเป็นไรไหมแม่นาง..ที่จะให้เป็นข้า ”

 

ดี!! เอาตามนั้น ” หญิงสาวกล่าวตกลง

 

เมื่อตกลงได้เช่นนั้น ซีว่างจึงเดินไปข้างหน้าเฟิงอวิ๋นเป็นข้าเองที่ทำให้เจ้า..ต้องเจอเรื่องแบบนี้ ” มันกล่าวออกมาก่อนจะยิ้มแล้วจ้องมองไปที่สหายของมัน

 

ข้า....” เฟิงอวิ๋นจะพูดอะไรบางอย่าง แต่แม่สาวน้อยไม่ยอมให้หนุ่มพูดจบ “ ยังไม่เริ่มอีก ยิ่งช้าผู้อื่นยิ่งให้เจ้าตบนานขึ้นเท่านั้นหนา ” หญิงสาวพูดกดดันด้วยเสียกวน ๆ ต่อชายหนุ่ม

 

เมื่อได้ยินที่นางพูด ซีว่างจึงกล่าวกับ เฟิงอวิ๋นว่าเริ่มเลยเถิด..รักข้าเท่าใดตบแรงเท่านั้น ”

 

เมื่อได้ยินที่สหายพูด เฟิงอวิ๋นจึงกล่าวตอบ พร้อมตบไปเต็มแรงงั้นข้าไม่เกรงใจ !! ”

“ เพี้ยะ ! ! ” เสียงตบดังมาก เสียงดังเหมือนมีคนเอาแซ่มาเฆี่ยนวัว เมื่อตบเสร็จเฟิงอวิ๋นจึงหันไปถามต่อสาวน้อย “ พอใจท่านแล้วใช่ไหม..แม่นาง ”

 

หญิงสาวได้ยินจึงกล่าวข้ายังไม่บอกให้เจ้าหยุด..เหตุใดเจ้าถึงหยุดลงมือ ” นางกล่าวด้วยความโมโหทำท่าที่ไม่พอใจต่อเฟิงอวิ๋น

 

ซีว่างได้ยินเช่นนั้น จึงกล่าวเข้าไปในโลกวิญญาณ < แม่น้างผู้นี้ช่างอำมหิตยิ่งนัก... , เจ้าแน่ใจแล้วใช่ไหม..ว่าพ่อเจ้าไม่ได้มาไข่ไว้จริง ๆ >

 

ไฟโทสะที่หายไปแล้ว ชายหนุ่มก็จุดไฟขึ้นมาใหม่ < ดูเหมือนเจ้ายังไม่เลิกรากับข้า..ผู้อื่นใจดีขึ้นมาหน่อย เจ้ากับทำได้ใจ สงสัยเจ้าคงได้เป็นบุรุษพรหมจรรย์อีกภพหนึ่ง..ไม่ทันได้มีเมียแน่ถ้าข้าหลุดไปได้ >

 

ชายหนุ่มพลันเอามือกุมเป้าก่อนจะเลิกราต่อกับหญิงสาว แล้วกล่าวกับสหายตนว่า

 

ทำตามนางบอกเถิด..ข้าไม่เป็นไร” ชายหนุ่มกล่าว แล้วพยักหน้าไปที่เฟิงอวิ๋น

 

เฟิงอวิ๋นคราวนี้จึง ตบแบบไม่ยั้ง ทุกครั้งที่มีเสียง “ เพี้ยะ ” เฟิงอวิ๋นจะกล่าว “ ข้าขอโทษ ” ทุกครั้งที่มือสัมผัสใบหน้าของสหายตน

 

ส่วนซีว่างนั้น เพื่อหนึความเจ็บปวด พลันส่งจิตเข้าไปในโลกวิญญาณ เพื่อที่ตนเองจะได้หนีความ ทรมานอันยาวนานไปได้ แล้วค่อยออกไปรู้สึกเจ็บตัวทีเดียว ให้มันจบ ๆ ไป

 

มือก็ตบไปเรื่อย ๆ แต่หญิงสาวยังไม่มีท่าทีจะพอใจ จนซีว่างคิดในใจถ้าข้ามีโอกาส เจ้าจะเป็นคนที่ข้าขึ้นครูแน่ ยัยหญิงอำมหิต’ ชายหนุ่มเอามือถูแก้มตนเอง ถึงเป็นร่างจิตจะไม่มีความรู้สึกทางกายภาพ แต่สิ่งที่ตนเห็นทำให้ตนเสียวซ่านไปทั่วทั้งใบหน้า

 

เมื่อเฟิงอวิ๋นยังไม่หยุด จิ้นเฟิงจึงทนไม่ได้ เข้าไปจับมือเฟิงอวิ๋นไว้ แล้วกล่าวเสียงแข็งกลับหญิงสาว “ พอแล้ว..ให้มันจบแค่นี้ มันสมควรที่เจ้าจะพอใจแล้วกระมัง”

 

เมื่อเห็นเหตุการณ์ดังนั้น ซีวิ่งจึงดึงจิตกลับไปที่ร่าง เมื่อมันกลับเข้าร่างของตนแล้ว..ความเจ็บปวดพุ่งเข้ามาทุกส่วนของใบหน้า  ตอนนี้ใบหน้าชายหนุ่มบวมปูดเป็นส้มโอ ยังดีที่ฟันของชายหนุ่มไม่หลุดไปด้วย

 

เห๊อะ..จบก็จบ ” หญิงสาวกล่าวจบ จึงเดินจากไป

 

ปากข้าไม่รู้สึกอะไรแล้ว ปากข้า โอ๊ย !! ’ ชายหนุ่มได้แต่หวีดร้องอยู่ในใจ ไม่กล้าร้องออกมา กลัวว่าสหายตนจะยิ่งรู้สึกผิด

 

เป็นอย่างไรบ้างซีว่าง ” เฟิงอวิ๋นรีบเข้ามาดูอาการของชายหนุ่มอย่างเร็วไว

 

อ้าไอเอ็นไอ อีกอรู่เอียวอ็อายแอ้ว ” (ข้าไม่เป็นไร อีกครู่เดียวก็หายแล้ว) ชายหนุ่มด้วยใบหน้าที่บวม ตอนนี้จึงพูดออกมาไม่เป็นภาษา

 

พาท่านพี่ไปห้องพยาบาลกันก่อนเถิด..แบบนี้คุยกันไปก็ไม่ได้ความกันพอดี ” ก่อนที่ผู้เป็นน้องจะประคองพี่ชายของตนเอง แล้วกล่าวกับศิษย์ผู้นำทางว่า “ ศิษย์พี่ นำทางข้าที ”

 

เมื่อถึงห้องพยาบาล รับยามาทานเสร็จ ตอนนี้ชายหนุ่มกลับมาเป็นเกือบปกติแล้ว แต่ความเจ็บก็ยังไม่หายไปเท่าไร

แม่นางนางนั้นช่างเอาแต่ใจแล้ว ยังอำมหิตยิ่งนัก ” ซีว่างพูดพร้อมเอามือถูใบหน้าตนเอง

 

ก่อนจะหันไปทางศิษย์พี่ผู้นำทางว่าศิษย์พี่..ข้าอยากทราบว่านางเป็นผู้ใด เหตุใดนางถึงเอาแต่ใจยิ่งนัก ”

 

นางคือ เยว่ รู่..เหลนสาวของเจ้าสำนัก ทางที่ดีพวกเจ้าควรอยู่ห่าง ๆ นางดีกว่า..นางเอาแต่ใจยิ่งนัก ”

 

มิน่า..นางถึงกล้าทำอะไรตามใจตน ในสำนักแห่งนี้ ’ ชายหนุ่มคิดในใจ ‘ อย่าให้ข้ามีโอกาสจริงเชียว เจ้าได้เป็นครูของข้าเป็นแน่

 

จะว่านางก็ไม่ถูก...จริงอยู่ที่นางเป็นคนโมโหร้าย แต่เป็นเพราะข้าผิดต่อนางก่อน ” เมื่อได้ยินที่เฟิงอวิ๋นพูด จิ้นเฟิง และ จีว่างจึงมองหน้ากัน แล้วทำปากว่า ‘ โมโหร้าย ?

 

ก่อนที่ จิ้นเฟิงจะกล่าวว่าแบบนี้ไม่เรียกว่าโมโหร้ายแล้ว ข้าอยากรู้นัก..ว่านางถูกเลี้ยงมาอย่างไร ถึงได้อำมหิตถึงเพียงนี้”

 

เมื่อพวกตนกำลังจะเดินทางไปที่หอพักของตนเองนั้น ก็มีชายหนุ่มผู้หนึ่งเดินมาพร้อมหญิงสาวหน้าคุ้นเคย ชายหนุ่มผู้นี้ตัวสูงใหญ่ หน้าตาคมคาย ดูแล้วเหมือนขุนนางผู้ใหญ่ที่ฉลาดผู้หนึ่ง อายุ 16 ย่าง 17

 

ซีว่างลองใช้พลังสังเกตระดับของชายรูปงามนี้ จิตโลกาขั้น 2 ด้วยอายุเท่านี้ ถือว่ามีพรสวรรค์ ส่วนผู้เป็นน้อง อยู่กำเนิดโลกาขั้น 8 ด้วยวัยเท่านี้ ถือว่าระดับสามัญยิ่งนัก

 

ชายหนุ่มมาพร้อมหญิงสาวนางเดิม เยว่ รู่ ชายหนุ่มเข้ามากล่าวทักทายต่อกลุ่มซีว่างคงจะเป็นพวกท่านเป็นแน่..ข้าสังเกตจากรอยแดงบนแกล้มของท่าน , ข้าต้องขออภัยแทนน้องสาวข้าด้วย นางยังเด็กนัก จึงเอาแต่ใจตนเองมากไปหน่อย , ข้ามีนามว่า เยว่ เทียน เป็นพี่ชายของนาง ” ชายหนุ่มกล่าวด้วยความเป็นมิตร

 

เจ้าทำอันใด เหตุใดยังไม่กล่าวขอโทษพวกเขา ” เยว่เทียน กล่าววาจาดุน้องสาวของตนเอง พร้อมกับทำสีหน้าในเชิงเตือนต่อน้องสาวของตนเอง

 

เหตุใดข้าต้องขอโทษพวกมัน..พวกมันเป็นฝ่ายล่วงเกินข้าก่อน ที่ข้าทำไปยังเล็กน้อยยิ่งนัก ” หญิงสาวพูดไปพร้อม กระทืบเท้าไปตามจังหวะการ กล่าวของนาง

 

เท่าที่ข้าได้ยินมา..ใช่ว่าพวกเขาเหล่านี้ไม่ได้ตั่งใจไม่ใช่หรอกหรือ ? , คนไม่ตั้งใจ..เพียงกล่าวขอโทษหรือลงโทษเล็กน้อยก็พอ , เหตุใดเจ้าถึงทำตัวไม่น่ารักเช่นนี้ ” ชายหนุ่มผู้นี้มีความเป็นผู้ใหญ่ ฉลาด แถมยังหน้าตาดี ต่างจากนิสัยของ หญิงสาวที่เอาแต่ใจเป็นเด็กยิ่งนัก

 

เป็นข้าที่ผิดเอง..เพราะข้าสะเพร่าเอง ที่นางทำก็เห็นสมควรแล้ว ” เฟิงอวิ๋นรีบกล่าวบอกต่อผู้เป็นพี่ของหญิงสาวในทันที

 

ซีว่างพลันคิดในใจก็คนที่ตบเป็นเจ้า..ส่วนคนที่โดนตบเป็นข้า..เจ้าลองมาเป็นข้าดูไหม !! ’ ชายหนุ่มผู้ชอบคิดเล็กคิดน้อยดั่งหญิงสาวผู้หนึ่ง แอบด่าสบถในใจของตนเอง

 

ข้าไม่ได้บอก..ว่าเจ้าไม่ผิด , ข้าเพียงแต่บอกสิ่งที่นางทำลงไปนั้น..มันไม่สมควร ” ก่อนที่จะมองไปที่หญิงสาวแล้วกล่าวว่า “ ถ้าเจ้ายังทำตัวเป็นเด็ก..ข้าจะกล่าวต่อท่านพ่อ..ให้พาเจ้ากลับไป” เมื่อกล่าวจบท่าทีของหญิงสาวเปลี่ยนไปทันที เดินเข้าไปเขย่าแขนพี่ชายตนเอง ก่อนจะเอ่ยปากขอร้องต่อผู้เป็นพี่

 

อย่านะ..อย่าบอกท่านพ่อนะ , ข้าไม่อยากกลับไป..กลับไปท่านพ่อก็ให้ข้าอยู่แต่ข้างใน.. ข้าเบื่อจะตายแล้วที่นั่นน่ะ ” หญิงสาวทำเสียงอ้อนวอนต่อชายหนุ่ม

 

ซีว่างสังเกตเห็นสิ่งผิดปกติข้างใน? ที่นั่น?ชายหนุ่ม สงสัยในสิ่งที่เยว่รู่กล่าวออกมา

 

เจ้ารีบขอโทษ..พวกเขาเหล่านี้เสีย ก่อนที่ข้าจะเก็บความลับนี้.ไม่อยู่ ” เยว่เทียนกล่าวกดดันน้องสาวตน

 

หญิงสาวเมื่อโดนขู่ดังนั้น จึงเดินมาข้างหน้าของเหล่าชายหนุ่ม พูดเสียงแข็งว่าข้าขอโทษ ”

 

“ รู่เอ๋อร์..ข้าสอนให้เจ้าขอโทษผู้อื่นเช่นนั้นหรือ ? ” เมื่อเห็นกริยาของน้องสาว เยว่เทียวจึงกดดันให้สาวน้อยกล่าวใหม่อีกครั้ง

 

ข้าขอโทษ ” คราวนี้นางกล่าวด้วยน้ำเสียงที่ดีกว่าคราวก่อน เมื่อได้ยินหญิงสาวกล่าวเช่นนั้น เฟิงอวิ๋นจึงกล่าวกลับนางตอบ “ เป็นข้าเองที่ผิด ทำอะไรไม่รอบคอบ..ทำให้แม่หญิงต้องเสียหน้า หากวันหน้ามีเหตุอันใดต้องการความช่วยเหลือ..เพียงกล่าวต่อข้า..ข้าจะไม่ผิดคำพูดแม้แต่คำเดียว ” เฟิงอวิ๋นพูดให้สัตย์สาบานต่อหญิงสาว

 

“ ชิ !! ” เยว่รู่เบะปาก ก่อนจะก้าวกลับมายืนข้างพี่ชายตน

 

ข้าแนะนำตัวไปแล้ว ข้ายังไม่ทราบนามพวกท่านเลย พวกท่านมีนามว่า? ” เยว่เทียนกล่าวออกไปเช่นนั้น เพราะมันอยากจะผูกมิตรกับกลุ่มของซีว่าง

 

ข้าจิ้นเฟิง คนหล่อมาดบุรุษผู้นี้ เฟิงอวิ๋น ” จิ้นเฟิงแนะนำตัวต่อเยว่เทียน และเน้นคำว่า มาดบุรุษ ชัดถ้อยชัดคำ ก่อนจะกล่าวต่อว่า “ ส่วนคนแก้มบวมผู้นี้ ... ”

 

ข้าชื่อจิ้นว่าง..เป็นพี่ชายของเขา” ชายหนุ่มรีบกล่าวตอบออกไป

 

เฟิงอวิ๋น แล้ว จิ้นอวิ๋น หันมองซีว่างเป็นเชิงถาม แต่ชายหนุ่มยังไม่บอกอะไรพวกตน

 

ที่แท้..ท่านสองคนเป็นคนของตระกูลจิ้น ข้าไม่เคยเห็นคนตระกูลจิ้นที่มีพรสวรรค์เช่นนี้มาก่อน ” เยว่เทียนกล่าวขณะที่มองจิ้นเฟิง ก่อนจะโค้งหลังคำนับเล็กน้อย

 

ส่วนท่านตระกูลเฟิง , คงจะเป็นบุตรชายของเฟิงเจียว..สหายของท่านปู่เป็นแน่ , ไม่ทราบว่า..พ่อท่านสบายดีใช่หรือไม่ ? ” ชายหนุ่มกล่าวถามต่อเฟิงอวิ๋น

 

พ่อข้าสบายดี , เป็นท่านรู้จักพ่อข้า..ข้าต้องขอคำนับ..แทนพ่อข้า ” ชายหนุ่มพลันโค้งหลังกุมมือเชิงคำคำนับทักทายตอบกลับ

 

พวกข้าพึ่งมาถึง..ยังไม่ได้อาบน้ำกินข้าว พวกข้าขอตัวลาก่อนนะท่าน” ซีว่างรีบกล่าวลา ก่อนจะให้ศิษย์ผู้นำทาง เดินนำทางต่อไป

 

เฟิงอวิ๋น และ จิ้นเฟิง สองหนุ่มผู้หัวไว ต่างรีบเดินตามไป ก่อนจะกล่าวอำลาต่อพี่น้องตระกูลเยว่

 

เมื่อมาถึงห้องของจิ้นเฟิงซีว่างจึงบอกต่อ คนนำทางว่าให้ส่งแค่นี้ เดียวตนเดินไปหอรวมเอง เมื่อศิษย์พี่เดินจากไปชายหนุ่มรีบปิดห้อง แล้วเข้าไปข้างในทั้ง 3 คน

 

เหตุใดท่านถึงบอกแซ่ปลอมแก่พวกเขา ” จิ้นเฟิงกล่าวถาม ด้วยความสงสัย

 

ข้ามีเรื่องสงสัยต่อพวกมันสองคน ” ซีว่างตอบ ก่อนที่มันใช้นิ้วเคาะโต๊ะเป็นจังหวะขณะที่มันกำลังใช้ความคิด

 

สงสัยเรื่องใด ? ” เฟิงอวิ๋นถามต่อ “ ข้าก็เห็นพวกเขาทั้งสอง..ปกติดีไม่เป็นมีอะไรผิดสังเกต ”

 

ตอนที่สาวอำมหิตนั้นกล่าวต่อพี่ตนเองว่า ‘ ไม่อยากกลับไปในนั้น หรือที่นั่น ’ มันไม่ผิดสังเกตหรอกหรือ ? ” ซีว่างมอง สหายทั้งสองคน

 

ผิดสังเกตอันใด..ข้าไม่เห็นจะเข้าใจ ” จิ้นเฟิงสงสัยในคำตอบของซีว่าง จึงกล่าวถามต่อชายหนุ่มเพื่อขอคำตอบ

 

พอข้าลองคิดตามแล้ว..จะว่าไปก็ผิดสังเกตจริงตามเจ้ากล่าว , เหตุใดถึงไม่บอกว่าเป็นบ้านของตน ถ้านั้นเป็นที่ที่พ่อของตนอยู่ ”

 

นั้นแลที่ข้าสงสัย เหตุใดไม่ใช้คำว่าบ้าน ” ซีว่างกล่าวเสริม

 

ข้าว่าพวกท่านคิดมากไป , นางอาจจะกลัวที่ต้องกลับไป แล้วโดนทำโทษก็เป็นได้ ” จิ้นเฟิงตอบพี่ชายของตน

 

แต่เจ้าก็อย่าลืมนะ..ว่าตัวตนข้าเป็นผู้ใด , ยืมแซ่เจ้ามาใช้..เจ้าคงไม่หวงแซ่เจ้าใช่หรือไม่ ? ” ชายหนุ่มพูดทีเล่นทีจริงต่อผู้เป็นน้องชายของตนเอง

 

“ เซี่ยวว่างพูดถูก.. , ตำแหน่งของมันนั้น..เป็นความลับจะดีที่สุด ” เฟิงอวิ๋นกล่าวเสริมต่อซีว่าง

 

เอาล่ะ ๆ ข้าเหนื่อยมากแล้ว , ข้ากลับห้องที่ไม่ส่วนตัว..ของข้าก่อนดีกว่า , เจอกันตอนเย็น ” ซีว่างกล่าวต่อ เหล่าสหายของตน

 

เมื่อซีว่างเดินออกจากห้องไป เฟิงอวิ๋นจึงกล่าวหยอกเย้าต่อสหายตนห้องน้ำข้ายังว่างเช่นเดิม ขนหมอนเจ้ามาได้ทุกเมื่อ.. ”

 

ซีว่างยกนิ้วที่อยู่ข้างนิ้วชี้ไปให้สหายของตนเอง ก่อนจะเดินจากไป

 

เมื่อมาถึง ภายในนั้นเป็นเหมือนเตียงของทหาร มีซ้ายขวา ว่างเรียงเป็นแนวยาว มีช่องไฟไว้ให้ ลูกศิษย์เดินขึ้นไปนอนเพียงเท่านั้น ตรงสุดทางเดินมีห้องน้ำที่ดูท่าทางมิค่อยสะอาดอยู่

 

เมื่อเห็นดังนั้น ซีว่างจึงเดินหาเตียงที่ว่างแล้ว ล้มลงนอนสักงีบ หลังจากเดินทางเหน็ดเหนื่อยมาทั้งวัน เจอเรื่องมากมายก่ายกอง

 

ขณะที่ชายหนุ่มกำลังเอนหลังนั้น ก็มีเหล่าศิษย์หลายผู้ ล้อมเตียงชายหนุ่มเอาไว้นี่มันผู้มาใหม่นี่หว่า..เจ้าไม่รู้หรอกหรือว่าที่แห่งนี้..ต้องมีการรับขวัญเจ้าก่อน..เจ้าถึงจะนอนลงไปได้ ”

ความคิดเห็น

COMMENT

แนะนำหนังสือโดย KAWEBOOK