เงาเทพผ่าจันทรา ( Martial MoonKnight )
ตอนที่ 34 กิลด์นิวส์ ( rewrite )
  •   ปรับสีและขนาดตัวอักษร  
  •    
  •    
  •    
  •  
“เจ้าคงมาจากทวีปรุ่งนภาเป็นแน่!!”

เมื่อได้ยินคำว่า ‘ทวีปรุ่งนภา’ ชายหนุ่มรีบหันไปทางต้นเสียง จึงเห็นคนผู้หนึ่งยืนอยู่ที่ซอกตึกแคบ ๆ แต่งกายสีดำสนิททั้งตัว มีชุดคุมสีดำปกปิดหน้าตาไว้ ระดับพลังอยู่ที่ เหยียบนภาขั้นที่ 2 (เวหาระดับเริ่มต้นขั้นที่ 2)

“ท่านเป็นใคร ? , เหตุใดถึง...” ชายหนุ่มพูดยังไม่ทันจบ หญิงชุดดำก็ได้กล่าวขัดไว้ก่อน

“เอาไว้ถึงเวลา..เจ้าก็จะรู้... , หลังจากนี้ 3 วัน..จะมีการแข่งขันทดสอบฝีมือ , เพื่อเป็นผู้กล้าไปทำการกำจัดอสูรร้ายตนหนึ่ง , เมื่อเจ้าผ่านการทดสอบแล้วสามารถสังหารอสูรตนนั้นกลับมาได้..ข้าจะบอกเรื่องทุกอย่างแก่เจ้า...” ก่อนที่หญิงชุดดำจะเดินถอยหลังเข้าไปในซอกตึกนั่น

“เดี๋ยวก่อนผู้อาวุโส!!” ซีว่างรีบตามเข้าไป

แต่พอมันวิ่งเข้าไป มันก็เห็นเพียงตอกแคบ ๆ มืด ๆ มิมีผู้ใดอยู่ ‘นางหายไปได้อย่างไร?’

‘กำจัดอสูรร้าย? , นางต้องการอะไรจากข้ากันแน่? , แล้วเหตุใดนางจึงรู้จักทวีปรุ่งนภา’

ชายหนุ่มคิดไม่ออกกับเรื่องนี้ แต่ว่านางอาจจะรู้ทางกลับทวีปของชายหนุ่มก็เป็นไปได้ แต่ต้องกลับไปปรึกษากับหยางน่าเสียก่อน

ข้าต้องลองไปหาข่าวการล่าอสูรร้ายก่อน

ที่ชายหนุ่มคิดเช่นนั้น เพราะมันจะได้วางแผนได้ว่าจะทำเช่นไรต่อไปดี มันจึงเดินทางไปที่ กิลด์นิวส์ก่อน เพื่อจะหาข่าวเกี่ยวกับการล่าอสูรร้าย

เนื่องจากซีว่าง ไม่สามารถอ่านภาษาของโลกนี้ได้ มันจึงได้ทำการถามทางของผู้คนไปเรื่อย ๆ จนมาสะดุดตากับอาคารใหญ่หลังหนึ่ง

ตัวอาคารนั้น ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าเจ้าของต้องร่ำรวยนัก เพราะอาคารนี้ใหญ่กว่าอาคารที่อยู่รอบ ๆ 4 – 5 เท่า ชายหนุ่มจึงทราบได้ว่าคือกิลด์นิวส์ก่อนตัดสินใจเดินเข้าไปในทันที

ที่นี่นั้น..เป็นอย่างที่หญิงสาวบอกเสียอีก มันขายทุกอย่างจริง ๆ ภายในนั้นมีหลากหลายซุ้มต่าง ๆ มากมาย มีทั้งที่ขายอาวุธ เสื้อผ้า ทาส รวมไปถึง สตรีมากมายหลากหลายนาง เนื่องจากมันไม่รู้ว่าที่ใดรับซื้อข่าวสาร มันจึงเดินไปหาหญิงสาวผู้หนึ่ง ที่ยืนเหมือนผู้ที่มีอำนาจของสถานที่แห่งนี้ สังเกตได้จากเสื้อผ้าและกริยาที่คอยชี้นิ้วสั่งสิ่งต่าง ๆ ภายใน

“เอ่อ...แม่นาง , พอดีข้าพึ่งมาใหม่ , ไม่ทราบว่าเจ้าพอจะบอกแก่ข้าได้หรือไม่ , ว่าที่ใดที่ข้าสามารถซื้อข่าวสารเล็กน้อยได้บ้าง”

พอได้สังเกตนางใกล้ ๆ นั้นนางเป็นคนหน้าตาบ้าน ๆ ธรรมดาผู้หนึ่ง แต่ด้วยชุดและเครื่องประดับที่นางใส่ จึงทำให้นางดูมีอำนาจและมีราศีขึ้นมาบ้าง ระดับพลังเพียงจิตโลกาขั้นที่ 6 (ธรณีขั้นเริ่มต้นระดับ 6)

หญิงสาวหันมามองชายหนุ่มด้วยหางตา สำรวจตั้งแต่หัวจรดปลายเท้า ก่อนยกปากขึ้นในเชิงเหยียดเล็กน้อย ก่อนจะกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงที่ไม่เป็นมิตร “ข้าเอง”

แม่นางผู้นี้..ไม่น่าคบค้าสมาคมเป็นอย่างมาก , มองแต่รูปลักภายนอกของผู้อื่น ’ ชายหนุ่มบ่นอุบบ่นอิบภายในใจ

< เจ้าว่าเช่นนั้นไหม..หยาง.. > มันพูดเข้าไปในโลกวิญญาณด้วยความเคยชิน ก่อนจะนึกออกว่าตอนนี้ หญิงสาวนั้นมิได้อยู่กับมันภายในโลกวิญญาณ มันรู้สึกเหมือนขาดบางสิ่งบางอย่างไป เหมือนตัวของมันตอนนี้ มีรูแหว่งขนาดใหญ่ภายในตัวของมันเอง

“ข่าวข้าขายแพงมาก..เจ้าสามารถจ่ายไหว ?” ก่อนที่นางจะพูดพร้อมยกคิ้วขึ้น เชิดหน้าสูงใส่มัน

แม่นางผู้นี้...ไม่รู้ว่าบิดามารดาของมันสอนมาเช่นไร , หากข้ามีบุตรเช่นนี้ ,จะจับตีก้นให้เขียวช้ำเลย..คอยดู

ชายหนุ่มคิดในใจก่อนจะหยิบเหรียญทองขึ้นมาหนึ่งเหรียญ “เท่านี่ข้าสามารถซื้อได้เท่าไรล่ะแม่นาง”

เมื่อเห็นเหรียญทอง กิริยาของหญิงสาวจึงเปลี่ยนไปจากหน้ามือเป็นหลังมือ

“เป็นผู้น้อยมีตาหามีแววไม่..ไม่ทราบว่านายท่านเป็นผู้ใด , ข้าจึงทำกิริยาไม่เหมาะสม , โปรดท่านอภัยต่อการกระทำเมื่อครู่ด้วยเถิด” ตอนนี้จากสายตารังเกียจเดียดฉันท์ กลายเป็นยิ้มแย้ม ก้มหน้าก้มตาต่ำ กุมมือไว้ที่ข้างหน้าของตนเอง เป็นผลจากเหรียญทองเหรียญเดียวเท่านั้น

“…” ซีว่างถึงกลับปรับตัวไม่ทันสำหรับกริยาที่เปลี่ยนไปโดยฉับพลันเช่นนี้

“ข้าอยากรู้เรื่อง..การล่าอสูรในสองถึงสามวันนี้ , และการคัดเลือกผู้กล้า” ชายหนุ่มกล่าวด้วยน้ำเสียงนิ่งเฉย

“เป็นเรื่องนี้..มิยาก , เชิญท่านที่ห้องรับรองของข้าก่อน” ก่อนที่หญิงสาวจะเดินนำไปที่ห้อง ห้องหนึ่งที่ลักษณะดูหรูหรากว้างขวาง

“เชิญนายท่านนั่งก่อน , จัสมิน!!” ก่อนที่นางจะกล่าวเรียกบริวารของนางมาผู้หนึ่ง “นำน้ำชาและอาหารว่างมาบริการนายท่านผู้นี้ , เอาของที่ดีที่สุด” หญิงสาวกล่าวเน้นคำว่า ‘ดีที่สุด’ ชัดเจนเพื่อให้ซีว่างรู้ว่ามันสำคัญเพียงใด

เมื่อเครื่องดื่มและของว่างมาเสิร์ฟบริการเรียบร้อย หญิงสาวจึงลุกขึ้น ก่อนกล่าวต่อชายหนุ่ม

“ตัวข้าน้อยมีนามว่านิวเคลียร์..เป็นหัวหน้าผู้คุมของกิลด์นิวส์สาขาเมืองแกรี่” หญิงสาวกล่าวด้วยวาจาที่สุภาพหน้าเสียงที่นุ่มนวลที่ผ่านการปั้นแต่งมาอย่างดี และยื่นมือมาให้ชายหนุ่ม

“...” ชายหนุ่มได้แต่เงียบมิได้แนะนำตัวแก่หญิงสาว และมิได้ยื่นมือตอบไป

เมื่อเห็นชายหนุ่มทำเช่นนั้น นางมิเพียงไม่โกรธ นางยิ้มออกมาน้อย ๆ ก่อนจะนำมือกลับมาไว้ข้างตัวก่อนนั่งลง

“เรื่องการรับสมัครทดสอบผู้กล้า..ไปจัดการอสูรร้ายนั้น , จะเริ่มในอีกสามวันนี้..ระดับขั้นต่ำในการรับสมัครคือระดับธรณีชั้นกลางขั้นที่ 5 เป็นอย่างน้อย , หากคิดจะผ่านการคัดเลือกแบบแน่นอน , ข้าขอแนะนำคุณชายว่าต้องมีฝีมือระดับธรณีระดับสูงเป็นอย่างน้อย” (ธรณีระดับกลาง = จิตโลกา , ธรณีระดับสูง = ผสานโลกา)

“เพียงบอกข้ามา..ว่าสัตว์อสูรตนนี้มีที่มาอย่างไร , ระดับพลังเท่าใด , แล้วเหตุใดจึงต้องรับสมัครผู้กล้าไปทำการสังหาร , เหตุใดถึงไม่ใช้ทหารของเมืองในการไปล่าสังหาร?”

เมื่อได้ยินที่ซีว่างถาม หญิงสาวเพียงยิ้มเล็กน้อยก่อนจะกล่าววาจาด้วยน้ำเสียไพเราะ

“เรียนคุณชาย.. , สัตว์อสูรตนนี้นั้น..ที่มาไม่แน่นอน..แต่คาดเดากันว่า..มันขึ้นมาจากมหาสมุทร..ทางทิศใต้ของเมืองข้างเคียง , แล้วระดับพลังมันอยู่ที่ , ธรณีระดับปลายขั้นที่ 6 ” (ธรณีระดับปลายขั้นที่ 6 = ผสานโลกาขั้นที่6)

หญิงสาวหยุดพักหายใจเล็กน้อย ก่อนจะกล่าวต่อว่า

“แล้วที่อาณาจักรมิส่งทหารไป , เป็นเพราะมันมิใช่เมืองของพวกเรา , ท่านนายกของเมืองนี้..จึงมิอยากนำทหารในปกครองไปเสี่ยงอันตรายกับเมืองอื่น , จึงจัดการคัดเลือกขึ้นมา” หญิงสาวกล่าวจบก็จ้องหน้าของซีว่าง เผื่อว่ามันจะสอบถามอะไรอีก

“ยื่นมือเข้าช่วยเหลือโดยมิต้องเสียอะไร , ได้ทั้งชื่อเสียงและไม่เสียทั้งทหารในปกครอง , ช่างเป็นคนที่เจ้าเล่ห์นัก” ซีว่างพูดขึ้นมาลอย ๆ

“เป็นอย่างที่ท่านกล่าวมา..ท่านช่างฉลาดหลักแหลมยิ่งนัก , ข้าน้อยนับถือ ๆ ” พอได้ทีนางรีบกล่าววาจาประจบสอพลอในทันที

ซีว่างรู้สึกรังเกียจนางยิ่งนัก แต่ก็มิได้แสดงสีหน้าออกไป ก่อนมันจะกล่าวถามต่อหญิงสาวต่อ

“แล้วมันรับสมัครที่ใดเวลาใด?”

“เรียนคุณชาย , ที่ทำการทดสอบอยู่ที่..คฤหาสน์ของท่านนายกเวลาหลังเที่ยง”

ซีว่างใช้ความคิดเล็กน้อย ‘ทดสอบที่คฤหาสน์ของตนเอง , เพื่อที่จะได้หาผู้มีฝีมือเผื่อภารกิจในภายภาคหน้า..เจ้าเมืองผู้นี้ฉลาดมิเบา

ก่อนที่ซีว่างจะหยิบเหรียญทองขึ้นมากองไว้ที่โต๊ะหลายเหรียญ เมื่อหญิงสาวเห็นเหรียญเหล่านั้น นางก็ตาโตเป็นอย่างมาก กับจำนวนเหรียญทองที่ชายหนุ่มมี

“ต่อไปจะเป็นคำถามที่พิเศษเล็กน้อย , หากเจ้าตอบได้หนึ่งคำถาม..ข้าให้หนึ่งเหรียญ” ก่อนที่ชายหนุ่มจะโยนเหรียญทองให้หญิงสาวหนึ่งเหรียญ “ค่าข่าวเมื่อครู่”

หญิงสาวรีบคว้าไว้อย่างรวดเร็ว เหมือนกลัวเหรียญนั้นจะหายไป

“ข้อแรก , เจ้ารู้จักทวีปรุ่งนภาหรือไม่?” ชายหนุ่มทำหน้าจริงจัง ในการถามคำถามนี้

หญิงสาวหลับตาคิด..สีหน้าเคร่งเครียด พยายามค้นความรู้ในสมองของนางอย่างหนัก ก่อนจะตอบด้วยน้ำเสียเศร้าสลด

“ข้ามิเคยได้ยินมาก่อน” นางเสียดายเป็นอย่างมาก แต่ด้วยศักดิ์ศรีของคนขายข่าว นางจึงมิอาจพูดจาโป้ปดได้

“ข้อสอง , เจ้าเคยพบคนที่หน้าตาทรงเดียวกับข้าหรือไม่ เช่น ผมสีดำ ตาสีดำ” ที่ซีว่างถามแบบนี้ เป็นเพราะคนแผ่นดินนี้ มีตาสีฟ้า ส่วนสีผมไม่มีใครสีดำเลยสักคน เผื่อหญิงสาวเคยเห็นหรือทราบข่าว อาจจะเป็นคนจากทวีปรุ่งนภาก็เป็นได้

“ข้ามิเคยพบเคยเห็น..คนเช่นท่านมาก่อน” หญิงสาวกล่าวด้วยน้ำเสียงผิดหวังกับคำถามของชายหนุ่ม

“งั้นข้อสุดท้าย , เจ้ารู้จักหญิงชราที่แต่งกายสีดำทั้งตัวแล้วคุมหน้าด้วยผ้าคุมสีดำหรือไม่ สูงประมาณ...” ซีว่างพูดมิทันจบ หญิงสาวก็กล่าวขัดขึ้นมาด้วยความตื่นเต้นเพราะนางรู้ในคำตอบนี้

“นางคือเอสเธอร์..ระดับพลังของนางอยู่ที่เวหาระดับเริ่มต้นขั้นที่ 2 , เรื่องระดับพลังนางมิแน่นอน , นางอาจจะพัฒนาฝีมือไปอีกขั้นก็เป็นได้ , นางเป็นคนต่างถิ่น..มิเคยมีผู้ใดเคยเห็นหน้านางมาก่อน , นางมีฉายาว่า เพลิงทมิฬล่าสมบัติ” (เวหาระดับเริ่มต้นขั้นที่2 = เหยียบนภาขั้นที่2)

เมื่อทราบว่านางคือผู้ใด ชายหนุ่มจึงโยนเหรียญทองให้หญิงสาว 1 เหรียญ

“แล้วเหตุใดนางจึงได้ฉายาว่า 'เพลิงทมิฬล่าสมบัติ' , แล้วนางปรากฏตัวครั้งแรกเมื่อใด” ชายหนุ่มกล่าวถามต่อหญิงสาว

เมื่อได้ยินคำถามจากซีว่าง หญิงสาวก็ได้แต่มองไปที่เหรียญในมือของซีว่าง ยังมิได้กล่าวอะไรออกมา

“หากเจ้าบอกข้า..ข้าจะให้เหรียญทองแก่เจ้า” ซีว่างโยนเหรียญไปให้นางเหรียญหนึ่ง

เมื่อได้เหรียญทอง หญิงสาวจึงรีบบอกกล่าวต่อชายหนุ่ม “นางปรากฏตัวครั้งแรกเมื่อ 40 ปีก่อน แต่ตลอด 40 ปี ไม่เคยมีผู้ใดได้เห็นโฉมหน้าที่แท้จริงของนางเลยสักคน , แล้วเหตุผลที่นางได้ฉายานั้น..เพราะว่านางจะรับจ้างตามหาของให้ผู้อื่น , และเวทมนตร์ที่นางใช้..มีแต่เวทย์ไฟ , จึงเรียกนางว่า เพลิงทมิฬล่าสมบัติ” หญิงสาวกล่าวก่อนจะก้มมองเหรียญทองที่อยู่ในมือของตนเอง

นางมิเคยเผยโฉมให้ใครเห็นตลอด 40 ปี , และรับเฉพาะตามล่าหาสมบัติ..ช่างเป็นคนลึกลับโดยแท้

ซีว่างก้มลงมองเหรียญที่อยู่ในมือของตอนเองที่เหลืออยู่เพียง 3 เหรียญ ก่อนมันจะกล่าวกับหญิงสาว “เหรียญที่เหลือนี้ถือเป็นค่าน้ำชา”

ก่อนจะโยนเหรียญทั้งหมดไปให้หญิงสาว แล้วกล่าวว่า “ข้อสุดท้ายจริง ๆ ผู้ที่ระดับพลังสูงสุดของเมืองนี้..อยู่ที่ระดับใด”

“เวหาระดับเริ่มต้นขั้นที่ 1 มีนามว่า แฮร์รี่ นายกแฮร์รี่แห่งเมืองแกรี่” ก่อนที่หญิงสาวจะยิ้มน้อย ๆ กับเหรียญทองในมือตนเอง

“ขอบใจเจ้ามาก..หากมีโอกาสข้าจะมาใช้บริการใหม่” ก่อนที่ชายหนุ่มจะเดินออกจากห้องไป

เมื่อเห็นชายหนุ่มออกจากห้องไป หญิงสาวรีบตามไปก่อนจะยื่นยันต์สื่อสารให้แก่ชายหนุ่ม “หากท่านมีเรื่องสงสัยอะไร..สามารถเรียกหาข้าได้ทุกเมื่อ” ก่อนที่หญิงสาวจะยื่นมือมาเพื่อหวังจะจับมือกับชายหนุ่ม

ซีว่างไม่สนใจเพียงแต่หยิบยันต์มา แล้วเดินออกมาโดยไม่ได้สนใจต่อหญิงสาวที่ยืนยื่นมือคอยเก้อเลยแม้แต่น้อย

ซีว่างรีบตรงกลับมาที่ที่พักของตัวมันเองทันที และนำข่าวที่ทราบไปบอกแก่หญิงสาว

“เอสเธอร์..เพลิงทมิฬล่าสมบัติ , ช่างเป็นชื่อที่เฉยน่าดู” หญิงสาวตอบเมื่อได้ยินที่ซีว่างกล่าวมา

“ข้าควรจะทำเช่นไรดี” ชายหนุ่มถามต่อหญิงสาว

“เจ้าก็ต้องเข้างานประลอง..หากชนะก็แค่พาข้าไปกับเจ้า..เพื่อสังหารอสูรร้ายก็เท่านั้น , ไม่เห็นมีเรื่องยากอันใด” หญิงสาวตอบแล้วมองเหมือน ชายหนุ่มเหมือนมันเป็นคนโง่ผู้หนึ่ง

ก็ใช่น่ะสิ..เพราะเจ้ามิใช่ผู้ที่ไปประลองแบบข้านิ’ ชายหนุ่มส่ายหน้ากับความเกียจคร้านของหญิงสาว

“เอาล่ะเจ้าออกไปได้แล้ว , ข้าเหนื่อยล้าจากการเดินทาง..จะหลับพักผ่อนเสียหน่อย” หญิงสาวกล่าวพร้อมบิดขี้เกียจ และโบกมือไล่ชายหนุ่ม

ซีว่างลุกเดินไปเปิดประตู ก่อนจะหันไปหาหญิงสาว “เจ้าแน่ใจหรือไม่..ที่ไม่ต้องการคนนวดคลายเส้นให้เจ้า” ก่อนชายหนุ่มจะยิ้มด้วยสีหน้าลามกให้หญิงสาว ก่อนจะเดินออกจากห้องไป ตามมาด้วยเสียงก่นด่าว่ากล่าวของหญิงสาว

ผ่านไปสามวันสามคืน ก็มาถึงเวลารับสมัครรอบคัดเลือกของผู้กล้า

เนื่องจากมีประสบการณ์จากการเดินทางไปกิลด์นิวส์ ชายหนุ่มจึงให้หญิงสาวจัดหาคนนำทางให้มันผู้หนึ่ง เพื่อที่จะไปที่คฤหาสน์ของนายกได้ถูก

คฤหาสน์ของนายกนั้น ใหญ่กว่ากิลด์นิวส์ถึง 3 เท่า ของตกแต่งภายใน แตกต่างจากสิ่งของทั้งหมดที่อยู่ภายในเมืองนี้ มันดูมีราคาและสวยงามกว่ามากมายนัก

พื้นที่กว้างใหญ่เช่นนี้ , จึงสามารถให้มาทดสอบที่นี่ได้..ข้ามิแปลกใจเลย

คนนำทางของชายหนุ่ม พาเดินมาถึงตรงจุดรับสมัคร เนื่องจากซีว่างไม่สามารถเขียนใบสมัครเองได้ เจ้าคนนำทางจึงเป็นผู้ที่เขียนให้ หลังจากเขียนใบสมัครและทราบคร่าว ๆ เกี่ยวกับข้อปฏิบัติของงานนี้ ซีว่างจึงมอบสินน้ำใจให้แก่คนนำทางด้วยเหรียญทองหนึ่งเหรียญ แล้วให้มันกลับไป

คนที่มาสมัครไปงานล่าสัตว์อสูรนี้นั้น คาดเดาจากสายตา มีประมาณ 100 กว่าคน ระดับพลังอยู่ระดับต่ำสุดคือ ผสานโลกาขั้น 1 ไม่เกิน ผสานโลกาขั้น 8

แต่เนื่องจากซีว่างสามารถสู้ข้ามระดับได้ 1 ช่วงชั้น พร้อมกับมีกระบี่ตัดดารา ซีว่างเมื่อถือกระบี่ สามารถต่อสู้กับระดับเหยียบนภาขั้นที่ 1 ได้อย่างสูสีเลยทีเดียว มันจึงไม่เกรงกลัวต่อคนที่อยู่ภายในคฤหาสน์ของเจ้าเมืองเลยแม้แต่น้อย

เวลาผ่านไปราว ครึ่งชั่วยาม ก็ปรากฏบุคคลผู้หนึ่ง ท่าทางดูองอาจ สวมชุดที่แปลกตาพร้อมกับเครื่องประดับมากมาย ระดับพลังอยู่ที่ เหยียบนภาขั้นที่ 1 ชัดเจนว่าคือ นายกของเมืองนี้

“ข้าขอต้อนรับเหล่าผู้กล้าทั้งหลาย , ข้าแฮร์รี่..นายกของเมืองแกรี่แห่งนี้ , ยินดีเป็นอย่างยิ่งที่พวกท่านพร้อมที่จะไปล่าเจ้าอสูรร้ายเพื่อข้า”

นายกแฮรี่นั้นพูดจาด้วยท่าทีองอาจสมรูปร่างของมัน ก่อนจะกล่าวต่อว่า

“เนื่องจากผู้ที่มาสมัครนั้น..มีมากมายนัก , ข้าจึงตั้งกฎขึ้นมาข้อหนึ่ง..เพื่อคัดเลือกให้เหลือเพียง 10 คนเท่านั้น..ที่จะเดินทางไปปราบอสูรร้าย”

พอพูดถึงตรงนี้ก็เกิดเสียงดังขึ้นมาเล็กน้อยจากผู้ไม่เห็นด้วย และเสียงยินดีของผู้ที่บ้าการต่อสู้

แต่นายกแฮร์รี่มิได้สนใจ มันเพียงแต่กล่าวต่อไปด้วยท่าทีเฉยเมย

“เราจะต่อสู้แบบพบกันหมด ใครเหลือ 10 คนสุดท้าย..ก็สามารถไปปราบอสูรร้ายได้ และทั้ง 10 คน ที่เหลือรอด , ข้าจะตกรางวัลจากการผ่านคัดเลือกรอบนี้อย่างงาม..แต่ห้ามฆ่ากันตายถึงชีวิต”

ก่อนที่นายกจะพูดด้วยเสียงดังลั่นว่า “เริ่มได้!!”



เมื่อได้ยินสัญญาณของนายก ผู้คนต่างกระโดดเข้าหาผู้ที่อยู่ใกล้ตัวเองที่สุดก่อน เป็นอันดับแรก

ซีว่างบิดขี้เกียจเล็กน้อย ก่อนจะหยิบตัดดาราออกมา แล้วโยนไปข้างหน้า “แรมที่ 4 ทลายจันทรา”

ซีว่างพุ่งใส่ทุกคนที่อยู่ภายในลานนั้น ใช้สันดาปฟาดไปที่ศีรษะให้พวกมันสลบ ผ่านไปเพียง 10 ลมหายใจ เท่านั้น เหล่าผู้คนอยู่ในลานแห่งนี้ต่างล้มกองเกลื่อนกลาด เหลือเพียงซีว่างผู้เดียวที่ยืนหยัดอยู่เพียงผู้เดียว

เมื่อเห็นเช่นนั้น นายกแฮร์รี่ถึงกับตกตะลึงอย่างมาก มันไม่เคยเห็นผู้เยาว์ที่มีพลังเพียง จิตโลกาขั้นที่ 9 สามารถถล่มคนเหล่านี้ได้ภายใน 10 ลมหายใจ

“พวกกระจอกพวกนี้..เอาไปก็มีแต่ถ่วงข้า!!” ซีว่างกล่าวออกมาด้วยท่าทีไม่ใส่ใจนัก
--------------------------------------------------------
หมายเหตุจากผู้แต่ง
ปล1.กิลด์นิวส์มาจาก NEWS ที่หมายถึงข่าวและยังพลิกเป็น NEW S ที่หมายถึงมีของใหม่ ๆ หลายชิ้น

ปล2.พอเห็นคนเยอะ ๆ รวมในทีเดียวกันแล้วนึกถึงเรื่อง ฮันเตอร์ฮันเตอร์ ที่คิรัวมาสมัครฮันเตอร์รอบสอง จึงขอยืมแนวคิดนี้มาหน่อยเน้อ..

ความคิดเห็น

COMMENT
2 เดือน ที่แล้ว

ขอบคุณครับ  อัพไวๆนะ

2 เดือน ที่แล้ว

แก้แล้วนะครับ ขออภัยที่ทำให้อ่านสะดุดจนเสียอรรถรส

2 เดือน ที่แล้ว

ระดับ เหยียบโลกามาจากไหน??

แนะนำหนังสือโดย KAWEBOOK