เงาเทพผ่าจันทรา ( Martial MoonKnight )
ตอนที่ 42 ภายในกิลด์วิญญาณ ( rewrite )
  •   ปรับสีและขนาดตัวอักษร  
  •    
  •    
  •    
  •  
เมื่อกล่าวเช่นนั้นออกไป ซีว่างจึงล้วงมือเข้าไปในถุงมิติ ก่อนจะหยิบยันต์สื่อสารออกมาแผ่นหนึ่ง

“แม่นางนิวเคลียร์..ข้ามีเรื่องให้เจ้าช่วย , ข้าอยากทราบระดับพลังทั้งหมดของผู้มีตำแหน่งทั้งหมด..ของกิลด์วิญญาณ , และแผนที่ภายในกิลด์วิญญาณ” ถึงจะพอทราบว่ากิลด์นิวส์นั้นเป็นเช่นไร แต่ชายหนุ่มจำเป็นต้องลองเสี่ยงดู เผื่อแม่นางนิวเคลียร์ กับเจ้าโฉดนิวยอร์กจะมีนิสัยที่แตกต่างกัน

แต่อีกปลายด้านหนึ่งกลับไม่ตอบกลับมาแม้แต่ประโยคเดียว มันจึงทำให้ซีว่างสามารถรับรู้ได้ในทันที ว่าข่าวเรื่องที่มันอาละวาดที่เมืองแห่งนี้ ที่เมืองแกรี่น่าจะรับทราบแล้ว

“เจ้าคงรู้ข่าวเรื่องข้าเรียบร้อยแล้ว..และเจ้าน่าจะเข้าใจเหตุผล , ว่าข้ามิได้เป็นคนเริ่ม” ชายหนุ่มพยายามกล่าวแก้ตัวออกไป

“...” ไม่มีเสียงตอบกลับมา ก่อนที่ยันต์สื่อสารจะสลายหายไปกับมือของชายหนุ่ม

เมื่อยันต์หายไปอย่างไร้ร่องรอยเรียบร้อย ชายหนุ่มได้แต่นั่งเงียบ เอามือสองข้าขึ้นมากุมไว้บนโต๊ะของตนเอง ตอนนี้มันกำลังใช้ความคิดของตนเอง..ว่าจะทำเช่นไรต่อ

ก่อนที่มันจะมองไปทางชายชราที่อยู่ตรงหน้า จึงเกิดความคิดหนึ่งขึ้นภายในหัวของมัน ก่อนเอ่ยปากออกมา “พี่ซู...ตลอดหลายวันมานี้..ท่านช่างดีต่อข้าหนักหนา , ความจริงแล้วท่านและ...”

ชายหนุ่มมิทันได้กล่าวจบ ชายชรารีบกล่าวแทรกขึ้นมาในทันที

“มิต้องกล่าวต่อ , ข้าพอจะทราบและเดาออกอยู่บ้าง” ชายชราตอบด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้มปนเศร้าใจเล็กน้อย “ข้ามิใช่คนโง่ , ถึงแม้ความทรงจำข้าจะไม่มีเหลืออยู่ , แต่ข้าก็พอจะเดาออกได้ว่าเกิดอะไรขึ้นภายในวันนั้น”

“แต่ข้าไม่สน.. , ข้าทราบเพียงเจ้าคือน้องชายที่ดีต่อข้าก็เท่านั้น..” ชายแก่ลุกขึ้นก่อนจะตบบ่าของชายหนุ่มเล็กน้อย “หากเจ้าเป็นคนเลวร้าย..เจ้าคงมิสนใจชีวิตของเจ้าอสูรร้ายตนนั้น , แล้วคงสังหารมันอย่างไร้ความปรานี..เพื่อจะหาทางกลับบ้านเกิดของเจ้า”

ก่อนที่ชายชราจะบีบหัวไหล่ของชายหนุ่มเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยวาจาออกมา “หากเจ้ามีเรื่องใด..ที่ข้าพอช่วยได้ , ก็บอกต่อข้าเถิด..มิต้องเกรงใจหรือหนักใจต่อสิ่งที่เคยเกิดขึ้นในอดีต..”

เมื่อได้ฟังสิ่งที่ซูจินยี่กล่าวออกมา ก็ทำให้เกิดความรู้สึกหลากหลายอย่างขึ้นกับชายหนุ่ม มันทั้งหนักอึ้ง มีความสุข เศร้าใจและโกรธ

“..” ชายหนุ่มนิ่งเงียบ เหมือนกับสิ่งที่ชายชราพูดมานั้น มันทำให้ชายหนุ่มกลับกลายเป็นคนพิการ ไม่สามารถกล่าวอะไรออกมาได้เนิ่นนานนัก

“ข้าจะช่วยเจ้าสุดความสามารถ..ดั่งคำที่ข้ากล่าวก่อนหน้า ‘หากเจ้า..พร้อมพี่จะเสี่ยงชีวิต ข้าจะไม่ขอหลบอย่างคนขี้ขลาด’ ”

“..” ยิ่งชายชรากล่าวออกมาเท่าใด ชายหนุ่มยิ่งไม่รู้จะกล่าวอะไรตอบกลับไป มีแต่ความรู้สึกละลายที่ปิดกั้นคำพูดมันไว้

“เจ้าเลิกคิดมาก..แล้วนึกถึงแม่นางหยางน่าเอาไว้ , ตอนนี้เวลาสำคัญเป็นอย่างมาก , อย่าได้ปล่อยเวลาผ่านไปโดยเสียเปล่า..” ชายชรากล่าวออกมา เพื่อเตือนสิ่งที่สำคัญที่สุด ณ ตอนนี้

“เช่นนั้น..ข้าต้องรบกวนท่านแล้ว” ชายหนุ่มสูดลมหายใจเข้าออกแรง ๆ หนึ่งครั้ง ก่อนจะกล่าวต่อชายชรา “ความจริงแล้วท่านคือคนของกิลด์วิญญาณ..มีนามว่า สคอร์ปิอัส เป็นผู้อาวุโสลำดับที่ 8”

ซีว่างเร่งกล่าวออกมาอย่างรีบเร่งครั้งเดียว เพราะมันกลัวว่าถ้าปล่อยผ่านไป มันจะไม่กล้าบอกสิ่งเหล่านี้ ต่อชายชราที่แสนดีผู้นี้

เมื่อชายหนุ่มกล่าวออกมา ชายชรารู้สึกตกใจกับสิ่งที่ชายหนุ่มกล่าวออกมาเป็นอย่างมาก เพราะมันเกินกว่าสิ่งที่ชายชราคาดการณ์ไว้อย่างมาก

“เจ้าจะบอกว่าข้า..” ชายชรายกนิ้วชี้ขึ้นมาชี้ที่หน้าอกของตนเอง “เป็นพวกเดียวกับเจ้าพวกชั่วร้ายพวกนั้น?” ตอนนี้ชายชรารู้สึกมึนงงและสับสน ถึงจะบอกไม่อยากรู้เท่าใด แต่หารู้แล้วเป็นเช่นนี้ ชายชรายิ่งรู้สึกเด่นชัดว่า..ไม่ขอรู้เสียดีกว่า

“เพราะฉะนั้น..จึงมีแต่ท่านที่สามารถพาเข้าไปภายในสำนักได้” ชายหนุ่มกล่าวบอกแผนการออกมาต่อชายชรา

“โอ้สวรรค์..ท่านช่างเล่นตลกกับข้า , ข้านั้นอยากจะกลับไปโดดลงสูญสิ้นคงคาอีกสักครั้ง..” ชายชรากล่าวออกมาด้วยความเศร้าใจพร้อมกับใบหน้าที่แสนสลดหดหู่

“ท่านอย่าสนใจต่ออดีตเลย , เพียงแต่ท่านยังเป็นพี่ชายคนเดิมของข้า..ในรอบหลายวันมานี้เป็นพอ” ตอนนี้บทบาทของชายหนุ่มและชายชรา กลับกันอย่างเห็นได้ชัด จากคนปลอบกลายเป็นคนถูกปลอบ

“ท่านต้องพาข้าเข้าไปภายในกิลด์วิญญาณ..เพื่อช่วยเหลือนางออกมา , ท่านพอจะช่วยข้าได้หรือไม่?” ชายหนุ่มถึงแม้จะถามไปเช่นนั้น แต่มันก็มิได้ขอร้องออกมาเลยแม้แต่น้อย เพราะมันมิอยากให้ชายชราต้องเข้าไปลำบากกับมันด้วย

เพราะถึงอย่างไร หากชายชรามิช่วยมัน ซีว่างก็สามารถใช้หน้ากากแปลงโฉมเป็น ซูจินยี่ ก็เพียงพอแล้ว แต่มันก็อยากได้เพื่อนร่วมทาง คอยช่วยเหลือมันเช่นกัน

ชายชราพอได้ยินสิ่งที่ชายหนุ่ม เอ่ยปากถามต่อมัน มันจึงตอบกลับไปด้วยสีหน้าที่แน่วแน่เด็ดเดี่ยว

“ตกลง..แล้วแผนเจ้าเป็นเช่นไร?” ชายชรากล่าวก่อนที่จะลงไปนั่งเก้าอี้อีกครั้ง

“ท่านเพียงกลับไปที่กิลด์ของท่าน..ส่วนข้าจะตามเข้าไปในฐานะลูกศิษย์คนใหม่ของท่าน , หลังจากนั้น..พวกเราจึงคอยสืบหาว่าเจ้าพวกนั้น .. นำนางไปที่ใด , แล้วจึงรีบเร่งออกมา” ชายหนุ่มกล่าว

“อืม..” ชายชรากำลังใช้ความคิดในหัวสมองตนเอง ก่อนจะกล่าวออกมาว่า “แล้ว..ข้าคนก่อนเป็นคนเช่นไร?” ชายชรากล่าวถาม โดยทำสีหน้าประมาณว่า ‘อย่าให้ข้าเป็นพวกผิดเพี้ยนเลวทรามเลยเถิด..ข้าขอล่ะ’

ซีว่างเห็นชายชราทำสีหน้าเช่นนั้น มันก็ลำบากใจเล็กน้อย ก่อนจะกล่าวออกไป...

เมื่อได้ฟังดั่งคำที่ซีว่างกล่าวออกมา ชายชราได้แต่เอามือถูหน้าตนเองเล็กอย่างรุนแรง เหมือนพยายามถูเพื่อไล่สิ่งที่ตนเองได้ยินออกไปอย่างไรอย่างนั้น

ก่อนที่ซูจินยี่จะพึมพำออกมา “สวรรค์ทรงโปรด..ท่านคงชิงชังลูกเป็นแน่ , ถึงทำให้ลูกเป็นคนเช่นนั้น..โอ้สวรรค์..” ชายชรากุมมือ แล้วมองไปบนฟ้า..กล่าววาจาอ้อนวอนต่างๆ นานา

“เริ่มเดินทางเถิด..เรามีเวลาไม่มาก...” เมื่อกล่าวจบชายหนุ่มก็ลุกขึ้นออกจากโต๊ะ ตรวจสอบสิ่งของที่อยู่ในถุงมิติ ก่อนจะหยิบหน้ากากแปลงโฉมออกมา มันสวมหน้ากากที่หยิบออกมาในทันที

เมื่อสวมหน้ากากไป ร่างกายของชายหนุ่มเริ่มบิดเบือนเล็กน้อย ก่อนที่คนที่อยู่ตรงหน้านั้นจะรูปร่างหน้าตาเปลี่ยนไป ไม่ว่าจะเป็นสีผม ส่วนสูง สีของดวงตาและรูปทรงของใบหน้า ก็เปลี่ยนแปลงกายเป็นผู้ใดก็มิอาจรู้ได้

ตอนนี้ชายหนุ่มผมสีทอง ตาสีฟ้า สูงขึ้นกว่าเดิมราว 5 ซม. เมื่อชายชราได้ที่เห็นปรากฏการณ์ตรงหน้า มันก็มิได้แปลกใจมากมายเท่าใด เพราะมันยังไม่หายตกใจกับบุคลิกของมันคนก่อนอยู่

ก่อนที่ซีว่างจะหยิบยืมชื่อของหัวหน้าหมูบ้านบราวน์มาใช่ “ต่อไปเรียกข้าว่า ปีเตอร์”

พวกมันทั้งสองต่างเร่งเดินทาง ปล่อยให้เจ้าอสูรน้อยพักผ่อนอยู่ที่โรงเตี๊ยม เพราะเจ้าอสูรน้อยตอนนี้ร่างกายบอบช้ำมาก มิอาจทำการใหญ่ได้ในตอนนี้

มันเพียงแต่สั่งไว้ เมื่อมีแรงกลับมาเหมือนเดิม ก็ให้เจ้าเสี่ยวฮุ่ย ตรงกลับไปถ่ำที่มันเคยอยู่

ซีว่างเดินทางมาตามแผนที่ ที่นายกแกรี่มอบให้ ใช้เวลาเกือบ 2 วัน จึงเดินทางมาถึงกิลด์วิญญาณ

กิลด์วิญญาณนั้นดูใหญ่กว่าเมืองสมอลแลนด์เสียอีก ดูจากสิ่งที่ปรากฏตรงหน้าก็สามารถทราบได้ว่า ราชาของแผ่นดินนี้ต้องมีส่วนในการมอบทรัพย์สินในการก่อสร้างที่นี่เป็นแน่แท้

“เจ้าแน่ใจหรือไม่..ว่าจะทำเช่นนี้จริง ๆ ” ชายชรากล่าวถามออกมา ด้วยสีหน้าไม่สู้ดีนัก เมื่อยืนอยู่ทางปากทางเข้าของกิลด์วิญญาณ

“ไม่มีทางอื่นแล้วท่าน , หากชักช้า..จะยิ่งเป็นอันตรายต่อตัวนางมากยิ่งขึ้น” ซีว่างเอ่ยออกมาเสียงบางเบา

“พวกเจ้ายืนทำอะไร , เหตุใดจึงไม่รีบเข้าไป” เสียงดังมาจากด้านหลังของพวกซีว่าง

เมื่อหันกลับไปผู้ที่ยืนอยู่ตรงหน้าของพวกมันนั้น เป็นชายร่างเล็ก แต่ชุดขาวดูภูมิฐานสีขาวผู้ ระดับพลังมันเพียงเหยียบนภาขึ้นที่ 2 มิใช่คู่มือของซีว่าแม้แต่น้อย

แต่เนื่องจากระดับพลังของมันสูงกว่าซูจินยี่ พวกมันจึงทราบได้ในทันที ว่าผู้ที่อยู่ตรงนี้นั้นต้องมีตำแหน่งภายในกิลด์สูงมิใช่น้อย

“อ่าวสคอร์ปิอัส..เป็นเจ้าหรอกรึ” มันผู้นี้กล่าวทักทายออกมาทันที เมื่อพบเจอกับซูจินยี่ ก่อนจะมองมาที่ซีว่าง แล้วเอ่ยความต่อ “เด็กน้อยผู้นี้คือใครรึ..เหตุใดมันจึงกลับมาพร้อมเจ้า”

แต่ด้วยความที่ซูจินยี่เป็นผู้ที่ความจำเสื่อม มันจึงไม่สามารถบอกได้เลยว่าผู้นี้คือผู้ใด มันพลันส่งสายตาในเชิงขอความช่วยเหลือไปยังชายหนุ่ม

ซีว่างเห็นดังนั้น มันจึงปั้นหน้ายิ้ม ก่อนจะทำความเคารพต่อผู้ที่อยู่ตรงหน้ามันในทันที “เคารพท่านอาวุโส , ข้ามีนามว่าปีเตอร์..พอดีท่านอาจารย์เพิ่งรับข้าเข้ามาเป็นศิษย์..ข้าจึงไม่ทราบว่าท่านคือผู้ใด , จึงไม่สามารถเอ่ยนามท่านได้ถูก , ข้าต้องขออภัยต่อท่านด้วย”

“ข้ามีนามว่า ลิ-บร้า (ราศีตุลย์) ..เป็นผู้อาวุโสลำดับที่ 7” มันเอ่ยตอบกลับมา ก่อนจะหันไปมองที่ซูจินยี่ ก่อนเอ่ยปากถามต่อชายชรา “ข้าล่ะแปลกใจนัก..ที่เจ้ารับศิษย์เป็นกับเขาด้วย , เห็นแต่เจ้าบ่นบอกว่ารำคาญ..ที่ต้องมารับผิดชอบผู้เยาว์คนหนึ่ง”

“โฮ้ว..โฮ้ว โฮ้ว โฮ้ว โฮ้ว โฮ้ว , หากเป็นต้นกล้าดี ๆ ..เหตุใดข้าจะมิรับไว้เล่า” กริยาเช่นนี้ เป็นสิ่งที่ซีว่างเอ่ยบอกต่อมัน

ในระหว่างทางที่เดินทางนั้น ซีว่างได้บอกให้มันซักซ้อมเรื่องสำเนียง และจังหวะหัวเราะนี้เอาไว้ เผื่อต้องใช้ในสถานการณ์เช่นนี้

“ช่างทารกของข้าเถิด , ว่าแต่เจ้ากำลังไปที่ใดรึ?” ซูจินยี่กล่าวออกมา

“เจ้าลืมไปหรือไม่..ว่าวันนี้ท่านหัวหน้าเรียกเหล่าอาวุโสประชุม , เจ้ารีบไปกับข้าเถิด , ก่อนที่ท่านหัวหน้าจะมาถึง..แล้วหากพวกเรายังไปกันไม่ครบ , ท่านจะบันดาลโทสะเอาได้” ก่อนที่มันจะเดินนำซูจินยี่เข้าไปในประตู

ซูจินยี่และชายหนุ่มต่างมองหน้ากัน ก่อนที่ซีว่างจะพยักหน้าให้ชายชราเล็กน้อย ก่อนจะเดินตามเข้าไป

พวกมันเดินตามชายร่างเล็กไป พอเลยผ่านธรณีประตูเข้ามา..ประตูก็ปิดลงอย่างฉับพลัน พร้อมกับปรากฏกลุ่มคนรายล้อมพวกมันอย่างเนืองแน่น ทำให้พวกมันไม่มีโอกาสหนีออกมาได้

“คิดว่าพวกเจ้าสามารถลอบเข้ามาในที่แห่งนี้..ได้ง่าย ๆ หรอกหรือ? , โง่เขลายิ่งนัก” ผู้ที่กล่าวออกมาคือชายผู้หนึ่ง อายุราว 30 - 35 ปี ระดับพลังมันอยู่ที่ เหยียบนภา ขั้นที่ 5

ซีว่างได้แต่มองมันอย่างไม่อาจขัดขืนได้ เพราะพลังของมันมีไม่เพียงพอ ก่อนจะเอ่ยตอบกลับไป ไม่รักษาท่าทีเช่นก่อนไว้

“เหตุใดพวกเจ้าถึงรู้ว่าพวกข้าจะลอบเข้ามา?” ซีว่าส่งเสียงลอดไรฟันออกไป พร้อมกับสีหน้าที่ดุดัน

“ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า , ในเมื่อเจ้าถาม..ข้าก็จะเฉยให้” มันเปล่งเสียงหัวเราะออกมาดังลั่น ก่อนที่จะกล่าวต่อ “เจ้ามันโง่เง่ายิ่งนัก..ที่ออกปากถามต่อคนของกิลด์นิวส์เรื่องพวกข้า , เรื่องของเจ้านิวยอร์ก..เจ้ายังไม่จำเป็นบทเรียน”

' บัดซบ!! , นอกจากจะไม่ช่วยเหลือ..ยังเอาข่าวของข้ามาขายต่อพวกมัน , หากข้ารอดไปได้..เจ้าไม่ตายดีแน่!! ' ซีว่างรู้สึกเป็นคนโง่เง่าดั่งที่มันกล่าวออกมา

ส่วนผู้คนทั้งหลายที่อยู่ตรงหน้า ต่างหัวเราะเยาะเหยียดหยามต่อสิ่งที่เกิดขึ้น ยิ่งทำให้ชายหนุ่มรู้สึกเจ็บใจเป็นอย่างมาก กับความโง่เขลาเบาปัญญาของตนเองในครานี้

ซีว่างได้แต่จ้องไปยังพวกที่อยู่ตรงอย่างคร่ำแค้น มันจดจำทุกผู้ทุกคนต่อรอยยิ้มกับเสียงหัวเราะของพวกมันไว้ พร้อมกับส่งสายตาเคียดแค้นจองเวร ไปยังพวกมันทั้งหมด

“โอ้ว..ข้าชอบสายตาเจ้า , มันทำให้ข้ารู้ว่าเจ้ายังไม่คิดยอมแพ้ , เจ้าสินะซีว่าง..ที่สังหารเจ้า แซจิทแทเรียสไป (ราศีธนู) , ข้ามีนามว่า แอรีส (ราศีเมษ) ผู้อาวุโสลำดับที่ 1” มันกล่าวป่นด้วยน้ำเสียงชื่นชมต่อชายหนุ่ม แต่แววตาที่จ้องมาดั่งงูร้ายที่เตรียมจะขย้ำเหยื่อ ก่อนที่จะกล่าวต่อว่า “ข้าจะให้โอกาสเจ้า..ในฐานะที่เจ้าเป็นผู้ที่มีความสามารถ , หากเจ้าเข้าร่วมกับพวกเรา..ข้าจะไม่ถือสาหาความเจ้า..”

“คนกิลด์เข้านี้เป็นอย่างไรกัน , พอเจอข้าไม่ชักชวน..ก็ฆ่าแกงกัน” ก่อนที่ซีว่างจะแสยะยิ้ม แล้วกล่าวต่อว่า “กิลด์ขยะเช่นเจ้า..ชาตินี้หรือชาติไหน , อย่าหวังให้ข้าเข้าร่วมกับพวกเจ้า!!”

เมื่อซีว่างกล่าวออกมาเช่นนั้น เจ้าแอรีสจึงหยิบอาวุธของตนเองขึ้นมา จ้องไปที่ใบหน้าของชายหนุ่มด้วยอาการผิดหวัง “เสียดาย..น่าเสียดายนัก”

ก่อนที่อีกฝ่ายจะพุ่งเข้าหาตัวชายหนุ่มในทันที ออกเท้าเตะเข้ากลางอกของชายหนุ่ม แต่ชายหนุ่มสามารถยกกระบี่ขึ้นมาตั้งรับได้ทัน แต่แรงที่ส่งมานั้น ผลักให้ชายหนุ่มถอยไปหลายช่วงก้าว ก่อนที่แอรีสจะตวัดขาฟาดเข้าที่หลังหัวของซีว่างในทันที แต่ซีว่างก็สามารถป้องกันได้อีกครั้ง

ซูจินยี่เห็นท่าไม่ดี มันจึงเร่งทะยานเข้าไปช่วยเหลือชายหนุ่มในทันที

แต่ก็มีหอกแทงมาทางชายชรา ขวางหน้ามันไว้ก่อน ส่วนเจ้าของหอกก็คือลิบร้า ผู้อาวุโสลำดับที่ 7 ของกิลด์วิญญาณ

ชายชราพลันโบกพัดของตนเอง ออกมาต้านรับหอกเล่มนั้นได้ทัน ก่อนจะถอยหลังกลับไป

“สคอร์ปิอัส..เจ้าอยู่เฉย ๆ ดีกว่า , ข้ารู้ว่าเจ้าได้รับผลของสูญสิ้นคงคา..จึงทำให้เจ้าหลงลืมพวกข้า , หากเจ้ายอมข้าโดยดี..เจ้าจะไม่เจ็บตัว , แล้วข้าจะให้ท่านเจมินายช่วยเรียกความจำเจ้ากลับมา” ลิบร้ากล่าวออกมาด้วยสายตานิ่งเฉย

“กลับเป็นเช่นเดิม? , หากข้ากลับไปเป็นคนไร้ยางอายเช่นนั้น..ข้าขอตายดีกว่า” ซูจินยี่กล่าวออกมา ก่อนที่จะดีดข้อเท้าเล็กน้อย พร้อมกับโบกพัดในมือ ฟาดฟันออกไป

ด้านลิบร้าเพียงเค้นเสียงออกมาเล็กน้อย ก่อนจะควงหอกในมือ ฟาดใส่กลางหลังของชายชราเข้าอย่างจัง จนซูจินยี่บี้ลงไปกองกับพื้น

พลังต่างกันเพียงแค่หนึ่งช่วงชั้น จึงทำให้ชายชราบาดเจ็บเท่านั้น ไม่ได้เสียชีวิตในทันที แต่อาการบาดเจ็บที่ได้รับ มันก็มิเบาเช่นกัน

ก่อนที่ลิบร้าจะกระโจนเข้าหาชายชรา พร้อมกับแทงหอกเข้าใส่ซูจินยี่ทันทีที่มีโอกาส หวังที่จะสังหารชายชราให้ตายสิ้นในหอกเดียว แต่ก็มีผู้เข้ามาขัดขวางมันไว้ก่อน

ผู้ที่เข้ามาปกป้องชายชรานั้นเป็นสตรี อายุราว 35 - 40 ปี พลังระดับเหยียบนภาขั้นที่ 4

นางใช้เพียงมือเปล่าในการผลักด้านคมของหอก ออกจากวิถีที่สามารถสังหารชายชราได้

“เจ้ากล้ามากที่กล้าลงมือใส่สามีข้า!!” หญิงนางนี้คือ ผู้อาวุโสลำดับที่ 4 แคนเซอร์ (ราศีกรกฎ) ภรรยาของซูจินยี่คนเก่า

“แต่ท่านแคนเซอร์..เจ้าสคอร์ปิอัสตอนนี้ถือเป็นผู้ทรยศนะท่าน” ลิบร้ากล่าวขัดนางออกมาในทันใด

“เรื่องนั้นไม่ใช่เรื่องของเจ้า..อย่ามายุ่ง , ข้าจะรับผิดชอบต่อท่านหัวหน้าเอง , ฉะนั้นไสหน้าเน่า ๆ ของเจ้าไปก่อนที่ข้าจะไม่ไว้หน้าเจ้า!!” หญิงสตรีกล่าวออกมาด้วยเสียงที่เกรี้ยวกราด พร้อมกับหยิบคทาเวทมนตร์ของตนเองออกมา

เจ้าลิบร้าถึงกับกลืนน้ำลายลงไปอึกใหญ่ ก่อนที่มันจะหลบออกมาห่าง ๆ จากกรอบสายตาของหญิงสตรี

กลับมาที่ด้านของซีว่าง

ตอนนี้ชายหนุ่มเป็นฝ่ายเสียเปรียบอย่างมาก เพราะระดับพลังที่ต่างชั้นจนเกิดไป จึงไม่สามารถที่จะสร้างความกดดันให้กับคู่ต่อสู้ของตนได้เลยแม้แต่น้อย

ด้านแอรีสนั้น ด้วยความที่ว่ามันทราบถึงพลังที่แท้จริงของชายหนุ่ม มันจึงไม่ประมาทแม้แต่น้อย ออกกระบวนท่าอย่างรวดเร็วต่อเนื่อง ทำให้ชายหนุ่มไม่มีเวลาพักหายใจ

ถึงตอนนี้มันจะยังมิได้ใช้วิชาออกมา แต่ด้วยช่วงชั้นที่ห่างกันจนเกินไป ซีว่างจึงทำได้เพียงตั้งรับ ต่อแข้งขาและดาบที่ประเคนมาเรื่อย ๆ ไม่มีหยุดพัก

ยิ่งรับกระบวนท่าเหล่านั้น ซีว่างยิ่งล้าและหมดแรง จนสุดท้าย..ฝ่ายแอรีสก็เตะเข้ายอดหน้าของซีว่าง จนชายหนุ่มปลิวชนเข้ากับผนังข้างฝาด้วยแรงที่หนักหน่วง

“ถือว่าสมคําร่ำลือ... , แทนที่เจ้าจะเก็บตัวฝึกวิชา..ไม่นานเจ้าคงจะกลายเป็นมังกรที่ทะยานขึ้นฟ้าอย่างสง่างาม , แต่เจ้ากลับเลือกที่จะเร่งร่างที่เป็นดั่ง..หนอนตัวน้อย ๆ , เข้ามาหาที่ตายต่อฝูงพญาหงส์..” มันกล่าวออกมาเรื่อย ๆ ขณะที่เดินเข้าใกล้ชายหนุ่มทีละก้าว..ทีละก้าว

ก่อนที่มันจะง้างดาบในมือ ก่อนที่จะลงดาบลงมาใส่ชายหนุ่มที่กำลังกระเสือกกระสนยกดาบขึ้นมาต้าน ด้วยมือที่สั่นไหว

“หยุด!!”

เสียของหญิงชราผู้หนึ่งกล่าวออกมา ห้ามต่อแอรีส ก่อนที่ชายกลางคนจะชะงัก แล้วมองไปทางด้านขวา ก็พบกับหญิงชราผู้หนึ่งหน้าตาคุ้นเคย

“นายหญิงแม่..” ก่อนที่มันจะรีบก้มหัวทำความเคารพต่อหญิงชราที่อยู่ตรงหน้า

อายุของนางผู้นี้ ราว ๆ 45-50 ปี ใบหน้าของนางนั้น หากเป็นเมื่อ 30 ปีก่อน คงจะเป็นหญิงงามผู้หนึ่ง ที่ทำให้คนทั้งเมืองต่างรุมแย่งนางเป็นแน่แท้ แต่ด้วยวันเวลาที่เลยผ่าน ทำให้ใบหน้าของนางได้มีรอยเหี่ยวย่น ขึ้นมาแทนที่ความสาวและความเปล่งปลั่งบนใบหน้าที่เคยงดงาม

ก่อนที่นางจะกล่าวออกมา “หนุ่มน้อยคนนี้หน้าตาหล่อเหลาเอาการ , เจ้าฆ่ามันมิได้..นำมันเข้าไปขังไว้ คืนนี้ข้าจักนำมันมาเป็นเด็กอุ่นเตียงของข้า..” หญิงชรากล่าวออกมาโดยไม่มียางอายในความเป็นสตรีเลยแม้แต่น้อย น้ำเสียงที่เปล่งออกมา เต็มไปด้วยตัณหาและราคะ

เมื่อได้ยินสิ่งที่นายหญิงแม่ของมันสั่ง แอรีสนั้นก็มิได้แปลกใจอันใด ต่อสิ่งที่หญิงชราผู้นี้กล่าว เหมือนกับสิ่งที่นางจะทำต่อซีว่าง เป็นเรื่องธรรมดาของนาง

แต่สำหรับซีว่างนั้น มันกลับรู้สึกสะอิดสะเอียนเป็นอย่างมาก มันพยายามขัดขืน แต่ผู้ที่อยู่ตรงหน้ามันนั้น เพียงแตะเตะซ้ำเข้าไปที่ท้องของชายหนุ่ม จนซีว่างได้แต่นอนขดด้วยความเจ็บปวด

แต่ด้วยคำสั่งของหัวหน้ามัน แอรีสจึงกล่าวค้านออกไป “แต่..นายหญิงแม่ ท่านหัวหน้าได้สั่งให้ข้าสังหารมันในทันที , หากข้าขัดคำสั่ง..ข้าเกรงว่าข้า..”
มันมิกล้ากล่าวออกมาจนครบประโยค มันเพียงแต่กล่าววาจาทิ้งไว้เพียงเท่านั้น ก่อนจะส่งสายตาขอความเห็นใจต่อสิ่งที่จะเกิดขึ้น

เมื่อได้ยินเช่นนั้น หญิงชราจึงมองมาที่มันด้วยสายตาแข็งกร้าว “หัวหน้าเจ้าก็ลูกข้า , เพียงแต่เอ่ยนามของข้าไป , เจ้าก็มิต้องกลัวเกรงอันใด..ทำตามที่ข้าสั่ง!!”

เมื่อได้ยินหญิงชรากล่าวรับรองต่อตัวมัน แอรีสจึงก้มหัวคำนับหนึ่งที ก่อนจะเตะเข้าไปที่หน้าของซีว่างหนึ่งที จนชายหนุ่มสลบไปมิได้สติ

เมื่อซีว่างสลบไปนั้น มันก็ได้ฝันถึงคนผู้หนึ่ง..ที่มิได้ฝันถึงมาเนิ่นนาน “ชายหนุ่มผู้โชคร้าย..เจ้าไปอยู่ที่ใด”

----------------------------------------

ปล1.ตอนที่ 44 เป็น NC เรทน่าจะ 20-25+ จึงขอเก็บหัวใจนะครับ ( เกี่ยวกับจริยธรรม )

ความคิดเห็น

COMMENT

แนะนำหนังสือโดย KAWEBOOK