เงาเทพผ่าจันทรา ( Martial MoonKnight )
ตอนที่ 46 ข้าต้องขอโทษเจ้าด้วย ( rewrite )
  •   ปรับสีและขนาดตัวอักษร  
  •    
  •    
  •    
  •  
ตอนนี้ทั้ง 5 คนเดินเข้าไปภายในถ้ำ ก่อนที่จะเริ่มฟังเรื่องราวทั้งหมดของไอเดน

“ปฐมศาสตรานั้นถูกตีขึ้นโดยเหล่าเทพเจ้า..เพื่อแบ่งภพต่าง ๆ บนโลกนี้เป็น สามภพ ได้แก่ ภพสวรรค์ ภพมนุษย์ และภพโลกันตร์..” ไอเด็นเล่าออกมาด้วยท่าทีจริงจังอย่างมาก

“ถ้าเหล่าเทพเจ้ามีจริง...แล้วเหตุใดพวกท่านถึงสร้างดาบนี้ขึ้นมา..เพียงเพื่อผ่าแบ่งภพกันเล่า?” ซูจินยี่กล่าวถามออกมา ตอนนี้มันใจเย็นขึ้นมาก จึงมิได้กล่าวคัดค้านอะไรออกมา เพียงกล่าวถามในสิ่งที่ตนเองสงสัย

“ตามพงศาวดารกล่าวไว้ว่า , เมื่อราวหลายแสนปีก่อนบนสวรรค์เกิดมหาสงครามครั้งใหญ่ขึ้น..ทำให้คนจากภพสวรรค์หลายล้านคนอพยพลงมาบนพื้นโลกมนุษย์เบื้องล่าง..นั้นก็คือที่แห่งนี้..” ไอเด็นเล่าออกมา

แต่มันกลับทำให้ซีว่างตงิดใจอะไรบางอย่าง จึงกล่าวถามออกเพื่อไขข้อข้องใจนี้

“ภพสวรรค์ที่ท่านพูดถึง , มีห้าดินแดนใช่หรือไม่?”

“ท่านทราบได้อย่างไร? หรือว่าท่านได้ค้นพบพงศาวดารเล่มอื่นที่ข้ามิเคยได้อ่าน?” ไอเด็นทำท่าทางตื่นเต้นออกมา พร้อมกับมองซีว่าง ด้วยตาที่เป็นประกาย

เมื่อถูกไอเด็นมองหน้าเช่นนี้ ซีว่างถึงกับทำตัวไม่ถูก เพราะสิ่งที่มันรู้มานั้น ก็เพียงจากปากของเอสเธอร์ที่เล่าสู่กันฟังเพียงเท่านั้น มิได้รู้ลึกแต่อย่างใด

“ข้าเป็นคนพบอีกเล่มหนึ่งที่ว่าเอง , เจ้าอยากจะทราบในความจริง..หรือเจ้าอยากจะเก็บความเชื่อของเจ้าเอาไว้..มันอาจทำให้สิ่งที่เจ้านับถือมาตลอด ต้องกลายเป็นเพียงเรื่องตลกไร้สาระ , ยังจะอยากรู้หรือไม่?” เอสเธอร์กล่าวออกมา นิ่งเฉยมิได้แสดงความรู้สึกอันใดออกมา

“เรื่องตลกไร้สาระ? ท่านหมายถึงเรื่องใดกัน , รีบเล่าให้ข้ากระจ่างต่อสิ่งที่ท่านกล่าวเถิด..” เอสเธอร์จึงเล่าทุกสิ่งทุกอย่าง เหมือนกับสิ่งที่เคยเล่าให้ซีว่างฟัง

ไอเด็นนั่งฟังอย่างเงียบ ๆ ไม่ได้เอ่ยปากถามหรือขัดเลยแม้แต่น้อย คิ้วของมันกระตุกเป็นบางช่วงบางตอน ในสิ่งที่มันได้รับรู้

เมื่อนางเล่าจบ ไอเด็นเอามือกุมหน้าของตนเอง นั่งหลังโก่งหลับตาพยายามคิดในสิ่งที่ตัวมันได้รับรู้มา ในตอนนี้

ความรู้ภายในสมองของมัน กำลังขับเคี่ยวกับสิ่งที่เอสเธอร์เล่าสู่มันฟัง คิ้วของมันขมวดจนแทบจะติดกัน ตอนนี้มันมีความรู้สึกหลากหลายมากและสับสนอย่างบอกไม่ถูก

“ซู๊ดดด” ไอเด็นซูดลมหายใจเข้าไปเต็มปอด “ฟู่ฟฟฟ” ก่อนมันจะพ่นลมออกทางปาก แล้วหันมากล่าวต่อกลุ่มของซีว่าง ด้วยสีหน้าที่เคร่งขรึม

“ถึงเล่มที่ข้ามีมันจะบอกอีกอย่าง..แต่อย่างน้อยภายในนั้นก็มีสิ่งหนึ่งที่กล่าวไว้อย่างแม่นยำ , ว่าท่าน ‘ซีว่าง’ ท่านจะเดินทางมาที่นี่ภายในปีนี้ , เพื่อปลดปล่อยคนของอาณาจักรเอ็นเซลล์..ไม่สิ..เพื่อปลดปล่อยคนทั้งทวีปเอเบล , จากมารร้ายที่มีนามว่า เคทิฟ” ไอเด็นกล่าวออกมาด้วยสีหน้าที่จริงจัง แล้วมองไปทางซีว่าง

“เหตุใดต้องเป็นข้า..แล้วทำไมถึงรู้ว่าคือข้า?” ซีว่างรู้สึกหงุดหงิดเล็กน้อย ที่ไม่สามารถรู้เรื่องใด แล้วเหมือนกำลังเดินบนกระดานหมากรุก ที่ใครจะเดินหรือปล่อยให้มันถูกกินก็ได้

“ตามพงศาวดารของข้า..หากวันใดที่พระจันทร์กลืนตะวัน , จะปรากฏชายหนุ่มและหญิงสาวพร้อมกับอสูรหน้าตาประหลาดขึ้นจากผิวน้ำ , ชายหนุ่มผู้นั้นผมดกดำ ดวงตาแข็งกร้าวราวกับยมทูต , มันผู้นี้จะมาพาเหล่าคนโฉดชาติชั่วบนแผ่นดินนี้..กลับไปยังนรกภูมิ..” ไอเด็นกล่าวออกมาพร้อมมองซีว่าง ด้วยสายตานับถือ ก่อนจะกล่าวต่อว่า “แล้วมันจะถือศาสตราที่ทรงพลังกวัดแกว่งอย่างองอาจ..ปราบมารร้ายอย่างห้าวหาญ..ดังเทพลงมาโปรดสัตว์..”

ซีว่างถึงกับทำสีหน้าไม่ถูก ‘ข้าเนี้ยนะโปรดสัตว์..? มันได้รับรู้เรื่องที่ข้าทำภายในกิลด์วิญญาณหรือไม่? ข้านี่ยิ่งกว่าคนโฉดคนหนึ่ง

“คิคิคิคิคิคิ..มันผู้นี้? , คือเทพลงมาโปรดสัตว์..มันคงจะโปรดแต่แม่โคหน้าอกตูมสิไม่ว่า คิคิคิคิ” หยางน่ากล่าวออกมาชี้มือชี้ไม้แล้วหัวเราะเหยียบหยามซีว่างอย่างตลกขบขัน

“ใช่แล้ว..ข้าโปรดแต่แม่โคพันธุ์ดี..เช่นเจ้าไงหยางน่า” ซีว่างทำสายตาเจ้าชู้มองไปทางหญิงสาว

“โอ้ว..ที่โดนไปเมื่อครู่คงจะไม่หลาบจำ , เห็นทีต้องซ้ำแผลแล้วกระมัง” ก่อนที่หยางน่าจะเดินเข้าไปง้างฝ่ามือฟาดลงไปเต็มแรง

แต่ครานี้ซีว่างไม่ปล่อยให้นางทำเช่นนั้น มันรวบมือของนางเอาไว้ ก่อนจะฉุดเข้ามาหาตนเอง ใช้สองมือของตนโอบนางไว้ในอ้อมแขน ออกแรงเล็กน้อยทำให้นางไม่มีสิทธิ์ที่จะดิ้นหลุดออกไปได้

“ปล่อยข้า!!” นางพยายามดิ้นสุดกำลัง แต่อ้อมกอดของซีว่างนั้นรวบแขนสองข้างของนางเอาไว ทำให้จะดิ้นหรือทำอะไร ไม่สามารถทำได้ดั่งใจเลยแม้แต่น้อย “หากข้ามีพลังเช่นเดิม..เจ้าอย่างหวังว่าจะรอดไปได้!!”

“ให้ข้าได้กอดเจ้าให้ชื่นใจสักหน่อยจักเป็นไรไป..ข้าอุตส่าห์เสี่ยงชีวิตเข้าไปช่วยเจ้าออกมา , หากไม่มีข้า..เจ้าคง.... , เจ้าอยากเห็นในสิ่งที่เคทิฟทำต่อมารดาของมันหรือไม่…ข้ามีศิลาบันทึกเอาไว้?” ซีว่างเพียงกอดนางไว้ในอ้อมกอดของตนเองเท่านั้น มิได้ทำอะไรเกินเลยไปกว่านั้น

หญิงสาวหันมามองซีว่าด้วยตาที่แข็งกร้าว ขบฟันของตนเองแน่น ก่อนจะตวาดออกไปด้วยโทสะ “เจ้าช่วยข้ามันคือเรื่องสมควร , หากเจ้าไม่ปล่อยข้าในตอนนี้..ข้าจะเกลียดเจ้า!!”

“เอาล่ะ ๆ เจ้าเลิกกลั่นแกล้งนางได้แล้ว..เรามีการใหญ่ที่ต้องปรึกษาหารือกัน , ไยเจ้ายังทำเป็นเล่นอยู่ ?” เมื่อเอสเธอร์กล่าวออกมา ซีว่างจึงรีบปล่อยหยางน่าในทันที

ก่อนที่ฝ่ามือของหญิงสาว จะรัวเข้าที่ใบหน้าของซีว่างอย่างไม่ยั้ง ซีว่างได้แต่กล่าวคำเดิมซ้ำ ๆ “พอแล้ว ๆ ข้ายอมแล้ว ๆ พอเถิด..” ก่อนที่นางจะเลิกทำเช่นนั้น แล้วเดินหนีไปไกลจากจุดที่ซีว่างอยู่

เมื่อสถานการณ์กลับมาสงบเช่นเดิม เอสเธอร์ส่ายหน้าเล็กน้อยกับสิ่งที่ หนุ่มสาวทำเมื่อครู่ ก่อนจะกล่าวถามต่อไอเด็นออกไป

“แล้วตระกูลเจ้าพิเศษอันใด..ถึงได้ครอบครองกระบี่ขั้วนี้เอาไว้?” เอสเธอร์กล่าวถามออกไป

“ในอดีต..ครอบครัวข้าเป็นหนึ่งในข้ารับใช้ของพระเจ้า..” ไอเด็นกล่าวออกมา ก่อนจะฉุดความคิดได้ว่า พระเจ้าอาจไม่มีจริง มันจึงเปลี่ยนคำพูดใหม่ “ในอดีตครอบครัวข้าเป็นตัวแทนของผู้ที่ยิ่งใหญ่ในสมัยก่อน , เนื่องจากท่านผู้นั้นเกรงกลัวที่จะมีผู้คนจากสวรรค์เดินทางมาทำลายดินแดงแห่งนี้ , ท่านผู้นั้นจึงได้มอบดาบให้บรรพบุรุษของข้าเก็บไว้..แต่ด้วยความที่บรรพบุรุษของข้าเกรงว่ามันจักนำภัยมาสู่ตระกูลของพวกเรา…ท่านจึงได้มอบอีกขั้วหนึ่ง ให้กับตระกูลของสหายคนสนิดของท่าน..เก็บลักษาเอาไว้..นั้นคือตระกูลราชวงศ์แห่งอาณาจักรนี้ ‘ราชาดาริน’ ” ไอเด็นกล่าวชื่อของราชาดาริน ด้วยท่าทีขยะแขยง พร้อมกับแสดงสีหน้ารังเกียจเดียดฉันท์ออกมาอย่างชัดเจน

“เจ้าจะบอกว่า ตอนนี้อีกขั้วหนึ่งของดาบเล่มนี้..อยู่ที่องค์ราชาของอาณาจักรนี้?” ซีว่างกล่าวถามออกไป

“มิใช่.. , ต้นตระกูลของพวกมันนั้นเป็นคนดีอย่างมาก , แต่ด้วยขณะนั้นพวกมันถูกร้องขอให้ขึ้นมาปกครองอาณาจักรที่พึ่งสร้างขึ้นมาใหม่..พวกมันจึงตอบตกลง , ก่อนพวกมันขึ้นครองราชย์บัลลังก์..ได้มีคนออกมาทำนายว่าลูกหลานของพวกมันจักทำให้เกิดหายนะ , พวกมันจึงได้นำตัวดาบไปซ่อนไว้ในที่ที่หนึ่ง” ก่อนที่ไอเด็นหยิบม้วนหนังออกมา กลางลงบนพื้น “อยู่ที่นี่..”

ไอเด็นชี้นิ้วไปในที่ที่หนึ่ง “สูญสิ้นคงคา”

ซูจินยี่กอดอกของตนเอง ยกปากขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะทำหน้าตาไม่เห็นด้วยออกมา แล้วกล่าวต่อซีว่าง “วันนั้นที่ข้าถกเถียงกับมัน..ก็ด้วยเรื่องนี้แล...”

“แผนที่นี้มีใครนอกจากพวกข้าเคยพบเห็นหรือไม่?” ซีว่างกล่าวถามต่อไอเด็น มิได้สนใจในสิ่งที่ซูจินยี่กล่าวออกมา

“นอกจากบิดาของข้า..ก็ไม่มีผู้ใดล่วงรู้ความลับนี้อีกเลย”

เมื่อไอเด็นกล่าวจบ ซีว่างใช้พลังปราณของตนเองยิงธาตุไฟใส่ไปที่แผ่นหนังนี้ในทันที

แต่แผนหนังนี้นอกจากไม่เป็นอะไรแล้ว..กลับส่งพลังหวนกลับมาทำร้ายตัวมันเองอีก..

“อ๊ากกกก” ต่อให้เป็นพลังของตนเอง แต่ในเมื่อไม่ได้เตรียมตัวที่จะตั้งรับ มันจึงได้รับผลกระทบกับไปไม่น้อย

“ข้าเคยทำเช่นนั้นแล้ว..แต่ผลก็เป็นอย่างที่ท่านได้สัมผัสเมื่อครู่..” ไอเด็นกล่าวขึ้นมาขณะกำลังม้วนแผ่นหนังแผ่นนี้ เก็บเข้าไปในถุงมิติของตนเอง


“แล้วเช่นนั้น…ทำไมไม่กล่าวเตือนข้าเสียก่อน..” ซีว่างกล่าวออกไปด้วยความโมโห..เหมือนกับว่าไอเด็นจงใจไม่บอกแก่ตนเอง..

“ข้าก็ไม่คาดคิด..ว่าท่านจักคิดทำเช่นนั้น , ข้าจึงมิได้กล่าวเตือนออกไป” ไอเด็นพยายามอธิบายออกไป..พร้อมกับแสดงสีหน้าที่รู้สึกผิดกับสิ่งที่เกิดขึ้น

“ช่างเถิด ช่างเถิด..” ซีว่าเมื่อเห็นสีหน้าและแววตาของไอเด็น มันจึงพยายามทำใจเย็นกับเจ้าคนนี้

“แต่ถ้าดาบอีกครึ่งหนึ่งมันถูกซ่อนไว้ , แถมยังอยู่ในสูญสิ้นคงคา , แล้วเจ้าจักกังวลเรื่องไร? หรือเพราะความแค้น..ทำให้เจ้าเกิดอาฆาตต่อพวกมัน” เอสเธอร์กล่าวออกมา เพราะนางไม่ไว้ใจไอเด็นผู้นี้สักเท่าไหร่

“เมื่อเร็ว ๆ นี้ , เคทิฟมันไปรีบรู้เรื่องดาบอีกครึ่งหนึ่ง..จากผู้ใดก็มีทราบ..มันจึงวางแผนจะขวางกั้นต้นน้ำของสูญสิ้นคงคา” ไอเด็นกล่าวในสิ่งที่มันรับรู้ออกมา พร้อมกับแสดงสีหน้าวิตกกังวลออกมา

“ขวางกั้นแม่น้ำ ? เจ้าพูดเป็นเล่น , แม่น้ำตั้งกว้างใหญ่..มันจักทำการเช่นนั้นได้อย่างไร?” เอสเธอร์กล่าวออกมาทันที เหมือนกับความคิดที่จะทำเช่นนั้นคือความคิด ที่โง่งมเอามาก ๆ

ในเมื่อจะบอกผู้ใดก็ไม่เชื่อคำของมัน มันจึงหันหน้าไปบอกกล่าวต่อซีว่าง ที่เป็นความหวังเดียวของมัน

“เมื่อเร็ว ๆ นี้..เคทิฟได้รวบรวมผู้ที่ใช้เวทมนตร์สายธรณีมามากมาย , รวมทั้งแรงงานทาสอีกมากโข เพื่อที่จะทำแผนการนั้น..กอบด้วยในตอนนี้ มันสามารถค้นพบ*หยกพสุธาบรรพกาล , จึงทำให้สิ่งที่มันจักทำแผนขั้นต่อไป..เป็นเหมือนขนมขบเคี้ยวสำหรับมัน..” ไอเด็นกล่าวออกมา ก่อนจะมองไปที่เอสเธอร์ “ท่านน่าจะทราบความสามารถของหยกพสุธาบรรพกาลดี..ใช่หรือไม่ , เพลิงทมิฬล่าสมบัติ”

เมื่อได้ยินชื่อของ หยกพสุธาบรรพกาล เอสเธอร์ยิ่งแสดงความกังขาออกทางใบหน้าของนาง ก่อนจะกล่าวออกมาว่า

“ข้าย่อมรู้จักมันดี.. , ข้าตามหามันมาทั้งชีวิต..เพราะมันสามารถพาข้ากลับไปยังดินแดนของข้าได้ , มันสามารถบิดเบือนทุกสิ่งอย่างภายใต้พลังของมันได้.. แล้วความสามารถบิดเบือนของหยกชิ้นนี้ , มันยังสามารถสร้างประตูมิติได้อีกด้วย , แต่ว่า..ต่อให้มันมีหยกพสุธาบรรพกาล , หากมันคิดจะบิดเบือนหรือสร้างประตูมิติจนสามารถทำให้ สูญสิ้นคงคาที่กว้างใหญ่ไพรสาณฑ์หายไปได้..มันต้องใช้พลังอย่างมาก ซึ้งไม่มีทางที่มันจะทำเช่นนั้นได้..” เอสเธอร์กล่าวออกมาพร้อมส่ายหน้าเล็กน้อย..เหมือนกับสิ่งที่ไอเด็นพูดมาทั้งหมด เป็นเรื่องตลกในวงสุรา

“ท่านอย่าได้ดูแคลนความโฉดชั่วของมันผู้นี้... , เป็นอย่างที่ท่านว่า..การจะทำเช่นนั้นมันต้องใช้พลังมหาศาล , สิ่งที่จักทำให้หยกพสุธาบรรพกาล..สามารถทำได้เช่นนั้นก็คือ..” ไอเด็นพูดออกมา ก่อนที่จะแสดงท่าทีหดหู่ใจ “ชาวเมืองแกรี่และชาวเมืองสมอลแลนด์..”

“!!!!!” ทั้ง 3 คนที่รับฟังต่างตกใจ ในสิ่งที่ไอเด็นกล่าว เพราะหากทำเช่นนั้น เท่ากับมันจะต้องสังเวยชีวิตนับล้าน..เพื่อดาบวิเศษที่ไม่สมบูรณ์เพียงเล่มเดียว

แต่มีหนึ่งคนที่มิได้สนใจอันใดเกี่ยวกับเรื่องนี้เลย

“ข้าฟังสิ่งที่พวกเจ้าถกกันเรื่องไร้สาระมามากพอแล้ว..” หยางน่ากล่าวแทรกออกมา ก่อนที่นางจะมองไปทางซีว่าง แล้วบอกกล่าวต่อมัน “เรื่องราวของเมืองนี้..มิใช่เรื่องของพวกเรา , เหตุใดเจ้าต้องร้อนใจกับภัยพิบัติของเมืองนี้หรือทวีปนี้ด้วย , แค่เจ้าเอาชีวิตตนเองให้รอด..ก็เพียงพอแล้ว , คนในทวีปนี้จะเป็นอะไร..ไม่ใช่กงการของพวกเรา..”

หยางน่าพูดออกมาด้วยท่าทีที่แข็งก้าว มิได้สนใจไยดีต้องคนในที่แห่งนี้เลยแม้แต่น้อย

“จริงอย่างที่นางกล่าวมา..มันไม่ใช่เรื่องของพวกเรา แค่เจ้ามีพลังถึงระดับผสานโลกาขั้นที่ 5 ก็เพียงพอแล้ว..ไยต้องสนใจเรื่องของบ้านเมืองผู้อื่น..” เอสเธอร์กล่าวเสริมออกมา

ส่วนซูจินยี่นั้น มิได้เห็นด้วยที่ซีว่างจะเสี่ยงชีวิตแต่แรก มันเพียงหัวเราะออกมาเบา ๆ “หึหึ” เพียงเท่านั้น

ตอนนี้คนทั้ง 4 คง สายตา 4 คู่จ้องมองมาที่ซีว่างเพียงผู้เดียว

ซีว่างก้มน่าคิดในสิ่งที่หญิงสตรีทั้งสองคนกล่าวออกมา..ผนวกกับสิ่งที่ไอเด็นเล่าออกมา จึงได้ข้อสรุปว่า

“จริงอย่างที่เจ้ากล่าวมา..มันไม่ใช่เรื่องของพวกเรา” ก่อนที่ซีว่างจะมองไปทางไอเด็น แล้วกล่าวขอโทษต่อบุรุษหนุ่มอย่างนอบน้อม “ข้าต้องขออภัยเจ้าด้วย..เรื่องนี้มันใหญ่เกินไปกว่าที่ข้าจะแบกรับไว้ได้ , ข้าว่าท่านเข้าใจผิด..ที่คิดว่าข้าคือคนที่อยู่ในคำทำนาย..” ก่อนที่ซีว่างจะกุมมือก้มหัวเป็นการขอโทษต่อไอเด็น

“…” ไอเด็นถึงกับกล่าววาจาอันใดมิได้ สีหน้าของมันแสดงถึงความผิดหวังต่อซีว่างอย่างชัดเจน

ก่อนที่มันจะหยิบสิ่งของหนึ่งอย่างออกมา “เจ้าเก็บเอาไว้..เมื่อใดที่เจ้าเปลี่ยนใจ , ก็ติดต่อหาขา..ข้าหวังให้เจ้าติดต่อมา..ข้าลาก่อน”

ไอเด็นยืนยันสื่อสารให้ซีว่างพร้อมกับครึ่งหนึ่งของดาบปฐมศาสตรา ก่อนที่มันจะพุ่งออกไปจากถ่ำแห่งนั้น พร้อมกับความผิดหวังที่มีต่อซีว่าง..

ซีว่างรับของทั้งสองอย่างมา..ก่อนจะเก็บมันเข้าไปในถุงมิติของตน ก่อนจะกล่าวกับเอสเธอร์และหยางน่าว่า

“หยางน่า,เอสเธอร์..ข้ามีเรื่องราวจะเล่าให้เจ้าฟัง” ซีว่างกล่าวออกมาพร้อมกับเดินเข้าไปใกล้ ๆ พวกมัน

“เมื่อครึ่งเดือนก่อน..ตอนที่ข้าสลบไป , บิดาของเจ้าได้มาหาข้าในฝัน , ทำให้ข้าได้รับรู้ว่าความคิดของเจ้านั้นถูกเอสเธอร์..แค่ข้ามีพลังมากพอ , ข้าก็สามารถกลับไปยังทวีปนั้นได้ในทันที..” ก่อนที่มันจะหันไปจ้องตาเอสเธอร์ “แล้วที่ข้าทราบอีกอย่างก็คือ..เวลาของที่นั่นและที่ที่เราอยู่...นั้นเดินไม่เท่ากัน”

เมื่อซีว่างพูดออกมาว่าเวลาในที่แห่งนี้ และที่แห่งนั้นเดินไม่เท่ากัน..เอสเธอร์จึงรีบกล่าวถามออกมาในทันที

“เวลาไม่เท่ากัน? เจ้ายืนยันสิ่งที่เจ้าพูดได้หรือไม่?” เอสเธอร์กล่าวถามออกมา แล้วจ้องตาซีว่างกลับไป รอให้มันอธิบายเรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมด

“แน่นอน..ข้ายืนยันได้..ปีที่ข้าจากมาคือปี xxx417..แล้วปีที่เจ้าจากมาเล่า..คือปีใด?” เมื่อซีว่างกล่าวออกมา เอสเธอร์รีบพูดออกมาทันในทัน “xxx414 สามปี..ห่างกันเพียงสามปีเท่านั้น..”

ความคิดเห็น

COMMENT

แนะนำหนังสือโดย KAWEBOOK