เงาเทพผ่าจันทรา ( Martial MoonKnight )
ตอนที่ 49 วีรบุรุษที่สาบสูญ
  •   ปรับสีและขนาดตัวอักษร  
  •    
  •    
  •    
  •  

1 เดือนผ่านไปหลังจากซีว่างตกลงไปในสูญสิ้นคงคา


ณ เมืองแกรี่


“หามันพบหรือไม่ ?” เป็นเสียงของหญิงสาวที่เราต่างคุ้นเคย ‘หยางน่า’ ตอนนี้ใบหน้าของนางแฝงความวิตกกังวลอย่างมาก พร้อมกับกำลังจ้องหน้าไปยังชายหนุ่มผู้หนึ่ง


“ข้าหาทั่วแล้วแต่หาไม่พบ” ไอเด็นตอบกลับมาด้วยสีหน้าที่รู้สึกผิด ร่างกายของมันผอมซูบไปมาก จากการออกตามหาชายหนุ่มที่หายตัวไปจนแทบจะไม่มีเวลาทานอาหารและพักผ่อน


“ไม่ได้เรื่อง !!” หญิงสาวตวาดออกมาด้วยโทสะที่พรั่งพรู จ้องด้วยตาแข็งกร้าวกลับไปที่ชายหนุ่มตรงหน้า


“พวกเราพยายามเต็มที่แล้ว..สาวน้อย , ข้าก็เป็นห่วงมันไม่น้อยไปกว่าเจ้าหรอก” ชายชราซูจินยี่กล่าวออกมา ด้วยสีหน้าที่ผิดหวัง จากการที่มันไม่สามารถออกตามหาน้องชายของมันจบพบได้


“แล้วเอสเธอร์เล่า..นางหาพบหรือไม่ ?” หยางน่ากล่าวถามออกไปยังความหวังสุดท้าย


“เมื่อครึ่งชั่วยามก่อน , ข้าพึ่งส่งข้อความถามนางไป..ก็ได้คำตอบเดิมกลับมา” นายกแฮร์รี่กล่าวออกมาด้วยสีหน้าที่จริงจัง


“นี่ก็หนึ่งเดือนแล้ว.. , เป็นไปได้หรือไม่ว่ามันจะ...” นายกแฮร์รี่กล่าวออกมายังไม่ทันจบประโยคหยางน่าก็ตวาดออกมาสุดเสียง


“หุบปาก !! , ข้ารู้จักมันดี... , มันไม่มีทางจะตายง่าย ๆ เช่นนั้นแน่ !!” เสียงที่เปล่งออกมาของหญิงสาว เต็มไปด้วยความเกรี้ยวกราด แต่แววตาเต็มไปด้วยความโศกเศร้าและกังวล


ขนาดเสี่ยวฮุ๋ย เจ้าอสูรน้อยตกลงไปในบึงนาคาสวรรค์ นางยังวิตกขนาดนั้น แต่นี่ซีว่างหายไปร่วมเดือน ไม่ได้ข่าวคราวแม้แต่น้อย นางยิ่งรู้สึกวิตกเสียยิ่งกว่าตอนอสูรน้อยตกลงไปในบ่อน้ำแห่งนั้นเสียอีก


“คุยกันไปตอนนี้ก็ไร้ความหมาย..แยกย้ายทำงานของพวกเจ้าเถิด , ปล่อยนางไว้เพียงลำพัง..น่าจะดีกว่า” ซูจินยี่กล่าวออกมา พร้อมกับมองไปที่หญิงสาวด้วยแววตาที่แสดงถึงความเป็นห่วง


หลังจากสิ้นประโยคของชายชรา ทุกคนต่างหันหลังเดินออกจากที่แห่งนั้น บางคนก็มองหญิงสาวอย่างเห็นใจ แต่บางคนก็มองนางดั่งกับเชื้อโรค ที่คอยแผ่เชื้อความเกรี้ยวกราดตลอดเวลา


พอทุกคนออกไปจากห้องแห่งนั้น เจ้าอสูรน้อยจึงเดินเข้าไปข้างกายของนายหญิงของมัน ใช้งวงยาว ๆ ของมันยื่นไปลูบหลังหญิงสาวอย่างแผ่วเบา ร้องเสียงเบา ๆ ปลอบนางออกมา “ฮุมม...ฮุมฮุม”


หญิงสาวหันไปมองหน้ามันเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยปากกับเจ้าอสูรน้อย ด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยน แต่แฝงความเศร้าเสียใจไว้ “ฮุ๋ยน้อย..นายของเจ้าอยู่ที่ใด.....”


“ป่านนี้เจ้ากำลังทำอะไรอยู่.. , หรือว่าเจ้าตายไปแล้วจริง ๆ ..” หญิงสาวจ้องมองไปที่เสี่ยวฮุ๋ย แต่นางมิได้คิดถึงเรื่องใดเลย นอกจากซีว่างที่หายตัวไปร่วม 1 เดือน

.

.

.

ณ บ้านหลังหนึ่ง ชายหนุ่มได้ตื่นขึ้นบนเตียงที่ทำมาจากไม้ ไม่มีแม้แต่หมอนรองหนุน มีเพียงผ้าห่มผืนบางที่ห่มกันลมหนาวให้มันอยู่


มันลุกขึ้นมาจากเตียงด้วยอาการงุนงง มองซ้ายขวาเพื่อสังเกตบางสิ่งบางอย่างที่อยู่ในบ้านหลังนั้น

 ‘ข้าอยู่ที่ใด...’ 

ก่อนที่มันจะลุกจากเตียง เดินดูของต่าง ๆ ภายในบ้าน


บ้านหลังนี้เป็นบ้านที่ทำจากไม้ เตียงนอนมีสองเตียง ข้าวของเครื่องใช้ภายในบ้านนั้น แทบจะไม่มีให้เห็น ทางด้านขวามีเสียงน้ำไหลออกมาอย่างแผ่วเบา


ซีว่างเร่งย่างก้าวออกไปภายนอกบ้าน เวลา ณ ตอนนี้กำลังเช้าตรู่ รอบตัวบ้านมีสวนผักผลไม้เล็ก ๆ ถ้าตัดเรื่องความซอมซ่อของบ้านหลังนี้ มันน่าอยู่ยิ่งนัก ทั้งธรรมชาติ ทั้งเสียงน้ำไหลที่ทำให้ใจสงบนิ่ง


“โอ้ว..เจ้าฟื้นแล้ว” เสียงดังมาจากด้านขวาของชายหนุ่ม ผู้ที่เรียกมันนั้น เป็นชายชราอายุราว 50-60 ปี ผมขาวของมันนั้นขาวจนหมดหัว หน้าตาดูใจดีแต่ร่างกายผ่ายผอม ตัวไม่สูงนัก


 ชายชราเดินหลังค้อมเข้ามาหายชายหนุ่ม ก่อนจะกล่าววาจาออกมาด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้ม “เจ้าสลบไปนานพอตัวเลยล่ะหนุ่มน้อย” มันยิ้มออกมาขณะที่พูดกับซีว่าง


พอมันเดินเข้ามาใกล้ ๆ ก็สังเกตชุดที่มันสวมใส่ได้อย่างชัดเจนถนัดตา เสื้อผ้าของมันนั้นขาดแหว่งเสียงส่วนใหญ่ แต่ดูจากหน้าตา ชายชราผู้นี้ก็มิได้เหนียมอายต่อสิ่งที่ตนสวมเท่าไหร่ ดั่งกับชินชาต่อสิ่งที่มันสวมมาเนิ่นนานแล้ว


“ไหนให้ข้าดูสิ้..ไข้ของเจ้าลดหรือยัง” ก่อนที่ชายชราจะยื่นมือที่ผอมแห้งของมันขึ้นมา แตะที่หัวของชายหนุ่ม หลบตาแล้วพยายามเพ่งสมาธิไปที่ฝ่ามือของตนเอง


ก่อนที่มันจะยื่นมือลงมาจับที่ข้อมือของชายหนุ่ม หลับตาเช่นเดิมและเพ่งสมาธิเช่นเดิม ก่อนจะลืมตาขึ้นมา แล้วยิ้มให้ชายหนุ่มเล็กน้อย


“ตอนข้าเจอเจ้า..ไข้เจ้าสูงมาก , เล่นซะข้ากับลูกชายของข้า..ไม่ได้นอนทั้งคืน..ต้องคอยเช็ดเนื้อเช็ดตัวให้เจ้า” ชายชรายิ้มใจดีออกมา ขณะกล่าวสิ่งที่เกิดขึ้นต่อชายหนุ่ม


“นั้นไงลูกข้า..อายุมันยืนยิ่งนัก , พอพูดถึง..ก็มาทันที” ก่อนที่ชายชราจะยกมือที่เหี่ยวย่นชี้ไปทางด้านซ้ายของชายหนุ่ม


ซีว่างจึงมองตามมือที่ชายชราชี้ไป ผู้ที่กำลังเดินเข้าหามันนั้น บนหลังแบกซากสัตว์บางอย่างห้อยตามมาด้วย พร้อมกับในมือที่ถือดกระบี่สีดำเล่มหนึ่ง


“ข้านึกว่าเจ้าจะไม่ฟื้นขึ้นมาเสียอีก” บุตรชายของชายชรากล่าวทักทันทีที่พบหน้าของซีว่าง ก่อนที่มันจะยื่นดาบเล่มนั้นให้ชายหนุ่ม ก่อนจะเอ่ยปากบอกมัน “พอดีข้าเห็นเจ้าหลับไปหลายวัน , ข้าจึงถือวิสาสะหยิบยืมดาบของเจ้า..เข้าไปล่าสัตว์ในป่าก่อน , พอดีของเก่าของข้ามันพังไป..พวกข้ายังไม่มีปัญญาจะซื้อของใหม่ , เจ้าคงไม่ว่าข้าหรอกนะ”


ก่อนที่ซีว่างจะรับดาบที่ยื่นมาให้มัน ด้วยอาการงุนงงสงสัย พร้อมกับมองกลับไปที่ชายวัยกลางคนที่อยู่ตรงหน้า


บุตรชายของชายชรานั้น มันผิดกับชายชราลิบลับ รูปร่างของมันร่างใหญ่กายกำยำ ใบหน้ากร้านแดดเล็กน้อย แต่หน้าตาของมันถือว่าไม่ขี้ร้ายขี้เหร่เลยแม้แต่น้อย


“อ้อ..ข้ายังไม่ได้แนะนำตัว , ข้ามีนามว่า ปีร์โล ส่วนนั้นบิดาข้า มีนามว่า อันเดรอา ” มันกล่าวแนะนำด้วยรอยยิ้ม ก่อนจะยื่นมือออกมาหาชายหนุ่ม


ซีว่างเห็นดังนั้นจึงยื่นมือเรียนแบบออกไป ก่อนที่ปีร์โลจะจับมือของมันแล้ว เขย่าขึ้นลงเบา ๆ ก่อนจะเอ่ยปากถามออกมา “ว่าแต่เจ้ามีนามว่าอะไร..สหายน้อย”


พอโดนถามมันเช่นนั้น ซีว่างนิ่งเงียบไปเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยปากถามออกไป “ข้าไม่รู้..”


ก่อนที่มันจะรีบปล่อยมือจากปีร์โล แล้วเอามือขึ้นมากุมไว้ที่หัวของตนเอง “ข้าไม่รู้...ข้าไม่รู้ !!” น้ำเสียงของมันแฝงความเจ็บปวดรวดร้าวออกมาพร้อมกับร่างกายที่แข็งเกร็ง


“ ใจเย็นก่อน..ใจเย็น” ชายชราเข้ามาข้างหลังของชายหนุ่ม ก่อนจะใช้มือลูบหลังของมัน “ไม่เป็นไร..ไว้ค่อยคิดทีหลัง”


เมื่อโดนปลอบโยนเช่นนั้น ชายหนุ่มพลันสงบลงเล็กน้อย ร่างกายค่อย ๆ ผ่อนคลายลง ก่อนที่มันลดมือลง แล้วจ้องไปที่ชายชราด้วยใบหน้าที่เจ็บปวด “ท่านรู้หรือไม่..ว่าข้าเป็นใคร..”


“ไม่เป็นไร..เจ้าคิดไม่ออกก็ไม่เป็นไร..” ชายชรากล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยน ก่อนจะมองไปที่บุตรชายของตนเอง บอกกล่าวต่อมัน “พาหนุ่มน้อยผู้นี้เจ้าไปข้างในก่อน , เดี๋ยวพ่อจะหาน้ำให้มันดื่มสักหน่อย”


ได้ยินดังนั้น ปีร์โลจึงวางสัมภาระของมันกองไว้ที่พื้นหน้าบ้าน ก่อนจะหยิบกระบี่ของชายหนุ่มออกจากมือมัน แล้วค่อย ๆ พยุงร่างกายที่อ่อนแอของชายหนุ่ม กลับเข้าไปภายในบ้าน ส่งมันลงบนเตียงอย่างแผ่วเบา


“เจ้าพักผ่อนก่อน..เพิ่งฟื้นขึ้นมา..ไม่ควรจะคิดอะไรมาก , ประเดี๋ยวข้าจะหาอะไรให้เจ้าทาน” มันกล่าวออกมาด้วยเสียงที่ทุ้มนุ่มลึก แฝงความเป็นห่วงเป็นใยต่อชายหนุ่มอย่างมาก


ผ่านไปไม่นาน มันก็นำอาหารมาวางไว้บนโต๊ะ ก่อนจะเรียกชายหนุ่มมาร่วมโต๊ะกับพวกมัน


อาหารบนโต๊ะนั้น มีแค่จานหลักหนึ่งอย่างกับซุปอย่างง่าย ๆ หนึ่งอย่าง ตรงกลางมีขนมปังเก่า ๆ แข็ง ๆ วางอยู่ อาหารทั้งหมดทำมาจากสัตว์ที่ชายฉกรรจ์ล่ามาเมื่อครู่นี้


“เป็นอย่างไร..เจ้าดีขึ้นแล้วหรือไม่ ?” ชายชราอันเดรอา กล่าวถามออกมาด้วยความเป็นห่วง




ซีว่างพยักหน้าเล็กน้อยตอบกลับไป พร้อมกับจ้องอาหารที่อยู่บนโต๊ะ ก่อนจะก้มหน้าของมันลงไปดมอาหารที่วางอยู่บนโต๊ะ พอมันได้กลิ่นหอมของซุป มันจึงรีบยกขึ้นมาดื่มในทันที


พอน้ำซุปเข้าไปในปาก เหมือนกับการเปิดสวิตช์กระเพาะของชายหนุ่ม มันรีบซดจนหมดถ้วย ก่อนจะหยิบอาหารจานหลักของมันขึ้นมากินอย่างตะกละตะกลาม


กริยาของชายหนุ่ม ทำให้ชายชราและบุตรชายของมัน ขำออกมาเล็กน้อย มิได้รังเกียจต่อชายหนุ่มเลย ก่อนจะเอ่ยวาจาออกมาด้วยท่าทางขบขัน


“เจ้าสลบไปนาน..ไม่ได้กินอาหารมาหลายวัน , เจ้าคงจะหิวมาก..ไม่ต้องรีบทาน..ข้ามีอีกมากมาย” ก่อนที่ชายชราจะลุกขึ้นจากโต๊ะอาหาร หยิบถ้วยซุปที่ว่างเปล่าของซีว่างขึ้นไป ก่อนจะเดินไปข้างนอกบ้าน และกลับมาพร้อมกับซุปและอาหารจานหลักอีกหนึ่งที่


ก่อนจะวางไว้บนโต๊ะตรงหน้าของชายหนุ่ม กล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงที่ใจดีอ่อนโยน “เจ้าทานเลย..ไม่ต้องเกรงใจ , วันนี้ปีร์โลมันโชคดีนัก..ได้สัตว์อสูรตนใหญ่กลับมา”


ชายหนุ่มไม่ได้สนใจต่อถ้อยคำที่ชายชรากล่าวออกมา ก่อนมันจะรีบจ้วงอาหารในจานอย่างว่องไว ดั่งกับกลัวใครจะมาแย่งของมันไป


เมื่อทานอาหารจนอิ่มแปล้ ซีว่างก็นั่งพุงกางไม่สามารถลุกจากเก้าอี้ได้ ได้แต่นั่งพร้อมกับมองไปที่ชายชรา ส่งสายตาขอความช่วยเหลือไป ตอนนี้ท้องของมันนั้น แทบจะระเบิดอยู่แล้ว


ชายชรายิ้มด้วยความเอ็นดูก่อน จะเก็บจานที่วางอยู่บนโต๊ะไปล้างทำความสะอาด ส่วนปีร์โลนั้น ก็นั่งอยู่บนโต๊ะมิได้ไปไหน ก่อนจะมองมาที่ซีว่างกล่าววาจาออกมาด้วยความเป็นห่วง “เจ้าสามารถอยู่ที่นี่ได้ตามที่เจ้าต้องการ , ข้าและบิดาไม่ว่าเจ้าหรอก , ข้าเองก็เคยเป็นเช่นเจ้า..”


“เช่นข้า ?” ซีว่างจ้องหน้าปีร์โล แสดงสีหน้าในเชิงถามออกไป


“หลายสิบปีก่อน..ท่านพ่อของข้า..ก็ไปพบข้าที่ปลายน้ำเช่นเดียวกับเจ้า , ตอนนั้นข้าอายุเพียง 10 ปีเท่านั้น , พอข้าฟื้นขึ้นมา..ข้าก็จำอะไรไม่ได้เช่นเจ้า..” ชายฉกรรจ์กล่าวออกมา โดยที่สีหน้ามิได้มีความเศร้าโศกเสียใจเลยแม้แต่น้อย อาการของมันดั่งกับเกาไปที่แผลเป็นที่เกิดมานานหลายปีโดยมิได้รู้สึกรู้สาอะไร


“เพราะฉะนั้น..เจ้าสามารถอยู่ที่นี่ได้ตามใจของเจ้า , หรือถ้าเจ้าอยากจะออกเดินทาง..ก็สุดแล้วแต่เจ้าจะตัดสินใจ” ก่อนที่มันจะเอามือแตะหลังชายหนุ่มเบา ๆ ก่อนจะลุกออกจากโต๊ะไป ก่อนที่มันจะหันมาจ้องชายหนุ่ม “เจ้าอยากไปออกกำลังกาย..สักหน่อยไหม ?”


ซีว่างคิดสักครู่หนึ่งก่อนจะพยักหน้า แล้วลุกตามมันไปในทันที


ปีร์โลเดินนำซีว่างออกมาภายนอกบ้าน เดินอ้อมไปที่ด้านหลังของตัวบ้าน ก่อนจะส่งขวานที่ปลายบิ่นหมดแล้วให้กับชายหนุ่ม “ออกแรงแขนหน่อยท่าจะดี , คืนนี้น่าจะหนาว..เราจะได้มีฟืนไว้จุดไฟ” ก่อนจะชี้นิ้วไปตรงที่มีเศษไม้ท่อนหนา ๆ อยู่เต็มไปหมด


ก่อนที่มันสาธิตวิธีการให้ซีว่างดู โดยการหยิบท่อนไม้ขึ้นมา ก่อนจะเหวี่ยงขวานลงไปตรงกลาง จนไม้แยกออกเป็นสองท่อน “ทำแบบนี้ , เจ้าทำไปก่อน..ประเดี๋ยวข้าจะกลับมาดู” ก่อนที่มันจะเดินจากไป


ผ่านไปไม่ถึง 5 นาที ปีร์โลก็เดินกลับมาดูชายหนุ่ม ว่างานที่สั่งเป็นเช่นไร ก่อนที่มันจะตกใจกับสิ่งที่มันเห็น


ท่อนฟืนเกลื่อนกลาดเต็มไปทั่วพื้น พร้อมกับเห็นชายหนุ่มใช้เพียงมือเปล่าฉีกไม้ออก มิได้ใช้ขวานเลยแม้แต่น้อย ก่อนจะกล่าวถามออกไป “จะ จะ เจ้าทำได้อย่างไร ?”


ซีว่างมองตอบไปด้วยสายตาที่งุนงงสงสัย ก่อนจะตอบกลับไปว่า “ใช่สิ่งนั้นในการสับไม้ข้าไม่ถนัด..ข้าจึงใช้มือฉีกมันไวกว่าหลายเท่านัก” ซีว่างตอบกลับไปด้วยตาที่กลมใส ทำให้ปีร์โลถึงกับพูดไม่ออก กับการกระทำ และสิ่งที่ชายหนุ่มกำลังทำอยู่


“ ข้าไม่เคยเห็นคนที่แข็งแรงเช่นนี้มาก่อนเลยในชีวิต” ก่อนที่มันจะเดินเข้าไปหาชายหนุ่ม พร้อมกับเอามือจับไปที่แขนทั้งสองข้างด้วยความสนใจ “แขนเจ้าเล็กกว่าข้าเสียอีก , แล้วเหตุใดเจ้าถึงแข็งแรงปรานนี้ !!”


ซีว่างได้แต่มองกลับไปด้วยใบหน้าที่สงสัยในสิ่งที่บุรุษตรงหน้ากล่าวถามมัน มันไม่อาจตอบได้เพราะตอนนี้ความจำของมันมีเพียงตอนหลังจากที่มันฟื้นขึ้นมา


ก่อนที่ปีร์โลจะกล่าวออกไป พร้อมกับดึงมือของตนเองกลับมา “ช่างเถิด..ถามไปเจ้าก็คงตอบข้าไม่ได้ , แต่ฟืนไม้เท่านี้ก็พอแล้ว” ก่อนจะเดินออกไปเล็กน้อยแล้วหันกลับมาหาชายหนุ่ม “ตามข้ามา..”


ก่อนที่มันจะพาชายหนุ่มเดินตระเวนรอบบ้านของมัน ให้ชายหนุ่มทำงานใช้แรงหนัก ๆ ทั้งหมด ผลกลับกลายเป็นว่า งานพวกนั้นเสร็จด้วยระยะเวลาอันสั้น จนงานของวันนี้นั้นไม่เหลือให้ชายหนุ่มทำแล้ว


“โชคดียิ่งนักที่ได้เจ้ามาช่วยข้า..ยังไม่เที่ยงงานทั้งหมดก็เสร็จเรียบร้อย , หากเป็นข้า..ข้าคงใช้เวลาทั้งวันกว่าจะทำเสร็จ” ปีร์โลยิ้มออกมาอย่างมีความสุข พร้อมกับตบหลังของชายหนุ่ม ออกแรงเล็กน้อยสองที


“ด้ายเวลา..เค็บค้าคุ้มครองแล้น” เสียงดังมาจากทางหน้าบ้าน พร้อมกับปรากฏคนสองสามคนขึ้นมา พวกมันแต่งตัวซอมซ่อไม่ต่างกับคนของบ้านหลังนี้ แถมด้วยกลิ่นสุราที่เหม็นคลุ้งไปทั่ว

{ ได้เวลาเก็บค่าคุ้มครองแล้ว (มันเมา..เสียงมันเลยจะยานหน่อย ๆ ) }


ก่อนที่ชายชราจะเดินออกมาพร้อมกับแสดงสีหน้าหดหู่เล็กน้อย “เมื่อสองวันก่อนท่านพึ่งเก็บกับข้าไป..วันนี้ท่านมาเก็บอีกแล้ว , ข้ายังหาไม่ได้เลยท่าน..”


เสียงที่บอกกล่าวออกมานั้นแสดงถึงความอึดอัด พร้อมมือไม้ที่กุมไว้ในเชิงขอร้อง


“หาม้ายด้าย..มันก็เป็นเรื่องของเจ่า , ข้าม่ายสน..เพียงแตเอาเงินมาห้ายข้า” มันกล่าวพร้อมกับแบมือยื่นออกไปหาชายแก่ (หาไม่ได้..มันก็เรื่องของเจ้า , ข้าไม่สน..เพียงแต่เอาเงินมาให้ข้า)


“แต่ท่าน..” ชายแก่ยังไม่ทันพูดจบ หนึ่งในกลุ่มของพวกมันก็เดินเข้ามาผลักชายชราล้มไป “ค้าบอกห้ายเจา..เอาเงินมางาย , ฟังม่ายรู้เรื่องหรอไงวะ” (ข้าบอกให้เจ้า..เอางานมาไง , ฟังไม่รู้เรื่องหรือไงวะ)


เมื่อชายชราโดนผลักล้มไป ปีร์รีบวิ่งเข้าไปหาในทันที ก่อนจะพยุงร่างของบิดาของมันขึ้นมา “พ่อข้าบอกว่าไงว่าไม่มี!! , แบมือเป็นขอทานอยู่ได้ !!” มันกล่าวออกไปด้วยโทสะที่คุกรุ่น


ชายชราพยายามยกมือออกมาห้ามบุตรชายของมัน แต่ก็ไม่ทันเสียแล้ว


เจ้าพวกขี้เมาชักดาบออกมา ก่อนจะชี้ไปที่หน้าของปีร์โล “วาจ๋าสามฮาวนั่ก , ต้องล่งไม้ล่งมือการหน่อยแล้น” (วาจาสามหาวนัก , ต้องลงไม้ลงมือกันหน่อยแล้ว)


ก่อนที่มันจะยกดาบขึ้นมาด้วยมือที่โอนเอียงไปมา


ชายชราเห็นดังนั้นจึงก้มลงไปคุกเข่ากำมือขึ้นมาขอร้อง “ได้โปรดเถิดท่าน..ลูกชายข้าเพียงแต่เป็นห่วงข้าเท่านั้น , มันไม่ได้มีเจตนาจะลบหลู่ท่านเลย..ได้โปรดละเว้นมันสักครั้งเถิด ” น้ำเสียงกล่าวออกมาอย่างร้อนรนและสั่นเครือ


แต่เจ้าพวกขี้เมาทั้งสาม มิฟังในคำขอร้องของชายชรา มันเพียงแต่ฟันดาบลงมา แต่ด้วยความมึนเมาวิถีของดาบเลยเบี่ยงไปตรงที่ชายชราคุกเข่าอยู่

ความคิดเห็น

COMMENT

แนะนำหนังสือโดย KAWEBOOK