เงาเทพผ่าจันทรา ( Martial MoonKnight )
ตอนที่ 52 เด็กสาวผู้หมองหม่น
  •   ปรับสีและขนาดตัวอักษร  
  •    
  •    
  •    
  •  

        ท่ามกลางความมืดของห่วงรัตติกาล ตรงชายป่าแห่งหนึ่ง มีสาวน้อยรูปร่างดีหน้าตางดงาม..จะเรียกว่างดงามก็มิถูก เรียกว่าหน้าน่ารักน่าเอ็นดูอยู่นางหนึ่ง และบุรุษหนุ่มหน้าตาดีคิ้วหนาหน้าคม แต่นิสัยกะล่อน กำลังนั่งผิงไฟอยู่ ถัดไปไม่ไกลมีหงส์ตัวสีดำกำลังหลับใหลโดยเอาปีกทั้งสองข้างของมันห่อหัวที่ซุกอยู่ตรงอกของมัน

 

เจ้าจะบอกข้าว่า , เจ้าเป็นองค์หญิงของอาณาจักรบริวาร..ของอาณาจักรแห่งนี้?” ชายหนุ่มขมวดคิ้วมือก่ายหน้าผากขณะกล่าวถามออกไป

 

หญิงสาวพยักหน้าเล็กน้อยเป็นการตอบรับคำพูดของชายหนุ่ม ด้วยสีหน้าที่เคร่งเครียดคิ้วขมวดชนกันเป็นปม ปากยกขึ้นเล็กน้อย

 

เด็กสาวนางนี้นั้นมีนามว่า เชียเล็ซ [1] นางเป็นองค์หญิงลำดับที่ 12 แห่งองค์ราชา ควอลี่ [2] แห่งอาณาจักรซเลฝ [3]

 

แล้วเจ้ายังบอกอีกว่า , เจ้าถูกบิดาของเจ้า..ส่งมาเป็นบรรณาการแด่องค์รัชทายาท ?” ชายหนุ่มถามพร้อมมองไปบนฟ้าจ้องไปที่ดวงดารา เหมือนกำลังใช้ความคิดอยู่

 

หญิงสาวแค่เพียงพยักหน้าเช่นเดิม ดวงตาจ้องเขม็งไปที่ชายหนุ่มด้วยสีหน้าไม่พอใจ

 

น่าเสียดายวัยสาวของเจ้านัก , น่าเห็นใจ..น่าเห็นใจ..” ชายหนุ่มหรุบตาลงพร้อมกับส่ายหน้า มันรู้สึกเห็นใจต่อเด็กสาวนางนี้ยิ่งนัก ทั้งที่วัยของนางควรที่จะได้วิ่งเล่นตามภาษาเด็กทั่วไป คิดแล้วน่าเห็นใจยิ่งนัก

ยังมิทันได้เติบใหญ่ให้ร่างกายและหน้าตาของตนเองขับความงามออกมาของเธอเองออกมาเท่าที่ควร กลับถูกบิดาบังเกิดเกล้าส่งมาเป็นเครื่องมือทางการเมืองของอาณาจักรของตน ยิ่งคิดก็ทำให้ชายหนุ่มรู้สึกหดหู่ยิ่งนัก

หญิงสาวยังคงจ้องไปที่ชายหนุ่มด้วยสีหน้าเช่นเดิม ก่อนที่นางจะทนมิไหว เอ่ยบางสิ่งถามต่อมัน

 

เอ่อ..ท่านผู้มีพระคุณ..”

หืม..ว่าอย่างไรรึ ?” ชายหนุ่มลืมตาขึ้นก่อนจะจ้องมองไปที่หญิงสาว

 

ท่านจะนอนบนตักของข้าไปจนถึงเมื่อไหร่...” นางจ้องไปที่ชายหนุ่ม กำมือเล็กน้อยอยากที่จะทุบเอาใส่ผู้ที่บังอาจถือวิสาสะล่วงเกินนางยิ่งนัก



อ่าว!! ข้าขออภัย , พอดีขึ้นคิดอะไรเพลิน ๆ จนไม่ทันได้ดู , นี่ข้ามานอนหนุนตักเจ้าตั้งแต่มีใดนี่.. , แล้วเจ้าใยไม่บอกข้าให้ไวกว่านี้..” ก่อนที่มันจะรีบลุกยันตัวเองขึ้นมานั่งขัดตะหมาด พร้อมปั้นสีหน้ามึนงงออกมา

 

เด็กสาวถึงกับพูดไม่ออกกับกริยาปลิ้นปล้อนหน้าไม่อายของชายหนุ่ม หากรู้แบบนี้ตัวนางเองน่าจะทุบใส่หน้ามันไปให้รู้แล้วรู้รอดกันไป

แล้วเจ้าจะทำเช่นใดต่อไป ?” ซีว่างมองหน้าหญิงสาวพร้อมกับทำหน้าตาจริงจัง

 

สาวน้อยได้แต่ส่ายหน้าของนาง พร้อมกับหน้าตาที่หมองหม่น นางเป็นเพียงเด็กหญิงอายุ 14 ย่าง 15 ได้แต่คิดว่าต้องหนีออกมา มิได้คิดให้รอบคอบว่าจะทำเช่นไรต่อไป หากหนีออกมาได้

 

ข้ามิทราบ..บ้านก็กลับไม่ได้ , หากหนีก็ต้องหนีไปตลอดชีวิต , ข้าอับจนหนทางยิ่งนัก.. , หากตายไปน่าจะทำให้ข้าเป็นอิสระอย่างแท้จริง”

 

ซีว่างจ้องนางด้วยสายตาที่เห็นใจ ยื่นมือออกไปลูบศีรษะนางอย่างแผ่วเบา “นี่ล่ะน้าเด็ก , คิดว่าตายไปจะเป็นอิสระได้ , ชีวิตคนเรามันไม่มีอิสระอย่างแท้จริงหรอก... , ขนาดตายไปแล้วยังต้อง...” พอพูดถึงตรงนี้ ทำให้ซีว่างนึกถึงภาพอดีตคืนที่เลวร้ายที่สุดในชีวิตของมัน คืนที่อาจารย์ของมันตาย..

 

สาวน้อยจ้องไปที่ใบหน้าของชายหนุ่ม สังเกตความผิดปกติของมัน หน้าตาของชายหนุ่มตอนนี้แสดงออกมาอย่างเด่นชัด ว่ามันกำลังรู้สึกขมขื่นและเหม่อลอย มือที่ลูบหัวนางอยู่พลันหยุดค้างวันที่ศีรษะของนาง

 

พอเห็นอย่างนั้นสาวน้อยจึงยื่นมือของนาง ลูบหลังชายหนุ่มน้อย ๆ “คงจะจริงของท่าน , ชีวิตเรามันไม่มีอิจสระที่จริงแท้”

 

ชายหนุ่มพลันหันหน้ามองสาวน้อยเล็กน้อย ก่อนที่นางจะมองตอบมันสื่อความหมายว่านางเข้าใจความรู้สึกของมัน

เจ้าช่างเป็นสตรีที่ฉลาดนัก..” ชายหนุ่มยิ้มมองนางพร้อมกับลูบหัวนางต่อไป

 

เอ่อ..ผู้มีพระคุณ..” หญิงสาวกล่าวออกมาอย่างตกใจ

 

หืม..มีอะไรรึ ?” ชายหนุ่มตอบกลับไปพร้อมแสดงสีหน้าสงสัย

 

มะ มือท่าน.. มันลูบต่ำไปแล้ว!!!” ก่อนที่สาวน้อยจะผลักตัวออกให้ห่างจากชายหนุ่ม

 

อุ่ย!! ขอโทษเจ้าด้วย..พอดีข้าคิดอะไรเพลินไปหน่อย ห้า..ห่า..หา” ซีว่างหัวเราะแห้ง ๆ ออกมา เพราะตอนนี้สาวน้อยได้แต่มองตาขวางมาที่มัน ชัดเจนว่านางมิเชื่อในสิ่งที่มันกล่าวสักนิด

 

นางลุกขึ้นเดินเสียงดังไปทางที่เจ้าหงส์น้อยนอนหลับอยู่นั่งลงอิงแอบข้างมัน นางหันมองค้อนมาที่ตัวชายหนุ่ม ก่อนจะเมินหน้าหนีแล้วซุกลงข้างกายเจ้าหงส์น้อยทิ้งตัวแล้วหลับลงไป

เจ้าหงส์น้อยขยับปีกของมันเอง ลงมาโอบบนตัวนางเพื่อกันลมหนาว ส่งเสียงร้องออกมาเล็กน้อย ทั้งนายทั้งสัตว์อสูรต่างหลับใหลไปพร้อมกัน

ซีว่างเห็นเช่นนั้น มันก็รับรู้ได้ถึงความผูกพันระหว่างเจ้านายกับสัตว์อสูร หากเป็นเจ้าเสี่ยวฮุ๋ย..มันคงจะหัวเราะเยาะซ้ำเติมข้าเป็นแน่ , นิสัยชอบกวนอารมณ์ผู้อื่น..มันเอามาจากผู้ใดกันข้าอยากรู้นัก’

 

คิดได้เช่นนั้น ซีว่างจึงรู้สึกอิจฉาแม่หนูน้อยขึ้นมาเล็กน้อย ก่อนที่มันจะทิ้งตัวลงนอนและหลับฝัน

.

.

.

ซีว่าง..’

เจ้าอยู่ที่ใดกัน..’

ตอนนี้พวกข้ากำลังเดือดร้อน..’

เร่งกลับมาเถิด..’

กลับมา..’

 

หยางน่า..หย่าง...น่า....!!ซีว่างผวาตื่นขึ้นมาพร้อมเหงื่อที่ออกตามเนื้อตามตัวมองซ้ายขวา เหมือนกำลังมองหาผู้ใดสักคน

 

ท่านฝันร้ายรึ ?” แม่หนูน้อยกล่าวถาม นางส่งสายตาอยากรู้อยากเห็นมองมาที่ซีว่าง

 

ก่อนที่ซีว่างจะถอนหายใจออกมา ก่อนเอ่ยปากต่อนาง “แค่ฝัน..เจ้าอย่าได้ใส่ใจ” ก่อนที่มันจะมองไปที่เชียเล็ซที่ในมือกำแปลงอันใหญ่สางขนให้เจ้าแบล็คกี้อยู่ เอ่ยปากถามต่อนาง “เจ้ารู้จักทางไปเมืองแกรี่หรือไม่ ?”

 

นางแค่เพียงส่ายหน้า มิได้กล่าวอะไรออกมาตั้งหน้าตั้งตาทำงานของตนเองต่อไป สีหน้าของนางแสดงออกถึงความหมองหม่นอย่างชัดเจน



ตั้งแต่พบกับนางมา ซีว่างยังไม่เคยเห็นนางยิ้มสักครั้งหนึ่ง น่าจะเป็นเพราะชะตาชีวิตของนางเอง ที่เล่นตลกกับตัวนาง

 

ชาวบ้านทั่วไปต่างพรรณนาว่าตนอยากเกิดมาบนกองเงินกองทองเช่นนาง แต่นางผู้นี่มิใช่ ต่อให้เกิดมาในตระกูลราชวงศ์ที่ร่ำรวย กลับต้องโดยบิดาของตนเอง ส่งนางมาเป็นของกำนัลแก่พวกเลวทราม ช่างน่าเห็นใจยิ่งนัก

แล้วเจ้าตัดสินใจได้แล้วหรือยัง..ว่าจะทำอย่างไรต่อไป” ซีว่างกล่าวถามออกไปด้วยความเป็นห่วง

นางส่ายอีกเช่นเดิมก่อนจะปรากฏคิ้วที่ขมวดเป็นปมบนใบหน้าที่เศร้าหมอง

เช่นนั้นเจ้าร่วมเดินทางไปกับข้าดีหรือไม่ ?”

 

ไม่!!” นางพูดเสียงดังในทันทีที่ซีว่างยื่นข้อเสนอ พร้อมกับมองมาที่ชายหนุ่มดั่งกับเชื้อโรคที่ไม่ควรเข้าใกล้

 

เฮ้!! ..แม่หนูน้อย , ถึงข้าจะมิใช่คนดีสักเท่าไร.. ถ้าข้าคิดจะข่มเหงเจ้า..เจ้าคงไม่ได้มายืนจ้องหน้าข้าเช่นนี้หรอก..” ซีว่างกล่าวออกมาในทันทีพร้อมกับลุกขึ้นยืนมือเท้าเอว ก่อนจะจ้องด้วยสีหน้าเคือง ๆ ไปที่เชียเล็ซ

นางรีบหลบสายตาของชายหนุ่มในทันที ก่อนจะกล่าวขอโทษออกมา “ข้าขอโทษ... , เพียงแต่ข้าหงุดหงิดว่าจะทำเช่นไรต่อไปดี..ก็เท่านั้น , ข้าคิดเพียงแต่หนีออกมา..แต่มิได้คิดอะไรไปไกลกว่านั้น”

เช่นนั้นเจ้ายิ่งต้องไปกับข้า” ซีว่างกล่าวด้วยท่าทีหนักแน่น ก่อนจะเดินเข้าไปหาสาวน้อย “ข้าก็ไม่ทราบเช่นกัน..ว่าชีวิตที่ผ่านมาของเจ้าเป็นเช่นไร , แต่เจ้าสามารถเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่เมืองแกรี่ได้ , อีกอย่าง..เจ้าถูกตามตามตัวโดยตรงจากราชวัง..ใครจะยอมช่วยเจ้านอกจากข้า?”

 

เชียเล็ซเงยหน้ามองไปที่ซีว่าง นางพยายามจับสังเกตมันว่ามีท่าทีไม่ไว้ใจหรือไม่ ก่อนจะขบฟันเล็กน้อย กล่าวตอบ “ก็ได้..ข้าจะไปกับท่าน , แต่ท่านต้องอยู่ห่างจากข้า 10 เมตร!!” นางก็กล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่นเช่นกัน

 

เฮ้!! สาวน้อย , ถึงเจ้าจะหน้าตาดี..แต่เจ้า..” ก่อนที่ซีว่างจะก้มต่ำลงมาที่หน้าอกของนาง มันทำเสียง “หึ” เอาเบา ๆ พร้อมส่ายหัวด้วยหน้าตาที่ผิดหวัง ก่อนจะหันหลังแล้วกล่าวต่อนาง “เห้อ..น่าเสียดายจริง ๆ , สวรรค์ช่างกลั่นแกล้งเจ้ายิ่งนัก..เห้อ”

 

จากใบหน้าปกติของนางที่ชอบแสดงความหมองหม่นออกมา ตอนนี่กลับแดดขึ้นเรื่อย ๆ ดวงตาเบิกโพลงจมูกบานออก กล่าวสั่งต่อหงส์น้อยด้วยเสียงที่ดังฟังชัด “แบล็คกี้..ไล่จิกหนอนน้อยของมัน!!นางสั่งพร้อมกับชี้นิ้วไปที่ตัวชายหนุ่ม

 

แว็คคคคคตคค” หงส์ดำขานรับต่อนายของมัน ก่อนจะเร่งกระพือปีกของตน เหินร่างของตัวมันเองโฉบเข้าหาซีว่างอย่างว่องไว

 

เฮ!! จำผู้มีพระคุณไม่ได้แล้วหรือ!! , แล้วของข้าก็ไม่น้อยด้วย!! , ว่าง ๆ ข้าจะเปิดให้เจ้าได้ชม!!” ซีว่างกล่าวพร้อมออกตัววิ่งอย่างว่องไว

.

.

.

ข้าชักสับสน..ว่าข้าคิดถูกไหมที่เลือกที่ตามท่านมา” เสียงของหนุ่มน้อยรูปงามเอ่ยปากแล้วมองไปที่ซีว่าง

 

ข้าเองก็หนักใจเหมือนกัน , แต่หากจะกลับไปยังเมืองแกรี่..เราต้องซื้อแผนที่หรือถามทางคนภายในเมืองนี้” ซีว่างตอบกลับขณะมองไปยังเมืองข้างหน้า

 

เมืองที่อยู่ข้างหน้านั้นเป็นเมืองที่ใหญ่กว่าเมืองแกรี่อย่างมาก แค่ประตูเมืองก็มองออกแล้วว่าเมืองนี้มั่งคั่งเท่าใด มันทั้งใหญ่และดูแข็งแรง ข้างล่างขุดบ่อน้ำล้อมรอบเมืองของมัน ข้างบนเขียน Capital of Enzell [4]

 

เจ้าพยายามอย่าทำตัวให้หน้าสงสัยหรือมีพิรุธเป็นพอ , ตอนนี้เจ้าชื่อปีเตอร์ไม่ได้เชื่อเชียเล็ซ..จำไว้” ซีว่างหันไปมองเด็กหนุ่มที่อยู่ข้าง ๆ มัน เด็กหนุ่มพยักหน้าแบบกล้า ๆ กลัว ๆ ออกมา

 

ตอนนี้เชียเล็ซสวมหน้ากากแปลงโฉมของซีว่างอยู่ เนื่องจากตอนนี้นางถูกตามล่าเป็นนักโทษจากราชวังโดยตรง ทำให้ค่าหัวของนาง ( จับเป็นเท่านั้น ) สูงอย่างมาก เพื่อเป็นการป้องกัน ซีว่างจึงทำเช่นนี้

 

ซีว่างและเชียเล็ซเดินมุ่งหน้าเข้าประตูเมืองในทันที ข้างหน้าทางเข้ามีทหารยามอยู่สองนาย คอยตรวจผู้ที่จะเข้าไปภายในเมือง



ซีว่างเดินเข้ามาถึง ทหารยามก็สั่งให้มันหยุด พร้อมกลับเดินเข้าไปหามันในทันที

เจ้าน่ะ..” มันเดินอาด ๆ เข้ามาอย่างต่อเนื่อง เชียเล็ซเดินเข้าไปหลบข้างหลังของชายหนุ่มในทันที “เจ้าไม่ใช่คนของอาณาจักรนี้แน่ ๆ ดูจากหน้าตาสีผมสีตาแล้ว”

ก่อนที่มันจะแบมือออกไปแล้วกระซิบเข้าไปที่ข้างหูของซีว่าง “อยากเข้าไปง่าย ๆ จ่ายมา”

อาณาจักรนี้ป่วยแล้วจริง ๆ , หากมีศัตรูเดินทางมา..พวกเจ้าคงปล่อยให้มันเข้าไปได้ง่าย ๆ มันคิดในใจก่อนจะล้วงมือเข้าไปในถุงมิติหยิบเหรียญทองออกมาสองเหรียญ ยื่นให้ทหารยามพร้อมกับปั้นหน้ายิ้มแป้น “สำหรับพี่ชายผู้ใจดี”

 

ทหารยามรวบเหรียญในมือมาทั้งหมด ก่อนจะทำท่าทางส่งสัญญาณไปให้สหายของมัน ให้หลีกทางให้พวกซีว่าง

 

ซีว่างยิ้มเล็กน้อยก่อนจะเดินจูงเชียเล็ซที่ตัวสั่นเทาเดินเข้าไป ทหารยามมองท่าทางของพวกมันก็รู้สึกสงสัยเล็กน้อย แต่ในเมื่อมันให้เหรียญทองแก่มันแล้ว มันจึงปล่อยผ่านไปอย่างง่ายดาย

ภายในเมืองนี้นั้น อิฐที่ปูพื้นทุกก้อนเรียงรายกันอย่างประณีต ขนาดของมันเท่ากันทุกก้อนแถมยังขัดเงาอีก ตึกภายในเมืองมีขนาดหลากหลาย แต่ให้ความรู้สึกหรูหราอย่างบอกไม่ถูก พ่อค้าแม่ขายของแต่ละร้าน ต่างแต่งตัวดูดีมีราคา พอซีว่างนึกย้อนกลับไปที่เมืองสมอลแลนด์แล้ว มันช่างแตกต่างกันยิ่งนัก

 

หากมองตรงข้างกำแพงเมือง มันจะมีรูปเหมือนของเชียเล็ซแปะตามทางไปเรื่อย ๆ ค่าหัวของนาง ( จับเป็นเท่านั้น ) อยู่ที่ 5 อัญมณีสุวรรณ ( ศิลาธาตุทอง ) ถือว่าเยอะมากสำหรับหญิงตัวน้อยผู้นี้

ซีว่างก้มลงไปข้างหูก่อนจะกระซิบถามต่อเด็กสาว “เจ้ารู้จักถนนหนทางภายในเมืองนี้หรือไม่..” เด็กหญิงเพียงส่ายหัวตอบมาเท่านั้น

 

ซีว่างรู้เช่นนั้นจึงมองไปที่ร้านค้าภายในเมือง ก่อนจะถอนใจออกมาเล็กน้อย “ทรัพย์สินเงินทองอาจไม่ใช่ทุกอย่าง..แต่มันทำได้เกือบทุกอย่างจริง ๆ ..โดยเฉพาะเมืองแบบนี้” ซีว่างเดินตรงเข้าไปถามพวกพ่อค้าแม่ค้าเรื่องทางไปเมืองแกรี่ในทันที

 

ได้ความประมานว่า มันต้องเดินไปทางทิศเหนือราว 10 วันจะพบกับภูเขาลูกหนึ่ง พอเดินไปถึงตีนเขาจะมีทางแยกให้เดินทางไปทางขวาตรงไปทางนั้น 5 วันก็จะถึงเมืองแกรี่

ซีว่างได้ความดังนั้นจึงโยนเหรียญให้ผู้ที่บอกแก่มันไป 1 เหรียญก่อนจะเดินกลับออกมา

 

ซีว่างและเชียเล็ซจึงจะรีบเดินไปที่ทางประตูทิศเหนือของเมืองแห่งนี้ เพื่อจะได้ไปตามทางที่ถูกต้อง เชียเล็ซหยิบนกหวีดเล็ก ๆ ขึ้นมา นางหายใจลึกๆ แล้วเป่าออกไปสุดแรง แต่เสียงกลับไม่ดังออกมาให้ใครได้ยิน ซีว่างมองดูด้วยความสงสัย

แม่หนูน้อยมองเห็นสายตานั้นของชายหนุ่ม นางจึงบอกต่อมันเล็กน้อย “นี่เข้าเรียกว่า ‘ภาษาวิหค’ เมื่อเป่าออกไป ไม่ว่าท่านหรือผู้ใดก็ไม่มีทางได้ยินหรอก มีแต่เหล่าวิหคเท่านั้นที่สามารถได้ยินได้”



ซีว่างพยักหน้าเล็กน้อย ก่อนที่จะเดินนำหน้าไปตามทางที่ตกลงไว้กับสาวน้อย แต่พอเดินไปได้สักระยะ มันก็รู้สึกผิดสังเกต เด็กสาวไม่ได้เดินตามมันมา

 

คิดได้เช่นนั้นมันจึงเหลียวหลังไปดู สาวน้อยตอนนี้มีอาการผิดปกติอย่างมาก ดวงตาของนางเบิกโพลง แข้งขาที่สั่นเทา ย่างก้าวออกมาไม่ได้

 

ซีว่างรีบพุ่งถลาเข้าไปหาเด็กสาวในทันที “เกิดอะไรขึ้น..”

 

เด็กหญิงได้แต่ยกมือที่สั่นไปสั่นมาไปข้างหน้าพร้อมกับกล่าวออกมาอย่างตะกุกตะกัก “ทะทะ เทออน [5] องค์รัชทายาทเทออน คะคะ คนที่พ่อข้าส่งข้ามาหามัน”

 

ซีว่างหันมองไปตามมือที่นางชี้ กวาดตาดูครั้งหนึ่ง ก็พบกลุ่มของทหารราว 20 30 คน มีระดับพลังที่ เหยียบนภาขั้นที่ 1 ทั้งหมด ผู้ที่อยู่ตรงกลางเป็นชายหนุ่มรูปงามแต่ใบหน้าหยิงผยองอายุราว ๆ 30-35 ปี หน้าตาคล้าย ๆ เคทิฟ แต่หน้าตาดูมีความสุขุมกว่ามาก ระดับพลังมันเพียง ผสาญโลกาขั้นที่ 9 เท่านั้น

 

ข้าไม่แปลกใจเลย..ว่าเหตุใดราชาของอาณาจักรนี้ , ถึงได้เอ็นดูคนกิลด์วิญญาณนัก , เพราะเจ้านี้มันขยะดี ๆ นี่เอง ” ซีว่างกล่าวพร้อมกับแสยะยิ้มออกมา ก่อนที่มันจะหันหน้ากลับมาหาเด็กหญิง เอ่ยปากถามต่อนาง “ไอ้กระจอกนี้หรือ..ที่มันกักขังเจ้าเอาไว้..รอให้เจ้าเติบใหญ่เพื่อจะข่มเหงเจ้า ?” เชียเล็ซพยักหน้าเล็กน้อย

 

งั้นเจ้าคอยชม..” ซีว่างยิ้มออกมาอย่างชั่วร้ายพร้อมกับพุ่งกายออกไป

 

----------------

[1] เชียเล็ซ หรือ Cheerless แปลว่า ไม่ร่าเริง , เศร้าใจ , ไม่เบิกบาน

[2] ควอลี่ หรือ Cowardly แปลว่า ขี้ขลาด , ใจเสาะ (ความจริงออกเสียงว่า เคา-เอิล-ลิ แต่เพื่อความสะดวกและการอ่านที่ลื่นไหล จึงใช้ว่าควอลี่)

[3] สเลฝ หรือ Slave แปลว่า ทาส , ขี้ข้า

[4] Capital of Enzell อ่านว่า แคป-ปิ-ตอล-ออฟ-เอ็น-เซลล์ ไม่มีความหมายความหมาย

[5] เทออน หรือ Teon แปลว่า ชั่วร้าย (Cr.คุณ เสวียน ลวี่ จากเด็กดี)

[แถม] ซีว่าง หรือ 希望 หรือ Xī-wàng แปลว่า ความหวัง (ความจริงออกเสียงว่า ซี-ฮว่าง แต่เพื่อความสะดวกและการอ่านที่ลื่นไหลเลยใช้ ซีว่างแทนครับ )

ความคิดเห็น

COMMENT

แนะนำหนังสือโดย KAWEBOOK