เงาเทพผ่าจันทรา ( Martial MoonKnight )
ตอนที่ 53 กำราบองค์รัชทายาท
  •   ปรับสีและขนาดตัวอักษร  
  •    
  •    
  •    
  •  

ซีว่างแผ่พลังของตนเองไปทั่วบริเวณ ทำให้มันทราบว่านอกจะทหารที่คอยอารักขาอยู่เบื้องหน้า ตามตึกต่าง ๆ มียอดยุทธ์คอยเฝ้าติดตามโดยไม่เผยตัวเช่นกัน พวกมันมีระดับคละเคล้ากันไป แต่ระดับพลังสูงสุดคือเหยียบนภาขั้นที่ 3 ไม่กี่คน ซีว่างเค้นเสียงออกมาเล็กน้อยในเชิงดูถูก ก่อนจะวาดกระบี่ในมือ “แรมที่ 2 จันทร์เสี้ยวผ่าดารา!!”

 

พลังที่พุ่งออกไปเป็นผลมาจากกระบี่ตัดดารา มิได้ใช้ปฐมศาสตรา เนื่องจากปฐมศาสตราเป็นอาวุธชั้นฟ้าธาตุวิญญาณ ทำให้พลังของมันมีมหาศาล แต่มันก็ควบคุมได้ยากเช่นกัน

คลื่นพลังพุ่งไปขวางหน้าของขบวนเสด็จขององค์รัชทายาทเทออนไว้ ทิ้งล่องลอยเป็นหลุมลึกทอดยาว

 

ชายหนุ่มมิได้หวังสั่งหายผู้ใดทั้งสิ้น เพราะเหล่าทหารมิได้เกี่ยวข้องอันใด เพียงแต่ทำตามคำสั่งที่มันได้รับมาก็เท่านั้น

 

ตั้งขบวนอารักขาองค์รัชทายาท!!” หลังจากสิ้นเสียงของคนที่สั่งการ เหล่าทหารกล้าต่างเข้าไปล้อมรอบตัวรัชทายาทในทันที “ผู้ใดบังอาจ!!” คนที่กล่าวออกมาน่าจะเป็นผู้นำขบวน ที่แขนขวาของมันคาดปลอกแขนสีฟ้าตรงกลางเป็นรูปมงกุฎพร้อมกับมีดาบอยู่ข้างใต้

ซีว่างเหินร่างลงตรงข้างหน้าของพวกมัน จ้องมองไปที่เทออนด้วยสายตารังเกียจ “ข้าเอง..” มันยกกระบี่พาดบ่าของตนเอง ยืนทิ้งขามองไปด้วยสายตาเหยียด ๆ

 

ฆ่ามัน!!” “ฆ่า!!” หัวหน้าของมันเมื่อตรวจพลังของซีว่างแล้ว มันแค่เพียงผสานโลกาขึ้นที่ 3 จึงออกคำสั่งสังหารทันทีโดยมิได้ไต่ถามเหตุผลใด ๆ ทั้งสิ้น เหล่าทหารตอบรับในทันใดพร้อมเหินร่างเข้าหาซีว่างอย่างว่องไว

 

เหล่าทหารราว 20 คนต่างดาหน้าเข้าหาชายหนุ่มตามคำสั่ง สีหน้าของพวกมันนิ่งเฉยเป็นอย่างมากจากคำสั่งสังหาร ดั่งกับว่านี้เป็นงานปกติของมันที่ต้องสังหารเด็กอายุ 18 ผู้มีพลังเพียงผสานโลกา

 

ซีว่างอ้าปากหาวรอบหนึ่ง มองดูเหล่าทหารที่วิ่งเข้ามาอย่างมิได้ใส่ใจ ใช้มือขวาจับกระบี่มือซ้ายขึ้นมาแคะแกะเกลาตามใบหน้า ท่าทางของมันเฉยเมยถึงที่สุด

 

ดาบ,ทวน,กระบี่,หอก พุ่งเข้าหาทุกทิศทาง ซีว่างเพียงตวาดออกมาคำเดียว เหล่าทหารถึงกับลงไปกองกับพื้นในทันที “คุกเข่า!!” มันกล่าวออกมาพร้อมกับแผ่พลังปราณที่เข้มข้นออกมา ทำให้เล่าทหารที่วิ่งเข้ามา บ้างลมไปกองกับพื้น บ้างคุกเข่าลงไปจนหัวเข่าของพวกมันแทบจะแตกเป็นเสี่ยง ๆ ถึงจะมีบางคนพยายามจะฝืนทน แต่ระดับพลังที่แผ่นออกมามันต่างกันเกินไป ทำได้เพียงกัดฟันเพื่อไม่ร้องโอดครวญออกมาเท่านั้น

 

เมื่อเห็นลูกน้องของตนสิ้นท่าอย่างง่ายดาย โดยที่ฝ่ายตรงข้ามมิได้ขยับเลยแม้แต่น้อย แถมมันยังมีท่าทีเฉยเมยอย่างที่สุด นายกองก็ได้แต่สถบด่าอยู่ในใจพร้อมกับจ้องไปและสังเกตเด็กหนุ่มอย่างละเอียด ก่อนจะเอ่ยถามออกมา “เจ้ามาขวางขบวนเสด็จ..เจ้ามีจุดประสงค์อะไร ?”

 

เมื่อตนเองโดนถามซีว่างจึงเพิ่มแรงกดดันใส่ทหารทั้ง 20 นาย ในทันทีก่อนที่พวกมันจะร้องโอดครวญออกมา พร้อมกับหัวเข่าที่แตกละเอียด ไม่อาจกลับมายืนหยัดได้มั่นคงได้อย่างเร็ววัน ซีว่างสามารถมอบความเมตตาให้พวกมันได้เพียงเท่านี้ โดยไม่สังหารพวกมัน แต่ก็ทำให้พวกมันบาดเจ็บสถานหนัก ก่อนที่มันจะหันไปมองนายกองที่กล่าวออกมาพร้อมกับเอ่ยวาจาตอบกลับไป

โอ้ว..สนใจข้าแล้วรึ..” ก่อนที่ซีว่างจะเอานิ้วมือออกจากโพลงจมูกของตนเองพร้อมกับมีเม็ดขี้มูกก้นโตออกมาแล้วใช้นิ้วดีดออกไป ด้วยความแม่นยำของมันเม็ดขี้มูกแปะเข้ากลางหน้าผากของนายกองดั่งกับจับวาง “ข้าเพียงอยากจะเห็นใบหน้าขององค์รัชทายาทใกล้ ๆ เพียงแค่นั้นเอง , อยากจะยลโฉม..ว่าผู้ที่จะเป็นราชาองค์ต่อไป..มีบรามีเหนือล้ำเช่นใดบ้าง , และ...” ซีว่างเบิกตาโพลงออกมาพร้อมกับจ้องเขม็งไปที่เทออน “ว่าชาติชั่วผู้นี้เหตุใดถึงโชคดีเกิดมาบนบัลลังก์ได้..”

 

บังอาจ!!” นายกองตวาดออกมาในทันทีที่ซีว่างกล่าวจบ

ใจเย็น ๆ ท่านนายกอง” เทออนที่เงียบมานาน เอ่ยปากห้ามปรามทหารของมัน ก่อนจะมองมาที่ซีว่างด้วยสายตาสอดรู้สงสัย “เจ้ามีชื่อเสียงเรียงนาม..ว่าอย่างไร”

 

ซีว่าง”

 

เป็นชื่อที่แปลกนัก..ข้ามิเคยได้ยินมาก่อน , ท่านนายกอง..หลังจากกลับเข้าวังไป..เจ้าไปตามนิวส์เลทเทอร์มาเข้าเฝ้าข้าด้วย..ข้ามีบางอย่างต้องสอบถามมัน” เทออนกล่าวออกมาด้วยท่าทีนิ่งเฉย ก่อนจะมองกลับไปหาซีว่า “ว่าจุดประสงค์ที่แท้จริงของเจ้ามา..ว่าเหตุใดถึงต้องมาก่อกวนข้าด้วย”

มันกล่าวออกมาอย่างใจเย็นรักษาท่าทีสมกับเป็นองค์รัชทายาทจริง ๆ หากไม่รู้จักความเลวทรามของมันจากปากของเชียเล็ซ ซีว่างคงคิดว่ามันเป็นคนดีที่น่านับถือก็เป็นไปได้

 

มิยาก ๆ ..” ก่อนที่ซีว่างจะกวักมือเรียกสาวน้อยเดินเข้ามาหาตน แต่นางกลับไม่ทำตาม เพียงแต่ส่ายหน้าปฏิเสธอย่างแรง ซีว่างเห็นเช่นนั้น เพียงแต่กล่าวเสียงเข้มบอกไป “เชื่อใจข้า..ข้าไม่มีวันทำร้ายเจ้า..” มันแสดงสีหน้าแน่วแน่มุ่งมั่นออกมา

 

แต่หญิงสาวกลับไม่ทำตาม เพราะความกลัวจับใจของผู้ที่อยู่ตรงหน้านาง นางจึงทำได้แค่ยืนขาแข็งไม่กล้าทำตามสิ่งที่ชายหนุ่มกล่าวออกมา

 

ดูเหมือนสหายของเจ้าจะเกรงกลัวข้า , ข้าเคยทำอะไรให้เจ้าไม่พอใจรึ..หนุ่มน้อย?” เรื่องปั่นสีหน้าแล้วกล่าวออกมาอย่างใจเย็นแบบนี้ ยิ่งทำให้ผู้ที่อยู่ตรงหน้าดูน่าเกรงขามขึ้นไปมาก แต่ระดับพลังกับสวนทางกับท่าทีของมัน ทำให้ซีว่างมิได้เกรงกลัวต่อมันเลยแม้แต่น้อย

 

เมื่อหญิงสาวไม่ทำตามที่มันบอก มันจึงพุ่งกายเข้าไปหานาง แล้วอุ้มนางอย่างว่องไวก่อนจะเหินร่างกลับมายังที่เดิมของมัน

มันก้มตัวลงกระซิบที่ข้างหูนาง “ข้าไม่มีวัน..ทำให้เจ้าเสียใจหรือเศร้าใจเช่นมัน..ข้าสัญญา” ก่อนที่ซีว่างจะเอื่อมมือไปถอดหน้ากากที่นางสวมออกมา

 

ร่างกายที่เป็นชายหนุ่มค่อย ๆ บิดเบี้ยวดังกับแม่น้ำที่โยนหินใส่ลงไป เผยร่างกายที่เป็นเด็กสาวหน้าตาคุ้นเคยที่สวมชุดของบุรุษของซีว่างอยู่ เทออนถึงพยายามซ่อนสีหน้าของตนเองไว้ แต่ก็มิสามารถปกปิดคิ้วที่กระตุกขึ้นมาเป็นปมเล็กน้อยต่อซีว่างได้

ซีว่างหันมากล่าวหยอกล้อต่อเชียเล็ซ “จะว่าไป..ไม่ต้องใส่หน้ากากของข้า..แค่เจ้าเอาหนวดปลอมมาติดไว้..ก็ไม่มีผู้ใดสังเกตเห็นเป็นแน่..” ก่อนที่ซีว่างจะมองต่ำไปที่อกของนางแล้วยิ้มออกมา “เจ้านี่ไม่มีเสน่ห์ของอิสตรีเลย..น่าเสียดาย”

 

เด็กสาวถลึงตามองไปที่มัน พร้อมกับกล่าวต่อมันเบา ๆ “ท่านนี้รู้จักเวล่ำเวลาบ้างหรือไม่”

ขณะที่ซีว่างกำลังหยอกเย้าหญิงสาว เทออนก็เอ่ยปากออกมาอย่างสุขใจ

โอ้..ข้าก็คิดว่าใคร , แม่หนูน้อยของข้านี่เอง” ก่อนที่มันจะหันหน้ากลับไปหาซีว่าง ก่อนกล่าวออกมาด้วยรอยยิ้ม “เจ้ามาเอาค่าหัวหรอกรึ , นายกอง..เอาอัญมณีสุวรรณให้มันไปห้าก้อน”

 

ขณะที่นายกองกำลังล้วงมือหยิบของตามที่นายมันสั่ง ซีว่างจึงเอ่ยปากทักท้วงออกมา

 

อย่าได้ลำบากเจ้าเลย..ข้ามิได้มาเอาของรางวัล , ถึงเอาไป..ข้าก็มิกล้าใช้ , เงินจากสวะเช่นเจ้า , ข้าใช้ไม่ลงจริง ๆ ” ซีว่างกล่าวออกไปด้วยเสียงเย็นชา พร้อมกับผลักเด็กหญิงมาข้างหน้า “คุกเข่าขอโทษนาง..แล้วข้าจะจากไปอย่างว่าง่าย..”

 

เจ้า!!” นายกองตะเบงเสียงดังลั่นออกมาพร้อมเหินร่างของมันไปข้างหน้าอย่างว่องไว กำชับศาสตราในมือพร้อมกับเหวี่ยงฟาดฟันใส่ชายหนุ่ม

 

เพี๊ยะ!!” ซีว่างตวัดปลายมือของมันเต็มแรง นายกองปลิวลอยกลับไปนอนกองแทบเท้าเจ้าเคออนในทันที

 

สภาพของมันตอนนี้หมดราศีน่าเกรงขามของยศนายกองของมันในทันที ไม่รู้ว่าฟันของมัน..หลงเหลืออยู่กี่ซี่ แต่ที่แน่ ๆ มันไม่สามารถทานอาหารแข็ง ๆ ไปได้อีกนาน

 

ปกป้ององค์รัชทายาท!!” เมื่อนายกองของมันลงไปกองกับพื้น เหล่าทหารที่แอบซุ่มตามจุดต่าง ๆ ต่างพุ่งตัวมาดักหน้าของเคออนในทันที ชักอาวุธออกมาในท่าเตรียมพร้อม จับจ้องมาที่ซีว่างเป็นตาเดียว

 

ตอนนี้พวกมันไม่กล้าผลีผลามดาหน้าเข้ามา ดูจากสภาพของนายกองที่นอนกองเลือดกบปาก จากการโบกมือตบเพียงครั้งเดียว เหล่าทหารที่ระดับต่ำกว่าช่วงชั้นนภาต่างมองไปที่ชายหนุ่มด้วยความหวาดกลัว แต่ด้วยหน้าที่ของมัน ทำให้มันมิอาจวิ่งหนีจากพื้นที่ตรงนี้ ทำได้เพียงแสดงสีหน้าตื่นตระหนกออกมา

 

เจ้าเป็นผู้มีความสามารถยิ่งนัก , ระดับพลังเพียงปฐพีขั้นปลาย..กับสามารถเล่นงานนายกองของข้าได้อย่างง่ายดาย , ถ้าเจ้าเข้าร่วมกับข้า..เจ้าจะเติบใหญ่ได้อีกในอนาคต..เจ้าสนใจหรือไม่” เทออนกล่าวออกมา ดวงตาของมันฉายแววที่แสดงถึงความต้องการออกมาอย่างเด่นชัด ถึงมันจะกล่าวว่าเชิญชวน แต่น้ำเสียงบ่งบอกว่าไม่อาจปฏิเสธ

 

คนแผ่นดินนี้นี่มันยังไงกัน..เจ้าไม่ใช่ผู้แรกที่กล่าวเช่นนี้กับข้า , ตอนแรกเห็นข้าเป็นขยะ..สุดท้ายชักชวนให้ข้าเข้าร่วม , เจ้าอยากรู้หรือไม่ว่าข้าตอบพวกมันกลับไปอย่างไร” ซีว่างยิ้มออกมาจับจ้องด้วยสายตาแข็งกร้าวออกไป

 

แปลว่าเจ้าไม่สนใจ..น่าเสียดายยิ่งนัก” รอยยิ้มของเทออนหายไปแทนที่ด้วยใบหน้าที่นิ่งเฉยไร้อารมณ์ “ลงมือ!!” มันสั่งต่อทหารใต้บังคับบัญชาของมันด้วยเสียงดังกู่ก้อง

โอ้ว..ไม่ต้องเข้ามา.. , ข้าไปหาเจ้าเอง , แรมที่ 4 ทลายจันทรา!!” ซีว่างโยนกระบี่ออกไปพร้อมกับพุ่งเข้าไปรับอย่างว่องไว วาดอาวุธของตนเองฟาดฟันออกไปด้วยสายตาที่เย็นชา

เหล่าทหารที่ชายหนุ่มพุ่งเข้าใส่ ต่างล้มไปกองที่พื้นในทันที ไม่อาจลุกขึ้นมายืนหยัดได้ใหม่ ซึ่งพวกมันก็ยินดีที่จะทำเช่นนั้น

 

ซีว่างมิได้เร่งรีบในการจัดการทหาร มันต้องคอยเหลียวหลังกลับมามองเด็กหญิง กังวลว่าเทออนอาจจะวางแผนคิดไม่สื่อก็เป็นได้

 

เพียงไม่กี่อึดใจร่างของทหารพลสุดท้ายก็ล้มลงไปกองอย่างจำยอม ตอนนี้บนที่พื้นหินต่างมีทหารที่ร้องโอดโอยจากความเจ็บปวดอยู่เกลื่อน

 

ว่าอย่างไร..เจ้าจะยอมคุกเข่าให้นางหรือไม่..” สีว่างกล่าวเสียงเย็นในทันทีขณะที่ปลีกกลับมายืนอยู่ข้างสาวน้อย

 

ข้างกายของเทออนเหลือทหารอยู่เพียง 20 นาย มีเพียงห้านายที่ระดับพลังอยู่ระดับเหยียบโลกาขั้นที่ 3 ที่เหลือคละเคล้ากันไป แต่สีหน้าของมันก็ยังนิ่งเฉยดุจเดิม

หากเจ้าไม่ยอมทำง่าย ๆ , ข้าจะบังคับเจ้าเอง!!” ซีว่างส่งเสียงออกมาดังลั่นเพื่อกดดันต่อองค์รัชทายาทพร้อมกับแผ่พลังปราณออกมาอ่อน ๆ เพื่อกดดันมัน

เห้อ..ทหารของข้านี้มันไม่ได้เรื่องจริง ๆ , เห็นทีข้าต้องลงมือด้วยตนเอง” ก่อนที่เทออนมันจะล้วงมือเข้าไปใต้ฉลองพระองค์ของตัวมันเอง ก่อนจะดึงมือกลับมาพร้อมกับสร้อยคออันหนึ่ง

 

ตัวสร้อยไม่ได้มีรูปร่างสวยงามใด ๆ ทั้งสิ้น เป็นเพียงสร้อยคอรูปดาวหกแฉกพร้อมกับสายคล้องที่ทำจากเชือกสีดำโง่ ๆ เส้นหนึ่ง แต่เมื่อมันถอดออกมาระดับพลังของมันก็แปรเปลี่ยนไปในทันที

 

ตอนนี้ระดับพลังของมันอยู่ที่เหยียบนภาขั้นที่ 4 พลังของมันเพิ่มขึ้นจากเดิมถึง 5 ขั้น

ข้าไม่ได้ยืดเส้นยืดสายมานานแล้ว..เป็นเจ้าระกันที่เป็นคู่มือข้า!!” ก่อนที่มันจะนำอาวุธของตนเองออกมา เป็นดาบสองมือ ก่อนที่จะพุ่งเข้ามาหาซีว่างในทันที

 

ชายหนุ่มล้วงมือเก็บตัดดารา และนำปฐมศาสตราออกมา มันจะใช้จังหวะที่ปะทะกับเทออนตอนนี้เพื่อฝึกปรือให้ชำนาญในการใช้อาวุธชิ้นนี้

 

ครานี้ซีว่างมิได้คลื่นกายเข้าหา มันเพียงแต่ยืนขวางหน้าเด็กหญิงเอาไว้ ที่มันทำเช่นนี้เพราะมันเกรงว่าถ้ามันมัวแต่ต่อสู้ไปโดยเอาตัวเข้าแลก เหล่าทหารที่เหลือจะต้องเข้ามาเพื่อชิงตัวนางไปจากมัน มันจึงต้องทำเช่นนี้

 

เทออสวาดดาบเป็นรูปกากบาทพร้อมกับมีแสงพลังรูปเดียวกันพุ่งเข้าหาซีว่าง

 

ซีว่างยกดาบของตนเองเล็กน้อยมิได้ใช้วิชาออกมาตัวดาบเมื่อกระทบกับพลังของเคออน กลับทำให้พลังสายนั้นหายไปในพิบตา

 

เคออนวาดดาบกระหน่ำแทงออกมาดั่งกับห่าฝน มือซ้ายขวาของมันใช้ดาบคู่อย่าชำนาญอย่างมาก จ้วง,แทง,ฟาด,ฟัน ออกมาอย่างลื่นไหลไม่มีขาดช่วงของเพลงดาบสะดุดให้เห็นเลยแม้แต่น้อย

 

แต่ซีว่างก็ไม่แพ้กันปัดป้องได้ทุกครั้ง คมดาบของฝ่ายตรงข้ามไม่อาจเล็ดลอดจากการป้องกันของชายหนุ่ม

 

ยิ่งเคออสออกแรงมากเท่าไหร่ พลังของมันก็ยิ่งหมดไปเท่านั้น ไม่อาจเชือดเฉือนร่างกายของชายหนุ่มได้เลยสักครั้ง มันกัดฟันของตนเองแทบแหลกคาปาก แล้วออกอาวุธทุกอย่างที่มันมี แต่เป็นฝ่ายตรงข้ามที่รับวิชาของมันได้ทุกครั้ง แถมมันยังไม่ถอยหลังเลยสักก้าว ดั่งกับสิ่งที่มันทำเป็นผลาญกำลังของตนเองอย่างทิ้งขว้าง

 

ยังไม่เข้ามาช่วยข้าอีก!!” มันตวาดใส่ผลทหารของตนเองในทันที ก่อนที่เหล่าทหารกล้าทั้ง 20 นายที่เหลือ จะพุ่งเข้ามาสอดตามคำสั่งของนายของมัน

 

เมื่อเห็นเหล่าทหารพุ่งเข้ามาช่วยศัตรูของมัน ซีว่างจึงใช้ดาบของตนเองเหวี่ยงสุดแรงที่มันมีใส่เทออน

 

องค์รัชทายาทรีบยกดาบไขว้กันเพื่อกันการโจมตีของฝ่ายตรงข้าม แต่ด้วยแรงที่อ่อนล้าจึงทำให้มันถลาถอยออกไปในทันทีที่ดาบทั้งสามปะทะกัน

 

แต่ซีว่างก็ไม่หยุดเพียงเท่านั้น ก่อนที่เหล่าทหารจะถึงตัวของมัน “แรมที่ 7 เขตแดนภพจันทรา!!” ซีว่างยกมือซ้ายขึ้นแบออกพร้อมกับกระทืบเท้าลงไปยังพื้นข้างหน้า เกิดเป็นเขตแดนวงกลมอันใหญ่ล้อมรอบเหล่าทหารและเทออสเอาไว้ พร้อมกับแรงกดดันมหาศาล

 

ตอนนี้ดวงตาของชายหนุ่มกลายเป็นสีเหลืองนวลพร้อมกับบนหน้าผากที่มีรูปจันทร์เสี้ยวส่องสง่าอยู่ มันเอ่ยปากออกมาต่อผู้ที่อยู่ตรงหน้าในทันที “คุกเข่า!!”

 

ปัง!!” เสียเข่าของทหารทั้ง 20 นาย และเทออน หมอบลงไปคุกเข่ากับพื้นอย่างแรง

เจ้ามานี่” ซีว่างออกปากบอกต่อสาวน้อยในทันที ก่อนที่นางจะเดินมาอย่างว่าง่ายกว่าครั้งก่อน

 

หมอบ!!” ซีว่างเพิ่มพลังปราณลงไปในวิชาของตนเอง จนคนทั้ง 20 คนหมอบลงในท่าก้มหัวชิดพื้น เช่นเดิมเสียงปังดังขึ้นมาจากศีรษะที่โขกเข้ากับพื้น แต่เจ้าเทออนพยายามใช้แรงเฮือกสุดท้ายในการใช้มือของตนเองยัดพื้นเอาไว้ ไม่ยอมหมอบลงไปแต่โดยดี

 

ซีว่างเห็นดังนั้นมันจึงคลายวิชาของมันออก อุ้มร่างของสาวน้อยไว้ในอ้อมแขน ก่อนจะกระโดดเข้าไปยืนตรงหน้าของเทออน วางสาวน้อยให้ยืนตรงหน้าของรัชทายาท

 

ซีว่างจึงตวาดออกไปอย่างสุดเสียงพร้อมยกขาของตนเองออกแรงเหยียบ ใช้ปลายเท้ากดศีรษะของเทออน “ข้า..บอก..ให้..หมอบ!!” “ปัง!!” เสียงศีรษะของเทออนลงไปโขกกับพื้นดังสนั่น

เมื่อทำได้ดั่งใจตน ซีว่างจึงออกปากบอกต่อมัน “ชาติชั่วอย่างเจ้า..ต้องเจอกับคนที่เลวกว่าอย่างข้า!!” ก่อนที่มันจะจับที่ข้อมือของหญิงสาว เหินขึ้นไปบนฟ้า พร้อมกับบินจากหายไปบนท้องนภา

 

หากมีใครนำข่าวนี้ไปเล่าที่ไหน คงมิมีใครเชื่อว่า ด้วยเหตุผลเพียงเท่านี้กลับมีชายหนุ่มผู้หนึ่งออกหน้าแทนหญิงสาวที่โดนกลั่นแกล้งโดยองค์รัชทายาท ทำให้มันต้องถูกตามล่าโดยคนของราชวงศ์

 

แต่สำหรับซีว่าง หากใครบังอาจทำให้สหายของมันต้องเศร้าใจ มันผู้นั้นจะต้องชดใช้เป็นร้อยเป็นพันเท่า

.

.

.

ว่าอย่างไร..สบายใจขึ้นหรือไม่?” ซีว่างกล่าวถามต่อเด็กสาวในทันที ที่พวกมันอยู่ในที่ปลอดภัย

 

ท่านไม่น่าทำถึงขนาดนั้น..ป่านนี้พวกมันอาจส่งคนออกตามหาท่านแล้วก็เป็นได้” หญิงสาวกล่าวออกมาด้วยสีหน้าที่วิตกกังวล

 

ช่างมันปะไร.. , ช่างเถิด..ถึงเจ้าไม่ชอบในสิ่งที่ข้าทำ , แต่ข้าก็สบายใจที่ได้ทำ” ซีว่างยิ้มออกไปขณะที่มันกล่าว

 

ถึงตอนนี้ใบหน้าของเด็กสาวจะแสดงถึงความวิตกกังวล แต่ความหมองหม่นที่เคยแสดงออกทางใบหน้าของนาง มันได้เลือนหายไปโดยที่นางมิได้รู้ตัวเลยแม้แต่น้อย

.

.

.

ณ เมืองแกรี่

 

มันฟื้นขึ้นมาแล้วหรือยัง?” นายกแฮร์รี่กล่าวถามต่อหยางน่า

 

หญิงสาวไม่ได้ตอบเพียงแต่แสดงสีหน้าออกไปอย่างเฉยเมย แทนคำตอบของนาง

 

งั้นแปลว่ามันยังไม่ฟื้น..” นายกมิได้สนใจในสิ่งที่หญิงสาวแสดง มันชินชากับกริยาเช่นนี้ของหญิงสาวแล้ว จากการอาศัยอยู่ด้วยกันร่วมเดือน

 

ท่านมาที่นี่ด้วยเหตุใด? , คงมิได้มาถามถึงอาการของมันเพียงอย่างเดียวหรอกนะ” หญิงสาวกล่าวออกไปด้วยน้ำเสียงเย็นชา

 

อ้อจริงสิ..แม่นางเอสเธอร์พึ่งส่งข่าวมา , เหมือนมีข่าวลือ..ว่าพบคนที่รูปร่างหน้าตาคล้ายกับสหายเจ้าแถวแคปปิตอล [1] ”

 

กล่าวจบสีหน้าของหญิงสาวแปลเปลี่ยนไปในทันที นางมองกลับไปที่ชายชราด้วยสายตาที่เป็นประกาย

ท่านมั่นใจมากน้อยเพียงใดเรื่องข่าวนี้”

 

ข้าไม่มั่นใจ , แต่คนในข่าวที่แม่นางเล่าสู่ข้า , ระบุไว้ว่าชายผมดำข้างกายมีหญิงสาวอยู่ , บุกเข้าไปถล่มขบวนเสด็จขององค์รัชทายาท..จนแตกพ่ายอย่างสิ้นเชิง” นายกกล่าวออกมาในทันที

 

เป็นมัน!! เป็นมันแน่นอนที่กล้าทำเรื่องโง่ ๆ ปรานนี้..แถมยังมีหญิงสาวอยู่ด้วย , สันดานอย่างมันคงต้องทำเช่นนั้นเพื่อป้อหญิงเป็นแน่!!” หยางน่ากล่าวออกมาด้วยความดีใจ นี่เป็นรอยยิ้มครั้งแรกในรอบเดือนที่นางแสดงออกมา ทำให้ใบหน้าที่สวยงามขับความงามของนางได้อย่างไร้ที่ติ

-----------------

 

[1] capital อ่านว่า แคพ-อิแท็ล แปลว่า เมืองหลวง , ทุนทรัพย์ ( มีเยอะกว่านี้ ทั้ง N และ ADJ )

[ แถม 1 ] หยาง ตัวเขียน พินอิน Yáng แปลว่า ต่างเมือง , ต่างถิ่น , ต่างประเทศ , มหาสมุทร

[ แถม 2 ] น่า ตัวเขียน พินอิน แปลว่า สวยงาม , นุ่มนวล , น่ารัก

**หยางน่า = งดงามแบบต่างเมือง ( สวยแบบที่ไม่เคยเห็นมาก่อน )

 

ปล.วันนี้ลงเร็วหน่อยนะครับ พอดีมีธุระช่วง 3 - 4 ทุ่ม ขอโทษด้วยนะครับที่ไม่ได้ลงตามเวลา

ความคิดเห็น

COMMENT

แนะนำหนังสือโดย KAWEBOOK