เงาเทพผ่าจันทรา ( Martial MoonKnight )
ตอนที่ 62 หมาหลงทาง
  •   ปรับสีและขนาดตัวอักษร  
  •    
  •    
  •    
  •  
“พวกเจ้า..พุ้ย พุ้ย!!” จิ้นเฟิงหยุดกล่าววาจากะทันหัน ก่อนจะตบปากตนเอง พร้อมกับทำท่าพ่นคำ คำนั้นทิ้ง ก่อนที่จะกล่าวใหม่ “พวกท่านคือ..องค์ชายและองค์หญิง?”

ซีชินเพียงยิ้มออกมา ก่อนที่จะกล่าวตอบในคำถามของเด็กน้อย “ถูกต้อง..ข้าคือพระราชโอรสเพียงหนึ่งเดียวแห่งองค์จักรพรรดิซีหมิงและพระราชินีเพ่ยซี [1] ”

เมื่อเฟิงอวิ๋นได้ยินวาจาเช่นนั้น สายตาของมัน..แลไปยังหญิงสาวที่นั่งท่าทางสบาย ๆ อยู่บนเก้าอี้ นางมิได้รู้ร้อนรู้หนาวอะไร หน้าตาของนางเฉยเมยเป็นอย่างมากกับคำบอกกล่าวของพี่ชายนาง

ตอนนี้สีหน้าของเฟิงอวิ๋นแสดงออกมาอย่างชัดเจน ว่ามันรู้สึกหมองหม่นและสิ้นหวังกับความห่างชั้นกันของตัวมันและองค์หญิงซีเหริน

' ข้าหยั่งกับหมาวัดตัวหนึ่ง..ที่คิดจะเด็ดดอกฟ้า.. '

แต่เดิมมันรู้อยู่ก่อนว่างนางดูสูงค่า..เกินกว่ามันจะไขว่คว้า แต่มันไม่คาดคิด..ว่านางจะเป็นถึงดอกไม้ที่งอกงามอยู่ในวังหลวง คนธรรมดาเช่นมันใยจะกล้าเอื้อมมืออันต่ำค่า..แตะต้องดอกไม้ที่อยู่ในกระถางลายมังกร ได้แต่ทำหน้าตาเจ็บปวดมองไปที่รักแรกพบของมัน ด้วยสายตาที่หมองหม่น

ด้านซีว่างดูเหมือนมันจะแปลกใจมากที่สุด มันไม่คาดคิดยิ่งกว่าใคร ๆ ว่าคนแปลกหน้าที่มันสงสัยในชาติกำเนิดจะเป็นพี่น้องของมัน ถึงแม้จะคนละมารดา..แต่ชัดเจนว่ามีบิดาคนเดียวกัน

< อู้วววววว , เหมือนจะมีเรื่องสนุกให้ข้าได้รับชมและรับฟังเสียแล้วสิ > หยางน่ากล่าวออกมาอย่างเปรมปรีดิ์ หลังจากที่นาง..นั่งเบื่อในโลกวิญญาณมาทั้งวัน กลับมีเรื่องแบบนี้ออกมาให้คลายเบื่อ

แต่ด้วยถ้อยคำแบบนี้ ผู้ใดก็สามารถกล่าวออกมาได้ ซีว่างจึงรีบตั้งสติแล้วกล่าวถามในทันที

“ละ หลักฐาน..พวกเจ้าต้องมีหลักฐานแสดงฐานะของตนเอง”

ซีชินได้ยินเช่นนั้น มันแสดงสีหน้าไม่พอใจออกมาเล็กน้อย ที่มีคนกล้าสงสัยในชาติกำเนิดของตัวมัน แต่ด้วยความที่มันต้องพึ่งพาคนพวกนี้ มันได้แค่เค้นเสียงในลำคอก่อนจะล้วงเข้าไปใต้คอเสื้อของมัน ก่อนจะหยิบสร้อยเส้นหนึ่งออกมา เป็นสร้อยรูปพระอาทิตย์..ข้างในมีจันทร์เสี้ยวอยู่

เป็นสร้อยคอแบบเดียวกันกับของซีว่าง ที่มันสวมอยู่มิเคยถอดให้ห่างกาย เป็นสร้อยคำอันเดียวกับที่แม่ของมันทิ้งไว้ให้ดูต่างหน้า ซีว่างรีบแตะไปตรงหน้าอกของมันแบบไม่รู้ตัว

' เหมือน..ช่างเหมือนอะไรเช่นนี้!! '

เป็นการยืนยันตัวตนที่ชัดเจน ว่ามันทั้งสองคือราชโอรสและราชธิดาแห่งองค์จักรพรรดิ

“เหมือนกับข...” จิ้นเฟิงกล่าวออกมาไม่ทันจบประโยค ก็ถูกซีว่างตบเข้าเต็มปาก จนมันถึงกับเซล้มลงไป ก่อนที่จะลุกขึ้นมาแล้วจ้องตาเขียวไปที่พี่ชายของมัน

“ท่านตีข้าทำไม!!” มันจับไปที่ตรงมุมปากของตนเอง ก่อนจะพบว่าเลือดไหลออกมาเล็กน้อย จากการตบของพี่ชายมัน มันจ้องตาเขียวกลับไปยังต้นเหตุแห่งรอบแผลนี้

“เจ้าพูดมาก!!” ซีว่างกัดฟันแล้วกล่าวออกไปเบา ๆ เพื่อไม่ต้องการให้สองพี่น้องซีได้ยิน พร้อมกับส่งสายตาเอาเรื่องไปที่น้องชายของมัน

“ขะ ขะ ข้าแค่จะบอกว่าเหมือนในตำราเรียน!!” จิ้นเฟิงพูดอย่างตะกุกตะกักออกไป พยายามแก้ต่างให้ตนเอง ก่อนจะเมินหน้าหนี..แต่ก็ลอบมองกลับไปที่พี่ชายของมัน กลัวว่าพี่ชายมันจะโกรธมันเรื่องที่มันปากพล่อยพูดมาก

ซีว่างได้แต่ส่ายหน้าอย่างเหนื่อยใจกับกิริยาท่าทางของน้องชายมัน ก่อนที่จะเมินหน้าหนี..หันไปกล่าวถามซีชิน

“แล้วเจ้า..เหตุใดถึงต้องปิดบังฐานะตนเอง..แล้วแอบแทรกซึมเข้ามาภายในสำนักแห่งนี้?”

ตึง!!

“ซีเหริน!! ระวังกริยาขาเจ้า!!” ซีชินกล่าวออกมาเมื่อน้องสาวของมันลุกพรวดพราดขึ้นมาจากเก้าอี้ นางไม่พอใจอย่างมากที่ซีว่างกล้าตีตัวเสมอพวกมัน โดยกล่าววาจาที่ไร้ความเคารพ แล้วกล้ากล่าวถามจาบจ้วงต่อพวกมัน..ทั้ง ๆ ที่รู้ฐานะของพวกมันแล้ว

แต่เมื่อโดนพี่ชายของนางปราม นางได้แต่กอดอกเบิกตาโพลงด้วยความโกรธพร้อมกัดฟัน แลไปที่ซีว่างอย่างไม่ชอบใจ

“เฮ้อ..เอาเถอะ” ซีชินได้แต่ส่ายหัวกับกริยาเช่นนั้นของน้องสาวมัน ก่อนที่จะหันไปมองที่ซีว่าง แล้วกล่าวตอบคำถามต่อมัน

“เพราะมีเรื่องด่วน..ที่มิอาจบอกต่อใครในราชสำนักได้..มีเพียงเสด็จแม่และคนไม่กี่คนเท่านั้นที่รู้ , มันเป็นเรื่องของพี่หญิงใหญ่ของพวกเรา..องค์หญิงซีหลิน [2] ” เมื่อมันกล่าวถึงพี่สาวของพวกมัน น้ำเสียงก็แตกพร่าเล็กน้อย ก่อนจะกล่าวต่อด้วยน้ำเสียงที่ไม่สู้ดีนัก “เนื่องด้วยอาณาจักรของเรา..ที่ไม่ได้เข้มแข็งเช่นแต่ก่อน..หลังการหายไปของศิลาเงาจันทรา , ทำให้สำนักอันดับหนึ่งของพวกเรา..อย่างสำนักภพจันทรา..ต้องตกต่ำลง..”

เมื่อกล่าวถึงตรงนี้ ท่าทางที่ดูสุขุมของมันเมื่อครู่กลับแสดงออกมาด้วยใบหน้าที่เจ็บปวด มือทั้งสองที่ไขว้หลังอยู่..ต่างบีบเกร็ง พยายามซ่อนมือที่สั่นเทาของตนเองเอาไว้

“..ทำให้ยอดฝีมือต่าง ๆ ของสำนักมีลดน้อยถอยลง , จากอาณาจักรอันดับที่ 1 แห่งทวีป..ต้องตกต่ำลงจนหล่นลงไปเป็นอันดับที่ 3 จาก 4 อาณาจักร.. , เพื่อความมั่นคงของอาณาจักร.. , ท่านพ่อจึงถูกบีบบังคับให้มอบพี่หญิงใหญ่ของพวกเรา..ต้องตกเป็นพระคู่หมั้นของเฟิง ฮั่ว [3] องค์ชายลำดับที่ 6 แห่งอาณาจักรเพลิงวายุ”

“เฮ้อ..องค์ชายชาติชั่ว!!” ซีเหรินกัดฟันกล่าวออกมาพร้อมสายตาที่แสดงถึงโทสะอันเปี่ยมล้น

ซีว่างมองไปที่สองพี่น้องตรงหน้าสลับไปมา ก่อนที่จะเอ่ยปากกล่าวถามต่อพวกมัน

“แล้วไอเฟิงฮั่วนี่มันแปลแยกอย่างไรรึ”

“เฮ้อ!! , หากมันเป็นคนดี..พวกข้าคงไม่หอบสังขาร..ละทิ้งฐานะแล้วแอบซ่อนเช่นนี้หรอก!!” ซีเหรินกล่าวออกมาด้วยเสียงที่แสดงถึงความเจ็บแค้น

“เมียของมันมีเป็นร้อย..ยังไม่รวมเล็กน้อยที่ไม่เปิดเผยตัว , พี่หญิงใหญ่ของพวกข้า..ถ้าได้ตบแต่งกับมัน..มีแต่จะเป็นได้แค่เด็กอุ่นเตียงให้มันเชยชมเท่านั้น!! , เป็นถึงพระราชธิดา..แต่กลับต้องตกแต่งเป็นแค่เมียน้อย..พี่สาวข้าจะมีความสุขได้อย่างไร!!” นางกล่าวออกมาพร้อมกับกระทืบเท้าอย่างไม่พอใจ กำมือแน่นจนขาวซีด ดวงตาฉายแววอาฆาตออกมา “แล้วไอ้คนที่ยัดเยียดความคิดนี้ให้พระบิดา..ก็ไอ้ราชครูชั่ว..ฮั่วซิง!! [4] ”

“มีแต่พวกข้าต้องหาหนทางทำให้ตนเองแข็งแกร่งขึ้นเท่านั้น..ถึงจะทำให้การแต่งงานทางการทูตเช่นนี้..กลายเป็นโมฆะไปได้..” ซีชินกล่าวออกมาด้วยสีหน้าเจ็บปวด.. “สุสานของท่านเยว่ชิงหลง..จึงเป็นหนทางเดียวและหนทางสุดท้าย..ที่เหลืออยู่ของพวกข้า..”

ก่อนที่ซีชินจะมองไปที่ซีว่าง ด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความหวัง “ช่วยพวกข้าด้วย..แล้วพวกข้าจะไม่ลืมพระคุณในครั้งนี้เลย..” สายตาที่จับจ้องมาเต็มไปด้วยความหมองหม่น มันแฝงความเจ็บช้ำและจนตอก

ซีว่างได้สบตากับสายตาคู่นั้น ถึงไม่ต้องขอร้อง..แต่ในเมื่อรู้ความจริงเรื่องฐานะของพวกมัน มีหรือมันจะไม่ช่วย นี่เท่ากับว่ามันช่วยพี่สาวของมันเอง..ไยต้องปฏิเสธ

“ตกลง..ข้าจะช่วยเจ้า , อีกหนึ่งอาทิตย์เดินทางกันเลย..” ซีว่างกล่าวออกไปอย่างมั่นใจพร้อมทุบอกของตนเองแสดงถึงความมั่นใจเต็มเปี่ยม

“อาทิตย์หน้า..เหอะ!! ..อวดดี!! , เจ้าอย่างมั่นใจตนเองให้มาก” ซีเหรินกล่าวออกมาด้วยท่าทางไม่พอใจ มองด้วยสายตาเหยียดหยามไปที่ซีว่าง

ซีว่างเพียงแต่มองค้อนกลับไป มันยิ่งรู้สึกไม่พอใจกว่าเป็นร้อยเป็นพันเท่า

' หากข้าเปิดเผยฐานะตนเองเมื่อใด..ข้าจะจับเจ้ามาฟาดก้นเสียให้เข็ด!! '

ซีชินมองด้วยสายตาห้ามปรามไปที่น้องสาวของมัน ก่อนที่จะกล่าวต่อซีว่าง

“เอาเป็นตามเจ้าสะดวก..เช่นนั้นข้าขอตัวลา” เมื่อกล่าวจบ ซีชินมองแกมออกคำสั่งไปที่น้องสาวของมัน ก่อนจะเดินนำออกไปมุ่งหน้ากลับห้องของมัน
ด้านซีเหรินได้เพียงแต่เดินกระทืบเท้าจากไป ปิดประตูกระแทกดัง ปัง!!

ภายในห้องทั้ง 3 สหายต่างได้ยินเสียงทะเลาะกันของสองพี่น้องดังเข้ามา เสียงค่อย ๆ ไกลห่างออกไปเรื่อย ๆ จนเสียงนั้นเงียบหายไป

“พี่น้อง!! นั้นคือพี่น้องของท่าน..เหตุใดไม่รีบกล่าวบอกต่อมันไป!!” เมื่อพี่น้องซีจากไป จิ้นเฟิงที่เงียบมานานเร่งกล่าวออกมาในทันใด ด้วยท่าทีตื่นเต้นดีใจ หน้าตาของมาเบิกบานอย่างมาก

“นี่แหละหนาเด็ก..” ซีว่างเพียงแต่ส่ายหน้าอย่างจนใจ ก่อนจะกล่าวบอกต่อน้องชายของมัน “มันเป็นถึงองค์ราชทายาท..หากข้าบอกออกไป , ถ้ามันเชื่อก็ดี..ไม่เชื่อก็ดี , แต่หากมันเชื่อขึ้นมา..มิเท่ากับตำแหน่งองค์รัชทายาทของมันจะสั่นคลอนหรอกหรือ?”

เมื่อได้ฟังคำกล่าวของพี่ชาย จิ้นเฟิงได้แต่ผงกหัวหงึกหงึก อ้าปากร้อง 'อ้อ' เอามาเบา ๆ พยายามทำความเข้าใจในสิ่งที่พี่ชายมันกล่าวออกมา

ซีว่างรู้สึกผิดสังเกตเล็กน้อย จึงหันแลไปที่สหายรักของมันเฟิงอวิ๋น ที่กำลังทำสีหน้าอย่างกับซากศพ ชายหนุ่มจึงรีบเดินเข้าไป วางมือไว้บนหลังของมันอย่างเข้าใจ ก่อนจะก้มหน้ากระซิบด้วยเสียงที่แผ่วเบา..ปลอบใจต่อมัน

“เจ้าไม่ต้องคิดมาก..ถึงอย่างไร..นางก็ถือว่าเป็นน้องสาวของข้า , เจ้ายังมีหวังนะสหาย” มันกล่าวออกมาด้วยเสียงทุ้มต่ำพร้อมแสดงรอยยิ้มออกมา ใบหน้าแสดงถึงความมั่นใจ..ในคำกล่าวอ้าง

ได้ยินคำกล่าวของซีว่าง เฟิงอวิ๋นมองจ้องตอบกลับไปด้วยใบหน้าที่แสดงถึงความหวัง มันลืมไปได้อย่างไร..ตอนนี้มันถือว่าเป็นสหายขององค์ชายอีกคนหนึ่ง ในฉับพลัน..มันได้แย้มรอยยิ้มออกไป พร้อมกับแสดงสีหน้าในเชิงขอบคุณต่อซีว่าง

เมื่อเห็นสหายของมันมีรอยยิ้มกลับมา ซีว่างรีบแปรเปลี่ยนสีหน้าของมัน กล่าวด้วยน้ำเสียงเจ้าเล่ห์ออกมา

“หากเจ้าประสบความสำเร็จเรื่องนาง , เจ้าก็มิต่างกับน้องเขยของข้า..ข้ารอวันที่เจ้าต้องกราบข้าในวันเข้าห้องหอไม่ไหวเสียแล้วสิ...น้องเขย , ฮึฮึฮึฮึ”

น้ำเสียงของมันแสดงออกมาตามที่มันกล่าวชัดเจน มีความชั่วร้ายแฝงอยู่ในเสียงหัวเราะของมันอย่างแจ่มชัดชัด

เฟิงอวิ๋นได้แต่กลืนน้ำลายของตนเองดังอึก

' ชาติก่อนข้าทำเวรกรรมอะไรหนอ..ถึงได้มีสหายเช่นมันได้ , หรือสวรรค์แกล้งข้า..มีหญิงสาวหน้าตาดีมากมายรุมล้อม , กลับต้องมาหลงรักน้องสาวของมัน.. '

คิดได้เช่นนั้น เฟิงองิ๋นถึงจะดีใจที่ยังมีความหวังเรื่องหญิงสาว แต่มันก็อดรู้สึกไม่ดี..เกี่ยวกับคำพูดของสหายมันไม่ได้ ความคิดของมันยิ่งผิดแผกกว่าชาวบ้านอยู่

“จิ้นว่าง!!” เสียงคำรามด้วยโทสะดังกู่ก้องออกมาจนทำให้ข้าวของภายในห้องสั่นไหว “เสือกหน้าของเจ้าออกมา..ก่อนที่ข้าจะพังให้สำนักแห่งนี้จนย่อยยับ!!”

< ครานี้..ญาติฝ่ายไหนของเจ้ากันหนอ > หยางน่ากล่าวออกมาอย่างสะบายอารมณ์

เสียงนี้เป็นเสียงที่ซีว่างไม่ได้ยินมาเนิ่นนาน เสียงของเจ้าสำนักเพลิงสวรรค์ ฮั่วเสี่ยวอวิ๋น

“พวกเจ้าอย่าได้ตามมา..มันอันตราย”

เมื่อกล่าวจบซีว่างรีบทะยานร่างออกไปพร้อมกับเหินร่างของมันขึ้นสู่ท้องนภา ก่อนจะกวาดสายตา..มองหาต้นเสียงเมื่อครู่

จนสายตาของมันจรดไปที่ชายวัยกลางคนผู้หนึ่ง หน้าตาของมันขึงขังน่าเกรงขาม ในมือของมันถือดาบเล่มใหญ่อยู่ในมือ แสดงกลิ่นอายของธาตุไฟออกมาอย่างเด่นชัด

หากเป็นเมื่อก่อน..ซีว่างคงไม่อาจจับสัมผัสได้..ว่ามันอยู่ระดับอะไร แต่ ณ ตอนนี้ มันสามารถรับรู้ได้ชัดเจนว่ามันอยู่ระดับ เหยียบนภาขั้นที่ 4

ซีว่างเพียงแต่เค้นเสียงในลำคอ ก่อนที่จะกล่าวออกไป “ข้าก็นึกว่าสุนัขตัวไหนมันเหาเสียงดังโหวกเหวก..ตามหาเจ้าของ , ที่แท้ก็สุนัขสำนักเพลิงสวรรค์” เสียงที่เปล่งออกมาของซีว่าง เต็มไปด้วยน้ำเสียงดูถูก จับจ้องไปที่ฮั่วเสี่ยวอวิ๋นอย่างชิงชัง

“ยังกล้าทำปากดี!! ตอนนี้ผู้คุ้มครองของเจ้าได้จากไปแล้ว , ไหนดูสิ้..ว่าเจ้าจะปากดีได้อีกหรือไม่!!” (มันหมายถึงฮูหยินหงส์)

“กรงอัคคีฟ้า..จำเลยสวรรค์!!” มันคำรามเสียงดังลั่นพร้อมกับมีปราณธาตุไฟ..ปะทุออกมา ก่อนจะปรากฏ..กรงไฟที่ร้อนแรงล้อมรอบตัวชายหนุ่มเอาไว้ พร้อมกับฮั่วเสี่ยวอวิ๋น..ที่พุ่งกายเข้ามาหาซีว่าง

มันกำชับดาบในมือแนบแน่น เมื่อถึงตัวซีว่าง..มันฟาดฟันออกมาอย่างหนักหน่วง มันร่ายรำเพลงดาบของมันอย่างต่อเนื่อง ใบหน้าของมันแสดงถึงความเจ็บแค้นอย่างถึงที่สุด มันอดทนมาเนิ่นนาน..จนเมื่อมันทราบข่าวว่าหงส์เพ่ยได้จากไป มันถึงรีบรุด..มุ่งตรงมาที่แห่งนี้โดยทันที

ซีว่างมิได้แสดงท่าทีตื่นตระหนกอะไรทั้งสิ้น มันเพียงแต่อ้าปากหาวก่อนจะใช่ความเร็วที่เหนือล้ำกว่า..โยกหลบ ซ้าย,ขวา,ก้ม,เงย อย่างไม่ใส่ใจ จนสายตาของมันแลเห็นช่องว่าง..ของท่าร่ายรำเพลงดาบ ก่อนที่มันจะแค่เพียงออกหมัดชกเข้าไปที่กลางลำตัว จนอีกฝ่ายถึงกับตัวงอกลางอากาศ

ซีว่างไม่ปล่อยให้จังหวะเช่นนี้เสียไปอย่างเปล่าประโยชน์ มันจับไปที่ใบหน้าของฮั่วเสี่ยวอวิ๋น กดลงด้วยแรงมหาศาล..พร้อมออกเข่าแทงสวนขึ้นไป..กระแทกเข้าใบหน้าของมันอย่างจัง หลายต่อหลายครั้ง

เหล่าลูกศิษย์ลูกหา..ของสำนักภพจันทรา ที่เฝ้ามองอยู่เบื้องล่าง ต่างไม่อาจเชื่อสายตาของตนเองได้ พวกมันไม่คาดคิว่า..ผู้ที่เป็นฝ่ายลงมืออยู่ฝ่ายเดียว..กับเป็นซีว่าง พวกมันต่างทำหน้าตาเหยเก..เมื่อได้เห็นแรงเข่าที่ซีว่างกระแทกซ้ำ ๆ เข้าที่จุดเดิม พวกมันต่าง..อดรู้สึกเจ็บแทนไม่ได้

เมื่อซีว่างได้หยุดเข่าของมันลง ใบหน้าของฮั่วเสี่ยวอวิ๋น..ที่มันถูกชายหนุ่มแทงเข่าใส่ซ้ำ ๆ ต่างบอบช้ำ จนไม่ทราบได้ว่า..ถ้าบิดาของมันมาเห็น จะสามารถจดจำบุตรชายของมันได้หรือไม่

แต่เท่านี้มันก็ยังไม่สาแก่ใจของซีว่าง มันจับไปที่คอของฮั่วเสี่ยวอวิ๋นแล้วเหินร่างลงสู่พื้นดิน ก่อนที่มันจะกึ่งลากกึ่งจูง..ใช้ท่าร่ายของมันวิ่งออกไปอย่างรวดเร็ว มุ่งตรงไปที่แห่งหนึ่ง

ที่แห่งนี้มีอักษร 火 สีทองขนาดใหญ่ ชัดเจนว่าคือสำนักเพลิงสวรรค์ ก่อนที่ซีว่างจะโยนร่างของมันลงไปกองที่หน้าสำนักของมัน (火 แปลว่า ไฟ)

“คนสำนักเพลิงสวรรค์!! , ข้านำสุนัขหลงทางของพวกเจ้ามาคืน..” น้ำเสียงที่กู่ร้องคำรามออกไป ดั่งกว่าเสียงที่ฮั่วเสี่ยวอวิ๋นเปล่งเสียงออกมาเมื่อครู่เสียอีก น้ำเสียงของซีว่างแฝงแรงกดดันมหาศาลจนป้ายหน้าสำนักเกิดการสั่นไหว จนอักษรคำว่าไฟสีทองหล่นลงมา

ปล.ท้ายตอนมีแผนผังครอบครัวของซีว่างเน้อ เผื่อใครงง
------------------------
เกร็ดท้ายตอน
[1] เพ่ย ซี มาจากสองคำที่ผสมรวมกันคือ 裴 และ 希
1.1 . เพ่ย ตัวเขียนจีน 裴 พินอิน Péi แปลว่า การชื่นชม หรือ เลื่อมใส (ออกเสียงว่า เป่ย ก็ได้นะครับ)
1.2 . ซี ตัวเขียนจีน 希 พินอิน Xī แปลว่า ความปรารถนา หรือ ความหวัง
* รวมกันสองคำ..เลยมีความหมายว่า เลื่อมใสในความหวัง
หมายเหตุ : ที่แม่ของสองพี่น้องซี ไม่ได้ใช้นามสกุลของฝั่งสามี เพราะเป็นวัฒธรรมของประเทศจีนเน้อ หากมีคนอยากรู้รายละเอียดเดี๋ยววันไหนเกร็ดท้ายตอนมีน้อย จะมาอธิบายเพิ่มเข้าไป
[2] ซี หลิน มาจากสองคำที่ผสมรวมกันคือ 希 และ 林
2.1 . ซี ตัวเขียนจีน 希 พินอิน Xī แปลว่า ความปรารถนา หรือ ความหวัง
2.2 . หลิน ตัวเขียนจีน 林 พินอิน Lín แปลว่า ป่า , ป่าไม้ , ท่อนซุง
* รวมกันสองคำ..เลยมีความหมายว่า ความปรารถนาแห่งป่าไม้
[3] เฟิง ฮั่ว มาจากสองคำที่ผสมรวมกันคือ 凤 และ 火
3.1 . เฟิง ตัวเขียนจีน 凤 พินอิน Fèng แปลว่า ต้นอินทผลัม , หงส์ , นกฟีนิกซ์ (เฟิงคนละตัวกับ เฟิงอวิ๋น และ จิ้นเฟิงเด้อ อันนั้น 风 แปลว่า ลม , บุคลิกท่าทาง , กระแสนิยม )
3.2 . ฮั่ว ตัวเขียนจีน 火 พินอิน Huǒ แปลว่า ไฟ , ไฟไหม้ , ยิง

* รวมกันสองคำ..เลยมีความหมายว่า หงส์ไฟ , ฟินิกซ์อัคคี
[4] ฮั่ว ซิง มาจากคำ คำเดียวคือ 火星 พินอิน Huǒxīng แปลว่า ดาวอังคาร , ประกายไฟ (ในที่นี้ใช้คำว่าประกายไฟ)
4.1 ฮั่ว ตัวเขียนจีน 火 พินอิน Huǒ แปลว่า ไฟ , ไฟไหม้ , ยิง
4.2 ซิง ตัวเขียนจีน 星 พินอิน xīng แปลว่า ดวงดาว , อนุภาค หรือ ส่วนที่เล็กที่สุด

หมายเหตุ เอามารวมกันเลยกายเป็น ไฟเล็ก ๆ ไฟที่มีอนุภาคเล็ก ก็คือ ประกายไฟ


ความคิดเห็น

COMMENT

แนะนำหนังสือโดย KAWEBOOK