เงาเทพผ่าจันทรา ( Martial MoonKnight )
ตอนที่ 65 คร็อกโค่..กับคำสาบของเยว่ชิงหลง
  •   ปรับสีและขนาดตัวอักษร  
  •    
  •    
  •    
  •  
หลังจากเหตุการณ์ที่เลวร้ายจากการที่บุกไปยังสุสานจักรพรรดิ ก็ล่วงเลยผ่านไปสองอาทิตย์ เนื่องจากซีว่างใช้พลังจนเกินตัว แค่เดินมันยังลำบากไหนจะซีเหรินที่บาดเจ็บถึงจะไม่ร้ายแรงเท่าใด แต่ก็ถือว่าเป็นอาการบาดเจ็บที่ร้ายแรงที่สุดในชีวิตของนาง..องค์หญิง

ในระหว่างสองอาทิตย์ พวกมันต่างถกเรื่องแผนการต่าง ๆ พวกมันมิได้คิดที่จะท้อถอย หากพวกมันใจเสาะล้มเลิกเพียงแค่นี่ ชีวิตของกุ้ยจินก็มิต่างกับเต่าโง่ตัวหนึ่ง ที่หลงตามพวกเด็กเมื่อวานซืนไปตายอย่างโง่เง่า

อีกทั้ง..พวกมันต้องการพลังที่มากขึ้นกันทุกผู้ทุกคน ต่างมิยอมล่าถอยกันอย่างเด็ดขาด

ซีชินที่ไม่รู้ว่าภายในมีอะไร ต่างวาดฝัน..ว่าจะมีทรัพย์สมบัติบางอย่าง ที่สามารถทำให้มันแข็งแกร่งขึ้น..ได้ก้าวล้ำกว่าที่เป็นอยู่ เพื่อปกป้องราชบัลลังก์และพี่สาวของมันซีหลิน

ซีเหรินก็มิต่างกัน ถึงแม้นนางจะเป็นสตรี..แต่นางมิต้องการที่จะคอยให้ผู้ใดมาปกป้องนาง นางเห็นมารดาของตนเองต่างนั่งอยู่ในกรงทอง ที่ทางราชสำนักปิดกั้นเอาไว้ นางไม่มีทางที่จะเป็นนกที่สวยงาม..คอยให้ผู้ใดมาเชยชมในกรงทอง..เฉกเช่นมารดา นางต้องการจะเป็นดอกกุหลาบที่มีหนาม หากใครจะคิดเด็ดดมต้องคิดให้ถี่ถ้วน

จิ้นเฟิง ด้วยความที่มันเป็นคนของตระกูลจิ้น ถึงแม้นไม่ได้เกิดในตระกูลหลัก แต่ด้วยศักดิ์ศรีที่มันแบกรับ..จากสกุลจิ้นที่ยึดมั่นเรื่องความซื่อสัตย์ มันจึงไม่มีวันที่จะทิ้งพี่ชายบุญธรรมของมันเป็นอันขาด มันจึงต้องการพลังให้มากกว่านี้..สูงกว่าที่มันมีอยู่ เพื่อที่จะทำตามคำมั่นสัญญาที่มอบไว้ให้กับบิดาของมัน ว่าจะปกป้องและคอยดูแลซีว่างเป็นอย่างดี

เฟิงอวิ๋น ด้วยความที่มันเป็นตระกูลขุนนางจากบ้านนอก ทำให้ศักดิ์ฐานะของมัน..ไม่อาจเทียบเคียงกับหญิงสาวที่มันหมายปอง หนำซ้ำ..มันยังมิเก่งกล้าพอที่จะปกป้องนาง หากมันได้พลังมากกว่านี้ หญิงสาวที่มันหลงรักอยู่ข้างเดียว คงไม่บาดเจ็บเช่นคราก่อน ถ้อยคำสั่งเสียของชายชราดังก้องอยู่ในหัว ย้ำเตือนมันทุกครั้งที่หลับฝัน
' หากอยากให้ตนเองคู่ควรกับนาง..จงแข็งแกร่งขึ้น ' ทำให้ตลอดหลายวันที่รอคอยสหายของมันฟื้นตัว มันต่างฝึกวิชาอย่างหนักหน่วง..กว่าผู้ใด

ความแข็งแกร่งก่อนหน้าของซีว่าง..ทำให้มันทะนงตนว่าแข็งแกร่ง มันจึงไม่รับฟังคำกล่าวเตือนของผู้ใด แม้แต่หญิงคนสนิทที่กล่าวเตือนต่อมัน หนำซ้ำ..มันยังทำเป็นเล่นกับคำเป็นห่วง..คำนั้น

ไหนจะผู้คนหลายคนที่สละชีวิตเพื่อช่วยมันก็ดี หรือช่วยสหายมันก็ดี ยิ่งมีคนตายเพื่อมันเท่าใด มันยิ่งตอกย้ำความไร้ค่าขอตนเอง ความทะนงตนที่เคยมี กับลดน้อยถอยลง หากไม่ติดว่ามีเรื่องเกี่ยวกับพี่สาวต่างมารดาของมัน..มันคงจะกลับมาเมื่อพลังสูงมากกว่านี้ แต่สถานการณ์ในตอนนี้..ถือว่าเร่งรีบเป็นอย่างมาก

จากคำบอกเล่าของซีชิน พิธีอภิเษกจะจัดขึ้นในอีก 4 ปี หลังจากงานประลองยุทธ์ของทวีปที่มีชื่อว่า ' ยอดยุทธ์..จตุรอาณาจักร ' ที่จะมีจัดขึ้นทุก 20 ปี ซึ่งในปีนั้น..เจ้าเฟิงฮั่วจะเข้าประลอง..เป็นตัวแทนของอาณาจักรเพลิงวายุ มันมั่นใจเป็นอย่างมากว่าจะชนะคนของอาณาจักรอื่น..ได้ง่าย ๆ ถึงขั้นจะอภิเษกทันทีหลังจากที่มันได้ชื่อว่า ' ผู้เยาว์อันดับหนึ่ง ' โดยมันได้ให้คำมั่นเอาไว้ว่า ' หากข้าไม่สามารถชนะการประลองได้..ข้าคงไม่คู่ควรกับองค์หญิงซีหลิน , ข้าจะทำการยกเลิกการแต่งงาน '

เป็นคำเหยียดหยาม..ที่กล่าวออกมาด้วยท่าทียโสเป็นอย่างมาก นี่จึงเป็นเหตุผล..ว่าเหตุใดซีชินจึงต้องการพลังมากมายขนาดนั้น เพื่อที่มันจะได้เป็นตัวแทนของอาณาจักรรุ่งนภา เพื่อจะล้มเฟิงฮั่วในการแข่งขัน
.
.
.
ตอนนี้กลุ่มของซีว่างกลับมายังที่นี่อีกครั้งหนึ่ง แต่ครานี้ สหายของมันทั้ง 4 คน..จะคอยอยู่รอบนอก หากเข้าไปมีแต่จะเป็นภาระต่อซีว่าง..ทำให้มันต้องมาคอยพะว้าพะวัง พวกมันตกลงกันไว้ว่า หาก 1 ชั่วยาม..ซีว่างยังไม่กลับมา ให้พวกมาเร่งจากไปให้ไว

“ อย่าลืมที่พวกเราตกลงกันไว้..อย่าได้รั้งรอเมื่อครบกำหนดเวลา , ข้าไปก่อน ” ซีว่างจ้องหน้าสหายของมัน ก่อนจะเหินร่างขึ้นฟ้า มุ่งตรงไปยังจุดที่เจ้าอสูรร้ายพำนักอยู่

เพียงครู่เดียวมันก็มาถึงจุดนั้น ก่อนที่จะกวาดสายตาแลดูเหล่าอสูร

อสูรกว่าแสนตน กลับลดน้อยถอยลงเหลือเพียงหลักร้อย ทำให้ความน่าเกรงขามของพวกมัน..ลดหย่อนลงไปมากโข แต่ก็มิอาจดูถูกได้..เพราะพวกมันเป็นถึงอสูรชั้นฟ้ากันทั้งหมด

สัตว์อสูรและมนุษย์นั้น..นอกจากรูปร่างที่ผิดแผกแตกต่างกัน ความสามารถพลังฝึกตน..ย่อมแตกต่างเช่นกัน

สัตว์อสูรจะมีร่างกายที่แข็งแกร่งกว่ามนุษย์หลายเท่านัก ซึ่งสวนทางกับพลังปราณ..ที่มนุษย์มีมากมากกว่าหลายเท่า

สัตว์อสูรจะเริ่มก่อเกิดสติปัญญาเมื่อมีระดับพลังผสานโลกาขึ้นไป ระดับเหยียบนภาถึงจะสามารถพูดคุยภาษามนุษย์ได้และระดับพลังปราณอันน้อยนิดจะเริ่มก่อเกิดเพิ่มพูลให้มากล้นยิ่งขึ้น..แต่พวกมันยังไม่สามารถเหาะเหินได้ในระดับนี้ มันจะเริ่มเหาะเหินได้ในระดับสวรรค์ขึ้นไปทั้งยังสามารถแปลงโฉม..เรียนแบบรูปร่างหน้าตาของมนุษย์ได้อีกเช่นกัน

ซีว่างจับจ้องไปที่เจ้าจระเข้ยักษ์ก่อนที่จะเอ่ยปาก ออกไปเสียงดัง..ด้วยถ้อยคำที่นอบน้อม

“ ท่านอาวุโส..จระเข้ยักษ์ , ข้ามีเรื่องจะขอเจรจา ” เสียงกล่าวออกมาเต็มไปด้วยความนับถือ อีกทั้งตอนนี้..ซีว่างเริ่มค่อย ๆ ล่อนลงบนพื้น..ที่ห่างจากจุดที่เจ้าจระเข้ยักษ์ยืนอยู่ราวครึ่งลี้

“ ไอ้เด็กชั่ว !! เจ้ายังกล้ากลับมา!! ” เสียงที่เปล่งออกมาของจระเข้ยักษ์เต็มไปด้วยความเจ็บแค้น มันจ้องมองมาที่ซีว่างอย่างดุดัน “ เจ้ากับข้าไม่มีเรื่องต้องพูดคุยกัน !! หากยังรักชีวิตของเจ้า..รีบไสหัวไป !! ”

ครานี้..เสียงที่เปล่งออกมาเต็มไปด้วยความปวดร้าว ไอปราณที่แฝงมาในน้ำเสียง ทำให้ฝุ่นดินกระจายฟุ้งไปทั่วสระทิศ

“ ท่านอาวุโส..อย่าพึ่งก่อโทสะเลย , ข้าเพียงแต่ต้องการเดินทางไปยังสุสานเบื้องหลังท่าน , เพียงเท่านั้น.... ” ซีว่างพยายามจะเจรจาอย่างใจเย็น หากมันปะทะเข้าไปตรง ๆ พวกลูกสมุนของจระเข้ยักษ์..ไม่คณนามือของซีว่างแม้แต่น้อย และต่อให้เจ้าตัวหัวหน้าลงมือด้วยตัวมันเอง..ซีว่างก็มั่นใจกว่าหกส่วนว่าสามารถเอาชนะได้

แต่เมื่อชายหนุ่มกล่าวเรื่องสุสานขึ้นมา โทสะของเจ้าอสูรร้ายกลับเพิ่มพูนสูงขึ้น บรรยากาศเริ่มอึมครึม เหล่าลูกสมุนอสูรต่างนิ่งเงียบหันไปจับจ้อง..จ่าฝูงของพวกมัน

น้ำลายที่กลืนลงคอของซีว่างตอนนี้ กลับรู้สึกฝืดคอ..ดั่งกับมีกรวดทรายอยู่ภายในปาก คิ้วเริ่มขมวดชิดติดกัน แขนขาเริ่มแข็งเกร็ง กับความอึมครึมในครั้งนี้

กลับไปปปปป !!!! ” เจ้าอสูรร้ายหวีดร้องออกมาเสียงดังแสบแก้วหู จนซีว่างต้องยกมือขึ้นมาป้องปิดจากคลืนเสียงที่ถาโถมออกมาเป็นวงกว้าง คลื่นเสียงที่แผ่ออกมาไม่ได้มีผลเฉพาะซีว่าง มันกลับทำให้ลูกน้องของตัวมันเอง ต่างทำเช่นเดียวกับซีว่าง..พร้อมกับกล่าวถ้อยคำวิงวอนขอร้องต่อหัวหน้าของมัน
' ท่านคร็อกโค่..โปรดระงับโทสะ '
' แก้วหูข้า..โปรดระงับโทสะ..ท่านหัวหน้า '
' ช่วยด้วย !!! '

แต่เจ้าอสูรร้ายกลับไม่ฟัง..เสียงร่ำร้องลูกสมุนของมัน โทสะที่ปะทุออกมาของเจ้าคร็อกโค่กับแผ่ออกมาต่อเนื่อง ดวงตาแข็งกร้าว อ้าปากคำรามจนสามารถเห็นฟันแหลมคมเป็นแถวยาวบนล่าง อย่างละสามแถว

หลังจากอสูรร้ายแผดเสียงหวีดร้องออกมา แล้วไม่มีท่าว่าจะหยุด ความอดทนของซีว่างก็หมดลง ก่อนที่มันจะใช้เพียงมือเปล่าหน่วงพลังเอาไว้ที่ฝ่ามือ ก่อนจะปล่อยคลื่นพลังทำร้ายล้างสีทองไปเบื้องหน้าของมัน “ แรมที่ 2 จันทร์เสี้ยวผ่าดารา !! ”

คลื่นพลังที่ปล่อยออกมาโดยไม่ได้ถือศาสตรา ทำให้พลังของมันเบาลงไปมากมายหลายส่วน แต่ก็สามารถทำให้เจ้าอสูรร้ายคร็อกโค่..หุบปากลงได้ ก่อนจะจับจ้องมาที่ชายหนุ่มอย่างดุดัน

“ เยว่ชิงหลง !! อ๊ากกกกกกกกก ” ดั่งกับวาจาของซีว่าง..ที่กล่าวนามของบรรพบุรุษสำนักเงาจันทราออกมา ดุจมีดกรีดลงตรงกลางใจของเจ้าอสูรร้าย น้ำเสียงของเจ้าคร็อกโค่ถึงได้เต็มความเจ็บปวดรวดร้าว

“ ที่แท้เจ้าก็เป็นทายาทของไอชั่วนั้น !! อย่าหวังได้รอดกลับไป !! ” ก่อนที่เจ้าอสูรร้ายจะเปล่งรัศมีที่เข้มข้น..แผ่ออกมา เกร็ดรอบกายของมันพองขึ้น ก่อนที่เจ้าจระเจ้ยักษ์ จะสะบัดขนหนามที่แหลมคมพุ่งมาทางซีว่าง อย่างไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย

ซีว่างเร่งใช้ท่าร่ายของมันพุ่งตัวหลบห่าขนของเจ้าอสูรร้ายเต็มฝีเท้า พร้อมกับชักอาวุธของตนออกมา..หน่วงพลังไว้ที่แขนข้างที่ถือกระบี่ ขณะที่มันกำลังหลบห่าขนที่พุ่งเข้ามาไม่หยุดหย่อน

“ แรมที 2 จันทร์เสี้ยวผ่าดารา !! ” วาดดาบออกไปทางเจ้าคร็อกโค่อย่างไม่ออมแรง คลื่นพลังที่พุ่งไป..มีความรุนแรงเทียบเท่ากับ..พลังของผู้ฝึกยุทธ์ระดับเหยียบนภาขั้นที่ 6

ตูม !! คลื่นพลังเข้าปะทะเข้าเต็มร่างของเจ้าอสูรร้าย ฝุ่นคละคลุ้งขึ้นรอบเป้าหมายที่โดนวิชา พร้อมกับห่าขนที่หยุดลงไป

แต่พอฝุ่นจางหาย ร่างของเจ้าอสูรร้ายกับไม่มีแม้แต่รอยขีดข่วน

ความแข็งแกร่งทางกายภาพของอสูร..เป็นสิ่งที่ดูเบามิได้จริง ๆ

ก่อนมาที่นี่..ซีว่างก็ได้ทำใจมาเรียบร้อย เพราะมันมีประสบการณ์เกี่ยวกับอสูร..ที่ทวีปเอเบล มันจึงมิได้แปลกใจอันใดเกี่ยวกับสิ่งที่เกิดขึ้น

“ คราแรกพวกเจ้าก็ทำร้ายกลุ่มของข้าก่อน..จากกับดักที่ชั่วร้าย , มาครานี้..ก็จงใจเอาชีวิตข้า.. ” ความโมโหโกรธาเริ่มครอบงำซีว่าง ทั้ง ๆ ที่มันคิดจะมาเจรจาอย่างสันติ แต่อีกฝ่ายทั้งด่าทอ..ไหนจะคลื่นพลังเสียงที่แสบโสตต่อตัวมัน ตอนนี้ยังจะห่าขนที่แหลมคม ครั้งนี้ไม่ว่าจระเข้ยักษ์คร๊อกโค่..หรือซีว่าง มันต้องมีสักคนที่ต้องตายจากไป

“ แรมที่ 4 ทลายจันทรา !! ” ก่อนที่ซีว่างจะโยนกระบี่ของมันออกไป เร่งพลังปราณของตนเองพร้อมดีดข้อเท้าพุ่งตรงไปรับศาสตราคู่ใจ ใช้ความเร็วจากวิชาของตนเองให้เป็นประโยชน์ พุ่งกายไปมาด้วยความเร็วที่น่าเหลือเชื่อ ออกกระบี่ฟาดฟันจ้วงแทงอย่างไร้ความปรานี จุดใดที่ซีว่างพุ่งกายไปถึง ต่างมีอสูรทิ้งร่างล้มตัวลง..จากอาการบาดเจ็บ ถึงแม้นจะสังหารไม่ได้ แต่พวกเหล่าอสูรที่ล้มลงไป ต่างไม่สามารถลุกขึ้นมากวนใจซีว่างได้อีกในเร็วไว

ผ่านไปราวครึ่งชั่วยาม ลูกสมุนตนสุดท้ายก็ล้มลงไปกองนอนร่ำร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด ตลอดระยะเวลาครึ่งชั่วยาม เจ้าคร็อกโค่..ต่างพองขนและเล็งเป้าหมายมีที่ซีว่างตลอดเวลา โดยที่มันมิได้ย่างกายออกมาจากจุดเดิมที่มันยืนอยู่เลยแม้แต่น้อย มันยิ่งย้ำชัดในสิ่งที่ซีว่างสงสัยกว่าสองอาทิตย์..ให้ชัดเจนยิ่งขึ้น

' มันต้องถูกพันธนาการเป็นแน่..ถึงไม่คิดจะก้าวขาออกมาเลยแม้แต่ครึ่งก้าว '

เมื่อมั่นใจเช่นนั้น..มันก็จะทำให้การประลองเช่นนี้ง่ายขึ้นมาก เพราะอีกฝ่าย..มีการเคลื่อนไหวที่จำกัด

ก่อนที่ซีว่างจะยืนจ้องหน้าของเจ้าอสูรร้ายด้วยดวงตาที่แข็งกร้าว “ แค่จัดการลูกสมุนเจ้าตายจากไป..ก็ไม่มีไอ้อีหรืออสูรตนใด..มาขัดขวางข้าจากสุสานท่านเยว่ชิง , เจ้าก็จงยืนสำนึกผิดอยู่เช่นนั้น..ดูซากศพของเหล่าสหายเจ้าไปเสีย ” ก่อนที่ซีว่างจะหยิบศิลาสื่อสารออกมา เตรียมที่จะตามเหล่าสหายของมันมายังสุสานกษัตริย์แห่งนี้

“ ฮ่า..ฮ่า..ฮ่า..ฮ่า , เจ้าคิดว่าจะผ่านเข้าไปได้ง่ายเพียงนั้นเลยรึ ? ” เสียงหัวร่อและถ้อยวาจาของเจ้าคร็อกโค่เต็มไปด้วยน้ำเสียงของความดูถูก “ เจ้าคิดว่าประตูของสุสานจะอ้าเปิดรอเจ้ารึ ? , ช่างอ่อนหัดยิ่งนัก ”

ปากของซีว่างได้อ้าพร้อมไว้..มิได้มีถ้อยวาจาหลุดออกมาจากปากของมัน ดวงตาของชายหนุ่มตอนนี้จับจ้องไปที่เจ้าอสูรร้ายด้วยท่าทีสงสัย

“ ที่ข้าไม่สามารถเคลื่อนที่จากไปไหนได้..ก็เป็นเพราะสุสานเฮงซวยแห่งนั้น !! , เจ้าชั่วเยว่ชิงหลง..มันร่ายวิชาใส่ข้า , ทำให้ข้า..ต้องเป็นผู้เฝ้าสุสานแห่งนี้ !! ”

เจ้าคร็อกโค่คำรามออกมาดังลั่นด้วยความเจ็บแค้น “ มันได้ฝังกลไกเอาไว้ในหัวใจของข้า..หากข้าย่างกายออกไปแม้แต่ก้าวเดียว , ข้าจะตายพร้อมกับประตูสุสานที่จะเปิดออก , หากคิดจะบุกเข้าไปข้างในสุสาน..มีแต่เจ้าต้องสังหารข้า !! ”

“ ซึ่งกระจอกอย่างเจ้า..ไม่มีวันได้เข้าไป , ฺฮ่า..ฮ่า..ฮ่า ”

เมื่อได้ฟังคำกล่าวอ้างของเจ้าอสูรร้าย ซึ่งมันก็สมเหตุสมผลกับอากัปกิริยาของเจ้าจระเข้ยักษ์ ที่ไม่ยอมย่างกายออกจากจุดเดิมที่มันยืนหยัดอยู่

' หากจะต้องการเข้าไปภายในสุสาน..มีแต่ต้องสังหารมัน '

คิดได้เช่นนั้น ซีว่างจึงกำกระบี่ไว้แนบแน่น..หน่วงพลังไว้ที่ตัวดาบ ก่อนที่จะพุ่งกายเข้าไป พร้อมฟาดลงใส่กลางหัวของจระเข้ยักษ์อย่างเต็มแรง “ แรมที่ 3 จันทราร่วงหล่น!! ”

แต่เจ้าคร็อกโค่ช่างโหดร้ายยิ่งนัก มันได้หยิบร่างกายที่บอบช้ำของสมุนของตนเองขึ้นมาสองตน ใช้ร่างกายของพวกมันต่างเครื่องป้องกัน ใช้บั่นทอนพลังที่ซีว่างปล่อยลงสู่มันอย่างง่ายดาย ก่อนที่มันจะฟาดหางของมันทุบเข้ากลางลำตัวซีว่าง

หากเป็นวันวานเมื่อโดนเช่นนี้..ซีว่างคงจะปลิวละล่องไปไกล..ตามแรงที่ถูกฟาดใส่ แต่นั่นมันคือซีว่างผู้ที่ทะนงตนเท่านั้น ที่จะทำการต่อสู้โดยไร้การว่างแผนรับมือ

ครั้งนี้ชายหนุ่มง้างเท้าเตะสวนกลับไปได้ทัน เพื่อต้านแรงหางของเจ้าคร็อกโค่

เมื่อแรงทั้งสองสายที่มีพลังมากมายพุ่งเข้าหากัน ทำให้ซีว่างถึงกับถูกแรงที่ตีสวนกลับมาดีดออกถลาถอยหลังไปไกล แตกต่างกับเจ้าจระเข้ยักษ์ที่ยังยืนหยัดอยู่ที่เดิม โดยใช้ขาของมันขุดหลุมลงไปข้างในผืนดิน..เพื่อช่วยเสริมแรงต้าน

“ แรมที่ 2 จันทร์เสี้ยวผ่าดารา !! ” คลื่นพลังสีทองสายนี้..ได้มุ่งเล็งไปที่เหล่าอสูรที่นอนกองอยู่ จนร่างกายของเหล่าลูกสมุนปลิวไปตามทาง..จากคลื่นพลังของชายหนุ่ม ก่อนที่ซีว่างจะพุ่งกายกลับไปหาเจ้าอสูรร้าย พร้อมง้างดาบในมือดาดลงใส่เจ้าอสูรร้าย “ แรมที่ 3 จันทราร่วงหล่น ”

ครานี้ไร้เครื่องป้องกัน ทำให้เจ้าอสูรร้ายต้องใช้เพียงมือเปล่าของมัน..รับการโจมตีที่หนักหน่วงของชายหนุ่ม แต่มันก็สามารถรับได้อย่างไม่มีปัญหา พร้อมทำเช่นเดิม..ฟาดหางเข้าโจมตีใส่ตัวของซีว่าง

แต่ครานี้ซีว่างมิได้ง้างขาเตะสวนแบบคราก่อน มันเพียงใช้ท่าร่ายหลบมาที่ด้านหลังของเจ้าอสูร ก่อนจะคว่ำปลายแหลมของกระบี่ชี้มาด้านล่าง “ แรมที่ 3 ทลายจันทรา !! ” ออกวิชาแทงปลายแหลมเข้าไปที่ส่วนโคนหาง

แต่ด้วยเกร็ดอันแข็งแกร่งผนวกกับร่างกายที่คงทนของอสูร การทำเช่นนี้มิต่างกับการเอาเข็มร้อยผ้า แทงเข้ากับปราการเหล็กกล้า ไม่สามารถสร้างแม้แต่รอยขีดข่วน..แก่ร่างกายเจ้าอสูรร้ายได้

ก่อนที่ซีว่างจะพุ่งร่างของตนเอง หลบฉากออกมาเพื่อตั้งหลัก พร้อมะจับจ้องไปที่เจ้าอสูรร้าย..ที่กำลังแลมองมาที่ชายหนุ่มมาเช่นกัน

ซีว่างพยายามใช้หัวสมองของตนเอง คิดค้นหาวิธีกำราบเจ้าจระเข้ยักษ์ให้จงได้ มันบดฟันของตนเองจนแทบแหลกขณะกำลังใช้ความคิด สีหน้าของมันตึงเครียดโดยมิได้ปกปิด

< เจ้านี่มันโง่เสียจริง... > เสียงของหญิงสาวคนสนิทดั่งออกมาจากภายในโลกวิญญาณ

< แค่เจ้าอสูรชั้นต่ำที่ถูกตรึงร่างเอาไว้..กลับยังไม่สามารถจัดการได้ , แล้วแบบนี้จะไปทำอะไรได้ >

< หากเจ้ามีแผนวิธีอันใด..ก็จงรีบบอกออกมา , ดีกว่ามาเฝ้าบ่นข้า > ชายหนุ่มกล่าวตอบกลับไปอย่างไม่สบอารมณ์

< ร่างกายภายนอกของมันแข็งแกร่งดั่งเหล็กกล้าก็จริง , เหตุใด..เจ้าถึงไม่กระทำสิ่งตรงกันข้ามเล่า > หญิงสาวกล่าวบอกใบ้ต่อชายหนุ่ม

< สิ่งตรงกันข้าม... ? > ก่อนที่ซีว่างจะกวาดสายตาสำรวจที่ร่างกายของเจ้าอสูรร้ายในทันที ก่อนที่จะยิ้มออกมาพร้อมคลายสีหน้าที่ตึงเครียดออก

< สมแล้วที่เป็นเจ้า , หากข้าสามารถกำราบมันลงได้..จะหอมแก้มเจ้าเป็นรางวัล..สักฟ๊อดหนึ่ง > เมื่อมันกล่าวจบ ก็ตั้งสมาธิ..จับกระบี่ในมือแนบแน่น ใช้ท่าร่ายพุ่งออกไป “ สยบดารา..กำราบเทวา !! ”

ซีว่างวาดกระบี่ฟาดขึ้นข้างบน ตวัดคมกระบี่สวนลงมา พร้อมปล่อยมือซ้ายออกจากกระบี่..คืนศอกเข้าหาอก ก่อนจะจ้วงแทงกระบี่ตรงออกไป ' ป่ง !! '

เสียงไอปราณระเบิดดั่งรั้นพร้อมกับกระบี่ที่จ้วงแทงเข้าไปนัยน์ตาของเจ้าอสูรร้าย จนใบกระบี่เฉือนลึกลงไปประมาณ 2 ถึง 3 นิ้ว

เจ้าอสูรร้ายร่ำร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด ยกสองมือขึ้นมาเกาะกุมไว้ที่ดวงตา

แต่ซีว่างยังไม่หยุดเพียงแค่นั้น มันวาดดาบออกไป “ แรมที่ 2 จันทร์เสี้ยวผ่าดารา !! ” ส่งคลื่นพลังสีทองเข้าไปในปากของเจ้าอสูรร้ายที่อ้าปากร่ำร้องอยู่ คลื่นพลังสายนั้นที่พุ่งตรงเข้าสู่ร่างกายภายในของเจ้าอสูรร้าย ทำลายอวัยวะภายในที่อ่อนแอ..ที่มิได้มีเกร็ดห่อหุ้มดั่งร่างกายภายนอก จนแหลกละเอียดกายเป็นก้อนเลือด

แรงที่ส่งออกมาทำให้ร่างกายของเจ้าอสูรร้ายถูกผลักกระเด็นออกไปไกลจากจุดเดิมของมัน ก่อนที่ร่างจะหยุดลงไปตรงเนิน..ที่เป็นปากทางเข้าของสุสานกษัตริย์ พร้อมกับลมหายใจที่จางหายไป

พื้นดินหน้าปากถ้ำสั่นไหวเล็กน้อย ก่อนที่ปากประตูที่แข็งแกร่งของสุสานจะอ้าเปิดออก

-------------------------------------------
ขอโทษด้วยครับที่ลงช้า พอดีตั้งเวลาให้มันโพสอัตโนมัติ แต่ดั้น..วันผิดให้มันไปโพสพรุ่งนี้ ขอโทษด้วยครับ ( ถ้าไม่เข้ามาแก้คำผิดนี่ไม่รู้จริง ๆ นะเนี่ย )

ความคิดเห็น

COMMENT

แนะนำหนังสือโดย KAWEBOOK