[นิยายแปล] จอมกระบี่กบฏสวรรค์
เล่มที่2 ตอนที่ 43 ลายแทงปริศนา (ต้น)
  •   ปรับสีและขนาดตัวอักษร  
  •    
  •    
  •    
  •  

        ระยะห่างระหว่างชั้นผู้ฝึกยุทธ์กับชั้นเบิกนภาไม่เหมือนกับความห่างระหว่างระดับผู้ฝึกยุทธ์ที่ห่างกันขั้นสองขั้นพูดตามตรงแตกต่างราวฟ้ากับดินและฉู่เฟิงก็ไม่ใช่แค่พลังวัตรชั้นเบิกนภาขั้นหนึ่งแต่พลังวัตรชั้นเบิกนภาขั้นสามเป็นถึงศิษย์อันดับหนึ่งของสำนักในเป็นผู้ที่ปราบทั่วสำนักในไร้คู่ต่อกร

        แม้ว่าฉู่เฟิงจะเพียงแค่ลงมือมาส่งๆไม่ได้ใช้ความสามารถที่แท้จริงออกมาแต่ว่าผู้ฝึกยุทธ์ชั้นผู้ฝึกยุทธ์คนไหนก็ไม่อาจหลบพ้นได้

        แต่เดิมด้วยความสามารถของเสวียนเทียนก็ไม่อาจหลบพ้นหนึ่งกรงเล็บกับหนึ่งฝ่ามือของฉู่เฟิงได้แต่เมื่อครู่พอดีเขาตกอยู่ในห้วงภาวะจิตแห่งความเร็วของเพลงกระบี่ดับเงาคนทั้งคนตกอยู่ในห้วงจิตใต้สำนึกความเร็วเพิ่มขึ้นถึงขีดสุดราวกับใช้เพลงกระบี่ดับเงาออกมาหลบการโจมตีของฉู่เฟิงไปเอง

        ฉู่เฟิงตั้งใจจะสั่งสอนเสวียนเทียนเล็กๆน้อยๆในใจคิดว่าอย่างน้อยก็จะส่งเสวียนเทียนลงไปหมอบอยู่กับพื้นทำให้เขากระอักเลือดให้ภาพลักษณ์ศิษย์อันดับหนึ่งแห่งสำนักนอกของเขาแตกยับต่อหน้าศิษย์ชั้นสูงของสำนักนอกมากมายเหล่านี้

        ไม่คิดว่าปฏิกิริยาตอบสนองของเสวียนเทียนกลับรวดเร็วถึงเพียงนี้ทำให้ฉู่เฟิงเล่นงานพลาดเป้าเกรงว่าคงจะทิ้งภาพให้คนอื่นจดจำว่าแอบลอบโจมตีแล้วไม่สำเร็จ

        เมื่อได้ยินเสียงอุทานตกใจของบรรดาศิษย์ชั้นสูงสำนักนอกความโกรธในใจของฉู่เฟิงก็ยิ่งเดือดพล่านรู้สึกว่าคนที่หน้าแตกยับไม่ใช่เสวียนเทียนกลับเป็นตัวเขาเอง

        บังอาจเจ้ากล้าหลบข้า?”ฉู่เฟิงโกรธจัดตะโกนขึ้นเงาร่างดุจธนูพุ่งออกจากแล่งทะยานเข้ามาหาเสวียนเทียนเสวียนเทียนได้สติตื่นกลับมาจากภาวะจิตของเพลงกระบี่ดับเงากำลังบรรลุส่วนสำคัญกลับถูกคนเข้ามาขัดในใจของเสวียนเทียนก็โกรธขึ้นมาเหมือนกันแต่ยังไม่ทันให้เสวียนเทียนกระทำการใดฉู่เฟิงก็ราวกับเหยี่ยวถลาจับกระต่ายใช้ท่าโจมตีรุนแรงเข้าใส่เสวียนเทียนสองฝ่ามือของฉู่เฟิงซัดออกมาไม่ยั้งมือฟาดออกมาปรากฏเงาฝ่ามือซ้อนกันเป็นชั้นๆเร็วถึงขีดสุดฟาดตรงเข้ามาที่หน้าอกของเสวียนเทียนครั้งนี้ไม่หักซี่โครงของเสวียนเทียนให้ได้สักท่อนเขาไม่ขอเลิกรา

        ศิษย์ชั้นสูงในหอวิชายุทธ์วินาทีนี้ล้วนกลั้นลมหายใจพร้อมกันนั้นในใจก็ได้แต่นิ่งไว้อาลัยให้เสวียนเทียนที่ไปยั่วโมโหศิษย์อันดับหนึ่งแห่งสำนักในฉู่เฟิงเข้า

        ริมฝีปากของไป๋หลิงขยับอยากจะพูดอะไรบางอย่างแต่ที่สุดก็ไม่ได้เปิดปากฉู่เฟิงในฐานะศิษย์อันดับหนึ่งแห่งสำนักในย่อมมีศักดิ์ศรีของตัวเองตอนนี้ความโกรธเกิดขึ้นมาแล้วถ้าหากไม่ให้เขาได้ระบายออกก็ยากที่จะดับลง

        ความเร็วของฉู่เฟิงเร็วถึงขีดสุดท่าฝ่ามือล้อมทั่วร่างของเสวียนเทียนปิดตายทางถอยของเสวียนเทียน

        เสวียนเทียนจะหลบก็หลบไม่ได้ได้แต่ป้องกัน

        แม้ว่าเงาฝ่ามือของฉู่เฟิงฟาดมาเป็นชั้นๆแต่เสวียนเทียนบรรลุวิถีแห่งความเร็วจนถึงระดับชั้นอันลึกซึ้งที่สุดแล้ววินาทีนั้นท่ามกลางเงาฝ่ามือลวงตามากมายเสวียนเทียนมองเห็นทิศทางที่ฝ่ามือแท้จริงของฉู่เฟิงฟาดเข้ามา

        ปราณเบิกนภาพลันโคจรเข้าสู่สภาพสูงสุดเสวียนเทียนยกสองฝ่ามือขึ้นกันตรงหน้าอกท่ามกลางเงาฝ่ามือมากมายสองฝ่ามือรับประสานกับสองฝ่ามือของฉู่เฟิงที่พุ่งเข้ามากันสองฝ่ามือที่เร็วถึงขีดสุดของฉู่เฟิงไว้ได้

        ดวงตาของศิษย์นอกทั้งหมดเบิกถลนเสวียนเทียนมองฝ่ามือของฉู่เฟิงออกเรื่องนี้ทำให้พบเขาตื่นตะลึง

        ตื่นตะลึงชั่วครู่แล้วเปลี่ยนกลายเป็นเสียงอุทานเสียงร้องด้วยความตะลึง

        ร่างของเสวียนเทียนกระเด็นถอยหลังออกมาแม้ว่าเสวียนเทียนจะรับฝ่ามือของฉู่เฟิงไว้ได้แต่ว่าพลังวัตรเพียงแค่ชั้นผู้ฝึกยุทธ์ขั้นเก้าอย่างไรก็ไม่อาจต้านทานแรงโจมตีอันแข็งแกร่งของปราณแท้ชั้นเบิกนภาของฉู่เฟิงไว้ได้

        สิ่งที่ฉู่เฟิงฝึกฝนคือวิชาปราณของชั้นนิลอีกทั้งอย่างน้อยก็ฝึกฝนได้ถึงชั้นบรรลุส่วนใหญ่แล้วความล้ำลึกของปราณแท้ชั้นเบิกนภาเทียบกับพลังภายในของเสวียนเทียนแข็งแกร่งยิ่งกว่าไม่รู้กี่เท่า

        ถึงแม้ว่าฉู่เฟิงจะใช้พลังเพียงสองสามส่วนแต่นั่นก็ไม่ใช่ปริมาณที่เสวียนเทียนจะรับได้ในตอนนี้

        วินาทีที่สองฝ่ามือประสานกันปราณแท้ชั้นเบิกนภาปริมาณมหาศาลก็สาดเข้ามาในร่างของเสวียนเทียนพริบตานั้นเส้นปราณในร่างของเสวียนเทียนแทบจะรับไม่ไหวจะปริแตกออกร่างกายราวกับกำลังจะระเบิดฝืนไม่ได้กระเด็นปลิวไปข้างหลัง

        แต่ว่าตอนที่ปราณแท้ชั้นเบิกนภาของฉู่เฟิงทะลักเข้ามาจนถึงหว่างคิ้วของเสวียนเทียนนั่นเองกระบี่หยกขาวเล่มน้อยที่ซ่อนอยู่กลางหว่างคิ้วของเสวียนเทียนก็พลันตื่นขึ้นกระแสปราณสายหนึ่งฉับพลันก็ปรากฏขึ้นมาไหลเวียนไปทั่วแขนขากระดูกจรดเส้นผมเส้นขนนับไม่ถ้วนบนร่างของเสวียนเทียนในพริบตา

        พริบตานั้นปราณแท้ชั้นเบิกนภาของฉู่เฟิงก็ถูกไล่ออกไปนอกร่าง

        เสวียนเทียนรู้สึกราวกับในร่างกายมีกระบี่แหลมคมอยู่เล่มหนึ่งพร้อมจะพุ่งออกมานอกร่างทำลายทุกสิ่งที่เป็นปฏิปักษ์กับเขา

        ปึง!

        ร่างกายของเสวียนเทียนที่ปลิวถอยหลังอยู่กลางอากาศกระแทกเข้ากับชั้นหนังสือแถวหนึ่ง

        เสียงดังโครมครามชั้นหนังสือล้มหงายหลังคัมภีร์ยุทธ์เป็นร้อยเป็นพันเล่มกระจายเกลื่อนอยู่เต็มพื้นร่างกายของเสวียนเทียนล้มอยู่ในกองซากชั้นหนังสือ

        เสวียนเทียนโกรธจัดลึกลงไปในดวงตาทั้งคู่ของเขาเงากระบี่ขาวดุจหยกปรากฏขึ้นเลือนรางฝ่ามือฟาดกับพื้นทีหนึ่งคนทั้งร่างก็ดีดผึงขึ้นมาราวกับขดลวดไม่ได้รับบาดเจ็บแม้แต่น้อย

        ทั้งที่แห่งนั้นตื่นตะลึง!

        มองไปที่ชั้นหนังสือที่พังยับนั้นบรรดาศิษย์นอกก็รับรู้ได้ว่าพลังจากสองฝ่ามือของฉู่เฟิงนั้นมหาศาลเพียงไรแต่เสวียนเทียนกลับไม่ได้รับบาดเจ็บนับเป็นเรื่องเหนือความคาดคิดของผู้คนอย่างแท้จริง

        บนหน้าของฉู่เฟิงเองก็ปรากฏสีหน้าประหลาดใจเล็กน้อยในใจคิดว่าร่างกายของเจ้าเด็กนี่ทำมาจากเหล็กหรือยังไง?

        แม้ว่าฉู่เฟิงเพิ่งจะใช้พลังเพียงสองสามส่วนแต่ต่อให้เป็นยอดฝีมือชั้นเบิกนภาที่เพิ่งขึ้นชั้นเบิกนภามาก็ไม่แน่ว่าจะรับได้

        ทว่าเขาลงมือไปครั้งหนึ่งแล้วชั้นหนังสือของหอวิชายุทธ์ก็ทำพังไปแล้วนี่เป็นเรื่องใหญ่ฉู่เฟิงต่อให้บ้าเลือดกว่านี้ก็ไม่กล้าลงมือต่อไม่ให้เสียหายหนักกว่านี้

        และแม้ว่าจะเล่นงานให้เสวียนเทียนกระอักเลือดไม่ได้แต่ก็เล่นงานเขาล้มลงไปกองกับพื้นพร้อมกับชั้นหนังสือได้นับว่าทำให้เสวียนเทียนเสียหน้าแล้วความโกรธในใจได้ระบายออกไปบ้างแล้ว

        พลังสายหนึ่งโถมทะลักไหลวนอยู่ในร่างของเสวียนเทียนกระบี่วิเศษอันแหลมคมเล่มหนึ่งราวกับจะทะยานออกมานอกร่างฟาดฟันฟ้าดินเผยรัศมีคมกริบไม่อาจควบคุม

        ดวงตาทั้งสองของเขาเหมือนกับปราณกระบี่ตวัดมองไปที่หน้าของฉู่เฟิงตะคอกว่าฉู่เฟิงเป็นคนก็อย่าบ้าให้มากนัก

        เสวียนเทียนรู้ความสามารถของเขาตอนนี้ด้อยกว่าฉู่เฟิงอยู่ไกลอีกทั้งในหอวิชายุทธ์ก็ไม่ใช่สถานที่สำหรับต่อตีทะเลาะแต่ว่าพลังที่ส่งประกายคมกริบในใจนั้นกลับทำให้เขาไม่อาจควบคุมความโกรธในใจได้

        ถึงแม้ว่าเสวียนเทียนจะพยายามควบคุมตัวเองแต่น้ำเสียงกลับแข็งกร้าวอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

        เมื่อได้ยินคำพูดของเสวียนเทียนศิษย์ทั้งหมดในหอวิชายุทธ์ชั้นหนึ่งล้วนเบิกตากว้างตื่นตะลึงถึงขีดสุดกล้าพูดแบบนี้กับฉู่เฟิงศิษย์อันดับหนึ่งแห่งสำนักใน?ไม่อยากมีชีวิตแล้วใช่มั้ย?

        แน่นอนว่าฉู่เฟิงที่เพิ่งบังคับตัวเองให้กลืนความโกรธลงไปเมื่อครู่พอได้ยินน้ำเสียงของเสวียนเทียนความโกรธก็พลุ่งพล่านขึ้นมาอีก

        ฉู่เฟิงมองเสวียนเทียนพูดขึ้นเสียงเย็นว่าเจ้านับเป็นสิ่งใดได้?ศิษย์นอกตัวเล็กๆคนหนึ่งกลับกล้าพูดจาเช่นนี้กับข้าวันนี้ข้าจะให้เจ้าได้รู้ว่าจุดจบของการไม่เคารพศิษย์สำนักในเป็นอย่างไร

        พูดจบฉู่เฟิงก็จะลงมือในพริบตานั้นเสวียนเทียนรวบรวมสมาธิเขาสัมผัสถึงพลังที่กระบี่หยกขาวเล่มน้อยกลางหว่างคิ้วส่งผ่านมาได้เลือนรางพลังสายนี้แข็งแกร่งเหนือสิ่งอื่นใดราวกับสามารถสะบั้นฟ้าทลายดิน

        ขอเพียงฉู่เฟิงขยับแม้แต่นิดพลังในร่างกายเขาก็พร้อมจะระเบิดออกมาสังหารฉู่เฟิงถึงตอนนั้นเขาก็ไม่อาจควบคุมได้

        ศิษย์พี่ฉู่!

        เวลานี้เองไป๋หลิงก็ดึงแขนของฉู่เฟิงไว้กล่าวว่าศิษย์พี่ฉู่เป็นศิษย์อันดับหนึ่งของสำนักในชื่อสะเทือนสำนักใครไม่รู้จักใครไม่เคยได้ยิน?ตัวตนตำแหน่งล้วนเหนือผู้อื่นศิษย์น้องหวงเป็นเพียงศิษย์น้องตัวเล็กๆเท่านั้นเทียบกับศิษย์พี่ฉู่แล้วราวฟ้ากับดินท่านจะไปทำตัวไม่รู้เรื่องเช่นเ๨ี๱๯กับเขาไม่ใช่จะเป็นการลดตัวให้คนได้หัวเราะเอาหรือ?ศิษย์พี่ฉู่จิตใจกว้างขวางให้ศิษย์น้องหวงยอมรับผิดแล้วจบกันเถอะ!

        ผู้อาวุโสผู้พิทักษ์หอวิชายุทธ์เป็นผู้อาวุโสสำนักในที่ตำแหน่งสูงส่งคนหนึ่งฐานะไม่ต่ำไปกว่าบิดาของฉู่เฟิงฉู่เฟิงก็ไม่อยากสร้างเรื่องใหญ่เกินไปในหอวิชายุทธ์ไม่งั้นจะเก็บกวาดไม่ได้ได้ยินไป๋หลิงพูดขึ้นก็ไม่ได้ลงมือทันทีสิ่งที่เขาต้องการก็แค่ให้เสวียนเทียนก้มหัวเพียงแค่เสวียนเทียนยอมขอโทษสำนึกผิดก็บรรลุเป้าหมายแล้ว

        พูดกับฉู่เฟิงจบสายตาของไป๋หลิงก็หันมามองเสวียนเทียนกล่าวว่าศิษย์น้องหวงเจ้าตอนนี้แม้ว่าจะเป็นศิษย์อันดับหนึ่งแห่งสำนักนอกมีพรสวรรค์ของอัจฉริยะแต่ก็ยังเทียบกับศิษย์พี่ฉู่ไม่ได้ศิษย์นอกอย่างไรก็เป็นศิษย์นอกต่อให้เป็นที่หนึ่งก็ยังคงเป็นศิษย์สำนักนอกต่อหน้าศิษย์สำนักในก็ควรเคารพวันนี้ศิษย์พี่ฉู่นับว่าให้บทเรียนเล็กๆน้อยๆแก่เจ้าหวังว่าเจ้าจะจำไว้รีบขอโทษยอมรับผิดกับศิษย์พี่ฉู่เรื่องวันนี้ก็ขอให้จบเท่านี้

        ศิษย์พี่ไป๋มองเห็นอดีตมองไม่เห็นอนาคตคาดเดาคนชราได้แต่คาดเดาหนุ่มสาวไม่ได้!อย่าได้ดูถูกคนหนุ่มสาวเพราะคนหนุ่มสาวยังมีอนาคตอันสว่างสไวรออยู่อนาคตนั้นผันเปลี่ยนยากคาดเดาใครบ้างคาดการณ์ได้ท่านเอาอะไรมาพูดว่าข้าไม่อาจเทียบกับเขาได้?”สายตาของเสวียนเทียนแหลมคมเหลือประมาณจับจ้องไปที่ดวงตาทั้งคู่ของไป๋หลิงพูดต่อว่าวันนี้เป็นเขารังแกข้าก่อนทำไมข้อต้องขอโทษ?”

        มองสายตาที่มั่งคงหนักแน่นของเสวียนเทียนไป๋หลิงก็อับจนคำพูด

        แค่ขยะอย่างเจ้ากล้ามาเทียบชั้นกับข้า?”

        ฉู่เฟิงโกรธจัดตบหน้าอกพูดขึ้นข้าอายุเก้าปีฝึกกระบี่อายุสิบสามก้าวสู่ชั้นเบิกนภาอายุสิบห้าบรรลุจิตกระบี่ก้าวเข้าชั้นเบิกนภาขั้นสามปราบทั้งสำนักในไร้คู่ต่อกรวันนี้ข้าอายุสิบห้าปีครึ่งพลังวัตรก้าวถึงขีดสูงสุดของชั้นเบิกนภาขั้นสามทะลุชั้นเลิกนภาขั้นสี่ได้ตลอดเวลาแล้วดูเจ้าเข้าสำนักมาได้สี่ปีอายุอ่อนกว่าข้าเพียงปีเ๨ี๱๯วันนี้อายุสิบสี่ปีครั้งเพิ่งพลังวัตรชั้นผู้ฝึกยุทธ์ขั้นเก้าเป็นเพียงแค่ศิษย์สำนักนอกคว้าที่หนึ่งของสำนักนอกมาได้ก็คิดว่าตนเองเป็นคนสำคัญจะมาเทียบชั้นกับข้าเจ้าก็แค่ขยะข้าจะเหยียบขยะอย่างเจ้าให้แบนก็ต้องแบนจะบีบให้กลมก็ต้องกลมเจ้านับเป็นอะไรได้ข้าก็เป็นหนุ่มความสามารถในอนาคตของข้าแข็งแกร่งกว่าเจ้านับสิบเท่าไม่ว่าจะตอนนี้หรือในอนาคดไม่ว่าเวลาไหนต่อหน้าข้าเจ้าล้วนเป็นเพียงขยะชิ้นหนึ่งข้าบี้เจ้าให้ตายเหมือนกับมดตัวหนึ่งได้ตลอดเวลาเจ้าเชื่อหรือไม่?”

        ฉู่เฟิงเจ้ากล้าก็ลองทำดู!”เสวียนเทียนตะโกนเสียงดังพลังในร่างโหมกระหน่ำน้ำเสียงของเขาเปี่ยมล้นด้วยความมั่นใจและเด็ดขาด

        สองตาของฉู่เฟิงตวัดฉับตะโกนขึ้นว่าในเมื่อเจ้าหาที่ตายต่อให้ข้าต้องโดนเจ้าสำนักลงโทษวันนี้ก็จะขยี้เจ้าให้ตายเหมือนกับขยะชิ้นหนึ่ง

        ชิ้ง——!

        เสียงใสกังวานดังขึ้นกระบี่ในมือฉู่เฟิงชักออกจากฝัก

        กระบี่เล่มนี้แสงรัศมีส่องประกายไอสีเขียวพลุ่งพล่านเพียงออกจากฝักก็แผ่พลังมหาศาลออกมาราวกับยอดฝีมือชั้นเบิกนภาคนหนึ่งมาปรากฏตัวเป็นกระบี่วิเศษเล่มหนึ่ง

        ศิษย์พี่ฉู่ระงับอารมณ์ด้วย!”ไป๋หลิงร้องออกมาอย่างตกใจ

        เห็นฉู่เฟิงกล้าคิดจะสังหารเสวียนเทียนกลางหอวิชายุทธ์ศิษย์ชั้นสูงสำนักนอกทุกคนล้วนแต่อุทานตกตะลึงหวาดกลัวขึ้นมา

        เสียงอุทานของทุกคนล้วนเปล่าประโยชน์กระบี่วิเศษในมือของฉู่เฟิงพอลงมือก็กลายเป็นแสงกระบี่สายหนึ่งเร็วราวกับดาวตกแทงมาหาเสวียนเทียนตั้งใจสังหารเสวียนเทียนในครั้งเ๨ี๱๯

        เสวียนเทียนไม่อาจกดพลังในร่างกายไว้ได้อีกต่อไปรัศมีกระบี่ในร่างกายต้องการจะทะลวงออกมาจากร่างสังหารฉู่เฟิงเวลานี้เองสองนิ้วมือพลันปรากฏขึ้นผู้อาวุโสอายุเกินห้าสิบปีคนหนึ่งเข้ามายืนขวางอยู่ระหว่างฉู่เฟิงกับเสวียนเทียนสองนิ้วราวกับคีมเหล็กคีบหยุดกระบี่วิเศษที่พุ่งแทงมาของฉู่เฟิงเอาไว้

ความคิดเห็น

COMMENT
1 เดือน ที่แล้ว

ไม่เห็นจะข้ามเลย

7 เดือน ที่แล้ว

มันไม่ต่อเนื่องนะเช็คด้วย

7 เดือน ที่แล้ว

 ข้ามตอนหรือเปล่าครับ 

7 เดือน ที่แล้ว

อ่านแล้วรู้สึกขาดๆยังงัยไม่รู้

7 เดือน ที่แล้ว

ทำไมไม่ต่อกันอ่าครับ

แนะนำหนังสือโดย KAWEBOOK