เรื่อง ล่าผ่าแดนทมิฬ
ปราณเ้ัพากันสั่นสะเทือน พุ่งเข้าหาชายหนุ่มราวกับเขาคือแม่เหล็กแรงดึงดูดสูง!
เพอร์เวิร์ท • แฮสเซลฮอร์ฟ ไม่มีทางรับรู้ถึงการเปลี่ยนแปลงของ ‘ปราณแห่งห้วงท้องฟ้าและหมู่ดาว’ ได้ มันไร้คุณสมบัตินั้น แต่สิ่งที่มันสัมผัสได้คือกลิ่นอายแห่งการทะลวงผ่านที่ทะยานขึ้นสู่ฟ้า ชนิดที่ก่อนหน้านี้ไม่สามารถเทียบติด!
‘เกิดอะไรขึ้น? ทำไมกลิ่นอายทะลวงผ่านถึงกลับคืนมา? แถมยังทรงพลังกว่าตอนเขาดื่ม [หมอกโอสถเซียนก่อวิญญาณ] อีก?’
เพอร์เวิร์ทย่นคิ้วด้วยความฉงนในสิ่งที่เกิดขึ้น แต่มันก็ยังคงยืนกอดอก ไม่ได้คิดจะลงมืออะไร แม้เพิ่งจะรู้สึกตกตะลึงอยู่ไม่น้อย ที่ได้เห็นเชนทำการสร้างวิญญาณในระดับที่สูงกว่า ‘ไร้ที่ติ’
เพราะอย่างไรซะ ไม่ว่าจะเกิดสิ่งเหนือความคาดหมายอะไรขึ้น และสุดท้ายจะไปถึงจุดจบด้วยผลลัพธ์แบบไหน…
อีกฝ่ายที่อยู่ใน ‘ขั้นก่อเกิดวิญญาณ’ ก็ไม่มีทางคุกคามตนซึ่งอยู่ใน ‘ขั้นผนึกวิญญาณ’ ได้อยู่แล้ว
นี่ไม่ใช่ความมั่นใจ แต่มันคือข้อเท็จจริง
ขณะที่เพอร์เวิร์ทมองมาด้วยสายตาสนใจ เชนผู้ถูกโอบล้อมด้วยปราณที่ยิ่งมายิ่งเข้มข้น ดวงตาวูบแสงลึกลับ ประหนึ่งว่าเวลานี้เขาคือจุดศูนย์กลางของความเ้ัทั้งหมดในโลก!
ภายในจุดรวมปราณของเขา เวลานี้เต็มไปด้วยปราณเ้ัแห่งห้วงท้องฟ้าและหมู่ดาว และยิ่งเวลาผ่านไป พวกมันก็ยิ่งพากันเพิ่มพูนอัดแน่น ราวกับฝูงชนจำนวนมหาศาลที่ต้องการเข้าไปยังที่หมายซึ่งได้รับคำสั่งมาด้วยความกระตือรือร้นสุดขีด
พวกมันไม่แม้แต่จะรีรอ พุ่งเข้าไปยัง ‘แท่นพื้นฐานที่สอง’ และเพียงพริบตาเดียว แท่นพื้นฐานที่ว่าก็พังทลายกลายเป็นเศษซาก ก่อนจะรวมตัวกันเป็นกลุ่มก้อนปราณอันหนาแน่น
แล้วอย่างรวดเร็วยิ่งกว่าคราใด ผ่านไปไม่ถึงหนึ่งลมหายใจ ‘วิญญาณเหลว’ ได้ถูกก่อร่างเป็นที่เรียบร้อย!
เสียงระฆังดังกังวานออกไปจากร่างของเชน พร้อมกับคลื่นพลังที่ระเบิดวูบตอบรับเสียงนั้น
แต่อย่างไรก็ดี!
ยังไม่ทันที่จะได้กะพริบตาเสร็จสิ้น เสียงระฆังครั้งที่สองก็ดังขึ้น และอย่างรวดเร็วสุดขีด ระฆังครั้งที่สามดังตามติดมาชนิดไม่ถึงพริบตา!
‘วิญญาณก่อร่าง’ แล้วก็เปลี่ยนเป็น ‘วิญญาณรูปธรรม’ แทบจะในทันที!
และ…
ยังไม่หยุด!
อีกเพียงแค่วินาทีเดียว เสียงระฆังครั้งที่สี่ก็ดังขึ้นออกจากร่างของเชนที่โอบล้อมด้วยพลังเข้มข้น!
วิญญาณไร้ที่ติ!
และเป็นอีกครั้งที่…
ยังไม่หยุด!
คราวนี้กินเวลานานกว่าที่ผ่านมา ซึ่งที่บอกว่านานกว่า คือกินเวลาไปราวสามวินาที เสียงระฆังกึกก้องครั้งที่ห้าก็ดังสนั่นออกจากร่างของเชน!
วิญญาณสมบูรณ์แบบ!?
‘วิญญาณสมบูรณ์แบบดวงที่สาม’ ถูกสร้างขึ้น ด้วยเวลารวมทั้งกระบวนการไม่ถึงหกวินาที!?
ปราณแห่งห้วงท้องฟ้าและหมู่ดาว แน่นอนว่าเต็มไปด้วยความเ้ัยิ่งยวด ไม่มีใครรู้ถึงต้นกำเนิดหรือที่มาของมัน แต่สิ่งที่ไม่อาจปฏิเสธก็คือ มันทรงพลังอย่างยิ่งยวด ไม่ต่างจากความลึกลับของมัน!
และอย่าได้ลืมว่า เมื่อครั้งหนึ่งในตอนที่เชนติดอยู่ใน ‘ขั้นพื้นฐานระดับชั้นแปด’ ที่ไม่ว่าทำอย่างไรก็ไม่อาจหาเส้นทางไปต่อได้ ราวกับเผชิญกำแพงที่มองไม่เห็น แต่เมื่อเข้าไปในมิติหอคอยนิลกาฬ และได้ดูดซับ ‘ปราณแห่งห้วงท้องฟ้าและหมู่ดาว’ จาก ‘ดาราสถิต’ ของเผ่ามาร มันก็ทำให้พื้นฐานปราณของเขาพุ่งทะยานคืบหน้าทันที
นั่นหมายความว่าอย่างไร?
หมายความว่าปราณลึกลับสายนี้ เหมือนจะมีความเกี่ยวโยงอันสำคัญยิ่งกับพื้นฐานปราณของเขา! หรือจะพูดว่า เกี่ยวโยงกับเขาที่สร้าง ‘แท่นพื้นฐานที่เก้า’ ขึ้นมาได้ก็ไม่ถือว่าผิดนัก!
เช่นนั้นแล้ว การพุ่งทะยานด้วยความเร็วของเขาในตอนนี้ก็ใช่ว่าจะเข้าใจไม่ได้!
แต่ก็ไม่อาจปฏิเสธว่ามันเป็นความเร็วอันบ้าคลั่ง ชนิดที่ใครได้มาเห็นคงต้องตกตะลึงจนหยุดหายใจ ไม่ต้องพูดถึงใครที่ไหน แม้แต่เชนเองยังถึงกับใบหน้ากระตุกกับความบ้าคลั่งนี้!
ซึ่งนั่นก็ไม่เว้นแม้แต่ เพอร์เวิร์ท • แฮสเซลฮอร์ฟ ที่เวลานี้มองไปยังสิ่งที่เกิดขึ้นด้วยใบหน้าแข็งค้าง
แต่แน่นอน…
เป้าหมายของเชนไกลกว่านี้ ชายหนุ่มไม่มัวยินดีหรือจมอยู่กับความตกตะลึงต่อความเร็วในการสร้างวิญญาณก่อกำเนิดอันน่าเหลือเชื่อ เขากระซิบบอก ‘พวกมัน’ ด้วยเสียงเคร่งขรึมว่า “เร็วขึ้นอีก” ระดมปราณแห่งห้วงท้องฟ้า ให้พากันเร่งกระบวนการให้สูงขึ้นไป!
ปราณสุดเ้ัโหมกระพือด้วยความเชื่อฟัง พากันพุ่งเข้าสู่ร่างของเชนด้วยความเร็วที่ทวีมากยิ่งกว่าก่อนหน้า!
แล้วพริบตานั้น เสียงระฆังก็ดังกึกก้องออกจากร่างของเขาอีกคำรบ
แต่คราวนี้…
ยากเหลือเกินที่จะฟังหรือแยกแยะว่า เสียงระฆังที่ดังขึ้นเหล่านั้นเป็นครั้งไหนและจำนวนเท่าไหร่แล้ว เพราะมันช่างรัวเร็วและถี่ยิบ แม้จะไม่ถึงขั้นเหมือนเสียงเม็ดฝนกระทบพื้นโดยรอบ แต่ก็ไม่ได้ห่างไกลจากนั้นมากนัก!
ผ่านไปแค่ไม่ถึงสิบอึดใจ ท่ามกลางเสียงระฆังที่ดังกระหึ่มกระแทกกระทั้น…
วิญญาณสมบูรณ์แบบดวงที่สี่ ห้า และหก ได้ถูกก่อขึ้นในร่างของเชนแล้วเป็นที่เรียบร้อย!
คราวนี้ มองไปยังเพอร์เวิร์ท แขนของมันไม่ได้ยกขึ้นกอดอกอีกแล้ว แต่กำลังมองไปยังภาพตรงหน้าด้วยดวงตาที่เบิกกว้างสุดขีด!
สิ่งที่เกิดขึ้นโดยมีมันเป็นประจักษ์พยาน ไม่มีทางเลยที่จะเอาไปเล่าให้ใครฟังแล้วจะมีคนเชื่อ! เพราะแม้แต่มันเองยังแทบไม่อยากเชื่อในสิ่งที่เห็น!
เฮ้! มีคนที่สร้างวิญญาณก่อกำเนิดได้สามดวงในห้าอึดใจล่ะ แถมเป็นวิญญาณที่สูงกว่า ‘ไร้ที่ติ’ ด้วยนะ คุณเชื่อไหม?…คำตอบคงจะเป็นการมองกลับมาเหมือนมองคนเสียสติคนหนึ่ง
และที่น่าตกตะลึงยิ่งไปกว่านั้นสำหรับเพอร์เวิร์ทก็คือ…
ถึงจะแยกจำนวนเสียงระฆังแห่งการสร้างวิญญาณก่อกำเนิดได้ไม่แม่นยำนัก แต่เท่าที่ได้ยิน น่าจะเกินกว่าสิบครั้งไปแล้ว ซึ่งนั่นหมายความว่า…
รวมกับวิญญาณก่อกำเนิดก่อนหน้าที่ถูกสร้างไปแล้ว หมายความว่าอีกฝ่ายสร้างวิญญาณก่อกำเนิดดวงที่หกไม่ก็เจ็ด?!
นั่นหมายความว่ายังไง!?
นั่นหมายความว่าอีกฝ่ายมี ‘แท่นพื้นฐาน’ มากถึงหกหรือเจ็ดแท่น!?
และตอนนี้…
อีกฝ่ายก็ยังไม่หยุดด้วย!!
‘อันตราย!’
ความคิดที่ไม่เคยเกิดขึ้นกับชายผู้ไร้ความกลัวบ่อยนัก กระแทกใส่จิตใจของมันจนสั่นสะเทือน และอย่างไร้ความลังเล หรือไม่คิดจะสนใจสัจจะที่เคยพูดไว้ มันทำท่าจะพุ่งเข้าหาเชนเพื่อหยุดการทะลวงผ่านอันเหนือจินตนาการตรงหน้า!
แต่อย่างไรก็ดี!
มองไปเหนือศีรษะของเชน เวลานี้ได้ปรากฏ [ม้วนภาพวาดสีดำ] ลอยแผ่อยู่ที่นั่น และเมื่อเชนซึ่งอยู่ท่ามกลางการทะลวงผ่าน กระแทกนิ้วตรงไปยังเพอร์เวิร์ท ภาพในกรอบสายตารวมถึงความนึกคิดของมันก็ราวกับจะถูกผนึกไปชั่วขณะ!
เชนคิดอ่านล่วงหน้าเอาไว้อยู่แล้วว่า ไม่มีทางเชื่อคำพูดของเพอร์เวิร์ทได้!
แม้ในเวลาปกติ การใช้ [ม้วนภาพวาดดำ] กับตัวตนที่มีพื้นฐานปราณสูงกว่าจะค่อนข้างได้รับผลสะท้อนหนักหน่วง แต่ในเวลานี้ ท่ามกลางการทะลวงผ่านที่ระเบิดปราณอันเข้มข้นออกมาไม่หยุดยั้ง ชายหนุ่มราวกับอยู่ใน ‘สภาวะพิเศษ’ บางอย่าง ที่ทำให้ผลสะท้อนเหล่านั้นแทบจะถูกกีดกันจนส่งผลมาไม่ถึง!
แต่ก็ใช่ว่าจะไร้ผลเสียซะทีเดียว เพราะการใช้ม้วนภาพวาดเพื่อผนึกอีกฝ่ายเสี้ยวอึดใจ เชนจำเป็นต้องดึงสมาธิออกมาจากการทะลวงผ่านชั่วขณะ เมื่อทำการผนึกเสร็จ เขาก็ต้องรีบดึงสมาธิกลับเข้าไปภายในจุดรวมปราณทันที เพื่อไม่ให้เกิดความขาดตอนอย่างมีนัย
ซึ่งนั่นก็ทำให้ความเร็วในการทะลวงผ่านตกลงไปอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยง และการใช้วิธีนี้เพื่อยื้อเวลาคงทำได้ไม่เกินสามครั้ง เพราะเมื่อสมาธิถูกดึงออกมาจากการทะลวงผ่านมากเข้า ก็ยากที่จะเชื่อมโยงกลับคืนมากขึ้นในทุกครั้ง และเท่าที่เขาสัมผัสได้ การดึงสมาธิออกมาสามครั้งเพื่อผนึกเพอร์เวิร์ท ก็ถือเป็นจำนวนครั้งสูงสุดแล้วที่จะทำได้
ซึ่ง…
แค่นั้นก็เพียงพอแล้วสำหรับเขา!
เมื่อเพอร์เวิร์ทใกล้จะฟื้นสติกลับคืนจากการผนึกครั้งแรก เชนก็สร้าง ‘วิญญาณสมบูรณ์แบบดวงที่เจ็ด’ แล้วเป็นที่เรียบร้อย!
ชายหนุ่มดึงสมาธิออกมา กระแทกนิ้วตรงไปหาอีกฝ่าย พลังแห่งการผนึกที่ระเบิดออกจากม้วนภาพวาดดำ ทำการผนึกเพอร์เวิร์ทเป็นครั้งที่สอง แล้วเขาก็รีบดึงสมาธิกลับไปทันที!
เสียงระฆังคราวนี้ดังกึกก้องต่อเนื่องประหนึ่ง-่าฝน เพียงพริบตาเดียว ‘วิญญาณสมบูรณ์แบบดวงที่แปด’ ของเชนก็ถูกสร้างขึ้น!!
‘บ้าจริง…ต้องหยุด…’
ท่ามกลางห้วงสติที่ขาดห้วงและเชื่องช้า เพอร์เวิร์ทดิ้นรน พยายามดึงความนึกคิดของตนที่ถูกผนึกให้กลับคืนมา ซึ่งครั้งนี้มันทำได้เร็วขึ้นกว่าครั้งก่อนถึงสามในสิบส่วน เมื่อกรอบสายตาปรากฏภาพ มันทำท่าเตรียมจะพุ่งออกไป แต่ในพริบตาเดียวกัน เชนทำการกระแทกนิ้วตรงมาที่มันเป็นครั้งที่สาม!
กรอบสายตาและความนึกคิดของมันดำมืดไปอีกครั้ง เฉกเช่นเดียวกับภาพวาดที่วูบแสงสีดำเหนือศีรษะของเชน ที่พริบตาต่อมา มันก็พุ่งหายกลับเข้าไปในกำไลผ้าห้วงจักรวาล!
ช่วงเวลาแห่งการตัดสิน เชนก้มหน้ากัดฟัน เร่งเร้าปราณแห่งห้วงท้องฟ้าให้อัดกระแทกเข้าใส่ ‘แท่นพื้นฐานที่แปด’ อันเป็นแท่นพื้นฐานสุดท้าย!
แท่นพื้นฐานพังทลาย ก่อรูปขึ้นกลายเป็นกลุ่มก้อนปราณหนาแน่น แล้วอย่างรวดเร็วชนิดที่เห็นด้วยตาเปล่า…
กลุ่มก้อนปราณ สู่ วิญญาณเหลว
วิญญาณเหลว สู่ วิญญาณก่อร่าง
วิญญาณก่อร่าง สู่ วิญญาณรูปธรรม
วิญญาณรูปธรรม สู่ วิญญาณไร้ที่ติ!
เสียงระฆังดังกึกก้องออกจากร่างของเชนสี่ครั้งติดต่อกัน กระชั้นชิดจนราวกับเป็นเสียงเดียว!
และในตอนนั้น คือช่วงจังหวะที่เพอร์เวิร์ท ซึ่งได้รับบทเรียนจากการผนึกถึงสองครั้ง ได้สติกลับคืนมาอย่างรวดเร็วมากกว่าครั้งใด มันไม่แม้แต่เสียเวลาคิด พุ่งออกไปตามสัญชาตญาณ หมัดขวายกง้างพร้อมปรากฏเปลวเพลิงร้อนลวกปกคลุม!
มันเตรียมที่จะระเบิดพลังจาก ‘วิญญาณธาตุ’ ออกไป เผาร่างของชายตรงหน้าให้เป็นตอตะโกตามที่สัญชาตญาณกำลังหวีดร้องบอก!
แต่อย่างไรก็ดี…
นั่นคือจังหวะเดียวกับที่เสียงระฆังครั้งสุดท้าย ดังกึกก้องออกจากร่างของเชน!
คลื่นปราณอันทรงพลัง ระเบิดออกจากร่างของชายหนุ่มจนโลกในบริเวณสั่นสะเทือนเลือนลั่น เม็ดฝนรอบด้านถูกผลักกระเด็น จนไม่สามารถตกกระทบพื้นในรัศมีร้อยเมตรรอบตัวชายหนุ่ม
เพอร์เวิร์ทที่กำลังพุ่งเข้ามา ก็ยังถูกคลื่นพลังสายนี้อัดจนถึงกับปลิวกระเด็นย้อนกลับไป!
ถ้าไม่มี ‘พลังปกปิด’ ปกคลุมที่แห่งนี้เอาไว้ ไม่ต้องพูดถึงเหล่าตัวตนทรงพลังระดับสูง ต่อให้เป็นผู้ที่อยู่ในขั้นสามัญอันต่ำต้อยที่สุด ก็ยังต้องมองมายัง ‘หนองน้ำสุดขอบ’ แห่งนี้อย่างแน่นอน
เพราะตอนนี้ ท่ามกลางผืนนภามืดครึ้มและสายฝนที่โปรยปราย มี ‘เงาร่างปริศนา’ หลายร่างปรากฏขึ้นที่นั่น พร้อมกับบิดผันห้วงอากาศโดยรอบให้ยับยู่ยี่ราวกับกระดาษที่ถูกขย้ำ!
เพอร์เวิร์ทที่ถูกอัดปลิวกระเด็นไป รีบหมุนตัวกลางห้วงอากาศอันปั่นป่วนลงสู่พื้น ก่อนที่จะเงยหน้ามองขึ้นไปยังเงาร่างที่ปรากฏขึ้นบนห้วงอากาศ เหนือร่างของเชนด้วยสายตาแข็งค้าง…
เงาร่างเลือนรางเหล่านั้น มีทั้งหมดเก้าร่าง และทุกร่าง มีรูปลักษณ์และรายละเอียดเหมือนเชนทุกกระเบียดนิ้ว!
“เก้า…”
เสียงที่รอดออกจากปากของเพอร์เวิร์ท เบาจนแทบไม่ได้ยิน
นี่คือ…
เก้าวิญญาณอันสมบูรณ์แบบ!
เปรี้ยง!!!
บนเมฆฝนเบื้องบน ปรากฏเสียงคำรนของสายฟ้ากึกก้องในพริบตาที่ ‘วิญญาณสมบูรณ์แบบทั้งเก้า’ ปรากฏขึ้น!
ประหนึ่ง ‘เจตจำนงแห่งสวรรค์และปฐพี’ จะสัมผัสถึงสิ่งที่เป็นศัตรูต่อมัน แต่ราวกับด้วยเงื่อนไขอันพิเศษจำเพาะบางอย่าง ทำให้มันไม่อาจส่งทัณฑ์สวรรค์ลงมาฟาดกระหน่ำโลกหล้าเบื้องล่างเพื่อบดขยี้ศัตรูของมันได้!
ท่ามกลางสายฝนและท้องนภาที่ฉาบประกายไปด้วยแสงสายฟ้าวูบวาบ ราเชน • เมฆพิทักษ์ ค่อยๆ ลืมตาขึ้น…
ดวงตาสีเหล็กคู่นั้น เวลานี้เต็มไปด้วยความลุ่มลึกประหนึ่งทะเลแห่งดวงดาว…
ประหนึ่งเป็นศูนย์กลางของความเ้ัและบ่อเกิดความทรงพลังทั้งมวล!
นิยายแนะนำ
นิยายแนะนำ
ความคิดเห็น
COMMENT
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ เพื่อสร้างประสบการณ์นำเสนอคอนเทนต์ที่ดีให้กับท่าน รวมถึงเพื่อจัดการข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์ที่ดีบนบริการของเว็บไซต์เรา หากท่านใช้บริการเว็บไซต์นี้ต่อไปโดยไม่มีการปรับตั้งค่าใดๆ นั่นเป็นการแสดงว่าท่านอนุญาตยินยอมที่จะรับคุกกี้บนเว็บไซต์และนโยบายสิทธิส่วนบุคคลของเรา
0.00
0.00









userA???
???? ??? ? ???? ?? ??