เรื่อง ล่าผ่าแดนทมิฬ
ทุกสิ่งเิึ้อย่างรวดเร็วที่สุด ตั้งแต่เชนที่ปลิวกระเด็นไปทำการเรียก [ภาพวาดสีดำ] ออกมา ทำการใช้พลังของมันผนึกห้วงความคิดของเรวิชชั่วขณะ และณิญญูที่คล้ายแอบซ่อนรอคอยจังหวะมาตลอด ซึ่งพุ่งประชิดเรวิชได้ในเวลาเพียงแค่เสี้ยววินาที!
เป็นการช่วงชิงจังหวะในการลงมืออย่างพอดีไร้รอยต่อ ไม่เร็วจนการผนึกจากของขลังยังไม่เิึ้ ไม่ช้าจนสติของเรวิชกลับคืน เพราะอย่างที่ทราบดีว่าพลังของม้วนภาพวาดนี้แม้จะน่าสนใจและพิสดาร แต่จุดอ่อนของมันคือการที่สามารถผนึกศัตรูได้แค่เสี้ยวพริบตาเท่านั้น
และยิ่งเมื่อได้ปะทะกับเพอร์เวิร์ทซึ่งเป็นขั้นผนึกวิญญาณ เชนก็ตระหนักถึงจุดอ่อนร้ายแรงอีกอย่างของมันว่า ต่อให้พยายามทำการผนึกศัตรูซ้ำ แต่พลังของมันในครั้งถัดไปแทบจะถูกลดทอนจนไม่เหลือ ประหนึ่งยิ่งมากครั้ง อีกฝ่ายก็จะได้รับ ‘ภูมิคุ้มกัน’ มากขึ้นเท่านั้น
และยิ่งเมื่อศัตรูเป็นขั้นผนึกวิญญาณ ก็คล้ายกลับว่าพลังของม้วนภาพวาดนี้จะลดทอนลงไปเป็นอย่างมาก ไม่ต้องกล่าวถึงครั้งที่สามหรือสี่ แค่ครั้งที่สองก็แทบไม่มีพลังในการผนึกหลงเหลืออีกต่อไปแล้ว
ซึ่งนี่ไม่เกี่ยวข้องกับพื้นฐานปราณของเชนแต่อย่างใด แต่คล้ายจะเป็นขีดจำกัดสูงสุดที่ของขลังชิ้นนี้ซึ่งได้มาจาก ‘จิตรกรเฒ่าปริศนา’ ในแดนกระบี่จะสามารถสำแดงพลังได้แล้ว
เพราะฉะนั้นจึงเป็นอย่างที่กล่าวมา ในการลงมือครั้งนี้ทุกอย่างต้องสอดคล้องไร้รอยต่อ และการพุ่งเข้าถึงเรวิชได้ของณิญญู ท่ามกลางการจับจ้องอย่างไม่คาดคิดของนักล่านับยี่สิบกว่าชีวิต คือการแสดงให้เห็นว่าพวกเขาทำได้สำเร็จ!
มือของชายหนุ่มจากตระกูลเหมรินทร์คว้าจับ [สร้อยเชือกสีดำ] ที่สวมอยู่บนลำคอของเรวิช แล้วอย่างไร้ซึ่งความลังเล ชายหนุ่มผู้กำลังแยกเขี้ยวแววตาปรากฏความตื่นเต้นยินดี ทำการกระชากสร้อยเส้นนั้นสุดแรง!
แต่อย่างไรก็ดี…
อาจจะเพราะด้วยรูปลักษณ์ของสร้อยเส้นนั้นที่เป็นเชือกแลดูเก่าแก่โบราณ ดูแห้งกรอบเสียจนเหมือนออกแรงเพียงเล็กน้อยก็คงขาดออกจากกัน นั่นทำให้ ณิญญู • เหมรินทร์ แม้จะทำการกระชากสุดแรงด้วยพลังทางกายเนื้อที่มี แต่ไม่ได้ทำการผนึกเอ็นริวเสริมเข้าไปด้วย…
และนั่น…
ส่งให้เมื่อสร้อยเชือกถูกกระชากอย่างรุนแรง จนศีรษะของเรวิชถูกกระชากตามแรงจนวูบไปด้านหน้า สิ่งที่เิึ้ท่ามกลางสายตาหลายสิบคู่ที่จับจ้องมา คือการที่…
สร้อยเส้นนั้นกลับไม่ถูกกระชากขาดอย่างที่คาดคิดไว้!!
!!?
ณิญญูถึงกับใบหน้ากระตุก แววตาแฝงความยินดีมลายหาย กลายเป็นความเบิกกว้างจนแทบฉีกขาด!
ไม่มีเวลาให้ด่าทอถือทุบหัวตนเองที่เผลอประมาท ในพริบตานั้นที่รู้ว่าผิดพลาด ณิญญูกัดฟันกรอด ผนึกเอ็นริวใส่มือที่กำลังคว้าจับสร้อยเชือกจนระเบิดกลิ่นอายดุดัน เตรียมที่จะทำการกระชากอีกครั้งเพื่อเป็นการแก้ตัว!
แต่ครั้นนั้นเอง!
“ถอย!!”
เสียงตะโกนเคร่งเครียดอันคุ้นเคยดังฝ่า-่าฝน และนั่นทำให้ณิญญูถึงกับร่างสะท้าน ก่อนที่จะรีบปล่อยมือแล้วรีบถีบตัวออกจากจุดดังกล่าวทันทีอย่างไม่ลังเล!
แล้วแทบจะในเสี้ยววินาทีถัดมานั้นเอง…
คมดาบก็ตวัดผ่านจุดที่ลำคอของณิญญูเคยอยู่ไปอย่างดุดัน!
มองไปจึงได้เห็นว่าผู้ตวัดฟันไม่ใช่ใครอื่น แต่คือ เรวิช • วชิระ ซึ่งกำลังขมวดคิ้วแน่น ใบหน้าไร้ซึ่งรอยยิ้มอีกต่อไป!
แต่อย่างไรก็ดี แม้ณิญญูจะถีบตัวถอยออกมาสุดแรงแล้ว แต่เมื่อมองไปยังลำคอของเขา เราจะได้เห็นแผลลากยาวจากคมดาบดังกล่าวปรากฏเลือดไหลซึมอยู่ที่นั่น!
ถ้าเกิดณิญญูช้ากว่านี้แม้แต่นิดเดียว ศีรษะของเขาคงได้ปลิวกระเด็นไปตกอยู่บนพื้นตรงไหนสักแห่งไปแล้ว!
“บัดซบเอ้ย!!”
ณิญญูแยกเขี้ยวสบถเสียงดังลั่น เมื่อการลงมือเกิดความผิดพลาด!
เรวิช • วชิระ ใช้มือซ้ายที่ว่างอยู่จับไปที่สร้อยบนลำคอที่ถูกกระชาก เหลือบมองเชนที่ปลิวกระเด็นไปอีกทาง ก่อนที่จะหันกลับมามองณิญญูที่กำลังกระโดดถอยไป
“รู้เรื่องสร้อยนี่…แถมยังเน้นลงมือกับมัน…รู้ข้อมูลของฉันเยอะขนาดนี้ ท่าทางพวกแกคงไม่ธรรมดา คงมีเส้นสายหรือเบื้องหลังที่เข้าถึงข้อมูลระดับสูงได้…ถ้างั้นเตรียมใจเอาไว้ก็แล้วกัน ก่อนตายฉันจะเค้นข้อมูลจากพวกแกจนแห้งเลย!”
เรวิช • วชิระ แยกเขี้ยว!
ซึ่งก็เป็นจังหวะนั้นเอง ณิญญูหันมองไปยังเชนที่กำลังปลิวกระเด็นไป ก่อนจะตะโกนออกไปเสียงดัง
“โทษที! ฉันพลาด! ต้องลงมือแผนต่อไปแล้ว!”
เสียงตะโกนนั้นส่งให้เรวิชที่กำลังจะพุ่งออกมาถึงกับชะงัก!
ณิญญูหลังจากตะโกนบอกเชน เขาก็ไม่ชะงัก รีบหันไปมองเหล่านักล่าทั้งหมดในบริเวณ ก่อนที่จะตะโกนแข่งกับสายฝนออกไปเสียงดังลั่น!
“พวกแกอย่างมัวแต่เหม่อหรือกลัวจนขี้ขึ้นสมองสิวะ! สติโว้ยสติ! ถ้าไม่อยากตายกันหมด พวกแกทุกคนก็ต้องช่วยฉันเดี๋ยวนี้!…”
ณิญญูที่ตะโกนดึงสติของเหล่านักล่ากว่ายี่สิบชีวิต ให้กลับคืนสู่สถานการณ์ตรงหน้า ชี้นิ้วตรงไปหาเรวิชก่อนจะคำรามเสียงดังว่า
“หยุดมันให้ได้! ช่วยกันหยุดมันเอาไว้! ขัดขวางมันระหว่างที่เพื่อนของฉันกำลังลงมือ!!”
ลงมือ?
เรวิช • วชิระ ย่นคิ้วในคราแรก แต่เมื่อมันเหลือบมองไปยังทิศทางที่ ‘เพื่อน’ ของอีกฝ่ายกำลังลอยกระเด็นไป…
สีหน้าของมันก็ต้องแปรเปลี่ยนกลายเป็นดำมืด!
เพราะไม่อาจทราบได้เลยว่าเป็นความบังเอิญ หรือคิดอ่านตั้งใจไว้ตั้งแต่แรก แต่ทิศทางที่ชายสวมหน้ากากกำลังปลิวกระเด็นไปนั้น…
มันคือจุดที่ผู้ติดตามของตน ศิระ กำลังนั่งฟื้นฟูอาการบาดเจ็บอยู่ที่นั่น!
ก่อนหน้านี้เหล่านักล่าทั้งหมดคล้ายจะลืมเลือนตัวตนของศิระไป จากความดุดันบ้าคลั่งของเรวิชที่สำแดงให้เห็น แต่เป็นที่ชัดเจนว่าไม่ได้หลุดรอดสายตาและการนำปัจจัยต่างๆ มาวางแผนของเชน!
“พวกแก…”
เรวิชแยกเขี้ยว ใบหน้าและแววตาแปรเปลี่ยนเป็นดุดัน หมุนตัวเตรียมที่จะพุ่งไปยังทิศทางของเชน!
แต่อย่างไรก็ดี!
“ท่าทางไอ้ยักษ์นั่นคงสำคัญกับแกไม่ใช่เล่นสินะ! แบบนี้ค่อยสบายใจหน่อยว่ะ!!”
ณิญญูแยกเขี้ยว เรียกดาบออกมาถือไว้ กระตุ้นวิญญาณธาตุไฟจนลุกท่วมใบดาบ ก่อนที่จะกระโดดขึ้นสู่ห้วงอากาศแล้วทำการตวัดฟันออกไปสุดแรง!
มวลเพลิงที่บิดผันเป็นมังกรอันดุร้าย พุ่งตรงไปยังเรวิชอย่างดุดัน!
คมดาบราชันมังกร (เพลิง) !!
วิชาประจำตระกูลเหมรินทร์ซึ่งอาบย้อมด้วยธาตุไฟ พุ่งผ่านห้วงอากาศแห่งใดล้วนแผดเผาให้มวลฝนระเหิดหาย!
เรวิชเหลือบมองด้วยสายตาดุดัน ก่อนที่จะยกมือแบตรงไปยังมังกรเพลิงที่กำลังอ้าปากกว้างตรงมาหมายขย้ำ
วิญญาณธาตุลม • เมธีผลักนภาลัย!
คลื่นพลังไร้รูปที่ยากต่อต้านขัดขืน พุ่งออกไปทุกทิศทางโดยมีเรวิชเป็นจุดศูนย์กลาง ผลักทุกสรรพสิ่งให้กระเด็นออกไป ไม่เว้นแม้แต่มังกรเพลิงที่ถูกอัดกระแทกจนระเบิดกลางห้วงอากาศ!
แต่คลื่นพลังอันดุเดือดของการจู่โจมนั้น ก็ทำให้เรวิชต้องหยุดชะงัก บ่งบอกถึงความทรงพลังไม่ธรรมดาของการจู่โจมนี้ของณิญญู!
“วิชาบ้านั่นอีกแล้วเรอะ!?”
ณิญญูแยกเขี้ยว ก่อนที่หันไปมองรอบๆ เมื่อเห็นเหล่านักล่าทั้งหมดคล้ายจะยังงุนงงตามเหตุการณ์ไม่ทัน เขาก็แหกปากตะโกนขึ้นอีกครั้งเสียงดังลั่น
“เฮ้ย!! เลิกยืนทื่อเป็นตอไม้ที่ตายแล้วซะที! ถ้าไม่อยากตายกันอยู่ที่นี่ทั้งหมดก็ลงมือซะ! ตาม ณิญญู • เหมรินทร์ คนนี้มา!”
ณิญญูกล่าวจบก็ปรากฏมวลเพลิงลุกท่วมร่าง ก่อนที่จะพุ่งออกไปอีกครั้ง!
“ณิญญู? ทำไมชื่อคุ้นๆ”
“ฉันรู้จัก! ใช่แล้ว! นั่นคือ ‘เพชรเก่า’ !”
“ตัวเต็งลำดับที่สิบเก้า! ผู้สืบทอดตระกูลเหมรินทร์อันเก่าแก่!”
ไม่อาจทราบได้ว่าณิญญูคาดหวังผลลัพธ์เช่นนี้ไว้หรือไม่ จึงทำการตะโกนชื่อของตนพร้อมนามสกุลเสร็จสรรพออกไป
แต่ผลลัพธ์ถือว่าน่าพอใจ เมื่อประกายตาที่เคยหม่นหมองจากการถูก ‘ขยายความกลัว’ โดยพลัง เวทอาณาเขต • แดนล่าสังหารสีชาด บัดนี้คล้ายจะปรากฏความแจ่มชัดกลับคืน!
แล้วก็ไม่อาจทราบได้ว่าใครเป็นคนแรกที่พุ่งตามณิญญูไป แต่เพียงพริบตาเดียว เหล่านักล่ากว่าสิบชีวิตก็แยกเขี้ยวพุ่งตามณิญญู ตรงไปหาเรวิชที่กำลังยืนขมวดคิ้วแน่น!
ส่วนอีกด้านหนึ่ง…
ราเชน • เมฆพิทักษ์ พุ่งผ่านสายฝนจากแรงปะทะ และเมื่อมองไปยังทิศทางที่ทั้งสายตาและตัวของชายหนุ่มกำลังจะพุ่งไปถึงนั้น…
สิ่งที่เห็นคือ ร่างยักษ์ที่เต็มไปด้วยบาดแผลสาหัสของศิระ ซึ่งกำลังนั่งขัดสมาธิอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่!
ซึ่งก็เป็นในจังหวะนั้นเอง ที่ดวงตาขุ่นมัวของอีกฝ่ายซึ่งหลับอยู่ถูกเปิดขึ้น แล้วทำการเงยมองตรงมายังเชน!
เชนไม่มีการกล่าวหรือพูดอะไรทั้งสิ้น!
ร่างกายบิดหมุนปรับเปลี่ยนท่วงท่ากลางห้วงอากาศ หมัดขวาถูกง้างออกพร้อมเอ็นริวที่ถูกผนึกจนระเบิดกลิ่นอายดุดันทรงพลัง ก่อนที่จะทำการชกแหวกห้วงอากาศตรงไปยังศิระที่ก็ชันตัวลุกขึ้น แล้วชกหมัดที่ผนึกเอ็นริวสวนออกมาเช่นกัน!
เสียงปะทะดัง “ตึม!!!” สนั่นหวั่นไหว คลื่นพลังระเบิดกวาดออกไปรอบด้านอย่างดุดัน ต้นไม้ใหญ่ที่ศิระใช้นั่งหลบฝนโยกสะเทือนอย่างรุนแรง ก่อนที่จะไม่อาจทนทานแล้วหักโค่นลงไป!!
นิยายแนะนำ
นิยายแนะนำ
ความคิดเห็น
COMMENT
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ เพื่อสร้างประสบการณ์นำเสนอคอนเทนต์ที่ดีให้กับท่าน รวมถึงเพื่อจัดการข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์ที่ดีบนบริการของเว็บไซต์เรา หากท่านใช้บริการเว็บไซต์นี้ต่อไปโดยไม่มีการปรับตั้งค่าใดๆ นั่นเป็นการแสดงว่าท่านอนุญาตยินยอมที่จะรับคุกกี้บนเว็บไซต์และนโยบายสิทธิส่วนบุคคลของเรา
0.00
0.00









userA???
???? ??? ? ???? ?? ??