เรื่อง ล่าผ่าแดนทมิฬ
ขณะที่ในสนาม ผู้ชมเรือนแสนที่ไ้เห็นการต่อสู้ด้วยตาตนเองยังคงบ้าคลั่งอยู่กับความตกตะลึง และโลกภายนอกกำลังปั่นป่วนด้วยกระแสการวิเคราะห์ของวิชัยที่ตรงเป้าราับมองเห็นอนาคตล่วงหน้า
ราเชน • เมฆพิทักษ์ เดินออกมาจากทางออกฝั่งซ้ายอย่างเงียบงัน
โถงทางเดินหลังสนามเย็นและสลัว่าลานประลองมากนัก เสียงโห่ร้องที่เคยกระแทกแก้วหูถูกผนังหนากรองจนเหลือเพียงเสียงครางกึกก้องไกลๆ ราวพายุที่พัดอยู่อีกฟากของขุนเขา
ระหว่างทาง เขาเดินสวนกับผู้เข้าร่วมคนหนึ่ง อีกฝ่ายชะงักเท้า แล้วเบี่ยงตัวหลีกทางให้เขาด้วยสีหน้าประหลาดที่ยากจะนิยาม ครั้นเดินสวนพ้นกันไปแล้ว เชนยังรับรู้ไ้ชัดเจนถึงาาคู่นั้น…ที่หันกลับมามองตามแผ่นหลังของเขาไม่วางตา
เชนไม่ใส่ใจาาที่มองมาก็จริง ไม่สนว่าจะมองมาด้วยเจตนาดีหรือร้าย
แต่ไม่รู้เพราะเหตุใด…เขากลับไม่อยากกลับไปยังโถงเตรียมตัว
บางทีอาจเพราะเขาพอคาดเดาไ้ ว่าจะมีาาแบบใดรออยู่ที่นั่น
อย่างไรเสีย การประลองรอบนี้ของเขาก็จบสิ้นลงแล้ว ไม่มีความจำเป็นใด้กลับไปนั่งรอในห้องนั้นอีก เชนคิดถึง [แหวนนักท่องเที่ยว] บนนิ้ว คิดจะใช้มันกลับไปยังโรงแรมที่วิษณุจองไว้ให้เสียเลย…ทว่าก็ยังติดอยู่ตรงที่เขาไม่แน่ใจนัก ว่ากับฝ่ายจัดอย่างหมื่นทิวา ผู้เข้าร่วม้ติดต่อหรือยืนยันสิ่งใดหลังการต่อสู้เสร็จสิ้นหรือไม่
ขณะครุ่นคิดชั่งใจอยู่นั้น เท้าทั้งสองก็พาเขามาถึงสถานที่อันคุ้นตาแห่งหนึ่ง
ทางขึ้นระเบียงสูบบุหรี่
เชนชะงักเท้าลงตรงหน้าบันไดอันวังเวง เงยมองขึ้นไปตามช่วงขั้นที่ทอดหายเข้าไปในแสงสลัว แล้วโดยไม่รู้ว่าคิดสิ่งใดอยู่ เขาก็เลือกก้าวขึ้นไป
.
ระเบียงว่างเปล่า ไร้เงาผู้คน…ยกเว้นก็แต่เพียงจุดเดียว
ตรงกลีบที่สามของระเบียง ร่างของใครคนหนึ่งยืนสูบบุหรี่อยู่ตรงนั้น และบางที นั่นเองอาจเป็นสาเหตุของความว่างเปล่าทั้งหมดนี้
ชายในชุดคลุมสีดำ ผิายที่พ้นจากร่มผ้าเต็มไปด้วยรอยแผลไฟไหม้ ดวงตาเหม่อลอยทอดมองไปยังที่ใดสักแห่งที่ไม่มีอยู่จริง บรรยากาศรอบร่างนั้นเงียบสงัดชนิดที่เหมือนบอกผู้พบเห็นทุกคนโดยไม่้เอ่ยคำว่าอย่าเข้าใกล้…
เถ้าดำ
ไม่อาจรู้ไ้ว่าอีกฝ่ายรับรู้ถึงการมาของเชนหรือไม่ เพราะตัวเต็งลำดับสองผู้นี้ไม่ขยับเคลื่อนไหวแม้แต่น้อยนิด หากปราศจากเส้นควันบางที่ลอยขึ้นจากปลายบุหรี่ระหว่างนิ้ว อาจเชื่อไปแล้วว่านั่นเป็นเพียงภาพวาด
เชนมองร่างนั้นอยู่ครู่หนึ่ง
แล้วแทนที่จะหมุนตัวเดินหนีด้วยความรังเกียจเหมือนที่คนอื่นเลือกทำ เขากลับสาวเท้าเข้าไป…
ไปยืนพิงราวระเบียงตรงจุดเดิมที่ตนเคยยืนก่อนหน้านี้ ฝั่งตรงข้ามกับอีกฝ่าย ห่างกันเพียงสองสามก้าวเท่านั้น
อีกฝ่ายก็ยังนิ่ง
เชนเรียกบุหรี่ออกมาคาบ ไฟแช็กอันเดิมที่เติมน้ำมันแล้วถูกยกขึ้น
แชะ!
แชะ!
แชะ!
เสียงจุดไฟดังขึ้นสองครั้งอย่างติดขัดลำบาก กระทั่งครั้งที่สาม เปลวไฟจึงลุกพรึบขึ้น
เชนอัดควันเข้าเต็มปอด กลั้นไว้ครู่หนึ่ง แล้วผ่อนมันออกมาช้าๆ
“…”
“…”
ไม่มีผู้ใดเอ่ยคำ…
สถานการณ์อันแปลกประหลาดระหว่างชายทั้งสองดำเนินไปเช่นนั้น นานหลายนาที มีเพียงเสียงโห่ร้องของผู้คนเรือนแสนที่ดังแว่วมาจากภายในสนาม
เถ้าดำที่เหมือนกำลังมองไปยังบางสิ่งที่ไม่มีใครสามารถมองเห็น ยกบุหรี่ขึ้นสูบหนึ่งครั้ง แล้วทำการจี้ปลายแดงของมันลงกับแท่นทรายเขี่ยบุหรี่ หมุนตัว เตรียมก้าวเดินจากไป
แต่ในตอนนั้นเอง…
“หมัดนั่นไม่ใช่ตัวตัดสิน…นายชนะตั้งแต่ที่อ่านว่าคู่ต่อสู้เลือกจะเบี่ยงตัวหลบฝั่งที่ไม่มั่นใจ…ชนะตั้งแต่ก่อนจะปล่อยหมัด…ยอดเยี่ยม”
เชนชะงัก
ทว่าสิ่งที่ทำให้เชนชะงัก กลับไม่ใช่เนื้อความ หากแต่เป็นน้ำเสียง…
เขาเคยนึกวาดไว้ลึกๆ ว่าเสียงของชายผู้นี้คงทุ้มหนัก ดุดัน อาบไว้ด้วยกระแสคุกคาม แต่สิ่งที่ไ้ยิน เสียงนั้นแม้จะแหบพร่าอยู่บ้างตามประสาคนติดบุหรี่จัด แต่กลับราบเรียบ นุ่มนวล และ…เศร้าหมอง
เชนประหลาดใจต่อน้ำเสียงของหนึ่งในผู้ที่ถูกเกลียดชังที่สุดในสนามหรือกระทั่งอาณาจักรแห่งนี้ จนเมื่อรู้สึกตัวอีกครั้ง ร่างในชุดคลุมดำก็เดินลงจากระเบียงหายลับไปแล้ว โดยที่เขาไม่ทันไ้เอ่ยตอบสิ่งใดในสิ่งที่อีกฝ่ายพูด
คำพูดที่แสดงให้เห็นว่าไม่ไ้มองเขาเหมือนกับคนในสนามพนั้น หรือใครก็ตามที่มองมาที่เขาด้วยาาเย็นชาคลางแคลง…
เชนเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้ายามสาย คล้ายครุ่นคิดหรือสงสัยบางอย่าง ครู่หนึ่ง…จึงยกบุหรี่ในมือขึ้นสูบอีกครา
.
.
หลังรู้ว่าไม่จำเป็น้ติดต่อสิ่งใดเพิ่มเติม เชนก็ใช้ [แหวนนักท่องเที่ยว] พาตนเองมาปรากฏยังหน้าทางเข้าโรงแรมหรูใจกลางมหานคร
ร่างในชุดคลุมฮูดกำลังจะก้าวผ่านประตูเข้าไป แต่แล้็้ชะงักลงเล็กน้อย
เมื่อเงยหน้าขึ้น เขาก็ไ้เห็นดวงดาวจำนวนมากจาก [มรรคาสู่มงกุฎ] ลอยเด่นสง่าอยู่เหนือผืนฟ้าแห่งมหานครทิวากาล…
แม้ในยามที่ท้องฟ้าเต็มไปด้วยแสงสว่าง ดวงดาวเหล่านั้นก็ยังคงงดงามและยิ่งใหญ่จนยากละาา ไม่อยากนึกภาพเลยว่าหากเป็นยามค่ำคืน แสงดาวเหล่านี้จะตระการตาเพียงใด…แม้ว่าเมื่อถึงตอนนั้น มันคงเหลือเพียงหกสิบสี่ดวงแล้็ตาม
เชนกวาดาาอยู่ครู่ แล้็เห็นดวงดาวที่มีชื่อของตนเปล่งแสงสว่างมากกว่าหลายๆ ดวงรอบด้านอยู่ที่นั่น…
แม้จะต่างไม่มาก แต่เมื่อมองโดยรวมก็ดูไ้ไม่ยากว่าดวงใดที่สว่างกว่าดวงอื่นๆ และดวงดาวที่ส่องสว่างเหล่านั้นก็คือดวงดาวของเหล่าผู้ที่ผ่านเข้าสู่รอบต่อไป…
เชนซึ่งก่อนหน้านี้อยู่แต่ในโถงเตรียมตัว และเมื่อออกไปยืนบนเวทีก็มิไ้ใส่ใจเงยหน้าสังเกตสิ่งใด ยืนมองดวงดาวเหล่านั้นเงียบๆ ท่ามกลางผู้คนพลุกพล่านรอบด้านที่หลายคนก็กำลังแหงนหน้าชี้นิ้วขึ้นไปเช่นกัน ก่อนสุดท้ายจะดึงาากลับลงมา แล้้าวเข้าไปในโรงแรมในที่สุด
.
เชนที่มีบัตรห้องอยู่แล้วขึ้นตรงไปยังห้อง 2204
ระหว่างขึ้นลิฟต์ เขารับรู้ไ้ถึงาาแปลกๆ ของัาที่มาเป็ะะ
คง้ใช้เวลาสักหน่อยกว่าจะชิน…
เชนแอบคิด ขณะถอดเสื้อฮูดโยนพาดพนักเก้าอี้ ก่อนบิดหมุนลำตัวตรวจสอบร่างกายเล็กน้อยตามความเคยชิน แล้็ไ้ข้อสรุปอย่างรวดเร็วว่าไม่มีปัญหาใด
ทว่าขณะที่เชนกำลังจะทิ้งตัวลงบนโซฟา เสียงสัญญาณตรงข้างประตูลิฟต์ก็ดังขึ้นเสียก่อน เขาเดินไปกดปุ่มที่กะพริบแสงอยู่ เสียงัาอันสุภาพเรียบร้อยตามหน้าที่ก็ลอดออกมา
“มีแขก้การพบค่ะ คุณวิษณุ • ก้าววัฒนะ จากห้อง 2202 อนุญาตให้เข้าพบหรือไม่คะ?”
“อนุญาต”
เชนตอบสั้นๆ ก่อนหมุนตัลับไปนั่งลงบนโซฟา
ไม่นานนัก ประตูลิฟต์ก็เลื่อนเปิดออก พร้อมร่างของวิษณุที่ก้าวเข้ามาในห้อง
อีกฝ่ายปรบมือดังแปะๆ ใบหน้าประดับรอยยิ้มกว้าง
“ดีใจด้วยที่ชนะผ่านรอบแรกไ้! เหลืออีกแค่สี่รอบ พยายามเข้าล่ะ…แต่ตอนนี้มาฉลองกันหน่อยดีกว่า”
เชนมองตามอีกฝ่ายที่เดินตรงไปยังครัว เปิดตู้เก็บไวน์อย่างคุ้นเคยราับเป็นห้องของตนเอง
“การจับคู่รอบนี้ นายช่วยจับให้ฉันเจอคนที่มีฉายาดาบร้อยเวทีนั่นหรือเปล่า?”
เชนถามออกไป เสียงตอบรับดังมาจากทางครัว
“ใช่ แต่รอบนี้ถือว่าง่ายเลย เพราะฝั่งนั้นเองก็มีคนทุ่มเงินเพื่อให้ไ้จับคู่กับนายเหมือนกัน”
“ทำไปทำไม?”
เชนถามอย่างสงสัย และวิษณุก็ตอบกลับมาทันที
“ก็เพื่อจะไ้กลายเป็นดาวเด่นที่ฉีกหน้ากากของคนที่เกือบทั้งอาณาจักรกำลังไม่ชอบใจน่ะสิ นายน่าจะเห็นในสนามไม่ใช่เรอะว่ามันมีแฟนคลับเยอะขนาดไหน? เอาจริงๆ นะ ตอนนายอัดหน้าหล่อๆ ของมันจนยุบ ฉันสะใจอยู่เหมือนกัน”
วิษณุพูดกลั้วหัวเราะ
เชนนิ่งไปเล็กน้อย…เขาหลงลืมส่วนนี้ไปเสียสนิท ในข้อมูลของรรินเหมือนจะระบุไว้จริงๆ ว่าอีกฝ่ายเป็นคนมีชื่อเสียงและเชี่ยวชาญด้านภาพลักษณ์ และในลานประลอง ก็เหมือนมีเสียงตะโกนเรียกชื่อให้กำลังใจอีกฝ่ายดังหนาแน่นอยู่จริงๆ
เพียงแต่เขาเอาแต่จดจำเรื่องทักษะการต่อสู้ จนข้อมูลอื่นที่ไม่จำเป็นถูกสมองแยกทิ้งออกไป
พอความคิดแล่นมาถึงรริน เชนก็หยิบโทรศัพท์ออกมา นิ้ดพิมพ์ข้อความสั้นๆ แล้วส่งไปหาอีกฝ่าย
[ชนะแล้ว]
เป็นข้อความห้วนสั้นสมกับเป็นคนอย่างเชน
“ตอนแรกฉันก็นึกๆ ว่าถ้านายชนะรอบนี้ ไ้แสดงความสามารถที่ถูกตั้งคำถาม คงไ้ตบหน้าพที่สงสัยนาย แล้ระแสไม่ชอบนายคงซาลงไป…แต่ที่ไหนไ้ ตรงกันข้าม ไม่สิ…หนักกว่าเดิมซะอีก”
เชนเงยหน้าขึ้นมาจากโทรศัพท์
“ทำไม?”
“เปิดทีวีดูสิ”
เชนเลิกคิ้ว ก่อนใช้ปราณไร้ลักษณ์ดึงรีโมทบนโต๊ะลอยเข้าฝ่ามือ แล้ดเปิด
และไม่จำเป็น้เปลี่ยนช่องแม้แต่ครั้งเดียว…
เพราะเพียงช่องแรกที่ภาพปรากฏ มันก็คือช่องข่าวที่มีตัวอักษรพาดหัวสีแดงฉานคาดอยู่เต็มจอ
ด่วนที่สุด!! ชัชนันท์ (ดาบร้อยเวที) ยอมรับ ถูกอิทธิพลมืดบังคับล็อกผล!!!
กลางหน้าจอคือคู่ต่อสู้ของเขาในรอบที่ผ่านมา ดาบร้อยเวที ใบหน้าซีกซ้ายถูกผ้าพันแผลพันทับไว้หนาจนแทบมองไม่เห็นเนื้อหนัง ไมค์นับร้อยแท่งเบียดเสียดจ่อเข้าหาราวหอกที่รุมล้อมเหยื่อ แสงแฟลชสาดกะพริบไม่ขาดสาย
“เป็นเรื่องจริงเหรอคะคุณชัช! ที่บอกว่าถูกผู้ทรงอิทธิพลบังคับให้ล็อกผลการแข่งขัน!?”
เสียงนักข่าวคนหนึ่งตะโกนถาม สิ่งให้ชัชนันท์เผยสีหน้าเจ็บปวดอย่างสมจริง
“ครับ…ตอนแรกผมคิดว่าจะทำไ้ ปล่อยให้ทุกอย่างผ่านไป แต่…ผมกลับรู้สึกผิดจนทนอยู่เฉยไม่ไ้ ผม…ไม่อยากจมอยู่กับความเสียใจ เลย้ออกมาสารภาพ ตอนนี้ผมเจ็บมาก…แต่ไม่ไ้เจ็บเพราะแผลบนหน้า แต่เพราะ…”
อีกฝ่ายยกมือขึ้นกุมหน้าอก ใบหน้าหล่อเหลาครึ่งซีกนั้นเหมือนกำลังจะร้องไห้เต็มที
“เจ็บปวดที่ทำให้คนที่คอยให้กำลังใจผมผิดหวัง…ผมขอโทษจริงๆ ครับ ขอโทษจากใจ”
“ผู้ทรงอิทธิพลคนนั้นเป็นใครครับ! ใช่หมื่นทิวาหรือเปล่า!?”
นักข่าวสาดคำถามต่อทันที
“ผม…”
ดาบร้อยเวทีที่เหมือนกำลังจะตอบอะไรบางอย่างชะงักไป เมื่อผู้จัดการส่วนตัวที่ยืนประกบอยู่ข้างกายรีบชะโงกหน้าเข้ามากระซิบบางอย่างข้างหู สีหน้าใต้ผ้าพันแผลของชัชนันท์แปรเปลี่ยนไปอย่างเห็นไ้ชัด
และนั่นยิ่งทำให้เหล่านักข่าว เหมือนฉลามไ้กลิ่นเลือด ต่างพากันรัวชัตเตอร์เก็บภาพช็อตดังกล่าวไว้แทบจะพร้อมเพรียง…
ไม่ว่าผู้ใดที่เห็นท่าทางนั้น ย่อมตีความไ้เพียงทางเดียว…ผู้จัดการกำลังห้าม หรือไม่ก็เตือนอะไรบางอย่าง
แล้วมันก็เป็นเช่นนั้นจริงๆ
“ผม…พูดไม่ไ้จริงๆ ครับ…ไม่ใช่เพื่อตัวผมเองนะครับ ผมจะเป็นอะไรก็ช่าง แต่ถ้าผมพูดอะไรมากเกินไป คนรอบๆ ตัวผมอาจจะเดือดร้อนไ้”
ดาบร้อยเวทีกล่าวเสียงสั่น พลางยกมือขึ้นปาดหยดน้ำตาที่รินไหลออกมาไ้จังหวะพอเหมาะพอเจาะ
“คุณจะบอกว่า ถ้าไม่ใช่เพราะมีผู้มีอิทธิพลเข้ามาแทรกแซง คุณคงไม่แพ้คุณราเชนใช่ไหมคะ!”
“ผมขอให้เกียรติคุณราเชนนะครับ…แต่…ผมไม่มีทางแพ้เขาหรอกครับ ยิ่งแพ้ด้วยหมัดเดียวแบบนั้นยิ่งไม่มีทาง…ผมแค่้ยอมโดนหมัดนั้น ตามที่มีคนข่มขู่มา”
น้ำเสียงสั่นเครือนั้นราับถูกกลั่นออกมาจากส่วนลึกของหัวใจ และมันไ้ผล…
เหล่าแฟนคลับทางบ้านที่เพิ่งจมอยู่กับความสับสนผิดหวัง พากันแปรเปลี่ยนอารมณ์เป็นความเห็นอกเห็นใจ
และ…
ความโกรธแค้นที่พุ่งตรงมายังราเชน!
สำนักข่าวตัดภาพกลับเข้าห้องส่ง นักข่าวสาวรายงานต่อเนื่องด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น
“คำพูดของคุณชัชนันท์ หรือดาบร้อยเวทีผู้โด่งดัง ช่างบังเอิญสอดคล้องกับคำวิเคราะห์ของคุณวิชัยอย่างพอดิบพอดีเลยค่ะ คุณวิชัยคาดการณ์ไว้ก่อนแล้วว่าหากคุณราเชนชนะ มันจะเป็นการชนะแบบขาดลอย เพื่อให้บางกลุ่มใช้ปั่นกระแสการประลอง และใช้ผลลัพธ์ดังกล่าวถอนทุนคืน”
นักข่าวสา้มหน้าดูข้อมูลบนโต๊ะแล้วพูดต่ออย่างชัดถ้อยชัดคำ
“ซึ่งตามแหล่งข่าวของเรา มีนักพนันนามแฝง ‘นักล่ารอยยิ้ม’ ทุ่มเงินกว่าสามพันล้านคลีดวางเดิมพันข้างคุณราเชน รับผลตอบแทนไปมหาศาล ทุกอย่างสอดรับกันอย่างพอดิบพอดี และคำสารภาพจากความรู้สึกผิดของคุณชัชนันท์ก็เป็นเครื่องยืนยันชัดเจนว่าเบื้องหลังการประลองครั้งนี้มีความไม่โปร่งใสเกิดขึ้น ้จับตาดูว่าทางผู้จัดอย่างหมื่นทิวาจะมีปฏิกิริยาต่อเรื่องนี้อย่างไร…”
เชนกดปิดทีวี
เขาเอนตัวพิงโซฟา นิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนเหลือบมองวิษณุ
“นอกจากจับคู่…นายคงไม่ไ้ไปยัดเงินหมอนั่นใช่ไหมวิษ?”
“ฉันจะทำแบบนั้นให้เสียเงินเปล่าไปเพื่อ? ทั้งที่รู้ดีว่ายังไงนายก็ชนะมันอยู่แล้ว…”
วิษณุแกว่งแก้วไวน์ในมือเบาๆ
“แค่เห็นก็รู้…มันคงทนความอับอายไม่ไ้ที่แพ้นายด้วยหมัดเดียว ถ้าปล่อยให้ภาพนั้นกลายเป็นภาพจำ ชื่อเสียงกับศักดิ์ศรีที่มันปั้นมาทั้งชีวิตก็พังหมด ประจวบเหมาะกับที่นักวิเคราะห์ชื่อวิชัยอะไรนั่นปูทางวิเคราะห์เอาไว้ให้ก่อนแล้ว
“ทีมงานของมันที่เชี่ยวชาญเรื่องการรับมือกระแสและสื่อ เลยเลือกวิธีนี้…อ้างว่าถูกอิทธิพลเบื้องหลังนายข่มขู่ ซึ่งเป็นสิ่งที่คนส่วนมากปักใจเชื่ออยู่ก่อนแล้ว โยนความผิดทั้งหมดมาให้นาย แถมตัวเองยังไ้ความสงสารจากผู้คนกลับไปอีกต่อ”
วิษณุผู้เจนจัดในโลกธุรกิจ จิบไวน์หนึ่งอึก ก่อนกล่าวต่อ
“แล้็…นายปิดทีวีไปก่อน ไม่ไ้ฟังส่วนที่เหลือ เอาเป็นว่าฉันจะพูดต่อให้เอง ตอนนี้ถ้านายจะออกไปไหน ปลอมตัวหน่อยก็ดี จากตอนแรกที่มีแค่คนสงสัย ไม่ชอบหน้า หรือโห่นายเอาสนุกตามกระแส
“ตอนนี้ พที่เห็นอัตราเดิมพันแล้วโลภจนถูกผีพนันเข้าสิง จนวางเดิมพันข้างดาบร้อยเวทีแล้วเสียเงินมีอยู่เยอะ บางคนเสียเงินเก็บทั้งชีวิต พนั้นคงทั้งโกรธแล้็แค้นอยู่ก่อนแล้ว พอตอนนี้ไอ้ดาบร้อย-่าเหวอะไรนั่นออกมาบอกว่าถูกนายข่มขู่จัดฉาก พนั้นก็เลยไ้เป้า โยนความโกรธทั้งหมดมาลงที่นาย…”
วิษณุถอนหายใจ
“ตอนนี้ความจริงไม่สำคัญอีกต่อไปแล้ว คนเชื่อไปแล้ว และด้วยสถานะชื่อเสียงของนายที่ติดลบมาแต่ต้น ต่อให้ออกไปพูดแก้อะไรก็ไม่มีทางดีขึ้น กลับกัน…ยิ่งพูด อาจยิ่งแย่กว่าเดิมด้วยซ้ำ”
เชนนั่งรับฟังอย่างเงียบงัน…
เขาไม่เคยใส่ใจว่าผู้ใดจะมองเขาอย่างไรก็จริง
แต่เมื่อความเกลียดชังที่ไ้รับมันไม่ไ้ตั้งอยู่บนความจริง ซ้ำครั้งนี้ยังถึงขั้นมีการเสกสรรปั้นแต่งคำโกหก เพื่อโยนเป้าแห่งความเกลียดชังทั้งหมดมาสุมลงบนตัวเขา…
มันก็อดไม่ไ้…ที่ความขุ่นมัวจะก่อตัวขึ้นในใจ
ทว่าเชน้รีบจัดการความรู้สึกนั้นในทันที เฉกเช่นทุกครั้งที่ผ่านมา กดความขุ่นมัวเหล่านั้นลงไปให้ลึกที่สุด ไม่เปิดโอกาสให้ ‘จิตปีศาจ’ ที่เฝ้ารออยู่ สบช่องขยายมวลอารมณ์ด้านลบเหล่านั้นให้ลุกลาม
เชนหลับตาลง ประคองอารมณ์ให้สงบ
วิษณุเองก็มิไ้เอ่ยคำใดเพิ่ม เพียงนั่งมองไวน์สีแดงเข้มในแก้วอย่างเงียบเชียบ ปล่อยให้ความเงียบทำหน้าที่ของมัน
แล้วในตอนนั้นเอง…
เสียงข้อความเข้าก็ดังขึ้นจากโทรศัพท์ของเชน
เชนลืมตาขึ้น ยกมันขึ้นมามอง
ทันใดนั้น…
มุมปากที่เย็นชาแข็งค้างอยู่ก่อนหน้า ก็กระตุกขึ้นเป็นรอยยิ้มบางเบา
[ฉันดูอยู่ เก่งมากๆ รอบต่อไปก็พยายามเข้า ที่สำคัญที่สุดคือพยายามอย่าบาดเจ็บ ถึงจะไปให้กำลังใจใกล้ๆ ไม่ไ้ แต่จะคอยให้กำลังใจเสมอนะ
ปล. ไม่้สนใจข่าวพนั้น ความจริงนายรู้ดีที่สุด สุดท้ายแล้วความจริงจะเปิดเผยออกมาเสมอ แต่มันจะมาจากคนที่กล้ายืนหยัดและเชื่อมั่นในตัวเองเท่านั้น และนายเป็นคนแบบนั้นโดยที่ไม่้พยายามด้วยซ้ำ ฉันรู้ดี
รริน ♥︎]
ความขุ่นมัวจางหายไปจากห้วงความรู้สึกของเชน…ราับมีสายลมวิเศษพัดผ่าน
นิยายแนะนำ
นิยายแนะนำ
ความคิดเห็น
COMMENT
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ เพื่อสร้างประสบการณ์นำเสนอคอนเทนต์ที่ดีให้กับท่าน รวมถึงเพื่อจัดการข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์ที่ดีบนบริการของเว็บไซต์เรา หากท่านใช้บริการเว็บไซต์นี้ต่อไปโดยไม่มีการปรับตั้งค่าใดๆ นั่นเป็นการแสดงว่าท่านอนุญาตยินยอมที่จะรับคุกกี้บนเว็บไซต์และนโยบายสิทธิส่วนบุคคลของเรา
0.00
0.00









userA???
???? ??? ? ???? ?? ??