เรื่อง บทกวีผลาญฟ้า
ชิ้ง เคร้ง เคร้ง
เสียงคล้ายใบมีดกระทบกันดังขึ้นสามครา หยุนเสวี่ยเฟิงฟาดฟันด้วยคมมีดไปัเจี้ยนเหล่ย ทักษะการใช้มีดแบบทหารในความรู้ของมันสามารถนำมาปรับใช้กับโลกนี้ได้อย่างลงตัว เพียงแต่ระดับของพลังวิญญาณนั้นมันแตกต่างกันมากโข
“เร็วกว่านี้!” เจี้ยนเหล่ยตะโกน พริบตานั้นเอง ร่างในชุดสีขาวพลันปรากฏกายเบื่อหน้าหยุนเสวี่ยเฟิง กิ่งไม้ในมือของเทพกิเลนถูกโบกฟาดเข้าข้างลำตัวของเด็กน้อย
เคร้ง
หยุนเสวี่ยเฟิงใช้มีดโบกปัดกิ่งไม้ให้กระเด็นออกไปอย่างทันท่วงที ในขณะเดียวกันที่มืออีกข้างก็ควงมีดั้ขึ้นมารั้งไว้มันย่อกายเล็กน้อยก่อนจะกระโจนขึ้นมาพร้อมกับวาดคมมีดเข้าสู่คอหอยของเจี้ยนเหล่ย
เคร้ง! วิ้ง...
ใบหน้าของเด็กชายพลันปรากฏรอบยิ้มที่มุมปาก ใบมีดที่ฟาดฟันลงไปนั้นกระทบเข้ากับสนามพลังวิญญาณสีทองที่ห่อหุ้มร่างกายของเทพกิเลนไว้ หยุนเสวี่ยเฟิงชักมีดกลับก่อนจะตีลังกากลับหลัง
“ดีมาก” เจี้ยนเหล่ยยิ้มกล่าวขึ้นมองดูเด็กน้อยตีลังกากลับหลังไป
“ขอบคุณอาจารย์เจี้ยนเหล่ยที่ออมมือ” หยุนเสวี่ยเฟิงเมื่อเท้าแตะพื้นมันก็ยกมือค้อมคำนับผู้เป็นอาจารย์ การโจมตีเมื่อครู่นั้นเจี้ยนเหล่ยตั้งใจไว้แล้ว เมื่อเด็กชายปัดป้องกิ้งไม้ได้ มันจะโน้มกิ่งไม้ไปตามแรงปัดพร้อมกับเปิดช่องว่างให้โจมตี
“เ้ามีการตัดสินใจในคราววิกฤตได้ดี ปัดป้องและโจมตีสวนกลับทันที เป็นสิ่งที่สมควร” เหว่ยซานที่นั่งดูทั้งคู่อยู่พักใหญ่กล่าวขึ้น
“แต่สิ่งที่ข้าควรศึกษาหาใช่การปัดป้องและโจมตีสวนกลับ หากแต่เป็นการวางแผนเช่นพี่เจี้ยนเหล่ย.. เมื่อโจมตีก็วางแผนให้คู่ต่อสู้โจมตีกลับในจุดที่กำหนด” หยุนเสวี่นเฟิงว่าแล้วก็ทำท่าทางคล้ายการโจมตีของเจี้ยนเหล่ยก่อนหน้านี้
“ฮ่า ฮ่า.. ถูกต้อง การที่เราควบคุมคู่ต่อสู้ได้ นั่นสามารถการันตีชัยชนะได้ แต่เ้าจำต้องพึงคิดไว้.. คู่ต่อสู้เองก็มีการวางแผนเช่นกัน จงอย่าได้ประมาท” เจี้ยนเหล่ยชี้นิ้วไปัเด็กน้อย มันเน้นย้ำคำสุดท้าย “สุดท้ายแล้วอาจเป็นเ้าเองที่อยู่ในการควบคุมของใครบางคน”
‘ถือว่าข้าเตือนเ้าแล้วนะเด็กน้อย’ เทพกิเลนเจี้ยนเหล่ยคิดในใจ
“เสวี่ยน้อย มาลองต่อสู้กับพี่สาวไหม” เหว่ยซานลุกขึ้นแล้วเดินมาหาเด็กชาย
“เช่นนั้นก็ขอรบกวนพี่ซานซานด้วย เพียงแต่ท่านจะว่าอะไรไหม ถ้าข้าจะขอลองอาวุธชิ้นอื่น” หยุนเสวี่ยเฟิงกล่าว
“ได้สิ เ้าอยากลองใช้อาวุธแบบใดเล่า” เหว่ยซานมิได้ปฏิเสธ ตลอด500ปีที่ผ่านมา มันได้เก็บสมบัติมากมายจากกลุ่มโจรและผู้คนมากมายที่หลงเข้าถ้ำมาไม่น้อย
“ในขณะที่ข้าใช้พลังวิญญาณออกมานั้น สีของมันเป็นสีแดง มิทราบว่าอาวุธใดเหมาะสมกับข้า?” หยุนเสวี่ยเฟิงว่าแล้วก็แผ่คลื่นพลังวิญญาณออกมา กระแสพลังปราณสีแดงก็แผ่ขยายออกมาจางๆ
“สีของพลังปราณนั้นมิได้บอกว่าเหมาะสมกับอาวุธใด และมิได้บอกว่าเป็นธาตุใด ส่วนอาวุธนั้น ถ้าจะให้ดี เ้าควรฝึกใช้ให้ครบ จากนั้นค่อยเลือกใช้อาวุธหลักและรองอีกที” เจี้ยนเหล่ยว่าแล้วมันก็โบกมือคราหนึ่ง กระบี่ยาวก็ปรากฏขึ้นบนฝ่ามือ
“นี่ือาวุธหลักของข้า กระบี่กิเลนอัสนี
กระบี่ยาวสีเงินตัดทองที่ลอยบนฝ่ามือของเทพกินเลนเจี้ยนเหล่ยทอแสงสีทองนวลตา ตัวกระบี่นั้นมีลวดลายกิเลนและสายฟ้าสีอยู่ทั้งสองด้าน คมกระบี่ยาวไปถึงปลายแหลมนั้นเป็นสีทองมืด รอบตัวกระบี่คล้ายมีกระแสสายฟ้าแตกออกมาเป็นพักๆ หยุนเสวี่ยเฟิงที่จ้องมองก็คล้ายจะรู้สึกถึงแรงกดดันบางอย่างที่แผ่ออกมาจากกระบี่
“เ้ารู้สึกกดดันใช่หรือไม่” เหว่ยซานมองเด็กชายที่เริ่มหายใจติดๆขัดๆ
“มันืสิ่งใดกัน?” หยุนเสวี่ยเฟิงยิ่งมองก็ยิ่งหายใจไม่ออก
“แรงกดดันจากศาสตราวุธชั้นสูง” เจี้ยนเหล่ยกล่าวพร้อมกันนั้นกระบี่ในมือก็พลันหายวาบไปทันที หยุนเสวี่ยเฟิงในแทบจะทันทีที่กระบี่หายไป มันก็สูดหายใจคล้ายจะโล่งอก
“แรงกดดันนี้ เ้าจะรู้สึกเบาลงก็ต่อเมื่อระดับพลังวิญญาณสูงขึ้น”
‘แรงกดดันนี้น่าจะเป็นพลังวิญญาณในตัวของกระบี่เอง มันไม่มีความคิด มันจึงปลดปล่อยพลังออกมาโดยออมไว้เลยแม้แต่น้อย ผิดกับพี่เจี้ยนเหล่ยที่ก่อนหน้านี้ก็ใช้พลังวิญญาณแต่ไม่รู้สึกถึงแรงกดดัน’ หยุนเสวี่ยเฟิงพินิจอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเอ่ยถามต่อว่า “ระดับพลังวิญญาณตั้งต้นของพี่ทั้งสองื70 เหตุใดเมื่อครู่ข้าจึงไม่รู้สึกถึงแรงกดดัน?”
“อ้อ.. เ้านี่ช่างสงสัยนะ ข้าจะตอบเ้าแค่คำถามนี้ ที่เหลือให้เ้าเอาไว้ถามวันหลัง” เจี้ยนเหล่ยชะงักคำกล่าวไปเสี้ยวหนึ่งก่อนจะบอกว่า “สิ่งที่ข้าทำก็ืการเก็บซ่อนพลัง แม้ว่ามันจะใช้ได้ดีกับเ้าในนี้ แต่คนที่มีระดับพลังวิญญาณสูงแล้ว พวกเขาจะใช้การแผ่คลื่นพลังออกมาเพื่อตรวจสอบ”
“เป็นเช่นนี้”
“ใช่.. เป็นเช่นนี้” เหว่ยซานกล่าวย้ำคำหยุนเสวี่ยเฟิงแล้วจึงกล่าวต่อว่า “เสวี่ยน้อยจะเลือกอาวุธใด?”
“อาวุธ..” หยุนเสวี่ยเฟิงนิ่งคิด มีดั้และทักษะมีดั้นั้นสมควรใช้เป็นวิชาลอบสังหาร การต่อสู้แบบประจันหน้านั้นสมควรจะใช้อาวุธที่มีประสิทธิภาพในทุกๆด้านมากกว่า
“ขอถามพี่ทั้งสอง กระบี่นั้นมีประเภทของมันหรือไม่?” คำกล่าวของหยุนเสวี่ยเฟิงทำให้อสูรทั้งสองงงงันไปชั่วขณะกระบี่ก็ืกระบี่ มันจะแยกประเภทอันใดอีก
“ลักษณะของกระบี่ก็ื น้ำหนักเบาใบมีดยาวสามารถงอได้ เหมาะสำหรับการโจมตีที่รวดเร็วเพราะมีขนาดที่คล่องตัว” หยุนเสวี่ยเฟิงกล่าว อสูรทั้งสองก็ผงกหัวตาม
“แต่ดาบนั้น น้ำหนักมาก ใบมีดไม่สามารถโค้งงอได้ เหมาะสำหรับการโจมตีที่หนักแน่น” หยุนเสวี่ยเฟิงกล่าวถึงตรงนี้มันก็ชะงักไป คล้ายกับว่ามันกำลังคิดคำสื่อความหมายบางอย่าง
“แล้ว..” เจี้ยนเหล่ยและเหว่ยซานสีหน้าลุ้นระทึก
“ข้าต้องการกระบี่หนัก”
“กระบี่หนัก?” อสูรทั้งสองทวนคำ
“ใช่.. ขนาดและความยาวดังเช่นกระบี่ แต่แข็งแกร่งคล้ายดาบ” ได้ยินเช่นนั้นสองอสูรก็หัวเราะออกมา ตั้งแต่กำเนิดมาแล้ว มันทั้งสองมิเคยเจอกระบี่หนักที่เด็กชายว่าแม้แต่ใกล้เคียงัไม่เคยพบ
“มีอันใดน่าขำกันหรือ?” หยุนเสวี่ยเฟิงทำหน้าฉงน
“หากเ้าอยากจะได้คุณสมบัติทั้งดาบและกระบี่ ำไไม่ใช้ทั้งสองไปเลยเล่า กระบี่หนักที่เ้าว่าเห็นทีจะต้องเป็นกระบี่หินแล้วกระมัง”
‘กระบี่ที่ทำจากหินหรือ..’ หยุนเสวี่ยเฟิงคล้ายจะนึกคิดบางอย่าง แต่อาจารย์ทั้งสองก็ตบบ่าของมันให้หลุดจากห้วงภวังค์
“ช่างมันเถอะ.. มีอาวุธอีกตั้งมากมายที่เ้าอาจจะสนใจ เ้าเลือกมาสักชิ้นสิ พี่ซานซานให้เ้ากิเลนสอนเ้าเอง” เหว่ยซานว่าแล้วนางก็โบกมือคราวหนึ่ง กองอาวุธมากมายพลันร่วงหล่นลงบนพื้นเสียงดังลั่นป่า
“สอนน่ะสอนได้ แต่เ้าก็ต้องเรียนด้วย เ้าคงมิได้ลืมไปว่ากายมนุษย์ของเ้าัไม่ได้เริ่มฝึกเพลงยุทธ” เจี้ยนเหล่ยใช้หางตามองเหว่ยซานที่ทำท่าคล้ายจะไม่สนใจมัน “เฮ่อ..”
เทพกิเลนสายฟ้าเจี้ยนเหล่ยถอดถอนหายใจมองดูหนึ่งเด็กชายและหนึ่งหญิงสาวกำลังเลือกอาวุธสักชิ้นที่กองสุมรวมกันเป็นภูเขา
‘ดาบ กระบี่ ธนู กระบอง หอก ง้าว โล่ห์ กรงเล็บ..’ หยุนเสวี่ยเฟิงทบทวนความรู้ในใจ มันบรรจงหยิบจับอาวุธแต่ละชิ้นขึ้นมาพินิจ บางอย่างนั้นตัวมันที่ัเป็นเด็กก็ัยกไม่ขึ้ ตัวอย่างเช่นดาบขนาดยักษ์ หรือโลห์ที่คล้ายประตูบานหนึ่ง
‘ดาบัมีั้ยาว ำไไม่มีกระบี่หนักเบากัน?’ หยุนเสวี่ยเฟิงหางคิ้วกระตุก มันกวาดสายตาไปรอบๆกองอาวุธเบื่องหน้า พลันนั้นสายตาของมันก็ไปสะดุดกับบางสิ่งบางอย่าง
“นี่ื..” หยุนเสวี่ยเฟิงเดินไปจับวัตถุที่มันหมายตาขึ้นมา รูปร่างของมันมิคล้ายอาวุธใดๆทั้งสิ้น ไม่มีคม ไม่มีปลายแหลม ไม่มีน้ำหนักที่พอจะทุบได้ด้วยซ้ำ
“นี่ืพัดจีน” เหว่ยซานกล่าวขึ้น
หยุนเสวี่ยเฟิงพินิจพัดจีนในมือ ลักษณะของพัดจีนนั้นมีด้ามเป็นไม้แข็งสีดำชนิดหนึ่ง ยาวประมาณหนึ่งฟุตเศษ เมื่อคลี่ออกจะพบว่าภายในทำจากไม้คนละชนิดกัน สีแดงของไม้เนื้อแข็งช่วยทำให้รูปสลักก้อนเมฆดูน่าเกรงขามขึ้นเล็กน้อยกึ่งกลางของพัดนั้นสลักด้วยคำว่า ‘เมฆาโลหิต’
“เมฆาโลหิต” หยุนเสวี่ยเฟิงเรียกชื่อของพัดจันนั้นพร้อมกับปลดปล่อยพลังวิญญาณเข้าไป แต่ในจังหวะที่กระแสพลังสีแดงกำลังเคลื่อนจากมือน้อยเข้าไปนั้น กลับมีกระแสพลังไร้รูปอันก่อเกิดจากตัวพัดจีนปลดปล่อยออกมาผลักดันพลังของเด็กชายออกไป
“สิ่งนี้ืศาสตราวุธชั้นสูง มันัไม่ยอมรับเ้า” เหว่ยซานกล่าว
“ข้าต้องทำเช่นใด?”
“เ้าัมิต้องรีบร้อนอันใด ขอเพียงเ้ามีพลังวิญญาณระดับ30 เ้าจะสามารถรับบททดสอบเพื่อจะเป็นนายของมัน” เจี้ยนเหล่ยตบบ่า เดิมทีแล้วเทพกิเลนได้พบเจอสิ่งนี้ก่อนแล้วจากการแผ่คลื่นพลังตรวจสอบ แต่มิได้คิดว่าเด็กน้อยจะพบเจอด้วยการต้องตาต้องใจ
“ถ้าอย่างนั้นข้าก็จะไม่รีบ ว่าแต่ข้าจะต้องทำัไงเพื่อเลื่อนระดับให้รวดเร็ว?” หยุนเสวี่ยเฟิงว่าแล้วก็ยิ้มแห้งๆ
“เ้านี่นะ.. เห็นอย่างนี้ก็คล้ายจะเป็นเด็กดื้อ”เจี้ยนเหล่ยส่ายหน้า เหว่ยซานก็กล่าวขึ้นต่อว่า
“เสวี่ยน้อยัมีพื้นฐานจะต้องเรียนรู้อีกมาก นี้พี่สาวเปลี่ยนใจจะไม่สู้กับเ้าแล้ว พวกเรากลับกันเถอะ” ว่าแล้วนางพญางูยักษ์ก็โบกมือเก็บกองอาวุธพื้นทันที เหลือไว้เพียงพีดจีนสีดำในมือของหยุนเสวี่ยเฟิง
“ข้าสงสัยตั้งแต่เมื่อครู่แล้ว พวกท่านทำได้อย่างไร” ว่าแล้วหยุนเสวี่ยเฟิงก็โบกไม้โบกมือคล้ายกับที่อสูรทั้งสองนำข้าวของออกมา
“มันืเครื่องประดับมิติ มีไว้เก็บของส่วนตัว” ว่าแล้วเหว่ยซานก็ชูกำไลของนางที่ใส่ไว้ทั้งสองข้างขึ้นมา ส่วนเจี้ยนเหล่ยก็ชูนิ้วก้อยที่สวมแหวนเช่นกัน
“ถ้าเป็นเช่นนั้น ไหนๆก็ไหนๆ ข้าขอสักชิ้น..” หยุนเสวี่ยเฟิงคล้ายมีท่าทีเอียงอาย ใจหนึ่งก็รู้สึกเกรงใจ แต่อีกใจหนึ่งก็คิดว่าไหนๆท่านทั้งสองนี้ก็ได้มอบสิ่งต่างๆมากมายให้มันอยู่แล้ว
“ไม่ได้” เป็นคำตอบของเจี้ยนเหล่ย แม้ว่าตัวมันนั้นเป็นถึงผู้ถูกเรียกว่าเทพกิเลนสายฟ้า แต่ทรัพสินของมันนั้นมิได้มีมากอันใด
“พี่สาวให้เ้าได้ แต่ต้องมีสิ่งแลกเปลี่ยนนะจ๊ะ” เหว่ยซานกล่าวพร้อมชูนิ้วจรดริมฝีปาก
“เอาอีกแล้ว..” เจี้ยนเหล่ยถอนหายใจ แต่เมื่อเห็นเหว่ยซานยิงสายตามา มันก็ทำทีไม่รู้ไม่เห็น
“ข้าไม่มีสิ่งใดแลกเปลี่ยนแม้แต่น้อย พี่ซานซานอยากให้ข้าทำอะไร?”
“พี่สาวไม่ได้ขออะไรมาก เพียงคืนนี้มาให้พี่สาวนอนกอดก็พอ” เหว่ยซานกล่าว พลันนั้นมือเรียวงามของนางก็ยื่นมาลูบไล้หัวไหล่ของเด็กชาย
“เอ่อ.. มันจะดีหรือ?” หยุนเสวี่ยเฟิงมีทีท่ากระอักกระอ่วนใจ แม้ว่ามันจะัเป็นเด็กอยู่ หากแต่ว่าตัวมันใช่ว่าจะไม่ต้องโตขึ้น
“จะดีไม่ดีค่อยดูกันคืนนี้... นี้เรากลับกันเถอะ นี่ก็เริ่มเย็นแล้ว” เหว่ยซานว่าแล้วนางก็เดินนำออกไป ทิ้งไว้เพียงหนึ่งเด็กชายกับหนึ่งชายหนุ่มที่สบตากันแล้วถอนหายใจ
ในขณะที่เดินทางกลับเข้าไปในถ้ำนั้น หยุนเสวี่ยเฟิงก็คล้ายจะนึกถึงเหตุการณ์ก่อนหน้านี้ มันจึงขอให้เหว่ยซานพาไปัตำแหน่งที่เอี้ยนกุยได้หมดลมหายใจลง
ทั้งสามใช้เวลาเหาะเหินภายในถ้ำไม่นานนักก็มาถึงจุดที่ร่างของเอี้ยนกุยอยู่ ครั้งเมื่อหยุนเสวี่ยเฟิงมองไปัลูกกรงที่ข้างในเต็มไปด้วยร่างไร้วิญญาณของเด็กหลายร่าง ดวงตาของมันก็เริ่มเอ่อล้นไปด้วยน้ำตาอีกครั้ง
“พี่เอี้ยนกุย.. พวกท่านหลับให้สบายเถอะ” หยุนเสวี่ยเฟิงกล่าวแล้วพร้อมกับหันไปสบตากับเหว่ยซาน แล้วจึงหลับตาลงช้าๆยืนนิ่งไว้อาลัยอยู่ครู่ใหญ่
เหว่ยซานที่สบตากับหยุนเสวี่ยเฟิงก็เข้าใจได้ในทันที นางกางมือออกไปัร่างไร้วิญญาณเบื้องหน้า กระแสพลังสีส้มก็เริ่มปะทุออกมา ด้านหลังของนางคล้ายจะมีเงาแสงก่อร่างเป็นรูปอสรพิษขนาดใหญ่กำลังกางแผงคอออกมา
“ปฏิมากรรมทราย” เหว่ยซานกล่าวออกมา แสงสีส้มจากฝ่ามือก็แผ่ออกไปกระทบกับร่างไร้วิญญาณเบื้องหน้า พริบตาต่อมาร่างเนื้อนั้นก็กลับกลายเป็นรูปปั้นทราย
เทพกิเลนสายฟ้าเมื่อเห็นว่าเหว่ยซานทำให้ร่างไร้วิญญาณกลายเป็นทรายแล้ว มันก็โบกมือออกไปคราหนึ่ง เกิดเป็นกระแสลมพัดออกไป รูปปั้นทรายพลันแหลกสลายตามกระแสลมจนสุดท้ายก็เหลือเพียงกรงเหล็กที่ัคงอยู่
“ตาเ้าแล้ว” เจี้ยนเหล่ยตบบ่าหยุนเสวี่ยเฟิงให้ลืมตาขึ้นมา เด็กน้อยกระชับมีดั้ไว้ในมือทั้งสองข้าง ปากของมันก็เริ่มกล่าวบทกวีที่มันเคยกล่าวไว้
”กรงขังมิอาจพังได้
พบพานผู้ช่วยชีวี
หยิบยื่นก้อนข้าว
คละเคล้าโลหิต
หวังเพียงให้ข้า
อยู่ต่อเรื่อยไป”
ย๊ากก
หยุนเสวี่ยเฟิงเร่งเร้าพลังให้ถึงขีดสุดบวกกับห้วงกวีขั้นที่หก ระดับพลังวิญญาณของมันก็ทะยานไปถึงระดับสิบห้าทันทีเด็กน้อยทะยานร่างเข้าหากรงเหล็กก่อนจะวาดคมมีดตัดเฉือนลูกกรงอย่างบ้าคลั่ง
เศษเหล็กชิ้นเล็กชิ้นน้อยกระเด็นไปทั่วทั้งโพรงถ้ำ บ้างก็พุ่งมาหาอสูรทั้งสองอย่างรวดเร็ว แต่กลับต้องแหลกสลายเมื่อกระทบเข้ากับม่านพลังสีส้มและทอง
หยุนเสวี่ยเฟิงยิ่งมายิ่งคล้ายจะเพิ่มความรุนแรงในอารมณ์ขึ้นไปอีก คำว่า’สติ’ที่มันเคยย้ำเตือนตนเอง บัดนี้กลับมิได้ช่วยอันใดอีกแล้ว กรงเหล็กขนาดใหญ่ค่อยๆพังลงไปเรื่อยๆท่ามกลางพายุคมมีดที่เชือดเฉือนถี่ยิบ
แฮก แฮก
เมื่อเห็นว่ากรงเหล็กนั้นกลับกลายเป็นท่อนเหล็กกระจุยกระจายไปหมดแล้ว หยุนเสวี่ยเฟิงก็ยืนนิ่งเงียบหอบหายใจถี่พลังวิญญาณของมันบัดนี้เหือดหายไปหมดสิ้น
“ขอบคุณ.. พี่ซานซาน พี่เจี้ยนเหล่ย” หยุนเสวี่ยเฟิงใบหน้าอิดโรยหันมามองอาจารย์ทั้งสองของมัน
“นี้ข้าทะลวงระดับได้แล้ว” ใบหน้าขาวซีดยิ้มก่อนที่มันจะหมดสติลงไป ร่างอ่อนช้อยก็ทะยานเข้ามารับตัวของมันไว้
“วันนี้พักผ่อนก่อนเถอะ” เหว่ยซานยิ้มบางกล่าวกับเด็กชายในอ้อมแขน
ยามสนธยา(ค่ำโพล้เพล้)มาเยือนภายนอกถ้ำ หลังจากที่เหว่ยซานพาหยุนเสวี่ยเฟิงเข้านอนพักผ่อนแล้ว เทพกิเลนเจี้ยนเหล่ยก็เอ่ยปากชักชวนให้หญิงสาวออกมาันอกถ้ำ แสงของดวงอาทิตย์ที่กำลังลับขอบฟ้าสะท้อนเงาของบุรุษที่ยืนอย่างสง่าผ่าเผย กับหญิงสาวที่นั่งไขว่ห้างบนยอดหินผา
“วาสนามิเคยแบ่งแยกความชอบธรรม.. เ้าเตรียมใจไว้เพียงใด?” หลังจากที่ทั้งสองตกอยู่ในความเงียบงันมานานเจี้ยนเหล่ยก็เป็นฝ่ายกล่าวขึ้นก่อน
“ข้านั้น.. ไม่ว่าจะอย่างไร ขอเพียงนี้มีความสุขเท่านั้น ใยต้องห่วงกับสิ่งที่ัไม่ได้เกิดเล่า..”
“ก่อนหน้านี้ข้าก็จะคิดแบบเ้า ขอเพียงวันนี้..นี้.. มีความสุข เพียงแต่ผลของการไขว่คว้าวาสนา ย่อมต้องมีสิ่งแลกเปลี่ยนที่สมน้ำสมเนื้อ หากว่าเป็นเช่นนั้น วาสนาที่ข้าเคยได้ไขว่คว้ามา คงใกล้ถึงเวลาที่สมควรจะต้องชดใช้แล้ว” ใบหน้าเจี้ยนเหล่ยพลันปรากฏรอยยิ้มอันขมขื่น
“เช่นนั้นก็จงส่งมอบวาสนาให้ใครสักคน เพื่อที่ทุกอย่างที่เ้าไขว่คว้ามาจะมิได้สูญเปล่า ซึ่งถ้าวันนั้นมาถึง.. ข้าก็จะทำเช่นกัน และข้าก็ได้เลือกเสวี่ยน้อยแล้ว” เหว่ยซานยิ้มออกมา เพียงแต่รอยยิ้มของนางนั้นออกมาจากใจจริง
“นะ..นี่เ้า”
“เฮ่อ.. สหายข้า เ้าหลงแต่คิดว่าวาสนาเป็นของเฉพาะคน สิ่งที่ต้องแลกเป็นของเฉพาะคน.. แล้วเ้ามิได้คิดบ้างหรือว่าตัวเ้า..อาจจะเป็นวาสนาของผู้ใดสักคน.. ข้าเริ่มง่วงแล้ว ขอตัวไปนอนก่อนนะ” เหว่ยซานกล่าวจบนางก็กระโดดลงจากหน้าผาจากไปทันที ทิ้งไว้แต่เพียงเทพกิเลนอยู่เพียงลำพัง
“ทำให้ตัวเองเป็นวาสนาของใครสักคน.. ซึ่งสิ่งแลกเปลี่ยนที่เ่าเีก็ืตัวเ้าเองสำหรับคนผู้นั้น เ้าช่างมีเหล่เหลี่ยมนัก คดโกงได้แม้กระทั่งวาสนา” เทพสายฟ้าเจี้ยนเหล่ยครั้นจะนึกได้ ดวงจันทร์ก็ลอยขึ้นเหนือฟ้าแล้ว
“ความรักและบทกวีืวาสนาของเ้า ส่วนของข้านั้น.. ความตายและบทกวี” เทพกิเลนสายฟ้าเจี้ยนเหล่ยเอ่ยขึ้นมาสายลมยามค่ำคืนคล้ายจะพัดพาคำกล่าวของมันออกไป “ช่างไร้ความชอบธรรมเสียจริง”
จบ.
เีจบแล้ว ไ้, คามุย!
นิยายแนะนำ
นิยายแนะนำ
ความคิดเห็น
COMMENT
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ เพื่อสร้างประสบการณ์นำเสนอคอนเทนต์ที่ดีให้กับท่าน รวมถึงเพื่อจัดการข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์ที่ดีบนบริการของเว็บไซต์เรา หากท่านใช้บริการเว็บไซต์นี้ต่อไปโดยไม่มีการปรับตั้งค่าใดๆ นั่นเป็นการแสดงว่าท่านอนุญาตยินยอมที่จะรับคุกกี้บนเว็บไซต์และนโยบายสิทธิส่วนบุคคลของเรา
0.00
0.00









userA???
???? ??? ? ???? ?? ??