เรื่อง บทกวีผลาญฟ้า

ติดตาม
บทที่ 1 ตอนที่ 43 : พลิกผัน
บทที่ 1 ตอนที่ 43 : พลิกผัน
  • ปรับสีและขนาดตัวอักษร

ตอนที่ 43 พลิกผัน


ใครก็ได้ หาอะไรให้มันกินที!” เซียวเฉิงเฟยตะโกนก้อง หนึ่งในชาวยุทธจึงสวนกลับว่า “พวกข้าก็ประเคนเคล็ดวิชาให้มันกินอยู่!”


ไม่รู้ว่าเซียวเฉิงเฟยไม่รู้สถานการณ์หรือไรจึงได้กล่าวเช่นนั้น ทว่าการโต้ตอบนี้กลับคล้ายทำให้เหล่าผู้กล้าฮึกเหิมขึ้นบางส่วน และในวินาทีนั้นเจ้าหนุ่มหน้าแก่๠๥่าวัยก็ได้รู้หนัาที่ใหม่ของตนทันที!


อัดมันเข้าไปพี่น้อง แก้แค้นให้เหล่าสหายที่จากไป!”


กังหยงหน้านิ่วขมวดคิ้วมองเซียวเฉิงเฟย ในเวลาเช่นนี้ใช่ว่าควรจะทำวิ่งอื่นอย่างเช่นการรักษาผู้อื่นหรอกหรือ?


ตู้ม ตู้ม


คลื่นเคล็ดวิชาโหมกระหน่ำอย่างบ้าคลั่งเข้าใส่อสูรสีแดง ร่างสูง๠๥่าแปดเมตรโอนเอนจนเริ่มทรงตัวไม่อยู่ แต่ในเวลานั้นเอง กลับไม่มีผู้ใดสังเกตุแม้แต่น้อยว่าเหตุใดอสูรร้ายยังไม่โต้ตอบ


อย่างนั้นแหละพี่น้องอย่าไปกลัว!” เซียวเฉิงเฟยยังไม่หยุด เหล่าผู้กล้าต่างก็ซัดอาวุธระยะไกลของตนออกมา ส่วนเจ้าหน้าแก่ก็เริ่มก้มหยิบหินมาปาบ้างแล้ว กังหยงเมื่อเห็นว่าทางสะดวกมันจึงเร่งรุดไปหาหวังซิ่วอิงทันที


แม่นางน้อยพบจุดอ่อนของมันหรือยัง?”


หวังซิ่วอิงนั้นกำลังใช้สมาธิอย่างหนักควบคุมทวนสีเทาเข้าโจมตีอย่างต่อเนื่อง จึงยังไม่สามารถตอบกังหยงได้ ทว่าในขณะนั้นหวงผิงและจินฟ่านที่ได้สติแล้วก็รุดเข้ามาหากังหยง


ผู้อาวุโส.. น้องหนิงเอ๋ออยู่ที่ใด?” หวงผิงเป็นผู้กล่าวถาม กังหยงเพียงชี้ไปยังชายป่าที่อยู่ไกล อาจจะด้วยท่าทีของนางที่ดูไม่เป็นมิตรนัก ชายพเนจรจึงรู้สึ๠๥่าไม่อยากเสวนา


หวงผิงเมื่อได้คำตอบแล้วนางจึงฉุดลากเขนจินฟ่านที่แสดงใบหน้าสับสนจากไป


อะไรกัน สองคนนี้.. ไร้ความรับผิดชอบเสียจริง!” กังหยวขมวดคิ้ว ก่อนหน้านี้แม้ว่าชายพเนจรได้เฝ้ามองการต่อสู้จากที่ไกลจึงยังไม่ทราบว่าเกิดเหตุอันใด แต่มันเห็นอยู่เต็มสองตาว่าหวงผิงคือหนึ่งในคนที่ชักนำอสูรตนนี้เข้ามา


น่ารังเกียจ..”


คำเดียวที่กังหยงกล่าว มันหรี่ตามองไปยังทิศทางที่ทั้งสองจากไป เมื่อพบเจอเด็กสาวหนิงเอ๋อแล้ว พวกมันก็ทะยานหนีเข้าไปในป่า ส่วนเจ้าเฝิ่นเฟิงเมื่อหมดหน้าที่แล้วมันก็รีบวิ่งเข้ามาหาทันที



แมะห์!” เฝิ่นเฟิงคล้ายจะไม่สบอารมณ์ แน่นอนว่ามันได้ยินบางอย่างมาจากหวงผิง เวลานี้คงต้องรอให้มันบอกเล่าให้กับหยุนเสวี่ยเฟิงเพื่อแปลภาษาเท่านั้น


เมื่อผู้ขลาดเขลาได้จากไปแล้ว เวลานี้ก็หลงแต่เพียงเหล่าผู้กล้าเท่านั้น ในเมื่อเป็นนักผจญภัยเช่นกันก็ย่อมต้องช่วยเหลือกัน


ท่านกังหยง.. ข้าจะใช้สิ่งนั้น!” หวังซิ่วอิงว่าแล้วก็เรียกทวนหมอกอัคคีกลับมา จากนั้นจึงปลดปล่อยคัมภีร์กวีออกมาจากมิติเก็บของ “เฝิ่นเฟิงช่วยข้าที!”


เจ้าหยางถัวตัวสีชมพูเหมือนจะล่วงรู้ ทันใดนั้นมันก็แผ่ขนฟูเข้าปกคลุมหญิงสาวเพื่อบดบังสายตานักเดินทางรอบๆ


ท่านกังหยง.. สั่งให้มันหายไปยังไง?!” หญิงสาวตะโกนออกมาจากม่านขนฟูสีชมพู กังหยงจึงตอบทันที “อำพรางห้วงกวี


บทกวีวิญญาณเพลิง!”


เสียงหญิงสาวกู่ร้องมาจากด้านในขนฟู พลังวิญญาณของหญิงสาวจากระดับสามสิบเก้าสุดปลาย ก็ทะยานขึ้นไปอีกสิบระดับทันที


ทว่าเมื่อหวังซิ่วอิงได้อัญเชิญห้วงกวีออกมาแล้ว นางกลับนิ่งเงียบผิดปกติไป กังหยงนั้นไม่มีพลังวิญญาณ เลยไม่รู้ว่าด้านในขนฟูนั้นเกิดสิ่งใดขึ้น


ชายพเนจรรออย่างใจจดใจจ่ออยู่อีกครู่ใหญ่ และแล้วหวังซิ่วอิงก็บอกให้เฝิ่นเฟิงปลดม่านขนฟูออก เผยให้เห็นหญิงสาวที่ยืนจับทวนตั้งตรง ดาวตาสีชมพูทั้งสองปิดสนิทคล้ายกำลังทำสมาธิ จากนั้นนางจึงเอ่ยกล่าวน้ำเสียงเรียบ


วิชาทวนเพลิงสวรรค์ เคล็ดวิชา..จุติเทพโลกันตร์!”


พรึบ!


พลันนั้นรอบกายหญิงสาวก็เกิดคลื่นกระแสพลังปราณธาตุไฟแผ่ขยายออกไป แสงเจิดจ้าจากเรือนผมสีขาวแผ่กระจายออกไปรอบด้าน ทวนสีเทาคู่ใจปรากฏกระแสพลังไหลเวียนตั้งแต่ต้นถึงปลาย


แม้ว่าจะมีภัยอยู่ต่อหน้า แต่ด้วยคลื่นพลังอันหนาแน่นนี้ เหล่าชาวยุทธถึงกับห้ามใจที่จะเหลือบมองสักคราหนึ่งไม่ได้


นี่มัน.. เคล็ดวิชาใดกัน?!” เซียวเฉิงเฟยตะลึงงัน มันไม่เคยรู้เลยว่าหวังซิ่วอิงมีเคล็ดวิชาแปลกประหลาดเช่นนี้ ที่ว่าแปลกประหลาดนั้นมิใช่เรือนผมทอแสงของนาง แต่กลับเป็นระดับพลังวิญญาณที่เพิ่มขึ้นมาเป็นระดับ 60!


เจ้าใช้มันทะลวงระดับ!” กังหยงเบิกตากว้าง มันพบว่าม้วนคัมภีร์กวีได้กลับกลายเป็นเถ้าถ่านลอยขึ้นไปในอากาศด้านข้างหญิงสาว


หวังซิ่วอิงไม่มีเวลาตอบคำถาม นางรีบพุ่งทะยานเข้าหาอสูรร้ายอย่างมิกลัวเกรง หากมีผู้ใดได้สังเกต จะพบว่ามุมปากของนางกำลังมีหยดเลือดไหลลงมา


ห้านาที!’ หวังซิ่วอิงคล้ายจะร้อนใจ ทวนในมือถูกควงไปรอบตัวพร้อมกับทะยานขึ้นไปเหนือฟากฟ้า


ร้อยคมทวน!”


หวังซิ่วอิงเรียกฝนคมทวนนับร้อยเล่มพุ่งลงมาจากฟ้าอย่างรวดเร็ว ทวนแสงแต่ละเล่มนั้นถูกปกคลุมไปด้วยเปลวเพลิงสีขาวนวลตา ทว่าด้วยความรวดเร็วนั้น จึงไม่มีใครทันสังเกตรายละเอียดเช่นนี้!


ฉึกฉึก!.. ตู้ม!


คมทวนนับร้อยที่พุ่งลงมาปักเข้าที่กลางลำตัวของอสูรสีแดง ก่อนจะระเบิดออกมาอย่างบ้าคลั่ง รอบบริเวณถูกปกคลุมไปด้วยม่านเพลิงสีขาวทันที แต่การโจมตีของหญิงสาวมิได้หมดเพียงเท่านี้!


เพลงทวนสิบสองทิศ!”


หวังซิ่วอิงควงทวนลงมาจากด้านบนก่อนจะวาดคมผ่าเข้ากลางลำตัวอสูรร้ายเป็นการเปิดฉาก ตามมาด้วยคมทวนที่โบกวาดอย่างถี่เร็ว อีกทั้งนางยังเรียกใช้วิชาตัวเบาในการเคลื่อนไหวอีกด้วย!


อ๊า..!”


อสูรร่างสีแดงกู่ร้อง มันไม่สามารถปัดป้องการโจมตีอันรวดเร็วได้แม้แต่น้อย บาดแผลจากแรงระเบิดก่อนหน้ายังไม่สามารถสมานได้ทัน ก็มีบาดแผลใหม่จากเพลงทวนเข้ามาเสริม


แม้ว่าระดับพลังวิญญาณของมันจะมากถึงแปดสิบ แต่ในเวลานี้อสูรร้ายกลับไม่มีหัวของคนไว้ใช้งานแม้แต่หัวเดียว


ความลับของมันที่กลุ่มผู้กล้าได้วิเคราะห์ก่อนหน้านี้คือ ทุกครั้งที่อสูรร้ายจะใช้เคล็ดวิชา มันจะต้องดูดบางอย่างจากหัวคนที่ติดอยู่บนตัวมัน นอกจากนั้นแล้ว อสูรตนนี้กลับมีดีเพียงแค่ระดับพลังและการรักษาบาดแผลที่รวดเร็วเท่านั้น และในขณะนี้หวังซิ่วอิงที่มีระดับหกสิบ ก็สามารถต่อกรมันได้แล้ว ทว่าสิ่งที่ทุกคนต่างกังวลในใจนั้น กลับเป็นวิธีการสังหารอสูรตนนี้ มาดว่าเก่งไม่กลัว กลัวมันทรหด!


อ๊า.. กลืนกิน!” อสูรสีแดงกู่ร้อง มันพยายามกวาดแขนเข้าจับตัวหญิงสาวที่กระโดดหลบไปมาพร้อมกับโจมตีไปด้วยราวกับยุงที่บินรอบตัวคน ไม่ว่าผู้ใดก็รู้ว่าการตบยุงนั้นยากเพียงใด!


ฉึก ฉึก!


คมทวนยังถูกวาดออกไปต่อเนื่อง ท่ามกลางสายตาของผู้ชมรอบด้าน หวังซิ่วอิงในตอนนี้คล้ายดั่งประกายแสงสีขาวปนแดง เนื่องจากเรือนผมขาวและอาภรณ์สีแดงที่นางใส่ ยิ่งใกล้จบเพลงทวนร่างของนางก็ยิ่งเคลื่อนไหวเร็วขึ้นเท่านั้น!


นางจะจบเพลงทวนแล้ว!” เซียวเฉิงเฟยตะโกนบอกกล่าว


สนับสนุนนาง!” ว่าแล้วเหล่านักผจญภัยและเซียวเฉิงเฟยก็รีบทะยานเข้าโจมตีในระยะประชิดทันที ประจวบเหมาะกันกับที่หวังซิ่วอิงจบเพลงทวนแล้วกระโดดม้วนตัวออกมา


อั๊ก!”


เมื่อเท้าถึงพื้นหวังซิ่วอิงก็กระอักเลือดคำโตออกมา ไม่มีผู้ใดสังเกตยกเว้นกังหยงที่ได้แต่เฝ้ามอง


ยังไหวหรือไม่แม่นางน้อย!” กังหยงรีบเข้าไปประคองหญิงสาว ทว่ามันกลับนึกได้ว่าหญิงสาวไม่ให้บุรุษแตะต้อง มันจึงหยุดชะงักชะงัน


หากเป็นแบบนี้ต่อไป พวกเราคงหมดแรงตายไปทีละคน!” หวังซิ่วอิงยกแขนขึ้นเช็ดเลือด ดวงตายังคงจับจ้องไปยังอสูรร้ายที่ถูกกลุ้มรุมอยู่


บาดแผลบนตัวอสูร ที่ได้รับจากเคล็ดวิชาของหวังซิ่วอิงก่อนหน้านี้เริ่มสมานเข้าหากันแล้ว ทว่ายังมีบาดแผลใหม่เพิ่มเข้ามาเรื่อยๆจากผู้คนรอบๆ บัดนี้นักผจญภัยยเหล่านั้นมิได้กลัวเกรงอีกแล้ว ในเมื่อหัวมนุษย์บนตัวอสูรได้หายไปหมดสิ้น ก็เท่ากับว่ามันไม่มีฤทธิ์เดชอันใดแล้ว!


ตึง!


อสูรร่างเนื้อพลันทรุดเข่าทั้งสองลงเป็นคราแรก เหล่าผู้กลุ่มรุ่มต่างเริ่มได้ใจ รีบโหมกระหน่ำโจมตีไม่ยั้ง ทว่าเซียวเฉิงเฟยที่เป็นหนึ่งในนั้นกลับรู้สึกตะหงิดใจ มันง่ายเพียงนี้หรือ?!


ท่ามกลางพายุเคล็ดวิชาที่โหมกระหน่ำนั้น อสูรสีแดงคุกเข่าก้มหน้าลง ร่างของมันกระตุกเป็นครั้งคราเนื่องจากการโจมตีรอบด้าน แต่ถึงกระนั้นในหน้าของมันกลับยังคงด้านชา มันแยกเขี้ยวอ้าปากพ่นไอหมอกออกมายาวเหยียด


เจ้าหนุ่มหน้าแก่๠๥่าวัยเริ่มรู้สึกใจคอไม่ดี มันจึงรั้งดาบใหญ่ก่อนจะดีดกายถอยห่างออกมาหลายตลบ แต่ในช่วงเวลาเช่นนี้มันกลับลืมที่จะบอกกล่าวผู้อื่น!


กลืนกิน..”


พริบ!


ดวงตาอสูรร้ายทอแสงเรืองรอง มันค่อยๆฝืนร่างกายให้ลุกขึ้นช้าๆ ก่อนจะเริ่มจับจ้องไปยังเหยื่อรายแรกที่มันหมายตาแม้ว่าการโจมตีจากรอบข้างจะยังถาโถมเข้ามาเรื่อยๆ แต่ในตอนนี้มันมิได้สนใจอีกแล้ว และทันใดนั้นเอง..


อ๊า.. กลืนกินมันให้หมด!” อสูรร้ายกู่ร้อง คอของมันพลันยืดยาวพุ่งเข้าหาหนึ่งในผู้โจมตีมัน


ขวับ!


เสียงร่างเนื้อถูกปากขนาดใหญ่เข้างับอย่างถนัดถนี่ เหล่าผู้กล้าม่านตาหดวูบ เมื่อพบว่าหนึ่งในนั้น ครึ่งร่างของมันอยู่ในปากอสูรร้าย!


ราวกับเวลาถูกยืดออก แม้ว่าจะเห็นภาพแต่ก็ไม่ทันได้คิดเข้าช่วยเหลือ ร่างของผู้เคราะห์ร้ายพลันถูกกลืนกินไปต่อหน้าต่อตา ลำคอที่ยืดยาวของอสูรตนนี้กระเพื่อมเป็นจะหวะราวกับว่ามันรีบกลืนเข้าไป เหล่าผู้กล้าที่ได้เห็นภาพเช่นนี้กลับกลายเป็นยืนขาแข็งไปในทันใด


กลืนกินอีก..” อสูรร้ายเริ่มแสยะยิ้มกว้าง ไม่ทันที่เหล่าผู้กล้าจะได้ขยับกาย หัวที่ยืดยาวก็พุ่งไปงับอีกร่างหนึ่งทันที!


ไม่.. ข้ายังไม่อยากตา..” ผู้โชคร้ายกล่าวได้เพียงเท่านี้ก่อนที่ร่างของมันจะหายเข้าไปในลำคอ เหตุการณ์สยดสยองนี้ตั้งแต่เริ่มจนถึงตอนนี้ใช้เวลาเพียงสามถึงสี่วินาทีเท่านั้น!

(ทุกคนสตั้นสามวิ - - โทษๆ ต่อเลยๆ)


ถอยออกมา!” เซียวเฉิงเฟยนะโกนเรียกสติทุกคน แต่มีหรือที่อสูรแห่งความตะกละจะหยุดเพียงเท่านี้ ในเสี้ยววินาทีนั้นวายระยางมากมาย๠๥่าพันเส้นก็พุ่งออกมารอบกายของอสูรสีชาด!


ฉึก ฉึก ฉึก!


ไร้ความปราณีใดๆในห้วงเวลานี้ เหล่าผู้กล้าทุกคนที่ร่วมต่อสู้มาจวบจนตอนนี้ได้ถูกเส้นสายระยางเจาะผ่านทะลุร่างรอบบริเวณตกอยู่ในสภาพเงียบงัน ไม่มีผู้ใดเหลือรอดชีวิตแม้แต่คนเดียว!


หวังซิ่วอิง เซียวเฉิงเฟย กังหยง หรือแม้แต่เฝิ่นเฟิง ในขณะนี้ต่างก็ยืนขาแข็งก้าวไม่ออก ใบหน้าของพวกเขาซีดเซียวราวกับไร้เลือดลม สองตามทำได้เพียงถายทอดภาพเบื้องหน้าเข้าสู่สมองอันว่างเปล่า


อสูรร่างเนื้อแสยะยิ้มยินดี เส้นสายระยางเหล่านั้นค่อยๆหดเข้ามาพร้อมกับลากซากศพที่ยังอุ่น ผืนดินรอบบริเวณกลับกลายเป็นทะเลโลหิตสะท้อนแสงจันทร์ยามค่ำคืน


ร่างไร้ชีวิตของเหล่าผู้กล้าเมื่อถูกดึงมาถึงตัวอสูรร้ายนี้ก็เริ่มผสานเข้ากับร่างสีแดง ช่วงลำตัวส่วนบนของอสูรตนนี้พลันปรากฏใบหน้าของเหล่านักเดินทางขึ้นมาทีละคนจนครบจำนวนที่มันกลืนกินเข้ามา


อาห์..” อสูรแห่งความตะกละคล้ายจะอิ่มเอม ลำคอของมันที่ยืดยาวก่อนหน้านี้ได้กลับเข้าตำแหน่งเดิมแล้ว ดวงตาสีโลหิตก็หันมาจ้องมองเหยื่อสี่ชีวิตสุดท้ายที่ยังเหลือรอด พร้อมกับแสยะยิ้มออกมา


ตึง ตึง!


ร่างสูงใหญ่๠๥่าแปดเมตรค่อยๆย่างสามขุมเข้าหากลุ่มจรจัดอย่างช้าๆ บัดนี้ความหวาดกลัวสุดขีดได้เข้าครอบงำทั้งสี่โดยสมบูรณ์แล้ว


ทว่าในขณะที่เงามัจจุราชได้พาดผ่านแสงจันทร์นั้น อสูรร้ายกลับมีอาการอันแปลกประหลาดเกิดขึ้น!


อ๊า!” อสูรสีแดงร้องคำรามคล้ายจะเจ็บปวด มันคุกเข่าทั้งสองลงพร้อมกับยกมือขึ้นหยิกแผ่นอกตนเอง


กังหยงผู้อาวุโสสุดพลันได้สติเป็นคนแรก มันรีบสะกิดหนุ่มสาวรวมทั้งเฝิ่นเฟิงทันที “ไปเร็ว!”


ในเวลานี้ต่างคนต่างรู้ดี หากรั้งรอต่อไปก็มีแต่ตายกับตายเท่านั้น เจ้าหยางถัวสีชมพูเหมือนจะรู้หน้าที่ มันรีบแผ่ขนฟูโอบอุ้มทั้งสามไว้เป็นก้อนกลม ก่อนจะผนึกพลังปราณแล้วออกวิ่งสุดชีวิตทันที!


มอบห้วงกวี... เร็วเข้า!” กังหยงได้ทำสุดความสามารถของมันเช่นกัน ชายพเนจรหันไปมองชายหนุ่มและหญิงสาวคราหนึ่ง


เฮ่อ.. แม่นางน้อย..’ กังหยงถอนหายใจ สภาพของหวังซิ่วอิงในตอนนี้ดูเศร้าหมองอย่างเห็นได้ชัด


มันไม่ตามมา..” เซียวเฉิงเฟยกล่าวเรียบ มันเป็นอีกคนที่รู้สึกสะเทือนใจไม่แพ้กัน กังหยงเหลือบมองไปยังอสูรสีแดงคราหนึ่ง บัดนี้ทั้งสีได้จากมาไกลแล้ว ส่วนอสูรนั้นยังคงคุกเข่าอยู่ที่เดิมไม่ขยับเขยื้อน


สิบนาทีผ่านไปแล้ว อสูรแห่งความตะกละยังคงนิ่งเงียบ คล้ายว่ามันกำลังสำรวจเข้าไปในตัวมัน มีบางสิ่งบางอย่างไม่ถูกต้องเกิดขึ้น บางสิ่งที่สำคัญยิ่งต่อตัวมัน สำคัญมาก๠๥่าเหยื่อที่มันปล่อยให้หลบหนีไปในช่วงสุดท้ายสติสัมปชัญญะของมันมิได้มีมากเช่นปุถุชน


ในเมื่ออสูรร้ายไม่รู้ว่าเกิดสิ่งใดขึ้น สัญชาตญาณแรกสุดของความคิดอันน้อยนิดก็บ่งบอกให้มันรีบกลับรังของมัน!


ย้อนกลับไปช่วงเวลาก่อนหน้านี้เล็กน้อย หยุนเสวี่ยเฟิงที่อยู่ในมิติผกผัน ขณะนี้มันกำลังพยายามหาทางกำจัดร่างอสูรสีแดงอยู่ การจะทำลายดวงเสี้ยววิญญาณตรงหน้านั้นง่ายแสนง่าย แต่ชายหนุ่มกลับเกิดคำถามตามมา


ลังเลอันใดอีก” เสียงของเสี้ยววิญญาณกล่าวถาม หยุนเสวี่ยเฟิงจึงถามกลับว่า “จะทำลายอสูรแห่งบาปได้อย่างไร?”


หยุนเสวี่ยเฟิงแม้จะร้อนใจ แต่ความรอบคอบก็เป็นสิ่งสำคัญ เมื่อทำลายเสี้ยววิญญาณแล้ว มันต้องออกไปกำจัดร่างอสูรแห่งบาปที่มีระดับไม่ต่ำ๠๥่าเจ็ดสิบ แน่นอนว่าตัวมันที่มีระดับ37 แม้จะเสริมห้วงกวีและใช้ห้วงต้องสาปแล้ว ก็ยังไม่อาจต่อกรกับมันได้


เจ้าเพียงแค่ทำลายมัน” คำตอบนั้นง่ายแสนง่ายไม่ซับซ้อน แต่กลับไม่ได้ช่วยอะไรเลย เสี้ยววิญญาณตนนี้มีความนึกคิดผิวเผิน ครั้นจะถามว่าวัตถุเหลวปริศนานั้นคือสิ่งใดและใช้อย่างไร คำตอบที่หยุนเสวี่ยเฟิงได้กลับเป็นเพียงคำว่าไม่ทราบ


เสี้ยววิญญาณเมื่อตอบคำถามแล้ว มันก็สร้างม่านมายาขึ้นมาอีกครั้ง ภาพสถานการณ์ด้านนอกปรากฏขึ้นให้ได้เห็นเป็นช่วงเวลาหลังจากที่หวังซิ่วอิงได้ใช้เคล็ดวิชาของนางจบไปแล้ว ในตอนนี้การโจมตีของเหล่าผู้กล้านั้นไม่สามารถทำอะไรอสูรร้ายได้แม้แต่น้อย


ยิ่งนานยิ่งเกิดความตึงเครียด หยุนเสวี่ยเฟิงพยายามนึกหาถ้อยคำที่จะใช้ถามวิธีกำจัดร่างอสูร ทว่ายิ่งร้อนใจ หัวสมองของมันกลับไม่มีสมาธินึกคิด


คิดสิ คิดให้ออก!’ โอกาสที่จะล่วงรู้จุดอ่อนของอสูรร้ายอยู่ตรงหน้า แต่หยุนเสวี่ยเฟิงกลับไม่สามารถเค้นความออกมาได้ เวลาไม่คอยท่าใครเสมอ และแล้วสถานการณ์ก็มาถึงจุดพลิกผัน ภาพในม่านมายานั้นได้มาถึงช่วงเวลาวิกฤติแล้ว!


อสูรร่างเนื้อสีแดงในขณะที่ถูกกลุ้มรุมอยู่นั้น มันก็ยืดคอออกมากัดกินร่างของหนึ่งในผู้กล้า จากนั้นสายระยางชวนสะอิดสะเอียนก็พุ่งออกมาจากทั่วร่างของมัน สายระยางนั้นเจาะผ่านร่างกายทุกผู้ทุกคนที่อยู่ในระยะสิบเมตร หลงเหลือไว้แต่เพียงกลุ่มจรจัดที่หลบออกมาด้านนอกได้ทันหวุดหวิด


หยุนเสวี่ยเฟิงม่านตาหดวูบ ไม่มีเวลาเหลือให้มันคิดสิ่งใดอีกแล้ว ชายหนุ่มรีบพุ่งทะยานง้างหมัดออกมาซัดไปยังแก่นเสี้ยววิญญาณเบื้องหน้าทันที


ตู้ม..!


หมัดที่ห่อหุ้มไปด้วยพลังทั้งหมดปะทะเข้ากับแก่นเสี้ยววิญญาณ เกิดแสงสว่างจ้าจนแสบตาก่อนที่คลื่นพลังจะระเบิดออกมาปะทะกับหยุนเสวี่ยเฟิง


อ๊าก..”


ด้วยคลื่นพลังที่มีความเข้มข้นสูงอัดกระแทกในระยะประชิด หยุนเสวี่ยเฟิงแผดเสียงร้องด้วยความเจ็บปวดทั่วร่างพร้อมกับสติของมันได้หลุดลอยออกไปทันที!



เคร้ง เคร้ง!


เสียงจากวัตถุบางอย่างกระทบกันหลายครา ปลุกให้หยุนเสวี่ยเฟิงได้สติ มันค่อยๆลืมตาตื่นอย่างเชื่องช้า ชายหนุ่มพบว่าภาพรอบกายของมันในตอนนี้กลับเป็นสรขาวดำ


เฮ่อ..ไม่ไหวเลย เจ้ายังคงอ่อนหัดเกินไป


พลันนั้นซุ่มเสียงชายวัยกลางคนก็ดังขึ้น หยุนเสวี่ยเฟิงจึงหันไปยังต้นเสียง “ท่านเป็นใคร..”


ภาพของชายที่มีเสียงอยู่ในวัยกลางคนนั้นเลือนรางไม่ต่างจากนิมิตที่หยุนเสวี่ยเฟิงได้เห็นก่อนหน้า มันจึงรู้ได้ในทันทีว่าตัวจริงๆของมันต้องหมดสติอยู่แน่


ข้าต้องรีบออกไป!’ หยุนเสวี่ยเฟิงที่คิดได้ดังนั้นก็รีบลุกขึ้น ทว่าการจะออกไปยังโลกความจริงนั้น มันจะทำเช่นใด?


เคร้ง เคร้ง!


ภาพเลือนรางของชายวัยกลางคนยังคงโบกวาดบางอย่างลงทุบอีกวัตถุหนึ่ง หากมีผู้ใดได้พบเห็นการกระทำนี้ ย่อมต้องรู้ได้ว่าบุคคลนี่กำลังตีเหล็กอยู่ จังหวะในการตีนั้นสม่ำเสมอ ตำแหน่งและแรงที่ทุบค้อนลงไปยังพอเหมาะเช่นกันชายวัยกลางคนกล่าวขึ้นมาอีกครั้ง


เสร็จแล้ว.. มันกูน่าเกลียดไปหน่อย เจ้าแน่ใจหรือว่าจะใช้มัน?” ชายวัยกลางคนว่าแล้วก็โยนวัตถุบางอย่างขึ้นฟ้าก่อนจะหมุนควงลงมาปักตรงหน้าหยุนเสวี่ยเฟิง


ชายหนุ่มรู้ดีว่านิมิตนี้เป็นภาพในอดีต มันจึงไม่กล่าวตอบโต้อันใด ทว่าร่างกายของมันกลับไม่สามารถควบคุมได้ สองเท้าของมันค่อยๆก้าวเดินไปยังวัตถุที่ปักบนพื้น พร้อมกันนั้นที่มือข้างหนึ่งเอื้อมไปสัมผัสปลายแหลมของวัตถุแปลกประหลาด


ข้าไม่รู้ว่าเจ้าจะใช้มันได้ยังไง แต่เอาเถอะยังไงเจ้าก็ยังเป็นเจ้า ผู้ที่กระทำผิดแปลกจากผู้อื่น” ชายวัยกลางคนกล่าวพลันนั้นมือของหยุนเสวี่ยเฟิงก็กางนิ้วออก กระแสพลังเริ่มไหลเวียนออกมาครอบคลุมวัตถุรูปทรงคล้ายคมดาบที่ไม่มีด้ามเอาไว้


ข้ากำลังเป็นผู้ใด?!’ หยุนเสวี่ยเฟิงได้แต่คิด ตอนนี้มันมั่นใจแล้วว่าตัวมันอยู่ในร่างของคนผู้หนึ่งอยู่ ซึ่งคนผู้นี้กำลังควบคุมคมดาบที่ไม่มีด้ามด้วยพลังวิญญาณให้ลอยขึ้นมา


แล้วพบกันใหม่นะเจ้าหนุ่ม!”


ทันทีที่ชายวัยกลางคนกล่าวจบ ภาพตรงหน้าก็เริ่มบิดเบี้ยวก่อนจะมืดดับลง..


ฮ่า..!” หยุนเสวี่ยเฟิงพลันสะดุ้งตื่นขึ้นมาทันใด ทั่วร่างกลับเต็มไปด้วยเหงื่อชุ่ม สิ่งแรกที่มันได้เห็นนั้นกลับเป็นพัดกระบี่หยุนเฟิงที่ลอยเด่นอยู่ตรงหน้า


ข้าออกมาได้แล้ว!’ หยุนเสวี่ยเฟิงครั้นเมื่อได้เห็นสภาพแวดล้อมป่าเขาแล้วมันก็ตระหนักได้ ทว่าพื้นที่มันลุกขึ้นนั่งอยู่นั้นคล้ายจะลอยอยู่ไม่ติดพื้น มันถึงก้มลงไปมอง “นี่มัน..!”


สิ่งที่รองรับร่างกายหยุนเสวี่ยเฟิงนั้น กลับเป็นใบดาบยาวหนึ่งเมตร กว้าง๠๥่าหนึ่งศอก รูปร่างคมดาบนั้นโค้งงอไม่เป็นทรงโดยมีอักขระโบราณสลักไว้ตามเส้นคมที่โค้งงอนี้


มันคือยุทธภัณฑ์!” หยุนเสวี่ยเฟิงรีบกระโดดลงจากใบดาบแปลกประหลาดนี้ ด้วยความเร่งรีบที่จะไปช่วยสหายนั้นมันจึงไม่มีเวลาไตร่ตรองให้มากความอีก ยุทธภัณฑ์ที่ปรากฏขึ้นมานี้อาจจะเป็นกุญแจที่จะสามารถกำจัดอสูรร้ายก็เป็นได้!


รับการทดสอบ!” หยุนเสวี่ยเฟิงกล่าวอย่างเร่งรีบพร้อมกับแผ่พลังวิญญาณเข้าไปในยุทธภัณฑ์รูปทรงประหลาด พลันนั้นเงื่อนไขในการเป็นนายของมันก็ผุดขึ้นมาในหัว


สังหารผู้ไร้การต่อกร


ตึง ตึง!


เสียงฝีเท้าของร่างขนาดใหญ่มุ่งหน้ามาทางชายหนุ่ม หยุนเสวี่ยเฟิงม่านตาหดวูบ หรือสหายของมันได้ถูกอสูรร้ายเข่นฆ่าไปแล้ว?!


พัดกระบี่สีดำถูกเรียกเข้ามาอยู่ในมือ พร้อมกันนั้นที่คมดาบไร้ด้ามถูกกระแสพลังวิญญาณเข้าควบคุมให้ลอยไปด้านหลัง หยุนเสวี่ยเฟิงหันกายไปยังต้นเสียงที่ดังใกล้เข้ามาเรื่อยๆ ดวงตาของมันทอแสงฉายแววอาฆาต จิตสังหารและพลังวิญญาณพลันปะทุออกมารอบกาย


ภูติสายฟ้า..”


เปรี๊ยะ เปรี๊ยะ!


คลื่นสายฟ้าสีแดงแผ่กระจายออกมาปกคลุมรอบกาย ห้วงกวีขั้นที่สิบถูกอัญเชิญเข้ามาเสริมพลัง ดวงแสงทั้งหกและวงแหวนทั้งสี่ถูกเคลื่อนย้ายไปไว้ด้านหลัง


ฆ่า..” หยุนเสวี่ยเฟิงกล่าวเสียงเหี้ยม พร้อมกันนั้นที่ร่างสีแดงขนาดใหญ่ได้ปรากฏในระยะสายตา!


จบตอน.

เอาแล้วๆ เสวี่ยน้อยจะสู้มันได้มั้ยน๊อ.. เวลก็น้อย๠๥่าเยอะเลย ถึงจะเพิ่มได้สิบเวลกับสาปลดเวล ก็ยังต่างกันราวๆ20๠๥่าเวล๪๶ู่๨ี

ตอนต่อไป
บทที่ 1 ตอนที่ 44 : โง่เขลา

นิยายแนะนำ

นิยายแนะนำ

ความคิดเห็น

COMMENT

ปักหมุด

© สงวนลิขสิทธิ์ 2017 Glory Forever Public Company Limited( Kawebook.com )

Glory Forever Public Company Limited ( Kawebook.com )
ที่อยู่ : 20 หมู่ที่ 6 ตำบลพันท้ายนรสิงห์ อำเภอเมืองสมุทรสาคร จังหวัดสมุทรสาคร 74000
เวลาทำการ : 08 : 00 - 18 : 00 จันทร์ - เสาร์
e-mail : contact@kawebook.com

DMCA.com Protection Status

เริ่มต้นเผยแพร่ผลงาน

เริ่มต้นเป็นนักเขียนออนไลน์ เขียนเรื่องราวที่ประทับใจ สร้างเนื้อหาที่เป็นประโยชน์ และแบ่งปันประสบการ์ดีๆ กับผู้คนทั่วโลก kawebook.com เป็นโอกาส เป็นสื่อกลาง และยังเป็นอีกหนึ่งช่องทาง ในการสร้างรายได้ให้กับนักเขียนมืออาชีพ และนักเขียนมือสมัครเล่นจากทุกมุมโลก เพียงสมัครเป็นสมาชิกเว็บไซต์เพื่อเขียนหนังสือ การ์ตูน หรืออัพโหลดอนิเมชั่น ที่เป็นผลงานของท่าน และเผยแพร่ผลงานสู่สาธารณชน

© สงวนลิขสิทธิ์ 2017 Glory Forever Public Company Limited ( Kawebook.com )

© สงวนลิขสิทธิ์ 2017 Glory Forever Public Company Limited ( Kawebook.com )

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ เพื่อสร้างประสบการณ์นำเสนอคอนเทนต์ที่ดีให้กับท่าน รวมถึงเพื่อจัดการข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์ที่ดีบนบริการของเว็บไซต์เรา หากท่านใช้บริการเว็บไซต์นี้ต่อไปโดยไม่มีการปรับตั้งค่าใดๆ นั่นเป็นการแสดงว่าท่านอนุญาตยินยอมที่จะรับคุกกี้บนเว็บไซต์และนโยบายสิทธิส่วนบุคคลของเรา