เรื่อง แค่โชคดี…หรือ…เรามันรวย
บที่ 3 ปัญหาี่ตามมา
ช่วงหัวค่ำนั้นได้มีสายโทรศัพท์เข้ามา นักเลงหุ่นหมีก็รับสาย พร้อมกับพูดขึ้นว่า "ใครวะโทรมาตอนกินข้าว" ด้วยน้ำเสียงตะคอก
ปลายสายถึงกับสบถขึ้นว่า "ไอเวร ฉันเองเจ้านายของแกอะ" กวงหมิงเอ่ยขึ้น
"ต้องขออภัยนายน้อยด้วย" นักเลงได้เอ่ยกล่าว
"ตู้หลง นายแน่ะพรุ่งนี้ไปเรียนกับฉันี่มหาลัยกวางโจว ไม่ต้องพูดอะไรมาเป็นบอดี้การ์ดให้ฉัน" อีกอย่างนายมาจากตรอกงูดำใช่ไหม ?? กวงหมิงถามขึ้น
"นายน้อย ผมนี่แหละคนจากตรอกงูดำ" ตู้หลงพูดแบบภูมิใจในชื่อเสียงนี้
ฉันมีเรื่องให้แกจัดการหน่อยเมื่อไปถึง มีเป้าหมายหลักเป็นคนจากตรอกเสือ เมื่อพูดสิ้นประโยค ตู้หลงถึงกับสะดุ้งเพราะี่ผ่านมาเค้าเป็นนักเลงปลายแถวี่
มีหน้าี่ไม่ต่างจาก รปภ ตรวจบริษัทของตระกูลกวง
แต่ยังไม่เคยเข้าไปมีเรื่องกับคนี่มาจากตรอกเสือแม้แต่คนเดียว แต่ถึงอย่างนั้น ตู้หลงก็รับปากว่าจะอัดคนจากแก็งเสือให้หมด
"ดีมาก วันไหนี่แกล้มคนจากตรอกเสือได้ฉันจะให้โบนัสก้อนโตกับแก" และอีกอย่างนึงพรุ่งนี้ช่วงเย็นไปี่งานเลี้ยงด้วย ตอนนี้ทางกวงหมิงกำลังจะวางแผนเอาคืนทั้ง อี้ป๋อ และ สาวน้อยจ้าวเหว่ย อยู่ พอคุยเสร็จก็ต่อสายไปหาท่านประธานกวงอี้ ผู้เป็นพ่อให้ส่งซองแดงให้คณะบดีของคณะบริหารให้ ตู้หลงเข้าเรียนพร้อมตน ผู้เป็นพ่อทำได้แค่ส่งเรื่องให้จบเพราะไม่อยากให้ลูกชายมาวุ่นวายเยอะ
อีกด้านนึงของถนนตะวันออก
"หลี่ซื่อ ฉันมีเรื่องปรึกษาวะ" อี้ป๋อจึงคุยเรื่องข้อความเมื่อวานี่ถูกส่งมาจากต่างประเทศว่ามีข้อเสนอให้รับเงินจำนวน150 ล้านเหรียญสหรัฐ พร้อมกับกรรมสิทธิ์ต่างๆ ให้เป็นเจ้าของ
ฉันว่าพวกนี้หลอกลวง นายอย่าเสียเวลาเลยอี้ป๋อ
หลี่ซื่อให้คำเตือนจะได้ไม่วุ่นวายทีหลัง เพราะใครจะมาให้เงินเมื่อเทียบแล้วเป็นจำนวน 1,000 ล้านหยวนกัน
แต่ฉันแค่อยากลองเล่นตามเกมส์หน่อย อี้ป๋อพูดเพื่อกลบเกลื่อนความหวังเล็กๆ ี่มีข้อเสนอเข้ามา
ในความคิดของอี้ป๋อแล้ว ก็มองว่า มุขตื้นๆ ของพวกมิจฉาชีพเท่านั้น จะลองเล่นตามเกมส์ดูก็ได้เพราะไม่มีอะไรเสียอย่างมากก็แค่ส่งข้อความด่ากลับไปเพื่อระบายความหงุดหงิดก็แค่นั้น อี้ป๋อจึงส่งเลขบัตรประจำตัว และเลขบัญชีธนาคารไป
หลี่ซื่อ ด้วยความเป็นห่วงเพื่อนจึงบอกว่า ระวังพวกนี้จะมาเอาเงินนาย หรือ เอาเลขบัตรประชาชนไปใช้นะ
มันอันตราย
ไม่ทันจะพูดจบ หน้าของอี้ป๋อก็ซีดเชียวขึ้นมาแทบจะเป็นลม หลี่ซื่อจึงบอกว่า "เห็นมั้ย มันกำลังจะโกงนายใช่ป่ะ ทำไมไม่เชื่อฉันวะ"
แต่ี่ไหนได้ไม่ถึง 10 วินาที ก็มีข้อความเข้ามาจากแอฟธนาคารว่า บัญชีของอี้ป๋อได้รับเงินแล้ว
นี้มันเรื่องอะไรเนี่ย??? หรือว่า....
"เรากลายเป็นคนรวยเหนือดวงไปแล้ว"
และหันไปหาหลี่ซื่อว่า เงินมันเข้ามาจริงๆวะ เพื่อนทั้งคู่เงียบไปสักพัก ก็เฮบ้านแทบแตก เกิดมาใครจะคิดว่าจะได้เห็นเงินี่มันเยอะขนาดนี้ไม่เคยคิด ไม่เคยี่จะฝันมากก่อน เพราะงั้นใครจะไปคิดว่าเมื่อเช้า เด็กหนุ่มี่ไร้อนาคต และเงินติดตัวไม่ถึง 2,000 หยวนเลย เมื่อวาน ตอนบ่ายดันมีข้อความจากหมายเลขต่างประเทศี่เหมือนพวกมิจฉาชีพส่งเข้ามา เสนอว่าให้รับเงิน 1,000 ล้านหยวน พร้อมกรรมสิทธิ์ต่างๆ ให้เป็นเจ้าของ
"เฮ้ย อี้ป๋อ นายว่ามันมีอะไรแปลกๆไหมวะ หลังจากดีใจหลี่ซื่อผู้รอบคอบก็เอยถามขึ้นมา ฉันเกรงว่าหลังจากนี้จะมีปัญหาตามมาวะ มันคงจะไม่สวยงาม สงบ แบบตอนนี้ป่าววะ ประเด็นคือ นายกำลังเป็นี่พักเงินให้กับพวกแก็งค้าหรือพวกฟอกเงิน รึเปล่า มันเป็นปัญหาใหญ่นะโว้ย " หลี่ซื่อเริ่มวิเคราะห์ออกมา
แล้วก็เป็นไปตามคาด มีข้อความเด้งเข้ามาในมือถือ อี้ป๋อ ตั้งสติเปิดดู แต่กลับพบข้อความเพิ่มเติมว่า
“เมื่อยอมรับเงื่อนไขในการรับเงิน และกรรมสิทธิ์ต่างไปแล้ว ต้องเริ่มสร้างอาณาจักรของตนได้แล้ว และดูแลธุรกิจของฉันด้วย หากมีอะไรขาดเหลือ ไปหาลุงหม่า และพรุ่งนี้เช้าจะมี แบล็คการ์ด ธนาคาร ICBC (Industrial & Commercial Bank of China) มาส่งให้เก็บไว้ให้ดีมีอะไรรูดได้ไม่มีจำกัด และรถของนายจะถูกส่งมาี่ร้านอีกไม่กี่วันรอรับได้เลย“ จากหว่อง จื่อรั่ว
ทำไมเป็นพี่สาวฉันส่งมาละ ไหนว่าเธอไปอยู่อย่างลำบาก แล้วส่งเงินเยอะขนาดนี้มาได้ยังไง?? อี้ป๋อตอนนี้ไม่เข้าใจอะไรเลยสักอย่าง
เมื่อหลี่ซื่อช่วยตรวจสอบก็พบว่าทั้งน่าจะเป็นเรื่องจริงและมีข้อความสุดท้ายเข้ามาว่า วันพรุ่งนี้ตอนบ่าย 3 โมง มีเอกสารี่อี้ป๋อต้องเซ็นด่วน คือ การรับเป็นกรรมการผู้ถือหุ้นใหญ่ มีสัดส่วนในการถือ 80% จากหุ้นทั้งหมด และ อีก20% เป็นชื่อของผู้ถือหุ้นรายอื่น ของโรงแรมสตาร์บูทิค ซึ่งเป็นโรงแรม 5 ดาวในเมืองกวางโจว ี่พวกเค้ากำลังจะไปกินเลี้ยงในวันพรุ่งนี้
"เฮ้ย อี้ป๋อ แกกับฉันฝันอยู่หรอวะ ช่วยปลุกฉันหน่อย แกเป็นถึงกรรมการใหญ่เชียวนะ" หลี่ซื่อยังตกใจอยู่
แต่กลับกันเวลานี้ อี้ป๋อกำลังโกรธี่พี่สาวี่อยู่ๆ ก็หายไปนาน ไม่ได้ติดต่อกันหลังจากไปต่างประเทศแต่กลับส่งเงินและธุรกิจใหญ่มาให้ "ฉันไม่พอใจวะ เจ้จื่อรั่ว กำลังเล่นอะไรอยู่ เค้ากำลังปั่นประสาทฉันแน่ๆ มีี่ไหนให้ฉันมาถือหุ้นเงินกินข้าว หรือี่ซุกหัวนอนฉันยังจะไม่ค่อยมีเลย"
ทันใดนั้น หลี่ซื่อ จึงค่อยๆ ปลอบเพื่อนว่า เงินี่โอนมามันเป็นตัวเลขจริง แกใจเย็นๆ ตั้งสติ แกลองโทรหาเจ้แกก่อนดีมั้ย
อี้ป๋อจึงกดโทรไปต่างประเทศ แต่ติดต่อไม่ได้
แถมจื่อรั่วยังส่งข้อความมาว่า "ถ้าไม่มีธุระก็ไม่ต้องโทรพี่กำลังยุ่งมาก มีอะไรไปหาลุงหม่า"
โถ่เว้ย!! อะไรวะเนี่ย ช่างเจ้แกแล้วรำคาญคุยก็ไม่คุย อี้ป๋อ ก็สถบออกมา
ตอนนี้ก็ไม่รู้จะทำไงต่อกับเงินและภารกิจี่ต้องเซ็นเอกสาร หลี่ซื่อจึงบอกว่าใจเย็นๆ "พรุ่งนี้ตอนบ่ายค่อยไปดูสถานการณ์ี่นั้นก่อน เราเลิกเรียนเี่ยงพรุ่งนี้ เราก็ไปโรงแรมสตาร์บูทิคกันเลย" หลี่ซื่อวางแผนให้อี้ป๋อผู้ี่กำลังงงกับโชคชะตาตัวเอง
วันรุ่งขึ้นช่วงเวลา 7 โมงได้มีพัสดุส่งด่วนมาถึงหน้าร้านหลี่ซื่อรออี้ป๋ออยู่จึงเซ็นรับแทนแล้วเปิดกล่องให้อี้ป๋อดู "เฮ้ย นี่มันบัตรเครดิตแบล็คการ์ดจริงๆวะ มีชื่อแกบนบัตร นี่มันของจริงนี่หว่า" หลี่ซื่อโวยวายมากกับเรื่องนี้ อี้ป๋อจึงเก็บบัตรและเอกสารในซองบอกให้ไปเข้าเรียนได้แล้ว
และเมื่อมาถึงในห้องเรียนคณะบริหารธุรกิจก็มีความร่าเริงกว่าเพิ่มขึ้นเมื่อมีสาวสวยอีกคนี่มาลงทะเบียนเรียนวันสุดท้าย "ขอโทษนะ ตรงนี้ว่างรึเปล่า ฉันหนิงเอ๋อขอนั่งด้วยนะ" สาวน้อยได้ทักทาย เพ่ยๆ "ได้สิเรามานั่งด้วยกัน"เพ่ยๆตอบรับ ระหว่างนั้นเอง อี้ป๋อและหลี่ซื่อก็กำลังจะเข้าห้อง แต่ดวงคนมันจะเจอกัน ก็เข้าปะหน้ากับ กวงหมิงี่พร้อมกับฟางเซี่ยน และตู้หลง
"วันนี้เจอขยะแต่เช้าเลย นายว่าไหมตู้หลง" กวงหมิงพูดขึ้นเสียงดัง จากนั้นตู้หลงก็ทำหน้าตาเย็นชาข่มขู่ไปใส่พวกอี้ป๋อ แต่ระหว่างนั้น เสี่ยวห้าว ก็ได้เดินผ่ากลางทั้งคู่ "เฮ้ย อยากมีเรื่องหรอไอหน้าอ่อน" ตู้หลงพูดใส่ เสี่ยวห้าว
แต่เสี่ยวห้าวไม่ได้สนใจอะไรก็ไปนั่งี่เรียน ตู้หลงเดินไปี่หน้าแล้วบอกว่า "เคยโดนอัดแล้วตื่นมาอีกวันรึเปล่า??" ตอนนี้สีหน้าเสี่ยวห้าว เริ่มไม่สบอารมณ์ก็ลุกขึ้น เพราะเสี่ยวห้าวทั้งหนาและสูงกว่าตู้หลง จึงเริ่มไม่แน่ใจว่าเสี่ยวห้าวคือใคร ทันใดนั้น "ตู้หลง ไอหมอนั้นเป็นคนจากตรอกเสือ นายคงไม่กลัวมันหรอกนะ" กวงหมิงเอยปากพูดไป
"อ่อ คนจากตรอกเสือนี่เอง ถึงว่าไม่มีท่าทีหวาดกลัวฉัน หึหึ" ฉันก็ไม่ใช่ใคร มาจากตรอกี่เลี้ยงงูดำก็เท่านั้น เมื่อตู้หลงพูดจบ เสี่ยวห้าวคว้าคอเสื้อแถมอีกหมัดไปยังี่ทัองน้อยของตู้หลงลงไปนอนตัวงอกับพื้น
แกใช่ไหมี่วันก่อนไปหาเรื่องี่ถิ่นพวกฉัน ??? กวงหมิงเริ่มใช้กำลังและเค้นความจริง จากนั้น อาจารย์เฉียวหูก็ได้เดินมาและภาพ จึงสั่งแยก "พวกนายมาเรียนวันี่ 2 จะงัดกันเลยใช่ไหม แล้วนี่อะไรเด็กใหม่มารายงานตัววันนี้ไม่ใช่หรอ" เธอเสี่ยวห้าวรู้จักกันมาก่อนหรอ อาจารย์เริ่มถามจากเสี่ยวห้าว
"เปล่าครับอาจารย์" เสี่ยวห้าวปฏิเสธไปตรงๆ
"เปล่าแล้ว ไปต่อยเค้าทำไมจะให้อาจารย์ลงโทษเรียกผู้ปกครองมาเลยไหม" อาจารย์เฉียวหู เริ่มดุ
แต่ว่าคนี่เห็นเหตุการณ์อย่าง เพ่ยๆ จึงรีบพูดขึ้นว่า
"เมื่อสักครู่ คนี่ไปหาเรื่องก่อนก็คือเด็กใหม่ี่มากับ กวงหมิงนะคะอาจารย์"
เด็กใหม่นายจะว่ายังไง อาจารย์ได้ถามตู้หลง
กวงหมิงจึงตอบไปว่า "พวกเราแค่แหย่กันครับอาจารย์ ไม่ได้มีเรื่องอะไรครับ อาจารย์วางใจได้" กวงหมิงรีบเคลียร์ปัญหาก่อนี่จะเข้าตัว จากนั้นอาจารย์ก็สั่งให้แยก และสั่งทำโทษ เสี่ยวห้าว และ ตู้หลง ส่งรายงานเพิ่มอีก 2 บท แล้วก็แยกย้ายกัน
เมื่อเลิกเรียน "เสี่ยวห้าว ฉันขอบใจนายอีกครั้งเรื่องเมื่อเช้าอะ" อี้ป๋อกล่าวขึ้นมา
ช่างมันเหอะ พวกมันขวางทางเดินฉัน เสี่ยวห้าวตอบกลับห้วนๆ
อี้ป๋อจึงชวนเสี่ยวห้าวไปโรงแรมสตาร์บูทิคด้วยกันและพร้อมจะเลี้ยงข้าวกลางวันเป็นการขอบคุณ
เสี่ยวห้าวจึงตกลงว่าไปด้วยเนื่องจากวันนี้ไม่ต้องทำธุระให้คุณลุง จากนั้นต่างคนต่างขับมอเตอร์ไซค์ไปยัง โรงแรมสตาร์บูทิค
เมื่อมาถึงโรงแรมพวกอี้ป๋อเหมือนเด็กบ้านนอกเข้ามายังโรงแรม เดินไปหาร้านอาหารเล็กๆ ชั้นล่าง
"เฮ้ย อี้ป๋อ ร้านนี้น่าจะแพงเอาเรื่องอยู่วะ" หลี่ซื่อเอ่ยขึ้นมา "อืม ไม่เป็นไร ตรงนี้น่าจะถูกสุดแล้วละ" อี้ป๋อพูดขึ้น
"พวกนายไม่จำเป็นต้องเลี้ยงร้านี่แพงๆ กับฉันก็ได้นะ" เสี่ยวห้าวพูดขึ้นมา
ไปอย่าเสียเวลาเข้าไปกันเถอะ อี้ป๋อพูดแล้วก็ดึงเพื่อนๆ เข้าร้าน
สวัสดีคะ คุณลูกค้าได้จองี่นั่งไว้รึเปล่าคะ?? บริกรหญิงได้ถามอี้ป๋อขึ้นมา
ไม่ครับ เรามากัน 3 คน มีี่นั่งไหมครับ อี้ป๋อพูดขึ้นมา เชิญด้านนี้คะ มานั่งโต๊ะ ริมกระจกวิวนอกโรงแรม
"พวกนาย มีเงินจ่ายจริงใช่ไหม" เสี่ยวห้าวเริ่มไม่แน่ใจกับพวกอี้ป๋อเนื่องจากดูจากบรรยายกาศแล้ว ก็ประเมินคราวๆได้ว่ามื้อนี้ราคาไม่ต่ำกว่า 1 พันหยวน หรือ 5,000 บาทบวกลบ แล้วก็ถือว่าแพงอยู่
"เสี่ยวห้าว นายไม่ต้องห่วงฉันอี้ป๋อจะเลี้ยงนายเอง" จากนั้นทุกคนก็เริ่มสั่งอาหารกันมา รวมกัน 4-5 อย่าง
ระหว่างนี้อี้ป๋อก็ได้หยิบเอกสารี่มาพร้อมกับพัสดุเมื่อเช้าออกมาดู ก็เอาเอกสารมาพิจารณาอีกรอบเนื้อสรุปว่าหุ้น80% ถูกโอนเมื่อเช้าแล้ว เวลา 15.00 น. ต้องเข้าไปดูรายงานทั้งหมด
"หลี่ซื่อ ตอน 15.00 น. เข้าห้องประชุมไปพร้อมกับฉันนะ ฉันรู้สึกกังวลอยู่" อี้ป๋อพูดขึ้น และหลี่ซื่อก็รับปากว่าจะเข้าไปฟังเรื่องสรุปประชุมผู้ถือหุ้น มีแต่เสี่ยวห้าวี่นั่งฟัง งงๆ กับ 2 คนนี้
พวกนายมีประชุมอะไรี่ มหาลัยอีกหรอ?? เสี่ยวห้าวเริ่มสับสนว่าเค้าต้องกลับไปมหาลัยอีกรึเปล่า
"เปล่าๆ ประชุมี่โรงแรมนี้แหละ แต่ฉันว่านายไปกับฉันน่าจะดีนะ" อี้ป๋อเสนอกับเสี่ยวห้าว
เสี่ยวห้าวผู้ซึ่งไม่รู้อะไรก็ตามเค้าไปด้วย อี้ป๋อเรียกพนักงานเช็คบิลปรากฎว่าอาหารมื้อนี้สนนราคาี่ 1,200 หยวน
อี้ป๋อจึงหยิบเงินสดยื่นให้พนักงาน
"เฮ้ย!! เราหารกันได้นะ" เสี่ยวห้าวยังรู้สึกว่ามื้อนี้ราคาสูงเอาเรื่องอยู่ อี้ป๋อบอก "ไม่เป็นไรเพื่อน"
จากนั้นก็ลุกไปกำลังออกจากร้าน และถามกับพนักงานว่า "ห้องประชุมกลุ่มผู้บริหาร ห้องประชุม Ruby อยู่ตรงไหน"
พนักงานถึงกับสะดุ้งเพราะเป็นห้องประชุมี่ private และ exclusive สำหรับกรรมการผู้ถือหุ้นเท่านั้นี่สามารถใช้ได้
คือคุณลูกค้ามีธุระอะไรรึเปล่าคะ หรือว่า ทางร้านเรามีบริการส่วนไหนี่ตกหล่นรึเปล่า? พนักงานกล่าวด้วยความตกใจ
อี้ป๋อ จึงกล่าวว่าพอนี้มีเอกสารไปส่งนิดหน่อยเท่านั้นเองครับ พนักงานจึงเข้าใจว่าอี้ป๋อเป็นแค่คนส่งเอกสารจึงบอกทางไปชั้น 50 "แต่ว่าคนี่ไม่ใช่พนักงานระดับสูงจะไม่สามารถขึ้นไปนะคะ" พนักงานกล่าวขึ้น พร้อมทั้งบอกว่าให้ไปฝากเอกสารแทนจะง่ายกว่า
ไม่เป็นไรครับเอกสารนี้สำคัญ ต้องนำขึ้นไปเองครับ หลังพูดจบอี้ป๋อจึงเดินนำคนอื่นมายัง reception
"ยินดีต้อนรับคะคุณผู้ชาย ไม่ทราบว่าได้จองห้องมาก่อนรึเปล่าคะ" พนักงานสาวแผนกต้อนรับถามขึ้น
"พอดีผมนำเอกสารมาจะไปห้องประชุม Ruby ต้องไปยังไงครับ" อี้ป๋อ ถามคำถามเดิม
ตอนนี้ท่าทีพนักงานสาวได้เปลี่ยนไปหน่อย บอกแค่ว่าเอาเอกสารวางไว้ตรงนี้ก็พอ
แต่อี้ป๋อ ไม่ยอมจึงได้บอกไปว่า "พอดีผมมีธุระต้องขึ้นไปห้องประชุม รบกวนนำทางให้ผมทีครับ" อี้ป๋อได้พูดขอให้พนักงานพาไปขึ้นไปห้องประชุมอีกครั้ง
"เอ๊ะ เธอพูดไม่รู้เรื่องหรอฉันบอกให้วางเอกสารไว้ตรงนี้ไง แต่ถ้าพวกเธอจะมาป่วนตรงนี้ ฉันจะเรียก รปภ มาลากพวกเธอออกไปแล้วนะ" พนักงานสาวพูดขู่ขึ้นมา
รอบนี้เป็น หลี่ซื่อ ี่พูดขึ้นมาว่า "พอนี้ว่าเอกสารนี้ค่อยข้างสำคัญและ กรรมการผู้บริหารคนใหม่ได้ฝากไว้ให้ไปชั้นบน กรุณาส่งพวกผมไปด้วยนะครับ"
"กรรมการผู้บริหารคนใหม่อะไรกัน พวกนายอย่ามามั่ว เจ้าของี่นี่คือ ประธานโจวเฟ่ย แต่ตอนนี้ท่านอยู่ต่างประเทศจะมาฝากเอกสารอะไรกับพวกนายได้" พนักงานสาวยังไม่ยอมี่จะพาขึ้นไป
"อีกเดี๋ยวถ้าพวกนายยังมาอยู่ตรงนี้ ฉันจะไม่เกรงใจแล้วนะ" พนักงานสาวจึงยกหูโทรศัพท์โรงแรมเรียก รปภ "มาลากคนก่อกวนหน้าฟ้อนท์ไปที" พนักงานสาวรีบบอก รปภ ให้มาลากตัวพวกอี้ป๋อไป
"เดี๋ยวก่อนสิ ฉันมีเอกสารยืนยันตน" อี้ป๋อจึงหยิบเอกสารชุดเเรกออกมา ในรายละเอียดมีการบอกถึงกำหนดการเปลี่ยนผู้บริหารผู้ถือหุ้น ซึ่งลงนาม โจวเฟ่ย พร้อมลายเซ็นจริง และตราประทับ
ตอนนี้พนักงานสาวจึงรู้ว่าตนกำลังจะทำผิดพลาดรังตัวคนส่งเอกสาร อาจจะทำให้โดนตำหนิ แต่ยังอยากได้หน้าจึงจะพาพวกอี้ป๋อ ไปขึ้นลิฟต์ เพื่อไปยังห้องประชุม Ruby ชั้น 50
"พวกเธอตามฉันมา ยังเมื่อถึงหน้าประตูเอาเอกสารส่งมาให้ฉัน แล้วก็ลงไปได้ไม่ต้องรอฉัน" พนักงานสาวเอยพูดขึ้นกับพวกอี้ป๋อ
ตอนนี้กลับเป็นอี้ป๋อี่ถามชื่อ พนักงานคนนี้ พนักงานสาวจึงบอกไปว่าฉันชื่อ อู่ตัน "นายอย่าคิดจะมาจีบฉันให้ยากแค่ดูจากการแต่งตัวแล้ว เด็กบ้านนอกชัด" พร้อมกับทำท่าทีรังเกียจ
อี้ป๋อไม่ได้สนใจกับท่าทีนั้น แต่เมื่อลิฟต์เปิดออก คนี่ทำให้ตกใจกว่าคือ ภาพี่เห็น เจียง จ้าวเหว่ย กำลังรอเข้าประตูห้องประชุม Ruby แล้วหันมาเจอกับพวกอี้ป๋อ
วันนี้ตระกูลเจียงซึ่งมีหุ้นอยู่ี่โรงแรมนี้ 10% ได้ส่ง จ้าวเหว่ยมาคุยรายละเอียดผู้ถือหุ้นใหม่เนื่องจาก จ้าวเหว่ย เองเพิ่งได้รับเป็นผู้ดูแลกิจการนี้เมื่อไม่นานมานี้ก่อนี่จะเปิดเรียน ส่วนหุ้นอีก 10% ี่เหลือเป็นของ ตระกูลอิน วันนี้เป็น อินพาล เป็นคนถือหุ้นได้เข้ามาคุยด้วย
"พวกนายตามมาหาฉันหรอ ไม่จำเป็นต้องมาตอนนี้นี่น่า" จ้างเหว่ยพูดขึ้นด้วยความงงว่าเจ้าพวกนี้มาทำไมกัน
อี้ป๋อจึงเดินขึ้นไปกำลังจะเปิดประตูห้อง จึงโดนอู่ตันมาดึงไว้ "นี่!! คนส่งเอกสารนายจะทำอะไรห๊ะ ไม่เห็นหรอว่ากรรมการใหญ่ทั้งหลายกำลังจะประชุมกัน" เสียงี่ดังทำให้ทุกคน 2-3 คนหันมามองอี้ป๋อ
"ฟังผมนะคุณอู่ตัน" ด้วยน้ำเสียงี่เปลี่ยนไปเองของอี้ป๋อ ทำให้คนี่เคยได้ยินเสียงถึงกับแปลกใจในน้ำเสียงดังขึ้นของอี้ป๋อ
"คุณมาส่งผมเสร็จแล้วก็ลงไปเถอะ ทุกคนกำลังจะเริ่มประชุมกันแล้ว" อี้ป๋อพูดเสริมขึ้นมา
"ใช่ไง เพราะจะเริ่มประชุมแล้วนายยังจะก่อกวนอะไรอีกห๊ะ" พร้อมกับดึงอี้ป๋ออีกครั้งรอบนี้ดึงค่อนข้างแรงจนทำให้อี้ป๋อเริ่มจะทนกับพฤติกรรมของอู่ตันไม่ไหวแล้ว
อู่ตันก็พูดขึ้นว่าห้องประชุมนี้ จะต้องใช้บัตรของกลุ่มผู้บริหารสแกนเท่านั้น ไม่ก็ต้องใช้การสแกนนิ้วมือถึงเปิดประตูได้
อี้ป๋อเลยบอกว่า "บัตรใบนี้รึเปล่า" จากนั้นก็ทาบลงไปบนเครื่องสแกน
ตอนนี้ทุกคนถึงกับตกใจจริงๆ เพราะบัตรี่ใช้สแกนของห้องนี้จะมีอยู่แค่ 3 ใบ ใบแรกอยู่กับตระกูลอิน ใบี่สอง จ้าวเหว่ย ถืออยู่ ใบี่สามต้องอยู่ครับโจวเฟ่ย หรือ จื่อรั่วี่ใช้ชื่อปลอม
แต่พอประตูเปิดแล้วกลับถูกอู่ตันปิดกลับ แล้วบอกว่า "นายขโมยบัตรจากผู้บริหารมาหรอห๊ะ" จากนั้นก็ตะโกนเรียกรปถ ให้เข้ามาจับกุม แต่อี้ป๋อ ก็ยังนิ่งและยื่นนิ้วไปสแกนอีกรอบ แถมประตูยังเปิดออกอีกครั้ง
คราวนี้อู่ตันถึงกับพูดไม่ออก เพราะว่าคนี่สามารถสแกนนิ้วได้มีเพียงโจวเฟ่ย และผู้ี่ได้รับอนุญาต เนื่องจากพี่จื่อรั่วได้สั่งให้ทีมโปรแกรมเมอร์สแกนลายนิ้วของอี้ป๋อจากหน้าจอมือถือเมื่อวานี่สั่งให้อี้ป๋อสแกนก่อนนอนเมื่อคืน อี้ป๋อ จึงได้รู้เรื่องการสแกนมาก่อน
"เชิญทุกท่านเข้าประชุมได้แล้วครับ" อี้ป๋อได้กล่าวแบบเรียบง่าย
"นายทำไมถึงสแกนนิ้วได้ละ" จ้าวเหว่ยถึงกับพูดขึ้นอย่างรวดเร็ว
"เข้ามาคุยกันก่อน แล้วจะได้สรุปเรื่องราวทั้งหมดกันนะ" จากนั้นอี้ป๋อก็เดินไปนั่งี่เก้าอี้ใหญ่สุด
"จะเกินไปแล้วนะเจ้าคนส่งเอกสาร" อู่ตันได้ตะโกนเรียกอีกครั้ง แต่ครั้งนี้อี้ป๋อจึงได้พูดขึ้นว่า "จากนี้ไปผมเป็นคนถือหุ้นรายใหญ่ แล้วทำไมผมจะนั่งเก้าอี้นี้ไม่ได้" สิ้นเสียงก็ทำให้อินพาล มองอย่างสงสัยและพูดขึ้นมาว่า "ประธานโจวสั่งมางั้นหรอ"
อี้ป๋อ จึงเริ่มเปิดเอกสารและยื่นให้อินพาลได้ดูถึงกับหน้าซีด…
นิยายแนะนำ
นิยายแนะนำ
ความคิดเห็น
COMMENT
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ เพื่อสร้างประสบการณ์นำเสนอคอนเทนต์ที่ดีให้กับท่าน รวมถึงเพื่อจัดการข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์ที่ดีบนบริการของเว็บไซต์เรา หากท่านใช้บริการเว็บไซต์นี้ต่อไปโดยไม่มีการปรับตั้งค่าใดๆ นั่นเป็นการแสดงว่าท่านอนุญาตยินยอมที่จะรับคุกกี้บนเว็บไซต์และนโยบายสิทธิส่วนบุคคลของเรา
0.00
0.00









userA???
???? ??? ? ???? ?? ??