เรื่อง เชียงยืนฟื้นฮัก
ความี่ยัง่ด้อย านี้าืถูกะตรึง โ-่าก้อมหมายชิงของติดตัว
ระยะตาลุนกับเสือหาญช่วยกัน คลายมนต์อาถรรพ์
“โครม!”
น้ำมาจากไหนไม่รู้ สาดใส่ร่างสมีทับ ี่หวังจารกรรมทรัพย์สินและทำลายล้างชีวิต
ผลทำให้ลดอำนาจความขลังลงอย่างชะงัก
“ไผว่ะ? เฮ็ดกู”หันขวับจ้องมายังต้นเรื่อง
รจนายืนขาแข็ง ตกใจขยับไปไหนไม่ได้
แอบดูความเก่งกาจของพญาปอบ ยากจะสกัด
จากข้างในห้อง ร่องไม้พอส่องเห็นทุกคนกำลังเพลี่ยงพล้ำ
จึงนึกขึ้นได้ ตำราปราบผีี่เกจิท่านจรดไว้ให้ศึกษา จาด้วยอักษรอักขระเก่าแก่
เธออาศัยความพิเศษอันใฝ่รู้ อ่านและตีแผ่โจทย์ได้จึงนำมาระงับเหตุ
ด้ด้วยจังหวะมีรดูสาว จึงแก้เคล็ดวิชาโทำให้ของเสื่อม
ช่วงหน้าสิ่วหน้าขวาน จำเป็นต้องทำการหยุดยั้งสักอย่าง แม้จะดูไม่งามนัก
รจนาเอาเลือดรดูตัวเองหยดลงในอ่างใบเล็กี่วางอยู่ในห้อง
เทน้ำจากคนโทสำหรับเอาไว้ดื่ม ผสมลงไปจะใช้วิธีอุตริขับไล่ความอัปรีย์
“พวกบ่ดี มันต้องพ้อของจังซี่”
ข่มทำใจกล้า รจนาพยายามฝืนสู้หน้าพูดตอบโต้
“อีนี่ มึงตาย!”
โกรธแค้นี่ถูกทำให้สิ้นฤทธิ์เดช เมื่อเจอกับ*เลือดรดูผู้หญิง
พุ่งถลาวิ่งเข้าหารจนา -่าก้อมจะทำร้ายตบตี
ท้าวเทศเข้าขวางไว้ทัน ถีบยันใส่สมีทับจนหงายหลัง
ตั้งสติได้ าืต้านอีกแรงมะรุมมะตุ้ม จับกันวุ่นวาย
ส่วนตาลุนกับเสือหาญ ต่างถอยฉากทั้งคู่เพราะเกรงอาคมลบหาย
รู้กันในสิ่งแสลงข้อนี้ จึงเลี่ยงไม่แตะต้องตัวี่เปียกปอนของพญาปอบ
“ปล่อยกู!”
เมื่อถูกรุมทั้งกลุ่มบ่าวไพร่ชายฉกรรจ์ กรูรวบตัว
ลำพังแรงฮึดสู้คนเดียว โไร้พิษสงเวทมนต์โดนเลือดจากช่องคลอดโยนี
ทำให้คลายขลังไม่ว่าคาถาใด สูตรเคล็ดแก้ปราบเซียน
สมีทับดิ้นขัดขืน วงล้อมี่กระชับรัดแน่นจนอึดอัด
“เอามันมาพี้ กูสิคั้นมันเอง”
จากสถานการณ์เสียเปรียบ ขนาดตาลุนกับเสือหาญยังทำอะไรพญาปอบไม่ได้
เปลี่ยนมาเป็นตกอับ พ่ายแก่เพศสตรีอันมีอิทธิพลต่อมวลไสยศาสตร์
คำของท้าวเทศบอกให้ลากตัวสมีทับ มาสอบสวนตรงกลางชานบ้าน
“ไผ? สั่งมึงมาเฮ็ดจังซี่”
ประโยคกรรโชกถามกับสมีทับ ขณะนี้ถูกรุมกระทืบ
ตามเนื้อตัวถลอกปอกเปิก หัวแตก เบ้าตาเขียว
แลรอบ ๆ เกิดกลัวขึ้นมา หวั่นจะโดนตีนหนักไปกว่านี้
“ผีกุมาร คุ้มพราหมณ์ปะขาว”
เผยถึงตัวการนำสารมาล่อ บักโผนร้ายเหมือนมังคลา พ่อี่ชุบเลี้ยงดูมันจนอ้วนท้วน
“กูว่าแล้ว!”
เสียงตาลุนอุทาน เพราะกรณีสมีทับพูดถึงพอรู้ตัว
ด้านเสือหาญทนไม่ไหว“-่าคั่วเอ้ย คึบ่เลิกบ่แล้ว แท้น้อ”
ลืมตัวฉุนเฉียวง้างกำปั้นจะตะบันปากสมีทับ
“ข่อยขอหละ อาจารย์”
ทางาืนึกสงสารในสภาพหมดสิ้นพลัง เอ่ยกับเสือหาญ
อันเรียนรู้มนตราต่าง ๆ จากบุคคลทั้งสองจึงนับถือเป็นครู
“สิฆ่าถิ่ม กะตายซื่อ ๆ ปล่อยเพิ่นไปสา”
เพิ่งคิดร้ายหมายชิงทรัพย์สิน เมื่อตะกี้หมาด ๆ ใยต้องมาห้ามกับการถูกลงโทษ
สมีทับเข่า่ ทรุดก้มกราบราบกับพื้น
“โตซำนี่ คึดีแถะบักหล่า บ่สูนให้อีหลีเบาะ?”
ถามถึงตรงนี้ สมีทับสงสัยในความไม่เอาผิด
“มื้อหน้ายังมี จักสิขึงเคียดไว้หยัง”
เลยได้ชี้ทางให้แก้ไข“เปลี่ยนใหม่สาเจ่า พอมีโอกาส”
ถ้อยคำจากวัยี่ยังไม่เป็นผู้ใหญ่เต็มตัวนัก สร้างแรงสะเทือนใจ
“กูนี่น้อ คึซัวแท้”
ฐานจิตใจเลื่อมใสในพุทธศาสนา แต่ก็โดนกับดักกิเลสทดสอบ
เพื่อให้ได้มาความเคารพ จากศาสนิกชนทั่วสารทิศ
เลือกพึ่งทางลัด เชิงสุ่มเสี่ยงขัดต่อข้อปฏิบัติธรรม
ลักษณะตัดทางโลกไม่ขาด เช่นลอบทำคุณไสย สาปแช่งฝั่งอคติ
รวมทั้งมวลแขนง*ยาแฝด ใส่ของคน เพื่อเรียกความศรัทธา
นานวันเข้ายิ่งมัวเมาในกิจ ซึ่งสงฆ์ไม่ควรเกี่ยวข้อง
หนักสุดข้อหาปาราชิก คือเสพเมถุนในเพศสมณะ
ฝักใฝ่ลัทธิอุบาทว์ ก่อกระทบต่อสถาบันหม่นหมอง
บวชมาใช่จะได้สิ่งขัดเกลา ในวันนี้สมีทับสำนึกกับคำพูดของเด็กกว่าหลายเท่า
ประโยคปลอบประโลมให้รู้คุณค่าตัวเอง จึงยอมสัญญา
“สาธุเด้อ ข่อยสิบ่ลืม จำไว้ใส่หัวขมอง”
ยืนฟังอยู่ ท้าวเทศเห็นถึงอนาคตผู้นำ ี่ยึดหลักเมตตา
“ถือว่ามึงโชคดี กูบ่เอาควม”
สถานะเชื้อพระวงศ์ รวมทั้งเป็นข้าราชบริพารสนองา
พลันประการท้าวเทศนึกเปรียบเทียบองค์เลอสรวง ซึ่งบางส่วนต้องตระหนักบ้าง
พลอยยินยอมส่งเสริมให้บักาื ได้สร้างบารมี
“จังซั่น ข่อยกะขอบคุณหลาย ๆ นายท่าน”
ยกมือท่วมหัวี่เจ้าเรือนอภัยตน ไม่เอาเรื่อง
“อย่ามาร่ำรีร่ำไร ฟ้าวเด้อ ก่อนกูสิอดบ่ได่”
ตาลุนแกล้งขู่หยอก ตามนิสัยขี้เล่นเร่งกระเซ้า
“โอ้ยเนาะ ไปก่อนเด้อซั่นหน่ะ”
ไม่เหลือคราบพญาปอบ สมีทับรีบลงบันไดอย่างเร็ว
แต่ละก้าวย่างลำบาก พยายามพยุงสังขารบอบช้ำให้พ้นบริเวณ
...สายตาทุกคนมองมายังรจนา ต่างนึกชื่นชมในความคิด
เจอวิกฤตก็ต้องทำอะไรสักอย่าง พอแก้ปัญหาเฉพาะหน้า
สิ่งรจนานำมาหยุดพญาปอบ ซึ่งพากันปลอดภัย
“นาง พ้อในตำรา กะเลยเอามาเฮ็ด”
บอกได้ความรู้จากตรงนี้ รจนาบอกบิดาท้าวเทศ
“แนวคะลำจังซี่ เว้ากันมาตั่งโดน”
สองคนตาลุนกับเสือหาญ ย้อนเล่าถึงสิ่งต้องห้ามสำหรับคนมีของ
“บ่ธรรมดาตั๊วหนิ ผู้ได่หนังสือ”
คำท้าวเทศยกย่องลูกสาว ี่ใช้ไหวพริบปัญญาพาอยู่รอด
“าื หลานสิพาหมู่มาฮ่วมเฮียนศึกษากะได่เด้อ”
พลางหันมาชวน ท้าวเทศจะเปิดห้องหนังสือต้อนรับผู้สนใจ
“ขอบพระคุณท่านอาหลาย ขั้นจังซั่นมื้ออื่นสิมาใหม่”
รับปากกับท้าวเทศ าืขอกลับเรือนไปหานางคำปงี่รออยู่
บทจะปราบปอบพระกาฬ ง่ายดายด้วยรจนาสามารถ
คำบอกเล่าของาื ถ่ายทอดสู่มารดาฟังหลังจากถึงเรือน
...สมีทับพอผ่านการให้อภัย ได้โอกาสกลับตัว
ไม่นานก็ต้องพบกับวิบากกรรม อันเคยก่อไว้กระทั่งแทบไม่มีแผ่นดินเหยียบ
ผีกุมารทองบักโผนมาเพื่อถามข่าวคราว จะได้เอาไปฟ้องพ่อ
เมื่อทุกอย่างี่มังคลาวางไว้ ใช้ไม่ได้ผลกับแผนหยิบยืมมือผู้อื่นให้ฆ่าศัตรู
หนำซ้ำยังรู้ว่าอิทธิฤทธิ์ของพญาปอบหดหาย
เลยหมดประโยชน์ี่จะใช้สอย จึงถีบหัวส่งให้ห่างจากตน
ปฏิเสธคำขอเข้าหาของสมีทับ ซึ่งเร่ร่อนระหกระเหินไร้ี่พึ่ง
ไปไหนล้วนถูกเกลียดชัง ท้ายต้องแบกหน้าวนกลับมาคุ้มหลังวัง
วิงวอนต่อท้าวเทศ ให้ตนเป็นบ่าวไพร่เลี้ยงไก่เลี้ยงหมูตามคอก ก็ยังได้
แรกเสือหาญมีระแวง หวาดว่าสักวันสมีทับจะแว้งกัดเนรคุณ
ในส่วนนี้ได้ตาลุนช่วยพูดให้ ในสิ่งมนุษยธรรมควรมี
าืยกให้ท้าวเทศตัดสินใจ เพราะในฐานะเจ้าบ้าน
ด้วยความบริสุทธิ์ใจ สมีทับกล้าจุดธูปสาบานต่อธรณีเป็นพยาน
เป็นอันทุกอย่างภายในคุ้ม คืนกลับมาสงบอีกครั้ง
...รจนาเดินย่องเบาเสียง เรียบเคียงแถวหน้าห้องหนังสือ มวลตำราี่บิดาสะสม
กะจะมาหยิบเอาไปอ่าน ยังบนต้นไม้ในสวนหลังบ้าน
ช่วงมีคนนั่งอยู่ าืนั่นเองกำลังค้นหาศาสตร์ทั่วไป สำหรับใช้ในชีวิตประจำวัน
“เจ่าอ่านหยังอยู่น้อ?”
กึ่งส่งคำทักทายคล้ายถาม รจนาเอ่ยพูดเจือรอยยิ้ม
“วิธีขุดสระ*น้ำส้างตั๊ว”
ม้วนใบลาน จดรายละเอียดการเก็บน้ำไว้ใช้ภายในพื้นี่
แขนงองค์ความรู้ถูกบันทึก เพื่อให้ชนหลังศึกษา
“เอ้า มักทางนี่ซั่นตี้”
อาศัยอายุไล่เลี่ยไล่กัน รจนาหาเรื่องชวนคุย
“ฮู้ไว้พอติดโต จักมื้ออาจสิได่ไซ่”
เริ่มจากความเป็นเครือญาติ ซึ่งไม่ใช่คนอื่นไกล าืวางตัวไม่คิดวอกแวก
“เว้ามา กะถืกของเจ่า”
ฝ่ายรจนาเอง ให้ความสนิทคุ้นเคยขึ้นมาบ้าง
“เบิ่งอันนี่ดู๊”
เมื่อรู้สนใจประเภทไหน จึงยื่นเล่มี่ควรอ่านเพิ่มเติม
ส่วนใหญ่มีหนังสือเป็นเพื่อน รจนาจึงแนะนำ
รับมาเปิดดู าืตื่นตากับคำระบุแหล่งบ่อน้ำตามสถานี่ต่าง ๆ ถูกจารึกไว้
“นี่มัน ลายแทงสำคัญหลาย”
สนทนาพูดคุยเรื่องเดียวกัน เนื่องภูมิปัญญาของรจนาเหมือนจะเหนือกว่า
าืจึงได้กัลยาณมิตร ช่วยกันรวบรวมมวลความรู้แลกเปลี่ยน
...“ฮ่วย! ไปเฮ็ดหยังมา คึยิ้มจนแขว่แห้งเหมิดแล้วพ่ะย่ะค่ะ”
บักแปเห็นท่าทางาื มันจึงหลุดทัก
สมควรเวลา าืลงเรือนท้าวเทศ ก้าวเดินมาถึงโรงครัว
เพื่อจะมารวมตัวกับบรรดาผองเพื่อน ในช่วงบ่าย เข้าเรียนหนังสือ
“แปเอ้ย เฮาขอหละ เซาเว้าพ่ะย่ะค่ะ พ่ะย่ะขาเถิน บ่อยากอายซำเบาะ”
พยายามปัดคุยเป็นเรื่องอื่น าืเอ่ยขอกับสหาย ไม่ต้องใช้คำลงท้ายี่ยังไกลตัว
“จักสิอายไผ บ่ได่เฮ็ดให้เดือดฮ้อนจักเม็ด”
ตรงกันข้ามบักแปมันภูมิใจซะอีก ี่มีเพื่อนเป็นขัตติยราช จึงไม่เขินปากยามขานพ่วง
อีกทั้งพักหลังไม่ค่อยสื่อสารภาษาไทพวน รากฐานพื้นเพเท่าไร
สถานการณ์พาไป จึงปรับพูดภาษาอีสานเต็มรูปแบบเพื่อความเข้าใจง่ายต่อกัน
อันหลากหลายชาติพันธุ์ ต้องยึดหลักภาษาใช้ได้กับทุกท้องถิ่น
“มึงหนิ จังแม่นเว้ายาก”
หนึ่งี่นั่งอยู่ข้าง ๆ แทรกขึ้น“หมู่เพิ่นขอ กะต้องมีหยังสักอย่างหละเว้ย”
เดี๋ยวนี้จำปามีเหตุมีผลขึ้น เลยปรามไว้ในความจำเป็นบางสิ่ง
มีคนเดียวี่บักแปไม่กล้าด้วย จึงลงให้แต่โดี
“อะ ๆ กะได่ ๆ ซั่นหน่ะ”
ไม่หือรือใดขั้นต้องอธิบาย บักแปตกหลุมรักจำปา จนมันคล้อยตาม
“บาดหนิ บอกได่บ่เฮืองหยัง หน้าคึบานปานนี่”
ขณะนั่งรอเพื่อน ๆ มีเวลาซักถามกัน บักแปติดในกิริยาแปลก ๆ
ประมาณอาการเห็นอะไร ก็ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ของาื
“โตสิฮู้ไปเฮ็ดหยังหล่ะ แป”
ฝั่งโดนทัก ยังออกลีลาไม่ยอมบอกง่าย าืทำเฉย
“เฮ้ย! อย่าเว้าเด้อว่า“
ท้ายไม่พ้นสายตาบักแป ี่มันเดาออกเลยอุทานลั่น
“เอาหละ เฮ็ดเสียงดังไปหลาย”
เป็นาืห้ามไว้ทัน อันบักแปจะปากโป้ง
“พุ่น ๆ พวกเฮามาแล้ว”
ตัดบททำบุ้ยใบ้ส่งสัญญาณ าืชี้ให้ดูเพื่อนแต่ละคน
ได้ทยอยเดินเข้ามาในบริเวณ นั่งรวมกันเป็นี่เรียบร้อย
“ป่ะ ซั่นเจ่ากับข่อย”
เดี๋ยวนี้จำปาหัดพัฒนา ลดถ้อยคำหยาบคายทั้งหลายซึ่งเคยปาก
ปรับตัวเมื่อรู้อยู่ต่อหน้าใคร เป็นผู้ใหญ่ขึ้นมามาก
ขยับลากาื ให้หนีจากบักแปก่อนจะต่อความยาวสาวความยืด
ประการจะเอาเรื่องจำพวกนี้มาพูดเล่น ๆ ไปทั่วไม่ได้
ในความสังเกต จำปาก็ไม่ได้ด้อยไปกว่าใคร
ปกติส่วนมากเพศหญิง ย่อมมุมมองละเอียด่เกี่ยวกับความรัก.
*รดูผู้หญิง ยุคโบราณในหมู่คนมีคาถา อาคม
มีความเชื่ออย่างหนึ่ง ว่าผู้หญิงี่มีประจำเดือนไม่ควรเข้าใกล้ของขลัง
หรือทำพิธีกรรม เพราะอาจทำให้อาคมเสื่อม มวลพลังของขลังหมดฤทธิ์
*ยาแฝด เป็นการทำเสน่ห์อย่างหนึ่ง เพื่อให้บังเกิดลุ่มหลง
เป็นี่นิยมในตัวผู้กระทำ ี่มีจุดประสงค์แอบแฝง
โการทำเสน่ห์ทางไสยศาสตร์ของคนโบราณ มีหลากหลายวิธี
*น้ำส้าง
บ่อน้ำในภาคอีสานเรียก “ส้าง” ถือเป็นแหล่งน้ำสำคัญ
ใช้ภูมิปัญญาการหาตาน้ำ โสังเกตจากพืช จำพวกต้นตองหมอก ต้นพังคี
และระดับความชื้นของดิน เพื่อขุดทำเป็นบ่อสาธารณะ หรือใช้ส่วนตัว
ี่ตั้งตำแหน่งบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ โมีความสำคัญทางประวัติศาสตร์
ซึ่งเกี่ยวข้องกับความเชื่อ เช่น ภูน้ำลอด บ่อพันขัน
ในสมัยก่อน ชาวบ้านจะช่วยกันขุด ไว้ใช้เป็นสาธารณะประโยชน์ในหมู่บ้าน
รวมทั้งมีการสร้างสถาปัตยกรรมรอบบ่อ บวกความเชื่อเรื่องสิ่งศักดิ์สิทธิ์คุ้มครอง
ภูน้ำลอดี่สกลนคร
บ่อน้ำผุดจากชั้นใต้ดิน สันนิษฐานว่าพญานาคใช้เป็นเส้นทาง
สำหรับไปสักการะพระธาตุเชิงชุม แหล่งรวมศรัทธา
บ่อพันขันในเขตจังหวัดอุบลราชธานี
บ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ี่เชื่อ ว่าตักเท่าไหร่ก็ไม่หมด ผุดตลอดเวลา
มีการนับถือเจ้าี่เจ้าทาง ผู้คอยปกป้องดูแลบ่อน้ำ
โบราณสถาน บ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์บางแห่ง เช่น ี่ดอนขุมเงิน
จะมีศาสนสถานเก่าแก่ สร้างล้อมรอบบ่อน้ำ เชื่อมโยงกับอารยธรรมขอม
ภูมิปัญญาการขุดบ่อ “ส้าง” แสดงถึงความรู้
ในเรื่องน้ำและการจัดการทรัพยากร ของคนท้องถิ่.
นิยายแนะนำ
นิยายแนะนำ
ความคิดเห็น
COMMENT
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ เพื่อสร้างประสบการณ์นำเสนอคอนเทนต์ที่ดีให้กับท่าน รวมถึงเพื่อจัดการข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์ที่ดีบนบริการของเว็บไซต์เรา หากท่านใช้บริการเว็บไซต์นี้ต่อไปโดยไม่มีการปรับตั้งค่าใดๆ นั่นเป็นการแสดงว่าท่านอนุญาตยินยอมที่จะรับคุกกี้บนเว็บไซต์และนโยบายสิทธิส่วนบุคคลของเรา
0.00
0.00









userA???
???? ??? ? ???? ?? ??