เรื่อง เชียงยืนฟื้นฮัก

ติดตาม
ตอนที่ 39 หมายเอาคืน
ตอนที่ 39 หมายเอาคืน
  • ปรับสีและขนาดตัวอักษร

  ประสบการณ์๱๪๞ให้๮ู้๭ี่จะเข้าใจในช่วงยามชีวิต


มีทั้งคราวรุ่งโรจน์และตกอับ ท้าวรณชัยไม่ทำตัวให้เด่น อยู่ให้เป็น


พวกพ้องที่ซ่องสุมไว้ตามคุ้มแดนต่าง ๆ คือสิ่งกุมอำนาจลับ ๆ


วันใดจำเป็น ต้องงัดเอาออกมาใช้เพื่อหมายเอาคืนกับมังคลาพราหมณ์


เมื่อก่อนบารมีเจิดจรัส กลุ่มอิทธิพลตามท้องถิ่น ซึ่งล้วนมาภักดีพึ่งศักดินา


อีกทั้งรากเหง้าตระกูลพระยาวังหน้า เสริมให้มีบรรดาเบี้ยไพร่รายทาง มวลขายตัวรับใช้นาย


กองกำลังสำคัญ ที่พร้อมปะทะก่อกบฏการใหญ่


ในรัชสมัยตกต่ำอีกาดำครองเมือง อสูรร้ายครอบงำ


อันไม่ใช่ลำพังที่ขุนรณชัยเท่านั้นรู้ ยังมีฝั่งท้าวเทศเจอกับพิษสงความเลวของมังคลา


พอกลับถึงคุ้มหลังวัง ต้องมาหาวิธีบรรเทาราษฎรซึ่งโดนภัยพิบัติเล่นงาน


กิจตรงนี้ท้าวเทศไม่ขัดข้อง เพราะถือว่าหน้าที่ตนส่วนหนึ่ง


คุยกับมารดาขันทอง องค์หญิงจากลุ่มน้ำโขงอีกฟาก


เขียนจดหมายถึงบ้านเกิดเมืองนอน วอนขอความช่วยเหลือต่อบิดาพระยาฟ้าลอ


ให้นำเครื่องบรรณาการ ขนมาส่งต่อองค์เลอสรวงทางโคราฆปุระ


ผู้ซึ่งสืบราชบัลลังก์ จากบิดากษัตริย์องค์ก่อน


อันสถานะองค์หญิงแห่ง*นครกาหลง ที่ถูกส่งมาอภิเษกเชื่อมสัมพันธ์


ตามราชประเพณี ขณะนี้มีหน่อเชื้อกับราชวงศ์คือท้าวเทศ


อดีตสนมเอกจึงตอบรับนโยบายสายตรง โดยให้เสือหาญกับตาลุนรับงานขี่ม้าส่งสาร


ทั้งหมู่นี้มังคลาและอสูรคงไม่มารบกวน ประการยังพอเอื้อประโยชน์


...ภายในห้องหนังสือบนเรือนหลัก บักแปมันขอมาด้วย


อ้างความด้อยในบางวิชา ควรต้องรู้บ้างติดตัว


ถ้ามันอ่านไม่ออก ก็จะอาศัยสหายที่แตกฉานพอตัว


  “ม่องหนิ เว้าพื้นหยังน้อ”


มือเกาหัวขบคิด แต่สุดท้ายต้องพูดกับลายสือ


กางเล่มอรรถประวัติ*อชาตศัตรู ชี้ตรงอักษรเขียนคำว่า*ปิตุฆาต


คล้ายมีสิ่งดลให้บักแปใช้เป็นคำถาม อุปไมยเกี่ยวข้อง


เคยศึกษาธรรมะ ตอนเป็นลูกศิษย์พรตฤาษีไศล ลายสือจึงอธิบายความหมายในข้อสงสัย


  “ลูกอัปยศ คดฆ่าพ่อตั๊ว คำหนิ”


เหมือนกับคำทำนาย ที่พยายามยัดเยียดให้เป็น


นัยยะพยากรณ์ก่อให้สองพ่อ ลูก ต้องมีเรื่องตัดขาดกัน


โดยอ้างโองการเทวดา ระบุถ้าขืนปล่อยให้บุตรมีชีวิตอยู่จะล้มล้างบิดา


เจ้าฟ้าผู้นำลัทธิเทวาปกครอง ย่อมไม่อยากมีใครมาทาบรัศมีวิถีบริหาร


ทั้งอำมาตย์ข้าราชบริพาร ล้วนเกรงถูกผลัดเปลี่ยนระบบ พลอยคล้อยตาม


ลายสือสะท้อนใจ สำหรับมันกลัวบาปเป็นที่สุด


จวบจนคราววาระเผชิญหน้า มันกล้าแลกสัญญา


มอบวงแหวนแห่งพันธะให้บิดา เพื่อเลิกเข่นฆ่ายุวชน


  “ฮ่วย! มีอยู่เบาะ มะลางกะเห็นแต่พ่อนำฆ่าลูก”


บักแปทักท้วง ไม่เชื่อถ้อยความที่จารึกในประวัติ


มันปากเร็วโยงพูดเข้ากับกรณีของเพื่อน ซึ่งตรงข้ามโดนล่าจากพ่อหวังจะคร่าชีวิต


ในความเป็นจริง ลายสือต้องอยู่กับมวลที่เกิดขึ้นให้ได้


ไม่ว่าจะเจอบททดสอบเลวร้ายเพียงใด จิตใจพร้อมก้าวข้ามอุปสรรค


  “ศึกษาให้ดีแป โลกนี่ยังมีอีกหลายเฮือง ยังคาดเดาบ่ได่”


อุปนิสัยพูดน้อยต่างกับบักแปที่พูดมาก หากแต่คบกันได้ ลายสือยิ้มแห้ง ๆ แนะนำ


  “สติกับปัญญา สิมาหลังยามเฮามีศีลธรรม”


อันประโยคเจือว่า ให้พิจารณาด้วยสติสัมปชัญญะ


  “มื้อนี่ คึสิอ่านบ่จบ”


มือพับหนังสือ บักแปเอ่ยขึ้น มันไม่อยากชวนคุยต่อ


เพราะพอที่ทราบ ช่างเป็นประเด็นเปราะบางสำหรับบักลายสือ


  “ป่ะ ๆ ลงไปตะล่างหาพวกบักกืกเนาะ”


อย่างน้อยบักแป มันยังมีไหวพริบจึงเปลี่ยนตัดบทการสนทนา


  “มื้อนี่ มันสิเสกใบไม้ เป็นโตแตนตั๊ว”


ทีเด็ดโดยคาถาตาลุนถ่ายทอดยังทุกคน แต่บักกืกฉายแววรุดหน้า


ถึงมันจะพูดไม่ได้เป็นใบ้มาตั้งแต่เกิด นั่นอาจเป็นสิ่งทดแทนด้านพรสวรรค์


ก่อนออกจากห้องดูความเรียบร้อย ลายสือปิดบานพับประตู


สองเกลอก้าวขยับย่องเบาเสียง ตามธรรมเนียมสุภาพ


ที่เจ้าบ้านท้าวเทศอนุญาตให้ขึ้นเรือน สำหรับค้นหาความรู้


เคหะสถานกว้างขวาง แบ่งเป็นสัดส่วนผู้อยู่อาศัยและมีห้องพระใหญ่ตรงกลาง


บนบ้านมีแค่ท้าวเทศกับมาลาเมียเอก สาโรจน์ลูกชายและรจนาลูกสาว


ขณะตรงทางเดินผ่านบริเวณนอกชาน ท้าวเทศนั่งเคี้ยวหมากอยู่


ทั้งสองจึงหมอบเข้าหา แวะพูดคุยกับผู้หลักผู้ใหญ่


  “เป็นจังได๋บักแป?”


ด้านท้าวเทศเอ่ยทัก ที่มาใหม่เพราะปกติเห็นแต่บักลายสือมันมาคนเดียว


  “ข้าน้อย อยากได่ควมฮู้จากหนังสือ คึจังหมู่ขอรับ”


เร่งถีบตัวเองบ้าง ในส่วนบักแปไม่ได้ขาดพ่อกับแม่ เลยไม่กระตือรือร้นเท่าไร


วิถีปุถุชนคนธรรมดาของมันจึงปลอดภัย ภายใต้ความไม่กดดัน


แต่พอเข้ากลุ่มเพื่อนฝูง รู้สึกยังต้องพัฒนาอีกเยอะ มันไม่อยากเป็นตัวถ่วง


เรื่องปราดเปรื่องยกให้หัวสมองบักสิม แม้กระทั่งบักหมกแต่ก่อนไม่รู้จักอักษรสักตัว


ได้บักสิมคอย๱๪๞วิธีอ่าน สังเกตมันเก่งขึ้นมากจากเดิม


และทางบักหมกขยันสร้าง มักชอบงานช่างฝีมือประดิษฐ์


รวมทั้งบักโมดพลอยได้อานิสงส์ เวลาขัดข้องต้องขอให้บักสิมตรวจสอบ


บักโมดสนใจในหลักชวเลข อนาคตอยากเป็นผู้จดบันทึกหน้าประวัติศาสตร์


ความคิดล้ำเกินปัญญา จึงต้องใช้ความพยายามสรรหาความรู้


ยิ่งบักกืกไม่ต้องพูดถึง ขนาดข้ามขั้นเรียนคาถารุดหน้าเพื่อน


น้ำใจมันยังช่วยบักเผือกคู่สหายได้ผล จนท่องมนต์ยาก ๆ ทำเป็นเรื่องง่าย ๆ จดจำเร็ว


มีบักเถิกกับบักสวก พอจะสูสีอยู่ในระดับเดียวกัน บักแปนึกดูมันก็ไม่ได้แย่นัก


บักพองเป็นผู้ใหญ่กว่ารุ่น หน้าตาหล่อเหลา ถูกใจสาว ๆ แถวนั้น


ติดที่ฝักใฝ่ความสงบ ล้วนมองเรื่องรัก ๆ ใคร่ ๆ เป็นกิเลส


เลยปลีกวิเวกพิจารณาทางธรรม เก็บตัวไม่ค่อยสุงสิงเข้าสังคม


ดีที่มีบักขุย คอยเป็นผู้อุปถัมภ์ให้สหายรุ่นพี่ ได้ทำสมาธิตามประสงค์


มีเพิ่มเป็นบักตุ้ย ลักษณะมันชำนาญหนทางอย่างดี


อาสาพาบักขอดซึ่งปอดแหก ทั้งบักจ่อยเด็กน้อยขี้แย พาคืนถึงภูมิลำเนาสำเร็จลุล่วง


พอเสร็จสรรพมันย้อนมาอีก พร้อมกับนางคำปงและพ่อแม่ของบักแแป


ซึ่งห่วงลูก ขนาดขนย้ายตามกันทั้งบ้านทิ้งถิ่นฐานชั่วคราว


เหลือจำปาที่บักแปไม่อาจจะนึกวิจารณ์ เพราะข้อยกเว้น


หญิงสาวซึ่งมันมีใจให้ จะอย่างไรก็นิยมชมชอบ


  “บ่ะ! มึงหนิ กะบ่ได่ขี้ฮ้ายเด้อ บักแป”


ท้าวเทศเอ่ยในความประเมินตนเป็นของบักแป จึงกล่าวให้กำลังใจ


  “เบิ่งไว้ สาโรจน์เอ๊ย ยามเจ่าใหญ่ขึ้น”


เชิงหันมาสั่ง๱๪๞ลูกชายวัยซน ให้เป็นเยี่ยงอย่าง


  “ขอรับท่านพ่อ ข่อยสิเพียรเฮียน*ป่อง”


เจ้าเด็กสาโรจน์ ขานรับคำบิดาทั้งยิ้มให้รุ่นพี่สองคน


จังหวะมาลาถือถาดใส่กล้วยฉาบน้ำอ้อย เดินเข้ามาสมทบพร้อมกับรจนา


  “พอดีหละ มีคนชิมรสให้ ว่าสิเป็นจังได๋”


แม่กับลูกสาว ลองถนอมอาหารไว้เป็นของว่างกินเล่น


เคล็ดจากคาระปง องค์หญิงจากแถบลุ่มเจ้าพระยา


ซึ่งทางอาณาเขตแอ่งโคราช ขอเชื่อมสันติสัมพันธโดยขนบธรรมเนียมต้องอภิเษก


ขยายวงค์สายตระกูล ดุจครรลองปฏิบัติสืบทอดทายาท


เมื่อชะตาถูกกำหนดด้วยคำพยากรณ์ ขึ้นอยู่กับความเป็นหรือตาย


ลูกในครรภ์ของนาง เส้นเกณฑ์ลิขิตมีผลต่อบ้านเมือง


การเลือกเป็นคำปงคนใหม่ หญิงชาวบ้านที่ไม่มีใครจับผิด ชีวิตรอดมาได้จนถึงตอนนี้


ทักษะมีติดตัว คือสารพัดวิชาซึ่งนำมาต่อยอดได้


ตั้งแต่แกงบอนที่เคยได้กิน รสมือบวกกับภูมิปัญญาดัดแปลง


พืชน้ำขึ้นตามตลิ่ง ปรุงเป็นอาหารได้อย่างน่าสนใจ


เริ่มจากอุทัยวรรณเมียรองท้าวเทศ เนื่องยังพร่องด้านทำกับข้าว


ต่อจากนั้นมาลาไปขอเรียนด้วย รจนาจึงติดสอยห้อยตามผู้แม่


เข้าหาคำปง เพื่อเผื่อแผ่แบ่งปันสูตรมวลอาหาร งานในครัว


น้ำอ้อยจากต้นหลังบ้าน คั้นจากลำต้นเอามาเคลือบกับแผ่นกล้วยห่ามฝานบาง ๆ ตากแดดจวนแห้ง


ตั้งเตาใส่กะทะคั่วอีกหน่อย ราดน้ำเชื่อมที่ได้จากอ้อยลงไป


คละคนให้เข้ากัน รอจนเกล็ดน้ำหวานเคลือบเกาะ เก็บไว้กินได้นานหลายวัน


เมื่อมีของกินมาวางตรงหน้า ท้าวเทศกวักมือให้เด็ก ๆ


  “ฮิมา ๆ อย่าซ้าหลาย”


จับกิริยาท่าทางของบักสองคนได้ คงเพราะพวกมันยังไม่กล้าร่วมวง กินในถาดใบเดียวกันกับตน


  “เอาหนิ”


สาโรจน์ใจดีหยิบมาแบ่งให้ นิสัยเข้าคนง่าย ลายสือกับบักแปไม่ปฏิเสธ


  “แซ่บอีหลีขอรับ นายท่าน”


ชิมแล้วบักแปยอมรับอร่อย มันไม่เคยกินจากที่ไหนมาก่อน


ส่วนลายสือมีแม่คอยทำให้กินตลอด แค่จำพวกมันเผาหมกขี้เถ้า


ถ้ามีเหลือ นางคำปงยังเอามาบดปั้นเป็นก้อนตากแดด


ครั้งพอจะกินก็เอาหนึ่งอีกรอบ โรยเกลือใส่รสเค็มหน่อยเป็นอันใช้ได้


พื้นความสร้างสรรค์ มาจากมารดาทำให้เห็นบ่อย ลายสือได้ตรงนั้นมาด้วย


เช่น หนังสัตว์ ถูกเย็บตัดแต่งประดิษฐ์ประดอยขึ้นรูปเป็นรองเท้าสวมใส่


ทั้งนำไปแลกเปลี่ยนเป็นอย่างอื่น เพื่อยังชีพตอนอยู่ที่แถวศรีไศล ลำน้ำเสี้ยว


แถบรอบนอกขอบชายทุ่งกุลาร้องไห้ สมัยครั้งปลอมตัวให้กลมกลืนกับชาวพวน


อีกคนเห็นไม่พูดไม่จา รจนาเลยเอ่ยท้วงกับความนิ่ง


  “คึบ่เว้าบ่จาแหน่ น้อ อ้ายลายสือ”


แรกก็เขินปากเรียกลำดับเครือญาติ นานวันเข้ารจนาเริ่มคุ้นชิน


  “แซ่บ ๆ จังบักแปว่า อีหลีนั่นหละ”


ถูกทักจึงเออออตามเพื่อน ลายสือยกบักแปพูดจริง


  “กะองค์คาระปง แม่เจ่า๱๪๞พาเฮ็ดตั๊ว เลยได่วิชานำเพิ่น”


คำพูดของมาลาเอ่ยบอกที่มากล้วยฉาบชาววัง เก็บรมควันเทียนหอมใส่โถกระปุก


เครื่องปั้นผิวลายคราม วาดลวดลายลงรักสลักทอง


ต่างจากสามัญ มวลไพร่ ชาวบ้านทั่วไป ซึ่งยังห่างไกลเรื่องพวกนี้


ลำพังถ้วย ชาม บางครอบครัวยังใช้กะลามะพร้าวใส่แกง


หิ้งเตาก้อนเส้า หม้อดิน ช้อนเปลือกหอย ตามอัตภาพท้องถิ่น


  “รจนาอีก มีผู้บอก๱๪๞ ภายหน้าสิบ่ได่ยากแม่”


ประโยคชื่นชมถึงอดีตองค์หญิง ที่ช่วยบุตรสาวของนางได้มาก มาลานับถือ


ก่อนไม่ค่อยถนัด ต่อมารจนากลับชอบที่จะขอตามลงครัว


ได้ตัวยืนพื้น๱๪๞ทำอาหาร คือคำปงหาแนวแปลกเพิ่มประยุกต์ให้ชวนตื่นตา


งานของผู้หญิงส่วนใหญ่ จำต้องเรียนรู้ไว้จะได้ใช้ฝีมือปลายจวัก เมื่อมีครอบครัว ลูก ผัว ให้ดูแล


  “เออ ดีคึกันเนาะ ลูกสาวพ่อบ่น้อยหน้าไผเด้อ”


เห็นดีเห็นงามตามด้วย ท้าวเทศเบาใจสักระยะ


ภารกิจรับมอบจากองค์เลอสรวง แม้อสูรจะครอบงำร่าง


อย่างน้อยในยามเขตด่านนอกเมือง เกิดภัยแล้งพิบัติ


ก็ไม่นิ่งดูดาย ตรัสวอนขอความช่วยเหลือจากบรรดารัฐในอาณัติใกล้เคียง ผ่านเครือข่าย ญาติ พี่ น้อง


สารส่งโดยตรงกับเจ้าอาณาจักรลาว พร้อมขนบรรณาการมอบให้


ขณะนี้ขบวนเดินทางข้ามโขง มายังเมืองขามแก่นแดนคูณ


ข้าวสารหลายเกวียน เกลือ ไหปลาร้า ของแห้ง แจกจ่ายทยอยถึงมือชาวบ้าน


...กว่าจะลงจากเรือนท้าวเทศได้ ลายสือกับบักแปก็อิ่มแปล้ขนมกล้วยฉาบ


รอเวลาชมคาถาที่บักกืก มันเสกใบขามเป็นตัวแตนให้บินว่อน


เหล่าที่รุมดู ตกใจเพราะกลัวโดนแตนไล่ต่อย พากันวิ่งกระเจิง


บักกืกยังสามารถกำกับฝูงแตน ไม่ให้ทำร้ายใครต้องเจ็บตัว


ขอยึดมั่นระหว่างลูกศิษย์กับอาจารย์ คำตาลุนเน้นย้ำ


จะไม่ทำให้ผู้ใดเดือดร้อน ในวิชาที่๱๪๞ต่อเด็ก ๆ สำคัญไม่เอาไปรังแกใคร


  “ฮ่ะ ๆ ๆ กูบ่งึดแล้วเด้อ บาดหนิ”


บักสวกหัวเราะจนเห็นฟันทั้งแถบ มันกระจ่างแล้วในกลเม็ดหลอกตา เสกมาให้เห็น ๆ


  “เบิ่ง ของกูดู๊”


ท่องมนต์เป่าลมใส่ใบพลู แล้วพับเคี้ยวเข้าปาก


  “บักเถิก กูขอสาผ้าขาวม้ามึง”


ไม่แค่นั้น มันเล็งผ้าพันรอบเอวสมบัติติดตัวของเพื่อน


ง่ายเหมือนจงใจ บักเถิกปลดยื่นผ้าขาวม้าให้คล้ายโดนสะกด


  “อะ ซั่นหน่ะ”


กระชั้นชิดบักเถิกเคลิ้มด้วยอิทธิฤทธิ์มหานิยม อาคมเสน่ห์


ช่วงระยะยัดใส่มือบักสวก ผ้าผืนยาวกลายเป็นงูเหลื่อมทันที


  “โอ๊ย! -่ามึง ฮู้ว่ากูญ่าน กะเล่นแนวนี่เนาะ”


คำตัดพ้อจากบักสวก ที่รีบหดมือหนีไม่รับงูตัวเขื่อง


ต่างกินกันไม่ลง ในหมวดวิชาแต่ละคน ซึ่งตาลุนและเสือหาญ


คัดสรรมอบบทสวดให้เป็นลู่ทางศึกษา ตามกมลสันดาน ถูกจริตส่วนบุคคลไป


  “ไสหล่ะ บักแป ทีมึงแล้ว”


นึกว่าจะพ้น บักแปอุตส่าห์ยืนหลบหลังเพื่อน ๆ


  “กูบ่มีหยัง มาสู้ดอกสู”


มันอิดออด ไม่รู้จะงัดอะไรมาอวดบรรดาคณะกลุ่ม


  “เอ้า บักหนิ พวกกูถ่าเบิ่งอยู่แมะ”


พอที่จะรู้ตัวยังล้าหลัง บักสวกกับบักเถิกซุ่มฝึกปรือเพื่อการนี้


กะจะไม่เสียหน้า มีบักแปคนเดียวไม่ได้เตรียมสิ่งใดเลย


  “กูไปอ่านตำรามา ครูบาอาจารย์บอกไว้ บ่ให้อ้างกันหลายในวิชา”


มันเอาตรงข้อห้ามมาสนับสนุน พูดหลักการคำสั่ง๱๪๞


  “แม่นควมมึงแป กูกะลืมคึด”


ทั้งบักสวก บักเถิดเห็นด้วย กับตรรกะควรรักษามาตรฐาน


  “ผู้เจ่าลายสือหล่ะ?”


บักสิมประการทราบฐานัดดรแท้จริง จากนั้นมันก็ปรับคำพูดให้สอดคล้องกับสถานะ


ไม่ขึ้นมึงขึ้นกู ยิ่งตระหนักในวัตถุแหวนวิเศษ นวนพคุณผู้มีบุญครอบครอง


ก่อนอบน้อมไม่กล้าเทียมรัศมี โดยไม่ต้องมีใครบังคับ มันเรียนรู้ด้วยตัวเอง


  “ข่อยเบาะสิม สิเฮ็ดแนวกินให้หมู่พวกตั๊ว”


นึกไม่ออกเหมือนกัน ลายสือมองไปทางเรือนครัว


  “มีพวงหมากเดื่อ เลยสิตำเมี่ยงสู่กัน”


เก็บมาจากสวนหลังบ้านตั้งแต่เมื่อวาน ลายสือพูดขึ้น ชวนน้ำลายสอ


ภายในมวลสหาย ซึ่งไม่อยากให้มีช่องว่างซับซ้อน


ผ่านความเป็นความตายมาด้วยกัน ลายสือมันก็แค่คนธรรมดา


  “เว้ามากะหิวพอดี”


กองหนุนคือบักแป ถัดไปเป็นบักหมกที่มันทำครกจากหินใบแรกมาให้ทดลอง


รูปทรงคงแบบเดิมครกปั้นด้วยดินเผา มีสากไว้ใช้ตำ เฉกเช่นครกไม้ทั่วไป


หากครกหินของมัน รับประกันไม่มีวันแตกบิ่นแน่นอน


สมกับช่างคิด เอกลักษณ์แต่ละคนไม่เหมือนกัน.


*นครกาหลง เมืองสำคัญในตำนานการก่อตั้งอาณาจักรล้านช้าง


เป็นจุดเริ่มต้นของการขยายอำนาจของชาวลาว


ในภูมิภาคแม่น้ำโขงตอนบนและตอนกลาง ปัจจุบันคือลาวและไทย


*อชาตศัตรู เป็นพระโอรสของพระเจ้าพิม กษัตริย์แคว้นมคธ


ขณะพระมารดาทรงพระครรภ์ มีพระทัยปรารถนาจะเสวยพระโลหิตของพระเจ้าพิมพิสาร


พระองค์จึงใช้พระขรรค์แทงพระชานุ (เข่า) รองพระโลหิตให้พระนางเสวย


โหรได้ทำนายกาลอนาคตข้างหน้า ว่าพระโอรสจะทำปิตุฆาต


พระนางพยายามทำลายพระโอรสในครรภ์ แต่ไม่สำเร็จด้วยพระเจ้าพิมพิสารห้ามไว้


เมื่อประสูติเลยได้พระนามว่า อชาตศัตรู ซึ่งแปลว่า ไม่ได้เกิดมาเป็นศัตรู


และในที่สุดเจ้าชายอชาตศัตรูก็คบคิดกับพระเทวทัต ฆ่าพระราชบิดาเพื่อชิงราชสมบัติ


ภายหลังเมื่อมีพระโอรสก็ทรงสำนึกถึงความรักที่พ่อมีต่อลูก


จึงกลับพระทัย ต่อมาทรงอุปถัมภ์บำรุงพระพุทธศาสนา


ตลอดมาและได้เป็นอุปถัมภกในการสังคายนา ครั้งที่ 1


*ปิตุฆาต (อ่านว่า ปิ-ตุ-คาด) หมายถึง การฆ่าบิดาของตนเอง


เป็นคำที่มาจากภาษาบาลี (ปิตุ = พ่อ, ฆาต = ฆ่า)


และจัดเป็น “อนันตริยกรรม” หรือบาปหนักที่สุดในพระพุทธศาสนา


มีโทษทั้งทางโลก (กฎหมายประหารชีวิต) และทางธรรม (ตกนรก บวชไม่ได้)


*ชวเลข Shorthand คือ ระบบการเขียนที่ใช้สัญลักษณ์หรือตัวย่อแทนตัวอักษร


ถ้อยคำ หรือวลี เพื่อให้สามารถจดบันทึกได้รวดเร็วและทันกับการพูด


ซึ่งช่วยให้บันทึกการประชุม รายงาน หรือคำอภิปรายต่าง ๆ


ได้อย่างแม่นยำ เป็นประโยชน์อย่างยิ่งในงานราชการ (รัฐสภา) การศาล


หรือการบันทึกข้อมูลสำคัญที่ต้องการความเร็วและละเอียด


โดยปัจจุบันยังคงมีการใช้และสืบทอดเป็นวิชาสำคัญในสายงานเลขานุการ


แม้จะมีเทคโนโลยีบันทึกเสียง แต่ชวเลขยังคงมีคุณค่า


และความสำคัญในฐานะทักษะเฉพาะทางที่ช่วยรักษาข้อมูลสำคัญ


ถือเป็นหลักฐานทางประวัติศาสตร์ได้ดี โดยเฉพาะในงานที่ต้องการความเร็ว ความแม่นยำ และความลับ


*ป่อง ภาษาอีสาน แปลว่าฉลาด


(อ้างอิงจากวิกิพีเดีย)














ตอนต่อไป
ตอนที่ 40 หมายท้า

นิยายแนะนำ

นิยายแนะนำ

ความคิดเห็น

COMMENT

ปักหมุด

© สงวนลิขสิทธิ์ 2017 Glory Forever Public Company Limited( Kawebook.com )

Glory Forever Public Company Limited ( Kawebook.com )
ที่อยู่ : 20 หมู่ที่ 6 ตำบลพันท้ายนรสิงห์ อำเภอเมืองสมุทรสาคร จังหวัดสมุทรสาคร 74000
เวลาทำการ : 08 : 00 - 18 : 00 จันทร์ - เสาร์
e-mail : contact@kawebook.com

DMCA.com Protection Status

เริ่มต้นเผยแพร่ผลงาน

เริ่มต้นเป็นนักเขียนออนไลน์ เขียนเรื่องราวที่ประทับใจ สร้างเนื้อหาที่เป็นประโยชน์ และแบ่งปันประสบการ์ดีๆ กับผู้คนทั่วโลก kawebook.com เป็นโอกาส เป็นสื่อกลาง และยังเป็นอีกหนึ่งช่องทาง ในการสร้างรายได้ให้กับนักเขียนมืออาชีพ และนักเขียนมือสมัครเล่นจากทุกมุมโลก เพียงสมัครเป็นสมาชิกเว็บไซต์เพื่อเขียนหนังสือ การ์ตูน หรืออัพโหลดอนิเมชั่น ที่เป็นผลงานของท่าน และเผยแพร่ผลงานสู่สาธารณชน

© สงวนลิขสิทธิ์ 2017 Glory Forever Public Company Limited ( Kawebook.com )

© สงวนลิขสิทธิ์ 2017 Glory Forever Public Company Limited ( Kawebook.com )

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ เพื่อสร้างประสบการณ์นำเสนอคอนเทนต์ที่ดีให้กับท่าน รวมถึงเพื่อจัดการข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์ที่ดีบนบริการของเว็บไซต์เรา หากท่านใช้บริการเว็บไซต์นี้ต่อไปโดยไม่มีการปรับตั้งค่าใดๆ นั่นเป็นการแสดงว่าท่านอนุญาตยินยอมที่จะรับคุกกี้บนเว็บไซต์และนโยบายสิทธิส่วนบุคคลของเรา