เรื่อง เชียงยืนฟื้นฮัก
ท้องใญ่ใกล้ จามรเีมีาาแพ้หนัก เรียกอีปุนจัดเหล้ายามากินแก้คาวปาก
ของที่ชอบคือเนื้อดิบ ๆ ทำซอยจุ๊ อีปุนหามาให้นายจนได้ จากตลาดแหล่งค้าขาย
มันเลือกเองกับมือ เน้นสดใหม่เชือดกันให้เห็น ๆ กับตา
เบี้ยอัฐจ่ายจากพระมเหสีที่ทรงตั้งครรภ์ เกือบทุกวันจึงมีอาหารหลากประเภท
ปลาตัวโต ๆ นำมาแล่เป็นชิ้นบาง ๆ โรยเกลือแล้วบีบน้ำมะกรูดราดลงไป
เวลาจะเอาเข้าปาก จิ้มพริกข้าวคั่วพอนัว ๆ ก่อนให้ได้รสชาติ
สำรับเครื่องเสวย มวลอาหารที่จัดมาถวายจามรเี
กลายเป็นสิ่งพูดถึง ล้วนถูกมองว่าพิสดารในความชวนขนหัวลุก
“แนวกินมาแล้ว ๆ แม่หยัว”
อุตส่าห์ขวนขวายให้ได้ผ่านไปในแต่ละวัน อีปูนกุลีกุจอ
เนื่องบ่าวในตำหนักร่อยหรอลง เพราะโดนเจียดแบ่งงาน
อันมังคลาปุโรหิตกะเกณฑ์ เข้ามาประจำยังปราสาทเคหสถานองค์เลอสรวง
สำหรับให้อสูรสูบวิญญาณ จำนวนจึงเหลือน้อย
แม้จะประกาศรับชื้อไพร่ด้วยราคาสูง ก็แทบไม่มีใครมา
ประเด็นมักกลายเป็นศพไร้ชีวิต กลับไปทั้งนั้น
บ้างขนาดลือว่า-่ากินคนในวัง ซึ่งสภาพตายอย่างอเนจอนาถ
ส่วนตำหนักพักผ่อน อาศัยอยู่ใกล้บริเวณคุ้มของขุนรณชัย
เลยใช้เป็นเส้นทางลับ ๆ ไปมาหาสู่ คราติดต่อกันตอนพระนางยังท้องอ่อน ๆ
ขณะนี้ไปไหนมาไหนลำบาก จามรเีต้องงดกิจอันลักลอบ
“ไส มึงได่หยังให้กูกิน อีปุน”
แลเหลือบดูถ้วย ชาม บนสำรับขันโตกที่ยกมาวาง พลางถามกับบ่าวข้างกาย
วันนี้มีของแปลก แม่วัวตกลูกมีเยื่อหุ้มรกติดมาด้วย
“ต้มน้องวัว เจ่าข้า”
มันนำเสนอเพื่อเอาใจองค์เี ที่รับใช้ตั้งแต่เยาว์วัยและเติบโตมาด้วยกัน
“ฮ่วย คึเฮ็ดสุกมาอีปุน”
เอ่ยทักจากจามร กับกองเนื้อเปื่อยหั่นเป็นชิ้นพอคำพร้อมน้ำจิ้ม
“ของจังซี่ ดิบ ๆ บ่ได่อีหลี”
ถ้อยประโยคอีปุนพูด ยกวิสัยคนทั่วไปกินแบบไหน
“มึงกะฮู้ กูบ่มักปานได๋ คั่นสุกโพด”
พระนางยังเถียง ในเรื่องความชอบขณะช่วงมีท้อง
“แม่หยัว เบิ่งอันนี่ก่อน”
มือเปิดฝาผอบครอบให้เห็น อีปุนยังมีอีกอย่างแก่นาย
“จังซี่แหมะ สิได่อยู่นำกันโดน ๆ อีปุน”
ยิ้มออก เมื่อสิ่งที่ต้องการถูกจัดในสำรับด้วย
เลือดข้น ๆ ในถ้วย จามรเียกขึ้นซดจนหมดเกลี้ยง พอเลี้ยงบำรุงครรภ์ให้ตื่นตัว
เจตภูตขยับรับความโอชาจากรสโลหิต ถีบถ่องกระตุ้น
“อุ๊! คึสิปวด ๆ น้อ”
สะดุ้งเจ็บ ผลทำให้จามรเีอุทานกับการตอบสนอง ตัวอ่อนเชื้ออสูร
“บ่แม่นสิออกหละเบาะหนิ”
ถลาเข้าหา อีปุนเองท้วงกับาาตรงหน้า
กลางวันแสก ๆ องค์จามรเีจะลูกตอนกินข้าวเที่ยง
พลันชุลมุนภายในตำหนัก แพทย์หลวงกระทั่งโหรประจำราชสำนักถูกเรียกตัว
...อชาตะไม่อยู่นิ่ง เดินวนรอบเสากลางห้องโถง
รอคอยการแจ้งข่าวกราบทูล จากอีกฟากตำหนัก
มังคลาพราหมณ์ซะอีกที่เก็บซ่อนเลศนัย อันหมายท้ากล้าฆ่าลูกของอสูร
ปีศาจในร่างองค์เลอสรวง ถ้าทารกเป็นชายจะถูกหักคอทันที
แม้โชคดีเป็นหญิง ถือว่ายังมีโอกาสลืมตาดูโลก
“เป็นจังได๋แหน่หล่ะ?”
พอเห็นอีปุน องค์เลอสรวงเอ่ยตรัสถามทันที
หน้าที่ต้องกราบทูลเพศของทารก อีปุนวิ่งมาแจ้งด้วยตัวมันเอง
ตามได้รับมอบหมายการสำคัญนี้ อันถูกขอร้องตระเตรียมไว้แล้ว
ระหว่างจามรเีกับองค์เลอสรวงปลอม ๆ ภายใต้ความคลุมเครือ
มีวิธีตกลงกันเรียบร้อย ในข้อที่มังคลายื่นคำขาด
อสูรมารยังมีหัวใจ ห่วงในสายเลือดซึ่งเกิดใหม่
จำเป็นต้องให้อยู่รอดปลอดภัย ยอมสุ่มเสี่ยงจะผิดใจกับมังคลา
ขอเพียงได้ใช้ชีวิตเยี่ยมมนุษย์พ่อสักครา ไม่ว่าเด็กจะเป็นชายหรือหญิง
คำพูดตัดสินจากปากอีปุนเท่านั้น ชี้ชัดกำหนดชะตา
“แม่ญิงเพคะ องค์พ่อหลวง”
ก้มหมอบรายการอีปุนหลบสายตา ปุโรหิตมังคลาพราหมณ์ที่จับจ้อง
วาจาสามารถพลิกความเป็นความตาย ต่อหน่อเนื้อกษัตรา
คิดลำพังช่วยนาย บ่าวอย่างอีปุนยังไม่ล่วงรู้ความจริงอันน่าสะพรึงกลัว
ในตัวองค์เลอสรวง ที่มองแค่ภายนอกไม่มีสิ่งใดให้สงสัยมากไปกว่านี้
มวลพฤติกรรมเปลี่ยนแปลง เนื่องเพราะฟื้นคืนตื่นจากหลับไหล
ถือตามความเชื่อโบราณ บุคคลผู้นั้นมักจะลักษณะไม่เหมือนเดิม
สาเหตุโดนวางยาหวังปลิดชีพ ฝีมือพระมเหสีข้างกายกับขุนรณชัย
จากพิษสงสะสมมาเรื่อย ๆ ทีละเล็กทีละน้อย
จวบถูกเร่งโดยเพิ่มกระแสยาแรง จนส่งผลทำให้องค์เลอสรวง
สลบไสลไร้สติสัมปชัญญะ หลับลึกตกในภวังค์
กระทั่งเป็นจุดอ่อนให้มังคลา นำเอาอสูรเข้าแทรกร่างแทน
อีกยังได้ผลพลอย เพื่อใช้ปีนป่ายบันไดไต่เทียมแท่นบัลลังก์
“บาดหนิ สิทายดวงหละเด้อพ่ะย่ะค่ะ”
นิ่งเงียบรอคอยนั่งฟัง มังคลาพูดขึ้นในหน้าที่โหรหลวง
“แฮกหม่านเบิกสกุล ตาเว็นเทิงหัวคุ้มกะลานกสาริกาดำ”
ถอดหลักเลขเวลาตกฟาก มังคลาก็ขมวดคิ้ว
กับคำอันหมายถึง เป็นผู้ที่มาสืบเผ่าพันธุ์วงค์ตระกูล
ทั้งประกอบเกิดช่วงตะวันฉายแรงแสงสุดของวัน ซึ่งนั่นขัดกับลักษณะเพศหญิง
สื่อสัญลักษณ์ดวงจันทร์ อันระบุในตำราดาราศาสตร์
พื้นชะตาต้องอาศัยวาจาจากคนอื่น หนุนเกื้อยืดอายุ
เปรียบ*สาริกาลิ้นทอง ใช้ปกป้องตัวตน และสร้างค่านิยม
“หึ ๆ ๆ สมกับเป็นลูกกู ผู้สินำควมเจริญ”
เลอสรวงแย้มสรวลตรัสเยินยอ พอที่จะทำให้ยอมรับ
รีบกลบเกลื่อนทำให้มังคลาขาดสมาธิ ในการตรวจตราเกณฑ์ชะตาทารก
“เอาหละ ญิงรึชาย กะเซื้อแถวแนวของกู”
รวบรัดด่วนสรุป อชาตะแย่งห้วงขณะผลทายทักจากปุโรหิตพราหมณ์
ด้วยประโยคยอมรับ ตัดขบวนการทางโหราศาสตร์
ด้านอีปุนหาทางเลี่ยงจากสถานที่ มันทูลขอตัวผละย้อนกลับไปดูแลจามรเี
ทิ้งให้ฝ่ายวังหลัง มติลงความเห็นเป็นพิธีรับขวัญธิดา
...“เว้ามาดู๊ บักพราหมณ์มันว่าจังได๋”
ลูกออกจากท้องได้ จามรพระนางถามไถ่กับอีปุน ถึงท่าทีของมังคลา
ที่องค์เลอสรวงเคยบอกใบ้ ระยะมาเยือนหาจามรเียังตำหนักครั้งสุดท้าย
เจาะจงให้ระวังเวลานี้ แม่และเด็กจะถูกพราก
กรณีมาจากเจตนามังคลา ไม่ต้องการเพิ่มตำแหน่งตกทอด
แผนซ้อนแผนถูกวางไว้ ป้องกันไม่ให้ทายาทอสูรโดนขจัด
อชาตะเปลี่ยนใจ ตอนจามรร้องไห้ฟูมฟาย พระนางวอนขอเมตตาแก่ลูกในท้อง
เดรัจฉานเพียงใด หากลึก ๆ ย่อมเห็นเป็นสิ่งล้ำค่าสำหรับตน
หยั่งจากสัญชาตญาณของอชาตะ พยายามต่อสู้ขืนตัวเองสำนึกในความเป็นพ่อ
ฐานสันดานไม่แยแสต่อสมบัติ ฐานันดรสูงศักดิ์
สิ่งแลกกับทำเพื่อมังคลา คือเลือดของมนุษย์
ห่วงโซ่อาหารอำมหิต หล่อเลี้ยงวงจรอุบาทว์
มวลทัศนคติเก่า ๆ ถูกลบล้างด้วยมหาวาทะคำโน้มน้าวจากจามรเี
กดดันบีบน้ำตาให้สงสาร เผยเรื่องราวดึงให้พ้นร่มเงาปุโรหิต
จอมบงการที่คอยกำกับวิถีภูต ให้อยู่ภายใต้ขอบเขตดุจทาสไร้อิสระ
ประกอบมโนอยากเห็น ความเป็นไปในภายภาคหน้า
จึงละในการเข่นฆ่าทารก หันประเด็นมาค้านฝักฝ่ายมังคลาซะเลย
ข้อเสนอทำให้ทุกอย่างเปลี่ยน เกินคาดหมาย
“พากันมัวตะยากกับดวง เพคะ”
แทนที่ราชสำนักจะห่วงมเหสีเพิ่ง อีปุนรีบกลับมาพากันตั้งหม้อเกลือ
“พวกสู เก็บปากเก็บคำไว้ให้ดี อีใส อีนา”
ฟังจากบ่าวพูด จามรเีเอ่ยกับสองนางข้ารับใช้ไม่ให้ปากโป้ง
เพราะต้องเก็บเป็นความลับ สำหรับเรื่องเพศของทารก
มีกันแค่อีใสหมอตำแย อีนาผู้ช่วยทำ
ทุกขั้นตอนเตรียมการเพื่อหลีกเลี่ยง หลายปากหลายเสียงเกรงเล็ดลอด
บรรดาเกี่ยวข้องต้องเป็นพวกเดียวกัน ผู้อยู่เบื้องหลังใช่ใครที่ไหน
เป็นขุนรณชัยนั่นเอง วิ่งเต้นทำให้ลดปัญหาก่อความยุ่งยาก
ชายคนรักซึ่งยอมทุกอย่าง ไม่ให้จามรเีตกอยู่ในอันตราย
ตราบยังทรมานกับสถานะแม่หยัวเมือง ประการตั้งท้องลูกปีศาจ
ขุนรณชัยทนไม่ได้ จะเห็นนางอันตนปักใจต้องตกนรกทั้งเป็น
เท้าความหนหลัง พลังขับเคลื่อนสู่ความอัปยศ
บ่อเกิดสภาพเยี่ยงนี้ เพราะว่าความรักเป็นเหตุ
แรกสบตานำพาหายนะ รู้เต็มอกต้องพบเจออุปสรรค
กิจถูกส่งไปรับบาทบริจาริกา แทนองค์ราชา
บัดนี้ภาระตกแก่หัวใจที่ต้องรับผิดชอบ ในสิ่งหาญกระทำ
...ผ่านไปสักระยะ อชาตะอยากเห็นหน้าลูกขึ้นมา
เลยหาโอกาสได้ในคืนเดือนดับ มังคลาเข้าหับปิดประตูเงียบ
ย้อนรอยพฤติกรรมหลอกลวง โดยการเอาเรื่องรักษาให้หายจากหลับไหล
ปล่อยอสูรใส่สวมรอยบังหน้า ใช้ความดีความชอบตรงนั้น
ขออภิสิทธิ์โยกย้ายมาพักอาศัย ภายในบริเวณเขตปราสาทองค์พ่อหลวง
อ้างเพื่อเกื้อกูลต่อกัน หรือแท้จริงมังคลากะจะควบคุมให้ได้ดั่งใจ
พอปลอดคนจับตา อชาตะไว้ชีวิตนางสนมซึ่งเรียกมาสูบเลือดตั้งแต่เที่ยงวัน
ประมาณว่าแน่แล้ว มังคลาไม่มาก้าวก่ายในช่วงเวลานี้
ตัดสินใจเจรจาอย่างดีกับนางสนมที่ชะตายังไม่ขาด ให้พามายังเคหสถานอีกแห่ง
ครั้งถึงแล้ว อาชตะก็แทบจะละสายตาจากห่อผ้าขาวไม่ได้
ร่างน้อยนอนหลับปุ๋ย ช่างเป็นภาพที่มองไม่เบื่อหน่าย
นี่หรือคือสิ่งถือกำเนิดขึ้น อันมีอิทธิพลต่อจิตซึ่งหยาบกระด้าง
สลับเปลี่ยนกลายเป็นละเอียดอ่อน อสูรกายหวั่นอนาคตจะสั้นลง
ถ้ายังต้องขึ้นตรงกับมังคลาผู้ชุบชีวิต ผลจากโทษทัณฑ์ขั้นถูกสาปในตำราอาถรรพ์
ขบคิดวันใดมังคลาถึงฝั่งฝัน อสูรอย่างตนคงหมดประโยชน์
กาลจะช้าหรือเร็ว ต้องมีวันมาถึงแน่นอนคราจบสิ้นพันธะระหว่างกัน
ด้วยเพราะทราบรู้ตรรกะ อุดมการณ์ของพราหมณ์ปุโรหิตทั้งหมด
และผู้ที่จะถูกกระทำอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ คือองค์เลอสรวง
ซึ่งจะโดนผลักตกที่นั่งลำบาก อาจต้องประชวรหลับไหลดั่งเดิมเหมือนแต่ก่อน
ส่วนตนวิธีปราบยิ่งง่ายดายเข้าไปใญ่ แค่เปิดหนังสือเรียกวิญญาณคืนสิงสู่
ข้อได้เปรียบตรง โลหิตศักดิ์สิทธิ์ที่ใช้ในพิธีกรรม ล้วนมาจากมังคลา
สิ่งครางแคลงใจอีกอย่าง ปริศนาปิดบังซ่อนเร้นเล่มหนังสือ
คัมภีร์ปีศาจยังอยู่ในการถือครองของมังคลา
เท่านี้ก็พอจะเดาออก ว่าตกเป็นเบี้ยล่างได้ทุกเมื่อ
ฆาตกรรมหมายท้ากล้าฆ่าลูก จำเป็นต้องล่มด้วยองค์ประกอบรอบด้าน
ขีดสุดอชาตะสารภาพ ทุกคำสั่งธาตุแท้เชิงบีบบังคับโดยมังคลา
ตามที่จามรเีได้ฟัง พระนางจึงเล่าความหลังเคยมีจุดประสงค์ร่วมกัน
กับศัตรูตัวฉกาจซึ่งประมาทไม่ได้ ขนาดประมุขผู้นำราชธานียังอยู่ในกำมือ
รวมทั้งลางสังหรณ์มวลสัมผัสได้ จามรเีต่อรองด้วยฐานะแม่ของลูก
พาหนะนำเอาเชื้อสายอสูรกึ่งมนุษย์ ผุดขึ้นในแผ่นดิน
สัญญาจะยกสิทธิปกครองแก่อริยะ นามโอรสเกิดใหม่
จากนี้ไปพระนางขอเปิดตัวขุนรณชัย อย่างไร้ข้อผูกมัดกับอชาตะ
เงื่อนไขบทบาทต่อหน้าประชาชี เคารพภาพพจน์ยศศักดิ์มเหสีขององค์เลอสรวง
ตรงข้ามความเป็นอยู่จริง ใช้ตำหนักพักร้อนกับชู้รักในเขตส่วนตัว
เรื่องอาหาร มีเลือดวัวเลือดควายคอยเชือดให้กินตลอดเวลา ถ้าขาดแคลนนัก
ทางเลือกไม่จำเป็นต้องพึ่งพาเฉพาะหมู่นางสนม ข้ารับใช้บ่าวไพร่
ในเมื่อทุกอย่างอำนวยต่อทั้งสองฝ่าย อชาตะยินยอมพร้อมรับสัจจะ.
*สาริกาลิ้นทอง มีที่มาจากนกสาริกา ซึ่งมีเสียงไพเราะมากตามธรรมชาติ
ผนวกกับความเชื่อว่ามี พุทธคุณด้านมหาเสน่ห์ เมตตามหานิยม และโชคลาภ
ทำให้ถูกนำมาสร้างเป็นเครื่องรางของขลัง เช่น รูปนกคู่ หรือ ต้นไม้มงคล
เพื่อเสริมการเจรจาค้าขาย พูดจาคนรักคนหลง ทั้งเสริมโชคลาภ
โดยมีตำนานเชื่อมโยงกับวรรณกรรมเก่าอย่างไตรภูมิพระร่วง
ที่มาและความเชื่อ
จากนกสาริกา นกชนิดนี้มีเสียงร้องที่ไพเราะ
โดยเฉพาะช่วงหาคู่ คนโบราณจึงยกให้เป็นสัญลักษณ์ของเสน่ห์และวาจาที่ดี
จากวรรณกรรม มีปรากฏในวรรณกรรมพุทธศาสนาเก่าแก่สมัยสุโขทัย
บทความไตรภูมิพระร่วง ซึ่งกล่าวถึงเทพสาริกาที่มีฤทธิ์ทำให้เป็นที่รัก
จากต้นไม้มงคล ต้นสาริกาลิ้นทอง มีใบสีเหลืองคล้ายทองคำ
เชื่อว่าปลูกแล้วจะช่วยให้การค้าขายเจริญรุ่งเรือง ทำมาค้าขึ้น มีกำไร.
นิยายแนะนำ
นิยายแนะนำ
ความคิดเห็น
COMMENT
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ เพื่อสร้างประสบการณ์นำเสนอคอนเทนต์ที่ดีให้กับท่าน รวมถึงเพื่อจัดการข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์ที่ดีบนบริการของเว็บไซต์เรา หากท่านใช้บริการเว็บไซต์นี้ต่อไปโดยไม่มีการปรับตั้งค่าใดๆ นั่นเป็นการแสดงว่าท่านอนุญาตยินยอมที่จะรับคุกกี้บนเว็บไซต์และนโยบายสิทธิส่วนบุคคลของเรา
0.00
0.00









userA???
???? ??? ? ???? ?? ??