เรื่อง เชียงยืนฟื้นฮัก
ประสบการณ์ใหู้้ี่จะเ้าใจในช่วงยามชีวิต
มีทั้งคราวรุ่งโรจน์และตกอับ ขุนรณชัยไม่ทำตัวให้เด่น อยู่ให้เป็น
พ้องี่ซ่องสุมไว้ตามคุ้มแดนต่าง ๆ คือสิ่งกุมอำนาจลับ ๆ
วันใดจำเป็น ต้องงัดเอาออกมาใช้เพื่อหมายเอาคืนกับมังคลาพราหมณ์
เมื่อก่อนบารมีเจิดจรัส กลุ่มอิทธิพลตามท้องถิ่น ึ่ล้วนมาภักดีพึ่งศักดินา
อีกทั้งรากเหง้าตระกูลพระยาวังหน้า เสริมให้มีบรรดาเบี้ยไพร่รายทาง ขายตัวรับใช้นาย
กองกำลังสำคัญ ี่พร้อมปะทะก่อกบฏการใหญ่
ในรัชสมัยตกต่ำอีกาดำครองเมือง อสูรร้ายครอบงำ
อันไม่ใช่ลำพังี่ขุนรณชัยเท่านั้นรู้ ยังมีฝั่งท้าวเทศเจอกับพิษสงความเลวของมังคลา
พอกลับถึงคุ้มหลังวัง ต้องมาหาวิธีบรรเทาราษฎรึ่โดนภัยพิบัติเล่นงาน
กิจตรงนี้ท้าวเทศไม่ขัดข้อง เพราะถือว่าหน้าี่ตนส่วนหนึ่ง
คุยกับมารดาขันทอง องค์หญิงาลุ่มน้ำโขงอีกฟาก
เขียนจดหมายถึงบ้านเกิดเมืองนอน วอนขอความช่วยเหลือต่อบิดาขุนพระยาฟ้าลอ
ให้นำเครื่องบรรณาการมาส่งต่อองค์เลอสรวงทางโคราฆปุระ
ผู้ึ่สืบราชบัลลังก์ าบิดากษัตริย์องค์ก่อน
อันสถานะองค์หญิงแห่ง*นครกาหลง ี่ถูกส่งมาอภิเษกเชื่อมสัมพันธ์
ตามราชประเพณี ขณะนี้มีหน่อเชื้อกับราชวงศ์คือท้าวเทศ
อดีตสนมเอกจึงตอบรับนโยบายสายตรง โดยให้เสือหาญกับตาลุนรับงานขี่ม้าส่งสาร
ทั้งหมู่นี้มังคลาและอสูรคงไม่มารบกวน ประการยังพอเอื้อประโยชน์
...ภายในห้องหนังสือบนเรือนหลัก ัแปมันขอมาด้วย
อ้างความด้อยในบางวิชา ควรต้องรู้บ้างติดตัว
ถ้ามันอ่านไม่ออก ก็จะอาศัยสหายี่แตกฉานพอตัว
“ม่องหนิ เว้าพื้นหยังน้อ”
มือเกาหัวขบคิด แต่สุดท้ายต้องพูดกับลายสือ
กางเล่มอรรถประวัติ*อชาตศัตรู ชี้ตรงอักษรเขียนคำว่า*ปิตุฆาต
คล้ายมีสิ่งดลให้ัแปใช้เป็นคำถาม อุปไมยเกี่ยวข้อง
เคยศึกษาธรรมะ ตอนเป็นลูกศิษย์พรตฤาษีไศล ลายสือจึงอธิบายความหมายในข้อสงสัย
“ลูกอัปยศ คดฆ่าพ่อตั๊ว คำหนิ”
เหมือนกับคำทำนาย ี่พยายามยัดเยียดให้เป็น
นัยยะพยากรณ์ก่อให้สองพ่อ ลูก ต้องมีเรื่องตัดขาดกัน
โดยอ้างโองการเทวดา ระบุถ้าขืนปล่อยให้บุตรมีชีวิตอยู่จะล้มล้างบิดา
เจ้าฟ้าผู้นำลัทธิเทวาปกครอง ย่อมไม่อยากมีใครมาทาบรัศมีวิถีบริหาร
ทั้งอำมาตย์้าราชบริพาร ล้วนเกรงถูกผลัดเปลี่ยนระบบ พลอยคล้อยตาม
ลายสือสะท้อนใจ สำหรับมันกลัวบาปเป็นี่สุด
จวบจนคราววาระเผชิญหน้า มันกล้าแลกสัญญา
มอบวงแหวนแห่งพันธะให้บิดา เพื่อเลิกเข่นฆ่ายุวชน
“ฮ่วย! มีอยู่ซำเบาะ มะลางกะเห็นแต่พ่อนำฆ่าลูก”
ัแปทักท้วง ไม่เชื่อถ้อยความี่จารึกในประวัติ
มันปากเร็วโยงพูดเ้ากับกรณีของเพื่อน ึ่ตรง้ามโดนล่าาพ่อหวังจะคร่าชีวิต
ในความเป็นจริง ลายสือต้องอยู่กับี่เกิดขึ้นให้ได้
ไม่ว่าจะเจอบททดสอบเลวร้ายเพียงใด จิตใจพร้อมก้าว้ามอุปสรรค
“ศึกษาให้ดีแป โลกนี่ยังมีอีกหลายเฮือง ยังคาดเดาบ่ได่”
อุปนิสัยพูดน้อยต่างกับัแปี่พูดมาก หากแต่คบกันได้ ลายสือยิ้มแห้ง ๆ แนะนำ
“สติกับปัญญาสิมาหลัง ยามเฮามีศีลธรรม”
อันประโยคเจือว่า ให้ิาาด้วยสติสัมปชัญญะ
“มื้อนี่ คึสิอ่านบ่จบ”
มือพับหนังสือ ัแปเอ่ยขึ้น มันไม่อยากชวนคุยต่อ
เพราะพอี่ทราบ ช่างเป็นประเด็นเปราะบางสำหรับัลายสือ
“ป่ะ ๆ ลงไปตะล่างหาักืกเนาะ”
อย่างน้อยัแป มันยังมีไหวพริบจึงเปลี่ยนตัดบทการสนทนา
“มื้อนี่ มันสิเสกใบไม้ เป็นโตแตนตั๊ว”
ทีเด็ดโดยคาถาตาลุนถ่ายทอดยังทุกคน แต่ักืกฉายแววรุดหน้า
ถึงมันจะพูดไม่ได้เป็นใบ้มาตั้งแต่เกิด นั่นอาจเป็นสิ่งทดแทนด้านพรสวรรค์
ก่อนออกาห้องดูความเรียบร้อย ลายสือปิดบานพับประตู
สองเกลอก้าวขยับย่องเบาเสียง ตามธรรมเนียมสุภาพ
ี่เจ้าบ้านท้าวเทศอนุญาตให้ขึ้นเรือน สำหรับค้นหาความรู้
เคหะสถานกว้างขวาง แบ่งเป็นสัดส่วนผู้อยู่อาศัยและมีห้องพระใหญ่ตรงกลาง
บนบ้านมีแค่ท้าวเทศกับมาลาเมียเอก สาโรจน์ลูกชายและรจนาลูกสาว
ขณะตรงทางเดินผ่านบริเวณนอกชาน ท้าวเทศนั่งเคี้ยวหมากอยู่
ทั้งสองจึงหมอบเ้าหา แวะพูดคุยกับผู้หลักผู้ใหญ่
“เป็นจังได๋ัแป?”
ด้านท้าวเทศเอ่ยทัก ี่มาใหม่เพราะปกติเห็นแต่ัลายสือมันมาคนเดียว
“้าน้อย อยากได่ควมฮู้าหนังสือคึจังหมู่ขอรับ”
เร่งถีบตัวเองบ้าง ในส่วนัแปไม่ได้ขาดพ่อกับแม่ เลยไม่กระตือรือร้นเท่าไร
วิถีปุถุชนคนธรรมดาของมันจึงปลอดภัย ภายใต้ความไม่กดดัน
แต่พอเ้ากลุ่มเพื่อนฝูง รู้สึกยังต้องพัฒนาอีกเยอะ มันไม่อยากเป็นตัวถ่วง
เรื่องปราดเปรื่องยกให้หัวสมองัสิม แม้กระทั่งัหมกแต่ก่อนไม่รู้จักอักษรสักตัว
ได้ัสิมยวิธีอ่าน สังเกตมันเก่งขึ้นมากาเดิม
และทางัหมกขยันสร้าง มักชอบงานช่างฝีมือประดิษฐ์
รวมทั้งัโมดพลอยได้อานิสงส์ เวลาขัดข้องต้องขอให้ัสิมตรวจสอบ
ัโมดสนใจในหลักชวเลข อนาคตอยากเป็นผู้จดบันทึกหน้าประวัติศาสตร์
ความคิดล้ำเกินปัญญา จึงต้องใช้ความพยายามสรรหาความรู้
ยิ่งักืกไม่ต้องพูดถึง ขนาด้ามขั้นเรียนคาถารุดหน้าเพื่อน
น้ำใจมันยังช่วยัเผือกคู่สหายได้ผล จนท่องมนต์ยาก ๆ ทำเป็นเรื่องง่าย ๆ จดจำเร็ว
มีัเถิกกับัสวก พอจะสูสีอยู่ในระดับเดียวกัน ัแปนึกดูมันก็ไม่ได้แย่นัก
ัพองเป็นผู้ใหญ่กว่ารุ่น หน้าตาหล่อเหลา ถูกใจสาว ๆ แถวนั้น
ติดี่ฝักใฝ่ความสงบ ล้วนมองเรื่องรัก ๆ ใคร่ ๆ เป็นกิเลส
เลยปีวิเวกิาาทางธรรม เ็ัไม่่สุงสิงเ้าสังคม
ดีี่มีัขุย ยเป็นผู้อุปถัมภ์ให้สหายรุ่นพี่ ได้ทำสมาธิตามประสงค์
มีเพิ่มเป็นัตุ้ย ลักษณะมันชำนาญหนทางอย่างดี
อาสาพาัขอดึ่ปอดแหก ทั้งัจ่อยเด็กน้อยขี้แย พาคืนถึงภูมิลำเนาสำเร็จลุล่วง
พอเสร็จสรรพมันย้อนมาอีก พร้อมกับนางคำปงและพ่อแม่ของัแแป
ึ่ห่วงลูก ขนาดขนย้ายตามกันทั้งบ้านทิ้งถิ่นฐานชั่วคราว
เหลือจำปาี่ัแปไม่อาจจะนึกวิจารณ์ เพราะข้อยกเว้น
หญิงสาวึ่มันมีใจให้ จะอย่างไรก็นิยมชมชอบ
“บ่ะ! มึงหนิกะบ่ได่ขี้ร้ายเด้อัแป”
ท้าวเทศเอ่ยในความประเมินตนเป็นของัแป จึงกล่าวให้กำลังใจ
“เบิ่งไว้ สาโรจน์เอ๊ยเจ่าใหญ่ขึ้น”
เชิงหันมาสั่งลูกชายวัยซน ให้เป็นเยี่ยงอย่าง
“ขอรับท่านพ่อ ข่อยสิเพียรเฮียน*ป่อง”
เจ้าเด็กสาโรจน์ ขานรับคำบิดาทั้งยิ้มให้รุ่นพี่สองคน
จังหวะมาลาถือถาดใส่กล้วยฉาบน้ำอ้อย เดินเ้ามาสมทบพร้อมกับรจนา
“พอดีหละ มีคนชิมรสให้ ว่าสิเป็นจังได๋”
แม่กับลูกสาว ลองถนอมอาหารไว้เป็นของว่างกินเล่น
เคล็ดาคาระปง องค์หญิงาแถบลุ่มเจ้าพระยา
ึ่ทางอาณาเขตแอ่งโคราช ขอเชื่อมสันติสัมพันธโดยขนบธรรมเนียมต้องอภิเษก
ขยายวงค์สายตระกูล ดุจครรลองปฏิบัติสืบทอดทายาท
เมื่อชะตาถูกกำหนดด้วยคำพยากรณ์ ขึ้นอยู่กับความเป็นหรือตาย
ลูกในครรภ์ของนาง เส้นเกณฑ์ลิขิตมีผลต่อบ้านเมือง
การเลือกเป็นคำปงคนใหม่ หญิงา้าี่ไม่มีใครจับผิด ชีวิตรอดมาได้จนถึงตอนนี้
ทักษะมีติดตัว คือสารพัดวิชาึ่นำมาต่อยอดได้
ตั้งแต่แกงบอนี่เคยได้กิน รสมือบวกกับภูมิปัญญาดัดแปลง
พืชน้ำขึ้นตามตลิ่ง ปรุงเป็นอาหารได้อย่างน่าสนใจ
เริ่มาอุทัยวรรณเมียรองท้าวเทศ เนื่องยังพร่องด้านทำกับ้าว
ต่อานั้นมาลาไปขอเรียนด้วย รจนาจึงติดสอยห้อยตามผู้แม่
เ้าหาคำปง เพื่อเผื่อแผ่แบ่งปันสูตรอาหาร งานในครัว
น้ำอ้อยาต้นหลังบ้าน คั้นาลำต้นเอามาเคลือบกับแผ่นกล้วยห่ามฝานบาง ๆ ตากแดดจวนแห้ง
ตั้งเตาใส่กะทะคั่วอีกหน่อย ราดน้ำเชื่อมี่ได้าอ้อยลงไป
คละคนให้เ้ากัน รอจนเกล็ดน้ำหวานเคลือบเกาะ เก็บไว้กินได้นานหลายวัน
เมื่อมีของกินมาวางตรงหน้า ท้าวเทศกวักมือให้เด็ก ๆ
“ฮิมา ๆ อย่าซ้าหลาย”
จับกิริยาท่าทางของัสองคนได้ คงเพราะมันยังไม่กล้าร่วมวง กินในถาดใบเดียวกันกับตน
“เอาหนิ”
สาโรจน์ใจดีหยิบมาแบ่งให้ นิสัยเ้าคนง่าย ลายสือกับัแปไม่ปฏิเสธ
“แซ่บอีหลีขอรับ นายท่าน”
ชิมแล้วัแปยอมรับอร่อย มันไม่เคยกินาี่ไหนมาก่อน
ส่วนลายสือมีแม่ยทำให้กินตลอด แค่จำมันเผาหมกขี้เถ้า
ถ้ามีเหลือ นางคำปงยังเอามาบดปั้นเป็นก้อนตากแดด
ครั้งพอจะกินก็เอาหนึ่งอีกรอบ โรยเกลือใส่รสเค็มหน่อยเป็นอันใช้ได้
พื้นความสร้างสรรค์ มาามารดาทำให้เห็นบ่อย ลายสือได้ตรงนั้นมาด้วย
เช่น หนังสัตว์ ถูกเย็บตัดแต่งประดิษฐ์ประดอยขึ้นรูปเป็นรองเท้าสวมใส่
ทั้งนำไปแลกเปลี่ยนเป็นอย่างอื่น เพื่อยังชีพตอนอยู่ี่แถวศรีไศล ลำน้ำเสี้ยว
แถบรอบนอกขอบชายทุ่งกุลาร้องไห้ สมัยครั้งปลอมตัวให้กลมกลืนกับชาวพวน
อีกคนเห็นไม่พูดไม่จา รจนาเลยเอ่ยท้วงกับความนิ่ง
“คึบ่เว้าบ่จาจักน่อยน้อ อ้ายลายสือ”
แรกก็เขินปากเรียกลำดับเครือญาติ นานวันเ้ารจนาเริ่มคุ้นชิน
“แซ่บ ๆ จังัแปว่า อีหลีนั่นหละ”
ถูกทักจึงเออออตามเพื่อน ลายสือยกัแปพูดจริง
“กะองค์คาระปง แม่เจ่าพาเฮ็ดตั๊ว เลยได่วิชานำเพิ่น”
คำพูดของมาลาเอ่ยบอกี่มากล้วยฉาบชาววัง เก็บรมควันเทียนหอมใส่โถกระปุก
เครื่องปั้นผิวลายคราม วาดลวดลายลงรักั
ต่างาสามัญ ไพร่ า้าทั่วไป ึ่ยัง่าไเรื่องนี้
ลำพังถ้วย ชาม บางครอบครัวยังใช้กะลามะพร้าวใส่แกง
หิ้งเตาก้อนเส้า หม้อดิน ช้อนเปลือกหอย ตามอัตภาพท้องถิ่น
“รจนาอีก มีผู้บอก ภายหน้าสิบ่ได่ยากแม่”
ประโยคชื่นชมถึงอดีตองค์หญิง ี่ช่วยบุตรสาวของนางได้มาก มาลานับถือ
ก่อนไม่่ถนัด ต่อมารจนากลับชอบี่จะขอตามลงครัว
ได้ตัวยืนพื้นทำอาหาร คือคำปงหาแนวแปลกเพิ่มประยุกต์ให้ชวนตื่นตา
งานของผู้หญิงส่วนใหญ่ จำต้องเรียนรู้ไว้จะได้ใช้ฝีมือปลายจวัก เมื่อมีครอบครัว ลูก ผัว ให้ดูแล
“เออ ดีคึกันเนาะ ลูกสาวพ่อบ่น้อยหน้าไผเด้อ”
เห็นดีเห็นงามตามด้วย ท้าวเทศเบาใจสักระยะ
ภารกิจรับมอบาองค์เลอสรวง แม้อสูรจะครอบงำร่าง
อย่างน้อยในยามเขตด่านนอกเมือง เกิดภัยแล้งพิบัติ
ก็ไม่นิ่งดูดาย ตรัสวอนขอความช่วยเหลือาบรรดารัฐในอาณัติใกล้เคียง ผ่านเครือข่าย ญาติ พี่ น้อง
สารส่งโดยตรงกับเจ้าอาณาจักรลาว พร้อมขนบรรณาการมอบให้
ขณะนี้ขบวนเดินทาง้ามโขง มายังเมืองขามแก่นแดนคูณ
้าวสารหลายเกวียน เกลือ ไหปลาร้า ของแห้ง แจกจ่ายทยอยถึงมือา้า
...กว่าจะลงาเรือนท้าวเทศได้ ลายสือกับัแปก็อิ่มแปล้ขนมกล้วยฉาบ
รอเวลาชมคาถาี่ักืก มันเสกใบขามเป็นตัวแตนให้บินว่อน
เหล่าี่รุมดู ตกใจเพราะกลัวโดนแตนไล่ต่อย พากันวิ่งกระเจิง
ักืกยังสามารถกำกับฝูงแตน ไม่ให้ทำร้ายใครต้องเจ็บตัว
ขอยึดมั่นระหว่างลูกศิษย์กับอาจารย์ คำตาลุนเน้นย้ำ
จะไม่ทำให้ผู้ใดเดือดร้อน ในวิชาี่ต่อเด็ก ๆ สำคัญไม่เอาไปรังแกใคร
“ฮ่ะ ๆ ๆ กูบ่งึดแล้วเด้อ บาดหนิ”
ัสวกหัวเราะจนเห็นฟันทั้งแถบ มันกระจ่างแล้วในกลเม็ดหลอกตา เสกมาให้เห็น ๆ
“เบิ่ง ของกูดู๊”
ท่องมนต์เป่าลมใส่ใบพลู แล้วพับเคี้ยวเ้าปาก
“ัเถิก กูขอสาผ้าขาวม้ามึง”
ไม่แค่นั้น มันเล็งผ้าพันรอบเอวสมบัติติดตัวของเพื่อน
ง่ายเหมือนจงใจ ัเถิกปลดยื่นผ้าขาวม้าให้คล้ายโดนสะกด
“อะ ซั่นหน่ะ”
กระชั้นชิดัเถิกเคลิ้มด้วยอิทธิฤทธิ์มหานิยม อาคมเสน่ห์
ช่วงระยะยัดใส่มือัสวก ผ้าผืนยาวกลายเป็นงูเหลื่อมทันที
“โอ๊ย! -่ามึง ฮู้ว่ากูญ่าน กะเล่นแนวนี่เนาะ”
คำตัดพ้อาัสวก ี่รีบหดมือหนีไม่รับงูตัวเขื่อง
ต่างกินกันไม่ลง ในหมวดวิชาแต่ละคน ึ่ตาลุนและเสือหาญ
คัดสรรมอบบทสวดให้เป็นลู่ทางศึกษา ตามกมลสันดาน ถูกจริตส่วนบุคคลไป
“ไสหล่ะ ัแป ทีมึงแล้ว”
นึกว่าจะพ้น ัแปอุตส่าห์ยืนหลบหลังเพื่อน ๆ
“กูบ่มีหยัง มาสู้ดอกสู”
มันอิดออด ไม่รู้จะงัดอะไรมาอวดบรรดาคณะกลุ่ม
“เอ้า ัหนิ กูถ่าเบิ่งอยู่แมะ”
พอี่จะรู้ตัวยังล้าหลัง ัสวกกับัเถิกซุ่มฝึกปรือเพื่อการนี้
กะจะไม่เสียหน้า มีัแปคนเดียวไม่ได้เตรียมสิ่งใดเลย
“กูไปอ่านตำรามา ครูบาอาจารย์บอกไว้ บ่ให้อ้างกันหลายในวิชา”
มันเอาตรงข้อห้ามมาสนับสนุน พูดหลักการคำสั่ง
“แม่นควมมึงแป กูกะลืมคึด”
ทั้งัสวก ัเถิดเห็นด้วย กับตรรกะควรรักษามาตรฐาน
“ผู้เจ่าลายสือหล่ะ?”
ัสิมประการทราบฐานัดดรแท้จริง านั้นมันก็ปรับคำพูดให้สอดคล้องกับสถานะ
ไม่ขึ้นมึงขึ้นกู ยิ่งตระหนักในวัตถุแหวนวิเศษ นวนพคุณผู้มีบุญครอบครอง
ก่อนอบน้อมไม่กล้าเทียมรัศมี โดยไม่ต้องมีใครบังคับ มันเรียนรู้ด้วยตัวเอง
“ข่อยเบาะสิม สิเฮ็ดแนวกินให้หมู่ตั๊ว”
นึกไม่ออกเหมือนกัน ลายสือมองไปทางเรือนครัว
“มีพวงหมากเดื่อ เลยสิตำเมี่ยงสู่กัน”
เก็บมาาสวนหลังบ้านตั้งแต่เมื่อวาน ลายสือพูดขึ้น ชวนน้ำลายสอ
ภายในสหาย ึ่ไม่อยากให้มีช่องว่างซับซ้อน
ผ่านความเป็นความตายมาด้วยกัน ลายสือมันก็แค่คนธรรมดา
“เว้ามากะหิวพอดี”
กองหนุนคือัแป ถัดไปเป็นัหมกี่มันทำครกาหินใบแรกมาให้ทดลอง
รูปทรงคงแบบเดิมครกปั้นด้วยดินเผา มีสากไว้ใช้ตำ เฉกเช่นครกไม้ทั่วไป
หากครกหินของมัน รับประกันไม่มีวันแตกบิ่นแน่นอน
สมกับช่างคิด เอกลักษณ์แต่ละคนไม่เหมือนกัน.
*นครกาหลง เมืองสำคัญในตำนานการก่อตั้งอาณาจักรล้านช้าง
เป็นจุดเริ่มต้นของการขยายอำนาจของชาวลาว
ในภูมิภาคแม่น้ำโขงตอนบนและตอนกลาง ปัจจุบันคือลาวและไทย
*อชาตศัตรู เป็นพระโอรสของพระเจ้าพิม กษัตริย์แคว้นมคธ
ขณะพระมารดาทรงพระครรภ์ มีพระทัยปรารถนาจะเสวยพระโลหิตของพระเจ้าพิมพิสาร
พระองค์จึงใช้พระขรรค์แทงพระชานุ (เข่า) รองพระโลหิตให้พระนางเสวย
โหรได้ทำนายกาลอนาคต้างหน้า ว่าพระโอรสจะทำปิตุฆาต
พระนางพยายามทำลายพระโอรสในครรภ์ แต่ไม่สำเร็จด้วยพระเจ้าพิมพิสารห้ามไว้
เมื่อประสูติเลยได้พระนามว่า อชาตศัตรู ึ่แปลว่า ไม่ได้เกิดมาเป็นศัตรู
และในี่สุดเจ้าชายอชาตศัตรูก็คบคิดกับพระเทวทัต ฆ่าพระราชบิดาเพื่อชิงราชสมบัติ
ภายหลังเมื่อมีพระโอรสก็ทรงสำนึกถึงความรักี่พ่อมีต่อลูก
จึงกลับพระทัย ต่อมาทรงอุปถัมภ์บำรุงพระพุทธศาสนา
ตลอดมาและได้เป็นอุปถัมภกในการสังคายนา ครั้งี่ 1
*ปิตุฆาต (อ่านว่า ปิ-ตุ-คาด) หมายถึง การฆ่าบิดาของตนเอง
เป็นคำี่มาาภาษาบาลี (ปิตุ = พ่อ, ฆาต = ฆ่า)
และจัดเป็น “อนันตริยกรรม” หรือบาปหนักี่สุดในพระพุทธศาสนา
มีโทษทั้งทางโลก (กฎหมายประหารชีวิต) และทางธรรม (ตกนรก บวชไม่ได้)
*ชวเลข Shorthand คือ ระบบการเขียนี่ใช้สัญลักษณ์หรือตัวย่อแทนตัวอักษร
ถ้อยคำ หรือวลี เพื่อให้สามารถจดบันทึกได้รวดเร็วและทันกับการพูด
ึ่ช่วยให้บันทึกการประชุม รายงาน หรือคำอภิปรายต่าง ๆ
ได้อย่างแม่นยำ เป็นประโยชน์อย่างยิ่งในงานราชการ (รัฐสภา) การศาล
หรือการบันทึกข้อมูลสำคัญี่ต้องการความเร็วและละเอียด
โดยปัจจุบันยังคงมีการใช้และสืบทอดเป็นวิชาสำคัญในสายงานเลขานุการ
แม้จะมีเทคโนโลยีบันทึกเสียง แต่ชวเลขยังคงมีคุณค่า
และความสำคัญในฐานะทักษะเฉพาะทางี่ช่วยรักษาข้อมูลสำคัญ
ถือเป็นหลักฐานทางประวัติศาสตร์ได้ดี โดยเฉพาะในงานี่ต้องการความเร็ว ความแม่นยำ และความลับ
*ป๋อง ภาษาอีสาน แปลว่าฉลาด.
นิยายแนะนำ
นิยายแนะนำ
ความคิดเห็น
COMMENT
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ เพื่อสร้างประสบการณ์นำเสนอคอนเทนต์ที่ดีให้กับท่าน รวมถึงเพื่อจัดการข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์ที่ดีบนบริการของเว็บไซต์เรา หากท่านใช้บริการเว็บไซต์นี้ต่อไปโดยไม่มีการปรับตั้งค่าใดๆ นั่นเป็นการแสดงว่าท่านอนุญาตยินยอมที่จะรับคุกกี้บนเว็บไซต์และนโยบายสิทธิส่วนบุคคลของเรา
0.00
0.00









userA???
???? ??? ? ???? ?? ??