เรื่อง เชียงยืนฟื้นฮัก
เหมือนทุกอย่างดำเนินไปด้วยดี แต่ก็มีสิ่งมาขวางจนได้
มังคลาไม่ปล่อยให้ท้าวเทศ เชื้อพระวงศ์ที่ทำตัวออกห่างข้างฝ่าย
ก่อปรากฏการณ์ปลุกระดมราษฎรตามชนบท
ปุโรหิตดักทางด้านแง่อคติ หันมาสร้างความนิยม
สำหรับกันท่าบรรดาผู้เห็นตรงข้าม เอาตัวเองเป็นจุดศูนย์กลาง
ล่อมวลอยากยกระดับ กระชับมิตรต่อพวกศรัทธาตน
อ้างสร้างความดีด้วยทุนทรัพย์ ทวยเทพอวยพรให้ร่ำรวยยิ่งขึ้น
ทั้งชักชวนโดยการยกศักดินาลอย ๆ มอบแก่คนสนใจเข้าร่วม
แต่งตั้งประดับยศให้ด้วยหวังกำลังไพร่พล จากบุคคลหลงเชื่อ
ประเภทนึกว่าตนช่างมีวาสนา บุญหนักศักดิ์หนา พากันแสวงสถานะ
บ้างก็เป็นสานุศิษย์ ขนาดเปลี่ยนาานับถือ
กลายคล้ายจะเป็นสงคราม เมื่ออีกชุมชนคนพุทธ
หากไม่ยี่หระต่อคำวิจารณ์ มังคลากลบรัศมีองค์ราชาสมกับราคาที่แลก
เริ่มจากตนก่อนขบถขนบธรรมเนียมอันเคร่งครัด เส้นทางลัดเพื่อความเป็นใหญ่
บทพระเวทศึกษาเพื่อพิธีกรรมหลวง กิจซึ่งศักดิ์สิทธิ์มีผลต่อกษัตริย์
ต้องมลทิน เนื่องมังคลาแทรกวิชามารขานรับเอาอสูรเป็นพันธมิตร
เพื่อบรรลุเป้าหมาย เลยเกี่ยวข้องของอาถรรพ์
นานวันอาศัยร่างหุ่นเชิดขององค์เลอสรวง จวบจนสมดั่งต้องการ
ทรมานคืออชาตะ อึดอัดคับข้องใจ ไหนจะมีความลับสิ่งปกป้องเลือดเนื้อเชื้อไข
อีกยังเหมือนโดนมังคลา ข่มจนไร้ศักดิ์ศรีใด
โดยทำทีปล่อยผ่านเนื่องเหตุผลสำคัญ รอวันบุตรเติบโต
อริยะถูกเลี้ยงดูอย่างไม่เป็นที่สงสัย ในปราสาทไม่อนุญาตให้เข้าง่าย ๆ
จามรเทวีมีอิทธิพล ขุนรณชัยยอมให้ต่อพระนางในฐานะหญิงอันเป็นที่รัก
ความรู้สึกเหมือนกลืนไม่เข้าคายไม่ออก บอกใครไ่ไ้
สิ่งหล่อเลี้ยงบำรุงใจ คือพื้นที่สงวนส่วนตนสำหรับเป็นคนพิเศษของจามรเทวี
“ไส เอามาให้เบิ่งใกล้ ๆ ดู๊หละสู”
สิทธิเข้าออกได้ตลอดเวลา แค่ข้ามกำแพงมาเท่านั้น
วันนี้ก็เช่นกัน นำเอาของมาถวายจามรเทวีและขออุ้มทารก
อีปุนสังเกตยามเด็กดูดนมของอีเนียน แม่ลูกอ่อนน้องสาวอีนา
มีศักดิ์เป็นหลานอีใสข้ารับใช้อีกคน ที่ไปรับตัวมาเพื่อให้นม
อีเนียนบ่นปนเจ็บ เพราะฟันน้ำนมเด็กงอกออกเป็นเขี้ยวแหลม
พออีปุนเห็นหน้าขุนรณชัย มันจึงฟ้องในความผิดปกติ
อุ้มทารกส่งต่อให้พิจารณา พอรับมาสบตาขุนรณชัยตกใจในสภาพ
“ฮ่วย! มันแม่นแนวอยู่เบาะหละหนิ”
เป็นบุตรที่ไม่ใยดีนัก จามรเทวีวิจารณ์การมีเชื้ออสูร
“ลูกเวร มันกะเป็นจังซี่หล่ะ”
พระนางกล่าวโทษชาติกำเนิด ซึ่งน้อยคนจะรู้
อย่าว่าแต่อุ้มเลย พระนางแทบไม่เหลียวแล
แค่ตั้งครรภ์แล้วคลอดออกมา เพื่อเดิมพันอนาคต
สถานการณ์เห็นกันอยู่ ท่าจะยากหากทำการใดคงต้องอาศัยเวลา
อย่างน้อยเป็นหลักประกัน เผื่อใช้สำหรับภายภาคหน้า
ด้านขุนรณชัย มองเป็นมารหัวขนแต่จำทนไปก่อน
ตามจามรเทวีชี้ถึงประโยชน์ ถ้ามีเด็กไว้ในการต่อรอง
“หลีโตนสาเพคะแม่หยัว จังได๋กะลูก”
ถ้อยคำวอนเชิงขอร้อง อีปุนอาทรการเกิดมาของเด็กตาดำ ๆ
ล้วนมันผ่านเหตุการณ์ ซึ่งบางอย่างยากเกินจะอธิบายได้
หน้าที่ของมันคือดูแลทารก ไม่ให้ขาดตกบกพร่องก็พอ
“ใหญ่ขึ้นมา สิมักกินเลือดคึพ่อมันบ่น้อบาดหนิ”
หลุดคำพูดเจือกังวล พ่นจากปากจามรเทวี นึกย้อนตอนตนตั้งครรภ์ยังชอบลาบดิบ ๆ
สื่อถึงสิ่งควรทำอย่างไรดี มีเรื่องต้องให้คิดหนัก
ภายในตำหนัก ปรึกษาด้วยเก็บเป็นปริศนาเท่าที่รู้กัน
“บ่เหลือแหล่วเพคะ แข่วแหลมจังซี่”
อีเนียนเอ่ยขึ้น รู้สึกตอนฟันคมขบถัน มีเลือดซึมออกมา
ธรรมดาลูกของมันก็ยังไม่หย่านม เลยแบ่งคนละเต้า
หลายครั้งที่มันเผลอตีเอา เพราะทารกดูดเบา ๆ ก็เจ็บ
“ให้พวกสูหาเลือด-วย เลือดหมูให้มันกินโลด”
คนเป็นแม่พูดด้วยอารมณ์โกรธ จามรเทวีแสดงอาการรังเกียจ
“บ่ได่ดอกเพคะ คึดสาว่าเลี้ยงเกียเอาบุญ”
อีใสนึกสงสารทารกที่ไม่รู้ประสาอะไร เลยพูดออกมาจากใจ
“จังซั่น มึงกะแง่งกันเอาเอง”
ทรงสะบัดเสียงบอก ก่อนก้าวไปในห้องบรรทม
สายตาจ้องจังหวะอยู่ ขุนรณชัยรีบคืนห่อผ้าทารกให้อีปุน
“กูมีแนวสิเว้ากับองค์แม่หยัวพอดี”
เอ่ยเหมือนเกริ่น แล้วเดินตามเสด็จทันที
ทิ้งให้บ่าวไพร่มองตาปริบ ๆ นึกนินทาในใจเกี่ยวกับพฤติกรรมที่หมิ่นเหม่
...กล่าวถึงหมู่ั ระยะมีผู้ยกย่องจนลำพองตน
ยามจะปรากฏตัวตรงไหน มีขบวนแห่หามต้อนรับ
ลูกสาวบ้านไหนได้เข้าใกล้ พากันถูกใจพร้อมร่วมภิรมย์
เนื่องความนิยมในะ ตรรกะอยากปรับระดับตน
ท่ามกลางความเป็นอยู่ที่หรูหรา ภาพพจน์สมค่าคบค้า
บรรดาชนชั้นสูงจึงห้อมล้อม หอมกลิ่นเทวดาเจรจาฟุ้งเฟ้อ
หล่อหลอมให้เชื่อมั่น ไม่มีวันอับจนข้นแค้นหากได้สัมพันธ์
และไม่ใช่ข้อจำกัด*สมณะพราหมณ์ แ่าได้ไม่ขัดหลักใด
ฝูงบรรดานิยมชมชอบต่างแย่งกัน ขั้นที่ว่าจ่ายด้วยเงินตราสินบนก็ยอม
แลกกับได้มาร่วมว่านวงศ์ตระกูล เพิ่มพูนหน้าตาทางสังคม
พลอยทำให้ผองพรตพยอง เพราะผู้คนให้ความสำคัญ
ไม่ต่างจากมังคลาปุโรหิต หัวหน้าคณะพราหมณ์ในยามนี้
ก่อนเคยรังเกียจเหล่าขุนนาง ซึ่งคอยถือหางฝั่งขุนรณชัยข้าราชการใหญ่
ครั้งพอสิ้นบารมีคู่อริ กรณีต่อว่ามังคลาทำของใส่
ในช่วงขณะอชาตะอสูร สวมครองร่างองค์เลอสรวงแล้ว
คดีจะเอาเรื่องให้ถึงที่สุดของขุนรณชัย อุตส่าห์ทูลฟ้องต่อหน้าพระพักตร์เพื่อสะสาง
สุดท้ายก็โดนปัดตกไป หนำซ้ำถูกมองเป็นสิ่งไร้สาระ
ทั้งนี้เนื่องน้ำหนักตัดสิน เอนเอียงมาทางมังคลา
เลยพ้นข้อหาโดยพระราชาเข้าข้าง ตั้งแต่นั้นมาขุนรณชัยหมดวาสนาชูคอ
ไม่าากู้หน้า พวกพ้องพากันตีตัวออกห่าง
ทยอยเข้าหามังคลา จนไม่เหลือใครในสังกัดสำหรับขุนรณชัย
เมื่อเหยียบขุนนางไว้ใต้ฝ่าเท้า ปุโรหิตพราหมณ์แก้ไขลัทธิใหม่
วางนโยบายขจัดครรลองเดิม ๆ ออกจากวิถีชาวประชาอย่างเด็ดขาด
อาทิ เช่น เรียกเก็บค่าหัวแลกกับเป็นไทอิสระ ชนิดขูดรีดไม่เว้นชนชั้นรากหญ้า
บีบให้ใช้แรงงานทดแทน ภาระที่ต้องรับผิดชอบในนามราษฎร
ถูกต้อนเป็นขี้ข้า รับใช้ราชสำนักแทบไม่มีเวลาเป็นของตัวเอง
ส่วนพ่อค้าวานิช ต้องหักชักเบี้ยเสียค่าฤชาเข้าคลัง
อีกทั้งประกอบสัมมาอาชีพพอมีอันจะกิน จำเป็นส่งส่วยให้รัฐตัดเข้าหลวงทุกปี
ประมวลผลตีตราออกบัญญัติ ถ้ากล้าขัดขืนไม่พัฒนาเป็นผู้เจริญ
จะถูกยัดเยียดอาญาหนัก ปรปักษ์ต่อแผ่นดิน
ความเปลี่ยนแปลงที่เหมือนโดนบังคับ ย่อมสร้างวิบัติหากไม่สมัครใจ
แต่สำหรับมังคลาไม่ตระหนัก เพราะถึงอย่างไรก็ควบคุมอำนาจได้
อชาตะเหมือนเป็นของตาย จะชี้ไปทิศทางไหนได้ดั่งใจ
องค์เลอสรวงตัวปลอม พร้อมยินยอมคล้อยตาม
โอกาสของมังคลามาถึง จึงเอาคืนเต็มที่กับทุกคนเคยแค้น
พอแยกออกจากปราสาทราชวัง ยังอีกสถานที่หนึ่งเทวาอาราม
แหล่งรวมจารีตซึ่งอวดมั่งมี บ่งบอกความภูมิฐาน
องค์เทวรูปหล่อด้วยทองคำ ตั้งเรียงรายให้บวงสรวงตามลักษณะความเชื่อ
จำนวนผู้ที่จะเข้ามากราบไหว้ ต้องประเภทจ่ายค่าบูชาราคาสูง
ด่านคัดกรองมวลเศรษฐี ถึงจะได้ย่างกรายบริเวณ
โหมเชื้อเพลิงให้ลุ่มหลง ตกแต่งดุจวิมานชั้นสวรรค์ เหมาะต่อบุคคลมีเกียรติเท่านั้น
ชาวบ้านสามัญไม่อนุญาตให้เฉียดใกล้ เทวาลัยจึงเป็นสัญลักษณ์แห่งความรุ่งเรือง
ตรงข้ามฉากเบื้องหลัง มังคลาใช้สถานที่บำเรอตน
กิเลสมั่วสุมคือสตรีที่เต็มใจสนองใคร่ให้เชยชม
เทียบกับนางในสนมขององค์ราชา มังคลาก็ไม่น้อยหน้านัก
...ทางท้าวเทศได้พาบักลายสือ และคาราวานเกวียนออกผจญภัยโลกกว้าง
สร้างกระแสเห็นใจในชะตา เพราะปากต่อปากเล่าต่อ
ประวัติอันหลบซ่อน ในตอนนี้เปิดเผยสู่สาธารณะ
ประการคือทายาทโดยตรง จนโดนสั่งฆ่าจากเบื้องบน
สิ่งรับประกันวัตถุพารอด นวโลหะมงคลแหวนวิเศษ
มีจารึกในหลักฐานผู้สืบสันติวงศ์ ใช้เป็นเครื่องหมาย ทั้งนี้ง่ายต่อระบุตัวตน
ความแยบยลซึ่งทุกสมัยดำรงไว้ ตามกฎมณเฑียรบาล
ข่าวที่กระตุ้นความแตกตื่น สักวันจะฟื้นสิทธิให้ทุกคนมีส่วนร่วมการปกครอง
นับตั้งแต่ขีดคะแนนเลือกผู้อภิบาล รักษาผลประโยชน์แก่ประชาชน
จากนี้ไปไม่มีทาสไม่มีไพร่ จะมีแต่คนทำมาหากิน
*ใครใคร่ค้าช้างค้า ใครใคร่ค้าม้าค้า ใครใคร่ค้าเงือนค้าทองค้า
ให้เสรีด้านการค้าขายเต็มที่ ใครขยันย่อมมีทางสร้างฐานะ
ดีกว่าการเป็นโจรคอยปล้นกินไปวัน ๆ อันไร้ศักดิ์ศรี
แรงผลักดันทำให้ผู้คนหลั่งไหล ทำสัญญาลงชื่อเป็นสมาชิก
วางแผนยกเลิกวัฒนธรรมแบ่งแยก ให้ค่าประชาชนสมควรมีราคาเสมอภาค.
*ัพราหมณ์าาแ่ามีครอบครัวได้
ตามหลักาาฮินดู ซึ่งต่างจากพระสงฆ์ในาาพุทธ
โดยพราหมณ์ถือเป็นะพราหมณ์ที่มีหน้าที่ทำพิธีกรรม
ไ่ไ้ถือศีล์แบบัในาาอื่น
าาใช้ชีวิตเืได้าปิ ซึ่งในีมักแ่าภายในะเดียวกัน
*ใครใคร่ค้าช้างค้า ใครใคร่ค้าม้าค้า ใครใคร่ค้าเงือนค้าทองค้า
เป็นข้อความจากศิลาจารึกพ่อขุนรามคำแหงมหาราช (หลักที่ 1) สมัยสุโขทัย
หมายถึงการส่งเสริมการค้าเสรี ให้ประชาชนมีอิสระในการทำมาค้าขายได้อย่างเต็มที่
โดยเจ้าเมืองไม่เก็บภาษีผ่าน (จกอบ) ทำให้เศรษฐกิจรุ่งเรือง
และประชาชนมีความสุขถ้วนหน้า จากนโยบายนี้.
นิยายแนะนำ
นิยายแนะนำ
ความคิดเห็น
COMMENT
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ เพื่อสร้างประสบการณ์นำเสนอคอนเทนต์ที่ดีให้กับท่าน รวมถึงเพื่อจัดการข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์ที่ดีบนบริการของเว็บไซต์เรา หากท่านใช้บริการเว็บไซต์นี้ต่อไปโดยไม่มีการปรับตั้งค่าใดๆ นั่นเป็นการแสดงว่าท่านอนุญาตยินยอมที่จะรับคุกกี้บนเว็บไซต์และนโยบายสิทธิส่วนบุคคลของเรา
0.00
0.00









userA???
???? ??? ? ???? ?? ??