เรื่อง เชียงยืนฟื้นฮัก

ติดตาม
ตอนที่ 46 ราตรี
ตอนที่ 46 ราตรี
  • ปรับสีและขนาดตัวอักษร

  กองเ๷๭ี๶๞แถวเรียงราย จุดหมายคือขามแก่นแดนคูน


เมืองขึ้นของเขตราชปกครอง ในสังกัดศรีจนาศะ


ภูมิศาสตร์แอ่งกระทะโคราช ถิ่นแคว้นแถบรอยต่อ


จากบ้านลาดกุดยางใหญ่ เมืองมหาสารคาม


แหล่งของเสือหาญกู่บ้านภารแอ่น ตระเวนคืบคลานขยายอุดมการณ์


หวังแยกตัวเป็นรัฐอิสระ ไม่ขึ้นตรงกับเจ้าหลวงองค์ใด


อันนโยบายโดยประชาชนมีสิทธิ์เลือกคน มารับตำแหน่งผู้รักษาการบ้านเมือง


ทดแทนบริหารแบบเดิม ๆ ที่เคยทำนับศตวรรษ


ขบวนความคิดของท้าวเทศกับท้าวฟ้าฟื้นหรือนามเก่าลายสือ


เพื่อหลุดจากระบบผูกขาด ยุคเทวาธิราชปกครอง


ทั้งที่ท้าวเทศและบักลายสือ พื้นเพชาติกำเนิดมาจากชนชั้นศักดินาทั้งคู่


หากแต่วิถีชีวิตต้องเจออุปสรรค  โดนเอารัดเอาเปรียบ


เหยียบให้จมภายใต้อำนาจ ดุจไร้ตัวตนจนไม่มีที่จะอยู่


เลยหันหาทางสู้ สร้างหมู่คณะราษฎรขึ้นมา


ต้นเหตุจากโศกนาฏกรรมเข่นฆ่าเยาวชน จากโองการบิดาสั่งฆ่าลูก


ตามคำพยากรณ์ที่ทำนายเกณฑ์ชะตา นัยยะเชิงว่าลูกที่เกิดมาจะฆ่าบิดาซะเอง


ในลักษณะล้มล้าง จึงต้องกำจัดก่อนลืมตาดูโลก


เด็กชายลายสือพลอยติดร่างแห ก็แค่มันประสงค์หาทุนทรัพย์


เบี้ยอัฐแลกวัวคู่ มอบให้กับแม่เพื่อตอบแทนบุญคุณและสร้างฐานะ


จำเป็นเกี่ยวข้องกับการนี้ แม้จะพยายามเก็บตัวเงียบ ๆ


ตามที่องค์หญิงคาระปง ทรงแลเห็นเส้นทางปลอดภัยเอาตัวรอด


ตั้งแต่ถูกตามล่า นางจึงปกปิดเลือกใช้ชีวิตเป็นชาวบ้านธรรมดาในนามคำปง


ท้ายแล้วยังต้องวกวนกลับมาพบกัน ประหนึ่งลิขิตแถน


แม้นหลีกก็ไม่พ้น ดวงคนมันจะนำอาณาจักรรุ่งเรือง


โดยมีวัตถุมงคลหนุน เอกนพคุณสื่อถึงวาสนาพาไป


สอดคล้องให้เจอกับญาติท้าวเทศ ผู้ซึ่งเหลือทนจนแหกกบฏ


ดำรงชีพตามครรลองหน้าที่ ในเมื่อคุณค่าไม่มี


ผิดตรงทำความดีเท่าไรไม่เป็นผล เพราะขัดหลักจริยธรรมตามคติ


ตัวท้าวท่านใยยังจะหลับหูหลับตาทำต่อ จึงขอพอแค่นี้


ตัดสินใจแยกออกมาจากราชสำนัก ตั้งตัวเป็นปรปักษ์รักษาผลประโยชน์ชาวบ้าน


ลุ่มน้ำชีดั้นด้นขึ้นทางทิศเหนือ ระยะแวะพักกลางทางเสียก่อน


คืนพระจันทร์เต็มดวง ได้นัดหมายบุคคลที่จะมารวมตัว


แถวบริเวณหนองน้ำใหญ่ *กู่บ้านหัวบึง แหล่งพิกัด


คบเพลิงถูกจุดให้แสงสว่าง ลานกว้างหลังจากกินข้าวปลาเสร็จสรรพ


ทุกคนมานั่งรอบรรดาที่จะมาสมทบ ในยามราตรีนี้


  “อีหลีบ่น้อ? สิมาเป็นพวก”


ตาลุนพูดกับเสือหาญ ถามถึงความแน่ใจยังกลุ่มใหม่


ที่ไม่เคยรู้จัก แต่เจตจำนงประสงค์เข้าร่วมขบวนการ


  “เจ่าถ่าเบิ่งก่อน อ้ายลุน”


เพราะได้รับการติดต่อผ่านเสือหาญ ว่าชาวบ้านถูกทางการเรียกตัวเข้าวัง


เพื่อเอาไปเป็นทาสใช้สอยในเทวาอารามของมังคลา


เลยพากันต่อต้าน ไม่ยอมทำตามคำสั่งหลวง


นับถือพุทธะมาตลอด จำต้องถูกบีบให้เปลี่ยนเป็นสาวกพราหมณ์


หากคิดในแง่เปิดกว้าง ทุกศาสนาสอนให้เห็นคุณความดี


ติดตรงสืบทอดตามบรรพบุรุษ ที่ยึดหลักธรรมะใช้กับวิถีดำเนินชีวิต


สอดคล้องบริบทกับชุมชน จึงไม่ทนในสิ่งโดนปฏิบัติจากรัฐ


ลัทธิของปุโรหิตผู้เน้นพิธีกรรม ให้ความสำคัญต่อทวยเทพมวลศักดิ์สิทธิ์


*พราหมณ์และพุทธ จุดเริ่มต้นมาจากอารยธรรมเดียวกัน


ต่างวิวัฒนาแทรกซึมสู่ภูมิภาค ตามศรัทธาคนแต่ละท้องถิ่น


วิถีราษฎรในชนบท คุ้นเคยพระมากกว่าพราหมณ์


ครั้งจะชักชวนหันเห ย่อมยากต่อทัศนคติพื้นเดิม


จึงเป็นที่มาของการค้านข้อบัญญัติ พอข่าวแพร่สะพัดเรื่องผู้มีบุญ


เดินทางสะสมพวกพ้อง จึงติดต่อเสนอขอเข้าเป็นสมาชิก


  “กูบ่ค่อยคักใจปานได๋ หาญ”


ด้านท้าวเทศเองระแวง เกรงจะเป็นแผนล่อ


เพราะตลอดทาง เจอสารพัดรูปแบบอุปสรรค


พักหลังชักระวังตัว จนสงสัยใครจะเข้าหาเพื่ออะไร


  “จังซั่น ข่อยกะจักสิว่าจังได๋หละท้าวท่าน”


รู้แค่ชื่อเสียงโจรหนาด ปล้นแล้วฆ่าอาญาหนัก


ส่วนตนอดีตร้ายไม่ใช่ย่อย ยังกลับตัวทันถ้าได้โอกาส


คิดเท่านั้นเสือหาญจึงอยากช่วย ด้วยวิธีประสานให้ได้มาพบปะ


ขณะคุยกันมีคนเดินมาใกล้ เป็นชายร่างสูงใหญ่ใบหน้านิ่ง


  “ถ่าโดนบ่”


ยิงคำถามแรก โจรหนาดเปิดยิ้มผูกมิตรทักทาย


  “ไสว่ามีผู้มานำหลาย เจ่าคนเดียวนี่เบาะ


เสือหาญถามด้วยความแปลกใจ ไฉนเขียนในสารส่งบอกมีคนมากมายเป็นสมุน


  “เอาสาถ่อน ข่อยขอเว้ากับเจ้านายท้าวเทศก่อน”


สมกับใจกล้าโจรป่าอุตส่าห์มาเจรจาด้วย จึงเข้าเรื่อง


ยืนดูกิริยาท่าทางอยู่ ท้าวเทศพูดขึ้น


  “มีเฮืองหยัง มึงเว้ามาโลด”


จากแต่ก่อนเป็นตัวแทนองค์เลอสรวง เยี่ยมเยือนราษฎรที่ห่างไกล


บัดนี้สถานะเปลี่ยนไปอยู่ฝ่ายตรงข้าม เลยไม่ต้องมีวิธีรีตองกันให้มากเรื่อง


  “กราบขมาเด้อท้าวท่าน ข่อยมันคนสามัญ เว้ากันโต้ง ๆ ต่อหน้า”


ไม่น่าเชื่อว่าโจรหนาด จะมีสัมมาคารวะเอ่ยขึ้นทั้งพนมมือไหว้ประกอบ


  “คั่นว่าได่มาเป็นลูกน้องแล้ว อย่าหักหลังข่อยเด้อ”


ถ้อยคำที่พูดเหมือนกับขอร้อง จนต้องหัวเราะเพราะแทนที่ตนจะโดนกระทำ


  “เออ ๆ ๆ กูสัญญา สิบ่ส่งมึงเข้าคุกตะราง”


ท้าวเทศจึงให้คำมั่นรับประกันความร่วมมือ


ไม่เท่านั้นโจรหนาดยังขออีกอย่าง เพื่อความเชื่อใจ


  “ให้น้ำเป็นพยานขอสาบาน กินเข้าไปแล้ว ขั่นผิดคำเว้า ให้ตกนรกหมกไหม้”


ชูกระบอกไผ่บรรจุน้ำที่สะพายมา ยกขึ้นดื่มต่อหน้าทุกคน


ประกาศสัจจะโจรกับคณะ เป็นอันจบขั้นตอนธรรมเนียม


  “บัก-่า มึงมีหยังกะฟ้าวโสมาเถิน”


อายุตาลุนอาวุโสสุด รีบเร่งให้พูดออกมาว่าจะเอาอย่างไร


หันมายกมือไหว้เนื่องกิตติศักดิ์ด้านอาคม เก่งเล่นแร่แปรธาตุ


เรื่องราวเคยได้ยินบ้าง ที่ลือขานภายในหมู่โจรชอบฟังตำนาน


  “แนวมากะคึเว้าบอกเสือหาญทางจดหมายน้อย”


เล่าถึงความเป็นไป อันเป็นใครก็เดือดร้อนในตอนนี้


แม้กระทั่งโจรซึ่งครัวเรือนที่จะปล้น แทบไม่มีกิน


ทรัพย์สินถูกหลวงริบ ถ้าร่ำรวยเกินขีดจำกัด


ความอัตคัดเกิดขึ้นทุกหย่อมหญ้า เลยพิจารณาทำมาหากินยากขึ้นทุกวัน


โจรหนาดเห็นช่องทางวางมือ หาอาชีพที่ถนัด


เพียงแต่คนในสังกัดจำต้องเลี้ยงดูต่อเนื่อง จึงเปลืองข้าวปลามากโข


อันจะให้ทิ้งกันก็คงยาก เพราะภาระหัวหน้าโจรมวลแบกอยู่


ส่วนตนเองเห็นควรเส้นทางเดินใหม่ ต้องมีที่คุ้มกะลาหัว


เลยไม่กลัวเข้าหาพึ่งบารมี เผื่อภายภาคหน้าจะได้อาศัย


ใจจริงอยากปลดระวางการเป็นโจรเถื่อนไปในตัว


ดูจากซุ้มเสือหาญยังกล้าเปลี่ยนแปลง คงเนื่องปรับตามกระแสสังคมจึงอยู่รอด


จะมีใครอยากชั่วตลอด โจรหนาดก็เช่นกันถ้าสักวันมีผู้ฉุดขึ้นจากตรงนั้น


  “ฮิมาเป็นพวกกู แล้วมึงสิมีม่องยืน บ่ต้องญ่านไผ”


วัดใจกันในประโยค ท้าวเทศเห็นโจรยังพอมีดี


ทุกอย่างง่ายกว่าที่คิด โจรหนาดเดินมาลำพังหยั่งเชิง


เมื่อได้การตอบรับไม่ติดตรงไหน เลยคลายใจ


หันหลังส่งสัญญาณเรียกเหล่าบรรดาแนวหลังซึ่งซุ่มดูลาดเลา


  “ออกมาสาสู หมู่เฮาพวกเดียวกันแล้ว”


จบเสียงตะโกน ผู้คนหลั่งไหลก้าวมายังบริเวณจนเนืองแน่น


  “ฮ่วย ๆ คึมะหลายคักแท้”


นายผารงพ่อของบักแป อุทานกับจำนวนร่วมสามร้อยชีวิต


ชาย หญิง ลูกเล็กเด็กแดง ทั้งหมดหมู่บ้านที่ปรากฏตัว


  “เอาน๊า ดีกั่วมีตะซุมเฮา”


นางอุไรกระทบไหล่ผัว พลางขยับเข้าไปถามไถ่ไทบ้านโจร


ได้ทำความรู้จักกันฉันท์เพื่อนมนุษย์ ต่างบอกชื่อแลกกัน


ราตรีแห่งมิตรภาพก่อความสามัคคี เริ่มมีเพิ่มมาเรื่อย ๆ


หลักร้อยหลักพัน จนนับไม่ไหวกับมวลที่สมัครใจเข้าขบวน


ชาวบ้านชาวช่องต่างชวนกันขอเข้าสมาคมล้มเจ้า


คราวได้ระดมความคิดเห็น เมื่อถามถึงสิ่งใดแสดงให้รู้


ว่าหมู่เหล่าเป็นฝ่ายเดียวกัน ท้ายปรึกษาลงมติ


ให้ตีตราสัญลักษณ์*สักยันต์ตรงข้อมือ ตัวอักษรมงคลเล็ก ๆ พอสังเกตได้


จุดผ่านแดนตามแคว้นไกล มักมีจำพวกดักซุ่มเพื่อชุมนุมฟังคำปราศรัย


ในป่าหรือข้างหนองริมบึง ล้วนตั้งใจเผยทัศนะมวลชน


ปลุกความเท่าเทียม ขัดกติกาถือวรรณะแบ่งแยก


...“เมื่อยบ่อ้าย”


คำทักเมื่อเดินสวนกัน รจนาเอ่ยก่อน


  “เจ่าหล่ะ เป็นจังได๋?”


มันยิ้มให้ถามคืน ฝืนความก่อกวนภายในใจ


เมียเอกนางมาลาติดตามผัวท้าวเทศ ขนกันมาทั้งสาโรจน์กับรจนาลูกสองคน


ส่วนคำปงไม่ห่างลูกชายอีกแล้ว หัวอกมารดานางยืนยันจะคอยอยู่เคียงข้างเสมอ


ไม่ว่าเจอทุกข์หนักเพียงใด ยังมีนายผารงกับอุไร พ่อแม่ของบักแป


บางอย่างต้องอาศัยผู้ใหญ่ เด็ก ๆ เลยมีกำลังใจสู้ต่อไป


ยืนพื้นตาลุนกับเสือหาญ เป็นทั้งอาจารย์และคอยปกป้องคุ้มภัย


งานหน้าเวทีใช้วาทะส่วนใหญ่ เป็นของท้าวเทศกับลายสือ


ภารกิจถ้อยทีถ้อยอาศัยซึ่งกันและกัน จนขยายวงกว้าง


ลำพังเด็กไม่กี่คน ผจญภัยฝ่าฟันขั้นมีฝูงชนนับไม่ถ้วนเข้าเป็นพวก


แผนกเอกสารทะเบียนรายชื่อ ได้รจนาพาทำรวบรวมเป็นหลักฐาน


  “กะซำบายดี”


รอนแรมมาก็มีบ้าง พักตามรายทางไปทั่ว หรือบางทีแวะที่กันดาร


สำหรับรจนาไม่ถือว่าลำบากอะไร ในเมื่อคนอื่นอยู่ได้ ตัวเธอย่อมอยู่ได้เช่นกัน


ถึงจะเกิดในตระกูลชนชั้น หากเลือกแล้วที่ต้องเผชิญต้องรู้จักปรับตัว


จึงผ่านมาได้ไม่เป็นปัญหา ช่วงเอ่ยสนทนาสาโรจน์น้องชายรจนา


ได้เดินมาด้วยท่าทางเหลียวหน้าเหลียวหลัง แอบกระซิบเบา ๆ


  “พาข่อยไปโท่งแหน่”


เช้าตรู่ของวัน ท้องไส้ปั่นป่วนอยากระบายกากอาหารที่กินไปเมื่อคืน


  “ซั่นน่ะ เอื้อยสิพาไป”


น้องชายตัวดีรีบเอ่ยพูด


  “ข่อยสิให้อ้ายลายสือ พาไปแมะ”


สนิทกันขั้นวางใจ ถึงออกปากขอความช่วยเหลือ


เข้าจูงแขนน้อง รจนาเลยดุเอา


  “อย่ากวนเพิ่นแถะ ป่ะเฮาญ่าง”


ยืนนิ่งจึงขยับเรียก“อ้ายสิพาสาโรจน์ไปเอง”


ไม่อยากรบกวน เกรงใจในสิ่งน้องชายไหว้วาน มันใช่ที่ไหนกัน


  “บ่ให้ยากนำดอก มาทางพี้น้องหล่า เอาเสียมก่อน”


เด็กชายถูกลากโดยพี่สาวจะพาไปหยิบอุปกรณ์ใช้ขุดหลุม


มีลายสือเดินตาม พร้อมอาสาอย่างเต็มใจ


  “บ่เป็นหยัง มากับอ้ายโลด”


ที่ปวดอยู่ยืนบิดเกร็ง มองสองคนแย่งกันเสมือนว่าภารกิจสำคัญ


  “โอ๊ย! รำรีรำไรหลาย ข่อยบ่อดแล้วเด้อ”


จบประโยคสาโรจน์หลุดคำ วิ่งถลาจะหาพุ่มไม้บัง


ปล่อยให้ลายสือกับพี่สาว รจนามองตากันขำ ๆ ในอาการ


ช่างเป็นการวุ่นวาย จนเด็กชายทนไม่ไหวขี้แตกใส่กางเกงเพราะปลดไม่ทันนั่นเอง.


*กู่บ้านหัวบึง หรือนิยมเรียกว่า “กู่แก้ว” ตั้งอยู่ในวัดกู่แก้วสามัคคี


ปัจจุบันคือบ้านหัวสระ ต.ดอนช้าง อ.เมือง จ.ขอนแก่น


เป็นโบราณสถานอโรคยาศาลสมัยศตวรรษที่ 18 (วัฒนธรรมขอม-บายน)


สร้างด้วยศิลาแลง ประกอบด้วยปราสาทประธานและบรรณาลัย


หันหน้าทิศตะวันออก ขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานสำคัญของชาติแล้ว เมื่อปี 2525


*พราหมณ์และพุทธ มีความแตกต่างที่รากฐาน


โดยพราหมณ์เชื่อในพระเจ้าผู้สร้าง (เทวนิยม) และใช้พิธีกรรม


ส่วนพุทธเน้นการพึ่งตนเอง หลักเหตุผล และการดับทุกข์ (อริยสัจ 4)


แม้พุทธจะเกิดในสังคมพราหมณ์และมีแนวคิดเรื่องกฎแห่งกรรมหรือเวียนว่ายตายเกิดเหมือนกัน


แต่พุทธปฏิเสธเรื่องวรรณะและพระเจ้าดลบันดาล


*การสักยันต์มีมาก่อนอาณาจักรสุโขทัย โดยต้นแบบน่าจะมาจากขอม


ในขณะที่ขอมยังครอบครองดินแดนสุวรรณภูมิเมื่อประมาณ ๑,๔๐๐ ปีที่แล้ว


อักขระและลวดลายที่ใช้สักกันนั้นเป็นแบบอักษรขอม และใช้ภาษาบาลีเป็นส่วนใหญ่


กล่าวกันว่าลายสักของไพร่ในสมัยอยุธยา ถึงรัตนโกสินทร์ตอนต้น (ช่วง การสักเลก)


คือเครื่องหมายสังกัดที่สักบริเวณข้อมือ ท้องแขน หรือหลังมือ


เพื่อระบุชื่อมูลนาย กรมกอง และที่อยู่ สำหรับใช้ควบคุมแรงงานชาย


ไม่ใช่การสักยันต์เพื่อความสวยงามหรือความเชื่อ


แต่เป็นทะเบียนพลที่เปลี่ยนไปในแต่ละรัชกาล.


(อ้างอิงจากวิกิมิเดีย ค้นในเอกสารกรมศิลปากร)

ตอนต่อไป
ตอนที่ 47 ราคา

นิยายแนะนำ

นิยายแนะนำ

ความคิดเห็น

COMMENT

ปักหมุด

© สงวนลิขสิทธิ์ 2017 Glory Forever Public Company Limited( Kawebook.com )

Glory Forever Public Company Limited ( Kawebook.com )
ที่อยู่ : 20 หมู่ที่ 6 ตำบลพันท้ายนรสิงห์ อำเภอเมืองสมุทรสาคร จังหวัดสมุทรสาคร 74000
เวลาทำการ : 08 : 00 - 18 : 00 จันทร์ - เสาร์
e-mail : contact@kawebook.com

DMCA.com Protection Status

เริ่มต้นเผยแพร่ผลงาน

เริ่มต้นเป็นนักเขียนออนไลน์ เขียนเรื่องราวที่ประทับใจ สร้างเนื้อหาที่เป็นประโยชน์ และแบ่งปันประสบการ์ดีๆ กับผู้คนทั่วโลก kawebook.com เป็นโอกาส เป็นสื่อกลาง และยังเป็นอีกหนึ่งช่องทาง ในการสร้างรายได้ให้กับนักเขียนมืออาชีพ และนักเขียนมือสมัครเล่นจากทุกมุมโลก เพียงสมัครเป็นสมาชิกเว็บไซต์เพื่อเขียนหนังสือ การ์ตูน หรืออัพโหลดอนิเมชั่น ที่เป็นผลงานของท่าน และเผยแพร่ผลงานสู่สาธารณชน

© สงวนลิขสิทธิ์ 2017 Glory Forever Public Company Limited ( Kawebook.com )

© สงวนลิขสิทธิ์ 2017 Glory Forever Public Company Limited ( Kawebook.com )

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ เพื่อสร้างประสบการณ์นำเสนอคอนเทนต์ที่ดีให้กับท่าน รวมถึงเพื่อจัดการข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์ที่ดีบนบริการของเว็บไซต์เรา หากท่านใช้บริการเว็บไซต์นี้ต่อไปโดยไม่มีการปรับตั้งค่าใดๆ นั่นเป็นการแสดงว่าท่านอนุญาตยินยอมที่จะรับคุกกี้บนเว็บไซต์และนโยบายสิทธิส่วนบุคคลของเรา