เรื่อง เชียงยืนฟื้นฮัก
นึกหรือว่าจะรามือไปสักพัก ไม่ใช่เลยสำหรับมังคลา
พอถึงจุดสูงสุดก็ยังคิดล้มคู่อริฝั่งตรงข้าม ให้สิ้นเสี้ยนหนาม
ที่ทราบกันอยู่ในหมู่ผู้ขัดขวาง ชัดเจนคงเป็นจามรเทวี
ซึ่งแสดงออกทางกิริยา ไม่ชอบหน้าปุโรหิต
ยามมีราชกิจฝ่ายใน พระนางจัดการทั้งหมด
ไม่ให้มวลพราหมณ์เข้ามายุ่งเกี่ยว เลยเป็นที่มาให้มังคลาโกรธเคือง
ตั้งแต่ทรงตั้งครรภ์ก็มีเจตนาหาพวกพ้องอีกคณะลัทธิ
โดยให้ความสำคัญใช้สอย ข้ามหน้าข้ามตาตน
พอมาครั้งนี้พระนางใช้สิทธิ์มเหสี เข้าเฝ้ากราบทูล
ขอให้เสด็จไปหาบ้าง ปราสาทคิมหันต์เอาไว้พักร้อน
รอคอยราชาหาความสำราญตามพระทัย คำจามรเทวีอ้อนวอน
คนกลางนั่งฟัง อชาตะทำใจลำบากเพราะโดนห้ามโดยมังคลา
สาเหตุไม่อยากให้ใครล่วงรู้ลึกถึงตัวตน ที่สิงอยู่ภายในร่างองค์เลอสรวง
เลยตัดปัญหาไม่ให้ไปมาหาสู่ใคร อชาตะจึงได้แต่อึดอัด
อันทำอะไรไม่ถนัดเสียทุกอย่าง พลอยเก็บเงียบสุมอยู่ภายในใจ
แต่มังคลาหารู้ไม่ ทางด้านจามรเทวีใช้วิธีบีบให้อชาตะเองต้องสารภาพ
ด้วยกระจ่างธาตุแท้ แม้จะเป็นอสูรก็ยังรู้สึกผูกพันในสายเลือด
ขั้นยอมหักหลังมังคลา เมื่อขึ้นชื่อว่าบิดา อชาตะเปิดเผยความจริงทั้งหมด
สิ่งจามรเทวีกุมความลับ ล้วนก็ผลประโยชน์ต่อพระนาง
เลยมองข้ามสำหรับค่าของมังคลา เป็นได้แค่โหรหลวง
ถ้าสักวันพระนางกับขุนรณชัยหมดความอดทน ก็จะเปิดโปงทุกอย่าง
ต่างฝ่ายต่างประเมินกัน ในทางมังคลาเตรียมข้อหาให้แล้ว
ไม่ต้องรอถึงวันหน้า เนื่องเวลาเหมาะโอกาส
มังคลาไม่พลาด เอ่ยขัดบทสนทนาระหว่างจามรเทวีกับองค์เลอสรวง
“แม่หยัว บ่ต้องฮ้อนฮน พ่อหลวงทรงกำลังยากปราบพวกหัวแข็งอยู่”
ถ้อยคำฟังดูคล้ายปลอบ แต่แฝงความนัยไว้ด้วย
เชิงแจ้งข่าวว่าขณะนี้ ท้าวเทศกระด้างกระเดื่องต่อสถาบัน
จำเป็นเร่งกำราบให้ราบคาบเสียก่อน แล้วค่อยพูดเรื่องส่วนตัว
“ตั้งโดนแล้ว คึเฮ็ดหยังมันบ่ได่”
จามรเทวีพาลหงุดหงิดใส่ ที่มังคลากล่าวพูดประเด็นสอดแทรก
รู้อยู่กรณีนี้ พระนางปล่อยให้ปะทะกันเองก่อน
จากนั้นจะล้มบรรดาที่เหลือ รีบเอ่ยตำหนิในความบกพร่องของการทำงาน
“ถ่าเบิ่งเอาโลด พ่ะย่ะค่ะ”
วาทีของมังคลาเหมือนท้า ให้รออีกไม่นานผลงานจะปรากฏ
“อย่าว่าจังซั่นจังซี่เถาะ ขุนรณชัยเป็นจังได๋แหน่น้อ”
แฝงประโยคทิ่มแทงใส่เข้าไปด้วย ขณะถามถึง
“คำเว้าซัว ๆ ต่อหน้าผัวกูกะบ่เว้นเนาะ”
ลูกพญาธิดานาหมื่นเจ้าเมือง จามรเทวีสาดวลีติติงปรามปุโรหิต
“เอ้า ข้ากระหม่อมลืมไป แม่หยัวคึสิบ่เฮ็ดหยังต่ำ ๆ ดอกพ่ะย่ะค่ะ”
ตีปากกล้า มังคลาสัพยอกกึ่งตอกย้ำ จี้จุดในใจ
“หยุดเดี๋ยวนี่! บ่แม่นเฮืองขี้ข้าจังมึงสิเว้า”
ลุกขึ้นพรวดพราดออกอาการเกรี้ยวกราด จามรเทวีไม่กลัวสักนิด
“เอาหล่ะ ๆ เซาสา สิมาเถียงกันหยังม่องหนิ”
อชาตะนั่งกุมขมับอยู่ ห้ามทั้งคู่ให้เพลาลงหน่อย
อย่างน้อยต้องรักษาภาพพจน์ไว้บ้าง อันสมควรหรือโต้เถียงกัน
ท่ามกลางขุนนางไม่น้อย ภายในท้องพระโรงซึ่งนั่งมองอยู่
เมื่อการมาเหมือนโดนประจาน จามรเทวีจึงทูลลาด้วยคำประชดประชัน
“ขั่นราชกิจสำคัญ หม่อมฉันกะบ่กวนดอกเพคะ”
ยืนพูดดุจตัดพ้อ“จากนี่ไปน้องนาง สิบ่มาเหยียบให้เห็นอีก”
อุตส่าห์จะมาดึงให้ไปหายังตำหนัก หวังปรึกษาว่าฟันเขี้ยวคู่หน้าของทารก
งอกออกมาแหลมเหมือนยักษ์ สิ่งเป็นปัญหายามให้นม
ท้ายถูกมังคลากันท่า ทั้งส่อเสียดในเรื่องชู้ที่รู้กันอยู่ แต่ไม่มีใครอยากพูดถึง
นอกจากมังคลางัดวาจาเหน็บแนม เพราะพฤติกรรมที่จามรเทวีทำ
ช่างขัดต่อความมีเกียรติ ศัตรูกันมักมองออก
เลยถอยก้าวจากท้องพระโรง ด้วยกิริยาขุ่นงอน
...“ซ่ะ ๆ ๆ บักพราหมณ์ มันคึหาญกับกูแท้หละ”
ลงจากวอขบวนหาม จามรเทวีตัวสั่นเทาลั่นบ่นด่า
มังคลากำแหงกับพระนาง คราวต้องสั่งสอนกันบ้าง
หอบเอาความเจ็บใจมาด้วย พ่นระบายกับอีปุนข้ารับใช้
“แม่พญา หยังบ่สั่งปาดคอมันสา”
เป็นเดือดเป็นร้อนแทนนาย อีปุนผสมโรงยุยงเอาด้วย
“ไปเอาเหล้ามา สาโทเด้ออีใส”
โมโหที่ถูกกระทำผ่านทางคำพูดคำจา พระนางถามหาสุรามาย้อมใจ
“แม่นไผน้อ เฮ็ดให้แม่หยัวเคียดขม”
ใช้เงินซื้อบ่าวไพร่ในตำหนัก ขุนรณชัยจะมาเมื่อไหร่ก็ได้
อาศัยอีปุนพอเข้าใจในสัมพันธ์อันเนิ่นนาน มันจึงทำเป็นเอาหูไปนาเอาตาไปไร่
ประคองหอบหิ้วไหเหล้าดอง เพื่อเอาใจหญิง ขุนรณชัยมาถูกจังหวะ
“กะบัก-่าโตดี ปากหมาเว้าใส่กู”
เขม่นตั้งแต่แรก แต่ก็แปลกทั้งสองเคยร่วมงานใหญ่
เนื่องจุดประสงค์เดียวกัน คือทำให้องค์เลอสรวงล่มจม
ผลที่ได้องค์หญิงคาระปง พ้นสถานะอันดับหนึ่ง
ส่วนจามรเทวีขึ้นแทน นั่งตำแหน่งพระมเหสีเอก
นางผู้มีใจให้ทำอะไรก็คล้อยตาม เพราะตัวเองที่ใฝ่ปอง
ใครว่าทรามทำเรื่องอัปรีย์ก็ยอมรับในความบัดสี ขุนรณชัยเกินหักห้าม
มือเทเหล้าใส่จอก เอ่ยชวนให้วางความชังลงสักครู่
“สิเอาหยังกับมัน อีกะปอมได่ทอง”
ยกสำนวนเปรียบเทียบ ดั่งกิ้งก่าได้ทองย่อมชูคอเป็นธรรมดา
“อดไว้แม่หยัว มื้อนั่นมาฮอดสาก่อน”
ขุนรณชัยใช้น้ำเย็นเข้าลูบ“ไสหล่ะสู ของกินแซ่บ ๆ”
หันถามกับพวกข้ารับใช้ อยากได้กับแกล้ม
เหมือนเป็นการไล่ให้พ้นบริเวณ อีปุนขยับออกมาจัดหาให้
อีใสกับอีนาพากันจะไปรับตัวอีเนียน มาให้นมทารกเหมือนเคยทำ
...จบสิ้นงานในท้องพระโรง มังคลาเดินออกมาขี่ม้ากลับเทวาลัย
“โคตรแม่มึงเอ้ย!”
ชังนักพวกสูงศักดิ์มักคิดว่าตัวเองไม่ผิด รอยปมฝังใจที่ขับเคลื่อนจนมาถึงวันนี้ได้
“กูบ่เอาไว้เด็ดขาด”
เดือดพล่าน มังคลาพูดทำนองจะจัดการมวลขวางหูขวางตา
“ท่านปุโรหิตอย่าสิซาของพอซำนั่น”
อย่าว่าแต่มังคลาเลย รังสิพราหมณ์ยังตราหน้าจามรเทวี
บุคคลข้างกายที่ไว้เนื้อเชื่อใจได้ เอ่ยให้อย่าถือสา
“กูว่าสิบ่จ่มแล้วน๊า”
มังคลาคับข้อง มองหาหมากพลูมาเคี้ยวแก้อารมณ์เสีย
“พ่อหลวงกะโพด ถืกสวมเขาเอาเมียผู้เดียวกันกับบักขุนรณชัย ยังเฉยได่”
รังสินินทาความสำส่อนของสตรีที่มียศเป็นถึงแม่เมือง
แต่องค์เลอสรวง ทำเหมือนไม่รู้ร้อนรู้หนาวเกี่ยวกับเรื่องอย่างว่า
“ไผกะฮู้เหมิด มีแต่ราชาตาบอดถ่อนั่นแหล่ว ปล่อยให้พวกมันหยามขี้ใส่หลังคา”
วิจารณ์ประณามขุนรณชัย ในลักษณะการกระทำซึ่งล้ำเส้น
เฉกกินบนเรือนแล้วขี้รดบนหลังคา ไฉนพระราชาทนได้
“ไผกะเห็น พ่อหลวงเหยาะแหยะ”
ขนาดรังสิพราหมณ์ยังพูดออกมา ในความไม่จริงจังขององค์เลอสรวง
“ดีบ่? ขั่นพวกเฮามีคนให้เลือก”
ถามหยั่งดูความคิดเห็นพวกพ้องรอบตัวดูก่อน มังคลาเอ่ยตรง ๆ กับรังสิ
“โอ๊ย! เจ่าเชื่อทางท้าวเทศเว้าซะเบาะ”
โพล่ถึงข่าวที่เล่าลือ เรื่องประหลาดรัชทายาทท้าวฟ้าฟื้น
ยืนยันมีตัวตนจริง ซึ่งได้ยินเข้าหูจากชุมชนด่านนอก
พอนึกขึ้นได้ รังสิเลยโยงถึงผู้สืบสันติวงศ์องค์ต่อไป
“บ่เเม่น ๆ หมายเถิงองค์เลอสรวงลงจากบัลลังก์ แล้วตั้งผู้ใหม่แมะ”
“กะนั่นหละ มันต้องมีคนสืบทอดทางสายเลือด บ่แม่นไผกะเป็นได่”
สำหรับรังสิยังนึกไม่ไปไกลเท่าไหร่ วนเวียนตามกฎมณเฑียรบาลที่จารึกไว้
“เว้าอีหลี ขั่นเป็นข่อย เจ่าสิว่าจังได๋”
หลุดพูดจนได้สิ่งที่อยู่ในใจ มังคลาเริ่มออกลาย
“อีหยังน้อ จังกล้าเว้าเต็มปากท่านปุโรหิต”
อายุอานามเท่ากัน แต่รังสิเป็นแค่รองเจ้าคณะพิธีการ
ได้ฟังยังไม่กระโตกกระตาก เพราะที่ผ่านมาเห็นในแววแห่งผู้นำ
“อยู่ดีมีสุขทั่วหน้ามาฮอดป่านนี่ กะย้อนไผ ให้เจ่าคึดแหน่”
เอาความพยายามนำพาหมู่คณะ มาถึงขั้นเทียมแท่นบัลลังก์
ยกระดับฐานะศักดินาสูงกว่าเหล่าขุนนาง ก็มีแต่พรตพราหมณ์ทำได้
“มันสิแม่นบ้อ?”
ฝ่ายรังสิยังลังเลในการนี้ จึงทักท้วงขึ้น หากไม่ติดขัดขนบธรรมเนียม
ในสายตาตนพิจารณา มังคลาก็สามารถไม่น้อย
บดเคี้ยวคำหมาก ไม่ต้องการคำตอบจากอีกคน
“ฮอดคราวแล้วหล่ะ อย่าสิซ้าหาควมหลาย”
สรุปง่าย ๆ มังคลาได้เวลาลงมือ โดยบอกเล่าผ่านรังสิพราหมณ์
...ย่างเท้าขึ้นเรือน ผีบักโผนดีใจได้เจอพ่อของมัน
หลังจากย้ายไปพำนักในเทวาลัยได้หลายเดือน
“อีพ่อได่หยัง มาต้อนข่อยบ่”
กุมารทองเซ้าซี้ พันแข้งพันขาถามหาของฝาก
“เอาหนิ”
แกะห่อขนมหวานก้อนน้ำตาลอ้อย มังคลายื่นให้มัน
“อย่าให้ผู้ได๋ขึ้นมากวนเด้อ”
สั่งไว้ทั้งไล่มันให้ไปเล่นใต้ถุนบ้าน ก่อนก้าวเดินเข้าห้อง
มองหาหีบเก็บคัมภีร์ปีศาจ คว้าหยิบมาปัดฝุ่น
รวบรวมสมาธิเริ่มทำพิธีกรีดเลือด เพื่อที่จะเรียกวิญญาณ
พลันอุทานเมื่อเปิดกล่อง จับต้องเศษผ้าถุงเปื้อนระดู
ของแก้เคล็ดอาถรรพ์ อันอีปุนแนะให้จนขุนรณชัยขโมยสำเร็จ
ขอแรงบักสากเอามาปกเล่มหนังสือ ใช้คล้ายมนต์สะกด
“ไผมาลักของกู!”
บักโผนก้มหน้านิ่ง มันโดนทำโทษฐานละเลยหน้าที่
ม้าวิ่งกระโจนถ่อฝีเท้าสุดกำลัง มังคลาเร่งหาคนตนสงสัย
ชะล่าใจเกินไปนึกไม่ถึง อาชตะจะนำหน้าก่อน.
นิยายแนะนำ
นิยายแนะนำ
ความคิดเห็น
COMMENT
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ เพื่อสร้างประสบการณ์นำเสนอคอนเทนต์ที่ดีให้กับท่าน รวมถึงเพื่อจัดการข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์ที่ดีบนบริการของเว็บไซต์เรา หากท่านใช้บริการเว็บไซต์นี้ต่อไปโดยไม่มีการปรับตั้งค่าใดๆ นั่นเป็นการแสดงว่าท่านอนุญาตยินยอมที่จะรับคุกกี้บนเว็บไซต์และนโยบายสิทธิส่วนบุคคลของเรา
0.00
0.00









userA???
???? ??? ? ???? ?? ??