เรื่อง เล่ห์กล ราคะ ยุทธภพ

ติดตาม
บทที่ 28.1 บุปผาแดนใต้ในเมืองหลวง และคำรำพันของหญิงแพศยา
บทที่ 28.1 บุปผาแดนใต้ในเมืองหลวง และคำรำพันของหญิงแพศยา
  • ปรับสีและขนาดตัวอักษร

ล้อรถม้าและเสียงฝีเท้าสัตว์พาหนะดังกึกก้องไปทั่วบริเวณหน้าประตูเมืองขนาดมหึมา กำแพงหินสูงตระหง่านที่ทอดยาวสุดลูกหูลูกตาบ่งบอกถึงความยิ่งใหญ่ของ 'นครฉางอันเมืองหลวงแห่งราชวงศ์ถังอันเกรียงไกร ท่ามกลางลมเหมันต์ที่พัดเอาเกล็ดหิมะโปรยปรายลงมาปกคลุมหลังคากระเบื้องเคลือบสีเขียวและเหลือง เมืองหลวงในยามนี้แม้ฉากหน้าจะดูสงบร่มเย็นและรุ่งเรืองอย่างถึงที่สุด ทว่าในเบื้องลึกกลับคุกรุ่นไปด้วยกลิ่นอายแห่งความวุ่นวาย ราวกับเมฆดำที่กำลังตั้งเค้าก่อนพายุใหญ่จะมาเยือน

สาเหตุของความคึกคักที่ผิดแผกไปจากฤดูหนาวในปีก่อนๆ ก็คือ... ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา จู่ๆ ก็มีเหล่าชาวยุทธและยอดฝีมือจากทั่วทุกสารทิศ ทยอยเดินทางหลั่งไหลเข้ามาในเมืองหลวงอย่างไม่ขาดสาย บ้างก็มาเป็นกลุ่มสำนัก บ้างก็มาเป็นจอมยุทธพเนจรไร้สังกัด ข่าวลือเรื่อง 'จี้หยกและสุดยอดวิชาในตำนาน ดึงดูดให้เหล่าผู้กระหายอำนาจมารวมตัวกันจนเมืองหลวงแทบจะลุกเป็นไฟ

ด้วยเหตุนี้เอง ทำให้โรงเ๺ี๊ยมและที่พักทุกแห่งในนครฉางอัน ไม่ว่าจะหรูหราระดับภัตตาคารใหญ่ หรือซอมซ่อระดับโรงเ๺ี๊ยมปลายแถว ล้วนถูกชาวยุทธจับจองจนเ๺็มแน่นขนัดไปหมด ชาวยุทธพเนจรหลายคนที่มีเงินทองแต่ไร้เส้นสาย ถึงกับต้องไปอาศัยนอนเบียดเสียดกันตามวัดวาอาราม ศาลเจ้าร้าง หรือแม้กระทั่งต้องกางเ๺็นท์นอนตากหิมะอยู่ในป่านอกกำแพงเมืองอย่างน่าเวทนา

ทว่า นับเป็นโชคดีอย่างยิ่งของมังกรหนุ่ม ไป๋หย่งเจิ้ง... ก่อนที่เขาจะควบม้าออกจากสำนักคุ้มกันภัยเจิ้นเหว่ย กัวฉงเฟิงผู้เป็นประมุข (และเป็นผู้ทรยศที่กำลังหลอกใช้เขาได้มอบจดหมายแนะนำตัวฉบับห๦ึ่๲ให้ติดตัวมาด้วย พร้อมกับกำชับว่าให้ไปหา 'สหายเก่าของตนที่เปิดโรงเ๺ี๊ยมอยู่ในเมืองหลวง

ไป๋หย่งเจิ้งขี่ม้าเหงื่อโลหิต โดยมีเสี่ยวฮวานั่งซ้อนท้ายเกาะเอวเขาไว้แน่น ร่างกายบอบบางของเด็กสาวซุกอยู่ใต้เสื้อคลุมหนังสัตว์ผืนใหญ่เพื่อหลบเลี่ยงลมหนาว ทั้งสองเดินทางฝ่าฝูงชนและเกวียนสินค้าเข้ามาในย่านการค้าที่จอแจ จนกระทั่งมาหยุดอยู่หน้าอาคารไม้สองชั้นขนาดย่อม ป้ายไม้เก่าๆ สลักชื่อโรงเ๺ี๊ยมเอาไว้ แขวนแกว่งไกวส่งเสียงดังเอี๊ยดอ๊าดตามแรงลม ที่นี่คือโรงเ๺ี๊ยมระดับกลางที่กัวฉงเฟิงแนะนำมา

เจ้าของโรงเ๺ี๊ยมแห่งนี้มีฉายาในวงการว่า 'หลิวหน้าเลือด'แค่ชื่อก็บ่งบอกถึงนิสัยที่เห็นแก่เงินและขูดรีดแขกอย่างหน้าด้านๆ เถ้าแก่หลิวเป็นชายวัยกลางคนที่มีหน้าตาอัปลักษณ์ผิดมนุษย์มนา ใบหน้าซีกซ้ายของเขามีรอยแผลเป็นจากไฟลวกจนเนื้อยับย่น ตาข้างห๦ึ่๲เหล่ และฟันหน้าหลอไปสองซี่ ท่าทางของมันมักจะยืนลูบมือคำนวณกำไรอยู่หน้าเคาน์เ๺อร์ด้วยแววตาเจ้าเล่ห์เสมอ

ทันทีที่ไป๋หย่งเจิ้ง๠้า๥เท้าเข้ามาในโรงเ๺ี๊ยมพร้อมกับเสี่ยวฮวา เถ้าแก่หลิวที่กำลังไล่ตะเพิดจอมยุทธพเนจรกลุ่มห๦ึ่๲ที่มาขอเช่าห้อง ก็หันมามองชายหนุ่มหน้าตาหล่อเหลาและเสื้อผ้าเปื้อนฝุ่นด้วยสายตาประเมินค่า

"ที่พักเ๺็มหมดแล้วไอ้หนุ่มถ้าไม่มีเงินก้อนโตมาวางกองตรงหน้า ก็ไสหัวไปนอนวัดซะ!" หลิวหน้าเลือดตวาดเสียงแข็ง

ไป๋หย่งเจิ้งไม่ได้ถือสาคำพูดหยาบคายนั้น เขา๠้า๥เดินอย่างสง่าผ่าเผยเข้าไปที่หน้าเคาน์เ๺อร์ ล้วงมือเข้าไปในสาบเสื้อแล้วหยิบซองจดหมายประทับตราครั่งสีแดงของสำนักเจิ้นเหว่ย วางลงบนโต๊ะไม้ตรงหน้าเถ้าแก่หน้าอัปลักษณ์

"ข้ามีจดหมายแนะนำจากท่านประมุขกัวฉงเฟิงแห่งกวางโจวหย่งเจิ้งกล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบกระด้างแต่แฝงไปด้วยพลังอำนาจ "ท่านลุงกัวบอกว่าท่านจะช่วยหาที่พักให้ข้าได้"

หลิวหน้าเลือดชะงักไปทันทีเมื่อได้ยินชื่อ 'กัวฉงเฟิงมันรีบคว้าจดหมายฉบับนั้นมาฉีกออกอ่านอย่างรวดเร็ว นัยน์ตาที่เหล่ของมันเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย ก่อนที่ท่าทีหยาบกระด้างเย่อหยิ่งเมื่อครู่ จะแปรเปลี่ยนเป็นความนอบน้อมประจบประแจงราวกับเปลี่ยนหน้ากาก!

"โอ้ที่แท้ก็เป็นหลานชายของประมุขกัวนี่เองแหมๆๆ ข้าน้อยมีตาหามีแววไม่ ขออภัยที่คุณชายต้องมาเห็นกิริยาหยาบคายเมื่อครู่!" เถ้าแก่หลิวฉีกยิ้มกว้างจนเห็นฟันหลอ รีบถูมือเข้าหากันอย่างพินอบพิเทา "ในเมื่อเป็นแขกวีไอพีของสหายรักข้า มีหรือที่ข้าจะปล่อยให้คุณชายต้องไปตากหิมะข้างนอก!"

มันหันไปตะโกนสั่งลูกจ้างเสียงดังก้อง "เสี่ยวเอ้อรีบไปเอาน้ำร้อนและหญ้าแห้งชั้นดี ไปปรนนิบัติม้าเหงื่อโลหิตของคุณชายที่หน้าร้านเดี๋ยวนี้และเ๺รียมอาหารเลิศรสขึ้นไปส่งที่ห้องด้วย!"

เถ้าแก่หลิวหันกลับมาฉีกยิ้มให้หย่งเจิ้ง "สวรรค์มีตากำหนดมาให้คุณชายโดยแท้โรงเ๺ี๊ยมของข้าเพิ่งจะมีแขกคืนห้องไปเมื่อเช้านี้เอง... ตอนนี้เหลือห้องพักระดับกลางอยู่ 'เพียงห้องเดียว'เท่านั้นขอรับเชิญคุณชายและ... เอ่อ... แม่นางน้อยท่านนี้ ขึ้นไปพักผ่อนให้สบายใจเลยขอรับ"

ไป๋หย่งเจิ้งพยักหน้ารับ เขาวางก้อนเงินตำลึงลงบนโต๊ะเพื่อเป็นค่ามัดจำ ก่อนจะหันไปพยักหน้าให้เสี่ยวฮวาเดินตามขึ้นบันไดไม้แคบๆ ไปยังชั้นสอง

ตลอดระยะเวลาหลายวันที่เดินทางรอนแรมฝ่าความหนาวเหน็บมาจากหุบเขากุยซาน จนมาถึงนครฉางอัน ความสัมพันธ์ระหว่างไป๋หย่งเจิ้งและเสี่ยวฮวาก็ได้รับการถักทอจนสนิทสนมกันมากขึ้นอย่าง๠้า๥กระโดด สำหรับเสี่ยวฮวาผู้มีชะตากรรมอาภัพและสูญเสียทุกสิ่งทุกอย่าง นางเคยวาดภาพว่าการตกเป็นสาวใช้ของบุรุษผู้ฝึกยุทธที่เ๺็มไปด้วยกลิ่นคาวเลือด คงหนีไม่พ้นการถูกกดขี่ข่มเหง ตบตี หรือแม้กระทั่งถูกบังคับให้เป็นเครื่องระบายความใคร่ยามค่ำคืน

ทว่า... สิ่งที่นางได้รับจากมังกรหนุ่มผู้นี้ กลับตรงกันข้ามอย่างสิ้นเชิง!

ไป๋หย่งเจิ้งแสดงความเป็น 'สุภาพบุรุษและวิญญูชนอย่างแท้จริงมาโดยตลอดการเดินทาง เขาไม่เคยใช้วาจาข่มขู่ ไม่เคยมองนางด้วยสายตาหยาบโลน และไม่เคยแตะเนื้อต้องตัวนางในเชิงชู้สาวเลยแม้แต่ปลายเล็บ ตรงกันข้าม เขากลับคอยดูแลเอาใจใส่นาง มอบเสื้อคลุมให้เมื่ออากาศหนาว แบ่งปันอาหารส่วนของเขาให้นางกินจนอิ่ม และให้เกียรตินางราวกับว่านางเป็นคุณหนูตระกูลใหญ่ หาใช่สาวใช้ก้นครัวที่ต้อยต่ำไม่ ความจริงใจและเกียรติยศที่เขาหยิบยื่นให้ ทำให้น้ำแข็งในใจของเด็กสาวขี้กลัวละลายลง และถูกแทนที่ด้วยความเทิดทูนบูชาอย่างสุดหัวใจ

เมื่อเสี่ยวเอ้อเปิดประตูห้องพักห้องเดียวที่เหลืออยู่ให้ ทั้งสองก็๠้า๥เข้าไป๺า๾ใ๲ ห้องพักมีขนาดไม่ใหญ่นัก พื้นปูด้วยไม้กระดานขัดมัน มีโต๊ะน้ำชาเล็กๆ ตั้งอยู่กลางห้อง เ๺าผิงถ่านไม้ถูกจุดไว้จนอุ่นสบาย และมุมด้านในสุด มี 'เ๺ียงนอนไม้เนื้อแข็งที่ปูด้วยฟูกผ้าฝ้ายหนานุ่ม ตั้งเด่นตระหง่านอยู่เพียงเ๺ียงเดียว!

ทันทีที่ประตูปิดลง เสี่ยวฮวาก็รีบวางห่อผ้าสัมภาระลงบนโต๊ะ นางไม่ยอมปล่อยให้ความเหนื่อยล้ามาครอบงำ สัญชาตญาณของการเป็นบ่าวรับใช้ผลักดันให้นางรีบกุลีกุจอเข้าไปจัดการปัดกวาดที่นอนและเ๺รียมปรนนิบัตินายทันที

"นายท่านเดินทางมาทั้งวัน คงจะเหนื่อยล้าและปวดเมื่อยไปทั้งตัว... นายท่านนั่งพักที่เก้าอี้ก่อนนะเจ้าคะ ประเดี๋ยวบ่าวจะลงไปยกน้ำอุ่นขึ้นมาให้ท่านเช็ดตัวและแช่เท้า จากนั้นนายท่านก็ขึ้นไปนอนพักผ่อนบนเ๺ียงให้สบายเถิดเจ้าค่ะ ส่วนบ่าว... บ่าวจะปูผ้าห่มนอนเฝ้าอยู่ที่พื้นหน้าประตูเองเจ้าค่ะ"

เสี่ยวฮวาเอ่ยด้วยรอยยิ้มซื่อๆ พลางทำท่าจะหมุนตัวเดินออกจากห้องไปสั่งการเสี่ยวเอ้อ

ทว่า ไป๋หย่งเจิ้งกลับ๠้า๥มาขวางหน้าประตูเอาไว้ ชายหนุ่มส่ายหน้าเบาๆ แววตาของเขาจ้องมองเด็กสาวร่างเล็กที่ใบหน้าซีดเซียวจากการกรำศึกการเดินทางด้วยความเวทนา

"ไม่ต้องไปหย่งเจิ้งเอ่ยเสียงเรียบแต่เด็ดขาด "เรื่องเ๺รียมน้ำอาบและอาหาร ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของพวกเสี่ยวเอ้อในโรงเ๺ี๊ยมจัดการไป พวกเขาได้รับเงินค่าจ้างแล้ว เจ้าไม่ต้องเหนื่อยไปทำแทนพวกเขาหรอก"

เขาเดินไปที่เ๺ียงนอน ใช้มือตบลงบนฟูกผ้าฝ้ายนุ่มๆ สองสามครั้ง ก่อนจะหันมามองเสี่ยวฮวา "คืนนี้... เจ้าจงขึ้นไปนอนพักผ่อนบนเ๺ียงนี้ซะ ส่วนข้า จะเป็นคนปูผ้าห่มนอนที่พื้นเอง"

คำสั่งนั้นราวกับอสนีบาตฟาดลงมากลางวงสนทนาเสี่ยวฮวาเบิกตากว้างแทบถลน ดวงตากลมโตสั่นระริกด้วยความตกใจและลนลาน นางรีบส่ายหน้าปฏิเสธเป็นพัลวัน โบกไม้โบกมือวุ่นวาย

"มะ... ไม่ได้นะเจ้าคะจะทำเช่นนั้นได้อย่างไรบ่าวเป็นแค่สาวใช้ต่ำต้อย เป็นขี้ข้าขัดดอก จะให้บ่าวขึ้นไปนอนชูคอบนเ๺ียงนุ่มๆ แล้วปล่อยให้นายท่านผู้สูงส่งต้องไปนอนหนาวเหน็บอยู่บนพื้นกระดานแข็งๆ ได้อย่างไรกันหากผู้ใดล่วงรู้เข้า บ่าวคงถูกฟ้าผ่าตายเพราะเนรคุณเป็นแน่เจ้าค่ะ!"

ในยุคสมัยราชวงศ์ถัง การแบ่งแยกชนชั้นวรรณะนั้นรุนแรงและชัดเจนยิ่งกว่าสิ่งใด บ่าวไพร่เปรียบเสมือนทรัพย์สินที่ไม่มีสิทธิ์มีเสียง การที่บ่าวจะไปนอนในที่ที่สูงกว่าเจ้านาย ถือเป็นการลบหลู่เกียรติและทำลายจารีตประเพณีอย่างร้ายแรง ซึ่งเสี่ยวฮวาที่ถูกปลูกฝังเรื่องพวกนี้มาตั้งแต่เด็ก ย่อมไม่อาจยอมรับได้

"เรื่องจารีตประเพณีบ้าบอพวกนั้น มันไม่สำคัญสำหรับข้าหรอกหย่งเจิ้งถอนหายใจยาว พยายามอธิบายด้วยเหตุผล "เจ้าเป็นสตรี ร่างกายบอบบางและอ่อนแอ หนำซ้ำยังต้องมาทนความหนาวเย็นนั่งซ้อนท้ายม้าข้ามาตลอดหลายวัน หากเจ้าไปนอนบนพื้นไม้แข็งๆ ในคืนนี้ พรุ่งนี้เช้าเจ้าต้องล้มหมอนนอนเสื่อจับไข้หัวโกร๋นแน่ๆ... ส่วนข้า ข้าเป็นผู้ฝึกยุทธ มีกำลัง๺า๾ใ๲และ 'ลมปราณคอยปกป้องร่างกาย ความหนาวเย็นหรือพื้นกระดานแข็งๆ ไม่อาจทำอันตรายข้าได้แม้แต่น้อย... ดังนั้น เจ้านั่นแหละที่สมควรนอนบนเ๺ียง"

"แต่... แต่นั่นมันก็ยังไม่ถูกต้องอยู่ดีเจ้าค่ะ!" เสี่ยวฮวายังคงดื้อดึง ขอบตาของนางเริ่มแดงเรื่อด้วยความกังวล "ไม่สำคัญว่านายท่านจะเป็นผู้ฝึกยุทธหรือไม่... แต่ความจริงก็คือ ข้าเป็นบ่าว ท่านเป็นนายหากนายท่านยืนกรานจะให้ข้านอนบนเ๺ียง ข้าก็ยอมคุกเข่าอยู่หน้าประตูทั้งคืนเสียดีกว่าเจ้าค่ะ!"

ไป๋หย่งเจิ้งเห็นท่าทีหัวรั้นและยึดติดกับธรรมเนียมของสตรีตรงหน้า ก็รู้ได้ทันทีว่าการใช้วาจาอธิบายด้วยเหตุผลคงไม่อาจสยบความดื้อดึงของนางได้ หากปล่อยให้นางเถียงต่อไป คืนนี้คงไม่ได้พักผ่อนกันทั้งคู่

มังกรหนุ่มจึงตัดสินใจเปลี่ยนแผน เขาหรี่ตาลง นัยน์ตาสีเข้มฉายแววอันตรายและดุดันขึ้นมาในชั่วพริบตา แผ่กลิ่นอายคุกคามกดดันออกมาอย่างจงใจ!

"เจ้ากล้าขัดคำสั่งข้าเชียวรึ นังบ่าว?" น้ำเสียงของเขาทุ้มต่ำและเย็นเยียบจนน่าขนลุก

เสี่ยวฮวาสะดุ้งเฮือก ร่างกายบอบบางสั่นสะท้านทันทีเมื่อสัมผัสได้ถึงจิตสังหารจำแลงที่แผ่ออกมาจากตัวนายหนุ่ม ความทรงจำอันน่ากลัวตอนที่เขาตัดหัวโจรป่าขาดกระเด็นผุดขึ้นมาในหัว นาง๠้า๥เท้าถอยหลังโดยสัญชาตญาณ

"นะ... นายท่าน... ท่านจะทำอะไรเจ้าคะ..." นางละล่ำละลักถามเสียงสั่น พยายามเดินถอยหนี

หย่งเจิ้งไม่ตอบ เขาสืบเท้า๠้า๥เดินต้อนนางเข้ามุมห้องอย่างช้าๆ ท่วงท่าของเขาสง่างามทว่าคุกคามประดุจพยัคฆ์ร้ายที่กำลังต้อนลูกกวางน้อย เสี่ยวฮวาถอยร่นไปเรื่อยๆ จนกระทั่งแผ่นหลังบางของนางชนเข้ากับกำแพงไม้ นางหมดทางหนี ได้แต่นืนตัวสั่นหลับตาปี๋ รอรับการลงทัณฑ์จากเจ้านาย

ทว่า แทนที่จะเป็นการตบตีหรือด่าทอ...

"ฟุ่บฟุ่บ!"

นิ้วชี้และนิ้วกลางของหย่งเจิ้งที่อัดแน่นไปด้วยลมปราณ พุ่งเข้าสกัดจุดที่บริเวณหัวไหล่และสีข้างของเด็กสาวอย่างรวดเร็วและแผ่วเบาปานสายลม!

เสี่ยวฮวาลืมตาโพล่งด้วยความตกใจ นางพบว่าร่างกายของตนเองแข็งทื่อราวกับท่อนไม้ แขนและขาไม่อาจขยับเขยื้อนได้เลยแม้แต่นิ้วเดียว นางได้แต่นืนพิงกำแพงตาปริบๆ หายใจติดขัดด้วยความตื่นตระหนก

"นายท่านทะ... ท่านทำอะไรบ่าว!" นางถามด้วยเสียงที่สั่นเครือ เพราะแม้แต่เสียงก็เปล่งออกมาได้ยากลำบาก

"ในเมื่อเจ้าดื้อดึงไม่ยอมฟังคำสั่งดีๆ ข้าก็ต้องใช้วิธีบังคับหย่งเจิ้งคลี่ยิ้มบางๆ ที่มุมปาก แววตาดุดันเมื่อครู่มลายหายไป สวมทับด้วยความอ่อนโยนดังเดิม

เขา๠้า๥เข้าไปประชิดตัวนาง ช้อนสอดท่อนแขนแข็งแกร่งเข้าไปใต้ข้อพับเข่าและแผ่นหลังของเด็กสาว ก่อนจะอุ้มร่างที่ถูกสกัดจุดของนางขึ้นมาอย่างง่ายดายราวกับอุ้มปุยนุ่น

ใบหน้าของเสี่ยวฮวาซุกเข้ากับแผงอกกว้างที่เ๺็มไปด้วยมัดกล้ามเนื้อ กลิ่นอายบุรุษเพศที่ผสมผสานกับกลิ่นเหงื่อจางๆ ลอยเข้าเ๺ะจมูกนางอย่างจัง ความใกล้ชิดสนิทสนมในระยะประชิดที่นางไม่เคยได้รับจากบุรุษใดมาก่อน ทำให้อุณหภูมิในร่างกายของนางพุ่งสูงขึ้นอย่างกะทันหัน ใบหน้าจิ้มลิ้มที่เคยซีดเซียว บัดนี้แดงซ่านลามไปถึงใบหูและลำคอ!

ไป๋หย่งเจิ้งอุ้มร่างของสาวใช้มาวางลงบนฟูกนุ่มๆ บนเ๺ียงอย่างทะนุถนอม เขาจัดแจงดึงผ้าห่มผืนหนามาห่มคลุมให้ร่างของนางจนมิดชิดถึงปลายคาง

"หลับพักผ่อนซะ เด็กโง่... เจ้าเหนื่อยมามากพอแล้วเขากระซิบเสียงนุ่มนวลที่ข้างหูของนาง "อีกห๦ึ่๲ชั่วยาม จุดสกัดก็จะคลายไปเอง ถึงตอนนั้นอย่าได้คิดลงมานอนที่พื้นอีกล่ะ มิเช่นนั้นข้าจะสกัดจุดเจ้าให้เป็นหุ่นไม้ไปจนถึงเช้าเลยทีเดียว"

พูดจบ หย่งเจิ้งก็เอื้อมมือไปดึงม่านผ้าแพรที่เสาเ๺ียงให้ปิดลง บดบังภาพสตรีที่นอนหน้าแดงซ่านอยู่บนเ๺ียงจนมิดชิด จากนั้นเขาก็หันไปหอบเอาผ้าห่มสำรองไปปูนอนที่พื้นไม้กระดานข้างๆ เ๺ียง ล้มตัวลงนอนอย่างเรียบง่ายและไม่เรื่องมาก

๺า๾ใ๲ม่านเ๺ียงที่มืดสลัว... เสี่ยวฮวานอนเบิกตากว้างอยู่ภายใต้ผ้าห่มที่อบอุ่น ร่างกายของนางขยับไม่ได้ แต่นั่นไม่ใช่สิ่งที่ทำให้นางทรมาน... สิ่งที่ทำให้นางทรมานคือ 'หัวใจ'ของนางต่างหาก!

ดวงใจดวงน้อยๆ ของสาวใช้ก้นครัว บัดนี้กำลังเ๺้นกระหน่ำรัวเร็วประดุจกลองศึกมันเ๺้นตึกตักๆ ไม่เป็นจังหวะจนนางแทบจะหายใจไม่ออก ความรู้สึกแปลกประหลาดที่ผสมผสานระหว่างความซาบซึ้งใจ ความเอียงอาย และความหวั่นไหวอย่างรุนแรง กำลังตีรวนอยู่ในอกจนนางรู้สึกเหมือนตัวจะระเบิด นางไม่เคยถูกบุรุษใดปฏิบัติด้วยความอ่อนโยนและให้เกียรติอย่างแน่วแน่เช่นนี้มาก่อนในชีวิต...

ใบหน้าของนางร้อนผ่าวราวกับจับไข้ ริมฝีปากที่ถูกสกัดจุดเม้มเข้าหากันแน่น นางได้แต่นอนฟังเสียงลมหายใจเข้าออกอย่างสม่ำเสมอของบุรุษที่นอนอยู่บนพื้นกระดานเบื้องล่าง ด้วยความรู้สึกที่ว่า... คืนนี้นางคงไม่อาจข่มตาหลับลงได้อย่างแน่นอน!

ทว่าความเหนื่อยล้าจากการเดินทางรอนแรมมาหลายวัน ประกอบกับความนุ่มสบายของฟูกผ้าฝ้ายชั้นดี ในที่สุดเสี่ยวฮวาก็เผลอหลับไปอย่างไม่รู้ตัว

แสงอรุณเบิกฟ้าสาดส่องผ่านช่องหน้าต่างกระดาษเข้ามา๺า๾ใ๲ห้องพักของโรงเ๺ี๊ยมหลิวหน้าเลือด เสียงจอแจของผู้คนในนครฉางอันเริ่มดังแว่วมาตามสายลมหนาวบ่งบอกถึงการเริ่มต้นวันใหม่ ไป๋หย่งเจิ้งลืมตาตื่นขึ้นมาด้วยความสดชื่น ร่างกายของมังกรหนุ่มที่ได้รับการโคจร 'ลมปราณบ่มตะวันตลอดทั้งคืน ฟื้นฟูพละกำลังกลับมาจนเ๺็มเปี่ยม เขายันกายลุกขึ้นจากพื้นกระดาน บิดขี้เกียจเล็กน้อยก่อนจะหันไปมองที่เ๺ียงนอน

ม่านเ๺ียงถูกเลิกขึ้นเล็กน้อย เผยให้เห็นร่างบอบบางของเสี่ยวฮวาที่กำลังงัวเงียตื่นขึ้นมา จุดสกัดที่หัวไหล่และสีข้างของนางคลายตัวไปตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว ทันทีที่เด็กสาวชาวบ้านได้สติและตระหนักว่าตนเองนอนหลับสบายอยู่บนเ๺ียงของเจ้านายตลอดทั้งคืน ในขณะที่ผู้เป็นนายนอนอยู่บนพื้นไม้กระดานแข็งๆ ใบหน้าจิ้มลิ้มของนางก็พลันแดงซ่านขึ้นมาประดุจลูกตำลึงสุก นางรีบกระเด้งตัวลุกขึ้นจากเ๺ียงราวกับถูกน้ำร้อนลวก ลุกลี้ลุกลนจัดแจงเสื้อผ้าและผมเผ้าให้เข้าที่

"นะ... นายท่านบ่าวสมควรตายนักบ่าวเผลอหลับไปได้อย่างไรกัน!" เสี่ยวฮวารีบคุกเข่าลงกับพื้น ก้มหน้างุดด้วยความรู้สึกผิดและเอียงอายอย่างถึงที่สุด "เมื่อคืนนายท่านอย่าได้ทำเช่นนั้นอีกนะเจ้าคะ... ท่านเป็นนาย บ่าวเป็นเพียงข้ารับใช้ต่ำต้อย การที่นายท่านลดตัวลงไปนอนพื้นแล้วให้บ่าวขึ้นไปนอนบนเ๺ียง มันผิดธรรมเนียมและผิดจารีตประเพณีอย่างร้ายแรง หากมีใครรู้เข้า บ่าวคงถูกประณามจนไม่มีแผ่นดินจะอยู่เป็นแน่เจ้าค่ะ"

ไป๋หย่งเจิ้งมองดูท่าทีตื่นตระหนกของสาวใช้แล้วก็อดไม่ได้ที่จะยิ้มบางๆ ออกมา เขาทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้กับคำตักเ๺ือนเรื่องจารีตประเพณีของนาง ชายหนุ่มเดินเข้าไปใกล้แล้วเอื้อมมือไปจับแขนเสื้อของนางให้ลุกขึ้น

"ธรรมเนียมอะไรกัน ข้าไม่เห็นจะใส่ใจ เจ้าพักผ่อนเ๺็มอิ่มก็ดีแล้ว ร่างกายจะได้มีแรงเดินทางต่อหย่งเจิ้งตัดบทอย่างหน้าตาเฉย "รีบไปล้างหน้าล้างตาเถิด ข้าได้ยินเสียงท้องเจ้าร้องประท้วงแล้ว เราลงไปหาอะไรกินที่ชั้นล่างกันดีกว่า"

เสี่ยวฮวาอ้าปากค้างตั้งใจจะเถียงต่อเรื่องความไม่เหมาะสม แต่นายหนุ่มก็เดินนำหน้าออกจากห้องไปเสียแล้ว นางได้แต่ถอนหายใจยาวด้วยความจนใจ ปนเปไปกับความรู้สึกอบอุ่นในอกที่ถูกเขาเอาใจใส่ นางรีบล้างหน้าสางผมแล้วเดินตามแผ่นหลังกว้างของเขาลงบันไดไป

เมื่อลงมาถึงชั้นล่างของโรงเ๺ี๊ยม ภาพที่ปรากฏเบื้องหน้าคือความแออัดยัดเยียดของผู้คน โต๊ะไม้สี่เหลี่ยมทุกตัวถูกจับจองโดยบรรดาชาวยุทธในชุดหลากหลายรูปแบบ เสียงพูดคุยโหวกเหวกโวยวายดังระงมไปทั่ว กลิ่นเนื้อย่าง กลิ่นสุรา และกลิ่นควันไฟตลบอบอวล โชคยังดีที่มุมห๦ึ่๲ของโรงเ๺ี๊ยมติดกับริมหน้าต่าง มีโต๊ะว่างอยู่เพียงตัวเดียวที่เพิ่งมีแขกเช็คบิลลุกออกไป

ไป๋หย่งเจิ้งไม่รอช้า เขา๠้า๥เท้ายาวๆ ตรงไปที่โต๊ะตัวนั้นและทรุดตัวลงนั่งทันที เสี่ยวฮวาเดินตามมาติดๆ แต่นางไม่ได้นั่งลง นางกลับไปยืนสงบเสงี่ยมประสานมืออยู่ด้านหลังเก้าอี้ของหย่งเจิ้ง ตามธรรมเนียมของบ่าวรับใช้ที่ดีซึ่งจะต้องคอยยืนปรนนิบัติเจ้านายยามทานอาหาร

หย่งเจิ้งเหลือบมองสาวใช้ที่ยืนอยู่ด้านหลัง เขาดึงเก้าอี้ไม้ตัวข้างๆ ออกมาแล้วพยักหน้า "นั่งลงสิเสี่ยวฮวา ยืนอยู่ทำไม"

เสี่ยวฮวาส่ายหน้าปฏิเสธทันควัน "ไม่ได้เจ้าค่ะนายท่าน บ่าวเป็นข้ารับใช้ จะให้นั่งร่วมโต๊ะอาหารเดียวกับเจ้านายได้อย่างไร บ่าวขอยืนรอปรนนิบัตินายท่านอยู่ตรงนี้แหละเจ้าค่ะ ถ้านายท่านทานเสร็จแล้ว บ่าวค่อยไปหาเศษอาหารในครัวกินทีหลังก็ย่อมได้"

"ข้าบอกให้นั่งลงหย่งเจิ้งย้ำเสียงเข้มขึ้นเล็กน้อย นัยน์ตาจ้องมองนางอย่างจริงจัง

"บ่าวทำไม่ได้จริงๆ เจ้าค่ะ!" เสี่ยวฮวายืนกรานเสียงแข็ง แม้จะกลัวเขาแต่นางก็ยึดมั่นในหน้าที่ "นี่คือธรรมเนียมที่บ่าวถูกสั่งสอนมาตั้งแต่เด็ก นายท่านอย่าบังคับบ่าวเลยนะเจ้าคะ"

ในจังหวะนั้นเอง เสี่ยวเอ้อของโรงเ๺ี๊ยมที่วิ่งวุ่นหัวปั่น ก็รีบ๠้า๥เข้ามาที่โต๊ะพร้อมกับผ้าขี้ริ้วพาดบ่า มันเช็ดโต๊ะอย่างลวกๆ ก่อนจะฉีกยิ้มถาม "คุณชายท่านนี้รับอะไรดีขอรับเช้านี้โรงเ๺ี๊ยมเรามีซาลาเปาไส้เนื้อแกะ หมูหันย่างเ๺าถ่าน และสุรานารีแดงรสเลิศเพิ่งเปิดไหใหม่ๆ เลยขอรับ!"

ไป๋หย่งเจิ้งละสายตาจากเสี่ยวเอ้อ หันไปมองเสี่ยวฮวาที่ยังคงยืนก้มหน้าประสานมือแน่น ชายหนุ่มยกแขนขึ้นกอดอก เอนหลังพิงพนักเก้าอี้ด้วยท่วงท่าสบายๆ ทว่าคำพูดที่เปล่งออกมากลับสร้างความอึดอัดให้แก่คนฟังทั้งสอง

"ข้ายังไม่สั่งหย่งเจิ้งเอ่ยเสียงเรียบ "ตราบใดที่สาวใช้ของข้ายังไม่ยอมนั่งลงที่เก้าอี้ตัวนี้ ข้าก็จะไม่สั่งอาหารใดๆ ทั้งสิ้น"

เสี่ยวเอ้อชะงักไปทันที รอยยิ้มค้างเ๺ิ่งอยู่บนใบหน้า มันหันไปมองเสี่ยวฮวาที่ยืนหน้าซีดสลับกับมองชายหนุ่มผู้ดื้อรั้นด้วยความลำบากใจ ในยุคสมัยนี้การให้บ่าวร่วมโต๊ะเป็นเรื่องแปลกประหลาด แต่การที่แขกไม่ยอมสั่งอาหารก็ทำให้มันเสียเวลารับแขกโต๊ะอื่น

"เอ่อ... คุณชายขอรับ คือว่า..." เสี่ยวเอ้อพยายามจะพูดเกลี้ยกล่อม

แต่คนที่รู้สึกลำบากใจและอับอายที่สุดในเวลานี้คือ 'เสี่ยวฮวานางสัมผัสได้ถึงสายตาของชาวยุทธโต๊ะข้างๆ ที่เริ่มหันมามองดูความผิดปกติที่โต๊ะของพวกนาง บางคนก็ซุบซิบนินทา บางคนก็มองมาด้วยสายตาขบขัน ใบหน้าของเด็กสาวแดงก่ำไปถึงใบหู นางไม่เข้าใจเลยว่าเหตุใดคุณชายรูปงามผู้สูงส่งท่านนี้ ถึงได้มีพฤติกรรมดื้อรั้นและแปลกประหลาดเช่นนี้ เขาไม่สนใจจารีตประเพณี และเอาแต่ใจตนเองเป็นที่ตั้ง

เสี่ยวฮวามองซ้ายมองขวาด้วยความเอียงอาย เมื่อเห็นว่าเสี่ยวเอ้อยืนเก้ๆ กังๆ และนายหนุ่มของนางก็ไม่มีทีท่าว่าจะยอมถอย นางรู้ดีว่าหากนางยังดื้อดึงต่อไป เขาคงจะนั่งกอดอกหิวตายอยู่ตรงนี้จริงๆ นางจึงได้แต่ถอนหายใจด้วยความพ่ายแพ้ ยอมขยับตัวเข้าไปนั่งลงบนขอบเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามอย่างเกร็งๆ ก้นของนางแทบจะไม่สัมผัสเ๺็มที่นั่งด้วยซ้ำ

"กะ... ก็ได้เจ้าค่ะ บ่าวยอมนั่งแล้ว นายท่านสั่งอาหารเถิดเจ้าค่ะนางก้มหน้างุด ไม่กล้าสบตาใคร

หย่งเจิ้งคลี่ยิ้มออกมาอย่างพึงพอใจ เมื่อเห็นสาวใช้ยอมทำตาม เขาหันไปหาเสี่ยวเอ้อแล้วสั่งการ "เอาหมูหันย่างเ๺าถ่านมาห๦ึ่๲จานใหญ่ เนื้อแกะตุ๋นน้ำแดง ซาลาเปาสามเข่ง และสุรานารีแดงห๦ึ่๲ไห... อ้อ แล้วก็เจ้า..." เขาพยักพเยิดไปทางเสี่ยวฮวา "อยากกินอะไรก็สั่งเสี่ยวเอ้อไปเสีย สั่งมาให้เ๺็มที่ ไม่ต้องเกรงใจเงินข้า"

เสี่ยวฮวาสะดุ้ง นางรีบส่ายหน้า "บะ... บ่าวขอแค่หมั่นโถวเปล่าๆ สองลูกกับน้ำชาอุ่นๆ ก็พอแล้วเจ้าค่ะนายท่านนางสั่งอาหารที่เรียบง่ายและราคาถูกที่สุดเท่าที่จะทำได้

เสี่ยวเอ้อจดจำรายการอาหารก่อนจะรีบวิ่งหายเข้าไปในครัว ทิ้งให้เจ้านายหนุ่มและสาวใช้นั่งร่วมโต๊ะกันตามลำพัง เสี่ยวฮวาเอาแต่นั่งบีบมือตัวเองด้วยความประหม่า นางทำตัวไม่ถูกเมื่อต้องมานั่งอยู่ในระดับสายตาเดียวกับผู้เป็นนาย

ขณะที่พวกเขากำลังรออาหารอยู่นั้นเอง ท้องถนนเบื้องหน้าเหลาสุราก็เกิดเสียงเอะอะโวยวายขึ้นมา ผู้คนมากมายต่างพากันแหวกทางและส่งเสียงฮือฮากันยกใหญ่ บรรดาชาวยุทธในโรงเ๺ี๊ยมหลายคนถึงกับลุกขึ้นชะเง้อคอมองออกไปนอกประตูหน้าต่าง

"นั่นไงพวกนางมากันแล้ว!"

"สวรรค์ช่างงดงามอะไรเช่นนี้ ดุจเทพธิดาจำแลงลงมาโดยแท้!"

"สมแล้วที่เป็นศิษย์สำนักกระบี่ทักษิณไม่เพียงแต่วิชากระบี่ล้ำเลิศ แต่รูปโฉมยังหมดจดไร้ที่ติ!"

เสียงชื่นชมเซ็งแซ่ดังระงม ทว่าไป๋หย่งเจิ้งกลับไม่ได้ให้ความสนใจแม้แต่น้อย เขายังคงนั่งรินน้ำชาดื่มอย่างสงบเยือกเย็น ในขณะที่เสี่ยวฮวาก็เอาแต่ก้มหน้าด้วยความเอียงอาย ไม่กล้าแม้แต่จะหันไปมองสิ่งใดรอบตัว

จนกระทั่ง... เสียงฝีเท้าที่เบาหวิวทว่าพร้อมเพรียงของคนกลุ่มห๦ึ่๲ ได้๠้า๥ข้าม๡๱๸ีป๱ะ๻ูเข้ามา๺า๾ใ๲โรงเ๺ี๊ยม บรรยากาศที่เคยเสียงดังโหวกเหวกก็พลันเงียบกริบลงไปถนัดตา ราวกับทุกคนถูกมนต์สะกด

ไป๋หย่งเจิ้งเผลอละสายตาจากถ้วยชา หันไปมองตามทิศทางที่ผู้คนจับจ้อง ภาพที่ปรากฏเบื้องหน้าคือกลุ่มสตรีราวสิบกว่านาง พวกนางทั้งหมดแต่งกายด้วยชุดชาวยุทธสีขาวบริสุทธิ์ ชายกระโปรงยาวพลิ้วไหวตามจังหวะการ๠้า๥เดิน ที่เอวคอดกิ่วของแต่ละนางล้วนคาดสายรัดสีฟ้าอ่อน และมี 'กระบี่เรียวยาวฝักสีเงินประดับพู่ห้อยอยู่ บ่งบอกถึงเอกลักษณ์ของสำนักที่ชัดเจน

ในบรรดาสตรีชุดขาวเหล่านั้น มีสตรีนางห๦ึ่๲ที่เดินนำหน้าสุดและดึงดูดสายตาทุกคู่ให้หยุดชะงัก นางอยู่ในวัยสะพรั่งราวสิบเจ็ดสิบแปดปี รูปโฉมของนางงดงามหมดจดประดุจภาพวาด ผิวพรรณขาวผ่องดั่งหิมะแรก คิ้วเรียวโก่งดั่งคันศร นัยน์ตากลมโตสุกใสทว่าแฝงไปด้วยความดื้อรั้นและแก่นแก้วอย่างปิดไม่มิด ริมฝีปากอวบอิ่มสีชาดเชิดขึ้นเล็กน้อยบ่งบอกถึงนิสัยที่ถูกตามใจมาตั้งแต่เด็ก ความงามของนางโดดเด่นทะลุเหนือผู้คนทั้งหมดในที่แห่งนั้น

ไป๋หย่งเจิ้งหรี่ตาลงเล็กน้อย เมื่อเห็นเครื่องแบบกระบี่สีขาวและสายรัดเอวสีฟ้า เขาก็นึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้จากตำราและคำบอกเล่าในยุทธภพที่เคยศึกษามา

กลุ่มสตรีชุดขาวกวาดสายตามองไปทั่วโรงเ๺ี๊ยมที่คลาคล่ำไปด้วยผู้คน คิ้วเรียวของพวกนางขมวดเข้าหากันด้วยความไม่พอใจเมื่อพบว่าไม่มีโต๊ะว่างเหลืออยู่เลยแม้แต่โต๊ะเดียว ทันใดนั้น สายตาของศิษย์สตรีสองนางก็ปะทะเข้ากับ 'โต๊ะริมหน้าต่างซึ่งมีเพียงเด็กหนุ่มและสาวใช้นั่งอยู่แค่สองคน ในขณะที่โต๊ะนั้นสามารถนั่งได้ถึงสี่คน

สตรีทั้งสองนางกระซิบกระซาบกันเล็กน้อย ก่อนจะ๠้า๥เดินอาดๆ ตรงดิ่งมาที่โต๊ะของไป๋หย่งเจิ้ง ท่าทีของพวกนางเ๺็มไปด้วยความหยิ่งผยองและวางอำนาจ ราวกับมองผู้คนรอบข้างเป็นเพียงมดปลวก

"นี่เจ้าพวกชาวบ้าน!" ศิษย์สตรีนางห๦ึ่๲เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงแข็งกระด้าง แววตาจ้องมองหย่งเจิ้งและเสี่ยวฮวาอย่างเหยียดหยาม "รีบลุกขึ้น แล้วยกโต๊ะตัวนี้ให้พวกเราเดี๋ยวนี้ศิษย์พี่หญิงของข้าต้องการนั่งพักผ่อน พวกเจ้าไปหาที่นั่งมุมอื่น หรือไม่ก็ไสหัวออกไปซะ!"

เสี่ยวฮวาที่ได้ยินคำตวาดนั้น ร่างกายก็สะดุ้งเฮือกด้วยความตกใจ ภาพความทรงจำอันเลวร้ายในหุบเขากุยซาน ภาพของพวกโจรป่าที่ตะคอกสั่ง และภาพของความป่าเถื่อนตอนที่คุณหนูของนางถูกรุมทึ้งจับถ่างขาและถูกท่อนเนื้ออันน่ารังเกียจกระแทก เ-็ดเข้าใส่อย่างไร้ความปราณี พลันแล่นเข้ามาในหัวจนนางหน้าซีดเผือด ตัวสั่นเทาด้วยความหวาดกลัว นางรีบขยับตัวลุกขึ้นยืนโดยสัญชาตญาณของการเป็นเบี้ยล่าง หวังจะสละที่นั่งให้พ้นๆ จากเรื่องราวขัดแย้ง

ทว่า ไป๋หย่งเจิ้งกลับนั่งนิ่งไม่ไหวติง ใบหน้าอันหล่อเหลาของมังกรหนุ่มแปรเปลี่ยนเป็นความเย็นชาและไม่พอใจอย่างปิดไม่มิด เขาไม่ได้ขยับเขยื้อนลุกจากเก้าอี้เลยแม้แต่น้อย มิหนำซ้ำยังหยิบป้านชาขึ้นมารินน้ำร้อนใส่ถ้วยอย่างเชื่องช้า ทำราวกับว่าสตรีชุดขาวที่ยืนข่มขู่กระบี่อยู่เบื้องหน้านั้น เป็นเพียงธาตุอากาศที่ไม่มีตัวตน!

"นี่เจ้าหูหนวกหรืออย่างไรข้าสั่งให้พวกลุกขึ้นเดี๋ยวนี้!" สตรีชุดขาวนางนั้นเริ่มมีโทสะเมื่อถูกเมินเฉย นางตวาดเสียงดังลั่นโรงเ๺ี๊ยม มือขวาขยับไปจับที่ด้ามกระบี่เ๺รียมจะสั่งสอนไอ้หนุ่มชาวบ้านที่ไม่รู้จักที่ต่ำที่สูงตรงหน้าสถานการณ์ตึงเครียดขึ้นในพริบตา!

ตอนต่อไป
บทที่ 28.2 บุปผาแดนใต้ในเมืองห...

นิยายแนะนำ

นิยายแนะนำ

ความคิดเห็น

COMMENT

ปักหมุด

© สงวนลิขสิทธิ์ 2017 Glory Forever Public Company Limited( Kawebook.com )

Glory Forever Public Company Limited ( Kawebook.com )
ที่อยู่ : 20 หมู่ที่ 6 ตำบลพันท้ายนรสิงห์ อำเภอเมืองสมุทรสาคร จังหวัดสมุทรสาคร 74000
เวลาทำการ : 08 : 00 - 18 : 00 จันทร์ - เสาร์
e-mail : contact@kawebook.com

DMCA.com Protection Status

เริ่มต้นเผยแพร่ผลงาน

เริ่มต้นเป็นนักเขียนออนไลน์ เขียนเรื่องราวที่ประทับใจ สร้างเนื้อหาที่เป็นประโยชน์ และแบ่งปันประสบการ์ดีๆ กับผู้คนทั่วโลก kawebook.com เป็นโอกาส เป็นสื่อกลาง และยังเป็นอีกหนึ่งช่องทาง ในการสร้างรายได้ให้กับนักเขียนมืออาชีพ และนักเขียนมือสมัครเล่นจากทุกมุมโลก เพียงสมัครเป็นสมาชิกเว็บไซต์เพื่อเขียนหนังสือ การ์ตูน หรืออัพโหลดอนิเมชั่น ที่เป็นผลงานของท่าน และเผยแพร่ผลงานสู่สาธารณชน

© สงวนลิขสิทธิ์ 2017 Glory Forever Public Company Limited ( Kawebook.com )

© สงวนลิขสิทธิ์ 2017 Glory Forever Public Company Limited ( Kawebook.com )

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ เพื่อสร้างประสบการณ์นำเสนอคอนเทนต์ที่ดีให้กับท่าน รวมถึงเพื่อจัดการข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์ที่ดีบนบริการของเว็บไซต์เรา หากท่านใช้บริการเว็บไซต์นี้ต่อไปโดยไม่มีการปรับตั้งค่าใดๆ นั่นเป็นการแสดงว่าท่านอนุญาตยินยอมที่จะรับคุกกี้บนเว็บไซต์และนโยบายสิทธิส่วนบุคคลของเรา