เรื่อง วิถีศัสตราไร้ลักษณ์ : The Formless Immortal Blade
เมืองหิมะโปรย ดินแดนหน้าด่านที่ตั้งอยู่ตีนเขาก่อนจะเข้าสู่เขตแดนอันศักดิ์สิทธิ์ของสำนักกะบี่ไร้นาม บรรยากาศภายในเมืองนั้นเย็นยะเยือกและหนาวเหน็บแทบจะแช่แข็งสายเลือด แต่สิ่งที่เย็นชายิ่งกว่าอุณหภูมิคือแววตาของผู้คนในเมือง ชาวเมืองและผู้ฝึกยตนอิสะต่างเดินก้มหน้าก้มตา ไม่มีใครกล้าสบตากันหรือพูดคุยเียงดัง ทุกชีวิตล้วนตกอยู่ภายใต้การปกครองที่กดขี่และโหดเหี้ยมของศิษย์สำนักกะบี่ไร้นาม ผู้ซึ่งตั้งตนเป็นดั่งพะเจ้าในดินแดนแถบนี้
หลินเฟยในชุดเกราะอ่อนีดำขลับสวมทับด้วยเสื้อคลุมยาวที่สะบัดพลิ้วไปตามสายลมหนาว ก้าวเดินไปตามถนนที่ปูด้วยหินีขาวซึ่งถูกปกคลุมด้วยหิมะหนาเตอะ ทุกย่างก้าวของเขามั่นคงและไร้สุ้มเียง รังีความกดดันะดับแก่นแท้ขั้นต้นถูกสะกดกลั้นไว้อย่างแนบเนียน ทิ้งไว้เพียงกลิ่นอายความตายจางๆ ที่ทำให้ผู้คนที่เดินสวนทางต้องหลีกทางให้โดยสัญชาตญาณ เขาเพิ่งจะจัดการกับศิษย์สายนอกที่หน้าปะตูเมืองไปเมื่อครู่ ข่าวคงยังไม่แพร่กะจายเข้ามาถึงด้านใน ทว่าหลินเฟยก็ไม่ได้คิดจะปิดบังตัวตนแต่อย่างใด เขาเพียงแค่ต้องการหาข้อมูลเกี่ยวกับโครงสร้างของยอดเขาหมอกสวรรค์ก่อนที่จะเริ่มการาล้าง
เขาเดินเข้าไปในโรงเตี๊ยมาใหญ่ที่ตั้งอยู่ใจกลางเมือง ป้ายหน้าร้านสลักชื่อ 'โรงเตี๊ยมเหมันต์ร่ำไห้' ทันทีที่ผลักปะตูไม้บานหนาเข้าไป ไออุ่นจากเตาผิงก็ปะทะเข้ากับใบหน้า ภายในโรงเตี๊ยมมีผู้คนอยู่ปะปราย ทว่าบริเวณโต๊ะตัวใหญ่ที่สุดกลางร้าน กลับถูกจับจองโดยกลุ่มชายฉกรรจ์เจ็ดคนที่สวมชุดคลุมีขาวบริสุทธิ์ ขลิบด้วยดิ้นเงินและสลักูปกะบี่ไร้ด้ามที่หน้าอก บ่งบอกสถานะ 'ศิษย์สายใน' แห่งสำนักกะบี่ไร้นาม พวกมันกำลังดื่มสุราหมักไฟและหัวเราะเียงดังลั่น โดยไม่เกรงใจสายตาที่หวาดกลัวของลูกค้ารายอื่น
"ได้ยินข่าวหรือไม่ว่างานปะมูลนภาลัยที่จักรวรรดิเมฆาสมุทรเกิดเรื่องใหญ่ขึ้น? เฉินเทียนอี้ถูกใครบางคนตัดหัวกลางงานปะมูล!" ศิษย์สายในคนหนึ่งเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเียงเยาะเย้ย "อัครมหาเสนาบดีผู้ยิ่งใหญ่ สุดท้ายก็เป็นได้แค่สุนัขเฝ้าบ้านที่ไร้น้ำยา หากไม่ใช่เพราะสำนักเราคอยหนุนหลังอยู่เงียบๆ ตะกูลเฉินของมันจะมีอำนาจล้นฟ้าถึงเพียงนั้นได้อย่างไร"
"ช่างเถอะ สุนัขตายไปตัวหนึ่ง สำนักเราก็แค่หาตัวใหม่มาเลี้ยงแทน" ชายหนุ่มผู้เป็นหัวหน้ากลุ่ม ซึ่งมีะดับพลังสร้างฐานขั้นสูงสุด เอ่ยพลางกะดกสุรารวดเดียวหมดจด "สิ่งที่สำคัญคือ 'ด้ามกะบี่' ที่เฉินเทียนอี้รับปากจะนำมาถวายให้ท่านปะมุขต่างหาก ไม่รู้ว่าป่านนี้ตกไปอยู่ในมือใคร หากพวกเราหาเบาะแสและนำมันกลับไปให้ท่านปะมุขได้ ตำแหน่งศิษย์สายหลักก็คงอยู่ไม่ไกลเกินเอื้อม!"
หลินเฟยที่ยืนอยู่หน้าปะตูโรงเตี๊ยมหยุดชะงัก นัยน์ตาีเลือดของเขาหรี่ลงเล็กน้อย มุมปากปรากฏรอยยิ้มอำมหิตที่แสนเยือกเย็น ไม่คิดว่าสวรรค์จะเข้าข้างเขาถึงเพียงนี้ เพิ่งมาถึงก็ได้พบกับพวกที่รู้เรื่องของตะกูลเฉินและชิ้นส่วนศาสตราไร้ลักษณ์พอดี
เขาไม่ได้เดินไปหลบมุม แต่กลับก้าวเดินตรงเข้าไปหาโต๊ะของกลุ่มศิษย์สายในอย่างเชื่องช้า เียงฝีเท้าของเขาที่ย่ำลงบนพื้นไม้กะดานดึงดูดความสนใจของคนทั้งโรงเตี๊ยม บรรยากาศที่เคยอึกทึกเงียบสงัดลงในพริบตา ศิษย์สายในทั้งเจ็ดหันมามองผู้มาใหม่ด้วยสายตาขุ่นเคืองที่ถูกขัดจังหวะ
"ไอ้สวะหลงทาง แกตาบอดหรืออย่างไรถึงไม่เห็นว่าโต๊ะนี้เป็นของใคร? ไสหัวไปซะก่อนที่ข้าจะควักลูกตาแกออกมาให้สุนัขกิน!" หนึ่งในศิษย์สายในตะโกนด่าทอพลางตบโต๊ะเียงดังสนั่น
หลินเฟยหยุดยืนห่างจากโต๊ะเพียงสามก้าว เขาาสายตามองพวกมันเรียงคนด้วยสายตาที่ว่างเปล่าราวกับมองดูซากศพ "พวกเจ้ากำลังตามหาคนที่ตัดหัวเฉินเทียนอี้ และชิ้นส่วนด้ามกะบี่อยู่งั้นรึ?" หลินเฟยเอ่ยด้วยน้ำเียงที่ราบเรียบแต่แฝงไปด้วยพลังปราณที่ดังก้องเข้าไปในโสตปะสาท "ไม่ต้องไปหาที่ไหนไกลหรอก... เพราะผู้ที่ส่งสุนัขตัวนั้นลงนรก ยืนอยู่ตรงหน้าพวกเจ้าแล้ว"
คำพูดของหลินเฟยเปรียบเสมือนอสนีบาตฟาดลงกลางโรงเตี๊ยม ศิษย์สายในทั้งเจ็ดเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง ก่อนที่หัวหน้ากลุ่มจะะเบิดเียงหัวเราะออกมาอย่างบ้าคลั่ง "ฮ่าๆๆ! ไอ้เด็กเมื่อวานซืน แกเนี่ยนะสังหารเฉินเทียนอี้ยอดฝีมือะดับแก่นแท้ขั้นสูงสุด? สงสัยอากาศหนาวสมองแกเพี้ยนไปแล้ว พวกเรา! สับมันเป็นชิ้นๆ แล้วโยนออกไปนอกร้านซะ!"
สิ้นคำสั่ง ศิษย์สายในี่คนก็พุ่งตัวลุกขึ้นจากโต๊ะ ชักกะบี่ที่แผ่ไอเย็นเยียบออกมาพร้อมกัน ปราณะดับสร้างฐานขั้นปลายี่สายพุ่งเข้ากดดันหลินเฟย กะบวนท่า 'กะบี่เหมันต์ผ่าทะลวง' ถูกใช้ออกมาหมายจะตัดร่างของเด็กหนุ่มให้ขาดเป็นาท่อน ทว่าหลินเฟยยังคงยืนเอามือไพล่หลัง ไม่แม้แต่จะกะพริบตา
ในเี้ยววินาทีที่คมกะบี่ทั้งี่กำลังจะสัมผัสตัว เจตจำนงกะบี่ขั้นที่สอง 'สะบั้นไร้ลักษณ์' ก็ถูกจำลองขึ้นที่สายตาของเขา หลินเฟยเพียงแค่ปรายตามอง คมกะบี่ที่มองไม่เห็นก็แหวกอากาศออกไปอย่างเงียบกริบ
ฉึบ! ฉึบ! ฉึบ! ฉึบ!
ร่างของศิษย์สายในทั้งี่ที่กำลังลอยอยู่กลางอากาศชะงักค้าง กะบี่ในมือของพวกมันถูกตัดขาดสะบั้นราวกับกิ่งไม้แห้ง วินาทีต่อมา ร่างกายของพวกมันก็ถูกแยกออกเป็นสองส่วนตั้งแต่ไหล่จรดเอวอย่างสมบูรณ์แบบ เลือดีแดงสดพุ่งทะลักออกมาราวกับน้ำพุ สาดกะเซ็นย้อมชุดีขาวและพื้นไม้ของโรงเตี๊ยมกลายเป็นีแดงฉาน ร่างไร้วิญญาณแปดท่อนร่วงหล่นลงมากองกับพื้นเียงดังตุบ กลิ่นคาวเลือดคลุ้งไปทั่วบริเวณ
หัวหน้ากลุ่มและศิษย์ที่เหลืออีกสองคน ใบหน้าซีดเผือดไร้ีเลือด รอยยิ้มเยาะเย้ยแข็งค้างอยู่บนใบหน้า พวกมันมองกองซากศพของเพื่อนร่วมสำนักด้วยความหวาดกลัวสุดขีด ไม่มีการใช้เคล็ดวิชา ไม่มีการขยับตัว เพียงแค่ปรายตามอง ยอดฝีมือะดับสร้างฐานี่คนก็ถูกหั่นเป็นชิ้นๆ นี่ไม่ใช่พลังของมนุษย์!
"กะ... แกเป็นใครกันแน่! กล้าสังหารศิษย์สำนักกะบี่ไร้นาม ท่านปะมุขไม่ปล่อยแกไว้แน่!" หัวหน้ากลุ่มละล่ำละลักถอยหลังสะดุดเก้าอี้ล้มลง มันพยายามชักกะบี่ออกมาด้วยมือที่สั่นเทา
"ข้าคือมัจจุราชที่จะลบชื่อสำนักของพวกเจ้าให้หายไปจากหน้าปะวัติศาสตร์" หลินเฟยก้าวเดินเข้าไปใกล้อย่างช้าๆ เขาขยับนิ้วชี้ขวาเพียงเล็กน้อย
"อ๊ากกกก!"
ศิษย์สายในอีกสองคนที่ยืนอยู่ข้างๆ หัวหน้ากลุ่มกรีดร้องโหยหวน ศีรษะของพวกมันหลุดกะเด็นาบ่าพร้อมกัน เลือดพุ่งกะฉูดรดใบหน้าของหัวหน้ากลุ่มที่กำลังสั่นงันงกอยู่บนพื้น หลินเฟยหยุดยืนอยู่ตรงหน้ามัน เขาก้มมองลงมาด้วยสายตาที่เยียบเย็นดุ้ำแข็งพันปี
"ข้าจะไว้ชีวิตเจ้า... ชั่วคราว" หลินเฟยกล่าว "จงวิ่งกลับไปที่ยอดเขาหมอกสวรรค์ ไปบอกปะมุขของพวกเจ้า และทุกคนในสำนัก ว่าหลินเฟย ผู้ครอบครองศาสตราไร้ลักษณ์ มาทวงหนี้เลือดแล้ว ให้พวกมันเตรียมล้างคอรอข้าไว้ได้เลย"
หลินเฟยตวัดเท้าเตะเข้าที่ยอดอกของหัวหน้ากลุ่มอย่างแรง ร่างของมันปลิวลอยทะลุปะตูโรงเตี๊ยมออกไปกะแทกกับกองหิมะด้านนอก มันกะอักเลือดคำโต แต่เมื่อได้ยินว่าอีกฝ่ายยอมปล่อยให้รอดชีวิต มันก็ไม่รอช้า รีบตะเกียกตะกายลุกขึ้นวิ่งหนีหัวซุกหัวซุนมุ่งหน้าสู่ภูเขาด้านหลังเมืองอย่างไม่คิดชีวิต
หลินเฟยหันหลังเดินาโรงเตี๊ยมที่เต็มไปด้วยกองซากศพ ผู้คนในร้านต่างกอดกันกลมหมอบกราบอยู่ใต้โต๊ะด้วยความสั่นกลัว เขาไม่สนใจพวกมดปลวกเหล่านั้น ร่างของเด็กหนุ่มพุ่งทะยานขึ้นสู่อากาศ มุ่งหน้าตามรอยเลือดของศัตรูที่ปล่อยให้หนีไป เพื่อเข้าสู่เขตแดนของสำนักกะบี่ไร้นามอย่างเปิดเผย
เมื่อหลินเฟยเดินทางมาถึงตีนเขาหมอกสวรรค์ ภาพที่ปรากฏอยู่เบื้องหน้าคือบันไดหินหยกีขาวบริสุทธิ์ที่ทอดยาวคดเคี้ยวขึ้นไปตามไหล่เขา หายลับเข้าไปในเมฆหมอกีเทาที่หนาทึบ บันไดนี้มีชื่อว่า 'บันไดหมื่นกะบี่' เป็นเส้นทางเดียวที่จะขึ้นสู่ตัวสำนัก สองข้างทางของบันไดเต็มไปด้วยูปสลักกะบี่โบราณนับหมื่นเ่ที่ปักเรียงรายอยู่บนหินผา มันไม่ใช่เพียงของปะดับ แต่มันคือ '่ากลิั์เขา' ที่ทรงอานุภาพที่สุด ผู้ใดที่บังอาจเหยียบย่างขึ้นไปโดยไม่มีป้ายหยกอนุญาต จะถูกปราณกะบี่นับหมื่นเ่สับเป็นหมื่นๆ ชิ้น
หลินเฟยยืนอยู่หน้าบันไดขั้นแรก เขาสัมผัสได้ถึงรังีความกดดันและเจตจำนงกะบี่ที่เก่าแก่ แผ่ซ่านออกมาจากูปสลักเหล่านั้น ทว่าแทนที่เขาจะหวาดกลัว รอยยิ้มท้าทายกลับปรากฏขึ้นบนใบหน้า
"่ากลกะจอกๆ เช่นนี้ คิดจะหยุดการก้าวเดินของข้ากะนั้นรึ?"
หลินเฟยเหยียบเท้าลงบนบันไดขั้นแรก ทันทีที่ฝ่าเท้าสัมผัสพื้นหินหยก ่ากลบันไดหมื่นกะบี่ก็ทำงานทันที!
ครืนนนน! วูบบบบ!
ูปสลักกะบี่นับหมื่นเ่สองข้างทางเปล่งแสงีขาวสว่างจ้า ปราณกะบี่น้ำแข็งที่แหลมคมและเย็นเยียบนับพันสายพุ่งทะยานาูปสลัก ทะลวงอากาศเข้าหาจุดตายทั่วร่างของหลินเฟยดุจพายุ-่าฝนกะบี่ พลังทำลายล้างของมันสามารถฉีกกะชากยอดฝีมือะดับแก่นแท้ขั้นต้นให้เป็นเศษเนื้อได้อย่างง่ายดาย
ทว่า หลินเฟยไม่แม้แต่จะกะพริบตา เขาไม่ได้ชักกะบี่มังกรสวรรค์ร่ายรำออกมาด้วยซ้ำ เขาเพียงแค่โคจรพลังแก่นแท้ีทองแดงในจุดตันเถียน ผสานเข้ากับเจตจำนงกะบี่ขั้นที่สอง 'สะบั้นไร้ลักษณ์' รังีอำมหิตีเลือดะเบิดาร่างของเขาราวกับกำแพงเหล็กกล้าที่มองไม่เห็น
เปรี้ยง! เปรี้ยง! เปรี้ยง! เปรี้ยง!
ปราณกะบี่น้ำแข็งนับพันสายที่พุ่งเข้ามา เมื่อปะทะเข้ากับรังีีเลือดของหลินเฟย พวกมันกลับถูกเจตจำนงแห่งการตัดขาดบดขยี้แตกสลายกลายเป็นเพียงเกล็ดน้ำแข็งที่ร่วงหล่นลงพื้น ไม่มีแม้แต่ปราณสายเดียวที่สามารถเข้าใกล้ร่างกายของเขาได้ในะยะสามก้าว หลินเฟยก้าวเดินขึ้นบันไดไปอย่างเชื่องช้าแต่มั่นคง ทุกย่างก้าวที่เขาเหยียบลงไป ูปสลักกะบี่โบราณสองข้างทางก็เกิดรอยร้าวและะเบิดแตกเป็นเี่ยงๆ ด้วยแรงกดดันมหาศาลที่แผ่ออกมาจากร่างของเขา
ยิ่งก้าวขึ้นไปสูงเท่าใด ่ากลก็ยิ่งทวีความรุนแรงมากขึ้น ปราณกะบี่ที่พุ่งเข้ามาเริ่มควบแน่นมีาใหญ่โตเท่าลำต้นไม้ ทว่าผลลัพธ์ก็ยังคงเหมือนเดิม พวกมันถูกทำลายล้างหมดสิ้นเมื่อเผชิญหน้ากับอำนาจของศาสตราไร้ลักษณ์ ความร้อนแรงของพลังปราณีทองแดงในร่างหลินเฟย แผดเผาหิมะและน้ำแข็งบนบันไดละลายกลายเป็นไอน้ำพวยพุ่งขึ้นสู่อากาศ สร้างภาพลักษณ์ราวกับเทพอสูรที่กำลังเดินย่ำทะลุสวรรค์
"สะบั้นให้สิ้น!"
หลินเฟยคำรามในลำคอ เมื่อเดินมาถึงกึ่งกลางบันได เขาปลดปล่อยคลื่นกะบี่ีเลือดายักษ์ามือขวาที่ว่างเปล่า คลื่นกะบี่พุ่งาทำลายูปสลักกะบี่าพันเ่ที่เืู่เบื้องหน้าราบเป็นหน้ากลอง ่ากลิั์เขาที่ปป้สำนักาับพันปี ถูกบดขยี้ทำลายลงอย่างย่อยยับด้วยกำลังของคนเพียงคนเดียว!
ในที่สุด หลินเฟยก็ก้าวพ้นบันไดขั้นสุดท้ายขึ้นมาถึงยอดเขาหมอกสวรรค์ ภาพเบื้องหน้าคือลานศิลากว้างใหญ่ไพศาลที่ถูกล้อมรอบด้วยอาคารไม้สลักเสลาอย่างวิจิตรบรรจงาร้อยหลัง ตรงกลางลานมีซุ้มปะตูศิลาายักษ์ที่สูงกว่าห้าสิบจั้ง สลักตัวอักษรีทองคำตะหง่านว่า 'สำนักกะบี่ไร้นาม'
บัดนี้ ลานกว้างไม่ได้ว่างเปล่า ศิษย์สำนักกะบี่ไร้นามนับหมื่นชีวิต ตั้งแต่ศิษย์สายนอก สายใน ไปถึงผู้อาวุโสะดับแก่นแท้กว่ายี่สิบคน ได้ออกมายืนตั้ง่ากลกะบี่รอรับมือศัตรูอยู่แล้ว หลังจากที่ได้รับคำเตือนจากหัวหน้าศิษย์ที่หนีตายขึ้นมา และสัมผัสได้ถึงการพังทลายของ่ากลบันไดหมื่นกะบี่ ทุกสายตาจับจ้องมาที่เงาร่างของเด็กหนุ่มในชุดดำเพียงคนเดียวด้วยความหวาดหวั่นและโกรธแค้น
หลินเฟยยืนปะจันหน้ากับคนนับหมื่นอย่างโดดเดี่ยว รอยยิ้มเย็นชาที่เต็มไปด้วยความกะหายเลือดปรากฏขึ้นบนใบหน้า มือขวาของเขายื่นออกไปเบื้องหน้า ดาบโลหิตีดำสนิทที่แผ่กลิ่นอายความพินาศถูกควบแน่นออกมาจากจุดตันเถียน
"ในเมื่อพวกเจ้าไร้นาม... วันนี้ข้าก็จะทำให้พวกเจ้าไร้ชีวิตไปตลอดกาล!"
หลินเฟยตวัดดาบโลหิตีดำฟาดฟันลงมายังซุ้มปะตูศิลาายักษ์เบื้องหน้า เจตจำนงกะบี่ขั้นที่สองผสานกับพลังแก่นแท้ขั้นต้นะเบิดออก คลื่นกะบี่ีเลือดูปจันทร์เี้ยวที่สูงกว่าร้อยจั้งพุ่งแหวกอากาศออกไปด้วยความเร็วเหนือแสง
ตูมมมมมมมมมมมมมม!
ซุ้มปะตูศิลา 'สำนักกะบี่ไร้นาม' ที่ทนทานต่อกาลเวลาาับพันปี ถูกผ่าครึ่งตรงกลางอย่างเรียบเนียน ก่อนจะะเบิดออกเป็นเศษหินนับล้านชิ้นปลิวว่อนไปทั่วลานกว้าง คลื่นพลังทำลายล้างยังคงพุ่งทะยานต่อไป แหวก่ากลทัพของศิษย์นับหมื่นให้แยกออกเป็นสองฝั่ง ผู้ที่หลบไม่ทันนับร้อยชีวิตถูกคลื่นกะบี่กลืนกินและสับเป็นชิ้นๆ ในพริบตา เลือดสาดกะเซ็นย้อมหิมะีขาวให้กลายเป็นทะเลโลหิต
การเปิดฉากสงครามล้างสำนักได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว ด้วยความพินาศของซุ้มปะตูและเลือดของศัตรู!
นิยายแนะนำ
นิยายแนะนำ
ความคิดเห็น
COMMENT
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ เพื่อสร้างประสบการณ์นำเสนอคอนเทนต์ที่ดีให้กับท่าน รวมถึงเพื่อจัดการข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์ที่ดีบนบริการของเว็บไซต์เรา หากท่านใช้บริการเว็บไซต์นี้ต่อไปโดยไม่มีการปรับตั้งค่าใดๆ นั่นเป็นการแสดงว่าท่านอนุญาตยินยอมที่จะรับคุกกี้บนเว็บไซต์และนโยบายสิทธิส่วนบุคคลของเรา
0.00
0.00









userA???
???? ??? ? ???? ?? ??