เรื่อง พ่อผัว..ยั่ว..ลูกสะใภ้ 25+
บทที่ 39: ค่าชดเชยและใจที่เปลี่ยนไป
บทที่ 39: ค่าชดเชยและใจที่เปลี่ยนไป
เงินห้าล้านบาทถ้วน... ตัวเลขจำนวนมหาศาลที่ระบุอยู่บนหน้าเช็คกระดาษสีขาวขุ่นยังคงวางเด่นชัดอยู่บนโต๊ะไม้ผุกร่อนตัวยาวหน้าบ้านป่า ท่ามกลางกระดาษเอกสารประกันภัยหลายแผ่นของไอ้โอที่ปลิวสะบัดล้อสายลมร้อนแห้งแล้งของป่าสวนยางพาราแห่งนี้
บีจ้องมองเช็คเงินสดใบนั้นนิ่งสนิท ดวงตาคู่หวานที่เคยกวาดมองผมด้วยความรักใคร่และยอมสยบให้แก่สัมผัสรักเหนียวเหนอะหนะของพ่อผัวคนนี้ ในตอนนี้มันกลับเปลี่ยนไปอย่างประหลาดจนน่าใจหาย มันมีประกายวาบเล็กๆ ซ่อนอยู่ข้างในดวงตาดำขลับคู่นั้น... ประกายความหวังที่จะได้หลุดพ้นจากชีวิตชนบทที่ยากไร้หนทาง ความหวังที่จะหนีไปจากดินแดงฝุ่นคลุ้งและป่าสวนยางพาราอันมืดชื้นแสนอ้างว้างแห่งนี้เสียที
ผมนั่งมองใบหน้าหวานของสะใภ้รักด้วยหัวใจที่เต้นรัวด้วยความกลัว ความเย็นวาบแล่นปราดจากก้นกบดิ่งขึ้นมาถึงสันหลังจนผมตัวสั่นเทา ลมหายใจสะดุดกึกกักอยู่ในอกที่แห้งผากราวกับดินแล้งขุยปนทราย ผมพยายามขยับสะโพกขยับตัวเข้าไปนั่งเบียดข้างๆ เธอจนต้นขาหนาของผมชนกับตักนุ่มของเธอ เอื้อมมือหนาใหญ่กร้านแดดสีดำคล้ำที่เต็มไปด้วยร่องรอยการทำงานกรีดยางอันแสนทรมานมาลูบแตะเบาๆ ที่ไหล่บางของบี หวังจะส่งผ่านความอบอุ่นปลอบโยนและเหนี่ยวรั้งความรู้สึกของเธอเอาไว้ให้ยังคงอยู่กับผมที่นี่
ทว่า... ทันทีที่ฝ่ามือหยาบกระด้างของผมแตะลงบนหัวไหล่ขาวนุ่ม ร่างบางของบีก็สะดุ้งตัวเบาๆ ก่อนจะค่อยๆ ขยับหนีทีละนิดอย่างละมุนละม่อมเพื่อสร้างระยะห่างระหว่างเราสองคน เธอปัดมือผมออกทางอ้อมด้วยการเอื้อมมือไปจับเช็คเงินสดห้าล้านขึ้นมาถือไว้แทน รอยผละหนีเล็กๆ น้อยๆ นั้นทำให้หัวใจของผมเจ็บแปลบดิ่งวูบลงไปกองกับฝุ่นดินทันที มันเหมือนโดนมีดกรีดยางคมกริบปาดลงกลางอกจนเนื้อฉีกขาดเลือดไหลซิบปวดแสบปวดร้อนไปหมด
ตัวแทนบริษัทประกันและเจ้าหน้าที่ชี้แจงเอกสารคนอื่นๆ เดินทางกลับไปนานแล้ว ทิ้งความเงียบวังเวงที่น่าอึดอัดให้โรยตัวเข้าปกคลุมบ้านไม้เก่าผุพังหลังนี้อีกครั้ง ลมแล้งพัดโชยกลิ่นไอแดดอับชื้นจากร่องสวนยางปะทะจมูกชวนให้รู้สึกหดหู่ใจ แต่ไม่มีเสียงแมลงร้องหรือเสียงนกร้องเลยสักตัว บีประคองเช็คใบนั้นไว้ในมือที่สั่นเทาน้อยๆ แล้วค่อยๆ ก้มหน้าลงต่ำ น้ำเสียงหวานใสที่ผมเคยได้ยินเวลานอนร่วมรักซอยโยกกันบนที่นอน บัดนี้มันดังออกมาแบบสั่นเครือและเลื่อนลอยอย่างไร้จุดหมาย
"ห้าล้านบาท... มันเยอะมากเลยนะคะพ่อ... เยอะจนบีไม่เคยคิดเลยว่าในชีวิตของคนจนๆ อย่างบีจะจับเงินล้านกับเขาได้... บีพยายามทำดีมาตลอดตรากตรำทำงานเหนื่อยยาก แต่ทำไมมันต้องแลกมาด้วยชีวิตของพี่โอด้วยก็ไม่รู้..." บีพึมพำสายตาจ้องมองกระดาษใบนั้นไม่กะพริบตา "เงินนี่... มันคงเป็นเงินก้อนสุดท้ายที่พี่โอส่งมาให้บี... พี่โอบอกเสมอว่าอยากให้บีสบาย อยากให้บีได้อยู่ดีกินดี ไม่ต้องมากรีดยางหลังขดหลังแข็งจนตัวดำเปื้อนยาง... ตอนนี้พี่โอทำสำเร็จแล้วนะคะพ่อ... เขาเอาชีวิตของตัวเองแลกเงินห้าล้านนี่มาให้บีแล้ว..."
ผมฟังแล้วคอแห้งผากพยายามกลืนน้ำลายเหนียวหนืดลงคอที่แห้งผากจนเจ็บระบม เอ่ยเสียงแหบสั่นถามออกไปอย่างยากเย็น
"บี... คิดจะทำอะไรกับเงินห้าล้านนี้หรือลูก... อยากเอาไปทำบุญให้ไอ้โอ หรืออยากเอาไปซ่อมบ้านไม้หลังนี้ให้มันดีขึ้นล่ะ... กูกับจะได้อยู่กันสบายๆ ไม่ต้องลำบากยากเข็ญเหมือนเก่า..."
บีค่อยๆ หันใบหน้าสวยหวานกลับมาสบตากับผม แต่ในดวงตาคู่หวานนั้นไม่มีความหวานชื่นหรือแววตาหวานรักเหมือนแต่ก่อน มันไม่มีความอยากหรืออารมณ์ใคร่หลงเหลืออยู่เลยแม้แต่น้อย มีเพียงความนิ่งเฉย ว่างเปล่า และแววตาที่จ้องมองผมเหมือนคนแปลกหน้าที่ไม่เคยมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกันมาก่อน บีถอนหายใจยาวก่อนจะส่ายหน้าเบาๆ
"ไม่ค่ะพ่อ... บีไม่ซ่อมบ้านหลังนี้หรอกค่ะ บีไม่อยากอยู่ที่นี่อีกแล้ว... บีเบื่อ... บีเหนื่อยกับป่าสวนยางพาราที่กว้างใหญ่แต่เงียบเหงาจนน่ากลัว บีเบื่อดินแดงปนทรายที่เปรอะเท้าทุกวัน และที่สำคัญ..." บีหยุดพูดไปครู่หนึ่ง ใบหน้าขาวซีดเริ่มมีรอยสั่นไหวด้วยความทุกข์ระทมและรู้สึกผิดที่เอ่อล้นอยู่ข้างในอก "บีกลัวค่ะพ่อ... บีหวาดกลัวเรื่องที่พวกเราแอบทำกันลับหลังพี่โอ... บีรู้สึกผิดต่อสามีที่ตายไปจนแทบจะบ้าตายอยู่แล้วทุกวัน..."
"บี..." ผมครางชื่อสะใภ้ในลำคอด้วยความเจ็บปวดใจ
"พ่อย้อนมองดูรอบๆ บ้านหลังนี้สิคะ..." บีหันไปมองฝาบ้านไม้กระดานผุพังที่มีร่องแสงแดดส่องผ่านเข้ามาเป็นริ้วสลัว คราบน้ำฝนและรอยผุคอยย้ำเตือนความเก่าแก่อนาถา "ทุกมุมห้อง ทุกกระดานไม้ ทุกแคร่หน้าบ้าน มันคอยย้ำเตือนเรื่องที่เราสองคนแอบทำด้วยกัน... เรื่องที่พ่อผัวกับลูกสะใภ้แอบนอนกอดกัน แอบร่วมรักซอยกระแทกใส่รูรักของบีอย่างน่าสมเพช บีกลัวความแตก กลัวชาวบ้านรู้ และรู้สึกผิดต่อพี่โอจนนอนไม่หลับทุกคืน... เงินห้าล้านนี้แหละค่ะพ่อ มันคือกุญแจสำคัญที่จะช่วยพาบีออกไปจากกรงขังบ้าๆ นี่เสียที... บีจะเอามันกลับไปกรุงเทพฯ ไปซื้อคอนโดดีๆ อยู่ ไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่สะอาดสะอ้าน ไม่ต้องจมปลักอยู่กับเรื่องเน่าๆ ที่นี่อีกแล้ว..."
คำพูดเด็ดขาดแต่เลื่อนลอยของบีเสมือนค้อนปอนด์เหล็กทุบลงกลางแสกหน้าของผมจนตาพร่า สมองเบลอช็อกค้างจนทำอะไรไม่ถูก ผมรู้ดีว่าชีวิตบีผ่านเรื่องเลวร้ายมาเยอะ ทั้งเรื่องไอ้ชัยที่แบล็กเมล์บีจนต้องยอมนอนให้มันซอย-วยในยุ้งฉางข้าวเพื่อปิดปาก และเรื่องสองหนุ่มกรุงที่พยายามมาคุกคามข่มขู่เอาเปรียบร่างกายของเธอ แต่ตอนนี้ทุกอย่างมันจบลงไปแล้วไม่ใช่หรือไง ไอ้ชัยก็หดหัวอยู่ในรูของมัน สองคนกรุงนั่นก็เผ่นหนีไปไม่กล้ากลับมาอีกแล้ว
ผมเอื้อมมือสั่นเทาไปคว้าข้อมือขาวนุ่มของเธอมากุมไว้แน่นบีบเบาๆ พยายามเค้นเสียงสั่นเครืออ้อนวอนสุดชีวิต
"บี... อย่าเพิ่งด่วนตัดสินใจไปเลยนะลูก... ตอนนี้ไอ้พวกคนกรุงชัชกับแมนมันก็หนีเตลิดไปหมดแล้ว ไอ้ชัยมันก็ยอมสยบหดหัวอยู่ในรูของมัน ไม่กล้าคาบเรื่องเราสองคนไปป่าวประกาศที่ไหนอีกแล้ว... ภัยคุกคามทุกอย่างมันหมดไปแล้วนะบี... อยู่ที่นี่กับกูเถอะนะ อยู่ช่วยดูแลรักษาสวนยางนี้ด้วยกัน... กูกับร่วมรักกันนอนกอดกันอยู่ที่นี่อย่างสงบสุขไม่มีใครมารังแกเราได้อีกแล้วนะลูก... อยู่เป็นเมียกูที่นี่เถอะนะบี..."
บีมองข้อมือตัวเองที่โดนผมจับไว้แน่น ก่อนจะค่อยๆ ดึงข้อมือออกอย่างช้าๆ แต่หนักแน่น แววตาของเธอนิ่งสนิทจนน่ากลัว บีส่ายหน้าย้ำคำเดิมด้วยน้ำเสียงเด็ดเดี่ยวบีบหัวใจ
"ไม่ค่ะพ่อ... มันไม่เหมือนเดิมอีกแล้ว... ถึงไอ้ชัยมันจะปิดปากเงียบ หรือพวกคนกรุงเทพฯ จะไม่กลับมา แต่มันก็ไม่ได้ลบเลือนความจริงที่ว่า... เราสองคนมีอะไรกันลับหลังพี่โอ... พี่โอเพิ่งตายไปนะคะพ่อ! วิญญาณของเขาอาจจะยังวนเวียนอยู่รอบบ้านหลังนี้ คอยจ้องมองดูความชั่วร้ายของพ่อผัวกับเมียตัวเองที่แอบได้เสียกันอย่างหน้าไม่อาย... บีทนอยู่ต่อไปไม่ได้หรอกค่ะ ทุกตารางนิ้วในบ้านไม้เก่ายังคอยย้ำเตือนความผิดและบีบคั้นใจบีตลอดเวลา... บีต้องไป... บีต้องหนีไปจากที่นี่ให้พ้น..."
ความหวาดกลัวที่จะเสียสะใภ้สาวแสนรักไปทำให้ความอยากปนความกังวลพุ่งขึ้นมาจนผมหน้ามืด ผมทนไม่ไหวอีกต่อไปที่จะเห็นเธอจากไปต่อหน้าต่อตา ร่างกายและหัวใจของผมรุ่มร้อนไปด้วยความหวาดหวั่นกลัวความสูญเสีย ผมขยับตัวพุ่งเข้ากอดกุมร่างบางของบีไว้เต็มอ้อมแขนรัดตัวเธอแน่นจนแผ่นอกอวบใหญ่ของเธอเบียดอัดกับอกกว้างกร้านของผม บีไม่ได้ร้องกรีดหรือขัดขืนรุนแรง เธอเพียงแค่นิ่งเงียบตัวแข็งทื่อราวกับท่อนไม้กระดานในอ้อมกอดของผม
"บี... พ่อขอร้องล่ะบี... อย่าทิ้งพ่อไปเลยนะลูก... พ่อรัก... พ่ออยากอยู่กับบีที่นี่จริงๆ นะ..."
ผมเอ่ยเสียงแหบพร่าพลางก้มลงซุกไซ้ซอกคอขาวระหงของเธอ สูดดมกลิ่นแป้งเด็กอ่อนๆ ผสมกลิ่นเนื้อสาวบางเบาที่คุ้นเคย ยื่นริมฝีปากไปจูบปากบางของเธออย่างหิวกระหายและบ้าคลั่ง พยายามบดเบียดเนื้อตัวส่งผ่านความต้องการทางกายเพื่อเหนี่ยวรั้งวิญญาณของเธอเอาไว้ ผมใช้มือหนาลูบคลำไปทั่วแผ่นหลังและสะโพกผาย สองมือบีบเค้นเต้านมคู่ใหญ่นุ่มหยุ่นของบีผ่านเสื้อคอกลมตัวบางอย่างแรงหวังเรียกความเสียวซ่านให้เธอยอมจำนนต่ออารมณ์ใคร่เหมือนทุกคราวที่เคยร่วมรักกัน
บียอมนอนราบลงบนเตียงฟูกบางหลังเก่าในห้องนอนสลัวตามปกติ เธอไม่ได้ปัดป้องรุนแรงแต่ก็ไม่ได้ช่วยถอดเสื้อผ้าเหมือนเคย เธอปล่อยให้ผมเอื้อมมือไปถอดเสื้อและกางเกงของเธอออกจนเปลือยกายล่อนจ้อน ผิวขาวเนียนละเอียดตัดกับฟูกนอนสีซีดเก่ายังคงสวยงามสะกดใจผมเสมอ ทว่าบรรยากาศการร่วมรักในครั้งนี้มันช่างแตกต่างจากคืนวันเก่าๆ ราวกับฟ้ากับเหว... ไม่มีเสียงกระซิบคำสั่นเครือหวานละมุน ไม่มีแววตาหวานเยิ้มไปด้วยความใคร่และเสียวซ่าน และไม่มีอ้อมกอดอุ่นๆ จากสะใภ้รักอีกต่อไป มีเพียงความเงียบเชียบและบรรยากาศอันหดหู่หม่นหมองจนชวนอึดอัดแน่นหน้าอกของผมเอง
ผมถอดเสื้อผ้าของตัวเองออกโยนทิ้งไปข้างเตียง เผยให้เห็นท่อน-วยยักษ์สีคล้ำปูดโปนด้วยเส้นเลือดที่แข็งตึงเต็มที่ด้วยอารมณ์ดิบปนหวาดกลัว ผมขยับขึ้นคร่อมร่างบางของบี แยกขาเรียวคู่สวยออกกว้างแล้วกดปลายหัว-วยยักษ์จ่อเข้าที่ปากรูรักของสะใภ้ รูรักของเธอเปียกชื้นแฉะไปด้วยน้ำหล่อลื่นตามธรรมชาติของร่างกายหญิงสาวที่ถูกกระตุ้นทางกาย ทว่ารูเสียวนี้กลับนิ่งสนิทไม่มีการขมิบตอดต้อนรับอย่างยินดีเหมือนแต่ก่อน
ผมสูดหายใจลึกแล้วกดสะโพกแทง-วยยักษ์ส่วนหัวสอดใส่เข้าไปในรูรักเปียกชื้นของเธออย่างช้าๆ ความแน่นตึงอุ่นร้อนโอบล้อมท่อนเนื้อของผมเอาไว้ ผมกลั้นใจกดกระแทกสะโพกอัดท่อนควยยาวใหญ่เข้าไปจนสุดโคนจนหน้าขาหนาบดเบียดกับเนินเนื้อสามเหลี่ยมของบีอย่างแรงจนเกิดเสียงเนื้อกระทบกันดังกึก
"อ๊ะ... พ่อคะ..." บีครางหลุดปากออกมาแผ่วเบาด้วยความรู้สึกเฉยชา น้ำเสียงราบเรียบไร้อารมณ์ร่วมรักอย่างสิ้นเชิง
ผมเริ่มขยับสะโพกซอยท่อน-วยเข้าออกรูรักเปียกชื้นของเธอ จังหวะการกระแทกกระทั้นของผมเป็นไปอย่างหมดหวังรุนแรง สองมือใหญ่จับยึดสะโพกผายเหนียวนุ่มของบีไว้แน่น ซอยกระแทก-วยซ้ำๆ เสียงเนื้อกระทบกันดังกึกๆ ปนเสียงสวบสาบเฉอะแฉะของน้ำหล่อลื่นในช่องทางรักที่กระฉอกตามแรงซอยกระแทก แต่หัวใจของผมกลับหนาวเหน็บและเจ็บปวดขึ้นเรื่อยๆ ยามจ้องมองใบหน้าสวยหวานของเธอในความสลัว
บีนอนราบไปกับเตียง ดวงตาคู่สวยเบิกมองเหม่อลอยไปที่ขื่อหลังคาไม้บนเพดานห้องสลัว สายตาของเธอไม่ได้หันมาสบประสานจ้องมองใบหน้าพ่อผัวอย่างผมเลย แววตาของเธอมันว่างเปล่าล่องลอยไปไกลแสนไกล... ลอยออกจากบ้านป่าสวนยางพาราอันซอมซ่อแห่งนี้ ลอยไปถึงกรุงเทพมหานครเรียบร้อยแล้ว เหลือเพียงร่างกายเปล่าเปลือยอันนุ่มนิ่มไร้วิญญาณทอดอยู่ใต้ร่างของผม ให้ผมซอยกระแทก-วยใส่รูรักของเธออย่างไร้ค่าไร้ราคาสิ้นดี
"เสียวไหมบี... เสียวไหมลูก..." ผมเอ่ยถามเสียงสั่นเครือหวังให้เธอพูดอะไรตอบกลับมาบ้างเพื่อทำลายความเงียบที่น่ากลัวนี้
"ค่ะพ่อ... เสียวค่ะ..." บีตอบรับน้ำเสียงราบเรียบเลื่อนลอยไม่มีแม้แต่น้ำเสียงกระเส่าเย้ายวนใจ มือบางของเธอยังคงวางนิ่งสนิทแนบข้างลำตัว ไม่ยอมยกขึ้นมาโอบกอดรัดแผ่นหลังกว้างกร้านแดดของผมเหมือนเก่า ไม่มีเล็บเรียวสวยคอยจิกข่วนลงบนบ่าเพื่อสะกดอารมณ์เสียวซ่าน ไม่มีสะโพกมนขยับแอ่นยกขึ้นมารับแรงกระแทก-วยของผมเหมือนในวันวานที่เคยเต็มไปด้วยความสุขสมเสียวซ่าน
ยิ่งผมตะบี้ตะบันซอยท่อนเอ็นกระแทกรูรักของเธอแรงและลึกเท่าไหร่ ความกว้างและห่างเหินทางจิตใจระหว่างเราสองคนกลับยิ่งขยายกว้างใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ จนผมรู้สึกเหนื่อยล้าท้อใจอย่างที่สุด ความเสียวที่เคยได้รับจากช่องทางรักนุ่มขมิบตอด ตอนนี้มันช่างเย็นชืด ไร้ความรู้สึกรักใคร่เอ็นดู มีเพียงความพยายามหนีห่างทางอารมณ์ของสะใภ้และความต้องการเหนี่ยวรั้งอันว่างเปล่าของชายแก่บ้านนอกคนหนึ่งเท่านั้น
ผมก้มลงซบหน้ากับซอกคอขาวระหง หายใจระรัวหอบเหนื่อย ซอยสะโพกยัดท่อนลำใหญ่เข้าออกช่องทางรักของบีรัวเร็วขึ้นเพื่อเร่งจังหวะให้ตัวเองเสร็จกิจ เสียงรูรักเปียกแฉะตอดรับท่อนเนื้อสวบสาบปนเสียงหายใจหอบถี่ของผมดังก้องในห้องแคบๆ บีครางรับแผ่วเบาในลำคอเบาๆ คล้ายพยายามทำหน้าที่สะใภ้ลับๆ เป็นครั้งสุดท้ายเพื่อให้มันเสร็จสิ้นไปเสียที
"โอ้... บี... บีจ๋า... จะเสร็จแล้วลูก... จะแตกแล้ว..." ผมครางเสียงกระเส่าหลับตาแน่นเกร็งสะโพก
ผมกดกระแทกสะโพกเน้นๆ ยัดท่อนเอ็นใหญ่เข้าไปมิดโคนรูเสียวของเธออีกสามสี่ครั้งติดต่อกันอย่างแรง จนหน้าท้องบดอัดเนื้อแนบเนื้อ ก่อนที่น้ำรักสีขาวขุ่นอุ่นร้อนจัดจะระเบิดแตกพุ่งพ่นกระฉูดอัดแน่นเข้าไปในรูรักลึกสุดของบี ผมเกร็งสะโพกค้างทับตัวกดแช่ท่อน-วยปล่อยให้น้ำรักอุ่นๆ พุ่งไหลเยิ้มเต็มรูเสียวของเธอจนเปียกลามออกมานอกง่ามขา ร่างกายของผมกระตุกเกร็งล้าด้วยความเหนื่อยอ่อนและเจ็บปวดลึกๆ
หลังเสร็จกิจสิ้นสุดการร่วมรักอันแสนหม่นหมองหดหู่ลงไป ทันทีที่ท่อนเอ็นหดตัวเล็กลงและหลุดไหลออกจากรูรักเปียกชื้น บีก็รีบลุกขึ้นนั่งโดยไม่คิดจะเอนตัวลงนอนกอดหนุนแขนหรือพูดคุยกลบเกลื่อนความอ้างว้างเหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา เธอหยิบกระดาษทิชชู่ที่หัวเตียงมาเช็ดคราบน้ำรักสีขาวปนเลือดจางๆ ที่ไหลย้อยเปื้อนตามง่ามขาเรียวขาวอย่างรวดเร็ว ก่อนจะก้าวเท้าก้าวลงจากเตียงสวมเสื้อผ้าชุดเดิมและก้าวเดินไปห้องน้ำเพื่อชะล้างน้ำรักและคราบไคลต่างๆ ออกไปทันทีอย่างไม่ใยดี
ทิ้งให้ผมได้แต่นอนอ้างว้างเดียวดาย แขนขาไร้เรี่ยวแรงจ้องมองเพดานห้องไม้สลัวๆ ด้วยความรู้สึกปวดร้าวทรมานลึกถึงก้นบึ้งของหัวใจ น้ำตาของพ่อผัวแก่อย่างผมค่อยๆ ไหลซึมหยดลงบนฟูกที่นอนที่ยังคงอบอวลไปด้วยกลิ่นน้ำรักไร้ความอบอุ่นปนกลิ่นแป้งเด็กของบี
......................................................................
รุ่งเช้าวันถัดมา บรรยากาศรอบบ้านป่าเงียบเชียบและหนาวสลัว หมอกยามเช้าจางๆ แผ่คลุมยอดต้นยางพาราสูงตระหง่าน แสงแดดยามเช้ายังส่องไม่ทั่วลานดินข้างบ้านป่า ผมตื่นขึ้นมาด้วยความรู้สึกมึนงงปวดหัวตึบ หัวใจยังหนึบหน่วงเจ็บแปลบจากเหตุการณ์ร่วมรักที่เย็นชืดเมื่อคืน ลมหนาวพัดโชยลอดช่องหน้าต่างไม้บ้านป่าจนผมหนาวสะท้านถึงกระดูก
ผมพยุงตัวลุกจากแคร่ไม้เก่าๆ ก้าวเท้าเดินลากตีนช้าๆ ไปยังห้องนอนของบี หวังว่าจะได้เห็นใบหน้าหวานเวลานอนหลับเพื่อปลอบใจให้คลายความกังวลลงบ้าง หวังว่าเรื่องเมื่อคืนจะเป็นแค่ฝันร้ายและตื่นมาเธอจะยังเป็นบีสะใภ้คนเดิมที่น่ารักของผม
ทว่า... ทันทีที่ผมผลักประตูไม้แผ่วเบาเลื่อนเปิดอ้าออก ภาพตรงหน้ากลับทำให้โลกทั้งใบของผมนิ่งสนิทและล่มสลายลงตรงหน้าในพริบตาเดียว!
กระเป๋าเดินทางล้อลากใบใหญ่สีดำสองใบวางเปิดอ้ากว้างอยู่บนพื้นไม้กระดานผุๆ เสื้อผ้าส่วนตัว ข้าวของเครื่องใช้ที่บีเคยจัดวางไว้บนชั้นวางของไม้เก่าๆ ถูกพับเก็บและจัดเรียงใส่กระเป๋าไปแล้วครึ่งหนึ่งอย่างเป็นระเบียบ บีในชุดเสื้อยืดกางเกงขายาวเตรียมตัวพร้อมเดินทาง ยืนก้มหน้าก้มตาพับเสื้อยืดตัวสุดท้ายเก็บเข้ากระเป๋าอย่างประณีตและใจเย็นรอบคอบ
บีได้ยินเสียงฝีเท้าและเสียงประตูเปิดออก เธอจึงค่อยๆ หันใบหน้าสวยหวานกลับมามองผม แววตาของเธอนิ่งสนิท เรียบเฉย แต่แฝงไปด้วยความเด็ดเดี่ยวเด็ดขาดบีบเค้นหัวใจคนมองอย่างที่สุด ไม่มีน้ำตาไหลออกมาจากดวงตาของเธออีกแล้ว มีเพียงสายตาแข็งแกร่งของคนที่ตัดสินใจแน่วแน่ว่าจะทิ้งอดีตอันน่าละอายไว้ข้างหลังและไม่ยอมหันหลังกลับมาอีก
ผมยืนเบิกตากว้างตัวแข็งทื่อราวกับหิน ขากล้ามกร้านสั่นเทาจนแทบไม่มีเรี่ยวแรงยึดเกาะพื้นไม้กระดาน ท่อนแขนล้าสั่นเครือเอ่ยถามออกไปด้วยเสียงแหบแห้งสั่นเครือแทบไม่เป็นภาษาพยายามสะกดกลั้นน้ำตา
"บี... ... กำลังทำอะไรของอยู่น่ะลูก... เก็บเสื้อผ้าพวกนี้ใส่กระเป๋าทำไมกัน..."
บีวางเสื้อผ้าลงในกระเป๋าเดินทางอย่างแผ่วเบา รูดซิปปิดกระเป๋าใบบนดังครูด ก่อนจะหันมาสบประสานสายตากับผมตรงๆ และตอบน้ำเสียงชัดถ้อยชัดคำบีบใจผมจนแทบกระอักเลือดออกมา
"บีจองตั๋วรถทัวร์เข้ากรุงเทพฯ วันพรุ่งนี้เช้าแล้วค่ะพ่อ... บีต้องไปแล้วจริงๆ..."
คำตอบสั้นๆ เรียบง่ายของเธอหลุดออกมาสะกดจิตใจผมให้ตกนรกทั้งเป็น ผมยืนช็อกค้างตัวสั่นระริก น้ำตาไหลพรากอาบสองแก้มเหี่ยวย่นกร้านแดดอย่างไร้ทิศทาง โลกทั้งใบที่เคยมีสะใภ้รักเคยกอดก่าย นอนร่วมรักเสียวซ่านและประคองกันมาตลอดบัดนี้มันล่มสลายแตกกระจัดกระจายต่อหน้าต่อตาผมหมดแล้ว!
---จบตอนที่ 39---
นิยายแนะนำ
นิยายแนะนำ
ความคิดเห็น
COMMENT
ปักหมุด
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ เพื่อสร้างประสบการณ์นำเสนอคอนเทนต์ที่ดีให้กับท่าน รวมถึงเพื่อจัดการข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์ที่ดีบนบริการของเว็บไซต์เรา หากท่านใช้บริการเว็บไซต์นี้ต่อไปโดยไม่มีการปรับตั้งค่าใดๆ นั่นเป็นการแสดงว่าท่านอนุญาตยินยอมที่จะรับคุกกี้บนเว็บไซต์และนโยบายสิทธิส่วนบุคคลของเรา
0.00
0.00









userA???
???? ??? ? ???? ?? ??