เรื่อง พ่อผัว..ยั่ว..ลูกสะใภ้ 25+
สะใภ้ขี้กลัวกับพ่อผัวไฮโซ: บทที่ 1 คฤหาสน์หรู
สะใภ้ขี้กลัวกับพ่อผัวไฮโซ: บทที่ 1 คฤหาสน์หรู
ความโอ่อ่าัาของฤา์พันล้านตั้งตระหง่านอยู่ภายใต้ผืนฟ้ากว้างใหญ่ของกรุงเทพมหานคร สวนหย่อมสไตล์อังกฤษรอบตัวตึกถูกจัดแต่งอย่างพิถีพิถันประณีตทุกตารางนิ้ว ต้นไม้พุ่มสลักเสลาเป็นทรงกลมมนสวยงาม สลับกับดอกกุหลาบนำเข้าหลากสีสันที่ส่งกลิ่นหอมอ่อนๆ ละมุนอบอวลไปทั่วบริเวณ แสงไฟสีวอร์มไวท์จากโคมไฟระย้าคริสตัลระยิบระยับขนาดมหึมาที่นำเข้าจากออสเตรียมูลค่าร่วมสิบล้านบาท แขวนระย้าลงมาจากเพดานโถงสูงลิ่ว สาดแสงสีทองนวลสะท้อนกระทบลงบนแผ่นพื้นหินอ่อนอิตาลีสีขาวคาราราลายริ้วเทาธรรมชาติเกรดพรีเมียมที่ถูกขัดเงาวับจนแทบจะกลายเป็นกระจกเงาสะท้อนภาพทุกสิ่งอย่างชัดเจน
ทุกซอกทุกมุมของฤา์หลังนี้อบอวลไปด้วยกลิ่นอายของความมั่งคั่ง ความมีระดับ และอำนาจบารมีอันล้นพ้นที่สั่งสมมาหลายชั่วอายุคน
ผม... 'ภูมิ' ชายหนุ่มใหญ่วัยสี่สิบแปดปี ผู้เป็นประธานและผู้ถือหุ้นใหญ่ของกลุ่มบริษัทส่งออกรายใหญ่ของประเทศ ยืนกอดอกอยู่ที่ริมระเบียงบันไดวนหรูหราที่โอบโค้งอย่างสง่างามล้อมรอบห้องโถงกลางของบ้าน สายตาของผมทอดมองลงไปยังเบื้องล่างด้วยความนิ่งสงบตามประสาคนที่ผ่านโลกมาอย่างโชกโชน ทั้งในแง่ธุรกิจการค้าและแง่การใช้ชีวิตที่จืดชืดไร้สีสันมาหลายปีหลังจากภรรยาคู่ชีวิตได้จากโลกนี้ไป ทิ้งให้ฤา์หลังใหญ่โตนี้เงียบเหงาและว่างเปล่ามาโดยตลอด
แต่ในวันนี้ ความเงียบงันและเยือกเย็นของฤา์หลังนี้กำลังจะเปลี่ยนไปตลอดกาล
หัวใจที่เคยด้านชาของนักธุรกิจผู้ยิ่งใหญ่อย่างผม กลับต้องกระตุกไหววูบอย่างรุนแรงเมื่อได้ยินเสียงเปิดประตูรั้วเหล็กดัดบานยักษ์หน้าบ้าน ตามมาด้วยเสียงฝีเท้าคู่หนึ่งที่ก้าวพ้นธรณีประตูฤา์เข้ามา
'กานต์' ลูกชายเพียงคนเดียวของผม กำลังจูงมือเมียแต่งคนใหม่ของเขาเข้ามาในบ้าน... เมียที่เขาเพิ่งพาไปจดทะเบียนสมรสและใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันที่ต่างจังหวัดแถบชนบทห่างไกลโดยไม่ได้บอกกล่าวผมล่วงหน้าเลยแม้แต่น้อย จนกระทั่งทุกอย่างเรียบร้อยและกานต์ตัดสินใจส่งข่าวบอกผมว่าจะพาเธอกลับมาอยู่กรุงเทพฯ ด้วยกันในฐานะสะใภ้ตระกูลใหญ่ในวันนี้
เด็กสาวบ้านนอกที่เดินตามกานต์เข้ามามีชื่อว่า 'มะปราง'
หล่อนยืนเกร็งตัวสั่นงันงกอย่างเห็นได้ชัดในวินาทีแรกที่ฝ่าเท้าแตะลงบนแผ่นหินอ่อนอิตาลีเงาวับนั่น ท่าทางของหล่อนดูเชยสะดุดตาและน่าขบขันอย่างถึงที่สุดในสายตาของคนในสังคมชั้นสูงระดับผม มะปรางสวมเสื้อยืดคอกว้างสีขาวซีดเก่าๆ ที่ตัวใหญ่เทอะทะเกินตัวจนไหล่เสื้อตกไปข้างหนึ่ง เผยให้เห็นผิวไหล่เนียน กางเกงเจเจขาสั้นลายดอกชบาแสนเชยสีส้มแป๊ดฉูดฉาดราคาไม่กี่สิบบาทที่หาซื้อได้ตามตลาดนัดทั่วไป รองเท้าแตะยางสีน้ำเงินตราช้างดาวที่ดูอย่างไรก็ไม่เข้ากับความโอ่อ่าหรูหราของฤา์หลังนี้เลยแม้แต่นิดเดียว ในมือเรียวเล็กที่แอบหยาบกร้านจากการทำงานหนักในสวนในไร่โอบกระเป๋าผ้าสีซีดๆ ที่มีรอยเย็บปะอย่างระมัดระวังประหนึ่งว่าข้างในนั้นมีสมบัติล้ำค่าที่สุดในชีวิตของเธอ
แต่สิ่งที่ทำให้ลมหายใจของผมสะดุดและชะงักไปชั่วขณะ ไม่ใช่ความเชยเปิ่นหรือความแปลกแยกไม่เข้าพวกของเธอ... หากแต่เป็นเรือนร่างธรรมชาติอันอวบอัดยั่วยวนใจที่ซ่อนอยู่ภายใต้เสื้อผ้าแสนเชยเหล่านั้นต่างหาก
มะปรางเป็นสาวบ้านนอกที่อายุน่าจะเพิ่งพ้นยี่สิบปีมาไม่นาน ร่างกายของเธออวบแน่นและเต็มไปด้วยเนื้อหนังมังสาตามธรรมชาติที่ไม่ได้ผ่านการปรุงแต่ง โครงสร้างร่างกายสะท้อนความเป็นสาวชนบทที่แข็งแรง หน้าอกหน้าใจกลมโตคู่นั้นมันใหญ่โตล้นทะลักเสื้อยืดคอกว้างออกมาจนเกือบจะเห็นขอบบราสีจางเต้าใหญ่ มันบีบเบียดดันเนื้อเนินอกขาวผ่องนุ่มนิ่มจนนูนเด่นชัดเจนเป็นก้อนกลมโต ยามที่เธอขยับตัวก้าวเดินเต้านมทั้งสองข้างก็สั่นไหวและกระเพื่อมขึ้นลงไปมาดึงดูดสายตาของผมให้จ้องมองแทบตาไม่กะพริบ ยิ่งยามที่ผมมองต่ำลงไป กางเกงเจเจขาสั้นตัวนั้นก็กว้างพอที่จะทำให้เห็นท่อนขาอวบใหญ่เนื้อแน่นสีน้ำผึ้งจางๆ และสะโพกผายกลมกลึงเด่นชัดที่งอนงามดันท้ายกางเกงจนนูนตุงออกมาดูแน่นตึงเปรี๊ยะน่าลูบไล้บีบเค้นยิ่งนัก
อารมณ์ดิบของความเป็นชายในกายผมพลุ่งพล่านขึ้นมาทันที มันรวดเร็วและรุนแรงจนน่าตกใจ ความเป็นชายใต้กางเกงสแล็กสีดำสั่งตัดอย่างดีเริ่มขยายตัวแข็งตึงดุนเป้าขึ้นมาทีละน้อยจนรู้สึกอึดอัดแน่นตึง -วยของผมปวดขึงดันเนื้อผ้าสแล็กขึ้นมาจนเด่นชัด ผมสูดลมหายใจเข้าปอดลึกเพื่อสะกดกลั้นความอยากดิบเถื่อนที่จู่โจมอย่างกะทันหันนี้เอาไว้ในหัวสมอง
"มะปราง เดินดีๆ สิ อย่าเกร็งตัวสิลูก พ่อของพี่ท่านใจดีมากนะ ไม่ต้องกลัวหรอกจ้ะ" กานต์พูดปนเสียงหัวเราะเบาๆ พยายามปลอบประโลมภรรยาคนสวยที่ยังคงตัวสั่นประหนึ่งลูกนกเพิ่งหัดบิน
"ฮะ... พี่กานต์ มะปรางกลัวทำบ้านพื้นพังจ้ะ หินอ่อนมันใสสะท้อนเห็นหน้านู่นแน่ะ มะปรางกลัวลื่นหัวแตกด้วยจ้ะ ลื่นไปทีคงอายคนงานแย่เลย" เสียงเจื้อยแจ้วซื่อๆ ติดสำเนียงต่างจังหวัดของเธอเอ่ยขึ้นเบาๆ มือบางจับแขนสามีหนุ่มแน่น รอยยิ้มจางๆ ผุดพรายบนใบหน้าแป้นแล้นแสนธรรมดาแต่สะอาดสะอ้านน่ารักของเธอ ทำให้เธอดูใสซื่อบริสุทธิ์น่าเอ็นดูขึ้นมาถนัดตา
ผมคลี่ยิ้มกว้าง ปรับสีหน้าและแววตาให้กลายเป็นพ่อสามีผู้อบอุ่นเยือกเย็นและเนี๊ยบกริบไร้ที่ติ ผมค่อยๆ เดินลงบันไดวนมาต้อนรับเด็กสาวจากบ้านนอกด้วยมาดผู้ดีและท่าทางที่เปี่ยมไปด้วยไมตรีจิต
"ยินดีต้อนรับสู่บ้านของเรานะมะปราง" ผมเอ่ยทักทายด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่มนวล สุภาพ อ่อนโยนก้องกังวานไปทั่วห้องโถงหรู
มะปรางสะดุ้งสุดตัวเมื่อได้ยินเสียงผมทักทาย หล่อนรีบหันขวับมามองแล้วดวงตากลมโตคู่ใสซื่อก็เบิกกว้างด้วยความตกตะลึงจนปากอ้าค้าง หล่อนคงไม่คิดว่าพ่อของสามีจะยังดูหนุ่มแน่นและฟิตปั๋งขนาดนี้ แม้วัยของผมจะเฉียดเลขห้าแต่ร่างกายของผมได้รับการดูแลอย่างดีเยี่ยมจากการออกกำลังกายสม่ำเสมอ ผิวพรรณตึงกระชับ ใบหน้าคมเข้มมีริ้วรอยแห่งประสบการณ์และเคราสั้นตกแต่งอย่างดี ผมสวมชุดลำลองระดับแบรนด์เนมหรูที่ขับเน้นช่วงไหล่กว้างและอกผายหนาหนั่น กลิ่นน้ำหอมนำเข้าราคาแพงโชยแตะจมูกมนของสะใภ้บ้านนอกเข้าเต็มรักจนเธอหน้าแดงซ่านลามไปถึงหูทันที
"สวัสดี... สวัสดีค่ะคุณพ่อ!" มะปรางละล่ำละลักพร่ำพูดพลางยกมือไหว้ย่อตัวต่ำจนหน้าอกหน้าใจกลมโตคู่นั้นก้มต่ำล้นเอ่อทะลักคอเสื้อยืดกว้างๆ ออกมาแทบจะร่วงกรูลงมากองตรงหน้า สายตาของผมแอบตวัดมองร่องอกขาวโพลนธรรมชาติคู่ใหญ่ที่เบียดกันแน่นจนเห็นเงาคล้ำลึกข้างใน ลำคอระหงของเธอมีเหงื่อเม็ดเล็กๆ ซึมออกตามความตื่นเต้นสะท้านหัวใจ
"ไหว้พระเถอะลูก ไม่ต้องเกร็งขนาดนั้นนะ ทำตัวตามสบายเถอะ ที่นี่คือบ้านของหนูแล้ว" ผมรับไหว้ด้วยความอบอุ่นและเอ็นดู ท่าทางสุภาพไร้พิษภัยพลางซ่อนความคิดดิบชั่วร้ายที่แวบเข้ามาในหัวว่าอยากจะคว้าตัวเต่งตึงอวบอัดนี้เข้ามากอดฟัดกดลงกับพื้นหินอ่อนให้หายเสียวชะมัด
"ขะ... ขอบคุณค่ะคุณพ่อ บ้านใหญ่โตจังเลยค่ะ มะปรางไม่เคยเห็นบ้านไหนใหญ่และสวยขนาดนี้มาก่อนเลยในชีวิต" เธอหันมองรอบตัวพลางพึมพำด้วยความตื่นตาตื่นใจระคนประหม่า มือบางคอยดึงชายเสื้อยืดลงปิดบังท่อนขาอวบและสะโพกกลมของตัวเองยามที่รู้ตัวว่ากางเกงเจเจมันสั้นเกินไปจนต้นขาเบียดกันแน่น
"ฮะๆ คุณพ่ออย่าถือสามะปรางเลยครับ ยัยคนนี้ตื่นตูมตั้งแต่ลงจากเครื่องบินที่สนามบินแล้วครับ" กานต์หัวเราะร่าโอบเอวเมียรักสะใภ้บ้านนอกอย่างทะนุถนอม ซึ่งภาพความรักใคร่ของลูกชายทำให้ผมต้องแอบกลืนน้ำลายข่มความรู้สึกบางอย่างลงไป ความถูกต้องเตือนสติว่านี่คือเมียลูก แต่ความอยากและกลิ่นสาบสาวธรรมชาติที่โชยมาจากร่างอวบอัดของสะใภ้คนนี้กลับคอยทรยศสมองซีกซ้ายของผมอยู่ร่ำไป
"พ่อไม่ถือสาหรอกกานต์ ดีเสียอีก บ้านหลังใหญ่โตแห่งนี้จะได้มีชีวิตชีวาและเสียงหัวเราะขึ้นมาบ้าง... ป่ะ มะปราง เดินทางมาเหนื่อยๆ ไปเตรียมตัวทานมื้อค่ำกันเถอะ พ่อสั่งให้แม่บ้านจัดโต๊ะรอไว้แล้วล่ะ" ผมพูดก่อนจะหันหลังเดินนำทางสะใภ้และลูกชายไปยังห้องอาหารใหญ่ ทิ้งให้มะปรางเดินก้มหน้าก้มตาเกร็งก้าวเท้าทีละนิดอยู่ข้างหลังสามีโดยมีสายตาของผมคอยชำเลืองมองสะโพกผายงอนงามที่โยกย้ายไปตามจังหวะเดินอย่างมีความหวัง
---
มื้อค่ำมื้อแรกถูกจัดขึ้นบนโต๊ะอาหารขนาดยาวที่ทำจากไม้สักทองปูผ้าลูกไม้ทอมือราคาแพงระยับนำเข้าจากฝรั่งเศส ชุดจานกระเบื้องพอร์ซเลนเคลือบขอบทองคำแท้แบรนด์เนมหรูจัดวางเรียงรายสลับกับช้อนส้อมเงินแท้ที่เรียงลำดับซ้ายขวาอย่างเป็นระเบียบตามมารยาทตะวันตก อาหารค่ำวันนี้นอกจากจะมีอาหารไทยรสเลิศที่ผมคุ้นเคยแล้ว ยังมีอาหารยุโรปจานหลักอย่างสเต๊กเนื้อแองกัสและซุปข้นปูอลาสก้าเพื่อต้อนรับการกลับมาของลูกชายและสะใภ้คนใหม่
มะปรางนั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามกับผม ถัดจากกานต์ที่คอยนั่งยิ้มแย้มตักอาหารคอยดูแลเอาใจใส่เมียรักตลอดเวลา
แต่ทว่า ความประหม่าของมะปรางกลับพุ่งสูงขึ้นขีดสุดเมื่อเห็นอุปกรณ์ทานอาหารจานชามและช้อนส้อมละลานตาจนลายตาไปหมด หล่อนหยิบจับไม่ถูก ได้แต่จ้องมองมีดและส้อมด้วยใบหน้าซีดเผือดสลับแดงก่ำสับสน มือเรียวเล็กสั่นเทาพยายามหยิบช้อนเงินเล่มใหญ่ออกมาหวังจะตักอาหารทานอย่างที่เคยทำที่บ้านเกิด แต่ทว่าจังหวะที่พยายามใช้ช้อนตักเนื้อสเต๊กชิ้นหนา มือที่สั่นเทาเพราะความตื่นเกร็งคุมแรงไม่ได้ ทำให้มีดและช้อนเงินกระทบเข้ากับจานกระเบื้องขอบทองเสียงดังระฆังแก้วแกร๊งใหญ่สะท้อนห้อง!
*แกร๊ง! เคร้ง!*
เสียงช้อนส้อมเคาะจานสั่นสะเทือนท่ามกลางห้องอาหารอันเงียบสงบ มะปรางสะดุ้งตื่นตระหนกจนช้อนหลุดมือร่วงลงไปฟาดโต๊ะอาหารเสียงดัง ป้าสมใจ หัวหน้าแม่บ้านเก่าแก่ที่ยืนคุมการบริการอยู่มุมห้องหันมาถลึงตาดุใส่หล่อนอย่างรวดเร็ว สายตาเปี่ยมไปด้วยความอึดอัดรำคาญใจปนดูแคลนในความเชยเปิ่นไร้กริยาผู้ดีของสะใภ้บ้านนอก
มะปรางหน้าแดงก่ำร้อนผ่าวไปทั้งหน้าและลำคอ ความละอายใจและเกรงใจคุณพ่อสามีเอ่อล้นจนน้ำตาแทบจะคลอเบ้าตา หล่อนรีบก้มหน้าลงจนคางแทบชิดหน้าอก ก้มหัวปลกๆ ยกมือไหว้พัลวัน ไปทางป้าสมใจและผมด้วยความลนลาน
"ขะ... ขอโทษค่ะคุณพ่อ มะปรางซุ่มซ่ามเองค่ะ มะปรางใช้ไม่เป็นเลยจริงๆ ค่ะ... ขอโทษป้าสมใจด้วยนะคะ" น้ำเสียงสั่นเครือราวกับจะร้องไห้ของเธอชวนให้รู้สึกเอ็นดูปนความเสียวซ่านรัญจวนแปลกๆ ในใจของผมชะมัด
"ฮะๆ มะปรางเอ๊ย ไม่เห็นต้องเครียดขนาดนั้นเลย หยิบมีดมือขวา ส้อมมือซ้ายสิลูก ค่อยๆ หั่นแบบนี้นะ" กานต์หัวเราะแก้เขินพลางเอื้อมมือไปจับมือเมีย สอนวิธีถือมีดถือส้อมหรูเล่มยาวเพื่อแก้สถานการณ์ให้คลี่คลาย
แต่ในระหว่างที่กานต์กำลังก้มลงไปจับมือสอนเธอนั่นเอง มะปรางที่พยายามโน้มตัวเรียนรู้วิธีการหั่นเนื้อสเต๊กก็ขยับตัวก้มลงต่ำ คอเสื้อยืดคอกว้างสีซีดหลวมโคร่งของเธอห้อยย้อยตกลงมาตามแรงโน้มถ่วงทันที!
ภาพที่ปรากฏต่อสายตาของผมซึ่งนั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามเป๊ะๆ เป็นมุมกล้องที่ยอดเยี่ยมและล่อแหลมที่สุด เนินเต้าขาวผ่องขนาดใหญ่มหึมาเบียดกันแน่นโผล่พ้นขอบเสื้อยืดออกมาเห็นยอดอกสีชมพูระเรื่อธรรมชาติรำไรอยู่ข้างใต้บราตัวบางไร้โครงเหล็กดัด เต้าโตคู่นั้นดิ้นรนกระเพื่อมไหวเบาๆ ตามแรงขยับมือหั่นเนื้อ แผ่นอกขาวเนียนละเอียดไม่มีที่ติสะท้อนแสงไฟคริสตัลช่างเป็นเต้านมแท้ๆ ที่ดูนุ่มนิ่มหวานฉ่ำน่านวดคลึงเค้นบดบี้ด้วยฝ่ามือหยาบโลนของผมเหลือเกิน ยิ่งยามที่เธอยกแขนหั่นเนื้อ คอเสื้อก็ยิ่งอ้ากว้างจนแทบจะเห็นยอดอกสีหวานโผล่ออกมาครึ่งเต้า
ผมจ้องมองภาพเบื้องหน้าไม่กะพริบตา คอหอยแห้งผากลามปามไปถึงความอยากในส่วนลึกที่ทวีความรุนแรง -วยหนาใหญ่ของผมปวดแน่นหนึบดันกางเกงสแล็กสั่งตัดเนื้อดีจนรั้งเป้าปูดขึ้นมาเป็นลำเขื่องแน่นหนั่น ผมรีบใช้ผ้าเช็ดปากซับริมฝีปากเพื่อกลบเกลื่อนอาการน้ำลายสอและอาการหน้ามืดคล้ายคนหัวใจวาย
"สมใจ... ไปเอาน้ำผลไม้เย็นๆ มาเพิ่มสิ" ผมหันไปสั่งแม่บ้านเสียงเรียบเพื่อเบี่ยงเบนสายตาดุของหล่อนไม่ให้จ้องจับผิดสะใภ้ของผมจนเตลิดไปไกล
"ค่ะ... ท่านภูมิ" ป้าสมใจรับคำเสียงแข็งก่อนเดินสะบัดหน้าออกไปจากห้องอาหาร
ผมหันกลับมามองมะปรางที่ยังคงหน้าแดงก้มหน้าทานสเต๊กอย่างทุลักทุเลสลับใช้ช้อนตักข้าวเข้าปากอย่างระมัดระวังสูงสุด ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงอบอุ่นใจดีเพื่อปลอบโยนไม่ให้เธอรู้สึกแย่ไปมากกว่านี้
"ไม่ต้องเกร็งหรอกนะมะปราง คนเราฝึกฝนเรียนรู้กันได้ทั้งนั้นแหละ ทานอาหารให้อร่อยเถอะนะ อยู่ที่นี่อยากกินอะไรก็บอกแม่บ้านได้เลย ไม่ต้องเกรงอกเกรงใจพ่อ"
"ค่ะ... ขอบพระคุณค่ะคุณพ่อ คุณพ่อใจดีและเมตตามะปรางเหลือเกินค่ะ มะปรางโชคดีจริงๆ ที่ได้เจอกับคุณพ่อ" มะปรางเงยหน้าขึ้นมายิ้มให้ผมด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความซาบซึ้งใจและภักดี แววตาแสนซื่อคู่นั้นดูเทิดทูนระคนเกรงอกเกรงใจผมอย่างถึงที่สุด โดยที่หล่อนหารู้ไม่ว่า สายตาอบอุ่นของพ่อสามีหนุ่มใหญ่คนนี้กำลังแอบประเมินและจินตนาการถึงร่างอวบอัดยามไร้เสื้อผ้าและร้องครางสยิวรับความเสียวจาก-วยยักษ์แปดนิ้วของผมอยู่ใต้ร่างบนเตียงนุ่มนั่นแล้ว
---
ช่วงกลางดึก ค่ำคืนแรกในฤา์ดำเนินผ่านไปด้วยความเงียบสงบ ผมนั่งดื่มวิสกี้ชั้นเลิศอยู่ในห้องทำงานส่วนตัวหรูหราที่กรุด้วยไม้โอ๊กโทนเข้มและรายล้อมด้วยชั้นหนังสือหนังแท้ส่งกลิ่นหอมกรุ่น โต๊ะทำงานไม้สักขนาดใหญ่ตั้งเด่นสง่าประดับด้วยโคมไฟทองเหลืองหรูคลาสสิก แสงไฟในห้องสลัวขับเน้นความรู้สึกมีระดับและเงียบสงัด เหมาะสำหรับความคิดที่เต็มไปด้วยแผนการชั่วร้าย
*ก๊อก ก๊อก ก๊อก*
เสียงเคาะประตูไม้หนาเคาะขึ้นเบาๆ ก่อนที่กานต์จะก้าวเข้ามาในห้องทำงาน ใบหน้าของลูกชายหนุ่มวัยยี่สิบห้าปีดูเคร่งเครียดสับสน มือข้างหนึ่งกำโทรศัพท์มือถือเครื่องหรูเอาไว้แน่น ท่าทางร้อนรนจนผมต้องขมวดคิ้วถามไถ่เพื่อแสดงความห่วงใยตามประสาพ่อที่ดี
"มีอะไรหรือเปล่ากานต์ ทำไมหน้าตาดูกังวลและร้อนใจขนาดนั้นล่ะลูก" ผมเอ่ยถามพลางวางแก้วคริสตัลลงบนโต๊ะไม้สักช้าๆ
"คุณพ่อครับ... ผมเพิ่งได้รับโทรศัพท์สายด่วนข้ามประเทศจากคุณลุงทรงพลที่สวิตเซอร์แลนด์ด่วนมากเลยครับ" กานต์เอ่ยน้ำเสียงสั่นเครือเต็มไปด้วยความกดดัน "บริษัทร่วมลงทุนเครือสาขาใหญ่ของเราทางยุโรปและฝั่งไต้หวันเกิดวิกฤตหนัก ระบบการเงินภายในโดนยักยอกและหุ้นส่วนท้องถิ่นกำลังรวมตัวฟ้องร้องเรียกค่าเสียหาย คุณลุงบอกว่าต้องส่งคนในตระกูลของเราไปคุมสถานการณ์และเจรจาขจัดข้อขัดแย้งด้วยตัวเองด่วนที่สุด ไม่อย่างนั้นเราอาจจะสูญเสียตลาดฝั่งโน้นไปทั้งหมดภายในสามเดือนนี้ครับ"
ผมเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย แสร้งทำเป็นตระหนกตกใจตามสถานการณ์ธุรกิจ ทั้งที่ในใจลึกๆ เริ่มสั่นไหวและลิงโลดกับจังหวะชีวิตที่โชคเข้าข้างอย่างเหลือเชื่อและประจวบเหมาะเหลือเกิน "แล้วลุงทรงพลว่ายังไง ต้องให้ใครไปจัดการล่ะ?"
"คุณลุงบอกว่าคุณพ่อมีภาระงานใหญ่ที่กรุงเทพฯ ปลีกตัวไม่ได้เด็ดขาด และเรื่องนี้กะทันหันมากเลยอยากให้ผมเป็นคนเดินทางไปเรียนรู้งานและคุมสถานการณ์แทรกซึมที่ยุโรปยาวนานถึง 6 เดือนครับคุณพ่อ... ผมต้องบินไฟล์ทด่วนที่สุดคืนนี้เช้ามืดตอนตีสี่เลยครับ ไม่อย่างนั้นจะไม่ทันการประชุมร่วมกับผู้แทนหุ้นส่วนพิเศษในวันพรุ่งนี้เช้า" กานต์พูดพรั่งพรู ใบหน้าหล่อเหลาเต็มไปด้วยความหนักใจปนความเครียดกังวลใจอย่างเห็นได้ชัด
"หกเดือนเลยเหรอ... มันกะทันหันมากเลยนะกานต์" ผมแสร้งขมวดคิ้วทำเสียงเข้ม แสร้งแสดงความเป็นห่วงลูกชาย "แล้วมะปรางเมียแกเพิ่งเดินทางมาถึงฤา์ได้แค่วันเดียวเองนะ จะทำยังไงล่ะกานต์?"
นี่คือคำถามสำคัญที่ผมอยากได้ยินคำตอบที่สุดเพื่อปลดล็อกทุกความปรารถนาในใจของผม
กานต์เงียบไปครู่หนึ่ง ใบหน้าหล่อเหลาเต็มไปด้วยความหนักใจและละอายใจอย่างล้นพ้น "นั่นแหละครับที่ผมกังวลที่สุดและเกรงใจคุณพ่อมากๆ มะปรางเพิ่งมาจากบ้านนอก ภาษาอังกฤษเธอก็ไม่ได้ มารยาทสังคมไฮโซหรือการใช้ชีวิตในเมืองหลวงหรูหราเธอก็ไม่ประสีประสาเลย ผมกลัวว่าเธอจะอยู่ไม่ได้และโดนพวกคนรับใช้ในบ้านแกล้งหรือโดนสังคมภายนอกดูถูกเอา... กานต์อยากจะกราบฝากฝังคุณพ่อช่วยดูแลความปลอดภัยของมะปรางแทนผมทีนะครับ กานต์ไม่อยู่ตั้งครึ่งปี กานต์ไว้ใจและเชื่อใจแค่คุณพ่อคนเดียวเท่านั้นที่จะปกป้องดูแลเธอได้ดีที่สุดครับ"
ผมมองดวงตาจริงจังปนวิงวอนและเชื่อมั่นของลูกชายแท้ๆ แล้วแอบหัวเราะในใจอย่างบ้าคลั่งด้วยความกระหยิ่มยิ้มย่อง ความต้องการที่เก็บกดเอาไว้ในส่วนลึกของผมกรีดร้องด้วยความยินดีอย่างที่สุด การทิ้งสาวอวบแน่นเนื้อนุ่มแสนซื่อเปลือยเปล่าไร้เดียงสาไว้กับพ่อผัวหนุ่มใหญ่ในฤา์หลังนี้เปรียบเสมือนการยื่นเนื้อหวานนุ่มชิ้นโตเข้าปากเสือหิวอย่างผมโดยตรง
"ช่วยสั่งสอนมารยาทสังคมและการใช้ชีวิตผู้ดีแบบคนมีตระกูลให้เธอด้วยนะครับคุณพ่อ กานต์อยากให้เธอกลายเป็นสะใภ้ตระกูลเราได้อย่างสง่างามและคู่ควรยามที่กานต์เดินทางกลับมา" กานต์เอ่ยฝากฝังตบท้ายอย่างจริงจังปนน้ำเสียงอ้อนวอน
ผมพยักหน้ารับคำอย่างสุขุมเยือกเย็น สบตากับลูกชายพลางวางมือหนาลงบนไหล่กว้างของเขาเพื่อสร้างความมั่นใจ "แกไม่ต้องห่วงนะกานต์ เรื่องธุรกิจของตระกูลสำคัญที่สุด แกตั้งใจเดินทางไปจัดการปัญหาให้เรียบร้อยเถอะ ส่วนเรื่องมะปราง... พ่อรับปากว่าจะดูแลเมียแกให้อย่างดีที่สุด จะคอยตักเตือน คอยสอนสั่งมารยาทการวางตัวและการเป็นสะใภ้ไฮโซให้เธอด้วยตัวพ่อเองทุกซอกทุกมุมเลย แกเดินทางไปทำหน้าที่ของแกให้สบายใจเถอะ พ่อจะดูแลเมียแกให้ปลอดภัยไร้กังวลอยู่เคียงข้างพ่อเสมอ"
"ขอบคุณครับคุณพ่อ ผมเบาใจและหมดกังวลขึ้นเยอะเลยครับ" กานต์ถอนหายใจยาวอย่างโล่งอก รอยยิ้มกลับมาประดับใบหน้าของเขาอีกครั้งโดยที่เขากลบเกลื่อนความไร้เดียงสาไม่รู้เลยว่าพ่อบังเกิดเกล้าของตัวเองกำลังเตรียม 'สั่งสอนมารยาทสะใภ้ลับหลังสามี' บนเตียงหนานุ่มให้เมียรักของเขาเสียวซ่านรูรักจนแตกน้ำรักแทบทุกค่ำคืน
---
เวลาเช้ามืด ตีสามสี่สิบห้านาที... บรรยากาศรอบฤา์หลังใหญ่ยังคงตกอยู่ในความมืดสลัวและหนาวเหน็บ ลมหนาวบางเบาโชยพัดผ่านยอดต้นไม้ใหญ่ในสวนหรู แสงไฟสีขาวสว่างหน้ารถสปอร์ตซีดานคันหรูของกานต์ส่องสว่างวาบไปทั่วโถงหน้าฤา์ คนรับใช้ทยอยขนกระเป๋าเดินทางใบโตของกานต์ขึ้นรถจนเสร็จเรียบร้อย
มะปรางยืนเกาะแขนสามีร้องไห้กระซิกๆ น้ำตานองใบหน้ากลมแป้นสีน้ำผึ้งนวล สะอื้นไห้ตัวโยนจนเนินอกกลมโตสองข้างกระเพื่อมไหวขึ้นลงรุนแรงอยู่ใต้เสื้อยืดคอกว้างสีซีดตัวเดิม หล่อนยังสวมกางเกงเจเจขาสั้นตัวเก่าและร้องไห้เสียใจอย่างหนักที่ต้องแยกจากสามีที่เพิ่งแต่งงานกันหมาดๆ กานต์กอดจูบหน้าผากของเมียรักอย่างอ่อนโยนและพูดปลอบโยนเมียซ้ำแล้วซ้ำเล่า ก่อนจะหันมาไหว้ผมเป็นครั้งสุดท้ายแล้วเปิดประตูรถก้าวขึ้นรถไป
เสียงเครื่องยนต์รถสปอร์ตซีดานคันหรูสตาร์ทติดเงียบกริบก่อนที่จะเคลื่อนตัวช้าๆ ผ่านพ้นประตูรั้วเหล็กดัดบานยักษ์ของฤา์พันล้านไปในความมืดสลัวรางของเช้ามืด ประตูรั้วค่อยๆ ปิดตัวลงช้าๆ เสียงกลไกเหล็กดัดกระทบกันดังแกร๊กราวกับเป็นสัญญาณปิดกั้นเธอจากโลกภายนอกและกานต์อย่างถาวร
ทิ้งให้มะปรางยืนร้องไห้สะอื้นกังวลใจอยู่เคียงข้างผมในโถงใหญ่โอ่อ่าของห้องรับแขกที่เงียบเชียบและสลัวราง
"ฮือ... พี่กานต์ มะปรางจะอยู่ยังไง... มะปรางทำอะไรไม่เป็นสักอย่างในบ้านหลังใหญ่โตหลังนี้เลยจ้ะ..." มะปรางสะอื้นไห้เบาๆ ยืนห่อไหล่สะทกสะท้านพลางกอดกระเป๋าผ้าสีซีดของตัวเองแนบอกแน่น ร่างกายอวบอัดเต่งตึงตัวสั่นงันงกประหนึ่งลูกนกเพิ่งหลงรังที่ไม่มีที่พึ่งพาใดๆ อีกแล้ว ความเปล่าเปลี่ยวและความกังวลใจฉายชัดในดวงตาคู่ใสซื่อที่แดงช้ำน้ำตาคลอเบ้า
ผมยืนมองจังหวะชีวิตที่เปิดทางให้ผมเข้าครอบครองเธออย่างสมบูรณ์แบบ แววตาของผมจ้องมองเนินอกอวบตูมขาวผ่องที่โผล่พ้นคอเสื้อหลวมๆ ที่เบียดเต้าโตกลมกลึงจนเห็นขอบร่องอกลึกสีน้ำนมกระเพื่อมไหวรุนแรงตามแรงสะอื้นไห้ชวนน้ำลายสอ กลิ่นสาบสาวที่ปนกลิ่นแป้งเด็กราคาถูกและเหงื่อจางๆ โชยเข้าจมูกของผมอย่างจัง ปลุกอารมณ์ใคร่ดิบเถื่อนในกายผมให้ลุกฮือขึ้น ควยขนาดแปดนิ้วของผมใต้กางเกงสแล็กสั่งตัดขยายตัวแข็งปั๋งจนขึงตึงเปรี้ยะ ดันหัวบานเข้มดันเป้ากางเกงจนปวดตุบๆ อย่างรุนแรงจนทนแทบไม่ไหว
ผมขยับก้าวเข้าไปยืนชิดด้านหลังของเธอช้าๆ ฝ่ามือหนาอุ่นจัดค่อยๆ ยกขึ้นโอบแตะบ่ากลมนุ่มนิ่มของสะใภ้บ้านนอกอย่างแผ่วเบา แรงกดเบาๆ แฝงความอุ่นใจและอำนาจปกป้องส่งผ่านฝ่ามือกว้างของผมไปยังไหล่บางของเธอที่กำลังสั่นสะท้าน
มะปรางสะดุ้งตัวสั่นเล็กน้อยเมื่อได้รับสัมผัสจากพ่อสามีที่ขยับเข้าใกล้ชิดเกินงาม ความตื่นตระหนกทำให้ร่างอวบของหล่อนหันขวับมามองหน้าสบตาผม แววตาสั่นระริกเปี่ยมไปด้วยความไว้วางใจปนความเกรงอกเกรงใจคุณพ่อสามีลึกๆ และสุดท้ายเธอก็นิ่ง ยินยอมรับสัมผัสจากฝ่ามือหนาอุ่นจัดของผมโดยไม่ได้ขยับตัวถอยหนี
ผมโน้มตัวก้มลงไปใกล้ ใบหน้าของผมแทบจะชิดติดกับใบหูมนของเธอ กลิ่นสาบสาวหอมสะอาดแสนเย้ายวนของมะปรางปะทะเข้าจมูกจนผมอยากจะกดปากและจมูกลงไปฟัดแก้มใสให้หนำใจ ผมเอ่ยกระซิบด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่มนวลทว่าแฝงความมีอำนาจล้นพ้นเหนือกว่าและเยือกเย็นแฝงความดิบกระหาย
"ไม่ต้องกลัวไปหรอกนะมะปราง... อยู่ที่นี่... พ่อจะสั่งสอนหนูเอง"
น้ำเสียงของผมกระซิบแผ่วเบาข้างหูจนเธอขนลุกซู่หน้าแดงระเรื่อไปทั้งตัว มะปรางช้อนสายตากลมโตสบตาผมด้วยความรู้สึกอุ่นใจปนเกรงอกเกรงใจที่เปี่ยมล้น โดยไม่รู้เลยว่า สายตาของพ่อผัวจอมหิวคนนี้จ้องมองต่ำลงไปที่ร่องอกตูมคู่ยักษ์ที่กระเพื่อมไหวตรงหน้า และ-วยยักษ์ในกางเกงสแล็กสีดำหนาหรูกำลังขยายแข็งโป๊กสั่นสะท้านขึงเป้าดันเนื้อผ้าพร้อมที่จะแทงลึกเสียบรูสวาทของเธอ สั่งสอนมารยาทสะใภ้ไฮโซบนฤา์หลังนี้ให้หล่อนเสียวซ่านจนลืมสามีที่อยู่ไกลถึงต่างแดนไปเสียสนิทใจ!
นิยายแนะนำ
นิยายแนะนำ
ความคิดเห็น
COMMENT
ปักหมุด
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ เพื่อสร้างประสบการณ์นำเสนอคอนเทนต์ที่ดีให้กับท่าน รวมถึงเพื่อจัดการข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์ที่ดีบนบริการของเว็บไซต์เรา หากท่านใช้บริการเว็บไซต์นี้ต่อไปโดยไม่มีการปรับตั้งค่าใดๆ นั่นเป็นการแสดงว่าท่านอนุญาตยินยอมที่จะรับคุกกี้บนเว็บไซต์และนโยบายสิทธิส่วนบุคคลของเรา
0.00
0.00









userA???
???? ??? ? ???? ?? ??