เรื่อง บทกวีผลาญฟ้า

ติดตาม
บทที่ 1 ตอนที่ 9 : วาสนาและกิ่งไม้ใบหญ้า
บทที่ 1 ตอนที่ 9 : วาสนาและกิ่งไม้ใบหญ้า
  • ปรับสีและขนาดตัวอักษร

ตอนที่ 9 : เริ่มฝึกฝน


(มีเรื่องจะแจ้งให้ผู้อ่านครับ ตรงเนื้อหาที่ว่าหยุนเสวี่ยเฟิงมีพลังวิญญาณระดับ10สุดปลาย ในก่อนหน้านี้ ผมจะเปลี่ยนเป็น9สุดปลายนะครับ เพื่อจะไม่ให้งงสเกลกันครับ) (อ้อ มีของซานซานจะปรับเป็น69ทะลวงไป70แล้วเปลี่ยนร่างคนกับเจี้ยนเหล่ยระดับ 79สุดปลายนะครับ)

ส่วนการคำนวนชั้นบทกวีที่เป็นบัพเสริมพลัง ที่อธิบายในตอนก่อนหน้า ผมก็เปลี่ยนใหม่นะครับ ต้องขออภัยด้วยครับพอดีมาวางสเกลพลังแล้วเหมือนมันจะยุ่งยากมากขึ้นเกินไป ผมจึงปรับเปลี่ยนเป็น ขั้นกวี1ชั้น ก็บวกบวกระดับเลเวลเข้าไป 1เลเวลครับ, 10ชั้นก็คือบวกพลังวิญญาณอีก10ระดับครับ หากใครมีข้อสงสัยสามารถคอมเม้นต์ถามได้นะครับ


—————————————


พื้นฐานมีเพียงเท่านี้ ตอนนี้เสวี่ยน้อยมีข้อสงสัยหรือไม่ หากว่าสงสัยก็ให้รีบถาม จะได้ไม่เป็นปัญหาในอนาคต” เหว่ยซานกล่าว


พี่ซานซานกล่าวมานั้นเข้าใจหมดแล้ว แล้วการทะลวงด่านเล่า มันเป็นอย่างไร แล้วทำยังไงถึงจะวัดระดับพลังวิญญาณได้?” หยุนเสวี่ยเฟิงนึกถึงเรื่องนี้ได้พอดี


สิ่งนี้เจ้าต้องเข้าใจเรื่องระดับพลังวิญญาณเสียก่อน” เหว่ยซานว่าแล้วนางก็แบมือออก ภายในฝ่ามือนั้นเริ่มเกิดเป็นกระแสพลังแผ่ขยายออกมา “นี่คือพลังวิญญาณระดับ70 เจ้าพอจะสัมผัสปริมาณความเข้มข้นของมันได้หรือไม่


ได้ยินเช่นนั้นหยุนเสวี่ยเฟิงก็เริ่มตั้งสมาธิสัมผัส กระแสพลังวิญญาณตรงหน้า ในขณะเดียวกันมันก็เริ่มคลายมือตัวเองออกแล้วเร่งเร้ากระแสพลังวิญญาณของตัวเองออกมาโดยไม่รู้ตัว


คล้ายกับว่าพลังวิญญาณของพี่ซานซานจะเข้มข้นกว่าข้าหลายเท่าทวีคูณมากนัก.. เอ๊ะ” หยุนเสวี่ยเฟิงเริ่มรู้สึกตัวว่ามันได้แผ่พลังวิญญาณออกมาโดยไม่รู้ตัว


ขอให้เจ้าจดจำความรู้สึกนี้ไว้ ว่าการใช้พลังวิญญาณเป็นอย่างไร แล้วเจ้าจะเริ่มต้นได้ดี” เหว่ยซานกล่าว แท้จริงแล้วการที่นางกระทำอย่างนี้ ส่วนหนึ่งคือการชี้นำวิธีการใช้พลังวิญญาณให้กับเด็กชาย ในดินแดนเทียนฉินนี้ ใช่ว่าผู้ตื่นรู้ทุกคนจะสามารถใช้พลังวิญญาณได้ตั้งแต่ครั้งแรก บางคนนั้นผ่านไปเป็นปีก็ยังไม่สามารถจับสัมผัสพลังวิญญาณของตนเองได้ แม้นว่าการสอนด้วยคำอธิบายแล้วจะทำให้เข้าใจ แต่การจะใช้สัมผัสในทางปฏิบัตินั้น มันเริ่มต้นได้ยาก


พลังวิญญาณของข้า..” หยุนเสวี่ยเฟิงรำพึง มันเหม่อมองฝ่ามือตนเองที่มีกระแสพลังเบาบางไหลเวียนอยู่ แต่ครั้นจะเร่งเร้าพลังให้หนาแน่นขึ้น มันกลับคล้ายว่าจะเพิ่มได้มากสุดเพียงเก้าส่วน และเหมือนมีความรู้สึกว่ามันมาสุดทางได้แค่นี้ เด็กชายใช้มืออีกข้างเกาหัว เหว่ยซานเห็นดังนั้นนางก็เข้าใจได้ทันทีว่าเด็กน้อยสงสัยอันใด


พอก่อนเถิด.. ตอนนี้เจ้ากำลังจะทะลวงด่านเพิ่มระดับพลังวิญญาณ หากว่าผิดพลาด เจ้าจะบาดเจ็บถึงขั้นตายได้เลยทีเดียว” ได้ยินดังนั้นหยุนเสวี่ยเฟิงก็เกิดอาการกลัวขึ้นมาทันที มันรีบผ่อนคลายการเร่งเร้ากระแสพลังลงทันที


เกือบไปแล้ว..’ หยุนเสวี่ยเฟิงถอนหายใจ มันกล่าวถามกับซานซานต่อว่า “เมื่อครู่..ข้าคล้ายจะสามารถเร่งเร้าพลังวิญญาณได้เกือบจะสองเท่า แต่ก็คล้ายว่ามันจะเจอทางตันเสียก่อน


สัมผัสนี้ถือว่าเจ้ามาถูกทางแล้ว คำว่าทะลวงด่านเพิ่มระดับนั้นแปลแบบตรงตัวจากที่เจ้าสัมผัส นั่นก็คือเมื่อทะลวงไปที่ระดับ10แล้ว พลังวิญญาณของเจ้าจะเพิ่มพูนขึ้นมาอีกหนึ่งเท่า” เหว่ยซานชูนิ้วชี้ทั้งสองข้างแล้วนำมาประกบกัน


ยกตัวอย่างเช่น ระดับพลังวิญญาณของข้าก่อนหน้านี้คือ69 แต่เมื่อทะลวงด่านไปที่ระดับ70แล้ว กระแสพลังวิญญาณตั้งต้นทั้งปริมาณและและความหนาแน่นจะเพิ่มเป็นสองเท่าของก่อนหน้านี้ทันที


ที่ว่ากระแสพลังตั้งต้นนั้นหมายความว่า หากใช้พลังวิญญาณแรกเริ่มจะอยู่ที่70 แต่ผู้ใช้พลังจะสามารถเร่งพลังขึ้นไปได้อีกเป็นสัดส่วนตามระดับที่ตัวเองบรรลุ


ยกตัวอย่างเช่นเทพกิเลนสายฟ้าเจี้ยนเหล่ยที่มีพลังวิญญาณระดับ79 และต่อสู้กับเหว่ยซานที่มีระดับ70 ระดับพลังตั้งต้นของทั้งสองก็คือ 70 แต่ระหว่างการต่อสู้นั้น เจี้ยนเหล่ยจะสามารถเร่งเร้าพลังที่มีได้อีก9ในสิบส่วน แต่ถ้าหากว่าเทพกิเลนเจี้ยนเหล่ยสามารถบรรลุระดับ80ได้ พลังตั้งต้นที่ใช้ต่อสู้จะกลายเป็น80ทันที ซึ่งหมายความว่ามันมิต้องเร่งเร้าพลังเพิ่มขึ้นจากระดับ70เหมือนก่อนหน้า ก็มีปริมาณและความหนาแน่นของพลังวิญญาณมากกว่าระดับ70ถึงสองเท่านั่นเอง


เช่นนั้นก็เท่ากับว่า พลังวิญญาณของท่านมีมากกว่าข้าถึง.. เอ่อ..” หยุนเสวี่ยเฟิงชะงักเล็กน้อย มันรีบใช้สมองคิดคำนวนได้ในทันที ‘สองยกกำลังเจ็ด


หนึ่งร้อยยี่สิบแปดเท่าของข้า!” หยุนเสวี่ยเฟิงยิ้มตอบ


โห.. เจ้าสามารถคิดคำนวนได้เช่นนี้เลยหรือ สัดส่วนเหล่านี้.. จากที่พี่สาวรับรู้มา มีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่จะมาตีค่าเป็นตัวเลขเช่นนี้” ซานซานลูบหัวเด็กน้อย


เช่นนั้นข้าก็พอจะทราบแล้ว เหตุใดห้วงกวีแต่ละขั้นถึงน่าหวาดกลัวนัก ด้วยปริมาณพลังที่แปรเปลี่ยนไปตามระดับพลัง เมื่อได้ห้วงกวีเสริมเข้าอีกชั้น ผู้นั้น..คงจะไร้เทียมทาน” กล่าวถึงตอนนี้หยุนเสวี่ยเฟิงพลันขนลุกทันที เหว่ยซานที่ได้ยินดังนั้นก็ยิ้มออกมา


ขอบเขตระดับพลังวิญญาณนั้น เท่าที่เคยปรากฏบนโลกนี้ สูงสุดเคยมีในประวัติศาสตร์ก็คือระดับ90 เจ้าคงจะเข้าใจว่าหากผู้มีระดับ90ได้รับห้วงกวีขั้นที่10จะมีพลังทวีคูณเทียบเท่าระดับ180ใช่หรือไม่?”


หยุนเสวี่ยเฟิงผงกหัวช้าๆ คล้ายว่ารอฟังอย่างใจจดใจจ่อ เหว่ยซานสูดลมหายใจคราหนึ่งแล้วจึงอธิบายต่อว่า


เจ้าเข้าใจผิดแล้ว บทกวีนั้นเพียงแค่เพิ่มพูนระดับตามตามขั้นของกวี ถ้าระดับ90ได้รับห้วงกวีขั้นที่ 7 แล้ว ระดับพลังวิญญาณก็จะเพิ่มมาเป็น97เท่านั้น


กล่าวถึงตรงนี้หยุนเสวี่ยเฟิงก็เข้าใจได้เสียที จะอย่างไรเสีย หากว่าผู้ที่ได้รับห้วงกวีนั้นมีระดับก้ำกึ่งจะเลื่อนขั้นหลักสิบนั่นสามารถวัดผลแพ้ชนะได้เลยทีเดียว


มาถึงบทเรียนสุดท้ายของพี่ซานซานในวันนี้” เหว่ยซานยกแขนกอดอก ก่อนจะกล่าวว่า “หัวข้อก็คือ.. เหตุใดบทกวีจึงช่วยให้ทะลวงด่านได้แล้วถ้าไม่มีจะสามารถทะลวงด่านได้หรือไม่.. พี่สาวจะให้เจ้าตอบ


หยุนเสวี่ยเฟิงรับโจทย์มาแล้วมันก็เริ่มขบคิด ‘จากที่ข้าทดลองใช้พลังวิญญาณเมื่อครู่และจากที่ข้าเคยใช้ต่อสู้ก่อนหน้านี้ พลังวิญญาณสามารถถูกเร่งเร้าไปได้ที่เก้าส่วน หากว่าไม่มีห้วงกวีช่วยเพิ่มระดับ.. และหากมีว่ามี..’


ด้วยการสอนของพี่ซานซาน ทำให้ข้าเข้าใจได้หมดแล้ว” หยุนเสวี่ยเฟิงกล่าวชมแล้วจึงตอบคำถามว่า “ผลของการมีห้วงกวีคอยหนุนใช่ว่าจะมีเพียงเพิ่มพูนระดับชั่วคราว หากแต่ว่ามันทั้งยังเพิ่มความแข็งเกร่งทางกาย เพราะด้วยร่างกายที่กักเก็บพลังวิญญาณมีความพร้อม การจะทะลวงด่านนั้นจะง่ายขึ้น และแม้ว่าพี่ซานซานจะไม่ได้อธิบายเพิ่มแต่ข้าขอเดาว่าระดับของขั้นกวีมีผลต่อความสำเร็จเป็นสัดส่วนเช่นกัน ไล่ตั้งแต่หนึ่งส่วนไปจนสิบส่วน สิบส่วนคือสำเร็จแน่นอน


ถูกต้อง.. ส่วนคำถามต่อไปเล่า?”


หากไม่มีห้วงกวีคอยหนุน การจะทะลวงระดับนั้นจะเป็นการหักโหม โอกาสสำเร็จไม่แน่นอน ขึ้นอยู่กับความพร้อมของสมาธิและจิตใจ อีกทั้งยังต้องฝึกฝนเพิ่มระดับในหน่วยย่อยให้เพิ่มขึ้นจนใกล้เคียงหลัก10มากๆ เพื่อที่จะทะลวงขึ้นไปได้” กล่าวจบมิทันที่หยุนเสวี่ยเฟิงจะหุบปากในคำสุดท้าย หญิงสาวพลันโน้มใบหน้าเข้ามา กลิ่นหอมอ่อนๆของดอกไม้บางชนิดลอยเข้าเตะจมูกเด็กชาย แก้มขาวนวลของมันพลันได้รับจุมพิตอันแผ่วเบา


เก่งมาก.. นี่คือรางวัล” เหว่ยซานกล่าวเบาๆพลางถอยร่างกลับ หยุนเสวี่ยเฟิงดวงตาค้างคล้ายเหม่อลอย ใบหน้าขาวของมันเริ่มกลายเป็นแดงก่ำเหมือนผลเชอรี่


เฮ่อ..” เทพกิเลนเจี้ยนเหล่ยที่กลับมาพร้อมอาหารมาเห็นเข้าพอดีก็ถอดถอนหายใจ


ครั้งนั้นเจ้ายังปฏิเสธวาสนาของเจ้า แต่บัดนี้กลับกลายเป็นเจ้าที่เข้าหาวาสนานั้นเสียเอง..’ เทพกิเลนคล้ายนึกถึงเรื่องราวในอดีตที่เนิ่นนานมาแล้ว


ในโลกในนี้ทุกชีวิตล้วนแล้วแต่สามารถเลือกหนทางของตนเองได้ ไม่มีคำว่าดวงชะตาไม่มีคำว่าฟ้าลิขิต หากแต่ว่ามีอยู่คำๆหนึ่งที่ทุกผู้ทุกคนต่างจะได้รับทราบ นั่นก็คือคำว่า ‘วาสนา


ครั้นเมื่อชีวิตใดก่อกำเนิด มันจะรับรู้ถึงวาสนาส่วนเสี้ยวหนึ่งในทั้งหมดที่ติดตัวมาด้วย วาสนานี้เจ้าของชีวิตจะเลือกได้ว่าจะไขว่คว้ามาหรือจะปล่อยมันไป


วาสนาในโลกนี้มิได้แบ่งแยกความชอบธรรม’ เทพกิเลนสายฟ้าเลิกคิ้วสูง มองดูหนึ่งสตรีหนึ่งเด็กชายเบื้องหน้า


ขณะนี้หากจะคาดเดาช่วงเวลาจากดวงตะวัน ก็จะพบเวลาเป็นเวลายามบ่าย ทั้งสามในขณะที่รับประทานอาหารก็พูดคุยถึงพื้นฐานพลังวิญญาณกันอย่างออกรส หยุนเสวี่ยเฟิงยังได้รู้อีกว่า แม้ว่าจะมีระดับพลังวิญญาณที่สูงเพียงใดก็ไม่สามารถการันตีผลแพ้ชนะได้เสมอไป ดังเช่นคำกล่าวที่ว่า ‘การศึกไม่หน่ายอุบาย’ ผู้ที่จะชนะการศึกได้ หาได้มีเพียงกำลังไม่


อาหารที่เจี้ยนเหล่ยนำมานั้นประกอบไปด้วย เนื้อปลาที่นำมาเผาและผลไม้นานาชนิด เหว่ยซานที่เพิ่งจะได้ลิ้มรสอาหารครั้งแรกในร่างมนุษย์นั้นถึงกับไม่สามารถหยุดกินได้ แต่กระนั้นท่าทางในการรับประทานของนาง หากพิจารณาดูแล้วคล้ายจะดูมีมารยาทแตกต่างจากชายทั้งสองที่กินอย่างกระหาย 


กว่าที่ทั้งสามจะรับประทานอาหารเสร็จเวลาก็ล่วงเลยมากว่าชั่วยามแล้ว เมื่อพักอิ่มกันเสร็จ บทเรียนช่วงบ่ายก็เริ่มขึ้นครานี้เป็นเทพกิเลนเจี้ยนเหล่ยที่จะสอนบทเรียนให้แก่เด็กชาย


ฝึกกับข้า ก็ต้องฝึกยุทธสิ!” เป็นคำกล่าวของเจี้ยนเหล่ยในขณะที่ทั้งสามเดินไปยังที่โล่ง


ทั้งสามใช้เวลาไม่นานนักก็เสาะหาทำเลเพื่อใช้ในการฝึกยุทธได้ เจี้ยนเหล่ยรู้ดีว่าการฝึกยุทธของมนุษย์นั้นจะแตกต่างจากสัตว์อสูรเช่นมันและสหาย โดยแรกเริ่มนั้น สัตว์อสูรจะใช้วิธีการบำเพ็ญเพียรฝึกปรือพลังวิญญาณให้บรรลุระดับ70เสียก่อน จึงจะสามารถฝึกยุทธได้ แต่ถ้าเป็นมนุษย์ตั้งแต่กำเนิดแล้ว ไม่จำเป็นต้องเป็นผู้ตื่นรู้ ก็สามารถฝึกยุทธได้แล้ว


เจ้าคงถนัดการใช้มีดสั้นกระมัง ก่อนหน้านี้ข้าฟังมาจากเหว่ยซาน” เจี้ยนเหล่ยกล่าวขณะยืนประจันหน้ากับหยุนเสวี่ยเฟิง ส่วนเหว่ยซานนั้น นางเดินไปนั่งใจ้ต้นไม้ห่างจากที่โล่งออกไปไม่ไกลนัก


ข้ายังไม่แน่ใจนัก ก่อนหน้านี้อาวุธที่ข้ามีก็เพียงแค่มีดสั้นเท่านั้น” หยุนเสวี่ยเฟิงแววตาคล้ายเศร้าหมองเสี้ยวหนึ่ง จะกล่าวถึงมีดสั้นเล่มนั้นแล้ว มิรู้ว่าหัวหน้าโจรมันได้ทิ้งไว้ที่ไหนหลังจากจับตัวเด็กน้อยได้ เทพกิเลนได้รับรู้เรื่องราวของเด็กน้อยมาแล้ว เมื่อเห็นแววตาเด็กน้อยแล้วมันจึงกระทำการเรียกสติของมันกลับมา


รับไป


มิทราบว่าเจี้ยนเหล่ยกระทำการอันใด เพียงแค่ชั่วพริบตายั้น บนมือของมันก็ปรากฏมีดสั้นธรรมดาออกมาคู่หนึ่งแล้วจึงสะบัดมือซัดมีดสั้นทั้งคู่ออกมา


ฉึก ฉึก


หยุนเสวี่ยเฟิงสะดุ้งโหยงตื่นจากภวังค์อีกครั้ง ตาก็มองไปยังมีดสั้นทั้งสองก่อนจะก้มเก็บขึ้นมา แต่ทันใดนั้นเอง


รับมือ!” เจี้ยนเหล่ยตะโกนออกมาพร้อมกับทะยานเข้าหาหยุนเสวี่ยเฟิงด้วยความรวดเร็ว กิ่งไม้ในมือของมันคล้ายจะทอแสงสีทองอ่อนๆมา


ชิ้ง!


วินาทีก่อนที่กิ่งไม้ถูกปาดเข้าหาตัวนั้นเอง หยุนเสวี่ยเฟิงพลันควงมีดคู่ในมือขึ้นมาไขว้กัน คมมีดปะทะกับกิ่งไม้จนเกิดประกายไฟขึ้น ร่างน้อยเมื่อเจอแรงกระแทกที่ไม่คาดคิดก็ถึงกับซวนเซไปด้านหลัง


สมาธิ’ หยุนเสวี่ยเฟิงกล่าวในใจ ดวงตากลายเป็นแข็งกร้าวทันที มันถอยหลังก้าวอีกก้าวหนึ่งเพื่อตั้งก่อนจะดีดตัวพุ่งเข้าหาเจี้ยนเหล่ยทันที มีดทั้งสองถูกควงก่อนจะกระชับจับให้แน่น พริบตาต่อมามันก็วาดคมมีดเข้าหาเทพกินเลนอย่างไม่กลัวเกรง


ดี ไม่ต้องออมมือ!” แน่นอนอยู่แล้ว ระดับพลังวิญญาณเพียงแค่ระดับไปสู่ระดับ79 จะออมมือเพื่ออันใด


หยุนเสวี่ยเฟิงขณะวาดคมมีดในมือซ้ายเข้าหาคู่ต่อสู้นั้นเอง ในห้วงจิตของมันก็เริ่มเร่งเร้าพลังวิญญาณขึ้นมาพร้อมกันระดับพลังตั้งต้นเพียงระดับกลับถูกเร่งเร้าไปจนระดับ9ในทันที คมมีดทั้งสองพลันปรากฏเส้นกระแสพลังสีแดงอ่อนๆออกมา


ชิ้ง!


กิ่งไม้และคมมีดปะทะกันอีกครา ประกายไฟยังคงปรากฏออกมาเหมือนครั้งแรก หยุนเสวี่ยเฟิงไม่มีเวลาได้สังเกตุสิ่งใด มันพลิกกายหมุนตัวกระโดดขึ้นแล้ววาดคมมีดในมืออีกข้าง หมายเข้าเฉือนจุดที่มันได้เพ่งเล็งไว้ ซึ่งก็คือบริเวณหัวไหล่ของคู่ต่อสู้


ดี มีการวางแผนก่อนโจมตี’ เทพกิเลนเจี้ยนเหล่ยคิดในใจ กิ่งไม้ในมือของมันก็เคลื่อนขึ้นมารับคมมีดบริเวณหัวไหล่ซ้ายได้ทันท่วงที


เมื่อเห็นว่าการโจมตีไม่บรรลุผล หยุนเสวี่ยเฟิงที่เท้าถึงพื้นก็ดีดตัวถอยออกมาตั้งหลัก เจี้ยนเหล่ยมิได้คิดที่จะโต้ตอบตั้งแต่แรก มันจึงปล่อยให้เด็กน้อยดีดตัวกลับไป


ทักษะมีดของเจ้าถือว่าเก่งผู้ใช้มีดโดยทั่วไปอยู่บ้าง ส่วนการวางแผนโจมตีของเจ้านั้น.. ข้าคิดว่าเจ้าจะมีการวางแผนที่ซับซ้อนเสียอีก เหตุใดจึงหยุดแค่นั้นเล่า?”


พี่เจี้ยนเหล่ย ข้าสังเกตุเห็นบางอย่าง จึงอยากจะถามท่านก่อน” หยุนเสวี่ยเฟิงว่าแล้วก็ก้มลงปักมีดทั้งสองลงพื้น แล้วจึงเด็ดใบหญ้าเรียวยาวขึ้นมา2ใบ มันกล่าวต่อว่า “ในคราแรกที่กิ่งไม้ของท่านปะทะกับมีดสั้น คมมีดเป็นเพียงคมมีดเปล่าๆ ยังเกิดประกายไฟ


ในครั้งที่สอง แม้ว่าข้าจะไม่มั่นใจนักแต่ก็ทดลองทำ นั่นก็คือการเคลื่อนพลังวิญญาณเข้าไปที่คมมีด เมื่อปะทะกับกิ่งไม้ ก็ยังเกิดประกายไฟ” หยุนเสวี่ยเฟิงกล่าวไปด้วย ใบหญ้าในมือทั้งสองข้างที่อ่อนงอก็พลันแข็งตัวชี้ขึ้น รอบๆใบไม้ปรากฏเป็นกระแสพลังสีแดงออกมาจางๆ


และในการปะทะครั้งที่สาม..” หยุนเสวี่ยเฟิงพลันวาดใบหญ้าทั้งสองเข้าหากันด้วยความรวดเร็ว พลันนั้นในขณะที่มันปะทะกัน ประกายแสงสีแดงก็เกิดขึ้นตรงจุดที่ใบหญ้าฟาดฟันกัน


สิ่งที่ปะทะกันในชั้นแรกก็คือพลังวิญญาณที่เราเสริมเข้าไป หากเมื่อพลังวิญญาณฝ่ายใดถูกหักล้างหมดในขณะนั้นชั้นต่อมาที่จะปะทะจึงเป็นตัวอาวุธจริงๆ” ใบหญ้าที่หยุนเสวี่ยเฟิงนำมาฟันเข้าหากันพลันแหลกเป็นผุยผง


และหากว่าอาวุธที่ใช้มีคุณภาพทัดเทียมกัน ตัวชี้วัดผลก็คือพลังวิญญาณ เจ้าเข้าใจถูกแล้ว ถ้าอย่างนั้นวันนี้ก็พอแค่นี้..”เจี้ยนเหล่ยทำท่าทางคล้ายจะเหวี่ยงกิ่งไม้ออกไป แต่ชั่วพริบตานั้นเอง


ซะเมื่อไหร่!”


จบตอน.


ตอนนี้ออกจะสั้นไปหน่อยนะครับ จบช่วงเกริ่นนำเนื้อเรื่องพอดี เดี๋ยวผมจะต้องกลับไปแก้ไขสเกลพลังนิดๆหน่อยหน่อยแล้วจะมาต่อกันยาวๆครับ

ชี้แจงอีกที ไหนๆก็ร่ายยาวละ ที่เห็นเป็นบทที่ตอน... ก็เหมือนกับนิยายเรื่องอื่นที่จะใช้เป็น เล่มที่.. นะครับ พอดีผมไม่ตีพิมพ์ เลยไม่มีเล่ม 5555

ตอนต่อไป
บทที่ 1 ตอนที่ 10 : เมฆาโลหิต

นิยายแนะนำ

นิยายแนะนำ

ความคิดเห็น

COMMENT

ปักหมุด

© สงวนลิขสิทธิ์ 2017 Glory Forever Public Company Limited( Kawebook.com )

Glory Forever Public Company Limited ( Kawebook.com )
ที่อยู่ : 20 หมู่ที่ 6 ตำบลพันท้ายนรสิงห์ อำเภอเมืองสมุทรสาคร จังหวัดสมุทรสาคร 74000
เวลาทำการ : 08 : 00 - 18 : 00 จันทร์ - เสาร์
e-mail : contact@kawebook.com

DMCA.com Protection Status

เริ่มต้นเผยแพร่ผลงาน

เริ่มต้นเป็นนักเขียนออนไลน์ เขียนเรื่องราวที่ประทับใจ สร้างเนื้อหาที่เป็นประโยชน์ และแบ่งปันประสบการ์ดีๆ กับผู้คนทั่วโลก kawebook.com เป็นโอกาส เป็นสื่อกลาง และยังเป็นอีกหนึ่งช่องทาง ในการสร้างรายได้ให้กับนักเขียนมืออาชีพ และนักเขียนมือสมัครเล่นจากทุกมุมโลก เพียงสมัครเป็นสมาชิกเว็บไซต์เพื่อเขียนหนังสือ การ์ตูน หรืออัพโหลดอนิเมชั่น ที่เป็นผลงานของท่าน และเผยแพร่ผลงานสู่สาธารณชน

© สงวนลิขสิทธิ์ 2017 Glory Forever Public Company Limited ( Kawebook.com )

© สงวนลิขสิทธิ์ 2017 Glory Forever Public Company Limited ( Kawebook.com )

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ เพื่อสร้างประสบการณ์นำเสนอคอนเทนต์ที่ดีให้กับท่าน รวมถึงเพื่อจัดการข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์ที่ดีบนบริการของเว็บไซต์เรา หากท่านใช้บริการเว็บไซต์นี้ต่อไปโดยไม่มีการปรับตั้งค่าใดๆ นั่นเป็นการแสดงว่าท่านอนุญาตยินยอมที่จะรับคุกกี้บนเว็บไซต์และนโยบายสิทธิส่วนบุคคลของเรา