เรื่อง บทกวีผลาญฟ้า

ติดตาม
บทที่ 1 ตอนที่ 24 : ไม่ต้องสนใจมัน
บทที่ 1 ตอนที่ 24 : ไม่ต้องสนใจมัน
  • ปรับสีและขนาดตัวอักษร

ตอนที่ 24


สิ้นเสียงหยุนเสวี่ยเฟิงที่กล่าวถอนห้วงกวี ดวงแสงจำนวนห้าดวงพลันปรากฏขึ้นกลางอากาศธาตุรอบๆอสูร๶ั๷๺์หินก่อนจะแล่นกลับเข้ามาวนเวียนรอบตัวชายหนุ่มผู้อัญเชิญมันออกมา


มอบห้วงกวี!” หยุนเสวี่ยเฟิงไม่รีรออันใด มันรีบสั่งมอบดวงแสงห้วงกวีไปให้หญิงสาวที่กำลังโคจรฟื้นฟูพลังวิญญาณทันที


นี่คือ.. ระดับสี่สิบสอง!” ๮๭ั๫ซิ่วอิงเบิกตากว้าง พลังวิญญาณของนางคล้ายจะพุ่งพล่านขึ้นมาทันตา ร่างกายที่ก่อนหน้านี้ไร้ซึ่งเรียวแรง บัดนี้คล้ายจะถูกเติมเต็มกำลังกายเข้ามาในทันที


นี่คือสิ่งที่เจ้าอยากทดสอบข้าใช่หรือไม่?” หยุนเสวี่ยเฟิงถามเสียงเรียบ ดวงตาของมันยังคงจับจ้องอสูร๶ั๷๺์หินเบื้องหน้าที่คล้ายว่าขนาดตัวมันจะหดลง


เซียวเฉิงเฟยมองสลับไปมาระหว่างหยุนเสวี่ยเฟิงและ๮๭ั๫ซิ่วอิงที่กำลังลุกขึ้นอย่างฉงน เมื่อตั้งสติได้มันก็กล่าวว่า


จะว่าไปแล้วก็ใช่... แล้วข้าเล่า?” น้ำเสียงของชายหน้าแก่กว่าวัยคล้ายขอความเห็นใจ แต่หยุนเสวี่ยเฟิงก็มิได้สนใจมันหันไปกล่าวกับหญิงสาวว่า


พี่สา.. เอ่อ.. แม่นาง พร้อมจะสานต่อเลยหรือไม่?”


๮๭ั๫ซิ่วอิงไม่กล่าวสิ่งใด นางโบกมือคราหนึ่งเรียกทวนสีเทาออกมาจากมิติเก็บของก่อนจะเริ่มผนึกพลังปราณเคล็ดวิชาเข้าไป


เจ้าหน้าแก่.. หลบไปไกลๆ” หยุนเสวี่ยเฟิงตวาด เซียวเฉิงเฟยที่หน้าแห้งก็เดินคอตกออกห่างจากทั้งสอง


ค่ำคืนเดือนหงายคล้ายผ่อนคลาย

คนจะตายกลับอยู่รอด

ผู้จะมอดกลับเป็นเจ้า..อสูรหิน

จงจมดินกลับสู่เศษธุลี

แม่นางและตัวข้า.... จะซัดเจ้าให้จมดิน


หยุนเสวี่ยเฟิงเอ่ยกล่าวขึ้นมา พลันนั้นดวงแสงห้วงกวีสีแดงก็ผุดขึ้นมาหมุนวนรอบตัวมัน พลังวิญญาณจากระดับสามสิบก็ถูกเร่งเร้าจนทะยานขึ้นไปที่ระดับ35ในทันที


ข้าเปิดเผยเท่านี้ก็เพียงพอแล้ว’ หยุนเสวี่ยเฟิงคิด หากว่ามันอยู่คนเดียว มันจะต้องใช้ห้วงกวีระดับสิบเป็นแน่แท้


๮๭ั๫ซิ่วอิงคล้ายจะตกใจมิใช่น้อยเมื่อได้เห็นหยุนเสวี่ยเฟิงอัญเชิญห้วงกวีออกมาต่อหน้า มีบางสิ่งบางอย่างที่หยุนเสวี่ยเฟิงแตกต่างจากผู้อัญเชิญห้วงกวีทั่วไปที่นางได้พบพาน


เจ้าอัญเชิญห้วงกวีทับซ้อนได้?” ๮๭ั๫ซิ่วอิงกล่าวขึ้นมา แต่ในขณะเดียวกันนางก็เริ่มตั้งท่าต่อสู้ เตรียมการรับศึกระรอกใหม่ที่กำลังจะเกิดขึ้น


ข้ายังมีเคล็ดวิชาไม้ตายอยู่ หากว่าใช้ร่วมกับเคล็ดร้อยคมทวนของเจ้า อาจจะสามารถจัดการมันได้” หยุนเสวี่ยเฟิงมิได้สนใจคำกล่าวของหญิงสาว มันเริ่มสงบจิตใจตั้งสมาธิ ท่วงท่าของมันเริ่มแปรเปลี่ยนกลับกลายเป็นการตั้งท่าแรกเริ่มของวิชากระบี่ดับตะวัน


ฮูม..!


อสูร๶ั๷๺์หินเมื่อปลดลิ่มที่แทงตามข้อต่อได้แล้วมันก็มิได้รีรออันใด ด้วยสติสัมปชัญญะที่น้อยกว่าอสูรในระดับเดียวกันอยู่หลายขุม มันจึงมิได้ตรวจสอบระดับพลังวิญญาณของบุคคลตรงหน้า สองเท้าใหญ่๶ั๷๺์พลันกระแทกพื้นวิ่งเข้าหาชายหญิงทั้งสอง พร้อมกันนั้นมันก็ง้างแขนขนาดใหญ่เข้ากวาดพื้นที่เป้าหมาย


ตู้ม!


เศษหินดินปลิวว่อนไปทั่วทิศ แต่เหยื่อของมันมิรู้ว่าได้หายไปตอนไหน


ลงมือ!” พลันนั้นหยุนเสวี่ยเฟิงก็ไปปรากฏกายด้านข้างที่อยู่ไม่ไกลนัก


ตกลง... ร้อยคมทวน!” 


หญิงสาวตะโกนก้องมาจากฟากฟ้า พลันนั้นทวนแสงจำนวนหลายสิบแท่งก็พุ่งลงมาปานหยาดฝน แต่ถึงกระนั้น๶ั๷๺์หินกลับคล้ายจะระลึกได้ว่ามันควรจะป้องกัน


เคร้ง.. ตู้ม!


อสูร๶ั๷๺์หินใช้แขนใหญ่ปัดทวนแสงนับร้อยปลิวกระเด็นไประเบิดที่ป่าด้านข้าง แต่ก็ยังมีบางส่วนที่ตกกระทบแล้วระเบิดบนตัวมัน


ฮึ่ม..!


อสูรร่าง๶ั๷๺์คำรามลั่นป่า แม้ว่าระดับของมันจะลดลงแล้ว แต่มิคล้ายว่ามันจะอ่อนแรงลงเลยแม้แต่น้อย มันหันกายไปยังหยุนเสวี่ยเฟิงพร้อมกับวาดแขนขนาดใหญ่ฟาดเข้าหาทันที


หยุนเสวี่ยเฟิงไม่มีเวลาคิดมาก มันละทิ้งช่วงจังหวะในการเร่งเร้าพลังวิญญาทันที ก่อนจะรีบดีดตัวกลับหลังรอดจากวงกวาดของอสูรหินได้เฉียดฉิว


เพลงกระบี่ดับตะวัน!’ หยุนเสวี่ยเฟิงเมื่อรั้งแตะพื้นได้แล้วมันก็ดีดตัวเข้าหาอสูร๶ั๷๺์อีกครั้ง ในเมื่อบัดนี้เคล็ดวิชาไม้ตายได้ถูกจัดขวาง มันจึงจำใจต้องแก้สถานการณ์ล่วงหน้าไปก่อน 


ย๊าก!” คมกระบี่มากมายถูกวาดออกถี่รัว


เคร้งเคร้ง!


คมปราณกระบี่สีแดงโบกวาดปะทะกับร่างหินเกิดประกายแสงวูบวาบ ยิ่งมายิ่งรวดเร็ว


ยี่สิบสองคม สามสิบเจ็ดคม.. สี่สิบแปดคม!’ หยุนเสวี่ยเฟิงเคลื่อนร่างพริ้วไหวไปมา ทั้งโจมตีและหลบหลีกล้วนแต่ทำได้อย่างพอเหมาะเฉียดฉิว ทุกคมปราณกระบี่ที่วาดออกนั้นได้โจมตีซ้ำๆยังช่วงลำตัวของอสูรหิน

หากไม่ทำลายเกราะของมันก่อน คงยากที่จะเข้าถึงแก่นพลังงานของมัน!’ ยิ่งซัดคมกระบี่ไปมากเท่าใด หยุนเสวี่ยฟิงก็ยิ่งร้อนใจ เพลงกระบี่ของมันใกล้จะจบลงแล้ว แต่เศษหินที่แตกออกมาจากตัวอสูร๶ั๷๺์คล้ายจะกลับมาผสานฟื้นฟูได้ทุกขณะ


ออกมา!” เสียงเรียกของหญิงสาวดังขึ้น หยุนเสวี่ยเฟิงเมื่อสบโอกาสวาดคมกระบี่สุดท้ายออกไป มันก็ดีดตัวถอยห่างออกมา


และในวินาทีนั้นเอง ๮๭ั๫ซิ่วอิงก็ควงทวนสีเทาเข้าโจมตีต่อเนื่อง ปิดโอกาสไม่ให้อสูรหินได้ฟื้นฟูร่างกาย


เพลงทวนสิบสองทิศ!” หญิงสาวกูร้อง นางวาดคมทวนออกถี่รัวเข้าโจมตีซ้ำไปยังจุดที่หยุนเสวี่ยเฟิงเน้นก่อนหน้า


เพลงทวนของหญิงสาวคล้ายว่าจะหนักแน่นกว่าเพลงกระบี่ ส่วนการเคลื่อนไหวนั้นกลับดูคล้ายจะช้ากว่าในบางจังหวะแต่ถึงกระนั้นหญิงสาวผมขาวผู้นี้กลับมีวิชาตัวเบาช่วยเสริม เพลงทวนของนางจึงมีประสิทธิภาพมากกว่าเพลงกระบี่อย่างเห็นได้ชัด


จะทำอะไรก็รีบทำ ข้าจะต้านมันไว้!” หญิงสาวตะโกนออกมาก่อนจะหลบการโจมตีกวาดของอสูรหินขึ้นไปบนฟ้า จากนั้นจึงบิดพลิกกายแทงคมทวนลงมาในแนวดิ่ง


เคร้ง!


แม้ว่าทวนสีเทานี้จะปกคลุมไปด้วยพลังปราณธาตุไฟ แต่การโจมตีกลับหาได้เผาไหม้หินผาเดินได้นี้ไม่ เมื่อท่าไม้ตายของนางได้ถูกขัดขวางได้ก่อนหน้านี้แล้ว ๮๭ั๫ซิ่วอิงคล้ายจะสูญเสียความมั่นใจเล็กน้อย การโจมตีแต่ละครั้งจึงดูเหมือนจะออมแรงไว้เผื่อเหตุไม่คาดฝันอยู่บ้าง เคล็ดวิชาร้อยคมทวนทวนเมื่อครู่นั้นนางยังรั้งไว้ให้ให้ใช้ออกเพียงสามส่วนเท่านั้น


คิดสิต้องทำยังไง?!’ หยุนเสวี่ยเฟิงที่ถอยออกมาจากการต่อสู้ มันก็เริ่มตั้งสติกำหนดลมหายใจใหม่อีกครั้ง มิใช่ว่ามันจะไม่ต้องการใช้ไม้ตายก้นหีบของมัน แต่มันยังจับจังหวะการใช้ที่เหมาะสมไม่ได้ การโจมตีด้วยไม้ตายของ๮๭ั๫ซิ่วอิงทั้งสองครั้งก่อนหน้านี้ เป็นตัวอย่างชั้นดีว่าไม่ควรใช้ออกพร่ำเพรื่อ


รีบจัดการมันเร็ว!”


ในขณะที่หยุนเสวี่ยเฟิงกำลังหาจังหวะในการใช้เคล็ดวิชาอยู่นั้น เซียวเฉิงเฟยที่อยู่นอกวงพลันตะโกนขึ้นมา หยุนเสวี่ยเฟิงคิ้วกระตุกเล็กน้อยก่อนจะหันไปกล่าวว่า


เจ้าเข้าไปถ่วงมันไว้อีกคน ข้าจะหาโอกาสใช้เคล็ดวิชา!” ว่าแล้วหยุนเสวี่ยเฟิงก็กางมือออกไปยังเซียวเฉิงเฟยก่อนจะกล่าวว่า “มอบห้วงกวี!”


มันต้องอย่างนี้.. ย๊าฮู้ว..!” เซียวเฉิงเฟยคล้ายลิงโลดเมื่อได้รับดวงแสงห้วงกวีเข้ามา ระดับพลังวิญญาณก็เพิ่มขึ้นมาเป็นระดับ34ทันที


เจ้าหนุ่มหน้าแก่กว่าวัยพลันเร่งเร้าพลังวิญญาณขึ้นมาก่อเกิดเป็นไอเย็นรอบกาย ดาบขนาดใหญ่ปรากฏขึ้นมาจากธาตุอากาศ มันไม่รอช้ารีบกระโดดวาดดาบใบ๶ั๷๺์เข้าร่วมวงต่อสู้โดยมิทันได้บอกกล่าว


เพล้ง!


ดาบใหญ่ถูกวาดสับลงกลางหลังของอสูร๶ั๷๺์หิน จุดที่ดาบใหญ่เข้าปะทะคล้ายจะมีเกล็ดน้ำแข็งและไอเย็นแตกกระจายออกมา เจ้าอสูรหินขนาดใหญ่โตพลันเซถลาไปด้านหน้า


๮๭ั๫ซิ่วอิงที่สบโอกาสก็แทงคมทวนเข้ากลางลำตัวของอสูร๶ั๷๺์ทันทีเช่นกัน


ตู้ม


ทวนสีเทาก็มิได้น้อยหน้า เมื่อแทงกระทบทรวงอกของอสูร๶ั๷๺์ก็เกิดเป็นเปลวเพลิงระเบิดออกมา ร่างใหญ่๶ั๷๺์พลันเซถลากลับไปทางด้านเซียวเฉิงเฟยอีกครั้ง


แก่นพลังของมัน!’ ๮๭ั๫ซิ่วอิงเป็นผู้เดียวที่เห็น นางจึงไม่รอช้าที่จะเผด็จศึกให้ได้!


เซียวเฉิงเฟยเห็นว่า๶ั๷๺์หินซวยเซกลับมา ก็ได้เกร็งพลังวิญญาณพร้อมกับหมุนตัวสร้างแรงเหวี่ยงอันหนักแน่นฟาดคมดาบเข้าไปในแนวขวางลำตัวด้านหลัง


ส่วนทางด้าน๮๭ั๫ซิ่วอิงก็พุ่งตามเข้ามาหมายจะเสือกแทงปลายคมทวนเข้าไปยังตำแหน่งแก่นใจกลางของอสูร๶ั๷๺์หิน


๮๭ั๫ซิ่วอิงเร่งเร้าพลังวิญญาณให้ถึงขีดสุด รวบรวมกระแสพลังปราณธาตุไฟสีขาวเข้าไปยังตำแหน่งเดียวนั่นก็คือปลายคมทวน แต่เมื่อต่างคนต่างโจมตีหน้าหลัง เหตุการณ์ไม่คาดฝันจึงได้เกิดขึ้น!


เปรี้ยง!


อสูร๶ั๷๺์หินถูกดาบใหญ่ฟาดคมในแนวขวางเข้าที่ส่วนเอวของมันอย่างรุนแรง จากแรงปะทะนี้ทำให้ร่าง๶ั๷๺์เอนไปด้านข้างเล็กน้อย ประจวบเหมาะกันกับที่๮๭ั๫ซิ่วอิงได้แทงคมทวนเข้ามา


ครืด.. วูบ!


ทวนสีเทาที่บรรจุไปด้วยพลังทั้งหมดของหญิงสาวนั้น แทงเฉียดไปตามข้างส่วนลำตัวระหว่างแขนของ๶ั๷๺์หิน ในเสี้ยววินาทีนั้น๮๭ั๫ซิ่วอิงเบิกตากว้าง ไม่คิดไม่ฝันว่าจังหวะชั่วพริบตาเดียวนี้กลับทำให้นางโจมตีพลาด


ฮูม..! 


อสูร๶ั๷๺์หินที่เซถลา เมื่อเห็นว่าศัตรูเกือบจะปลิดชีพมันลงได้ ประจวบเหมาะที่มันสั่งสมพลังโทสะได้ระดับหนึ่ง ในขณะที่มันซวนเซนั้นเอง มันก็ได้ระเบิดพลังธาตุออกไปรอบกายทันที


หึ่ม... บึ้ม!


คลื่นอัดกระแทกธาตุดินถูกส่งออกมาแผ่ไปเป็นวงกว้าง ทั้ง๮๭ั๫ซิ่วอิงและเซียวเฉิงเฟยจึงต้องจำใจรับการโจมตีอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ หนึ่งชายหนึ่งหญิงต่างปลิวออกไปคนละทิศคนละทาง แต่ในขณะที่๶ั๷๺์หินจะตามออกวิ่งตามไปโจมตีซ้ำหญิงสาวนั้นเอง หยุนเสวี่ยเฟิงก็กลับปรากฏกายขึ้นมาขวางไว้


ม่านกระบี่!” หยุนเสวี่ยเฟิงใช้พลังวิญญาณควบคุมลิ่มหินที่ตกอยู่ตามพื้นขึ้นมาสร้างเป็นม่านคมกระบี่หมุนวนเบื้องหน้าได้อย่างทันท่วงที


เคร้ง เคร้งๆ


ม่านกระบี่หมุนวนคล้ายใบพัดกระทบเข้ากับหมัดขนาดใหญ่ของอสูรหินเกิดประกายไฟวูบวาบ 


ย๊าก..”


หยุนเสวี่ยเฟิงคำรามลั่น มันเร่งเร้าพลังวิญญาณบังคับให้ม่านกระบี่ผลักดันหมัดหิน๶ั๷๺์ออกไป แต่คล้ายว่ากระบี่หินเหล่านี้จะทนรับแรงบดขยี้ไม่ไหว ยิ่งนานคมกระบี่หินก็เริ่มแตกออกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย


หากว่าหยุนเสวี่ยเฟิงมีเวลามากกว่านี้มันอาจจะคิดทบทวนอัญเชิญห้วงกวีระดับสิบเพื่อเข้าต่อกร แต่เวลานี้จะมาเสียดายโอกาสก็ใช่เรื่อง


หรือว่าจะจบลงเพียงเท่านี้?!’ ความคิดวาบเข้ามาในหัวหยุนเสวี่ยเฟิง


ในขณะเดียวกันนั้น๮๭ั๫ซิ่วอิงและเซียวเฉิงเฟยที่ปลิวกระเด็นออกมานั้น เมื่อตั้งหลักได้ทั้งสองก็กระชับอาวุธในมือพุ่งเข้าจู่โจมสนับสนุนทันที


ดาบทลายหิมะ!” เซียวเฉิงเฟยกู่ร้องพร้อมกับสับดาบใหญ่ลงบนหลังของอสูร๶ั๷๺์ แต่อสูร๶ั๷๺์หินมีหรือที่จะพลาดซ้ำสอง มันรั้งหมัดที่ปะทะกับม่านกระบี่ออก มา ก่อนจะฟาดแขนกลับหลังไปยังหนุ่มหน้าแก่กว่าวัย!


ตู้ม!


อั๊ก” เซียวเฉิงเฟยถูกท่อนแขนใหญ่ฟาดเข้ามา ตัวมันปลิวกระเด็นออกไปพร้อมกับกระอักเลือดเป็นสาย


แต่นี่ไม่ใช่เวลาจะมาสนใจมันอสูร๶ั๷๺์หินยังมิได้หยุดเพียงเท่านั้น มันหันกายอย่างรวดเร็วพร้อมเหวี่ยงหมัดอีกข้างไปยังหยุนเสวี่ยเฟิงและ๮๭ั๫ซิ่วอิง


ระวัง!” หยุนเสวี่ยเฟิงตะโกนลั่นในจังหวะที่๮๭ั๫ซิ่วอิงกำลังแทงคมทวนเข้าหาอสูร๶ั๷๺์ ดวงตาของนางพลันเบิกกว้างเมื่อได้เหลือบไปเห็นหมัดหินขนาดใหญ่กำลังถูกวาดเข้ามา


เปรี้ยง!


หมัดหินกระทบเข้ากับม่านพลังธาตุไฟที่ผนึกขึ้นอย่างฉุกละหุก ๮๭ั๫ซิ่วอิงร่างปลิวกระเด็นย้อนกลับมาอีกครั้ง ประจวบเหมาะที่หยุนเสวี่ยเฟิงพุ่งเข้ามารับตัวนางเอาไว้ได้ทัน


ขอบคุณ..” ๮๭ั๫ซิ่วอิงคล้ายจะเผลอพลั้งปากออกมา หยุนเสวี่ยเฟิงเพียงแค่พยักหน้า


ฮึ่ม..!


อสูร๶ั๷๺์หินนั้นมิได้หยุดเพียงเท่านี้ ตัวปัญหาสำหรับมันในตอนนี้คือหยุนเสวี่ยเฟิง ครั้นเมื่อสบโอกาสที่ชายหนุ่มรับร่างหญิงสาวอยู่ มันก็ย่อกายพุ่งเข้ามายังชายหญิงทั้งสอง


ไม่!” หยุนเสวี่ยเฟิงครั้นรู้สึกตัวก็สายไปเสียแล้ว เมื่อสมาธิได้ขาดไปเพียงวูบเดียวในสมรภูมิ นั่นอาจหมายถึงชีวิตได้เลยทีเดียว ในหัวสมองขาวโพลนไปหมด ในเสี้ยวลมหายใจนั้นมันก็บิดกายผลักร่างหญิงสาวให้ปลิวออกไป


ตู้ม!


หมัดหินขนาดใหญ่พุ่งเข้ากระแทกหยุนเสวี่ยเฟิงอย่างถนัดถนี่ เศษหินดินทรายปลิวว่อนไปทั่วบริเวณ ร่างบางของชายหนุ่มปลิวกระเด็นตามแรงหมัดปานดาวตก


อั๊ก!” เช่นเดียวกับชายหนุ่มหน้าแก่กว่าวัยเมื่อครู่ หยุนเสวี่ยเฟิงถูกซัดกระแทกปลิวออกมาพร้อมกระอักเลือดเป็นสาย


ข้าจะมาตายแบบนี้หรือ?’ ความคิดวาบเข้ามาในหัวหยุนเสวี่ยเฟิง เสี้ยวลมหายใจที่มันลอยเคว้งในอากาศ มิรู้เหตุใดภาพของหญิงสาวในความฝันพลันปรากฏออกมา


ข้าจะรอชมเจ้าโบยบิน


โบยบิน..” หยุนเสวี่ยเฟิงเอื้อนเอ่ยออกมา ร่างของมันตกกระแทกเข้ากับต้นไม้ใหญ่คราหนึ่งก่อนจะฟุบลงกับพื้นหญ้าสติของมันคล้ายจะเลือนลางไปทุกขณะ เลือดสดที่มันกระอักออกมาเลอะเต็มใบหน้าและยอดหญ้าที่มันฟุบอยู่


คล้ายกับว่าช่วงเวลานั้นได้ถูกยืดออกไป หยุนเสวี่ยเฟิงค่อยๆตะเกียกตะกายลุกขึ้นอย่างเชื่องช้า แต่คล้ายว่าร่างกายของมันบอบบางเกินไป ขาแขนที่ยันกายขึ้นมิรู้ว่าเรี่ยวแรงหดหายไปไหนเสียหมด มันล้มลงกระแทกพื้นอีกครั้ง


ตึงตัง!


เสียงฝีเท้าใหญ่ค่อยๆย่างสามขุมเข้าหามามันเรื่อยๆ หมายว่าจะซ้ำให้มันจมลงดิน แต่ก็ได้๮๭ั๫ซิ่วอิงที่ควงเพลงทวนเข้าต้านรั้งพัวพันมันไว้ได้


เคร้ง เคร้ง!


ทวนสีเทาในมือหญิงสาวทอแรงริบหรี่ ร่างกายของนางคล้ายจะอ่อนล้าลงทุกขณะ หากแต่ว่าไม่ทราบเพราะเหตุใดนางจึงยังคงฝืนร่างกายบรรเลงเพลงทวนเข้าต้านรั้งอสูร๶ั๷๺์เอาไว้


ย๊าก..”


ในขณะเดียวกันเซียวเฉิงเฟยก็ไม่ได้หนีไปไหน เมื่อมันตั้งหลักได้แล้วก็พุ่งเข้ามาร่วมวงต่อสู้ในทันที ครานี้แม้ว่า๮๭ั๫ซิ่วอิงจะเชื่องช้าลง แต่ด้วยการโจมตีประสานที่ลงตัวของชายหนุ่ม ทำให้ทั้งสองยังคงพอจะต้านทานเอาไว้ได้ชั่วขณะ


การโจมตีของหนึ่งดาบหนึ่งทวนยิ่งมายิ่งประสานกันได้ดีขึ้น จังหวะรุกจู่โจมล้วนแต่สลับกับได้อย่างลงตัว จนอสูร๶ั๷๺์หินเริ่มก้าวถอยห่างออกไปเรื่อยๆเพื่อสร้างจังหวะโจมตี แต่ชายหญิงนั้นรู้ดีว่าควรต่อสู้พัวพันในระยะประชิดจึงจะเป็นการดี ทั้งสองจึงรุกคืบตามไปเรื่อยๆเช่นกัน


ส่วนหนุ่มน้อยร่างบางหยุนเสวี่ยเฟิงบัดนี้มันได้แต่เพียงเงยหน้าขึ้นมองชายหญิงทั้งสองเท่านั้น ตัวมันที่เพียงถูกโจมตีอย่างจังเพียงครั้งเดียวเท่านั้นกลับลงไปกองบนพื้นอย่างง่ายดาย เทียบกับชายหญิงเบื้องหน้าแล้ว ทั้งสองดูคล้ายจะมีความอดทนทางร่างกายที่สูงกว่ามัน


ดังที่ว่าโลกใบนี้ใช่ตัดสินจากระดับพลังวิญญาณ ความสามารถทางร่างกายก็มีส่วนสำคัญ อสูร๶ั๷๺์หินตนนี้มันได้ใช้ความแข็งแกร่งทางกายเป็นหลัก พลังวิญญาณและพลังปราณเป็นรอง แต่เพราะเป็นเยี่ยงนี้ การสั่งสมพลังโจมตีด้วยพลังปราณธาตุในแต่ละครั้งจึงมีความรุนแรงมากเป็นพิเศษ


ขยับสิ!’ หยุนเสวี่ยเฟิงไม่มีเรี่ยวแรงแม้แต่จะขบกรามให้แน่น แม้จะมีพลังใจเพียงใด แต่หากร่างกายไม่คล้อยตามเช่นนี้ มันก็ไม่ต่างจากผู้ไร้ค่า แต่ในชั่วขณะที่มันมองดูการต่อสู้ของทั้งสอง ดวงตาของมันบังเอิญพบเข้ากับกระแสปราณธาตุอ่อนๆของ๮๭ั๫ซิ่วอิงที่เล็ดลอดออกมา


ข้าลืมไปได้อย่างไร?’ ในขณะที่เฝ้ามองการต่อสู้อยู่นั้น ในเมื่อร่างกายไม่ไหว แต่หยุนเสวี่ยเฟิงยังคงมีพลังวิญญาณอยู่ มันรีบอาศัยช่วงเวลาที่เซียวเฉิงเฟยและ๮๭ั๫ซิ่วอิงพัวพันการต่อสู้ไว้ เริ่มโคจรพลังปราณธาตุน้ำและไม้เข้ารักษาร่างกายของตนอย่างต่อเนื่อง ในช่วงเวลาอันน่าตื่นตระหนกเช่นนี้ ทุกอย่างดูจะสบสนวุ่นวายไปหมด เพียงแค่การโคจรพลังเข้ารักษาง่ายๆเช่นนี้ ตัวมันกลับคล้ายลืมเลือนไปเสียได้


ครั้นเมื่อชายหญิงโจมตีได้ระยะหนึ่ง ทั้งสองก็พร้อมใจกันล่าถอยออกมา หมายว่าอีกชั่วประเดี๋ยวเจ้าอสูร๶ั๷๺์หินจะระเบิดพลังปราณออกมาเป็นแน่แท้!


ฮูม..! บึ้ม!


และเป็นอย่างที่ทั้งสองคาด ๶ั๷๺์หินพลันระเบิดพลังปราณออกมา ทั้ง๮๭ั๫ซิ่วอิงและเซียวเฉิงเฟยต่างก็เกร็งพลังเฮือกสุดท้ายอันน้อยนิดเข้ามาทับซ้อนกันเพื่อต้านทาน


เปรี้ยง!


คลื่นกระทบเสียงดังสนั่นหวั่นไหว ชายหญิงทั้งสองรู้ทั้งรู้ว่ามิอาจต้านทาน แต่ก็ไม่สามารถทำได้มากกว่านี้ และในชั่วขณะต่อจากนั้น คลื่นพลังจากอสูร๶ั๷๺์ที่หลงเหลือก็ทะลุถาโถมเข้ามา ทั้งเซียวเฉิงเฟยและ๮๭ั๫ซิ่วอิงคล้ายจะยอมรับชะตากรรม แต่ในขณะที่คลื่นพลังธาตุจะเข้ามาถึงนั้น เบื้องหน้าทั้งสองพลันเกิดม่านพลังสีชมพูเข้าต้านทานไว้ เกิดเป็นแสงวาบทั่วทิศ


แม๊ะห์!!”


เสียงกู่ร้องดังออกมาจากป่าด้านหลังทั้งสาม หยุนเสวี่ยเฟิงคล้ายจะคุ้นหูอยู่บ้าง มันจึงหันไปมองตามทิศทางต้นเสียง


ด้านในป่ามืดกลับปรากฏดวงแสงสีชมพูพุ่งปราดออกมาอย่างรวดเร็ว ภายในดวงแสงนี้มีร่างปุกปุยเต็มไปด้วยขนฟูสีชมพู ขาสั้นของมันกระโดดวิ่งเป็นจังหวะ หัวกลมผมฟูบนคอยาวกระเพื่อมตามแรงวิ่ง


เป็นเจ้า!” หยุนเสวี่ยเฟิงอุทาน ผู้มาช่วยทั้งสามไว้นี้กลับเป็นเจ้าอัลปาก้าที่มันได้พบพาน


หยางถัว?!” ๮๭ั๫ซิ่วอิงและเซียวเฉิงเฟยอุทานพร้อมกัน ทั้งสองคล้ายจะแปลกใจมิใช่น้อย

  • หยางถัว’ ชื่อเรียกอัลปาก้าในภาษาจีนกลาง


แม๊ะห์!” เจ้าหยางถัวขนชมพูขานรับคราหนึ่ง มันมิได้หยุดวิ่ง กลับกันมันได้วิ่งพุ่งไปยังอสูร๶ั๷๺์หินแล้วกระโดดขึ้นไปกลางอากาศพร้อมกับเร่งเร้าพลังวิญญาณผนึกเป็นเปลวเพลิงพ่นออกไป


ฟู่!


คลื่นเปลวเพลิงสีชมพูพลันถาโถมเข้าหาอสูร๶ั๷๺์เบื้องหน้าอย่างต่อเนื่องเกิดเป็นทะเลเพลิงเข้าปกคลุมรอบบริเวณ


ฮึ่ม...!


อสูร๶ั๷๺์หินกู่ร้องคำราม มันระเบิดพลังธาตุออกมาผลักดันเปลวเพลิงออกไป ท่ามกลางสายตาตกตะลึงของทั้งสามหยางถัวและอสูร๶ั๷๺์หินเข้าปะทะต่อสู้กัน ฝ่ายหยางถัวนั้นยังมีแท่งหินสามแท่งที่ควบคุมด้วยพลังวิญญาณให้เข้าแทงจู่โจมด้วยพลังปราณธาตุไฟ


เคร้ง เคร้ง ซูม..!


หยางถัวเคลื่อนร่างพลิ้วไหวหลบการโจมตีกวาดของ๶ั๷๺์หิน พร้อมกันนั้นมันก็บังคับแท่งหินเข้าจู่โจมสลับกับพ่นเปลวเพลิง บัดนี้คล้ายว่าอสูร๶ั๷๺์จะไล่ตามเจ้าขนสีชมพูไม่ทัน รอบกายของมันบัดนี้ถูกปกคลุมไปด้วยเปลวเพลิงอันร้อนแรง ชั้นหินที่ประกอบเป็นร่างของมันเริ่มขยายแตกออกเพราะแรงดันจากความร้อนพลังธาตุ


แม๊ะห์!” หยางถัวชมพูกู่ร้องขึ้น


จัดให้!” มิรู้ว่าหยุนเสวี่ยเฟิงลุกขึ้นมาตั้งหลักได้เมื่อใด เมื่อเจ้าหยางถัวกู่ร้องขึ้น หนุ่มน้อยก็ตะโกนตอบรับคล้ายจะรับรู้ภาษาของเจ้าขนชมพู


ทั้งเซียวเฉิงเฟยและ๮๭ั๫ซิ่วอิงต่างก็งุนงงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แต่เมื่อเห็นหยุนเสวี่ยเฟิงลุกขึ้นและกำลังทำการบางอย่าง ทั้งสองก็รับรู้ได้ในทันทีว่าต้องทำสิ่งใด


ย๊าก!


หยุนเสวี่ยเฟิงคำรามลั่น ด้วยเรี่ยวแรงที่มันยังหลงเหลือพอให้ขยับตัวได้ พลังวิญญาณถูกเร่งเร้าให้ถึงขีดสุดเท่าที่จะทำใด้ เศษหินดินรอบกายปลิวว่อนเนื่องจากแรงพายุกระแสพลัง!


ในขณะเดียวกันผู้ใช้ทวนและดาบใหญ่ได้ดีดทะยานพุ่งเข้าสบทบเจ้าหยางถัวที่กำลังหลบหมัดหิน๶ั๷๺์ได้อย่างหวุดหวิด เปิดโอกาสให้ชายหญิงที่เข้ามาได้ใช้ออกซึ่งเคล็ดวิชาของตน


ร้อยคมทวน!”


ดาบทลายหิมะ!”


ครั้งนี้หญิงสาวมิได้กักรั้งพลังวิญญาณไว้อีกแล้ว ปราณคมทวนเพลิงสีขาวจำนวนร้อยเล่มพุ่งลงมาจากฟ้าฟากเบื้องบนปักลงบนตัวอสูรหินอย่างถนัดถนี่เกิดเป็นระเบิดเพลิงสว่างวาบ พร้อมกันกับที่ดาบใบ๶ั๷๺์ถูกวาดเข้ากลางลำตัวปรากฏเป็นเศษน้ำแข็งและไอเย็นฟุ้งกระจาย


บึ้ม!


อ๊าก...” เป็นเซียวเฉิงเฟยที่กระเด็นออกมาเพราะแรงระเบิดจากทวนแสง แต่ไม่ต้องสนใจมัน เพราะบัดนี้หินกลางลำตัวของอสูร๶ั๷๺์ได้ปริแตกออกมาแล้ว!


แม๊ะห์!!” หยางถัวกู่ร้องอีกครั้ง ทางด้านหยุนเสวี่ยเฟิงก็รับรู้จังหวะได้ในทันที แต่ในตอนนี้หนุ่มชุดน้ำเงินกลับยังคงเร่งเร้าพลังวิญญาณให้สูงขึ้นไปอีก


ยัง.. ยังไม่พอ!” หยุนเสวี่ยเฟิงเร่งเร้าพลังวิญญาณจนเกินขีดสุดมาอยู่ในระดับที่31 แต่ถึงกระนั้นมันก็ยังมิอาจวางใจในการโจมตีครั้งสุดท้ายนี้ได้ มันยื่นมือทั้งสองไปยังหญิงสาวผมขาวและชายหนุ่มหน้าแก่โดยพลัน


ถอนห้วงกวี!” สิ้นเสียงแล้ว ดวงแสงห้วงกวีจากเซียวเฉิงเฟยและ๮๭ั๫ซิ่วอิงพลันแล่นย้อนกลับเข้ามาหาตัว เกิดเป็นแสงสีแดงสว่างวาบ


ย๊าก..” 


ภายในดวงแสงสว่างวาบ หยุนเสวี่ยเฟิงกู่ร้องคำราม ดวงตาทั้งสองทอประกายแดงฉาน ร่างกายของมันคล้ายจะแตกเป็นเสี่ยงๆอันเป็นผลมาจากการฝืนเร่งเร้าพลังวิญญาณจนเกินขีดจำกัด พัดกระบี่หยุนเฟิงที่มิรู้ว่าไปตกอยู่ที่ใดก่อนหน้าได้บินเข้ามาหาชายหนุ่ม


หยุนเสวี่ยเฟิงคว้าจับพัดดำแล้วหมุนกาย พร้อมกันนั้นปราณคมกระบี่สีแดงฉานก็ยืดยาวออกมา


เสี้ยวเพลิงดับตะวัน!”


หยุนเสวี่ยเฟิงตะโกนลั่นพร้อมกับสะบัดวาดปราณกระบี่ออกไป ก่อกำเนิดเป็นเสี้ยวคมกระบี่เพลิงสีดำกว้างกว่าสามศอกพุ่งตรงไปยังกลางลำตัวอสู๶ั๷๺์หิน!


จบตอน.

โอ๋ๆ แกล้งให้ค้างนิดนึงนะ เขียนตอนหน้าไว้แล้ว กำลังเช็คคำผิดกับเรียบเรียงแป๊บนึง

ตอนต่อไป
บทที่ 1 ตอนที่ 25 : เฝิ่นเฟิงแ...

นิยายแนะนำ

นิยายแนะนำ

ความคิดเห็น

COMMENT

ปักหมุด

© สงวนลิขสิทธิ์ 2017 Glory Forever Public Company Limited( Kawebook.com )

Glory Forever Public Company Limited ( Kawebook.com )
ที่อยู่ : 20 หมู่ที่ 6 ตำบลพันท้ายนรสิงห์ อำเภอเมืองสมุทรสาคร จังหวัดสมุทรสาคร 74000
เวลาทำการ : 08 : 00 - 18 : 00 จันทร์ - เสาร์
e-mail : contact@kawebook.com

DMCA.com Protection Status

เริ่มต้นเผยแพร่ผลงาน

เริ่มต้นเป็นนักเขียนออนไลน์ เขียนเรื่องราวที่ประทับใจ สร้างเนื้อหาที่เป็นประโยชน์ และแบ่งปันประสบการ์ดีๆ กับผู้คนทั่วโลก kawebook.com เป็นโอกาส เป็นสื่อกลาง และยังเป็นอีกหนึ่งช่องทาง ในการสร้างรายได้ให้กับนักเขียนมืออาชีพ และนักเขียนมือสมัครเล่นจากทุกมุมโลก เพียงสมัครเป็นสมาชิกเว็บไซต์เพื่อเขียนหนังสือ การ์ตูน หรืออัพโหลดอนิเมชั่น ที่เป็นผลงานของท่าน และเผยแพร่ผลงานสู่สาธารณชน

© สงวนลิขสิทธิ์ 2017 Glory Forever Public Company Limited ( Kawebook.com )

© สงวนลิขสิทธิ์ 2017 Glory Forever Public Company Limited ( Kawebook.com )

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ เพื่อสร้างประสบการณ์นำเสนอคอนเทนต์ที่ดีให้กับท่าน รวมถึงเพื่อจัดการข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์ที่ดีบนบริการของเว็บไซต์เรา หากท่านใช้บริการเว็บไซต์นี้ต่อไปโดยไม่มีการปรับตั้งค่าใดๆ นั่นเป็นการแสดงว่าท่านอนุญาตยินยอมที่จะรับคุกกี้บนเว็บไซต์และนโยบายสิทธิส่วนบุคคลของเรา