เรื่อง บทกวีผลาญฟ้า

ติดตาม
บทที่ 1 ตอนที่ 40 : หุบเขากวงหมิง ส่วนที่ 2
บทที่ 1 ตอนที่ 40 : หุบเขากวงหมิง ส่วนที่ 2
  • ปรับสีและขนาดตัวอักษร

ตอนที่ 40 หุบเขากวงหมิง ส่วนที่ 2


ข้าชื่อจินฟ่าน ส่วนนางชื่อหวงผิง” ชายหัวเกรียนในชุดเหลืองแนะนำตัวคร่าวๆ ขณะที่ทั้งห้ากำลังทะยานไปยังตำแหน่งที่ปรากฏมิติผกผัน


ข้าหวังซิ่วอิง ส่วนอีกสองคนชื่อหยุนเสวี่ยเฟิงและเซียวเฉิงเฟย” หวังซิ่วอิงแนะนำ


หากเป็นยามปกติแล้ว ชายหัวเกรียนอาจจะกล่าวยินดีที่ได้พบองค์หญิงหมอกเพลิง หรือไม่ก็เป็นหวงผิงที่พาศิษย์น้องหญิงของนางมารู้จัก ทว่าเวลานี้กลับมิได้เป็นห้วงอันปกติ ต่างคนต่างก็มีความร้อนใจ โดยเฉพาะศิษย์สำนักคิมหันต์ที่ใช้วิชาตัวเบาทะยานออกไป พานทำให้หยุนเสวี่ยเฟิงและเซียวเฉิงเฟยต้องเร่งฝีเท้าวิ่งสุดกำลัง


แต่จนแล้วจนรอดเซียวเฉิงเฟยที่วิ่งไปกลับมารอบหนึ่งแล้วก็เริ่มก้าวเท้าไม่ไหว


อีกไม่กี่ร้อยเมตรแล้ว พวกท่านนำไปก่อน!” เซียวเฉิงเฟยเป็นคนแรกที่เหนื่อยหอบหมดแรง การวิ่งด้วยความเร็วสูงสุดติดต่อกันเช่นนี้ หากเป็นผู้ให้ได้ลองแล้วจะพบว่าแทบจะหน้ามืดเลยทีเดียว


ซิ่งอิง เจ้าติดตามพวกเขาไป!” หยุนเสวี่ยเฟิงตะโกนพร้อมกับหยุดรั้งรอเซียวเฉิงเฟย


หวังซิ่วอิงนั้นเป็นเพียงผู้เดียวที่มีวิชาตัวเบาในกลุ่มจรจัด หากจะถามว่าวิชาตัวเบานั้นร่ำเรียนได้จากที่ใด นั่นย่อมต้องเป็นตำรายุทธแน่แท้ ยกตัวอย่างเช่นหวังซิ่วอิง ที่นางร่ำเรียนวิชาทวนเพลิงสวรรค์ วิชาตัวเบานี้เป็นหนึ่งในเคล็ดวิชาของตำราระดับแปดนี้


จะกล่าวอธิบายมากความในตอนนี้ก็ยังมิใช่เวลาที่ดีนัก..


หวังซิ่วอิงขานรับหยุนเสวี่ยเฟิงก่อนจะรีบทะยานตามติดจินฟ่านและหวงผิงไปอย่างรวดเร็ว ทิ้งไว้เพียงชายหนุ่มทั้งสองที่หยุดยืนหอบหายใจ


แฮก แฮก ทำไมข้าไม่มีเคล็ดวิชาบ้างนะ!” เซียวเฉิงเฟยคุกเข่าหอบหายใจหนัก มันเป็นผู้เดียวที่วิ่งไปกลับมารอบหนึ่งแล้ว


ตอนนี้เจ้าระดับใดแล้ว?” หยุนเสวี่ยเฟิงก็เหนื่อยหอบไม่แพ้กัน ถ้าจะถามเพราะเหตุใด คำตอบก็คือมันเป็นเพียงชายหนุ่มร่างบาง จริงอยู่ที่ตอนต่อสู้ที่ผ่านมา ตัวมันคล้ายจะทรหด แต่นั่นเป็นเพราะได้เข้าใกล้ความเป็นตายเท่านั้น ซึ่งแตกต่างจากครั้งนี้อยู่หลายส่วน


เซียวเฉิงเฟยที่หอบหายใจ มันเพียงโคจรพลังวิญญาณออกมาเป็นคำตอบ ซึ่งระดับพลังวิญญาณนั้นก็ไม่ได้ต่างจากที่หยุนเสวี่ยเฟิงคาดไว้ ชายหนุ่มหน้าแก่กว่าวัย มีระดับพลังวิญญาณเพียงสามสิบสองเท่านั้น


เจ้าคงรู้แล้ว ข้ามีระดับ37.. ข้าจะมอบห้วงกวีให้ก่อน” หยุนเสวี่ยเฟิงว่าแล้วก็เริ่มอัญเชิญห้วงกวีระดับสิบทันที


เอ๊ะ ครั้งก่อนที่ประชันกวี เจ้ายังระดับ..” เซียวเฉิงเฟยยังมิทันกล่าวจบ หยุนเสวี่ยเฟิงพลันมอบห้วงกวีระดับสิบให้แก่มันแล้ว อีกทั้งยังสั่งอำพรางห้วงกวีทันที “เตรียมการไว้ก่อนและห้ามให้สองคนนั้นรู้เด็ดขาด


สองคนนั้นที่หยุนเสวี่ยเฟิงหมายถึง ย่อมต้องเป็นจินฟ่านและหวงผิง ส่วนหวังซิ่วอิงนั้นนางย่อมคิดได้ว่าเวลาไหนควรใช้คัมภีร์กวีที่ได้รับมา


ชายหนุ่มทั้งสองพักหายใจอยู่อีกครู่ใหญ่ คาดจากความเร็วและเวลาแล้ว ทั้งสามที่นำหน้าไปสมควรจะถึงจุดหมายแล้ว


ข้าหายเหนื่อยแล้ว” เซียวเฉิงเฟยกล่าวสั้นๆก่อนจะลุกขึ้น


กลางคืนเช่นนี้ ข้ารู้สึกสังหรณ์ใจบางอย่าง” หยุนเสวี่ยเฟิงมองไปยังทิศที่หวังซิ่วอิงมุ่งหน้าไป เซียวเฉิงเฟยก็มีความคิดไม่ต่างกัน “ต้องบอกว่ากลางคืนทุกทีสินะ..”


วูบ!... ครืน..!


พลันนั้นด้านทิศใต้ของหุบเขาได้ปรากฏแสงวาบคราหนึ่ง เสี้ยววินาทีต่อมา คลื่นลมกระแทกก็ได้แผ่ออกมาถึงตัวชายหนุ่มทั้งสอง


ไป!” ทั้งสองไม่รอช้าหรือเฝ้าดูอันใดอีก สองเท้ารีบกระโดดทะยานไปยังตำแหน่งแสงวาบทันใด


ย้อนกลับไปก่อนหน้านี้เล็กน้อย ทางด้านหวังซิ่วอิงและศิษย์สำนักคิมหันต์นั้น ได้เร่งรุดหน้ามายังแท่งศิลาที่เซียวเฉิงเฟยกล่าว ครั้นเมื่อมาถึงแล้วกลับพบว่าศิษย์อีกสองคนที่ติดตามผู้เป็นอาจารย์นั้นได้หายตัวไปแล้ว


พวกเขาไปอยู่ที่ใด?” จินฟ่านเหลียวซ้ายแลขวา พร้อมกันนั้นก็ได้เรียกโล่ห์ขนาดเท่าบานหน้าต่างออกมาเตรียมพร้อม


อาจารย์.. ศิษย์พี่ทั้งสอง!” หวงผิงตะโกนเรียก ทว่าบริเวณรอบข้างก็ยังเงียบงัน แต่ในขณะที่นางเดินเข้าใกล้แท่งศิลาหินใหญ่ธรรมดานั่นเอง


ถอยออกมา!”


หวังซิ่วอิงรีบห้ามปรามทันที นางพบว่าแท่งหินเริ่มปรากฏแสงลอดผ่านรอยปริแตกออกมา หวงผิงที่อยู่ใกล้สุดม่านตาหดวูบ ครั้นจะผงะออกมา ศิลาแท่งนั้นกลับทอแสงสว่างขึ้น


ควับ!


มิทันที่จะได้ตั้งตัวอันใด เส้นสายใยแสงก็พุ่งออกมารัดขาของหญิงสาวเอาไว้


ผิงผิง!” จินฟ่านที่อยู่ใกล้สุดเบิกตากว้าง ขณะที่เส้นใยแสงกำลังฉุดลากหญิงสาวไปนั้น ชายหนุ่มก็กระแทกสันโล่ห์ลงไปตัดเส้นสายนั้นทันที


ตู้ม!


ด้วยพลังวิญญาณของผู้มีระดับสี่เอ็ด เส้นสายแสงนั้นพลันถูกตัดออกทันที หวังซิ่วอิงก็มีปฏิกิริยาที่ว่องไวเช่นกัน นางรีบคว้าจับแขนของหวงผิงพร้อมกับดีดทะยานถอยออกมา


ควับ!


แต่ชั่วพริบตาที่จินฟ่านตัดเส้นแสงนั้น กลับมีเส้นแสงอีกสี่สายพุ่งเข้ามารัดแขนและขาของชายหนุ่มเอาไว้


ย๊าก!”


จินฟ่านกู่ร้องพร้อมกับระเบิดพลังวิญญาณออกมา ทว่าการกระทำของมันกลับไม่สำเร็จ ดวงตาชายหนุ่มเบิกกว้างเมื่อพบว่าพลังวิญญาณได้ถูกเส้นแสงนั้นสูบออกไปอย่างต่อเนื่อง แต่ความตื่นตระหนกนั้นมิได้ช่วยให้มันรอดพ้น


ช่วยที!” จินฟ่านตะโกน แต่ไม่ต้องบอกกล่าวอันใด หวังซิ่วอิงเมื่อเท้าแตะพื้นนางก็พุ่งทะยานเข้าหาชายหนุ่มทันทีพร้อมกันนั้นก็ได้เรียกทวนหมอกอัคคีเข้าตวัดวาดคมเต็มแรง!


ฉับ!


ราวกับคมทวนนั้นวาดผ่านอากาศ เส้นแสงที่รัดตัวชายหนุ่มถูกตัดออกก่อนจะสลายหายไป ทั้งสองไม่รั้งรอเส้นสายอีกหลายสิบที่ยืดยาวออกมา รีบดีดกายถอยห่างออกมาทันที


ครืน.!!


เมื่อเส้นแสงนั้นไม่สามารถยืดยาวเข้าจับตัวกลุ่มชายหญิงได้ แท่งหินนั้นก็เริ่มสั่นไหว รอยปริแตกเริ่มขยายใหญ่ขึ้นคล้ายจะอ้าออกไปรอบทิศ เพียงแค่อึดใจเดียว ก้อนหินนั้นก็แปรเปลี่ยนรูปร่างเป็นซุ้มประตูขนาดใหญ่สูงกว่าแปดเมตร โดยมีเส้นแสงมากกว่าร้อยเส้นโบกพริ้วอยู่ด้านใน


ประตูมิติ?!” ทั้งสามเอ่ยกล่าวโดยมิได้นัดหมาย แต่ยังมิทันจะได้พินิจอันใดอีก..


ตุบ ตุบ!


เสียงเต้นของหัวใจกระทบโสทประสาทของทั้งสาม ด้านในประตูแสงพลันปรากฏร่างยักษ์สูงเกือบแปดเมตรลอดผ่านออกมา เนื่องจากแสงด้านหลังของร่างยักษ์นี้ยังคงส่องสว่าง จึงเห็นเป็นเพียงเงาขนาดใหญ่เท่านั้น


ไม่อาจารย์.. ศิษย์พี่..” หวงผิงยกมือทั้งสองกุมปาก นางเป็นคนแรกที่สังเกตุรายละเอียดร่างขนาดใหญ่นั้นได้


หึ่ม..!


ร่างยักษ์ย่างสามขุมออกมา ครั้นเมื่อซุ้มประตูอับแสงลง แสงจันทร์ก็สาดส่องพาดผ่าน เผยให้เห็นร่างคล้ายมนุษย์ตัวสีแดงฉานคล้ายคนไม่มีเนื้อหนัง ดวงตาของมันทอแสงเรืองรองพร้อมกับแยกเขี้ยวออกกว้าง ไอหมอกถูกพ่นออกมาจากจมูกและปาก ราวกับว่าร่างนี้เพิ่งจะออกจากสถานที่อันร้อนระอุ


แม้ว่าร่างอันใหญ่โตจะดูน่าเกรงขามเพียงใด แต่ทว่าสิ่งที่ทั้งสามให้ความสนใจนั้น กลับอยู่ที่บริเวณรอบช่วงหัวไหล่ของร่างยักษ์นี้ นั่นก็คือหัวของคนที่ยื่นออกจากร่างใหญ่ยักษ์นับสิบ ใบหน้าของแต่ละหัวนั้น แสดงถึงความสยดสยองอันยากเกินจินตนาการ เบ้าตาของแต่ละคนกลวงกว้างคล้ายถูกควักดวงตาออกไป และสามหัวในนั้นกลับเป็นอาจารย์และศิษย์สำนักคิมหันต์!


เมื่อแสงจันทร์สาดสองให้ชัดเจนมากขึ้นก็ได้เผยรายละเอียดร่างเนื้อสีแดงนี้ ตลอดทั่วร่างส่วนบนของมันกลับถูกเติมเต็มไปด้วยดวงตามากมาย!


ฮึ่ม..!


อสูรร่างใหญ่คำรามพร้อมกับปลดปล่อยพลังวิญญาณระดับแปดสิบออกมา พร้อมกับวิ่งเข้าหาทั้งสามทันใด หมัดขนาดยักษ์ถูกซัดออกเข้าหาทั้งสามโดยไม่รีรอ!


ตู้ม!


คลื่นพลังวิญญาณและเศษธุลีปลิวว่อนรอบทิศ หนุ่มสาวแม้จะตกตะลึงแต่ก็ยังมีสติ ต่างคนต่างดีดกายหลบการโจมตีไปคนละทิศคนละทาง!


หึ่ม..!


อสูรร่างเนื้อเมื่อรู้ว่าโจมตีพลาดมันก็รำคามออกมา ทว่าในขณะเดียวกัน หนึ่งในใบหน้าที่ติดอยู่ตรงหัวไหล่พลันส่งเสียงร้องโหยหวนออกมา


หนุ่มสาวทั้งสามเมื่อได้พบเห็นเหตุการณ์พลันรู้สึกขนลุกสยดสยอง ใบหน้าที่ร้องโหยหวนนั้นเริ่มบิดเบี้ยวคล้ายถูกบางอย่างสูบอวัยวะด้านในก่อนจะค่อยๆยุบตัวหดหายเข้าไปในร่างกล้ามเนื้อนั้น


อา...” อสูรร่างกล้ามเนื้ออ้าปากแยกเขี้ยวส่งเสียง มันค่อยๆหันไปหาหนุ่มสามทั้งสามที่ยืนตั้งหลัก แล้วจึงกางมือออกมา


สวบ!


หนีเร็ว!” หวังซิ่วอิงตะโกนก้อง เมื่อพบว่าด้านหลังของอสูรร่างเนื้อมีเส้นสายระโยงระยางคล้ายหนวดงอกออกมาสี่เส้น ในขณะเดียวกันเส้นสายนี้ก็แผ่พลังปราณคล้ายเคล็ดวิชาบางอย่าง มันไม่รีรอให้ทั้งสามได้ก้าวเท้าหนี เส้นสายระยางนี้พลันพุ่งเข้าหาทั้งสามอย่างรวดเร็ว!


เปรี้ยง!


เป็นจินฟ่านที่ปักโล่ห์ลงพื้น เบื้องหน้าทั้งสามพลันปรากฏม่านพลังเข้าต้านทานเส้นสายที่พุ่งเข้ามา


เราสู้มันไม่ได้!” ชายหนุ่มกู่ร้อง


เปรี๊ยะ เปรี๊ยะ!


ม่านพลังสีส้มปนเหลืองคล้ายจะเริ่มปริแตกออกเรื่อยๆ ด้วยระดับพลังวิญญาณที่ต่างกันมากเกินไป มีหรือที่ม่านเกราะนี้จะทนทานได้!


ข้าจะให้จังหวะ หนีไปคนละทาง!” แม้ว่าชายหนุ่มจะรู้ดีว่าโอกาสรอดจากเงื้อมมืออสูรประหลาดนั้นยาก แต่คนที่เหลือรอดจะต้องไปตามคนมาช่วยแน่นอน


แต่อาจารย์..” หวงผิงกล่าวท้วง แต่ชายหนุ่มกลับตะคอกว่า “พวกเขาตายแล้ว!”


เคล็ดวิชาผลึกกั้นฟ้า!” จินฟ่านกู่ร้องพร้อมกับเร่งเร้าพลังวิญญาณขึ้น ด้วยพลังทั้งหมดของชายหนุ่ม ม่านพลังที่ปริแตกก็ผสานเข้าหากัน ก่อนจะผลักดันเส้นสายระยางกลับไปหาร่างต้นของมัน เสี้ยววินาทีนั้นม่านพลังของชายหนุ่มก็แผ่ออกมาครอบคลุมอสูรสีแดงเอาไว้คล้ายผลึกหกเหลี่ยม


ไป..” จินฟ่านเสียงโรยริน มันใช้พลังวิญญาณออกไปหมดแล้วพร้อมกับสติที่เลือนหายไป ทว่าก่อนที่มันจะล้มลง หญิงสาวทั้งสองก็ประคองมันไว้ก่อนจะรีบใช้วิชาตัวเบาพามันหนีไป


ตุบตุบ!


ฮ่า..!” อสูรร่างเนื้อสีแดงกู่ร้องอึกกระทึกด้านในที่กักขัง มันซัดหมัดทุบผลึกพลังให้ร้าวออกหลายครั้งหลายครา


ส่วนแผนการแยกย้ายกันหนีล้มเหลวไม่เป็นท่าเสียแล้ว ในเมื่อชายหนุ่มหมดสติไปแล้ว จะให้หญิงสาวทั้งสองทอดทิ้งได้อย่างไร!


ตู้ม!


ผลึกจากเคล็ดวิชาระเบิดออกพร้อมกับพลังวิญญาณอันหนาแน่นแผ่กระจายออกไป รวมเวลาแล้วไม่ถึงครึ่งนาทีด้วยซ้ำด้วยพลังอันห่างชั้นเกินไป มีหรือที่เคล็ดวิชาจากระดับพลังวิญญาณอันน้อยนิดจะทนได้ แสงสว่างวาบจากการระเบิดออกนี้เป็นแสงเดียวกันที่ทางด้านหยุนเสวี่ยเฟิงได้เห็น


อสูรร่างกล้ามเนื้อสีแดงฉานนั้น เมื่อปลดปล่อยพลังวิญญาณอันมหาศาลออกไปแล้ว ใบหน้าหนึ่งที่ติดอยู่บนตัวของมันก็ร่ำร้องโหยหวน จากนั้นก็บิดเบี้ยวยุบตัวลงไป


ฮ่าห์...!” อสูรตนนี้อ้าปากแยกเขี้ยว ดวงตาของมันเรืองแสงท่ามกลางความมืด จ้องมองไปยังทิศทางที่หนุ่มสาวได้ทะยานหนีไป


โดยทันทีทันใด สองเท้าของมันก็เริ่มขยับพร้อมกับอีกใบหน้าหนึ่งที่ร้องโหยหวน ใต้ฝ่าเท้าของมันก็เกิดเป็นพลังปราณเข้าผนึกเป็นเคล็ดวิชาตัวเบา!


ฆ่า..!” อสูรร่างเนื้อแยกเขี้ยว ก่อนที่ร่างของมันจะพุ่งทะยานออกไปปานพยุหะ!


ในขณะที่สองหญิงสาวใช้เคล็ดวิชาตัวเบาพยุงร่างไร้สติของจินฟ่านหนีนั้น เมื่อได้ยินเสียงจากร่างใหญ่ปะทะเข้ากับต้นไม้ดังแว่วมาจากด้านหลัง หวงผิงก็เริ่มกล่าวบทกวีขึ้นมาอย่างร้อนใจ


เจ้าเป็นผู้อัญเชิญห้วงกวี?’ คำนี้หากเป็นในยามปกติแล้ว หวังซิ่วอิงคงจะถามไถ่หญิงสาว ทว่าขณะนี้นางคงต้องเก็บคำถามไว้


แสงจากห้วงกวีสามดวงลอยวนเวียนรอบหญิงสาว แม้จะสามารถเพิ่มระดับพลังวิญญาณได้สามส่วน แต่ทว่าด้วยความห่างชั้นมากเกินไปจึงไม่สามารถเพิ่มระยะห่างจากเสียงด้านหลังได้ อาจจะเรียกได้ว่าไม่มีความแตกต่างเลยแม้แต่น้อย!


เราต้องรีบอ้อมไปยังที่พักแรม คนหมู่มากจะช่วยเราจัดการมัน!” หวังซิ่วอิงกล่าว นางไม่คิดที่จะใช้คัมภีร์กวี เพราะแม้จะเพิ่มระดับได้มากสุดสิบระดับ แต่มันก็ไม่เพียงพอที่จะต่อกรกับอสูรระดับแปดสิบอยู่ดี


หญิงสาวทั้งสองเมื่อตัดสินใจได้ก็หักเลี้ยวทะยานอ้อมไปอีกทางทันที แม้จะสุ่มเสี่ยงที่จะถูกไล่ตามทัน แต่หากหนีเป็นเส้นตรงต่อไป สุดท้ายแล้วก็ต้องถูกจับได้อยู่ดี


การจะชักนำภัยมาสู่ผู้คนที่พักแรมนั้น จริงอยู่ที่มันไม่สมควร แต่หากหญิงสาวทั้งสองถูกจัดการลงได้ เป้าหมายของอสูรตนนี้ก็คงเป็นเหล่านักเดินทางที่พักแรมอยู่ดี แม้ว่าผู้คนส่วนใหญ่จะมีระดับพลังวิญญาณไม่มาก แต่ก็ย่อมต้องมีคนที่ระดับเกินกว่าหกสิบอยู่บ้าง และเหนือสิ่งอื่นใด หนึ่งในนั้นยังมีกังหยงที่สามารถใช้ห้วงต้องสาปได้!


มีแต่ตายกับตาย รวมกันกลุ้มรุมมันยังอาจพอมีทาง!’ ความคิดนี้ไม่ว่าผู้ใดก็ต้องกระทำเช่นกัน แน่นอนว่าผู้มีระดับต่ำอาจจะหลบหนี ทว่าหากผู้มีระดับสูงถูกโค่นล้มลง รายต่อไปก็จะเป็นกลุ่มคนพลังน้อยนิดอยู่ดี!


ในขณะที่หญิงสาวทั้งสองกำลังทะยานหนีอยู่นั้น ทางด้านหยุนเสวี่ยเฟิงและเซียวเฉิงเฟยก็ได้รุดหน้ามายังบริเวณที่เกิดเหตุเมื่อครู่


พวกนางหายไปไหน?” เซียวเฉิงเฟยที่นำหน้ามาถึงก่อน ได้เดินมาหยุดยืนด้านข้างศิลาหินพร้อมกับกวาดสายตาไปรอบๆ นอกจากความเสียหายรอบบริเวณแล้ว กลับไม่พบร่องรอยของสหายแม้แต่น้อย


พวกเขาไปทางนั้น!” หยุนเสวี่ยเฟิงชี้ไปยังหมู่ต้นไม้ที่หักโค่นลงไปทางยาว ทว่าเมื่อแผ่พลังวิญญาณออกไปสำรวจทางทิศทางนั้น กลับมิได้รับรู้ถึงสิ่งใด ‘หรือพวกนางจะอยู่ไกลเกินไป?’


หยุนเสวี่ยเฟิงหันไปสบตากับหนุ่มหน้าแก่กว่าวัย ทั้งสองรู้ดีว่าอีกฝ่ายถามตอบสิ่งใด สองเท้ารีบผนึกพลังปราณก่อนจะเริ่มออกวิ่ง แต่ในขณะนั้นศิลาหินที่อยู่ใกล้ๆพลันเริ่มสั่นไหว รอยแตกมากมายบนตัวศิลาเริ่มปรากฏออกมาพร้อมกับแสงที่สาดส่องไปรอยทิศ


เกิดอะไรขึ้น?” เซียวเฉิงเฟยผงะออกมาด้านข้างหยุนเสวี่ยเฟิง ทั้งสองไม่รอช้าที่จะปลดปล่อยอาวุธคู่กายออกมาเตรียมพร้อม


ศิลาหินที่ปริแตกก็เริ่มก่อร่างสร้างเป็นซุ้มประตูขนาดใหญ่ดังเช่นครั้งก่อน ภายในซุ้มประตูนั้นคล้ายจะปรากฏม่านแสงพร้อมกับเส้นสายพลังวิญญาณที่ยืดยาวมากกว่าร้อยเส้น ชายหนุ่มทั้งสองค่อยๆก้าวถอยหลังช้าๆ เส้นสายพลังวิญญาณก็ค่อยๆเลื้อยมายังทั้งสองเช่นกันและทันใดนั้นเอง..


ระวัง!” หยุนเสวี่ยเฟิงตะโกน เส้นแสงมากมายพลันพุ่งเข้าหาขายหนุ่มทั้งสองในพริบตา!


ฉับฉับ!


หยุนเสวี่ยเฟิงและเซียวเฉิงเฟยต่างก็ใช้อาวุธคู่กายโบกวาดเข้าตัดเส้นแสงนั้น แต่ด้วยจำนวนที่มีมากเกินไป เพียงแค่ชั่วพริบตานั้น ทั้งสองก็ถูกเส้นแสงรัดเอาไว้ทั่วตัวเสียแล้ว


ใช้พลังวิญญาณไม่ได้?!” เซียวเฉิงเฟยเบิกตากว้างไม่ต่างจากหยุนเสวี่ยเฟิง “มันกำลังดูดพลังออกไป!”


หยุนเฟิง ตัดมัน!” หยุนเสวี่ยเฟิงยังพอมีไหวพริบอยู่บ้างจึงรีบปล่อยพัดสีดำในมือเป็นอิสระ เจ้าพัดสีดำก็กางออกแล้วบินอ้อมเข้ามาตัดเส้นแสงออกทันที


ฟิ้ว..ฉับ ฉับ!


พัดเมฆาโลหิตบินว่อนตัดเส้นแสงไปทั่ว ทว่ายิ่งตัดเส้นแสงนี้มากเท่าใดก็จะปรากฏเส้นแสงใหม่ออกจากม่านซุ้มประตูมาเท่านั้น!


ตัดให้เจ้าหน้าแก่ก่อน!” หยุนเสวี่ยเฟิงตะโกนพร้อมกับพยายามแกะเส้นแสงออกจากตัว ทว่ามิได้มีเพียงพลังวิญญาณที่ถูกดูดออกไป ร่างกายของชายหนุ่มกลับคล้ายจะไร้เรี่ยวแรงลงเรื่อยๆ


ทางด้านเซียวเฉิงเฟยเมื่อเห็นพัดดำบินวนกลับมา มันก็เตรียมกะจังหวะดีดตัวออกมาทันที แน่นอนว่าด้วยจำนวนเส้นแสงที่มากมาย หากว่ามันกะจังหวะผิดไปเพียงเสี้ยวเดียว เส้นแสงใหม่ก็จะพุ่งเข้าหามันได้อีก


ฟิ้ว..ฉับ!


ครั้งนี้พัดหยุนเฟิงสร้างคมกระบี่แสงออกมาพร้อมกับวาดตัดเส้นแสงทั้งหมดทันที เซียวเฉิงเฟยที่กะจังหวะไว้อยู่แล้วก็รีบดีดกายถอยออกไปหลายตลบ


อ๊าก!”


เมื่อหนึ่งในเป้าหมายหลุดพ้นไป เส้นแสงใหม่ที่งอกออกมาก็พุ่งเข้ารัดหยุนเสวี่ยเฟิงเอาไว้จนมิด แต่ยังไม่หมดเพียงเท่านี้ เส้นแสงนั้นกลับฉุดลากหนุ่มร่างบางเข้าไปยังม่านซุ้มประตู


เจ้าหน้าสาว!”


เวลาเสี้ยววินาทีคล้ายจะยืดยาวออก พัดกระบี่ต้องตีวงบินเข้ามาตัดเส้นแสงนั้น ส่วนเซียวเฉิงเฟยเมื่อเท้าแตะพื้นก็รีบกระโจนเข้ามา หวังใช้ดาบคู่ใจตัดเส้นแสงให้หมด ทว่าในเสี้ยวของเสี้ยววินาทีนั้นเอง..


ไม่!”


เคร้ง!


เป็นเส้นแสงที่ฉุดลากได้รวดเร็วกว่า พัดกระบี่บินเข้ามาปะทะดับคมดาบหิมะหอมเกิดประกายไฟวาบหนึ่ง ส่วนร่างหยุนเสวี่ยเฟิงกลับถูกดึงเข้าไปในม่านประตูแสงนั้น!


คล้ายกับมีความนึกคิด เมื่อมันกลืนกินเหยื่อได้สำเร็จ ซุ้มประตูขนาดใหญ่พลันหดลงกลับกลายเป็นศิลาหินเช่นเดิม


จบตอน.

ทุกคนซิ่วอิงลากบอสไปหาแล้ว!

ตอนต่อไป
บทที่ 1 ตอนที่ 41 : กล่าวโทษ

นิยายแนะนำ

นิยายแนะนำ

ความคิดเห็น

COMMENT

ปักหมุด

© สงวนลิขสิทธิ์ 2017 Glory Forever Public Company Limited( Kawebook.com )

Glory Forever Public Company Limited ( Kawebook.com )
ที่อยู่ : 20 หมู่ที่ 6 ตำบลพันท้ายนรสิงห์ อำเภอเมืองสมุทรสาคร จังหวัดสมุทรสาคร 74000
เวลาทำการ : 08 : 00 - 18 : 00 จันทร์ - เสาร์
e-mail : contact@kawebook.com

DMCA.com Protection Status

เริ่มต้นเผยแพร่ผลงาน

เริ่มต้นเป็นนักเขียนออนไลน์ เขียนเรื่องราวที่ประทับใจ สร้างเนื้อหาที่เป็นประโยชน์ และแบ่งปันประสบการ์ดีๆ กับผู้คนทั่วโลก kawebook.com เป็นโอกาส เป็นสื่อกลาง และยังเป็นอีกหนึ่งช่องทาง ในการสร้างรายได้ให้กับนักเขียนมืออาชีพ และนักเขียนมือสมัครเล่นจากทุกมุมโลก เพียงสมัครเป็นสมาชิกเว็บไซต์เพื่อเขียนหนังสือ การ์ตูน หรืออัพโหลดอนิเมชั่น ที่เป็นผลงานของท่าน และเผยแพร่ผลงานสู่สาธารณชน

© สงวนลิขสิทธิ์ 2017 Glory Forever Public Company Limited ( Kawebook.com )

© สงวนลิขสิทธิ์ 2017 Glory Forever Public Company Limited ( Kawebook.com )

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ เพื่อสร้างประสบการณ์นำเสนอคอนเทนต์ที่ดีให้กับท่าน รวมถึงเพื่อจัดการข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์ที่ดีบนบริการของเว็บไซต์เรา หากท่านใช้บริการเว็บไซต์นี้ต่อไปโดยไม่มีการปรับตั้งค่าใดๆ นั่นเป็นการแสดงว่าท่านอนุญาตยินยอมที่จะรับคุกกี้บนเว็บไซต์และนโยบายสิทธิส่วนบุคคลของเรา