เรื่อง ย้อนเวลาไปกอบกู้ประเทศ

ติดตาม
ตอนที่ 8
ตอนที่ 8
  • ปรับสีและขนาดตัวอักษร

ฟีโรโซฟอสสัมผัสได้ถึงสายตาผิดหวังและรังเกียจจากทุกคน หน้าเขาเปลี่ยนเป็นสีซีด "ทำไมพวกเจ้าถึงได้มองข้าเช่นนั้น...ขะ...ข้าไม่ได้ทำอะไรนะ นี่ไม่ใช่ฝีมือข้า พวกเจ้ากำลังเข้าใจผิด!" ฟีโรโซฟอสใส่เสื้อแล้วพยายามอธิบายตัวเอง 

อย่างไรก็ตาม ไม่มีใครเชื่อคำพูดของเขา ชายหนุ่มคนหนึ่งมองเขาด้วยความผิดหวัง "ข้าไม่อยากเชื่อเลยว่าท่านจะเป็นคนเช่นนี้ท่านที่ปรึกษา ท่านเป็นเหมือนแสงสว่างให้กับข้าและชาวเมืองชามิวลอสแห่งนี้ ข้านับถือท่านมาโดยตลอด ท่านแตกต่างจากพวกชนชั้นสูงคนอื่นที่ข้ารู้จัก แต่ว่า..." ชายหนุ่มเบือนหน้าหนีอย่างเสียใจ "ข้าไม่รู้อีกแล้วว่าควรจะเชื่อสิ่งใดจากปากของขุนนางอย่างพวกท่าน

ฟีโรโซฟอสมองหน้าชายคนนั้น เขาจดจำอีกฝ่ายได้ อีกฝ่ายเป็นเกษตรกรที่มาร้องทุกข์เรื่องผลเพาะปลูกเมื่อวานนี้ กลอทิส ใบหน้าของฟีโรโซฟอสซีด "ไม่ใช่นะกลอทิส ข้าไม่ได้เป็นผู้ทำเรื่องนี้ ข้าไม่มีทางเรื่องต่ำช้าเช่นนี้หรอก เจ้าก็รู้ว่าข้าไม่มีทางทำหรอก!" 

"แล้วผู้ใดจะทำได้เล่าหากไม่ใช่ท่านยังจะมีผู้ใดทำได้อีกท่านทำให้ข้าละอายจริงๆท่านที่ปรึกษาท่านทำให้ข้าเคยศรัทธาในตัวท่านครั้งหนึ่งข้าละอายใจยิ่งนัก!" 

ฟีโรโซฟอสมีสีหน้าที่ย่ำแย่ ไม่รู้จะหาหลักฐานมาตอบกลับกลอติสและชาวเมืองพวกนี้ยังไง ตอนนั้นเองจู่ๆเขาก็คิดได้ว่ายังพอมีคนรู้เห็นเหตุการณ์อยู่ ดวงตาของฟีโรโซฟอสก็สว่าง "จริงสิพวกทหารไงพวกเจ้าลองไปถามพวกทหารที่มากับข้าดูสิเมื่อคืนข้านำทหารมาที่นี่เพื่อดักจับหัวขโมย พวกเขาควรจะรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น!?" 

เมื่อเห็นฟีโรโซฟอสยังไม่ยอมรับสารภาพ กลอทิสก็แสยะยิ้มใส่เขาอย่างผิดหวัง "ทหารท่านหมายถึงคนเหล่านี้หรือ?" 

กลอทิสพูดแบบนั้น ไม่นานด้านหลังเขาก็ปรากฏชายหนุ่มหลายคนเดินออกมาในสภาพงัวเงีย สีหน้าของพวกเขาย่ำแย่ขณะมองฟีโรโซฟอสอย่างผิดหวัง 

ฟีโรโซฟอสพยายามจะร้องขอให้ทหารเหล่านั้นบอกความจริงกับทุกคน "พวกเจ้าเมื่อคืนนี้พวกเจ้าสังเกตุการณ์อยู่ข้างนอกทั้งคืน พวกเจ้าจะต้องเห็นสิ่งใดแน่ บอกพวกเขาไปสิว่าผู้ที่ทำเรื่องนี้เป็นฝีมือของคนร้ายคนร้ายแอบลอบเข้ามาที่นี่ใช่ไหม!?" 

"........." ทหารทั้งหลายยืนนิ่งเงียบไม่ตอบอะไร พวกเขามีแค่ใบหน้าที่ละอายประดับไว้บนหน้า 

เห็นสัญญาณจากท่าทางของทหาร ฟีโรโซฟอสรู้สึกไม่ดีทำให้หน้าซีด "พวกเจ้าทำไมถึงเงียบรีบบอกความจริงพวกเขาไปสิว่าทั้งหมดเป็นฝีมือหัวขโมยข้าไม่ได้ทำอะไรผิด!" 

ทหารมองฟีโรโซฟอสอย่างผิดหวัง พวกเขานิ่งเงียบอยู่นานจนกระทั้งเอ่ยปาก "ท่านที่ปรึกษา เรื่องมาถึงขนาดนี้แล้วท่านยอมรับความจริงเสียเถอะ เมื่อคืนท่านวางยาพวกเราแล้วก่อเหตุนี้ขึ้นใช่หรือไม่ท่านไม่ได้ตั้งใจมาที่นี่เพื่อตามจับหัวขโมยแต่แรกแล้ว แต่เรียกเรามาเพื่อมาโกหกช่วยท่านสินะ?" 

"เจ้า...พูดอะไร?" 

ทหารกำหมัดและกัดฟัน มองฟีโรโซฟอสด้วยน้ำตาแห่งความละอาย "หากท่านตั้งใจจะจับหัวขโมยก็คงไม่วางยาสลบใส่เราแบบนั้น เมื่อคืนนี้ไม่มีพวกเราสักคนได้สติอยู่สังเกตุการณ์ ไม่มีใครรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นในบ้านเพราะคนที่อยู่ในบ้านกับพวกนางมีเพียงท่าน มีเพียงท่านคนเดียว ท่านจะทำอะไรกับพวกนางก็ได้เพราะบ้านถูกล๊อคไว้

ฟีโรโซฟอสหน้าซีด "พวกเจ้า...หมายความว่าอย่างไร?" 

ทหารพ่นลมหายใจจากจมูกอย่างเย็นชา "ตอนเรามาถึงที่นี่ เราไม่พบร่องรอยการงัดแงะ ไม่มีร่องรอยการพังประตูเข้ามา ไม่มีกระจกบานไหนแตก มันแทบไม่มีหลักฐานว่าจะมีใครอื่นบุกเข้ามาในบ้านที่ถูกลงกลอน 6 ชั้นแบบนี้ได้ ภายในบ้านและคนที่อยู่กับแม่ลูกโอวิสทั้งคืนก็มีแค่ท่าน หมายความว่ามันคนร้ายเป็นใครอื่นไปไม่ได้นอกจากท่าน

ฟีโรโซฟอสอึ้ง มันเป็นแบบนั้นไปได้อย่างไรเขาไม่ใช่คนร้ายสักหน่อย!? เขาถูกใส่ความ!? 

ฟีโรโซฟอสปรารถนาจะแก้ต่างให้ตนเอง แต่เขาเห็นสายตาของชาวเมืองพวกนี้และพวกทหารที่มีแต่ความขยะแขยงและเกลียดชังทำให้เขารู้ว่าทุกคนไม่มีทางเชื่อเขาแล้ว หัวใจของฟีโรโซฟเสหนักอึ้ง 

"น่าละอาย"

"น่าผิดหวังที่สุด

"ข้าไม่น่าเชื่อคนแบบท่านเลย

"ข้าเคยนึกว่าท่านจะแตกต่าง

ฟีโรโซฟอสพาร่างชราตนเองเดินออกจากบ้านโอวิสอย่างอับอายท่ามกลางฝูงชนที่รุมมองด้วยสายตารังเกียจและขยะแขยง 

ไม่มีผู้ใดกล้าจับหรือทำร้ายเขาเพราะเขาเป็นขุนนางชั้นสูงและยังเป็นคนสนิทของเจ้าชาย กฏหมายของที่นี่ไม่รุนแรงพอจะเอาความผิดผู้ที่มีตำแหน่งและเส้นสายใหญ่ อย่างไรก็ตาม การกระทำในคราวนี้ก็ได้ทำให้ชื่อเสียงที่มีมายาวนานของฟีโรโซฟอสด่างพล้อยและมันได้สร้างความขยะแขยงในใจของทุกคนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว 

นับแต่วันนั้น ไม่ว่าฟีโรโซฟอสจะไปแห่งหนใดก็จะมีแต่ชาวเมืองมองเขาด้วยสายตารังเกียจ ไม่ว่าเขาจะพูดอะไรก็ไม่มีผู้ใดอยากคุยกับเขา 

แม้แต่คนรับใช้ในคฤหาสน์ ฟีโรโซฟอสปรารถนาจะหาคนช่วยตนเองเรื่องถูกใส่ความ  ก็ไม่มีใครในคฤหาสน์กล้าคุยกับเขา ไม่ว่าเขาจะไปขอความช่วยเหลือจากผู้ใดก็มีแต่คนวิ่งหนี 

"เจ้าต้องฟังข้านะ ข้าเป็นผู้บริสุทธิ์ ข้าถูกใส่ความ--" 

"ท่านที่ปรึกษา ข้าขออภัยด้วย ข้ามีงานต้องทำเจ้าค่ะ!" เด็กสาววิ่งหนีไปด้วยความกลัว 

"เจ้า ข้ารู้ว่าเจ้าต้องเชื่อข้า เราสองคนสนิทกันมาตั้งแต่ก่อน ข้าเป็นคนแนะนำงานนี้ให้เจ้าเอง เจ้ารู้ว่าข้าไม่มีทางทำเรื่องแบบนี้--" 

"ท่านที่ปรึกษา ข้าขออภัยด้วย ข้าไม่รู้เรื่องอะไรทั้งนั้น ข้าขอตัว!" เด็กสาวอีกคนว่าแบบนั้นแล้ววิ่งหนีไป 

ชีวิตของฟีโรโซฟอสราวกับพังทลาย เขาไม่รู้ว่าจะต้องพึ่งใครและไม่รู้ว่ายังมีใครพอจะเชื่อใจเขาบ้าง 

อย่างไรก็ตาม ฟีโรโซฟอสไม่ยอมแพ้แต่เพียงเท่านี้ เขาเชื่อว่าถ้าเขาพยายามต่อไปจะต้องตามหาตัวคนร้ายและแสดงหลักฐานว่าตนบริสุทธิ์กับสารธณะได้ ในวันนั้นเขาจึงได้ไปหามาร์ควิสคนหนึ่งที่เป็นเพื่อนสนิทกันชื่อว่า 'มาร์คัสมาร์คัสมีตำแหน่งสูงและมีทหารในความควบคุมเยอะ ฟีโรโซฟอสคิดว่าเขาอาจจะขอความช่วยเหลือจากทหารของมาร์คัสให้ช่วยตามหาตัวคนร้ายให้ได้เมื่อไม่มีทหารของเจ้าชายคนไหนอยากช่วยเขาแล้ว

คฤหาสน์ของมาร์คัสอยู่ติดกำแพงทางใต้ของเมืองชามิวลอส ฟีโรโซฟอสใช้เวลาเดินทางมาที่นี่ด้วยรถม้า 2 ชั่วโมงจึงมาถึง 

เมื่อมาถึงแล้วเขาก็ขอเข้าพบมาร์คัสทันที 

มาร์คัสนั่งอยู่บนเก้าอี้ทำงานกลางห้อง กำลังดูเอกสารบางอย่างบนโต๊ะ เมื่อเห็นฟีโรโซฟอสเพื่อนเก่ามาหาก็ยิ้มออกมา "ฟีโรโซฟอส ไม่ได้เจอกันนานเลยนะมาร์คัสโน้มตัวทักทายฟีโรโซฟอส ใบหน้าประดับด้วยรอยยิ้มอบอุ่น 

ฟีโรโซฟอสไม่มีอารมณ์ยิ้ม เขาจึงทำเพียงแค่ทักทายเท่านั้น เมื่อเสร็จสิ้นการทักทายเขาจึงเข้าเรื่อง "มาร์คัสข้าจำเป็นต้องพึ่งความช่วยเหลือของเจ้า

มาร์คัสที่กำลังจิบชาเพลิดเพลินเลิกคิ้วขึ้นมา มองฟีโรโซฟอสอย่างสนใจ "หืมมีเรื่องอะไรให้ข้าช่วยอย่างนั้นหรือ?" 

ฟีโรโซฟอสมองมาร์คัสอย่างจริงจัง "ข้าต้องการทหารของเจ้าสิบนายช่วยสืบหาตัวคนร้ายที่ใส่ร้ายข้า

เมื่อฟีโรโซฟอสยกเรื่องนี้ขึ้นมา ดวงตาของมาร์คัสก็สว่างวาบ แล้วรอยยิ้มเย็นเยือกก็ปรากฏบนใบหน้าเขา "ข้าได้ข่าวแล้วเรื่องที่เจ้าทำไว้ที่บ้านโอวิส บอกตามตรงว่าข้าก็ไม่อยากเชื่อ แต่ว่าเจ้าก็ไม่เห็นจะต้องร้อนรนอันใดนี่ในเมื่อตำแหน่งมือขวาเจ้าชายทำให้ไม่มีผู้ใดในเมืองนี้มีอำนาจพอสามารถทำอะไรเจ้าได้อยู่แล้ว ต่อให้เจ้าจะทำลงไปจริงๆแต่เมื่อเป็นความผิดครั้งแรก มันก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่โต ยังพอไกล่เกลี่ยกันได้

ฟีโรโซฟอสตวาด "ก็ข้าไม่ได้ทำข้าถูกใส่ความในข้อหาที่ข้าไม่ได้ทำ เจ้าต้องเชื่อข้านะมีเพียงเจ้าที่ข้าพึ่งพาได้!" 

มาร์คัสยิ้มแล้ววางถ้วยชาลง เบือนหน้าหันหลังไปทางหน้าต่างแล้วมองวิวด้านนอก สักพักเขาบอก "ข้าให้เจ้ายืมคนของข้าไปไม่ได้หรอก

ฟีโรโซฟอสหน้าซีด "อะไรนะทำไมกัน!?"

มาร์คัสหันหน้ามามองฟีโรโซฟอส คราวนี้ดวงตาเขาเย็นชา "จะเป็นยังไงหากความลับที่เจ้าตั้งใจสร้างพยานปลอมขึ้นมาโดยใช้คนของข้าแตกตำแหน่งของข้าไม่ใหญ่เท่าเจ้าหรอกนะสหาย ที่สำคัญข้าไม่ใช่คนโปรดของเจ้าชายอย่างเจ้า ข้าไม่มีสิ่งใดมาคุ้มกะลาหัวยามที่อาจเสี่ยงต้องถูกลดตำแหน่ง

ฟีโรโซฟอสอึ้ง ไม่อยากเชื่อว่าจะได้ยินคำพูดนี้จากปากเพื่อนรัก "นี่เจ้า...ไม่เชื่อข้าว่าข้าบริสุทธิ์หรือเจ้า...เจ้าคิดว่าข้าจะเอาคนของเจ้าไปให้การเท็จหรือ?" 

มาร์คัสมองฟีโรโซฟอสอย่างเย็นชา "ไม่ใช่นั่นคือสิ่งที่เจ้าพยายามทำกับทหารของตัวเองตอนที่มันเจอเจ้านอนเปลือยข้างศพสามแม่ลูกนั่นไม่ใช่หรือยังไง?" 

ฟีโรโซฟอสไม่อยากเชื่อหูตัวเอง เขามองหน้าของชายตรงหน้าที่ตนคิดว่าเป็นเพื่อนแท้มากว่า 10 ปี ตอนนี้อีกฝ่ายเหมือนคนที่เขาไม่รู้จัก ฟีโรโซฟอสแทบจะเสียสูญเพราะรับความจริงไม่ได้ "ข้ามาที่นี่เพียงพอขอความช่วยเหลือ...หวังว่าสหายรักเพียงคนเดียวจะอยู่ข้างข้า แต่ที่ไหนได้...แม้แต่เจ้าก็ยังฟีโรโซฟอสมองมาร์คัสอย่างผิดหวัง "ข้ามาที่นี่เพื่ออะไรกัน?" 

ฟีโรโซฟอสมองมาร์คัสด้วยสายตาอ้อนวอน ราวกับอยากขอร้องเป็นครั้งสุดท้าย "ได้โปรดมาร์คัส เจ้าต้องช่วยข้า ข้ามีเพียงเจ้าเป็นที่พึ่งเดียวแล้วจริงๆ"

".........." 

ฟีโรโซฟอสรอคำตอบจากสหายรักอยู่นาน รออยู่แบบนั้น แต่ไม่ว่าจะรอนานแค่ไหนมันก็ไม่มีคำตอบ สุดท้ายแล้วการเดินทางครั้งนี้มันก็สูญเปล่า

ด้วยความผิดหวัง ฟีโรโซฟอสหันหลังกลับ แล้วบอก "งั้นข้าจะไปตามหาตัวคนร้ายด้วยตัวของข้าเองก็ได้...ในเมื่อเจ้าไม่ช่วยฟีโรโซฟอสพาร่างที่โซเซของตัวเองออกจากห้อง สภาพราวกับคนที่โลกทั้งใบทอดทิ้ง 

ดวงตาของมาร์คัสสั่นเครือ ราวกับเจ็บปวดเล็กๆที่เห็นสภาพฟีโรโซฟอสเช่นนั้น เขาเตือนอีกฝ่าย "ฟีโรโซฟอส ข้าว่าเจ้าไม่ควรจะขุดคุ้ยมากนะ บางทีเจ้าก็ต้องยอมรับชะตาตนเอง!" 

ฟีโรโซฟอสตอบโดยไม่หันกลับไปมอง "ชะตาที่ข้าไม่ได้ก่อข้าไม่ยอมรับมันหรอก ไม่ว่าเจ้าจะว่ายังไงก็หยุดข้าไม่ได้หรอก ข้าไม่ผิด ข้าจะหาตัวคนร้ายให้ได้ไม่ว่าใครจะว่ายังไงก็ตาม

ฟีโรโซฟอสว่าแบบนั้นจบร่างเขาก็เดินหายไปจากคฤหาสน์ 

แววตาของมาร์คัสที่มองแผ่นหลังฟีโรโซฟอสตอนออกจากห้องไปเย็นเยียบสุดขั้วหัวใจ ฟันของมาร์คัสกัดเข้าหากัน 

ด้านนอกคฤหาสน์ หลังจากฟีโรโซฟอสออกมา เขาก็มานั่งพักใจเรื่อยเปื่อยตรงนี้ เหนื่อยใจกับปัญหาที่ซัดเข้ามาตลอดทั้งวันและตอนนี้ก็ไม่รู้จะแก้ยังไง 

ตอนที่กำลังท้อใจอยู่นั้น ชายหนุ่มทหารคนหนึ่งก็วิ่งมาหาฟีโรโซฟอส "ท่านที่ปรึกษาดีจริงๆที่ในที่สุดก็หาตัวท่านเจอ!" 

"เจ้าคือ.." ฟีโรโซฟอสหันมองชายหนุ่ม รู้สึกแปลกใจที่อีกฝ่ายมีหน้าคุ้นตา 

ชายหนุ่มสูดหายใจเหนื่อยหอบ สักพักเมื่อใจเย็นลงจึงแนะนำตัว "ข้าชื่อพารากอนตัส เป็นทหารกองสืบสวนที่ไปเฝ้าสังเกตุการณ์กับท่านในคืนนั้นขอรับ

ฟีโรโซฟอสมองอีกฝ่าย "เจ้ามีธุระอะไรกับข้า?"

พารากอนตัสมีใบหน้าที่กังวล เขาหันมองซ้ายหันมองขวา ราวกังวลว่าจะมีใครแอบได้ยินสิ่งที่เขากำลังจะบอก เขาโน้มตัวไปใกล้ๆฟีโรโซฟอสแล้วบอก "อันที่จริงในคืนนั้นข้าไม่ได้หมดสติ แต่อยู่ตลอดทั้งคืน ข้ากินอาหารในหม้อนั่นเข้าไปน้อยมากทำให้ข้าไม่สลบไปเหมือนคนอื่น ในคืนนั้น จริงๆแล้วข้าเห็นหน้าคนร้าย

ฟีโรโซฟอสตะลึง จากนั้นใบหน้าเปลี่ยนเป็นความโกรธ "ว่าอะไรนะถ้าเช่นนั้นทำไมตอนแรกเจ้าถึงไม่บอกกับทุกคนทำไมถึงได้เงียบไม่พูดอะไร!?" 

พารากอนตัสมีใบหน้าที่เสียใจ "นั่นเพราะข้าลำบากใจ"

"ลำบากใจ?" ฟีโรโซฟอสมุ่นคิ้ว 

พารากอนตัสพยักหน้า "ข้าลำบากใจที่จะบอกความจริงกับทุกคน เพราะคนที่ลงมือเป็นเจ้านายเก่าของข้าและเขาก็เคยช่วยชีวิตข้าไว้ ข้าเคยเป็นหนี้บุญคุณเขาครั้งหนึ่ง

เมื่อพารากอนตัสพูดแบบนี้สีหน้าของฟีโรโซฟอสก็อ่อนลงพร้อมกับความโกรธก็เบาบางลงมา แต่ในใจก็ยังมีความโกรธอยู่เล็กๆ "แล้วทำไมอยู่ดีๆเจ้าถึงได้อยากบอกความจริงขึ้นมา?" 

พารากอนตัสก้มหน้าอย่างรู้สึกผิด เขาบอก "นั่นเพราะข้ารู้สึกผิด...ข้าเห็นผู้คนที่เคยศรัทธาท่านมากมายปฏิบัติกับท่านเหมือนคนชั่วช้าสารเลว ข้าไม่อยากจะให้คนดีๆอย่างท่านต้องเจออะไรเช่นนั้นมากไปกว่านี้อีกแล้ว ข้าจึงตัดสินใจจะบอกท่าน ข้าได้ยินว่าท่านมุ่งหน้ามาที่คฤหาสน์ของท่านมาร์คัสพอดี ข้าจึงอยากตามมาบอกความจริงพารากอนตัสพูดด้วยน้ำเสียงที่จริงใจ 

เมื่อฟีโรโซฟอสเห็นเด็กหนุ่มอยากกลับตัวทำสิ่งถูกต้องจากใจจริง สีหน้าเขาที่ยังเหลือเศษเสี้ยวความโกรธอยู่จึงหายไป เหลือแต่ความอบอุ่นเหมือนเดิม เขาถอนหายใจแล้วแตะบ่าพารากอนตัส "พารากอนตัส ข้าให้อภัยเจ้า ในเมื่อเจ้าอยากทำสิ่งที่ถูกต้อง เอาล่ะ งั้นจงบอกข้ามาว่าใครที่เป็นคนร้าย ใครที่เป็นคนฆ่าครอบครัวโอวิสกันแน่?" 

พารากอนตัสมองฟีโรโซฟอสอย่างจริงจัง เขาส่ายหน้าและกระซิบเบาๆข้างหูอีกฝ่ายราวกลัวคนอื่นจะได้ยิน "เรื่องนี้ข้าบอกกับท่านตรงนี้ไม่ได้ขอรับ ที่นี่ไม่ปลอดภัยเพราะตัวตนของคนร้ายนั้นมีอำนาจสูงมาก ต่อให้เป็นท่านก็ไม่ใช่ว่าจะจับตัวเขาง่ายๆท่านจะต้องมีคนช่วยจากหลายฝ่าย ตอนนี้ข้าได้รวบรวมคนที่มีอำนาจและสามารถช่วยเหลือท่านไว้ได้จำนวนหนึ่งแล้ว แต่พวกเขายังไม่สามารถปรากฏต่อหน้าสารธารณะตอนนี้ได้ ท่านที่ปรึกษาตามข้ามาด้วยครับ ข้าจะพาไปพบเพื่อนๆของเรา ที่นั่นมีพวกเรามากมายที่รู้ความจริงและพร้อมจะช่วยท่านอยู่

ฟีโรโซฟอสตะลึง "มีผู้ที่เชื่อว่าข้ามิใช่คนร้ายอยู่หรือ?" 

พารากอนตัสยิ้มจากนั้นนำทางฟีโรโซฟอสไปแหล่งกบดานตนเอง "แน่นอนขอรับ ถึงแม้หลายคนจะคิดว่าท่านเป็นคนร้าย แต่ก็มีหลายคนที่ไม่เชื่อเช่นนั้นและคิดว่าท่านบริสุทธิ์เช่นกัน ทุกคนที่รู้จักตัวจริงของท่านที่ปรึกษาต่างรู้ว่าท่านเป็นคนอ่อนโยนและไม่มีทางทำเรื่องแบบนั้นได้หรอก ข้าเองก็เช่นกัน ที่พวกเราไม่ทำอะไรจนถึงตอนนี้เพราะกำลังหาหลักฐานมัดตัวคนร้ายกันอยู่ อย่างที่บอกว่าตัวตนของคนร้ายนั้นมีอำนาจสูงมาก ลำพังแค่พยานอย่างข้าเพียงคนเดียวไม่สามารถทำอะไรเขาได้ ท่านที่ปรึกษาไม่ต้องกังวลว่าจะไม่มีผู้ใดอยู่ข้างท่านนะขอรับ พวกเราอยู่ข้างท่านเสมอพารากอนตัสพูดด้วยรอยยิ้ม 

ฟีโรโซฟอสน้ำตาคลอเบ้า รู้สึกมีความสุขราวกับได้เกิดใหม่ การที่ได้รู้ว่าตนเองไม่ได้อยู่บนโลกใบนี้คนเดียวและไม่ได้ถูกโลกใบนี้ทอดทิ้งทำให้เขารู้สึกโล่งใจ ที่แท้แล้วก็ยังมีคนที่เชื่อมั่นในตัวเขาหลงเหลืออยู่ ฟีโรโซฟอสรู้สึกมีความสุขเขารู้สึกว่าได้เจอแสงสว่าง เหมือนทวยเทพจะยังไม่ได้ทอดทิ้งเขาไป เขายังมีความหวังที่จะพิสูจน์ความบริสุทธิ์ตนเองอยู่ ด้วยการร่วมมือกับผู้ที่ยังศรัทธาเขา 

ฟีโรโซฟอสตามพารากอนตัสมาที่ฟาร์มร้างแห่งหนึ่ง ตอนที่มาถึงเขาเฝ้ารอดูอย่างตื่นเต้นว่ามีใครบ้างที่ศรัทธาในตัวเขาและเชื่อว่าเขาเป็นผู้บริสุทธิ์ ทว่า เมื่อเขามาถึงเขาไม่เจอใครสักคน แต่คนที่เขาเจอกลับเป็นลูกเมียตัวเองที่ถูกมัดอยู่ในโรงหมูนั้น 

"คีไนกานูเอร่า!" 

ฟีโรโซฟอสวิ่งเข้าไปหาลูกเมียตนเองและพยายามปลดเชือกนั้น แต่ทันใดนั้นเอง เขาก็สัมผัสสันเท้าใครบางคนถีบมาที่หลังเขาก่อน ฟีโรโซฟอสล้มกลิ้งไปทางด้านข้าง 

ฟีโรโซฟอสหันมองคนที่ถีบเขา ดวงตาเขาเต็มไปด้วยความสับสน "นี่มันเรื่องอะไรกันพารากอนตัสทำไมเจ้าถึงได้ทำแบบนี้!?" 

พารากอนตัสหรือคนที่จับลูกเมียฟีโรโซฟอสมาแสยะยิ้ม เขาบอก "เรื่องบางเรื่องก็ไม่ควรจะขุดคุ้ยมากเกินไปนะท่านที่ปรึกษา เพราะท่านไม่ยอมอยู่นิ่งๆเสียโดยดีทำให้ข้าไม่มีทางเลือกยังไงล่ะ ตั้งแต่ที่ท่านมาที่นี่ตามหามาร์คัสเพื่อมาขอทหารไปช่วยสืบสวน ข้าก็รู้แล้วว่าถ้าข้าไม่ยอมทำอะไรข้าจะต้องถูกจับได้แน่ ดังนั้นก่อนไปหาท่านข้าจึงได้ไปจับลูกเมียท่านมา

ฟีโรโซฟอสกัดฟัน "เจ้าไม่มีทางรอดหรอกพารากอนตัส ตอนนี้ข้ารู้แล้วว่าเจ้าเป็นคนร้าย เจ้าไม่มีทางรอดไปได้หรอกหากเกิดอะไรขึ้นกับข้า เจ้าชายจะไม่ยอมอยู่เฉยแน่ ถึงเขาจะไม่ได้ห่วงใยชีวิตผู้อื่น แต่เขาก็ไม่มีทางยอมให้ตนเองสูญเสียผู้ทำงานบริหารเมืองนี้ให้เขาไปหรอก

พารากอนตัสสะบัดนิ้ว "ฟุฟุฟุ เรื่องนั้นข้ารู้ดีอยู่แล้วล่ะนะท่านที่ปรึกษา ว่าเจ้าชายน่าโง่ขี้เกียจสันหลังยาวนั่นไม่มีทางพอใจที่เห็นคนทำงานแทนมันตายไปหรอก แต่ที่ข้าจับลูกเมียท่านมาและพาท่านมาที่นี่ไม่ใช่เพราะข้าจะสังหารท่านหรอกนะ

ฟีโรโซฟอสอึ้ง "เจ้าว่าอะไรนะ?" 

พารากอนตัสหยิบดาบขึ้นมาและใช้มันกรีดเข้าไปที่แขนของเมียฟีโรโซฟอส 

เสียงกรีดร้องของคีไนกาดังลั่นออกมา 

ฟีโรโซฟอสคำราม "เจ้าอสูรร้าย นั่นเจ้าทำอะไรน่ะหยุดเดี๊ยวนี้นะ!"

พารากอนตัสเบิกรอยยิ้มที่ชั่วร้ายแล้วมองฟีโรโซฟอสที่หลั่งน้ำตาออกมา เขาบอก "ข้าพาท่านมาที่นี่เพื่อให้ดูเท่านั้นล่ะว่าลูกเมียของท่านตกอยู่ในมือข้าและจะเกิดอะไรขึ้นกับพวกนางหากท่านไม่ยอมทำตามที่ข้าสั่ง ทางเดียวที่ลูกเมียของท่านจะปลอดภัยก็คือทำตามที่ข้าสั่ง"

ฟีโรโซฟอสร้องไห้ออกมา "เจ้าปรารถนาสิ่งใด ข้าจะทำให้ทุกสิ่ง

พารากอนตัสพอใจกับฟีโรโซฟอสที่ว่าง่าย จากนั้นพยักหน้าและบอก "ข้าอยากให้ท่านบุกไปที่คฤหาสน์ของมาร์คัสและทำสิ่งนี้..." พารากอนตัสกระซิบบางอย่างให้ฟีโรโซฟอสเบาๆ

ส่วนฟีโรโซฟอส หลังจากรับฟังคำสั่งของพารากอนตัส เขาก็กัดฟันทั้งน้ำตา จากนั้นความสุขความโล่งใจก่อนที่จะมาที่นี่ที่คิดว่าตัวเองกำลังจะพ้นจากนรกก็หายไปเหมือนไม่เคยมีอยู่มาก่อน หลังจากฟังคำสั่งของพารากอนตัส เขาก็รู้แล้วว่าทวยเทพไม่ได้อยู่ข้างเขาแต่แรกแล้ว เพราะต่อจากนี้ไม่ว่าเขาจะพยายามยังไง เขาก็จะไม่มีวันหลุดจากนรกนี้ได้ตลอดกาล 

ครึ่งชั่วยามต่อมา ฟีโรโซฟอสพร้อมกับดาบ บุกเข้าไปที่คฤหาสน์ของมาร์คัส เขาต่อสู้กับทหารมากมายในคฤหาสน์นั้นและสังหารพวกมัน เสียงกรีดร้องของคนรับใช้และทหารดังกึกก้องจนชาวเมืองรอบนอกได้ยินและต่างมาล้อมดูหน้าคฤหาสน์ 

ฟีโรโซฟอสสังหารทหารที่ขวางทางทุกนายของมาร์คัสอย่างเลือดเย็น จากนั้นเขามุ่งหน้าไปที่ห้องห้องหนึ่ง 

แคร่กเอี๊ยด!!

เมื่อเปิดประตูออก ฟีโรโซฟอสเห็นหญิงสาวที่มีใบหน้างดงามคนหนึ่งในนั้น เขาเดินเข้าไปแล้วกระชากแขนเธอออกมาจากห้อง เขาพาเธอเดินออกมาจากคฤหาสน์แล้วผลักเธอล้มลงไปต่อหน้าฝูงชนชาวเมือง 

ฟีโรโซฟอสถอดเสื้อผ้าออก ต่อหน้าผู้คนมากมายที่ตกใจ น้ำตาฟีโรโซฟอสไหลออกมา จากนั้นก็จัดการทำสิ่งนั้นกับภรรยาของมาร์คัส ต่อหน้าชาวเมืองนับร้อย ใบหน้าของมาร์เชอเนสซีดขาวและเต็มไปด้วยความขัดขืน ส่วนชาวเมืองเต็มไปด้วยความขยะแขยงและเกลียดชัง จากเดิมที่เกลียดชังอยู่แล้วตอนนี้มันเกลียดชังยิ่งขึ้นไปอีก มากเสียจนแทบกู่ไม่กลับแล้ว บางคนที่ไม่เชื่อข่าวลือที่ฟีโรโซฟอสฆ่าข่มขืนครอบครัวโอวิส ตอนนี้พอมาเห็นฟีโรโซฟอสทำแบบนี้ต่อหน้าต่อตา ความศรัทธาที่พวกเขาเคยมีต่อฟีโรโซฟอสก็หายไปจนหมด หลงเหลือเพียงแค่ความผิดหวัง

ในบรรดาฝูงชน พารากอนตัสมองเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นด้วยรอยยิ้มพึงพอใจ เขาสัมผัสดวงตาเกลียดชังจากฟีโรโซฟอสที่กำลังมองมาทางเขาได้ แต่เขาไม่พูดอะไร เขาแค่ยิ้มให้อีกฝ่าย เขายิ้มให้แบบนั้นสักพักจากนั้นก็หยิบมีดในกระเป๋าตนเองขึ้นมาและใช้มันปาดคอตนเอง 

น้ำตาของฟีโรโซฟอสหยาดสุดท้ายหลั่งไหลออกมาพร้อมกับความหวังสุดท้ายที่ดับสูญสลาย ดวงตาเขาดำสนิท จากนี้ไป ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น เขาก็ไม่สามารถแก้ไขอะไรได้แล้ว เมื่อพารากอนตัสตาย คนที่จะรับผิดเรื่องนี้ก็หายไป คำพูดปากเปล่าของลูกเมียเขาไม่สามารถช่วยเขาได้เพราะทุกคนคงจะคิดพวกนางแค่อยากปกป้องเขา ส่วนคำพูดของเขาก็ยิ่งไร้ความหมายเมื่อตอนนี้ทุกคนต่างเกลียดชังเขาเข้าไส้ ไม่มีใครเชื่อต่อให้เขาจะบอกว่าเขาถูกข่มขู่ อนาคตเขาได้จบสิ้นแล้ว เขารู้สึกเสียใจที่มันเกิดเรื่องแบบนี้ เขาเสียใจที่ไปรับคำร้องนี้ เพียงแค่สองวัน ชีวิตเขาก็แตกเป็นเสี่ยงๆ มันกลายเป็นแบบนี้ได้ยังไง ทั้งหมดเป็นเพราะเขาไปรับคำร้องของโอวิสมา ไม่รู้ทำไมในช่วงเวลาแบบนี้เขาถึงได้นึกถึงคำพูดของอาโนอิทอสขึ้นมา ในตอนนั้นอีกฝ่ายก็ได้เตือนเขาว่า 'อย่ายุ่งกับคำร้องนี้ก่อนอีกฝ่ายจะฉีกคำร้องพวกนั้นทิ้งไป ในตอนนั้นเขานึกว่าเจ้าชายแค่ขี้เกียจและละเลยหน้าที่ตนเอง แต่ที่จริงแล้วในตอนนั้นอาโนอิทอสหมายความว่ายังไงกันแน่นะ?

ตอนต่อไป
ตอนที่ 9

นิยายแนะนำ

นิยายแนะนำ

ความคิดเห็น

COMMENT

ปักหมุด

© สงวนลิขสิทธิ์ 2017 Glory Forever Public Company Limited( Kawebook.com )

Glory Forever Public Company Limited ( Kawebook.com )
ที่อยู่ : 20 หมู่ที่ 6 ตำบลพันท้ายนรสิงห์ อำเภอเมืองสมุทรสาคร จังหวัดสมุทรสาคร 74000
เวลาทำการ : 08 : 00 - 18 : 00 จันทร์ - เสาร์
e-mail : contact@kawebook.com

DMCA.com Protection Status

เริ่มต้นเผยแพร่ผลงาน

เริ่มต้นเป็นนักเขียนออนไลน์ เขียนเรื่องราวที่ประทับใจ สร้างเนื้อหาที่เป็นประโยชน์ และแบ่งปันประสบการ์ดีๆ กับผู้คนทั่วโลก kawebook.com เป็นโอกาส เป็นสื่อกลาง และยังเป็นอีกหนึ่งช่องทาง ในการสร้างรายได้ให้กับนักเขียนมืออาชีพ และนักเขียนมือสมัครเล่นจากทุกมุมโลก เพียงสมัครเป็นสมาชิกเว็บไซต์เพื่อเขียนหนังสือ การ์ตูน หรืออัพโหลดอนิเมชั่น ที่เป็นผลงานของท่าน และเผยแพร่ผลงานสู่สาธารณชน

© สงวนลิขสิทธิ์ 2017 Glory Forever Public Company Limited ( Kawebook.com )

© สงวนลิขสิทธิ์ 2017 Glory Forever Public Company Limited ( Kawebook.com )

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ เพื่อสร้างประสบการณ์นำเสนอคอนเทนต์ที่ดีให้กับท่าน รวมถึงเพื่อจัดการข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์ที่ดีบนบริการของเว็บไซต์เรา หากท่านใช้บริการเว็บไซต์นี้ต่อไปโดยไม่มีการปรับตั้งค่าใดๆ นั่นเป็นการแสดงว่าท่านอนุญาตยินยอมที่จะรับคุกกี้บนเว็บไซต์และนโยบายสิทธิส่วนบุคคลของเรา