เรื่อง ย้อนเวลาไปกอบกู้ประเทศ
ภายในปาาวาิาส
คลีซอสและพวกดยุคใหญ่ทั้ง 6 ต่างนั่งอยู่หน้าโต๊ะประชุมกันด้วยรอยยิ้มที่ชั่วร้าย
"เจ้าอาโนอิทอส คิดหรือว่าข้าจะยอมปล่อยให้ชาวเมืองแห่กันไปที่ชามิวลอสแล้วเพิ่มกำลังพลให้เจ้ามากขึ้น ต้องขอบคุณที่อยู่ๆดีโรคระบาดก็เกิดขึ้นทั่วอาณาจักร เพราะเป็นเช่นนั้นเราจึงกำจัดพวกชาวเมืองทรยศที่คิดจะย้ายฝั่งไปอยู่กับเจ้าได้"
ถ้าหากว่าเขาให้คนจากศาสนจักรบอกกับชาวเมืองทุกคนว่าเหตุผลที่มีผู้ติดโรคนี้เกิดขึ้นจากความไม่ซื่อสัตย์ของประชาชนที่คิดจะหักหลังอาณาจักรไปอยู่กับอาโนอิทอส มันก็จะสร้างความกลัวและทำให้ผู้คนไม่กล้าคิดจะทรยศคลีซอส เมื่อไปหาอาโนอิทอสไม่ได้ ความภักดิ์ดีของประชาชนที่เหลือก็จะหนักแน่นต่อคลีซอสมากที่สุด
"ไม่ว่าจะยุคสมัยไหน ความเชื่อความศรัทธาในพระเจ้าก็สามารถเอามาใช้เป็นอาวุธได้เสมอ เพราะว่าสิ่งที่เรียกว่าพระเจ้านั้นศักดิ์สิทธิ์และผู้ที่ต่อต้านก็จะถูกรุมประณามจากทุกคน เพราะพวกเขาเชื่อว่าคนจากศาสนจักรเป็นทูตจากสวรรค์จริงๆ คำพูดของคนเหล่านั้นยิ่งใหญ่และน่าเชื่อถือยิ่งกว่ากษัตริย์ของมหาอาณาจักรทั้ง 4 ด้วยซ้ำ"
"กระหม่อมได้ยินว่าที่ชามิวลอสตอนนี้เองก็มีผู้ที่ติดโรคปริศนานี้แล้ว แม้แต่โคเรเฟลหมอหลวงมือหนึ่งที่เก่งกาจที่สุดก็ไม่สามารถรักษาได้ หากเราปล่อยไปแบบนี้เชื้อโรคจะต้องกระจายอย่างรวดเร็วแล้วทุกคนในชามิวลอสก็จะต้องตายเมื่อถึงเวลานั้นก้างขวางคอของฝ่าบาทก็จะหายไปและเราก็จะสามารถยึดครองอาวุธทั้งหมดในชามิวลอสได้" ดยุคเมอร์เซ่พูดด้วยรอยยิ้ม
อามอโฟสที่นั่งฟังอยู่ด้านข้างยิ้มด้วยความสะใจ เขาไม่ค่อยชอบอาโนอิทอสเท่าไหร่ ยิ่งตอนที่เห็นอีกฝ่ายขัดขืนต่อพ่อมันก็ยิ่งทำให้เขาอยากเห็นจุดจบของอาโนอิทอส โดยเฉพาะเพื่อนของมันคามิวดุส เขาไม่มีทางลืมสิ่งที่เจ้านั่นทำกับเขาได้
อิชการ์มีสีหน้าที่สงบ ไม่สน ไม่แคร์สิ่งใดในการสนทนานี้ เหมือนทุกอย่างไม่สำคัญ
"ตอนนี้ขอแค่เรากักกันพวกที่ป่วยไม่ให้ปนกับคนอื่น รอจนพวกมันตายหมด ทุกอย่างก็ลงตัวแล้ว หลังจบเรื่องเราจะบุกไปกวาดสมบัติที่ชามิวลอสกัน" คลีซอสลั่นวาจาออกไป ส่วนพวกดยุคก็ตื่นเต้นกันใหญ่
ตอนนั้นเอง
"ฝ่าบาท! แย่แล้วพะย่ะค่ะ ที่หน้าประตูวังตอนนี้ชาวเมืองกำลังแห่กันเข้ามา พวกนั้นกำลังก่อกลุ่มประท้วงพะย่ะค่ะ!" ทหารคนหนึ่งมารายงาน ใบหน้าเขาเต็มไปด้วยความซีดขาว
เมื่อทหารรายงานเช่นนี้คลีซอสและดยุคใหญ่ทั้ง 6 รวมทั้งอามอโฟสก็รีบไปดูที่หน้าประตูวัง ตอนนี้ประตูวังใกล้จะแตกและมีพวกผู้ติดเชื้อมากมายมาขอพบคลีซอสเพื่อขอความช่วยเหลือ
"ฝ่าบาท! ได้โปรดช่วยลูกสาวหม่อมฉันด้วยเถอะเจ้าค่ะ นางยังเล็กอยู่เลย ขอแค่ให้หมอหลวงตรวจสักเล็กน้อยก็ยังดีได้โปรดให้หมอหลวงรักษาลูกสาวหม่อมฉันด้วยเถอะเจ้าค่ะ!"
"ฝ่าบาท! กระหม่อมยินดีจะยอมทำทุกอย่าง กระหม่อมไม่ได้ปรารถนาหมอหรือสิ่งใดจากฝ่าบาท แต่ได้โปรดอนุญาตให้เราออกจากเขตกักกันแล้วไปหาเจ้าชายอาโนอิทอสด้วยเถอะพะย่ะค่ะ พวกเราหลายคนอาการใกล้จะไม่ไหวแล้วพะยะค่ะ!"
"ฝ่าบาทได้โปรดอย่าทอดทิ้งพวกเรา ช่วยเราด้วย!"
หญิงสาวที่น่าสงสาร ชายชราพ่อค้าที่ร่ำรวย และผู้คนมากมายต่างกรีดร้องอย่างน่าเวทนา ร้องขอให้คลีซอสมีความเห็นใจบ้าง
สภาพของแต่ละคนนั้นย่ำแย่เกินจะบรรยาย เชื้อได้ลุกลามไปที่หน้าบ้าง ที่แขนบ้าง ที่ขาบ้าง บางคนก็ลามไปทั่วตัวแล้วนอนชักกับพื้นอยู่หน้าประตูวังก็มี ทุกคนนั้นต้องการความช่วยเหลือจริงๆและพวกเขาไม่ได้ขออะไรคลีซอสมากนอกจากความเห็นใจ
แต่แล้วคลีซอสก็กล่าวอย่างเย็นชา "เหล่าชาวเมืองแห่งวาิาสจงฟังให้ดี มนุษย์ทุกคนย่อมได้รับผลของกรรมตนเองไม่ว่าจะเจ้าหรือข้า ทุกคนย่อมได้สิ่งตอบแทนจากการกระทำของตน เคราะห์ที่พวกเจ้าเจอในครานี้หาใช่ความโชคร้ายไม่ แต่เป็นสิ่งที่เกิดจากการกระทำของพวกเจ้าทำเอง พวกเจ้าลืมแล้วหรือพวกตนเองได้ทำอะไรลงไป พวกเจ้าคิดไม่ซื่อจะกบฏต่อข้าแล้วย้ายไปอยู่กับอาโนอิทอส สวรรค์เห็นถึงความไร้ยางอายของพวกเจ้าจึงได้ส่งโรคระบาดนี้มา นี่ก็คือบทลงโทษจากฟ้าที่สวรรค์ประทานมาสำหรับคนหักหลังแผ่นดิน คนชั่วเชื่อไม่ได้เฉกเช่นพวกเจ้า กล้าดีอย่างไรมาขอความช่วยเหลือจากข้า?"
คำพูดทั้งหมดเสียดแทงถึงหัวใจ เย็นชาปราศจากความเมตตา ราวกับไม่ใช่คน
แม้แต่เด็กสาว 3 ขวบที่เพิ่งเกิดมาดูโลกยังไม่รู้จักอาโนอิทอสด้วยซ้ำ คลีซอสยังมีหน้าใช้เหตุผลนั้นเรื่องความทรยศ
หลังจากที่เหตุผลไร้สาระนี้หลุดออกมา ชาวเมืองทั้งหลายต่างลุกขึ้นแล้วพากันดันประตูอย่างแรงจนทหารแทบจะกันไม่ไหว
"ฝ่าบาท! ช่วยพวกเราด้วยพวกเราไม่ได้คิดจะกบฏต่อท่านเลย ข้าจงรักภักดิ์ดีต่อท่านมาตลอด!"
"ฝ่าบาท! ลูกหม่อมฉันเพิ่งจะเกิดได้ 3 ปี นางยังไม่รู้เรื่องความขัดแย้งระหว่างฝ่าบาทและเจ้าชายด้วยซ้ำ ได้โปรดฝ่าบาทหยุดพูดเช่นนั้นแล้วช่วยลูกสาวหม่อมฉันด้วบเถอะเจ้าค่ะ!?"
"ฝ่าบาท! ฝ่าบาท! ช่วยด้วย!"
ด้วยเหตุผลที่ไร้สาระทำให้ชาวบ้านโกรธกันใหญ่ ประตูที่กั้นระหว่างชาวเมืองก็ใกล้จะพังลงเต็มทีแล้ว
ตอนนี้เอง
ปัง!
เสียงปืนสายหนึ่งก็ดังขึ้น แล้วทันทีที่เสียงมันหยุดดัง ร่างของชายชราผู้หนึ่งที่ดันหน้าประตูก็ล้มลง ดวงตาเขาเบิกขึ้นฟ้า โลหิตสีแดงฉานไหลออกจากรูบนหน้าอก ชายชราชาวบ้านที่มาขอความเมตตาดีๆจากคลีซอสโดนยิงตายแบบนั้น
ทุกคนย้ายสายตาไปมองยังชายหนุ่มที่ถือปืนกลเบาตรงหน้าคลีซอส อามอโฟสเผยใบหน้าที่เย็นชามองชาวเมืองทุกคน เขาบอก "พวกเสนียดจัญไรชั้นต่ำ พวกเจ้ากล้าดีอย่างไรมาก่อความวุ่นวายต่อหน้ากษัตริย์แห่งวาิาส พวกเจ้าไม่รู้จักที่ต่ำที่สูงลืมไปแล้วรึว่าตัวเองเป็นใคร? พวกเจ้ามันก็แค่ไพร่ที่ไร้ค่า ชีวิตของพวกเจ้าหาได้มีค่าไม่เมื่อเทียบกับคนที่ซื่อสัตย์ต่ออาณาจักร จงอย่าได้ก้าวเท้าเข้ามาใกล้ประตูอีก หากเจ้าก้าวเข้ามาใกล้มันอีกแม้เพียงก้าวเดียวข้าจะลั่นไกนี้และสังหารมันผู้นั้นเสีย"
อามอโฟสเล็งปืนที่สปายของตนลอบขโมยมาจากคลังอาโนอิทอสมาได้และหันปากกระบอกปืนทางพวกชาวเมือง แววตาของเขาไม่ลังเลที่จะฆ่าเลยแม้แต่น้อย
เหล่าชาวบ้านต่างหวาดกลัว พากันถอยออกจากประตูไป
แต่ก็มีชาวบ้านบางส่วนที่ต้องการความช่วยเหลือจริงๆ ไม่ยอมแพ้และคุกเข่าต่อหน้าอามอโฟส เธอร้องไห้ทั้งน้ำตาขณะอุ้มลูกสาวที่เชื้อร้ายกำลังกัดกินทั้งตัวให้อามอโฟสได้ดู เธอบอก "ได้โปรดฝ่าบาท หม่อมฉันจะเป็นยังไงก็ช่าง ไม่ต้องให้หมอมาตรวจหม่อมฉันก็ได้ แต่ได้โปรดรักษาเด็กคนนี้ที เด็กคนนี้เพิ่งจะเกิดมาดูโลก เธอยังมีอนาคตอีกไกลหม่อมฉัน หม่อมฉันไม่อยากให้เธอตาย" หญิงสาวผู้เป็นแม่นั้นร้องไห้ปานจะขาดใจ มีผู้นำที่โหดร้ายก็ว่าแย่แล้ว แต่เธอก็ไม่ยอมแพ้และพยายามขอร้องทุกอย่างเพื่อจะช่วยลูกของเธอ
เธอบอก "สามีของหม่อมฉันตายไปเพราะโรคระบาดนี้แล้ว หม่อมฉันเหลือเพียงแค่เด็กคนนี้ผู้เดียว หากเธอยังจากไปอีกหัวใจหม่อมฉันคงจะแตกสลาย ได้โปรดฝ่าบาทจะให้หม่อมฉันทำสิ่งใดก็ยอม ได้โปรดช่วยนางที นางมีชื่อว่า---"
โป้ง!
เสียงของกระสุนดังขึ้นอีกนัด เลือดสีแดงฉานสาดกระจายออกจากหัวของหญิงสาว เพียงแค่นัดเดียว ร่างของหญิงสาวแม่ลูกอ่อนนั้นก็ล้มลงกับพื้น เธอจากไปโดยทิ้งไว้เพียงลูกสาว 3 ขวบที่นอนร้องไห้ข้างศพเธอ
ชาวเมืองทั้งหลายที่เห็นภาพนี้ต่างหวาดกลัวแล้วพากันถอยห่างจากประตู ไม่มีใครกล้าแข็งข้อกับอามอโฟสอีกหลังเห็นอีกฝ่ายกล้าสังหารแม้กระทั้งแม่หม้ายนี้ ดวงตาพวกเขาแดงก่ำด้วยความโกรธ น้ำตาพวกเขาคลอเบ้าด้วยความโศกเศร้าและเจ็บใจ พวกเขากำหมัดแน่น ไม่คิดเลย ไม่คิดเลยว่าเกิดมาชาติหนึ่งจะมาเจอผู้นำโหดร้ายเช่นนี้ กระทั้งไม่มีเศษเสี้ยวความเป็นคนในใจนั้น พวกเขาได้แต่ร่ำไห้ต่อสวรรค์และโทษพระเจ้าที่มอบชะตานี้ให้พวกตน
ภายในปาา
หลังจากกลับมา อามอโฟสได้รับคำชมจากคลีซอสในความกล้าหาญที่เขากล้าลุกขึ้นสู้กับความป่าเถื่อนของพวกชาวเมือง คลีซอสแตะบ่าอามอโฟสด้วยความภูมิใจเป็นครั้งแรก เขาบอก "เจ้าทำได้ดีมาก เช่นนี้ถึงสมกับเป็นบุตรชายข้า"
อามอโฟสหัวเราะถ่อมตน "ไม่หรอกพะย่ะค่ะ ข้าเพียงแค่ทำเรื่องที่สมควรทำ เจ้าพวกนั้นมันสมควรโดนจริงๆนี่"
คลีซอสมองอามอโฟสด้วยแววตาเป็นประกาย "สิ่งที่เจ้าทำนั้นทำให้ข้าภูมิใจมาก เจ้าไม่เหมือนกับอาโนอิทอส เจ้าเป็นลูกชายที่สมบูรณ์แบบของข้า ข้าจะตบรางวัลให้เจ้า หากปรารถนาสิ่งใดบอกมาได้เลย ข้าจะให้ทุกสิ่ง"
นี่เป็นคำพูดที่ไม่เคยออกจากปากคลีซอส อามอโฟสรู้สึกมีความสุขมากที่ได้ยินพ่อชื่นชมตนเองเป็นครั้งแรก กระทั้งรับปากว่าจะให้ทุกสิ่ง
ตั้งแต่เกิดมาอามอโฟสไม่เคยได้รับการยอมรับจากพ่อมากขนาดนี้ สิ่งนี้มันทำให้อามอโฟสมีความสุขมาก
"ท่านพ่อ ข้าปรารถนา..." ตอนที่อามอโฟสกำลังจะขอบัลลังก์จากคลีซอสไป จู่ๆหน้าเขาก็ค่อยๆเปลี่ยนเป็นสีดำ เขาเริ่มไอรุนแรงและเริ่มกระอักเลือดออกมา
"อามอโฟส?" สีหน้าของคลีซอสค่อยๆเปลี่ยนไป กระทั้งตอนที่เห็นอามอโฟสล้มลงไปจึงทำให้คลีซอสตกใจแล้วรีบตะโกนเรียกหมอ
"หมอ! ไปเรียกหมอมา!"
"อ้ากกกกกก!!!" ร่างของอามอโฟสค่อยๆเน่า มันมีเชื่อร้ายสีดำกำลังลุกลามไปทั่วตัว อาการของเขามันเหมือนกับพวกชาวเมืองนั้น
"หมออยู่ไหน! รีบไปเรียกมาสิ!!" ใบหน้าของคลีซอสเปลี่ยนเป็นความโกรธจัดเขาแทบจะคำรามออกมา
"ฝ่าบาท! แย่แล้วขอรับ!!! ข้างนอก รีบออกมาดูข้างนอกเร็ว!!" ตอนที่กำลังยุ่งกับการประคองสติของอามอโฟส ทหารคนหนึ่งก็ร้องออกมา ตอนนี้ทั้งทหารและข้ารับใช้หลายคนต่างมีใบหน้าที่ซีดขาวขณะมองไปที่ท้องฟ้า
คลีซอสค่อยๆปล่อยร่างของลูกชายก่อนจะค่อยๆเดินไปดูข้างนอกว่ามีอะไร
ตอนนั้นเอง ตอนที่เดินออกมาข้างนอก คลีซอสมองไปที่ท้องฟ้า ดวงตาเขาต้องเบิกโพรงและใบหน้าเขาต้องสั่นสะท้าน
ยามนี้ เวลา 12.34 เที่ยงวัน ท้องฟ้าได้กลายเป็นสีกลางคืนและดวงจันทร์ที่ตั้งเด่นเป็นสง่านั้นก็ค่อยๆย้อมเป็นสีแดงเป็นสัญญาณของเดือนจันทร์โลหิต ที่ซึ่งยังไม่ควรมาถึงกว่า 117 วัน เป็นเดือนสุดท้ายที่ปิศาจตัวสุดท้ายของเผ่าใต้พิภพจะปรากฏตัวออกมา
"มัน...มันเป็นไปได้ยังไง"
******
ในเมืองทมิฬ
ชั้นใต้ดินที่ซากปรักหักพังปาาเก่า
สิ่งมีชีวิตที่มีขนาดใหญ่กว่า 17,000 เมตรนอนอยู่ในนั้น มันหลับใหลมาตลอดจนกระทั้งเมื่อสามวันก่อนมันได้ขยับนิ้วเท้าหนึ่งนิ้วขึ้นมาและเป็นเวลาเดียวกันกับที่โรคระบาดปริศนาแพร่กระจายสู่โลกมนุษย์
ดวงตาของ 'อาทานาทอส' เบิกขึ้นมา แล้วยามที่เบิกออกมรสุมที่ 6 คาบมหาสมุทรก็ก่อตัวพายุขึ้นมาสร้างสึนามินับพันลูกเข้าก่อความวุ่นวายรอบชายฝั่งทั้ง 6 มหาอาณาจักร
พวก 'อิสโซกีโอ' และ 'คาฟาลิ' ที่ออกมาต้อนรับการตื่นจากจำซีลของเจ้านายพวกมันก็แสดงใบหน้าที่หวาดกลัว
"ยังเหลือเวลาอีก 117 วันกว่านายท่านจะสามารถขึ้นไปบนโลกได้ สิ่งนี้จะก่อให้ความภัยพิบัติครั้งใหญ่แน่นอน เหตุใด'ท่านผู้นั้น' จึงได้ปลดปล่อยพันธะสัญญาเร็วขนาดนี้?"
"บางทีอาจจะเป็นเพราะผู้มาเยือนได้อาวุธใหม่บางอย่างแล้ว 'ท่านผู้นั้น' กังวลจึงทำลายพันธะสัญญากักขังก่อนกำหนด บางทีศึกสุดท้ายคงจะเริ่มเร็วๆนี้"
นิยายแนะนำ
นิยายแนะนำ
ความคิดเห็น
COMMENT
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ เพื่อสร้างประสบการณ์นำเสนอคอนเทนต์ที่ดีให้กับท่าน รวมถึงเพื่อจัดการข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์ที่ดีบนบริการของเว็บไซต์เรา หากท่านใช้บริการเว็บไซต์นี้ต่อไปโดยไม่มีการปรับตั้งค่าใดๆ นั่นเป็นการแสดงว่าท่านอนุญาตยินยอมที่จะรับคุกกี้บนเว็บไซต์และนโยบายสิทธิส่วนบุคคลของเรา
0.00
0.00









userA???
???? ??? ? ???? ?? ??