เรื่อง ย้อนเวลาไปกอบกู้ประเทศ
ที่ชามิวลอส
"ตามหมอ! ตามหมอมาเร็ว!" กลุ่มชายฉกรรจ์นับสิบที่นำโดยคามิวดุสไปเรียกข้ารับใช้ให้ไปตามหมอ
ในเวลาไม่นานนัก ชายชราคนหนึ่งที่เป็นหมอหลวงอันดับ 1 ของวาซิลาสก็มุ่งตรงมาที่เขตกักกันนี้อย่างรวดเร็ว
โคเรเฟลตรวจอาการของกลุ่มกองปฏิวัติพวกนั้นแล้วก็มีแต่สีหน้าที่มืดมนลง "ไม่มีแผล ไม่มีร่องรอยการติดเชื้อ แต่ทั่วตัวลามด้วยเนื้อร้าย นี่มัน"
โคเรเฟลลองใช้ใบเสจเพื่อลดไข้และลองใช้การบูรเพื่อบำรุงผิวที่ตาย แต่ทั้งสองอย่างก็ไม่มีผลอะไร เขาลองตรวจดูอาการให้แน่ชัดอีกครั้ง แต่ผลก็ปรากฏออกมาว่าทุกอย่างเป็นปกติ โคเรเฟลไม่เคยเจอโรคแบบนี้มาก่อน เป็นอีกครั้งที่เขาเจอโรคร้ายที่ตนเองไม่รู้จัก
จากสีหน้าของโคเรเฟล ทำให้กองปฏิวัติและคามิวดุสรับรู้ได้ทันทีว่าสถานการณ์ในตอนนี้เลวร้ายโดยไม่มีทางรักษาจิตใจของพวกเขาพลันดิ่งลงสู่ความสิ้นหวัง
"ท่านโคเรเฟล การบูรใช้ไม่ได้ผลเหรอ ถ้างั้นลองใช้ไพลดูดีหรือไม่ หากเอามาทามันสามารถบรรเทาอาการได้ ลูกน้องข้าก็มีจุดดำ มันน่าจะใช้รักษาได้บ้างใช่หรือไม่?" คามิวดุสลองเอ่ยถามออกไป
โคเรเฟลส่ายหน้าอย่างมืดมน "ไพลมีฤทธิ์กัดกร่อนสูง หากใช้ในบริเวณที่เป็นแผลสาหัสจะทำให้แผลเน่าขึ้นและอาการจะยิ่งทรุดลง ที่สำคัญเนื้อร้ายของชายคนนี้ลุกลามไปทั่วตาม หากใช้ทาไปทั้งตัว ก็จะยิ่งอักเสบทำให้ชายคนนี้อาจได้รับอันตราย"
ใบหน้าของคามิวดุสย่ำแย่ "แล้วมังคุดกับว่านหางจระเข้ล่ะล่ะ!? ข้าได้ยินว่ามันช่วยต่อต้านเชื้อและลดอาการระคายเคือง มันทำอะไรได้บ้าง?"
โคเรเฟลส่ายหน้าและถอนหายใจ "เนื้อมังคุดมีส่วนช่วยในการต้านเชื้อโรคแต่อาการของพรรคพวกเจ้าร้ายแรงเกินกว่าฤทธิ์มันจะเยียวยาได้แล้ว"
"อะไรกัน.." ใบหน้าของคามิวดุสตกลงสู่ความสิ้นหวัง ไม่คาดคิดว่าโรคร้ายชนิดใหม่นี้จะเป็นสิ่งน่ากลัวที่ไม่มีทางรักษาขนาดนี้
เหล่ากองปฏิวัติที่พบว่าหมอหลวงที่เก่งกาจที่สุดยังไม่สามารถสู้กับโรคนี้ได้ก็ได้แต่สิ้นหวังลงไปด้วย
ตอนนั้นเอง
"ขอทางหน่อย" ชายหนุ่มผู้หนึ่งเดินมาจากทางด้านหลัง สมาชิกกองปฏิวัติคนนั้นที่บังทางเขาอยู่ก็หันไปดูจากนั้นก็ตกใจ
"ฝะ ฝ่าบาท!"
โคเรเฟลหน้าซีด "ฝ่าบาท! มาที่นี่ทำไมพะย่ะค่ะ! ที่นี่เป็นเขตกักกันเชื้อโรค อันตรายนะพะย่ะค่ะ แล้วทำไมจึงได้ไม่สวมเครื่องป้องกัน เดี๊ยวก็---!" ขณะที่กังวลเพราะเห็นอาโนอิทอสมาเขตผู้ติดโรคด้วยตัวเปล่า อาโนอิทอสก็ใช้หลอดเก็บเสมหะของผู้ป่วยมาจากนั้นก็ทำการตรวจสอบเสมหะนั้น ดวงตาของเอกซ์โซชอสพิเศษกว่ามนุษย์เพราะมันสามารถมองเห็นทุกอย่างทะลุปรุโปร่งชัดกว่า 10 ล้านเท่า แม้แต่อะตอมก็มองเห็นด้วยตาเปล่าได้ เมื่อเห็นแบคทีเรียที่มีตัวสีเขียวและมีหนวดขึ้นตามตัวกำลังวิ่งในเสมหะนั้น อาโนอิทอสเงยหน้ามองทุกคน
"นี่ก็คือกาฬโรคขอรับ"
หลังจากที่คำนี้หลุดออกมา มันก็สร้างความงุนงงให้กับทุกคน กาฬโรค? นี่มันคือโรคอะไร แม้แต่โคเรเฟลก็ไม่เคยได้ยินชื่อโรคนี้
อาโนอิทอสบอก "กาฬโรคคือโรคที่เกิดจากเชื้อแบคทีเรียที่ชื่อ Yesinia pestis ที่มาจากสัตว์ฟันแทะเป็นพาหะและแพร่สู่คน การสัมผัสตัว ปัสสาวะ หรือน้ำลายของมันต่างส่งผลให้ติดเชื้อได้ทั้งนั้นขอรับ"
ทุกคนยืนฟังด้วยความอึ้ง แม้แต่โคเรเฟลเองก็ตาม เพราะขนาดหมอหลวงอันดับ 1 ยังไม่รู้จักโรคนี้แต่อาโนอิทอสกลับรู้จักมันละเอียดราวกับคุ้นเคยเป็นอย่างดี
คามิวดุสมีความหวัง "เรื่องนั้นจะอย่างไรก็ช่างเถอะ อาโนอิทอสเจ้าบอกว่ารู้จักโรคนี้ แสดงว่าเจ้ารู้วิธีจัดการกับมันสินะ!"
อาโนอิทอสพยักหน้า "โรคนี้กำเนิดจากสัตว์ประเภทฟันแทะและหมัดของมันเป็นพาหะ สิ่งที่เราต้องทำคือใช้ปฏิชีวนะเพื่อกำจัดพาหะ เพียงแค่ให้สเตรปโตมัยซินก็เพียงพอแล้วขอรับ" อาโนอิทอสว่าแบบนั้นจากนั้นก็ตรวจเลือดและดูอาการแพ้ยาเขา เมื่อมั่นใจว่าไม่แพ้แล้วก็หยิบเข็มฉีดยาตัวหนึ่งขึ้นมา เขานำมันมาฉีดให้ผู้ป่วย
"พักผ่อนสัก 1 วันจากนั้นอาการเขาจะทุเลาลงและค่อยๆหายเป็นปกติในไม่กี่สัปดาห์ขอรับ" อาโนอิทอสว่าแบบนั้นก่อนจะจากไป ไปรักษาผู้ป่วยคนอื่นต่อ
คามิวดุสเฝ้าดูอาการของพรรคพวกตนเองจากข้างนอก เมื่อถึงเวลาแล้วเขาก็กลับไปดู เมื่อพบว่ายาของอาโนอิทอสได้ผลมันก็ทำให้เขาและกองปฏิวัติคนอื่นๆตื่นเต้นกันยกใหญ่
"มะ มันได้ผล!"
"ยาของฝ่าบาทได้ผล!"
ที่เขตกักกันโรค หลังการรักษา...ทุกคนค่อยๆฟื้นขึ้นมา ใบหน้าของพวกเขาเต็มไปด้วยความตกใจและมีความสุข พวกเขาไม่อยากเชื่อ แม้แต่โรคร้ายที่กำลังระบาดไปทั่วและกำลังเป็นที่หวาดกลัวที่สุดของทุกคนทั่วอาณาจักรตอนนี้ เจ้าชายของพวกเขาก็ยังสามารถจัดการมันได้ เผ่าใต้พิภพ 'สเกได' 1แสน หรือจะสิ่งที่เรียกกาฬโรคนี้ ทุกอย่างถูกปราบลงด้วยน้ำมือของฝ่าบาทพวกเขา พวกเขาเริ่มจะศรัทธาจริงๆแล้วว่าไม่มีสิ่งใดที่อาโนอิทอสทำไม่ได้
หลังจากที่รักษาผู้ป่วยจนหมด ฟีโรโซฟอสก็เดินตีคู่ไปหาอาโนอิทอส เขาบอกรายงานเรื่องเลวร้ายที่ตนเองเพิ่งจะได้รับมา "ฝ่าบาท นี่เป็นข้อมูลสถานการณ์ปัจจุบันจากทหารที่ฝ่าบาทส่งไปดูข่าวขอรับ"
อาโนอิทอสรับจดหมายมาอ่าน จากนั้นสีหน้าก็เปลี่ยนเป็นเย็นชา "พวกเขาทอดทิ้งประชาชน?"
ฟีโรโซฟอสพยักหน้าอย่างมืดมน "ใช่ขอรับ เป็นคำสั่งของกษัตริย์ ฝ่าบาทจะทำอย่างไร?"
อาโนอิทอสกำหมัด "เรียกกองทัพอากาศ ส่งทหารเราไป ให้พวกเขานำยารักษาไปด้วย เก็บศพชาวบ้านที่ตายทั้งหมดหรือแม้แต่ขี้เถ้าก็เก็บมาด้วย จะต้องไม่มีประชาชนคนไหนตาย!"
****
ที่เขตคารูก้า
ในเขตกักกัน ชาวเมืองของที่นี่มีชีวิตด้วยความทุกข์ทรมาน พวกเขานั่งหมดอาลัยตายอยากอยู่ตามข้างถนน ในเขตกักกันนี้ ไม่ว่าจะหันมองที่ไหนก็จะเจอผู้คนนั่งอมทุกข์อยู่ข้างนอก
หลังจากที่มีการเรียกร้องเมื่อหลายวันก่อนและได้รับคำตอบจากกษัตริย์และอามอโฟส สังหารทุกคนที่ไม่ทำตามแม้แต่แม่ลูกอ่อน มันก็ทำให้พวกเขาได้แต่เกลียดชังที่ตนเองมาเกิดเป็นพลเมืองวาซิลาสแห่งนี้ ผู้ปกครองไม่คิดจะทำอะไรกักขังผู้ป่วยแล้วให้ทุกคนรอวันตาย ใครคิดจะหนีก็สังหาร นี่เป็นยุคการปกครองที่เลวร้ายที่สุดที่พวกเขาเคยเจอ
ชาวเมืองทุกที่ตายทุกวันๆ แต่ถึงแบบนั้นพวกผู้ปกครองก็ไม่มีใครคิดจะเมตตา ประชาชนทำอะไรไม่ได้นอกจากสิ้นหวัง
จีโนสและน้องชายก็เป็นผู้อาศัยในเขตกักกัน ตอนนี้ทุกอย่างมันดูจะไร้ทางออก
แต่ตอนนั้นเอง
"นี่พวกเจ้า! ได้ยินรึเปล่า ที่ชามิวลอส ได้ยินว่าผู้นำที่นั่น เจ้าชายอาโนอิทอสรู้วิธีรักษาโรคร้ายนี้และได้ทำการรักษาพลเมืองตนเองที่ป่วยจนหายดีหมดแล้วนะ!"
เมื่อชายหนุ่มผู้หนึ่งนำข่าวนี้มาบอก มันก็ได้สร้างความสงสัยแก่ผู้ติดเชื้อทุกคน
"ว่าอย่างไรนะ? เจ้าชายอาโนอิทอสรักษาโรคนี้ได้อย่างงั้นหรือ? นี่ข่าวนี้เป็นความจริงหรือ?"
ชายส่งข่าวบอกด้วยความตื่นเต้น "ข่าวนี้ถูกส่งมาจากญาติข้าที่อาศัยในชามิวลอสเอง! เขาเห็นกับตา พวกชาวเมืองและกองปฏิวัติที่ติดโรคและอยู่ในเขตกักกันเริ่มหายดีในเวลา 1 สัปดาห์หลังจากท่านอาโนอิทอสให้ยาวิเศษบางอย่างไป!"
เมื่อคำพูดนั้นลั่นออกมามันก็ได้สร้างความตกตะลึงให้กับผู้ติดเชื้อทุกคนๆ ส่วนจีโนสที่ได้ยินดวงตาก็พลันสว่างด้วยแสงแห่งความหวังแล้วหัวใจเขาก็ฟูด้วยความตื่นเต้น 'จะ เจ้าชาย'
ผู้ติดเชื้อเริ่มมีความหวัง ยิ้มร่า "ถ้าหากว่าข่าวนี้เป็นความจริงเช่นนั้นเราก็ยังมีหวังที่จะรอด หากเราไปที่ชามิวลอสได้เราก็สามารถที่จะมีชีวิตรอด!"
ผู้ติดเชื้ออีกคนพูดเสริมด้วยความตื่นเต้น "ขะ ข้าได้ยินว่าที่นั่น เจ้าชายไม่รังเกียจชาวเมือง เขายินดีรับชาวเมืองทุกคนที่ไปพร้อมยินดีจัดหาที่พักให้ แม้แต่อาหาร เจ้าชายก็แบ่งปันให้ชาวเมืองตนเองอย่างเสมอภาค ไม่ยอมให้ใครอดอยาก พะ พวกเราไม่จำเป็นจะต้องอยู่ที่นี่ต่อไปแล้ว พวกเราสามารถไปหาเจ้าชายได้"
เมื่อผู้ติดเชื้อคนนั้นว่าแบบนั้น ทุกคนก็ยิ่งตื่นเต้น จากนั้นหัวใจทุกคนรวมทั้งจีโนสก็เต็มไปด้วยความหวัง ถ้าหากพวกเขาพยายามไปถึงที่นั่นให้ได้ มันก็ยังมีความหวังสำหรับพวกเขา
ตอนนี้เอง เหล่าผู้ติดเชื้อพากันรวมตัวพร้อมใจกันออกจากเขตกักกัน
สิ่งนี้ไม่ได้เกิดขึ้นแค่กับเมืองคารูก้าเท่านั้น แต่ทั่วอาณาจักรตอนนี้ที่ได้ยินว่าอาโนอิทอสรักษาโรคร้ายนี้ได้ ผู้ติดเชื้อทั้งหลายต่างก็พร้อมใจกันสละเมืองตนเองเพื่อมุ่งหน้าไปยังชามิวลอส
แต่ว่า
ก่อนที่พวกเขาจะได้ก้าวเท้าที่สองออกจากเมืองที่ทอดทิ้งพวกเขา เบื้องหน้าพวกเขาก็เต็มไปด้วยกองทหารนับร้อยนับพันที่ถืออาวุธครบมือกำลังยืนขวางพวกเขาไว้อยู่
คลีซอสได้คาดการณ์เหตุการณ์นี้ไว้แล้วจึงได้สั่งให้ผู้ปกครองทุกคนระดมทหารตนเองออกมาป้องกันไม่ให้มีผู้อพยพไปชามิวลอส
ใบหน้าของชาวเมืองเต็มไปด้วยความมืดมน
"พวกเจ้า...หลีกทางด้วย! พวกเราจะไปหาทางรักษาตนเองที่ชามิวลอส! พวกเราไม่หวังอะไรกับผู้ปกครองที่นี่อีกแล้ว!" ชาวเมืองผู้หนึ่งตะโกนออกไป
หัวหน้าอัศวินนั้นแสดงสีหน้าที่เหี้ยมเกรียม "โอหัง! ผู้ปกครองคารูก้าแห่งนี้มอบที่ดินและแหล่งที่อยู่อาศัยให้พวกเจ้าอยู่สบายๆ แต่นอกจากพวกเจ้าไม่คิดจะตอบแทน ยังคิดจะหักหลังท่านเจ้าเมืองแล้วไปหาเจ้าคนทรยศนั่นอีกอย่างนั้นหรือ!? การกระทำของเจ้าสมควรโดนประหารเจ็ดชั่วโคตร!"
เหล่าชาวเมืองกัดฟันกรอด ดวงตาเต็มไปด้วยความเจ็บช้ำ "ตอบแทน? เจ้าคนชั่วช้าสารเลวนั่นคิดจะปล่อยให้เราตายอยู่ในเขตกักกันโดยไม่ยอมทำอะไร แม้แต่หมอมันยังไม่คิดจะส่งมาสักคน มันไม่ได้คิดสนใจความรู้สึกเราเลยด้วยซ้ำ! ผู้ปกครองเช่นนั้นมีสิ่งใดให้เราต้องตอบแทน!"
เมื่อพวกชาวเมืองพูดเช่นนั้น หัวหน้าอัศวินและทหารคนอื่นก็พูดอะไรไม่ออก
เหล่าชาวเมืองมองพวกอัศวินอย่างเย็นชา "พวกเราไม่คิดจะอยู่ใต้อาณัติของเจ้าเมืองที่ไม่สนใจชีวิตเราหรอก นับจากนี้เราไม่ใช่คนของเมืองนี้อีกแล้วแต่เป็นพลเมืองของชามิวลอส ข้าไม่สนว่าพวกเจ้าจะทำอะไร แต่พวกเราจะไปจากที่นี่"
เหล่าชาวเมืองว่าแบบนั้นจากนั้นก็เดินฝ่าพวกอัศวินไป เมินพวกมันราวกับอากาศ
เหล่าทหารที่ไม่รู้จะทำยังไง สุดท้ายก็คำราม "ฆ่าพวกมัน! อย่าปล่อยให้พวกมันไปหาเจ้าคนกบฏ!"
ว่าแบบนั้นจบ เหล่าทหารก็พากันโบกอาวุธรุมฟันเหล่าชาวบ้านผู้ติดเชื้อจนตายคาที่
เหล่าผู้ติดเชื้อคำราม "พวกเจ้ามันสุนัขพวกขุนนาง! ยอมทำตามทุกอย่างจนไม่สนผิดสนถูกแล้วอย่างงั้นหรือ!?"
หัวหน้าอัศวินคำรามกลับ "ผู้ปกครองแห่งดินแดนนี้ก็คือกษัตริย์และผู้อาศัยในแผ่นดินนี้ก็คือพวกเจ้า ชีวิตของพวกเจ้าเป็นของกษัตริย์ หากไม่มีกษัตริย์พวกเจ้าไม่มีที่อยู่ก็ตายไปนานแล้ว! พวกเจ้าจะอยู่หรือตายเป็นการตัดสินใจของกษัตริย์ พวกเจ้าไม่มีสิทธิลิขิตชีวิตตนเอง! พวกชนชั้นต่ำอย่างพวกเจ้าไม่มีสิทธิอะไรทั้งนั้น!"
เหล่าชาวเมืองกัดฟันทั้งน้ำตา ได้ยินอีกฝ่ายพูดแบบนี้ก็ได้รู้แล้วว่าพวกมันไม่คิดสนใจชีวิตพวกเขาแต่แรก จะกษัตริย์หรือสุนัขรับใช้พวกนี้ก็ไม่ใช่มนุษย์ ที่พวกมันพูดแบบนี้ออกมาได้เพราะพวกมันยังไม่ได้ติดเชื้อเท่านั้น หากพวกมันติดเชื้อแล้วยังจะกล้าอ้างเรื่องเจ้าของแผ่นดินและบุญคุณเหล่านี้อีกหรือไม่?
พวกชาวเมืองทำอะไรไม่ได้นอกจากพยายามสู้กลับให้ถึงที่สุด ต่อให้อาจจะแพ้และตาย อย่างน้อยก็ยังดีกว่าตายโดยไม่พยายามอะไร
ร่างของชาวเมืองมากมายล้มลงจมกองเลือด อัศวินฆ่าสังหารอย่างโหดร้ายทารุณ แม้แต่ผู้หญิงและคนแก่ก็ถูกสะบั้นคออย่างเลือดเย็น
ฉากการนองเลือดนี้ดำเนินไปยาวนานราวกับจะไม่มีวันสิ้นสุด
จนกระทั้ง
นกเหล็กจากท้องฟ้าโบยบินลงมา สาดกระสุนปืนกลหนักใส่เหล่าอัศวินจนตายระเนระนาด
เมื่อปล่อยลูกระเบิดลงมามันก็คร่าสังหารกองทหารเหล่านั้นจนเหี้ยน
ผู้ที่ลงมาหลังจากนกเหล็กนั้นลงจอด เป็นชายหนุ่มผู้หนึ่งที่มีใบหน้าที่หล่อเหลาและรัศมีความอ่อนโยนแพร่กว้าง เขามองทุกคนแล้วกล่าว "ประชาชนของข้าพเจ้าเอ่ย ข้าพเจ้ามาช่วยพวกท่านแล้ว"
นิยายแนะนำ
นิยายแนะนำ
ความคิดเห็น
COMMENT
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ เพื่อสร้างประสบการณ์นำเสนอคอนเทนต์ที่ดีให้กับท่าน รวมถึงเพื่อจัดการข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์ที่ดีบนบริการของเว็บไซต์เรา หากท่านใช้บริการเว็บไซต์นี้ต่อไปโดยไม่มีการปรับตั้งค่าใดๆ นั่นเป็นการแสดงว่าท่านอนุญาตยินยอมที่จะรับคุกกี้บนเว็บไซต์และนโยบายสิทธิส่วนบุคคลของเรา
0.00
0.00









userA???
???? ??? ? ???? ?? ??