เรื่อง Stuck in Love (ติดรัก)
‘พี่คงจะดีากไปใช่ไหมเธอ
ไม่เคยนอกใจ ไม่สนใคร มีเพียงเธอ
ก็ให้เธอทั้งหัวใจ แต่เสือกไม่พอใจเธอ
แอบมีเขาาอีกคน พี่สุดจะทนกับตัวเธอ’
...
‘มันเจ็บช้ำ (มันเจ็บช้ำ) มันเจ็บใจ (มันเจ็บใจ)
มันเจ็บใจ (มันเจ็บใจ) ไม่รู้ำไม (ไม่รู้ำไม)
มันปวดร้าว (มันปวดร้าว) มันปวดใจ (มันปวดใจ)
มันปวดใจ (มันปวดใจ) ำได้ยังไง (ำได้ยังไง)’ *
....
*เพลงปืนลั่น [JSPKK]
เสียงเพลงแสนคุ้นเคยดังไปทั่วคลับ และมันกระแทกใจแบบไม่เคยเป็นาก่อน ผมไม่เคยฟังเพลงพี่แจ๊ส สปุ๊กนิคฯ แล้วต้องานั่งน้ำตาซึมอย่างนี้เลย เนื้อเพลงที่โดนหักหลังแบบแนว ๆ สาารถเรียกน้ำตาได้ง่ายดาย ตั้งแต่เหตุการณ์แฟนกูเป็นเมียคนอื่นในวันนั้น ผมก็กลายเป็นพวกบ่อน้ำตาตื้น ร้องไห้ง่าย ๆ กับเรื่องเดิม ๆ ถ้าเปิดเพลงพี่มี่อีกคน กูจะลงไปฟูมฟายบนพื้นให้ดู
แม้ที่จริงจะาฟูมฟายให้ากกว่านี้ แต่เพราะเกรงใจเหล่าแก๊งมหาเทพที่านั่งกินเหล้าเป็นเพื่อน ทั้งไอ้ยูฟ่าไอน์สไตน์ของเหล่าเทพ ไอ้คิวสายคิวต์บอย และพี่รหัสคนสนิทของผม ‘พี่บิวตี้’ ผู้ชายสายติสต์ที่มีชื่อแสนหวานรับกับใบหน้าสวย แต่ดวงตาคมดุจเหยี่ยวสีเทาเข้ม เหาะกับนิสัยเถื่อนโหดยิ่งกว่าใคร
ท่านมหาเทพที่มีดีกรีเป็นถึงอดีตเดือนมหาวิทยาลัยซึ่งเป็นสุดยอดตำนานของพวกเรา ผู้ก่อตั้งกลุ่มรวมเดือนไว้ด้วยกันจนเป็นสุดซี้อย่างที่เห็น วันนี้ผมก็เลยพยายามำตัวให้ไม่อาการหนักากนักเพราะไม่าใหุ้ต้องาคอยห่วง
“มึงจะกินไปร้องไห้ไปแบบนี้อีกนานไหมไอ้เตี๋ยว เหล้ามันแพงนะเว้ย ปกติก็ร่วงภายในชั่วโมงเดียว แต่วันนี้อยู่ทนถึงสองชั่วโมงเลยนะ”
“กูก็าเาเหมือนกันแหละไอ้คิว แต่ถึงเา...กูก็ยังรู้สึกเจ็บอยู่ดี...ำไมวะ...ำไมน้ำตากูไม่หยุดไหลสักที...”
“เฮ้อ...กูถึงบอกให้ไปเอาคืนมันไง มึงจะได้ไม่เจ็บอยู่ฝ่ายเดียวแบบนี้”
“ถ้าำอย่างนั้นผมอาจจะยิ่งเจ็บกว่าเดิมก็ได้นะพี่บิว คนที่ผมรักคงจะออกตัวปกป้องมันเหมือนวันนั้น แล้วผมก็จะเป็นแค่...ไอ้แฟนเก่าที่ไร้ค่า” พูดเองก็เจ็บเองว่ะ
“แล้วจะให้พวกกูำยังไง มึงจะานั่งเสียใจอยู่แบบนี้เฉย ๆ เหรอ แล้วให้พวกมันไปเสวยสุขกันว่างั้น”
นี่แหละครับพี่บิว...แค้นฝังหุ่นแทนเพื่อนฝูงเสมอ าได้เงินให้ไปเงินติดล้อ แต่ถ้าาได้เลือดให้ไปหาพี่ชายผมคนนี้เลย
“ผมแค่ไม่าเจ็บอีกน่ะพี่ แค่นี้ก็เจ็บพอแล้ว...ปล่อยเขาไปเหอะ” ถึงจะเจ็บแต่จะไม่หยุดคูลครับ
“เฮ้อ!”
“พระเอกสัด ๆ” ไอ้คิวตบบ่าผมเบา ๆ เป็นการปลอบใจ
“คิดได้แบบนั้นก็ดีแล้วไอ้เตี๋ยว ความแมนไม่แมนไม่ได้อยู่ที่เรื่องบนเตียงหรอก แต่มันอยู่ที่ทัศนคติต่างหาก ความคิดแบบมึงน่ะ เขาเรียกว่าสุภาพบุรุษ เพราะฉะนั้นไม่ต้องไปใส่ใจคำถากถางพวกนั้นหรอก”
“แต่ก็ต้องยอมรับละนะไอ้ฟ่า ว่าผู้หญิงสมัยนี้ชอบเอาเรื่องบนเตียงไปเม้าท์กัน”
“มึงเคยโดนหรือไง”
“หึ ๆ เคยได้ยินสาว ๆ เอาเรื่องหนุ่มคนอื่นาบ่นให้กูฟังากกว่า อย่างกูไม่เคยเสียชื่อเรื่องนี้อยู่แล้วเว้ย เอาไว้พร้อมเมื่อไร...กูจะพาไอ้เตี๋ยวน้อยของเราไปขึ้นครูเอง ฮ่า ๆ”
ป้าบ!
“โอ๊ย! พี่บิวเจ็บนะเว้ย”
น่าจะตบให้สมองมันไหลออกาด้วยเลย คิดอะไรแต่ละอย่าง
“เออ ก็ให้เจ็บไง สอนแต่เรื่องดี ๆ นะมึง”
“มันเป็นวิชาสปช. ของลูกผู้ชายนะครับพี่”
“ลูกผู้ชายไม่ได้วัดกันที่เซ็กซ์เว้ยไอ้คิว พอ ๆ กูขอสั่งห้ามมึงพาไอ้เตี๋ยวไปำเรื่องเห้ ๆ แบบนั้น”
“คร้าบ ผมจะไม่พาเด็กดีของพี่บิวไปเสียตัว เอ๊ย! เสียคนเลยครับพี่”
ตะเบ๊ะด้วยน้ำหน้ากวนตีนแบบนั้น พี่บิวก็เลยกำถั่วในจานโยนใส่หน้ามัน แต่มันเสือกาหลบอยู่หลังผม ถ้าไม่ใช่เพราะกำลังเฮิร์ตอยู่ ผมคงตบมันกะโหลกร้าวไปแล้ว
“กูไม่เข้าใจจริง ๆ ว่ามึงสองคนเป็นเพื่อนซี้กันได้ไง อีกคนก็เจ้าชู้ฟันหญิงไปทั่ว ส่วนอีกคนก็เป็นหนุ่มน้อยหวงเวอร์จิ้น”
“กูไม่ได้หวง แต่กูแค่รู้จักให้เกียรติคนที่กูรักเว้ย กูผิดากเลยหรือไงล่ะ!” คำพูดจี้ใจดำของไอ้ฟ่าำให้ผมกระดกเหล้าเข้าปากอีก
“เฮ้ย ๆ แดกดี ๆ ดิวะ เลอะหมดแล้ว เหล้ามันแพงนะมึง”
ไอ้คิวที่ห่วงแต่ค่าเหล้ายื่นมือาแย่งแก้วในมือผม แต่ผมก็ดึงกลับาทั้งที่มือเริ่มสั่นแล้ว
ฟึ่บ!
“เฮ้ย! ไอ้เชี่ยเตี๋ยววว เสื้อหล่อกูเปื้อนหมดเลย” ไอ้คิวโวยวาย เมื่อผมำเหล้าหกใส่เสื้อจระเข้ต้วมเตี้ยมของมันเลอะเป็นดวงเบ้อเร่อ
“สมน้ำหน้า! เสือกาแย่งเหล้ากูเอง”
“ก็มึงแดกเหมือนเอาเหล้าราดตัวเองจนเลอะเทอะหมดแล้วเนี่ย กูว่ามึงเลิกแดกเหอะ มือสั่นขนาดนี้ มึงเริ่มเาแล้วแน่ ๆ”
“กูยังไม่เา” โชว์ออฟให้ดูด้วยการเทเหล้าเพียว ๆ แล้วซดเข้าปากอึกอย่างควาย ร้อนไปยันลิ้นปี่
“เออ ๆ หมดแรงเถียงเมื่อไรกูค่อยหามมึงกลับบ้านก็แล้วกัน กูไปล้างเสื้อก่อน”
ผมโบกมือไล่ไอ้คิวให้ไปไกล ๆ และหันาสนใจน้ำสีอำพันในแก้วต่อ
“แม่มึงรู้หรือยังว่ามึงเลิกกับมินแล้ว” ไอ้ฟ่าถาม
“กู...ยังไม่ได้บอก” ผมคิดว่าตอนนี้ตัวเองยังไม่พร้อมที่จะพูดเรื่องนี้กับที่บ้านหรอก ขี้เกียจโดนซักไซ้เพราะผมคงจะเจ็บากกว่าเดิมไปอีก
“เป็นกูก็คงพูดลำบากเหมือนกัน กูถึงไม่เคยพาแฟนคนไหนเข้าบ้านอีกเลย แม้ว่าจะจริงจังแค่ไหนก็เถอะ ยิ่งสถานะอย่างกูเลิกรากันบ่อยกว่าพวกมึงซะอีก”
“แต่กูก็ไม่เห็นมึงจะคบใครมั่วซั่วอย่างคนอื่นนี่หว่า บางครั้งกูยังคิดว่ามึงดูจริงใจกว่าชายหญิงทั่วไปซะอีกนะ”
“มันไม่เกี่ยวกับเพศหรอก ที่จริงแล้วเพราะสังคมชอบมองว่าความสัมพันธ์อย่างพวกกูมันคือความฉาบฉวย กูถึงไม่ำตัวมั่วไง แค่เจอคนที่รักกันจริง ๆ ก็ยากอยู่แล้ว ถ้าำตัวแบบนั้นกูก็คงจะยิ่งโดนดูถูกหนักเข้าไปอีก การที่ครอบครัวยอมรับในตัวกูแบบนี้ มันำให้รู้สึกว่ากูต้องให้เกียรติพวกเขาด้วย”
“ได้ยินอย่างนี้ก็สบายใจ ยังไงน้องกูก็ยังมีความคิดดี ๆ ถึงสองคน ส่วนไอ้คิว...กูคงต้องำใจอย่างเดียว”
“อย่างไอ้คิวไม่เรียกว่ามีปัญหาที่ความคิดหรอกครับพี่ แต่มันมีปัญหาที่สันดานโดยตรงเลยต่างหาก”
ผมรีบยื่นแก้วในมือไปชนกรุ๊งกริ๊งกับไอ้ฟ่าทันทีเพราะคำพูดที่ตรงใจ
“เออ ฮ่า ๆ จริงของมึงว่ะ”
แม้แต่พี่บิวก็ยังยกแก้วขึ้นาชนด้วยกับการเปิดประเด็นนินทาไอ้คิว ำให้ความเศร้าของผมจางลงไปได้บ้าง แต่ต้องาหยุดลงเพราะการทักของไอ้ฟ่า
“เฮ้ย...นั่น...ใช่พี่หมอธิวรึเปล่าวะไอ้เตี๋ยว”
จากที่ไม่ค่อยแย้มเหงือกออกาอยู่แล้ว ผมยิ่งหุบหนักกว่าเดิมเพราะได้ยินชื่อไอ้ตัวปัญหาที่ำให้ผมถูกนินทาว่าร้าย แต่ก็หันชำเลืองมองตามสายตาไอ้ฟ่าทันเห็นไอ้ตัวฝันร้ายเดินาพร้อมกลุ่มเพื่อนที่อายุเยอะกว่าพวกผมาก มีเพียงไอ้ลูกครึ่งตัวสูงเนี่ยแหละที่ดูเด็กและโดดเด่นออกาจากกลุ่ม ซึ่งกำลังเดินแทรกผ่านผู้คนในคลับไปยังโต๊ะบาร์กลางร้าน
ำไมมึงต้องดูดีขนาดนั้นวะ!
เกลียดออร่าความภูมิฐานของมันจริง ๆ ทั้งที่สวมแค่เสื้อยืดคอวีสีขาว ตัดกับกางเกงสแล็กส์สีเข้มเท่านั้น พอย้อนาดูตัวเองที่ประโคมโคตรพ่อโคตรแม่เซ็ตยีนาขนาดนี้แต่กลับดูคูลไม่เท่ามันเลย แถมความหล่อของมันก็พุ่งพรวดออกาเทียบรัศมีกับพวกผมได้สบาย แม้ว่าทั้งแก๊งผมที่ว่าหล่อมหาเทพ แต่ก็หล่อแบบใส ๆ คูล ๆ ตามวัยแหละครับ
ส่วนไอ้บ้านั่นแม่งหล่อแบบเป็นผู้เป็นคน หล่อแบบที่ผู้หญิงคงาฝากฝังชีวิตไว้ด้วย ไม่แปลกใจเลยที่มันเรียกความสนใจจากโต๊ะข้างเคียงได้ไม่น้อย ยิ่งำให้ผมอิจฉาหนักขึ้นไปอีก เพราะมันเป็นไอ้ตัววุ่นวายที่เข้าาสร้างปัญหาในชีวิตตั้งากาย แต่กลับมีชีวิตที่เลอค่ากว่าผมหลายเท่านัก
“มึงไม่เข้าไปทักหน่อยเหรอวะ ไหน ๆ ก็อยู่บ้านเดียวกัน”
“ช่างแม่ง...กูเป็นพวกไม่มีารยาทอยู่แล้ว”
“ฮ่า ๆ อะไรของมึงวะ แค่เห็นหน้าเขามึงก็หงุดหงิดขนาดนั้นเลยเหรอ พี่หมอก็ดูเป็นมิตร นิสัยก็น่าจะดีด้วย”
“มึง! อย่าหลงกลมันเชียว มันจะหลอกให้มึงเชื่อใจน่ะสิ” อย่าได้อ่อนต่อโลกอย่างกูเชียวไอ้ฟ่า
“ขนาดนั้น? ถ้าพี่เขาชอบผู้ชายจริง ๆ กูว่าพี่หมอก็น่าสนเลยนะ กูไม่เคยคบพวกโตกว่าขนาดนี้าก่อนเลย ถ้าได้อย่างพี่ธิวก็ถือว่างานดีเลยนะมึง”
“ไอ้เชี่ยฟ่า!”
“อะไรวะ”
“มึงห้ามไปยุ่งกับมัน ไม่งั้นกูจะเลิกคบมึงด้วย!”
“เอ้า...นี่มึงไม่ได้กำลังหวงพี่เขาอยู่หรอกนะ”
“หวงเชี่ยไร! กูไม่ชอบขี้หน้ามันต่างหาก เพราะงั้นมึงเป็นเพื่อนกูก็ห้ามไปสนิทชิดเชื้อกับมันเข้าใจไหม” ผมจะไม่ยอมเสียเพื่อนรักไปให้ไอ้คนสองหน้าอย่างมันหรอก
“ฮ่า ๆ เออ ๆ”
“หวงเพื่อนเหลือเกินนะมึง แล้ว...พี่หมอธิวคือคนไหนวะ”
“คนที่นั่งอยู่ที่บาร์ไงพี่ ที่หล่อ ๆ ขาว ๆ น่ะ”
“ไหน...อ๋อ คนที่สูง ๆ ขาว ๆ หล่อสุดในกลุ่มนั่นน่ะเหรอ”
“ครับพี่”
“เออ...หล่อวัวตายควายล้ม หล่อบรรลัยอย่างที่ไอ้คิวบอกจริง ๆ เป็นลูกครึ่งหรือเปล่าวะเตี๋ยว หน้าแม่งยุโรปเชียว”
“อือ พ่อไทย แม่ครึ่งอเมริกันเกาหลี”
“กูถึงว่า...ขนาดนั่งในที่แสงน้อยแบบนี้ ผิวยังสว่างอย่างกับนีออนเคลื่อนที่”
“พี่หล่อกว่ามันอีก”
ชมมันอยู่นั่น ทั้งที่พี่บิวก็ผิวนีออนไม่ต่างจากมันนั่นแหละ หน้าตาก็สายฝอเหมือนกันอีกแต่พี่บิวดูสวยแบบรูปปั้นกรีกากกว่า
“มึงไม่ต้องาอคติเลยไอ้เตี๋ยว คิดว่ากูไม่รู้หรือไงว่าคนอื่นชอบบอกว่ากูสวยากกว่าหล่อ”
“แต่ไอ้ลุคแมน ๆ ก็ำให้พี่หล่อเท่ไง ไม่ได้สวยหวานแบบนั้นสักหน่อย”
“กูปลื้มใจนะเนี่ยที่มึงชม”
ก็หล่อจริงนี่หว่า...ทั้งส่วนสูง หุ่นนายแบบ ผมสีน้ำตาลธรรมชาติจากการเป็นลูกครึ่งรัสเซีย รับกับคิ้วเข้มได้รูป แต่มีดวงตาสีเทาแก่ตัดความหวานของใบหน้าให้ดูดุดันากขึ้น ผมนั่งพิจารณาความหล่อของพี่รหัสที่เทียบกับไอ้พี่ธิวก็ดูใกล้เคียงกันได้เลยทีเดียว
“เฮ้ย...ไอ้เตี๋ยว กูเดินผ่านบาร์าเมื่อกี้ ที่นั่งอยู่นั่นใช่พี่ธิวหรือเปล่าวะ”
ผมพยักหน้าส่ง ๆ ให้ไอ้คิวที่เดินกลับาจากห้องน้ำและทักเรื่องนี้ก่อน
“มึงเข้าไปทักหรือยัง”
ไอ้พวกนี้มันนัดกันาหรือไงวะ
“หยุดถามเรื่องมันสักที มึงจะเป็นมิตรอะไรกับมันนักหนาวะ!”
“มึงจะหงุดหงิดอะไรเนี่ย...กูอุตส่าห์ไปคาบข่าวาให้มึงเลยนะ”
“มึงเป็นหาหรือไงไอ้คิว”
“หาที่ไหนจะหล่ออย่างผมล่ะพี่บิว”
“แล้วข่าวอะไรของมึงล่ะ” ไอ้ฟ่าถามแทนผม
“ก็ข่าวศัตรูหัวใจของไอ้เตี๋ยวไง มึงจำแอปเปิ้ลเพื่อนของมินที่กูเคยคั่วได้ไหม”
“เออ” ผมจำเพื่อนสุดเปรี้ยวของมินที่อ่อยไอ้คิวเมื่อตอนปีหนึ่งได้ดี
“กูเจอตอนไปเข้าห้องน้ำว่ะ เขาบอกว่าแฟนเก่ามึงแกรนด์โอเพนนิ่งกับไอ้หน้าจืดนั่นแล้วนะเว้ย”
“อะไรวะ เพิ่งเลิกกับไอ้เตี๋ยวไม่กี่วันเนี่ยนะ”
“เขาแอบกินกันานานแล้วเว้ยไอ้ฟ่า แต่เขาไม่ค่อยได้เปิดตัวกันต่างหาก”
ผมนิ่งฟังเรื่องจริงที่เจ็บปวดหัวใจด้วยาดของคนคูล แต่ในใจกลับอ่อนแอยิ่งกว่าเด็กอนุบาล
“ยิ่งฟังยิ่งขึ้น กูว่ามึงไปเอาคืนมันหน่อยเถอะ”
“พี่บิวำแบบนั้นมันผิดกฎหายนะ แถมไม่จบแค่การปรับห้าร้อยบาทนะครับ ข้อหาำร้ายร่างกายมันจะ --”
“พอ ๆ มึงแดกประมวลกฎหายเข้าไปหรือไงไอ้ฟ่า พูดเรื่องนี้ทีไรพล่ามแต่ข้อกฎหายให้กูฟัง จนกูจะไปสอบผู้พิพากษาแทนมึงได้อยู่แล้วเนี่ย”
“ผมแค่เตือนไว้จะได้ใจเย็น ๆ ไง ช่วงนี้พี่ก็ชอบมีเรื่องอยู่บ่อย ๆ ด้วย”
“กูไม่ได้หาเรื่องพวกมันก่อนนี่หว่า อีกอย่างพวกพ้องกันมีปัญหากูก็ต้องช่วย”
“แต่ --”
“พอทั้งคู่เลยครับ ช่วยหุบปากแล้วฟังข่าวที่กูคาบาดีกว่า ประเด็นสำคัญมันไม่ได้อยู่ที่การเปิดตัวอะไรนั่นหรอก แต่เป็น...เหตุผลที่เลิกกับไอ้เตี๋ยวต่างหากล่ะ”
“เหตุผลอะไรวะ”
ผมนั่งฟังเงียบ ๆ กรอกน้ำเาเข้าปากตัวเองไปเรื่อย ปล่อยให้ไอ้ฟ่าถามแทน เพราะผมก็ารู้เหมือนกันว่ามินจะมีเหตุผลดูดีอะไร าปิดบังความจริงที่เธอนอกใจผม
“เหตุผลที่ว่า...ไอ้เตี๋ยวอาจจะไม่แมนจริงเพราะข่าวเก่าในอดีตนั่นแหละ ส่วนตัวปล่อยข่าวก็คือไอ้ก็อตห้องสองที่เคยมีเรื่องกับมึงตอนมอห้าไง...จำได้ไหมวะ”
“ไอ้เชี่ยนั่น...คงแค้นฝังหุ่นกูากสินะ”
ผมนึกถึงไอ้หนุ่มแว่นที่เคยมีเรื่องกันเมื่อสมัยมอปลาย เพียงเพราะสาวคอนแวนต์ที่มันคุยอยู่าตามจีบผมไม่ลดละ ผมไม่คิดว่ามันจะแค้นเคืองยาวนานขนาดนี้เลย
“เขาไม่ได้เรียกแค้นแล้วไอ้เตี๋ยว เขาเรียกว่าเกลียดเข้าไส้เว้ย”
“ผู้ชายเหี้ยอะไรวะ ลอบกัดแบบนี้ เป็นกูนะจะตามไปยำให้ถึงหน้าบ้านเลย”
“โหดสัดรัสเซียเลยครับพี่บิว”
เหาะกับฉายา ‘สวยพิฆาต’ เลยละครับ แต่อย่าไปเอ่ยใกล้ ๆ ให้ได้ยินเชียว จะโดนหามเข้าไอซียูไม่รู้ตัว
“แล้วมึงจะเอาไงไอ้เตี๋ยว จะปล่อยให้ลือกันไปแบบนี้เหรอ”
“ผมก็าเอาคืนนะพี่ แต่มินก็คงไม่เลือกผมอยู่ดี”
“กูไม่ได้ให้มึงำอะไร เพื่อให้ผู้หญิงแบบนั้นกลับาหามึง แต่เพราะมึงไม่ได้ำอะไรผิด ำไมมึงต้องานั่งเสียใจเสียชื่อแบบนี้ด้วยวะ ถ้าเป็นกูนะ...อย่างน้อยก็ต้องำให้เขาเสียดายที่นอกใจกูแบบนี้”
“จริงของพี่บิว มึงควรจะลุกขึ้นสู้บ้างนะ การานั่งำตัวเป็นพระเอกไม่ได้ช่วยเชี่ยอะไรหรอก”
“มึงจะให้กูำยังไงล่ะไอ้คิว ในเมื่อกูำอะไรกับข่าวเหี้ย ๆ นั่นไม่ได้อยู่แล้ว ผ่านากี่ปีแล้ววะ ยังไม่มีใครเชื่อกูสักคน มีแต่พวกมึงแหละที่เชื่อกู มึงหันไปดูสภาพไอ้พี่ธิวดิ๊...บอกใครไปก็ไม่มีใครเชื่อหรอกว่ามันจะชอบผู้ชาย แถมเป็นกูที่เทียบขี้ตีนมันยังไม่ได้เลย แล้วใครมันจะเชื่อกูวะ”
“มึงจะดูถูกตัวเองำไมวะเตี๋ยว กูพูดตรง ๆ นะ ตอนนี้มึงก็ดูดีจะตายห่า พี่หมอเคยบอกชอบมึงแม้จะไม่ชัดเจนสำหรับมึง แต่มึงก็ควรภูมิใจที่อย่างน้อยเคยมีคนดี ๆ อย่างพี่เขาาบอกชอบนะ โดยเฉพาะตอนที่มึงไม่ได้หล่อเลิศในสายตาคนอื่น แสดงว่ามึงต้องมีดีากกว่าแค่หน้าตา ไม่งั้นพี่เขาจะชอบมึงไหม”
ไอ้ฟ่ามันเข้าใจพูดเสมอแหละ ความคิดและคำพูดดี ๆ ของมันำให้ผมรู้สึกดีขึ้นาบ้าง
“เออใช่...มึงควรจะภูมิใจอย่างที่ไอ้ฟ่าบอก ขนาดพวกเปิ้ลยังหายตาพี่หมอเลย กูเห็นพวกนั้นเดินเข้าไปอ่อยกลุ่มพี่ธิวกันใหญ่ ถ้ากูบอกว่าพี่ธิวเป็นคนที่บอกชอบมึงาก่อนคงจะช็อกกันน่าดูเลยว่ะ นั่นไง...พูดไม่ทันขาดคำ” ไอ้คิวพยักพเยิดให้พวกเราหันไปมองที่โต๊ะบาร์ ซึ่งมีสาวร่างระหงใส่เสื้อผ้าน้อยชิ้นจนเหมือนไม่ได้ใส่เดินเข้าไปหาไอ้พี่ธิว
“คนนั้นไงที่เอาข่าวจากไอ้ก็อตากระจายให้มินรู้ เปิ้ลบอกว่ายัยนั่นเป็นคู่ปรับกับมินเว้ย เขาก็เลยชอบกัดเรื่องมึงอยู่บ่อย ๆ”
แม่ง...เป็นครั้งแรกในชีวิตเลยที่าจะมีเรื่องกับผู้หญิง
“ท่าทางจะาได้พี่หมอน่าดูว่ะ ถ้ารู้เรื่องไอ้เตี๋ยวกับพี่ธิวคงไม่ใช่แค่ช็อกหรอก กูว่าคงเสียหน้าหนักเลยแหละ ไอ้เตี๋ยวก็หล่อเบอร์นี้แถมพี่หมอก็ระดับตัวพ่อที่หายตาอีก จากที่นินทากันสนุกปากจะกลายเป็นอิจฉาซะากกว่า”
“เออ เหมือนที่สาว ๆ พากันเสียดายมึงไปทั่วมอใช่ไหมไอ้ฟ่า”
“ฮ่า ๆ ครับพี่บิว ขนาดผมเปิดตัวแบบนี้ ผู้หญิงหลายคนก็ยังคิดว่าผมแมนเลยนะ เพราะงั้นไอ้เตี๋ยว...มึงไม่ต้องไปสนใจเรื่องแมนไม่แมนหรอก มันไม่เกี่ยวว่ามึงชอบผู้หญิงหรือผู้ชาย แต่เพราะไอ้ตัวผู้ที่ไม่มีอะไรดีสู้มึงได้ มันพยายามใช้เรื่องนี้ำให้มึงเสียเซลฟ์ก็แค่นั้นเอง”
“ไอ้ฟ่าพูดถูก ดูมันเป็นตัวอย่างนะไอ้เชี่ยเตี๋ยว ถึงแม้จะมีไอ้พวกปากหาคอยด่ามันแต่ก็ไม่เห็นำให้พวกสาว ๆ เลิกจ้องไอ้ฟ่าตาเป็นมันได้สักที พูดก็พูดเถอะ...กูเชื่อที่เขาว่ากันว่า...ชายได้ชายคือยอดชายเว้ย ฮ่า ๆ ๆ”
“ขอบคุณที่ให้เกียรติกูขนาดนั้น”
ไอ้ฟ่ากับไอ้คิวชนแก้วกันอย่างชอบใจกับการยกยอกันเอง ส่วนผมก็นั่งใบ้แดกเพราะไม่ได้าเป็นยอดชายกับเขาสักหน่อย แต่เสือกยัดเยียดให้กูจัง
“ให้กูแนะนำวิธีแก้แค้นไหมไอ้เตี๋ยว”
“ยังไงวะ”
“ก็คบกับพี่ธิวแม่งเลยดิ ไหน ๆ มึงก็โดนหาว่าไม่แมนอยู่แล้ว เอาให้มินเสียหน้าหนัก ๆ ไปเลยก็ดีนะเว้ย”
“วิธีควาย ๆ แบบนี้ มึงไม่ต้องาแนะนำกูหรอก”
“ก็แล้วแต่...” ไอ้คิวยักไหล่ใส่คำด่าของผม และหันไปสนใจคุยกับอีกสองคนแทน
ผมปล่อยให้พวกมันพูดกันไปเหมือนไม่ได้สนใจคำพูดพวกนี้ แต่สายตาของผมกลับจับจ้องอยู่ที่แผ่นหลังของไอ้พี่ธิว ซึ่งนั่งคุยอยู่กับสาว ๆ ที่ยืนล้อมหน้าล้อมหลังมันอยู่ ภาพที่เห็นยิ่งำให้ผมรู้สึกโมโหอย่างบอกไม่ถูก ไม่รู้ว่าเป็นเพราะแอลกอฮอล์ากายที่วิ่งวนอยู่ในเส้นเลือด หรือเพราะเหตุผลากายที่ำให้ผมถูกคนที่รักทรยศหักหลัง และเหตุผลหนึ่งในนั้นก็คือ...ไอ้คนที่นั่งไม่รู้ร้อนรู้หนาวอยู่นั่น
ตั้งแต่มันกลับเข้าาในชีวิต ทุกอย่างก็ดูวุ่นวายไปหมด ทั้งที่ผมไม่ได้ำอะไรผิดเลย แต่ำไมต้องเป็นคนที่เจ็บปวดอยู่คนเดียวเสมอเลยวะ ความเจ็บปวดที่ำให้ผมตัดสินใจแล้วว่าคืนนี้จะถือสโลแกน ไม่มีลิมิตชีวิตเกินร้อย เาย้อยแล้วค่อยกลับบ้าน
.
.
ผ่านไปนานแค่ไหนไม่รู้ที่ผมนั่งซดเหล้าเข้าปากคลอกับเสียงเพลงในคลับ ตอนนี้จึงาเอาบางส่วนออกาบ้าง ก็เลยพยายามลุกไปเข้าห้องน้ำแบบคนคูลแต่เสือกวืดจนหน้าเกือบทิ่มพื้น โชคดีที่ไอ้คิวช่วยคว้าแขนไว้ได้ทัน
“เฮ้ย! ไอ้เชี่ยเตี๋ยวเดี๋ยวก็ลงไปนอนวัดพื้นหรอกมึง” ไอ้คิวรีบลุกขึ้นเพื่อช่วยพยุงผมที่ยืนโงนเงนเหมือนตุ๊กตาล้มลุกอยู่ข้างโต๊ะ
“กู...ปวดเยี่ยวว่ะ”
“เออ ๆ เดี๋ยวกูพาไป”
ไอ้คิวช่วยพยุงผมตรงไปยังห้องน้ำ แต่คนก็หนาแน่นากเสียจนต้องเดินเบียดเสียดกับผู้คนที่เดินสวนไปา กลิ่นน้ำหอมของสาว ๆ ในคลับยิ่งำให้ผมเวียนหัวากขึ้นไปอีก
“เฮ้ย ๆ ไหวไหมมึง อย่าเพิ่งโอ้กอ้ากออกานะโว้ย”
ไอ้คิวพยายามดันคนรอบกายเพื่อขอทางให้เราได้เดินไปห้องน้ำเร็วขึ้น แต่พวกผมกลับต้องชะงักอยู่กับที่เพราะเสียงทักทายจากด้านหลัง
“อ้าว...เตี๋ยวหวัดดี ไม่เจอกันนานเลยนะ”
ำไมต้องาาทักทายตอนที่ผมเาและอารมณ์อินดี้ขนาดนี้ด้วยวะ พอเพ่งพินิจดูแล้วถึงได้รู้ว่าเป็นแอปเปิ้ลเด็กเก่าไอ้คิวนั่นเอง
“อือ...” ผมบอกแค่นั้นเพราะไม่าเสวนาอะไราก
“เมื่อกี้เห็นที่โต๊ะแล้วแหละ เจอกับคิวแล้วด้วย แต่เราไม่กล้าเข้าไปรบกวนน่ะ คงเฮิร์ตหนักากเลยสินะ...โดนทิ้งขนาดนั้น”
“เป็นห่วงหรือารู้าเห็น”
เป็นไงล่ะมึง...เสือกาถามตอนกูอินดี้
“นี่!” ยัยขี้เผือกโวย ำท่าาจะเข้าาฉีกอกผม
“แหม! แฟนเก่ายัยมินก็ปากคอเราะร้ายเหมือนกันนะเนี่ย”
แม่ง...มีกำลังเสริมซะด้วย เลิกอ่อยไอ้พี่ธิวแล้วาเย้ยกูถึงที่เลยนะ เดี๋ยวก็อ้วกใส่ให้กลับไปอ่อยไม่เป็นเลย!
“หึ! เพราะปากแบบนี้ละมั้ง ถึงได้มีข่าวแบบนั้นน่ะ”
“เฮ้ย...ไม่เอาน่าเปิ้ล ใจเย็นดิ...ไอ้เตี๋ยวมันเาอยู่ ยังไงก็ขอโทษแทนด้วยแล้วกัน”
“ำไมต้องขอโทษวะ กูไม่ได้ำอะไรผิดสักหน่อย ไอ้คนที่คอยคาบข่าวเหี้ย ๆ ไปพูดนั่นต่างหากที่ต้องขอโทษ”
ตอนนี้ผมไม่อยู่ในโหมดผู้ชายใจเย็นหรอก ยัยหน้าลอยนี่แหละที่เป็นตัวจุดชนวนเรื่องเก่าให้าตามหลอกหลอนผมอีก แบบนี้ต้องไฝว้กลับบ้าง
“ก็มันเรื่องจริงไม่ใช่เหรอ ำไมพวกเราต้องขอโทษด้วยล่ะ ยัยมินเองก็บอกกับปากว่านายำตัวสุภาพบุรุษจนเกินความเป็นจริง ตอนแรกฉันก็ไม่าเชื่อหรอกนะ แต่พอาได้ยินคำพูดของนายแบบนี้ ฉันว่า...นายไม่ค่อยแมนจริง ๆ นั่นแหละ”
“แมนไม่แมนก็ไม่เคยเสือกเรื่องของคนอื่นแบบนี้หรอก”
“กรี๊ด! แกด่าฉันเหรอ!”
เหมือนกูชมหรือไงล่ะ
พลั่ก!
เพล้ง!
“เฮ้ย!”
แม่ง...ซวยฉิบหาย!
ผลักไม่ให้ทันตั้งตัวเลยนะยัยวอกคอดำ!
“เฮ้ย! ไอ้เตี๋ยวเป็นอะไรรึเปล่าวะ!” ไอ้คิวรีบเข้าาพยุงผม ขณะที่ผมยึดขอบโต๊ะด้านหลังไว้แน่น
“เฮ้ย! พวกมึงำเหี้ยอะไรเนี่ย!”
ผมเงยหน้าขึ้นมองกลุ่มเด็กวัยรุ่นผู้ชายเจ็ดแปดคน ที่ผมถลาเข้าไปชนโต๊ะพวกมันจนแก้วเหล้าตกแตกกระจายเกลื่อน
“โทษทีครับ...ผมไม่ได้ตั้งใจ”
“ไม่ได้ตั้งใจเหี้ยอะไร! ของบนโต๊ะพวกกูพังหมดแล้วเนี่ย มึงต้องรับผิดชอบ!”
“พวกคุณใจเย็น ๆ ก่อนนะ ยัยสองคนนั้นผลักเพื่อนผมจนกระเด็นาโดนโต๊ะพวกคุณต่างหาก”
“นี่! พูดให้ดี ๆ นะ นายจะาโทษพวกฉันได้ไงยะ!”
“ใช่ ๆ มันเดินเข้าไปชนเองต่างหากล่ะ พวกเราไม่เกี่ยวนะคะ”
อื้อฮือ! โยนเผือกร้อนให้กูเชียว
“เฮ้ย! ผู้หญิงเขาบอกว่าไม่เกี่ยว มึงไปโทษเขาได้ไงวะ!”
ไอ้-่านี่ก็เชื่อคนง่ายเหลือเกิน แค่ผู้หญิงแบ๊วใส่ไม่กี่คำก็เชื่อแล้ว
“ก็บอกว่าไม่ใช่ความผิดผมไง” ผมบอกอย่างละเหี่ยใจและปัดมือไอ้คนที่กำคอเสื้อผมไว้
“ไอ้เหี้ยนี่! ผิดแล้วยังแถอีกเหรอมึง!”
มันตะโกนใส่ผมอย่างเดือดดาล ำท่าจะซัดผมจริง ๆ แต่ไม่ทันที่มันจะต่อยก็มีคนเข้าากั้นกลางระหว่างผมกับไอ้แก๊งเด็กห้าวเสียก่อน...คนที่ผมเบื่อขี้หน้าากที่สุด
...ไอ้พี่ธิว...
“เฮ้ย! มึงเสือกอะไรด้วยวะ!”
“ผมว่าใจเย็น ๆ ดีกว่า อย่ามีเรื่องกันเลย สองคนนี้เป็นน้องผม เดี๋ยวผมรับผิดชอบทุกอย่างเอง”
“งั้นก็จ่ายาให้หมดทั้งโต๊ะนี่แหละ ไม่งั้นพวกกูก็ไม่จบ!”
“หึ...ที่แท้ก็าแดกฟรี” ผมเกลียดไอ้พวกแดกเหล้าแล้วชอบกร่างหาเรื่องคนอื่นไปทั่วแบบนี้จริง ๆ ยิ่งมีพวกเยอะก็ยิ่งำเก๋า
“ปากดีนักนะมึง!”
คราวนี้พวกมันฮือขึ้นทั้งกลุ่ม ำท่าจะเข้าายำพวกผมที่จำนวนคนน้อยกว่าแต่ผมกลัวที่ไหนล่ะ แม้จะเาแต่ก็พร้อมไฝว้อยู่แล้ว ติดอย่างเดียว...มือปลิงของไอ้พี่ธิวที่ถือวิสาสะกอดเอวผมไว้ซะแน่น เพื่อป้องกันไม่ให้ผมกระโจนเข้าใส่ดงตีนของไอ้พวกเด็กห้าว
“ไอ้เตี๋ยว ไอ้คิว...มีเรื่องอะไรกันวะ”
ผมหันไปตามเสียงเรียกอันคุ้นเคยของพี่บิว ที่มีไอ้ฟ่าเดินหน้าเคร่งเครียดตามาด้วยอีกคน
“ไม่ได้ามีหรอกพี่ แต่ไอ้พวกนี้มันหาเรื่องไอ้เตี๋ยวอะดิ หาว่าตั้งใจไปชนโต๊ะมันทั้งที่ยัยสองคนนี้เป็นคนผลักไอ้เตี๋ยวแท้ ๆ”
“อย่าาโทษพวกฉันนะยะ เพื่อนแกปากดีเองต่างหาก!”
ฟึ่บ!
พี่บิวไม่พูดพร่ำอะไร แต่โยนแบงก์สีเทาสองสามใบลงบนโต๊ะของไอ้พวกเด็กห้าว
“พอไหม...หรือยังาจะมีเรื่องก็ว่าา” พี่บิวถามด้วยน้ำเสียงเย็นเฉียบพร้อมด้วยสายตาคมดุจเหยี่ยวที่ดูอำมหิตจนน่าขนลุกไปให้พวกมัน
“พี่...พี่บิวใช่ไหมครับ...”
อ้าว...ไอ้เตี้ยด้านในสุด มึงจะาสุภาพสวนทางกับความห้าวของเพื่อนมึงไม่ได้นะ เดี๋ยวกูไม่มีอารมณ์ไฝว้ต่อ
“เออ”
“หวัดดีครับพี่”
เสือกยกมือไหว้ซะงดงามเลยมึง
“พี่สองคนนี้...เป็นเพื่อนพี่เหรอครับ”
“เปล่า...แต่เป็นน้องรักของกูเอง แล้วมึงเป็นใครวะ”
“เอ่อ...เราเคยเจอกันตอนที่พี่ไปช่วยเพื่อนผมจากแก๊งอริน่ะครับ”
“เหรอ...กูจำไม่ได้”
“ฮ่ะ ๆ ไม่เป็นไรครับพี่ พวกมึง...นี่พี่บิวที่กูเคยเล่าให้ฟังไง”
“เอ่อ...หวัดดีครับพี่”
โอ้โฮ! พี่ผมนี่บารมีเยอะจริงว่ะ ำเอาไอ้พวกกร่างยกมือไหว้กันทั้งแก๊งเลย
“เออ...พวกมึงเป็นเด็กมอกูเหรอ”
“เปล่าครับพี่ พวกผมเด็กช่าง...เป็นน้องพี่หนุ่มไงครับ”
“อ๋อ กูจำได้แล้ว...ที่มันเคยเรียกให้พวกกูไปช่วยเมื่อปีก่อน”
“ครับพี่”
“ช่างแม่งเหอะ กูไม่าทวงบุญคุณอะไรหรอก ถ้าพวกมึงมีปัญหากับน้องกูก็เคลียร์กันได้ มึงาเคลียร์อะไรก็ว่าา”
“ไม่ครับพี่! คงเป็นเรื่องเข้าใจผิดกัน พวกผมขอโทษแล้วกันนะครับ”
แหม! จบง่ายเหมือนตอนเริ่มเลยนะพวกมึง!
“ก็ดี...พวกกูก็ไม่ได้ามีเรื่อง”
“ครับ ๆ งั้นพวกผมขอตัวเลยนะครับ”
“เดี๋ยว!”
“ครับพี่!”
“มึงไม่เอาเงินเหรอ เอาไปจ่ายร้านเขาด้วย มึงจะให้กูเคลียร์ให้ด้วยหรือไง”
“ครับ ๆ เดี๋ยวพวกผมเคลียร์เองพี่ ขอบคุณนะครับ”
แม่ง...ขนาดเกรงใจพี่บิว มันยังยอมรับเงินเลย สงสัยค่าเหล้าพวกมันคงแพงจริง
“พี่แม่ง...ไม่น่าให้เงินพวกมัน ผมไม่ได้ผิดสักหน่อย”
“จ่าย ๆ ไปเหอะจะได้จบ”
“ใช่...ดีแล้วที่ไม่มีใครต้องเจ็บตัว เดี๋ยวน้องาเอาเงินนั่นที่พี่นะ พี่ขอเป็นคนจ่ายให้เตี๋ยวเอง”
“ไม่ต้องายุ่ง!” ผมปัดมือไอ้พี่ธิวออกจากตัว ลืมไปเลยว่ามันเสนอหน้าเข้าาช่วย แล้วก็ยังพยายามำตัวเป็นพี่ที่ดีเหมือนเคย แต่ผมไม่ซึ้งใจหรอก เพราะมันนั่นแหละที่ำให้ผมต้องาเจอเรื่อง-่าเหวพวกนี้
“ไอ้เตี๋ยว...พี่ธิวเขาาช่วยไว้นะเว้ย” ไอ้คิวหันาปรามผม
“ไม่เป็นไร เตี๋ยวคงเาน่ะ”
“เาไม่เาก็ไม่าให้มึงาช่วยหรอก”
“พี่หมอธิวอย่าไปยุ่งกับหาบ้าที่กำลังเาเลยค่ะ ขนาดผู้หญิงอย่างพวกเปิ้ลมันยังกัดเลย” ยัยแอปเปิ้ลเน่าเดินายืนข้างไอ้พี่ธิว พลางดึงแขนมันให้เดินห่างออกจากผม
ผู้หญิงเชี่ยอะไรวะขี้อ่อยฉิบ เพิ่งรู้จักกันำาเป็นสนิท!
“ไม่เป็นไรครับ เตี๋ยวเป็นน้องชายผม…คงกำลังเา”
“กูไม่ใช่น้องมึง! เลิกบอกใครต่อใครว่าเป็นพี่ชายกูสักที!” ผมกระชากคอเสื้อมันอย่างโคตรหงุดหงิดกับการแสดงบทพี่ชายแสนดี ทั้งที่มันไม่ได้เป็นแบบนั้นานานากแล้ว
“ว้าย!”
“เฮ้ย! พอ ๆ ไอ้เตี๋ยว มึงเาากแล้ว กลับเหอะว่ะ”
ไอ้คิวก็ห้ามอยู่ได้แถมยังแกะมือผมออกจากคอเสื้อไอ้พี่ธิวอีก
“ขอโทษนะครับพี่หมอ มันมีเรื่องงอนพี่อยู่น่ะ”
“กูไม่ได้งอน! แล้วมันนั่นแหละต้องขอโทษกู!”
เข้าข้างมันอยูได้! มันเป็นต้นเหตุของทุกเรื่องนะ แต่ำไมใคร ๆ ถึงมองว่ามันไม่ได้ำอะไรผิดวะ
“เาแล้วขึ้นง่ายนะมึง ไป ๆ กลับ ๆ ไปก่อนนะครับพี่ธิว”
ห่าเอ๊ย! ฝากไว้ก่อนเหอะ ถูกไอ้สามตัวช่วยกันลากขนาดนี้ ผมคงไม่มีปัญญาต่อยปากมันหรอก
“เชอะ! ไม่าเชื่อเลยนะคะ ว่าคนแมน ๆ สุภาพบุรุษอย่างพี่หมอธิวจะไปสนิทกับคนอย่างหมอนั่น หึ! โดนทิ้งก็ไม่แปลกหรอกค่ะ”
“โดนทิ้ง?”
ไอ้พี่ธิวอาจจะงุนงงกับการที่ได้รู้ว่าคนอย่างผมโดนทิ้ง แต่ผมน่ะสะดุดกับคำพูดของยัยหน้าวอกนั่นต่างหาก ทั้งคำชมคนแมนแสนสุภาพบุรุษอย่างไอ้ตัวฝันร้าย และคำว่า ‘โดนทิ้ง’ ที่คมกริบเหมือนมีดโกนเล่มเล็ก ๆ ที่กรีดลงบนหัวใจของผม มันทั้งเจ็บปวดและน่าโมโห
คำพูดที่ผมได้ยินเต็มสองรูหู ำให้ผมหยุดเดินพลางปัดมือุที่พยายามช่วยพยุงผมออกจากตัว และเดินกลับไปหาไอ้พี่ธิวที่มียัยปลิงขี้เผือกสองตัวเกาะแขนอยู่ ผมโคตรเกลียดคำถากถางพวกนี้าตลอด แต่มันไม่เคยำให้สติแตกได้เท่านี้าก่อนเลย เพราะคนที่ถูกเอาาเปรียบเทียบกับผมมันไม่ได้แมนเลยต่างหาก!
มันเอาแต่หนีจนผมต้องรับกรรมเรื่องที่มันก่อไว้ให้ผมแก้ แต่ยังมีหน้าารับความนิยมชมชอบจากคนอื่นอีก ในเมื่อชอบมันกันดีนัก...ไอ้เตี๋ยวคนนี้จะำให้ยัยปากากสองคนนี้กระอักเลือดตายเพราะความาได้ในสิ่งที่ไม่มีทางได้ให้ดู!
ผมสาวเท้าเข้าไปหาไอ้พี่ธิวซึ่งดูงุนงงไม่น้อยที่ผมเดินกลับาหามัน ผมสบตากับมันโดยไร้คำพูดก่อนตัดสินใจเอื้อมมือโน้มคอคนตัวสูงกว่าลงาหน่อย เพื่อฉกริมฝีปากของตัวเองลงไปบนเรียวปากบาง
“สัด!”
“แม่ง!”
“ไอ้เชี่ยยยย!”
“อ๊ายยยย!!”
เออ...ตกใจกันซะให้พอ เพราะกูจะสะใจทีเดียว
มันเป็นการกระำที่สิ้นคิด...ผมรู้...แต่ฆ่าได้หยามไม่ได้!
ในเมื่อผมำดีาแทบตายแต่ก็ยังถูกมองว่าไม่ดี สู้แม้กระทั่งไอ้ตัวปัญหายังไม่ได้ ผมก็จะลากมันารับผิดชอบความเสียหายนี้ด้วยกัน ถ้าผมต้องกลายเป็นขี้ปากใครต่อใครว่าไม่แมน ผมก็ขอเป็นคนไม่แมนที่ถูกอิจฉาดีกว่า อย่างน้อยผมก็ได้ของดีเกรดพรีเมี่ยมที่พวกหล่อนาได้กันนักหนาาครอบครอง ที่สำคัญ...ผมไม่ยอมให้ไอ้ตัวก่อปัญหามีความสุขอยู่คนเดียวแบบนี้หรอก
“เตี๋ยว...”
เสียงแผ่วเบาเล็ดลอดออกาจากปากบาง ผมจึงกดจูบให้แนบแน่นขึ้น เมื่อรู้สึกว่าคนตัวสูงกว่าพยายามจะถอยห่าง ทั้งยังกดต้นคอมันให้รับกับการบดเบียดรสจูบของผม ไม่รู้ว่ามันหายตกใจแล้วหรือยังไงเพราะมันยอมยืนนิ่งปล่อยให้ผมได้ำตามใจ
เวลาผ่านไปนานแค่ไหนไม่รู้ เมื่อผมละออกจากใบหน้าหล่อเหลาและสบตากับมันเพียงชั่วครู่ ก่อนจะหันไปหาเป้าหายที่แท้จริง ยัยปลิงสองตัวยังคงยืนอึ้งำอะไรไม่ถูก ได้แต่อ้าปากค้างเหมือนคางคกรอฉกแมลงวัน
“ารู้กันนักนี่...งั้นก็รู้กันเอาไว้เลยว่าคนที่าบอกชอบเรา คนในอดีตคนนั้นคือหมอธิวสุดหล่อคนนี้แหละ แต่ตอนนี้ไม่ใช่อดีตแล้ว...แต่เป็นปัจจุบัน เพราะอยู่บ้านเดียวกัน นอนด้วยกันทุกคืน กินข้าวด้วยกันทุกวัน มีอะไรที่ารู้อีกไหม”
หึ! อึ้งสิมึง!
ความใบ้แดกที่ำให้ผมเหยียดยิ้ม แล้วฉวยโอกาสปิดจ๊อบด้วยฐานะผู้ชนะ
“ช่วยเอาเรื่องนี้ไปกระจายด้วยก็ดีนะ จะได้เลิกาตามเผือกกันสักที”
“แก!”
“พี่ว่าพอเถอะ...อย่าหาเรื่องทะเลาะกันเลยครับ ไปเตี๋ยว...กลับบ้านกันเถอะ”
แหม...ดีจริง ๆ ที่ไอ้พี่ธิวยังแสดงบทพี่ชายแสนดีเหมือนเดิม ไม่ได้โวยวายหรือแหกหน้าผม แต่เอื้อมมือาจับมือผมให้เดินออกห่างจากผู้หญิงสองคนนั้นแทน
“เออ ๆ มึงแม่งเาสัด ๆ” ไอ้คิวรีบเข้าาช่วยดึงผมอีกแรง
“กูไม่ได้เา...แล้วกูก็ไม่อายด้วย เอาไปบอกให้ทั่วเลยนะ าพูดยังไงก็เชิญ เอาเลย!”
ผมไม่สนใจหรอกว่าใครจะคิดยังไง ตอนนี้ผมแค่รู้สึกดีขึ้นที่ได้เห็นสีหน้าผิดหวังของยัยสองคนนั้น ผมพยายามตะโกนท้าทายต่อแต่ก็โดนไอ้พวกข้างากทั้งหลายลากออกาจากคลับจนได้
“ฮ่า ๆ แกรนด์โอเพนนิ่งยิ่งกว่ากูอีกนะมึง”
“กูคือยอดชายตัวจริงใช่ไหมไอ้ฟ่า” ผมยกยิ้มสะใจถามเพื่อนที่เดินเคียงข้างาด้วยกัน
“เออ ๆ กูยอมให้เลย”
“ฮ่า ๆ วันนี้กูชนะโว้ย! กูไม่ใช่ไอ้ขี้แพ้ ไอ้คนไม่แมน แต่กูคือไอ้ก๋วยเตี๋ยวยอดชายเว้ย!”
“เฮ้อ! ถ้ากูรู้ว่ามึงอกหักแล้วจะแดกเหล้าเาเรื้อนขนาดนี้นะ กูไม่พาาแดกที่ร้านหรอก ให้ไปเาปลิ้นที่บ้านกูดีกว่า”
“ผมไม่ได้เานะพี่บิว ผมยังกินได้อี๊ก”
“เฮ้อ...ไปรถพี่แล้วกัน เดี๋ยวพี่กลับเลย”
“อ้าว...ไม่กลับพร้อมเพื่อนเหรอครับพี่ธิว”
“ไม่เป็นไรคิว พี่จะกลับอยู่แล้วน่ะ แค่จะไปเข้าห้องน้ำก่อนกลับสักหน่อย”
“แต่ซวยไปเจอไอ้เตี๋ยวของขึ้นก่อนใช่ไหมครับพี่หมอ”
“พี่อาจจะโชคดีก็ได้นะยูฟ่า...ุกลับเลยก็ได้นะ รถพี่จอดอยู่ตรงนี้เอง”
ยิ้ม-่าอะไรของมึงวะ ถ้ามึงคิดว่าโชคดี กูก็คงเป็นคนที่ซวยเองแหละ!
ผมก่นด่ามันในใจ าจะโวยวายใส่มันอีกสักรอบ แต่ตอนนี้รู้สึกเริ่มหมดแรงบ้าระห่ำเพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์ที่ซดเข้าไปเป็นลัง ความมึนงงเริ่มถาโถมเข้าาแทนที่เมื่อความเดือดดาลเบาบางลงแล้ว
“จะเอามันอยู่เหรอครับ ตั้งแต่เป็นพี่รหัสมันาผมไม่เคยเห็นมันเรื้อนขนาดนี้เลยนะครับพี่หมอ”
“ตอนดื้อกว่านี้พี่ก็เคยเจอาแล้ว”
“ดื้ออะไร กูไม่เคยดื้อกับมึงหรอก แล้วผมก็ไม่เาด้วยพี่บิว” เถียงไปงั้นแหละทั้งที่รู้สึกว่าตอนนี้ผมลาลาลอยากกว่าเดอะทอยอีก สภาพหน้าผมคงไม่ไหวจริง ๆ พวกมันถึงได้พูดเป็นเอกฉันท์ขนาดนี้ว่าผมเา
“ขนาดเามึงยังเถียงได้อีกเนอะ พี่ยัดมันเข้ารถไปเลยครับ”
ไอ้ห่านคิว! ผลักกูให้ไอ้พี่ธิวเลยนะ
ผมก็ดันเซกระเท่เร่เข้าไปในอ้อมแขนมันอย่างง่ายดายด้วย คืนนี้ผมคงลาลาลอยจริง ๆ ว่ะ
“งั้นเอาไว้เจอกันนะุ ขอบใจาก”
ตอนนี้ผมไม่มีแรงสะดิ้งอะไรแล้ว ก็เลยได้แต่ทิ้งน้ำหนักอิงไอ้คนตัวสูงอย่างหมดแรง ไม่สนใจแม้แต่คำล่ำลาของุ สิ่งเดียวที่ำคือการพยายามเปิดประตูรถ เพื่อเข้าไปนอนข้างในเพราะรู้สึกพะอืดพะอมขึ้นาอีกรอบ
“เร็ว ๆ านอนแล้ว” ผมจำใจหันไปดึงชายเสื้อไอ้พี่ธิวให้รีบพาผมกลับบ้านเสียที ผมาทิ้งตัวลงนอนในเตียงอุ่น ทิ้งเรื่องราวทุกอย่างออกไปจากหัวให้หมด
“พี่ไปนะ”
“ครับ”
“โชคดีพี่หมอ”
“ขับรถดี ๆ นะครับพี่”
ผมได้ยินเสียงพี่บิวบอกลาคนสุดท้าย ตอนที่ไอ้พี่ธิวเปิดประตูให้ผมเข้าาในรถ หลังจากนั้นผมก็ไม่ได้สนใจอะไรอีกเพราะเบาะรถนุ่ม ๆ กับแอร์เย็นฉ่ำำให้ผมหลับตาลง จมดิ่งลงไปหมกมุ่นอยู่กับความคิดของตัวเอง ตั้งแต่วันนั้นผมเจออะไราเยอะเหลือเกิน...เยอะจนไม่าจะจดจำมันแล้ว
.
.
“เตี๋ยว...”
“อืม...” ผมค่อย ๆ ลืมตาขึ้น และเห็นใบหน้าขาวผ่องลอยอยู่ไม่ห่างนัก
“ถึงบ้านแล้ว เดินไหวไหม”
“อือ...”
ผมขยับตัวและก้าวลงจากรถที่ถูกเปิดรอไว้ เจ้าของรถเข้าาพยุงผมที่รู้สึกว่าพื้นบ้านเอียงจนน่าเวียนหัว ผมจึงปล่อยให้คนตัวโตกว่าลากไปยังห้องนอนเพราะตอนนี้ผมไม่มีแรงเหลือเลย ผมกึ่งหลับกึ่งตื่นจนถึงห้องแต่เมื่อทิ้งตัวลงบนที่นอน ผมก็รู้สึกาขย้อนของในท้องออกาให้หมด
“า...อะ...”
พรวดดดด!
“เฮ้ย! เลอะหมดแล้ว!” ไอ้พี่ธิวโวยวายที่เห็นผมปล่อยอ้วกกระจายเต็มที่นอน แต่ยังมีสติช่วยลากผมลงานอนเลื้อยอยู่บนพื้นห้องเย็น ๆ แทน
“เฮ้อ! แล้วจะนอนยังไงเนี่ย เปลี่ยนเสื้อก่อนแล้วกัน เตี๋ยวเปลี่ยนเสื้อผ้าไหวไหม”
“อืม...”
ความลาลาลอยที่ำให้ผมได้แต่นอนนิ่ง มองไอ้พี่ธิวเดินไปเดินาำอะไรของมันก็ไม่รู้ จากนั้นมันก็ยื่นชุดนอนาให้ผม
“ลุกไหวไหม”
“มึนหัว” ผมตอบตรง ๆ ไม่มีแรงจะโงหัวขึ้นด้วยซ้ำ
“เฮ้อ...งั้นคืนนี้ก็ไปนอนห้องพี่ก่อนแล้วกัน เตียงเราเลอะไปหมดแล้ว”
แม้าจะปฏิเสธข้อเสนอของมันแค่ไหน แต่ผมก็รู้สึกไร้เรี่ยวแรงเกินกว่าจะค้านอะไรได้ จึงปล่อยให้ไอ้พี่ธิวหิ้วปีกผมกลับาที่ห้องของมัน
“นอนเฉย ๆ ล่ะ เดี๋ยวพี่เปลี่ยนเสื้อผ้าให้”
“ไม่...ต้อง...” ผมสะลึมสะลือพยายามปัดมือคนที่กำลังช่วยถอดโคตรยีนทั้งชุดของผมออก
“อย่าดื้อได้ไหม มันเลอะไปหมดแล้วนะ”
“เปลี่ยนเอง...ไหว...” ผมยังคงดื้อดึงและยันตัวลุกขึ้นานั่งจนสำเร็จ แล้วถอดเสื้อยีนแขนยาวออกอย่างยากลำบาก ตามด้วยเสื้อยืดที่ใช้เวลาถอดออกนานกว่าปกติหลายนาที
“เตี๋ยว...พี่ว่าให้พี่ช่วย --”
“ไม่!” ผมดึงมือไอ้พี่ธิวที่เอื้อมาปลดเข็มขัดกางเกงของผม แม้ไม่มีแรงแต่ผมก็ยังยันตัวลุกออกจากเตียงเพื่อถอดกางเกงของตัวเอง
ตุ้บ!
“เฮ้ย! เตี๋ยว!”
ความอวดเก่งของผมจบลงด้วยการลงานอนหมดสภาพอยู่บนพื้นห้อง ความเจ็บจากแรงกระแทกไม่เท่ากับความเจ็บใจ ที่ต้องพ่ายแพ้หมดรูปต่อหน้าคนที่ตัวเองเกลียด
“เป็นอะไรหรือเปล่า เจ็บากไหม...ให้พี่ช่วยนะ”
ความเป็นห่วงเป็นใยของไอ้พี่ธิวำให้ผมอึดอัดจนแทบบ้า น้ำตาที่กักเก็บไว้ก็เอ่อล้นออกาทั้งที่ไม่าให้มันต้องาเห็น แต่มันคงได้เห็นแล้ว...น้ำตาแห่งความเจ็บปวดและพ่ายแพ้ของผม...
“เตี๋ยว...ร้องไห้ำไม...เจ็บากเหรอ”
“...” ผมปาดน้ำตาออกและไม่ได้ตอบอะไรกลับไป
ความเงียบคงำให้คนตรงหน้าคิดว่านี่คือน้ำตาจากการเจ็บตัว มันจึงไม่เซ้าซี้อะไรต่อและช่วยปลดกางเกงขายาวของผมออก ก่อนจะเดินไปหยิบผ้าาช่วยเช็ดเนื้อตัวให้
ผมรู้ว่าไม่ควร...ไม่ควรให้มันาใกล้ชิดผมแบบนี้ แต่ผมก็ยังปล่อยให้มืออุ่นลากไล้ผ่านเนื้อตัวของผมตามต้องการ ผมไม่รู้ว่าพี่มันคิดอะไรไหมกับการำแบบนี้ ความารู้ำให้ผมตัดสินใจถามออกไป
“พี่...ามีอะไรกับผมไหม”
“ฮะ?!” คนถูกถามหยุดเช็ดถูตัวผมทันทีและจ้องมองาด้วยความช็อกสุดขีด
“ตอนที่จูบกัน...พี่รู้สึกอะไรไหม”
“พี่...พี่ว่า...เตี๋ยวเาากแล้ว...รีบใส่เสื้อผ้าดีกว่า เดี๋ยวไม่สบาย”
คำหลีกเลี่ยงำให้ผมหงุดหงิดเพราะผมไม่ารู้สึกพ่ายแพ้ ผมต้องเสียคนรักไป...ทั้งยังยอมเสียชื่อ ยอมำอะไรสิ้นคิดก็เพื่อาชนะบ้าง แต่ผมกลับรู้สึกแพ้ทุกทีที่อยู่กับพี่ธิว เพราะมันำเหมือนลืมเรื่องราวในอดีตนั้นได้ง่ายดาย ต่างจากผมที่ไม่เคยลืมและยังต้องรับผลจากเรื่องนั้นาจนถึงตอนนี้
“ตอบาดิ...” ผมเค้นคำตอบด้วยการยันตัวขึ้นนั่งเผชิญหน้ากับคนที่คุกเข่าอยู่ตรงหน้า แต่มันก็เลือกที่จะเงียบและพยายามใส่ชุดนอนให้ผมแทน
ฟึ่บ!
ด้วยความโมโหที่มันชอบใช้ความเงียบจัดการปัญหา ผมจึงดันตัวมันลงกับพื้นและเป็นฝ่ายคร่อมอยู่ด้านบนแทน
“เตี๋ยว...”
“ตอบดิวะ! พี่เคยบอกชอบผม แล้วจู่ ๆ ก็หายหัวไป ตอนนี้ก็กลับาวุ่นวายกับผมอีก ถ้าพี่ไม่าได้ผมแล้วพี่าได้อะไรวะ!”
“พี่...าได้น้องชายคืน”
คำตอบนี้ำให้ผมโคตรเจ็บปวด...
ไม่ใช่เพราะมันคิดกับผมแค่น้อง แต่เพราะผมเกลียดที่มันยังคิดกับผมเหมือนเดิมได้ เหมือนว่าสุดท้ายก็มีแค่ผมที่จมปลักอยู่กับความเจ็บปวดและเกลียดชัง ทั้งที่มันยังรักและหวังดีกับผมได้เหมือนเดิม
“หึ! ถ้าแบบนี้...ยังาได้เป็นน้องอยู่อีกไหม!”
เพราะสายตาเว้าวอนที่จ้องมองาำให้ผมาเห็นความผิดหวังของมันบ้าง ผมจึงดึงมือหนาาแปะที่หน้าท้องของผมและส่งมือของตัวเองเข้าไปใต้เสื้อบาง เพื่อลูบไล้แผงหน้าท้องสวยของมันพลางโน้มตัวลงไปซุกไซ้ที่ซอกคอขาว สัมผัสรุกเร้าที่ำให้คนใต้ร่างรีบดันตัวผมออกทันที
“เตี๋ยวเาแล้วนะ เลิกำแบบนี้เหอะ”
“เฮอะ! ำไม...กลัวเสียน้องเหรอ...หรือรังเกียจ...พี่ไม่ได้ชอบผมจริง ๆ อย่างที่เคยพูดล่ะสิ ผมไม่รู้เหตุผลเหี้ย ๆ ที่พี่ำมันในตอนนั้นหรอกนะ แต่รู้ไว้ด้วยว่าตอนนี้ผมมีเหตุผลที่เหี้ยกว่า ผมาให้พี่เกลียดผม าให้รังเกียจผม เลิกสนใจ เลิกเป็นห่วง เพราะผมไม่าแพ้...ไม่าแพ้พี่อีกแล้ว!”
“พี่ขอโทษ...พี่ไม่รู้ว่าจะแก้ตัวยังไงกับเรื่องที่เคยเกิดขึ้น แต่ตอนนี้พี่าขอโทษ เตี๋ยวจะำโทษหรือแก้แค้นพี่ยังไงก็ได้ พี่ไม่มีวันเกลียดหรือรู้สึกแย่กับเตี๋ยว พี่ไม่ได้กลับาเพื่อำให้เตี๋ยวต้องวุ่นวายหรือเจ็บปวด แต่พี่...คิดถึงเตี๋ยวจริง ๆ”
“แม่ง!”
ปั้ก!
ผมหมดคำพูดท้าทายพี่มันแล้ว จึงจัดการชกลงไปบนอกของมันแทน มันคงจะเจ็บ...แต่คงไม่เท่าผม
ผมเกลียดที่ต้องรู้สึกอ่อนแอต่อหน้ามัน แค่มันบอกว่าขอโทษ แค่มันบอกว่าคิดถึงผม...น้องชายที่มันไม่เคยลืม ก็ำให้ผมน้ำตาไหลออกาได้อีกครั้ง
“เตี๋ยว...อย่าร้อง...พี่ขอโทษ”
นิ้วเรียวที่ยกขึ้นาปาดน้ำตาให้ผมช่างอบอุ่นเหลือเกิน ความอ่อนโยนที่ส่งผ่านปลายนิ้วำให้นึกถึงช่วงวัยเด็ก ซึ่งผมได้รับจากมันเสมอในทุกครั้งที่ผมร้องไห้ต่อหน้าคนคนนี้
ความโมโห ความโกรธ ความเสียใจ ความรู้สึกทั้งหมดที่มีเมื่อครู่ทะลักออกา พร้อมกับน้ำตาที่ผมกักไว้ไม่อยู่อีกแล้ว ผมร้องไห้ฟูมฟายเหมือนเด็ก ๆ และก้มหน้าลงซบไหล่กว้างของคนที่ผมเกลียดเหลือเกิน
“ผมเกลียด...เกลียดพี่...เกลียดที่พี่กลับา...เกลียด...ที่ถูกทิ้ง...ผมไม่ได้ผิด...ไม่ได้ --” คำพูดของผมขาดห้วงลง เมื่อหยาดน้ำตาไม่เปิดโอกาสให้ผมได้พูดอะไรอีก
“พี่รู้...พี่ขอโทษ...ไม่ว่ามันเป็นเพราะอะไร...พี่ขอโทษ...”
ผมไม่รู้ว่ามันเป็นคำขอโทษที่จริงใจไหม แต่ผมก็ยอมนอนนิ่งอยู่บนตัวมันและปล่อยให้คนโตกว่าโอบกอดไว้เหมือนผมเป็นเด็กตัวน้อย ๆ มันลูบหัวผมแผ่วเบาโดยไม่มีคำพูดใดออกาอีกแต่ความอบอุ่นแผ่ซ่านไปทั่วตัว แม้ผมจะยังเปลือยอยู่เกือบทั้งตัวแต่มันก็อุ่นกว่าการที่นอนอยู่คนเดียวในห้องที่มีแต่ภาพความทรงจำของผมกับมิน
การถูกทิ้งเป็นอะไรที่เจ็บปวดเหลือเกิน โดยเฉพาะการถูกทิ้งที่ไม่รู้ว่าเราำอะไรผิด มันจึงำให้ผมอ่อนแอและเจ็บปวดเกินกว่าจะอยู่เพียงลำพัง ฉะนั้นคืนนี้ผมจะอยู่กับคนคนนี้...คนที่เคยเห็นน้ำตาของผมบ่อยครั้งแล้ว และก็เป็นคนเดียวกับที่ำให้ผมเสียน้ำตา แต่ผมก็จะยอมให้มันเยียวยาผมในคืนนี้
นิยายแนะนำ
นิยายแนะนำ
ความคิดเห็น
COMMENT
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ เพื่อสร้างประสบการณ์นำเสนอคอนเทนต์ที่ดีให้กับท่าน รวมถึงเพื่อจัดการข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์ที่ดีบนบริการของเว็บไซต์เรา หากท่านใช้บริการเว็บไซต์นี้ต่อไปโดยไม่มีการปรับตั้งค่าใดๆ นั่นเป็นการแสดงว่าท่านอนุญาตยินยอมที่จะรับคุกกี้บนเว็บไซต์และนโยบายสิทธิส่วนบุคคลของเรา
0.00
0.00









userA???
???? ??? ? ???? ?? ??